ตอนที่ 18 : Chapter 16 : Cute boy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ก.ค. 60


Chapter 16 : Cute boy

 

ผมรู้สึกว่าตัวเองเดินวนไปวนมาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้ามาประมาณชั่วโมงหนึ่งได้แล้ว ไม่ใช่ว่าที่บ้านมีเสื้อผ้าเยอะเป็นสิบตู้หรอกนะ แต่แค่ไม่รู้ว่าควรใส่เสื้อผ้าแบบไหนมากกว่า แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคิดเยอะไปทำไมกับแค่ไปงานครบรอบโรงเรียนของปืนเนี่ย ใช่ครับ ผมกำลังจะไปโรงเรียนของปืน!

และสุดท้าย... ผมก็คว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นตัวโปรดกับกางเกงผ้าสีกรมมาใส่ เป็นการแต่งตัวที่แสนจะธรรมดาจนคิดว่าจะเสียเวลาเลือกให้เวียนหัวเล่นทำไมตั้งนาน เอาเวลาเป็นชั่วโมงนั่นไปนอนดีกว่าไหม เฮ้อ แต่งตัวเสร็จผมก็กะจะหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย ที่บอกว่ารองท้องเพราะวันนี้ไม่มีใครทำกับข้าวให้ผมกินยังไงล่ะครับ ก็แม่เล่นออกไปตั้งแต่เช้าตอนที่ผมยังนอนละเมออยู่เลย (แต่แม่ไม่รู้หรอกนะว่าวันนี้ผมไปไหน แฮ่) เลยคิดว่าจะไปหาอะไรกินที่งานโรงเรียนของปืนแทน ผมหยิบแซนวิสที่แม่ซื้อติดไว้ในตู้เย็นออกมาก่อนที่จะมุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้า

ผมใส่หูฟังขณะยืนรอขบวนรถไฟฟ้าคนเดียว ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอกผมยืนคนเดียว ไม่ต้องสงสัยครับว่าคนชวนไปไหน ไม่ใช่ว่าเราโกรธอะไรกันหรอกนะแต่ปืนไปโรงเรียนเขาตั้งแต่เช้าแล้วต่างหาก เหตุผลที่เขาไปเช้าก็เพราะเขาเป็นหนึ่งในสตาร์ฟงานโรงเรียนยังไงล่ะ ลืมเล่าไปเลยว่าหลายวันที่ผ่านมาปืนก็ไม่ค่อยได้มาเรียนพิเศษหรอกเพราะเจ้าตัวต้องเตรียมงานที่จะจัดขึ้นภายในวันนี้ ซึ่งผมก็เพิ่งมารู้เนี่ยแหละว่าเขาเป็นสตาร์ฟในงานตอนชวนไม่เห็นจะบอก มาบอกตอนตอบตกลงไปแล้วใครจะกล้าปฏิเสธ -_-; ผมก็เลยต้องรับหน้าที่จดเลกเชอร์ให้เขาแทน คงมีแต่ไลน์เนี่ยแหละครับที่เราใช้คุยกันแต่เขาก็ไม่ได้ตอบทันทีอย่างที่เคยทำหรอกนะ คงเพราะวุ่นกับการเตรียมงานซึ่งผมเข้าใจ แค่เขาเสียสละเวลาพักมาตอบผมก็ดีใจแล้ว ผมส่งข้อความไปทางไลน์ให้ปืนรับรู้ว่ากำลังไป ไม่นานเจ้าตัวก็ตอบรับกลับมา บอกว่าถ้าถึงแล้วให้โทรหาเขา ผมตอบกลับไปก่อนที่จะก้าวขึ้นรถไฟฟ้าที่มาจอดรอตรงหน้าพอดี

การกลับมาใส่หูฟังแล้วมองทัศนียภาพนอกตัวรถแบบนี้ไม่ชินเลยแฮะ...

 

ผมลงสถานีปลายทางตามที่ปืนบอกทุกอย่าง ที่ต้องทำตามทุกอย่างเพราะผมไม่เคยมาโรงเรียนเขาเลยยังไงล่ะ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันนะ ผมเดินลงจากตัวสถานีรถไฟฟ้าพร้อมกับเด็กวัยรุ่นหญิงชายหลายสิบคนที่คาดว่าน่าจะมางานเดียวกัน

ผมเดินเลียบทางฟุตบาทตามที่ปืนบอกเพื่อไปหน้าโรงเรียนของเขา ระหว่างทางเต็มไปด้วยธงประจำโรงเรียนสองสีสลับไปมา มีป้ายจากแผ่นไม้เขียนเชิญชวนและบอกพิกัดทางเข้างาน และไม่นานก็มาหยุดตรงหน้าป้ายโรงเรียนของเขาที่มีขนาดใหญ่สีดำขลับดูคลาสสิก หน้าประตูทางเข้าเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่ยืนซื้อบัตรเพื่อเข้าไปในงาน ปืนบอกว่าเป็นการหารายได้เข้าโรงเรียนซึ่งผมคิดว่าเก๋มากเลยนะ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคนที่ชวนมางานด้วยแอพลิเคชั่นไลน์ อีกฝ่ายบอกให้ผมยืนรออยู่หน้าป้ายโรงเรียนเดี๋ยวอีกสักพักเขาจะออกมารับ ตามจริงผมเดินเข้าไปเองก็ได้นะไม่น่าลำบากเขาเลย แต่ก็นั่นแหละถึงเข้าไปก่อนก็น่าจะเดินหลงอยู่ดี การรอคือดีที่สุด

ระหว่างรอสายตาก็พลันไปเห็นเด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่อายุน่าจะเท่าๆกับผมเดินผ่านหน้าไป จะไม่อะไรเลยถ้าคนในกลุ่มนั้นจะไม่หน้าตาดีไปแล้วห้าสิบเปอร์เซ็น ให้ตายเถอะ แล้วถ้าจำไม่ผิดมีคนนึงที่ผมจำหน้าได้ว่าเขาเคยลงเพจคิ้วท์บอยแบบเดียวกับปืนด้วย ว้าว นี่มันงานรวมพลคนหน้าตาดีชัดๆ ไม่น่าล่ะทำไมคนถึงมากันเยอะ -.,-

เฮ้

เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากด้านหลังทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ผมหันไปมองตามทิศของเสียงพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อหนุ่มคิ้วท์บอยนั่นแหละ วันนี้เขาแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวที่อกด้านขวาถูกสกรีนด้วยโลโก้อะไรสักอย่าง เดาว่าน่าจะเป็นโลโก้งานโรงเรียนของเขา เหมือนกับสตาร์ฟหน้าประตูทางเข้าที่ขายบัตรอยู่บวกกับกางเกงยีนส์สีเข้มตามสไตล์  ซึ่งเป็นการแต่งตัวที่ธรรมดามากแต่ทุกอย่างดันรับกับใบหน้าและผิวขาวๆของเขาได้เป็นอย่างลงตัว บนคอของปืนห้อยป้ายที่เขียนคำว่า ‘STAFF’ ไว้ให้รู้ว่ามีหน้าที่อะไร เขาดูเหนื่อยไม่น้อยแต่หยดน้ำที่เกาะพราวบนหน้าไม่ได้ทำให้ปืนดูดีน้อยลงเลย เผลอๆทำให้เขาดูมีเสน่ห์แล้วก็น่ามองมากขึ้นด้วยซ้ำ พูดรวมๆก็คือหล่อนั่นแหละ -.,-

มองอะไรปืนทัก

นั่นไงเผลอมองเขาแล้วคิดเพ้อเจ้ออีกแล้ว เปล่าสักหน่อย

หรอปืนทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไรแต่ไม่อยากเถียงต่อ มาถูกด้วยแฮะ

ไม่ได้โง่ขนาดนั้นไหมล่ะ -_-;” ถึงจะหลงบ่อยก็เถอะ

ฮะๆ เข้างานเลยไหมปืนหัวเราะน้อยๆก่อนที่จะถามต่อ

อื้ม เอาสิ ต้องไปซื้อบัตรก่อนใช่ไหม?” ผมพูดพลางเดินไปทางซุ้มขายบัตร แต่ก็โดนคนที่ชวนผมมางานรั้งแขนเอาไว้เสียก่อน ผมหันไปเลิกคิ้วสงสัย

ไม่ต้อง

อ้าว เข้างานต้องมีบัตรไม่ใช่ไงผมถามย้ำ

ปืนหัวเราะน้อยๆกับท่าทีของผมก่อนที่จะหยิบอะไรสักอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นมาตรงหน้าผม ผมมองแผ่นกระดาษแข็งสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นอย่างงงๆ

นี่ไงบัตร ซื้อไว้ให้แล้วปืนพูดก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา

 

ตรวจบัตรเสร็จผมก็เดินเข้ามาในบริเวณโรงเรียนโดยมีปืนเป็นคนนำทาง ทางเดินถูกตกแต่งด้วยธงสีประจำโรงเรียนตลอดแนว ภายในงานเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตายิ่งกว่าที่เห็นตรงทางเข้าเสียอีกและยังมีร้านที่ออกบูธขายของต่างๆมากมาย โรงเรียนปืนค่อนข้างใหญ่ครับแต่มีการจัดสรรพื้นที่ค่อนข้างดี ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวแนวกว้างที่รอบๆมีการจัดนิทรรศการต่างๆ แต่จุดเด่นคงอยู่ตรงกลางสนามที่มีกล่องขนาดใหญ่วางต่อกันเป็นตัวเลขปีการครบรอบที่ถูกทาด้วยสีประจำโรงเรียน ถัดมาเป็นตึกทรงแปลกที่เดาว่าน่าจะเป็นตึกเอกลักษณ์ของโรงเรียนเขาเลยแหละ ปืนบอกว่าเป็นหอประชุมประจำโรงเรียนและวันนี้มีการแสดงละครเวทีประจำปีด้วย ไม่น่าล่ะคนยืนรอเต็มเลย เมื่อมองตรงเข้าไปก็จะเจอตึกสูงเรียงรายกันเป็นแถบ คิดว่าน่าจะเป็นโซนตึกเรียน ที่ใต้ตึกก็มีซุ้มกิจกรรมต่างๆตั้งอยู่ โดยมีสตาร์ฟหน้าตาดีหลายอัตราเดินวนดูเต็มไปหมด เรียกได้ว่างานดีพรีเมียมสุดๆ -.,-

มองอะไร -_-”

ผมสะดุ้งเล็กน้อยที่โดนคนที่เดินข้างๆทักขึ้นระหว่างที่เหม่อ (มองสตาร์ฟคนอื่น)

ปละ...เปล่า ก็มองเรื่อยๆซะที่ไหนล่ะ

เหรอปืนหรี่ตามองมาที่ผมราวกับกำลังจะจับผิด

อะไร นึกว่ามองอะไรล่ะ -_-;”

ก็...เปล่าพูดจบก็หันไปมองทางข้างหน้าต่อ อะไรของเขา

...เป็นสตาร์ฟแต่มาเดินเล่นแบบนี้ ไม่มีใครว่าหรอผมถามไป

ก็ไม่นะปืนตอบเสียงเรียบ

งั้นหรอแถวบ้านเรียกว่าอู้นะแบบนี้ -_-;

อื้ม งานมันแบ่งเป็นหลายส่วนน่ะ ส่วนที่ต้องดูเรียบร้อยแล้วปืนตอบพร้อมหันมายกคิ้ว

แต่ก็คงไม่เรียบร้อยทั้งวันหรอกม้างผมแกล้งเขาไปด้วยความหมั่นไส้

ก็ใช่ -_-;”

นั่นไง รู้ว่าตัวเองเป็นสตาร์ฟดูงาน ก็ยังจะชวนมาอีกเนอะ

ก็...อยากให้มาปืนพูดพร้อมมองตาผม เอ่อ...ต้องการจะสื่ออะไรห้ะ

อะ...อะไร...ลำบากตัวเองแท้ๆ แทนที่งานเสร็จจะได้พักว่างๆ ต้องมาเหนื่อยเดินพา...ผมแสร้งพูดรัวยาวแก้เก้อ แต่ก็ดันโดนอีกฝ่ายขัดขึ้นเสียก่อน

ก็พักอยู่นี้ไง พัก...ใจ

วรรคนรก!

ปืนกระตุกยิ้มหลังพูดจบแล้วก็เดินไปข้างหน้าต่อทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่คำพูดของเขามันส่งผลมาที่ผมอย่างมากมันกำลังทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ! โถ่เว้ยยยยย พักจงพักใจอะไร เพ้อเจ้อ! เขาอาจจะพูดว่าพักไตก็ได้มั้ง -_-///

เราสองคนเดดแอร์กันอยู่ครู่หนึ่งเพราะผมกำลังรวบรวมสติให้กลับมาหลังจากกระเจิงไปกับวรรคนรกนั่น พอได้สติก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นา

แล้วกินข้าวยังผมถามคนตัวสูง

ยังเลย วุ่นแต่เช้า...ไปหาไรกินไหม

อื้ม...เอาดิ

ระหว่างที่ปืนกำลังจะพาผมเดินไปโซนอาหาร ก็มีเสียงทุ้มเรียกชื่อคนข้างๆดังมาจากด้านหลัง

เชี่ยปืน!!!”

ผมหันไปทางต้นเสียงก็พบกับกลุ่มคนที่ใส่ชุดสีดำแบบเดียวกับปืนพร้อมป้ายสตาร์ฟยืนมองอยู่ พอพวกเขาเห็นว่าเราสองคนหันไป ก็ตรงดิ่งมาทางนี้ทันที

ห่าปืน! มาเดินอยู่นี้เอง คนเขาตามหามึงกันทั่วงาน... หนึ่งในสตาร์ฟคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเพื่อนของเขาที่ผมเคยเจอที่เรียนพิเศษนั่นเอง แล้วดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะจำผมได้ด้วยเช่นกัน ...แล้วนี่ เอ้า...คนที่เรียนพิเศษนี่หว่า ชื่อไรนะ...ผมได้ยินเช่นนั้นก็เลยจะพูดชื่อตัวเองออกไป เพราะคราวก่อนเจอกันที่ห้องน้ำก็ยังไม่ทันได้บอกชื่อเลยดันรีบตัดบทเสียอย่างนั้น

...ชื่อว่านครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะนั่นไม่ใช่เสียงผมหรอกครับ ปืนตอบแทนผมต่างหาก -_-;

เออใช่ ว่าน มางานด้วยหรอเพื่อนปืนทำท่าจำได้ก่อนจะยิ้มให้ผมแล้วถามต่อ

ก็อย่างที่เห็นและนั่นก็ไม่ใช่เสียงผมตอบ

โวยยยยยย ไม่ได้เป็นใบ้นะเว้ย ให้ได้พูดบ้างก็ได้!

เอ้าไอ้ห่า กูถามเขาไม่ใช่มึงเพื่อนปืนพูดแทนความรู้สึกผมได้อย่างดี ปรบมือ

เออ มีไรล่ะปืนตัดบทด้วยเสียงห้วนอย่างกับไปโมโหใครมา

สภาเขาตามมึงเนี่ย พวกกูก็เดินหาไปเหอะ ห่า!”

เออ เห็นบอกจะไปรับเพื่อนแล้วแม่งก็หายหัวไปเลย ไอ้เวร!” เพื่อนอีกคนเสริม

...อ่ออออ ไม่น่าล่ะ แม่งรีบทำงานผิดปกติ ที่แท้ก็จะมาเดินเล่นกับ...

เพื่อนปืนที่ผมเคยเจอที่เรียนพิเศษคนเดิมพูดต่อด้วยน้ำเสียงทำนองล้อเลียน พร้อมกับส่งสายตามีเลศนัยอะไรสักอย่างมาให้ปืนก่อนจะหันมาทางผม แต่ก็โดนคนข้างๆผมขัดขึ้นตามระเบียบ

พอๆ! กูถามแค่ว่ามีอะไร ไม่ใช่ให้มาด่ากู -_-;” ปืนทำท่าไม่สบอารมณ์เหมือนคนทำความผิดอะไรสักอย่างแล้วโดนจับได้ สรุปสภาแค่เรียกตัวกูใช่ป่ะ

เออ ไปห้องสภาด้วย

เออเดี๋ยวตามไป พวกมึงไปก่อนเลย

จ้าเพื่อนปืน รีบๆล่ะ อย่ามัวแต่...เชี่ย!” ปืนไม่ปล่อยให้เพื่อนเขาพูดจากวนได้จบประโยค ก็ทำท่าจะเข้าไปเตะก่อนที่อีกฝ่ายจะวิ่งกระเจิง

อยากจะขำกับท่าทีของปืนชะมัดแต่ก็ทำได้แค่ลอบหัวเราะเบาๆ ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นปืนเสียอาการมาก่อน วันนี้แหละที่ได้เห็น

เอ่อ...ไม่ต้องไปสนใจคำพูดพวกมันนะปืนเอามือลูบท้ายทอยแก้เก้อแล้วเรื่องกินข้าว...

ไม่เป็นไร ไปทำงานเหอะ เขาตามแล้วไม่ใช่หรอ

แต่...

อยู่คนเดียวได้น่ะ เดี๋ยวหาอะไรกินแถวนี้เอาผมตอบปัดๆไปไม่อยากให้เขามาพะวงเรื่องผม

แน่ใจนะ...ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากตรงนี้แต่เดินไปสักพักก็ไม่วายหันกลับมาอีกหาไรรองท้องก่อน เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วไลน์หา!”

จะตะโกนเสียงดังทำไมเนี่ย!

 

PUEN : รอกินข้าวพร้อมกันนะ

PUEN : คุยไม่นาน รอแปปนึง

ปืนส่งข้อความมาหลังจากเราแยกกันสักพัก ผมตอบรับข้อความของปืนไปสั้นๆก่อนจะเดินตรงมาทางโซนอาหารที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะหาอะไรหนักท้องกินสักหน่อย แต่ปืนดันบอกว่าให้รอกินข้าวพร้อมเขา ผมก็เลยซื้อแค่ลูกชิ้นหมูปิ้งธรรมดามาแทนเพื่อกันหิวไปก่อน

ว่าแต่...ผมจะทำตามที่เขาบอกทำไมเนี่ย กินข้าวก่อนปืนก็คงไม่ว่าหรอกมั้ง -_-;

พอได้เจ้าลูกชิ้นจำนวนสี่ไม้มาอยู่ในมือ ผมก็กะจะหาที่นั่งกินสบายๆแต่เมื่อมองไปรอบๆก็พบแต่ความแออัดไม่มีที่ว่างใดๆให้ผมเลย ฮืออออ เอาไงดีล่ะต้องเดินร่อนเร่หาที่นั่งงั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นเดินดูงานไปกินไปไม่ดีกว่ารึไง ใช่ เดินไปกินไปนั่นแหละ นานๆมางานแบบนี้ทีจะมัวแต่มานั่งเปื่อยไม่ได้สิ เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมก็เดินออกจากโซนอาหารทันที

บรรยากาศภายในงานยังคึกคักเหมือนเดิม ผู้คนในงานหนาตามากขึ้นคงเพราะเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว มีเสียงเพลงจากลำโพงดังคลอตลอดทางเดิน ผมเดินไปดูโซนต่างๆที่ทางงานจัดขึ้นเรื่อยเปื่อยพร้อมกับงับเจ้าลูกชิ้นไปด้วย จะว่าไปก็เหงาเหมือนกันนะเดินงานใหญ่ขนาดนี้คนเดียวน่ะ ถ้ารู้แต่แรกว่าต้องเดินงานคนเดียวแบบนี้ชวนพวกแก๊งค์ผองเพื่อนมาด้วยก็ดีหรอก แต่ก็เพิ่งมารู้ว่าตาคิ้วท์บอยเป็นสตาร์ฟก็ใกล้ๆวันงานแล้ว จะชวนพวกมันก็ชวนไม่ทันเพราะมีนัดกันหมดเลยน่ะสิ ทั้งที่ตามจริงข้าวเจ้ากับเปรมมันอยากมาจนตัวสั่น ก็ดูสิที่เดินไปเดินมาก็งานพรีเมียมทั้งน้าน เนี่ยยังเสียดายแทนพวกมันเลย เดี๋ยวเจอกันที่โรงเรียนค่อยไปเม้าท์ให้พวกมันฟังแล้วกัน

ผมเดินไปเรื่อยๆจนวนกลับมาจุดเริ่มต้นพร้อมกับถุงพลาสติกที่เหลือแต่ไม้ลูกชิ้นและน้ำจิ้ม สงสัยกินเพลินไปหน่อยหมดตอนไหนเนี่ย ผมเลยกะจนเดินไปโซนอาหารเพื่อซื้อน้ำดื่มแก้กระหายสักหน่อย แต่พบว่าเวลานี้โซนอาหารเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่นมาก ฮือออออ หิวน้ามมมมม

ชิ่ง!

ด้วยสายตาประหนึ่งเหยี่ยวของผม(เว่อร์) ทำให้หันไปเห็นร้านน้ำที่ตั้งนอกโซนอาหารพอดี ซึ่งผู้คนค่อนข้างบางต่างจากตรงนี้มาก ผมไม่รอช้าเริ่มพุ่งตรงไปหาร้านน้ำทันที ร้านที่ว่าตั้งอยู่บริเวณหอประชุมที่มีการแสดงละครเวที ไม่น่าล่ะคนถึงดูน้อยๆสงสัยคงเข้าไปด้านในกันหมดแล้วแหงๆ เมื่อมาถึงหน้าร้านผมก็สั่งอิตาเลียนโซดาทันที ระหว่างรอสายตาก็สำรวจไปรอบๆ ก็พบว่าบริเวณด้านข้างมีเวทีขนาดใหญ่คล้ายๆเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งก็เดาไม่ผิดเพราะมีป้ายขึ้นชื่อศิลปินวงดังแสดงไว้อยู่ข้างเวที วันครบรอบโรงเรียนผมไม่เห็นเคยมีแบบนี้เลย -.,- เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากยอมแล้วววว

อิตาเลียนโซดาได้แล้วครับ ^^” พ่อค้าหนุ่มหน้าตาดีที่น่าจะอายุน้อยกว่าผมหน่อยยิ้มให้ตาหยีพร้อมยื่นแก้วน้ำให้ ผมรับไว้แล้วจ่ายเงินให้คนขาย ขณะที่รอเงินทอนสายตาก็เหลือบไปเห็นบูธตรงหน้าหอประชุม เป็นบูธที่เหมือนขายของที่ระลึกของละครเวทีโรงเรียน ซึ่งนั่นไม่ไช่ประเด็นหลัก...ประเด็นหลักคือคนที่อยู่ในบูธนั่นต่างหาก

ปลั๊ก!

เชี่ยยยยยเอาแล้วไง หวังว่าเขาคงไม่เห็นผมนะ โรงเรียนก็ตั้งกว้างทำไมต้องเจอด้วยวะ ฮืออออ

เมื่อรู้ว่าเป็นปลั๊กสมองก็สั่งให้ผมรีบก้มหน้าทันที พอได้รับเงินทอนครบเท้าผมก็สั่งให้รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างไว แต่ดูเหมือนจะช้ากว่าคนที่ผมกำลังจะหนี...

ทั้งที่ผมยังไม่ได้เดินไปไหนไกลจากร้านน้ำเลยด้วยซ้ำ -_-;

ว่าน

เสียงคุ้นหูดังด้านหลัง ทำให้ขาที่กำลังก้าวชะงักฉับพลัน ผมนิ่งไม่ได้เดินต่อแต่ไม่ได้หันไปตอบโต้

...

...ว่าน...ว่านใช่ป่ะ

เสียงที่ว่าเงียบไปครู่นิ่งก่อนที่จะดังอีกครั้งในระยะที่ใกล้ขึ้นพร้อมกับแรงสะกิดเบาๆที่หัวไหล่ เดาว่าตอนที่เงียบเขาคงกำลังเดินตรงมาหาผม ให้ตายสิ ต้องหันไปทักทายสินะ

...อะ...อ้าว...ปลั๊กผมหันไปทักทายคนตรงหน้าอย่างไม่เต็มเสียงนัก

ปลั๊กอยู่ในชุดเดียวกับปืนพร้อมแขวนป้ายสตาร์ฟบ่งบอกหน้าที่ ไม่รู้ว่าไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน แต่ใบหน้าคมเข้มนั่นก็ยังเหมือนเดิม ไม่สิ อาจจะหล่อขึ้นด้วยซ้ำ

มางานด้วยหรอ ปลั๊กยิ้มทักทายอย่างเคย

รอยยิ้มที่จริงใจ ที่ผม(เคย)ได้ตอนเราคบกัน

อะ...อื้ม เพื่อนชวนมาน่ะ

อ่อ แล้วเพื่อนล่ะปลั๊กถามต่อ ซึ่งมันเป็นคำถามที่ทำให้ผมกระอักกระอวนที่จะตอบ ก็เพื่อนที่ว่าก็คือเพื่อนเขาเหมือนกันนั่นแหละ

เอ่อ...ไปเดินเล่นน่ะผมดูดอิตาเลียนโซดาในมือกลบเกลื่อน

มาซื้อน้ำร้านนี้หรอปลั๊กถามพร้อมมองไปทางร้านขายน้ำ

...อะ...อื้ม อร่อยดีนะผมมองแก้วน้ำในมือก่อนที่จะยิ้มแห้งให้เขา

อ้าว เพื่อนพี่หรอ ไม่บอกงั้นลดให้ล่ะพ่อค้าหนุ่มร้านขายน้ำคนเดิมพูดแทรกขึ้น คงเป็นรุ่นน้องโรงเรียนปลั๊กล่ะมั้ง

เออดิ เอาเงินคืนพี่เขาไป เดี๋ยวกูจ่ายให้เองปลั๊กพูดพร้อมหยิบเงินจะยื่นให้หนุ่มร้านน้ำ แต่ดีที่ผมปรามไว้ทัน

ไม่ต้องหรอก เกรงใจ

ไม่เป็นไรมางานโรงเรียนปลั๊กทั้งที เดี๋ยวเลี้ยงเองปลั๊กไม่ฟัง จนผมต้องส่ายหัวเป็นการยืนยันคำตอบ ...เอางั้นก็ได้

ผมกับเขาไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เราสองคนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ฝ่ายปลั๊กจะพูดขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าประโยคที่เขาพูดออกมานั้นกำลังทำผมอึดอัด

...งั้นไปเดินเล่นกันมะ...

ครืน

สัญญาณช่วยชีวิต! ปลั๊กยังพูดยังไม่จบแต่ก็โดนเสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขัดขึ้นเสียก่อน ผมยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อคนที่ของคนที่ผมอ้างว่าเป็นเพื่อนโทรเข้ามา ฮืออออ อยากจะร้องเพลงเธอมาได้ทันเวลาพอดีมากๆเลย น้ำตาจะไหล

เอ่อ...เพื่อนโทรมาตามแล้ว ไปก่อนนะผมยิ้มน้อยๆเป็นเชิงขอโทษ ก่อนที่จะหันหลังเดินออกมาทันที โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

ไม่อยากจะคิดเลยถ้าปืนไม่โทรเข้ามา ผมจะหาทางปฏิเสธปลั๊กและเดินหนีออกมายังไง รู้อย่างนี้ยอมต่อคิวซื้อน้ำโซนอาหารก็ได้ ทำไมต้องพาตัวเองมาเจอคนที่พยายามหลบหน้าด้วยวะ ถึงอาการหัวใจเรื่องเขาจะดีขึ้น ก็ใช่ว่าผมพร้อมที่จะเจอหรืออยากเจอเขาหรอกนะ ซวยชะมัด! ฮืออออออ

 

ขอโทษนะที่ให้รอนาน ปืนวิ่งกระหอบกระหืดมาทางผมพร้อมกับกล่าวคำขอโทษ

ใจเย็นๆ ไม่เป็นไรผมเอามือโบกไปมาเพื่อให้เกิดลมอันน้อยนิดพัดให้เขา

ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะคุยนานขนาดนี้

บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไรผมย้ำ

...หิวยังผมพยักหน้ารับคำถามของปืน จะบอกว่าไม่หิวก็กะไรอยู่ลูกชิ้นสี่ไม้ไม่นับว่าเป็นข้าวเช้าหรอกนะ อ่ะ เอาไปกินก่อนปืนยิ้มให้กับท่าทีของผมก่อนที่จะยื่นกล่องสีสันสดใสให้ ผมรับมาพบว่ามันคือกล่องเบรคที่บนกล่องมีตราประทับของร้านอาหารชื่อดังอยู่

เขาไว้แจกสตาร์ฟน่ะ กินได้ยังไม่ได้แกะเลยปืนพูดเสริมขณะที่ผมเปิดกล่องดู ด้านในมีน้ำผลไม้กับพายแอปเปิ้ลและขนมปังบัตเตอร์เค้กสีสวยอยู่ในบรรจุภัณฑ์อย่างดีโดยมีโลโก้ร้านแบบเดียวกันกับบนกล่องประทับอยู่

ทำไมแค่เบรคต้องมียี่ห้อขนาดนี้ด้วยยย โรงเรียนของผมแจกกล่องเบรคก็มีแค่ขนมปังห้าบาทสิบบาทเองนะ -_-;;

ผมกินขนมในกล่องไปพลางระหว่างที่เดินตามปืนไปที่โซนอาหารเพื่อกินข้าว(สักที) ขณะนี้เป็นเที่ยงกว่าๆ ยิ่งทำให้โซนอาหารคึกคักเข้าไปใหญ่แต่ปืนไม่ได้พาผมไปเจอฝูงชนหรอกนะครับ เขาพาผมเลี้ยวมาอีกทางซึ่งคนไม่ค่อยพลุกพล่าน ส่วนใหญ่ก็มีแต่กลุ่มเด็กรุ่นเดียวกันกับผมเสียมากกว่า สงสัยคงเป็นมุมลับที่รู้กันเฉพาะเด็กโรงเรียนเขาล่ะมั้ง ทำไมเขาไม่บอกก่อนนะจะได้นั่งรอที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องเจอปลั๊กหรอก

ปืนอาสาเลี้ยงมื้อเที่ยง(รวมมื้อเช้าไปด้วย) อ้างว่าเขาชวนมาก็ต้องเลี้ยงสิ ถามว่าผมขัดเขาได้ไหม ก็น่าจะรู้คำตอบอยู่นะครับ -_-; แถมยังเป็นคนเดินไปซื้อให้อีก คนดีเกินไปแล้วววว ปืนกลับมาพร้อมกับจานข้าวผัดสองจานที่ปริมาณเยอะมากและอาหารเครื่องเคียงอีกสองสามอย่าง สาบานว่านี่กินสองคน

ร้านที่อยากให้กินของหมดล่ะ -_- เลยซื้อร้านนี้มา แต่มันธรรมดาไปหน่อย ได้ใช่ไหมปืนวางของทุกอย่างบนโต๊ะก่อนที่บ่นให้ผมด้วยใบหน้าเซ็งที่ไม่ได้กินของที่ตั้งใจ

ได้ กินได้หมดแหละ แต่ทำไมเขาให้เยอะจังผมถามคำถามที่คาใจ

สนิทกับป้าเขาน่ะ ถ้าไปซื้อเองไม่ได้เท่านี้หรอกปืนยกคิ้วกวนโชว์เหนืออร่อยนะ ลองกินดู

ผมตักข้าวผัดเม็ดเรียงสวยกับกุ้งสดตัวใหญ่เข้าปาก ยอมรับว่ามันอร่อยกว่าหลายๆที่ที่เคยกินมา ผมพยักหน้ารับเห็นด้วยกับปืนเรื่องรสชาติ

ตามจริงแค่ข้าวก็พอแล้ว ซื้อไรมาเยอะแยะ

เหอะน่า ไม่ได้กินไรเลยไม่ใช่ไง

ผมไม่ได้เถียงอะไรเขาต่อได้แต่พยักหน้ายินยอม ก็เงินเขานี่จะบ่นอะไรได้ล่ะ -_-;

...ขอโทษนะที่ชวนมาแล้วดูแลไม่ดี ไม่ได้เดินงานเป็นเพื่อนเลย มัวแต่ยุ่งกับงาน...อยู่ๆปืนก็ปรับน้ำเสียงให้เรียบขึ้น เหมือนอยากให้รู้ว่าเขาขอโทษจริงๆ

เลิกขอโทษได้แล้ว บอกแล้วไงไม่เป็นไร เข้าใจผมยิ้มให้เขาไป ตามจริงแค่เขามานั่งกินข้าวด้วยผมก็โอเคแล้วแหละ จริงๆนะ

ปืนไม่ได้ตอบอะไร ทำหน้าเหมือนคิดอะไรสักอย่างก่อนที่พูดออกมา งั้นกินข้าวเสร็จไปเดินเล่นกัน เดี๋ยวพาทัวร์เองพูดจบเขาก็ยกคิ้วกวน

คิดว่าหล่อมากรึไง ทำอยู่ได้ -_-;

ว่างแล้วหรอผมแกล้งแซวเขาไป

ว่าง...ว่างเองอ่ะปืนพูดพร้อมหัวเราะในลำคอ ฟังก็รู้ว่าคำว่าว่างของเขาคืออะไร

ตามใจ โดนเพื่อนด่าไม่รู้นะปืนไว้ไหล่เป็นการบอกว่าไม่สนใจ ยิ่งทำให้ผมหมั่นไส้อยากจะเรียกเพื่อนเขามาแล้วฟ้องเหลือเกินว่าเขากำลังจะอู้!

 

เป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงกว่าที่เราเพิ่งกินข้าวกันเสร็จ พูดเลยว่าอิ่มมากคิดว่าน่าจะอิ่มถึงมื้อเย็นเลยก็ว่าได้ หลังจากนั่งพักกันครู่หนึ่งปืนก็พาผมเดินเข้างานอย่างที่บอกไว้ ผู้คนในงานยังคึกคักเหมือนเดิมเผลอๆอาจจะเยอะกว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ปืนเดินนำไปยังโซนส่วนต่างๆพร้อมพูดแนะนำประหนึ่งไกด์ทัวร์ นอกจากโซนที่ผมเดินดูแล้วก็ยังมีโซนอื่นๆอีกที่ยังเดินไม่ครบ แต่ผมก็พยายามเลี่ยงที่จะไม่เดินไปทางหอประชุมที่มีการแสดงละครเวทีอยู่เด็ดขาด ถ้าเจอปลั๊กคราวนี้มีหวังผมไปไม่ถูกแน่ ระหว่างทางปืนก็เจอเพื่อนที่เป็นสตาร์ฟด้วยกันและเพื่อนจากต่างโรงเรียนทั้งผู้หญิงและผู้ชายทักทายตลอดงาน นี่ยังไม่รวมผู้หญิงในงานคนอื่นนะที่มองปืนตาเป็นมันดูก็รู้ว่ากำลังชมว่าเขาหล่ออยู่ในใจ อย่างกับเดินคู่กับดาราก็ไม่ปาน ที่สำคัญคนเหล่านั้นก็มักจะถามว่าผมคือใคร ตามจริงถ้าปืนไม่ได้เดินเอาแขนมาพาดไหล่ผมตลอดทางคงไม่มีใครให้ความสนใจผมหรอก -_-;

พอเดินวนครบปืนก็พาผมมาหยุดที่เวทีคอนเสิร์ต จุดที่คนเยอะที่สุดก็ว่าได้เพราะตอนนี้กำลังมีการแสดงดนตรีสดจากวงดนตรีของโรงเรียนเขาและมีกิจกรรมต่างๆ ผมกับปืนไม่ได้เข้าไปบริเวณผู้คนหรอกครับ เราเดินออกมานั่งพักบริเวณรอบนอก ในขณะที่กำลังเดินสายตาผมก็เห็นกลุ่มคนที่ยืนมุ่งอะไรสักอย่าง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นทำให้ผมถามปืนออกไป

ตรงนั้นแจกของฟรีหรอ

ใช่ที่ไหนล่ะปืนมองตามที่ผมชี้ไป

แล้วเขามุงอะไรกันอ่ะ?

ปืนไม่ได้ตอบอะไร แต่เดินตรงไปยังทิศที่ผมสงสัยซึ่งผมก็เดินตามไปเพราะอยากรู้ แล้วก็พบว่าเป็นผู้หญิงกลุ่มใหญ่ที่ในมือมีกล้องหลากหลายยี่ห้อกำลังรัวชัตเตอร์คนตรงหน้า ผู้ชายร่างสูงผิวสองสี หน้าตาได้รูปจัดอยู่ในโหมดหน้าตาดีกำลังยิ้มแย้มให้กับกล้อง เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพร้อมแขวนป้ายสตาร์ฟเหมือนกับคนข้างๆผม จะว่าไปก็คุ้นหน้าเหมือนกันแฮะเหมือนเคยเห็นที่ไหน

อ่อ ไอ้ภูมิ มันดังมาจากเพจคิ้วท์บอยน่ะปืนเฉลยคำตอบที่ผมสงสัย

ว่าอยู่เคยเห็นที่ไหน ใช่ ผมเคยเห็นรูปเขาจากเพจ ข้าวเจ้าเป็นคนเปิดให้ดูเองแหละ

เพจเดียวกันเลยดิผมหันไปมองหน้าปืน ปืนก็พยักหน้ารับไม่ได้สนใจอะไรการถ่ายรูปแบบนี้คือปกติใช่ป่ะผมถามไปอีกเพื่อความมั่นใจ

ก็ปกตินะปืนตอบเสียงเรียบ บ่งบอกว่ามันคือเรื่องธรรมดา

ตามจริงก็พอรู้มาบ้างจากข้าวเจ้ามันน่ะนะว่าจะมีคนมาถ่ายรูปคิ้วท์บอยในงานเพื่อเอาไปลงเพจแต่ที่ตกใจคือไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ต่างหาก

นั่นปืนนี่

ไหน...แอร๊ยยยย ปืนจริงๆด้วย

แก หาตัวยากมากกก

ขณะที่กำลังยืนมองอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเล็กเสียงน้อยเรียกชื่อคนข้างๆจากในวงล้อมชัตเตอร์ ทำให้คนที่ชื่อภูมิหันมาตามทิศสายตาที่ผู้หญิงเหล่านั้นกำลังมองมา

อ้าวเชี่ยปืนภูมิหันมามองอย่างไม่ได้สนใจนัก แต่เมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนของตัวเองก็เอ่ยทักทายขึ้น ฟังจากสรรพนามที่ใช้เรียกกัน คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทระดับหนึ่งด้วยเลยแหละ

แอบอู้งานหรอวะปืนทักทายกลับด้วยคำพูดติดหัวเราะ

แหมะ มึงไม่อู้เล้ยยยอีกฝ่ายโต้กลับมาบ้าง ปืนหัวเราะน้อยๆเป็นเชิงยอมรับแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วนี่...ภูมิหันมามองผมที่กำลังยืนเอ๋ออยู่ข้างคนตัวสูง ขอบคุณนะที่เห็นเราอยู่ในสายตา -_-;

อ่อ ว่าน เพื่อนที่เรียนพิเศษน่ะปืนแนะนำตัวผมเสร็จด้วยคำตอบแบบเดียวกันกับที่ถามผ่านๆมา

เราภูมินะ ^^” ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป ได้แต่ยิ้มส่งไปให้เขาแทน เจ้าตัวยิ้มกว้างรับเป็นรอยยิ้มที่โคตรมีเสน่ห์เลย ไม่สงสัยเลยทำไมได้ลงเพจคิ้วท์บอย น่ารักขนาดนี้สเป็กเปรมมันชัดๆ!

ปืนนนน ขอถ่ายรูปหน่อยสิ

 เสียงผู้หญิงในกลุ่มรัวชัตเตอร์แทรกขึ้น ปืนพยักหน้ารับแล้วมองกล้องด้วยท่าทีนิ่งๆ ยิ้มมุมปากบ้างเล็กน้อย เป็นบุคลิกเดียวกับที่ผมเห็นรูปเขาในเพจครั้งแรกเลยแหละ คนบ้าอะไรยืนนิ่งๆก็หล่อ ถ้าปืนเปรียบเหมือนคาแรกเตอร์ Keep cool  ภูมิก็คงเป็นเหมือน Prince of smile ที่ยิ้มแล้วโลกสดใสล่ะมั้ง

นอกจากรูปปืนเดียว กลุ่มแฟนคลับ(ขอเรียกแบบนี้แล้วกัน) ก็รีเควสต์ขอให้ปืนถ่ายคู่กับภูมิด้วย ระหว่างที่ช่างภาพรัวชัตเตอร์ไม่หยุดนั่นทั้งคู่ก็คุยกันไปมาตามภาษาเพื่อน ผมเลยขอตัวออกมานั่งรอข้างนอกดีกว่า เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว

นั่งได้ไม่นานปืนก็หันมามองทางผมด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนที่จะหันกลับไปพูดอะไรไม่รู้กับกลุ่มแฟนคลับ ขณะเดียวกันภูมิก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว หายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทำให้ตอนนี้เหลือแค่เพียงปืนคนเดียว แล้วจู่ๆเจ้าตัวก็กวักมือเรียกมาทางผมพร้อมปากขมุบขมิบบอกให้ผมเดินไปหาเขา อะไรกัน ไม่ใช่หมานะเว้ย!

อะไรผมเดินเข้าไปหาเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าไปในโซนกล้อง แต่ปืนไม่ตอบพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนที่จะดึงตัวผมให้เข้าไปอยู่ในวงล้อมโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เกิดเสียงกรี๊ดกราดร้องของกลุ่มแฟนคลับตรงหน้า

อะไรกันเนี่ย!

ปืนเอาแขนมาพาดไหล่ผมที่ตัวเล็กกว่าอย่างที่เคยทำ แล้วยิ้มให้กล้องที่กำลังรัวชัตเตอร์อยู่ราวกับว่าไม่มีอะไร ส่วนผมก็ได้แต่ทำหน้าเด๋อด๋าไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนะผมเกี่ยวอะไรด้วย เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าผมกำลังสงสัย พอได้จังหวะเหมาะก็โน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเขาอยากให้เราถ่ายรูปคู่กัน

อะไรนะ!

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย

แกกกกกกกกกกกก งื้อออออออออ

ฉันเขินนนนนนนนน หวีดดดดดด

 

หลังจากที่อยู่ๆผมก็โดนปืนลากไปถ่ายรูปคู่อย่างงงๆด้วยแล้วนั้น ผมก็โดนกลุ่มแฟนคลับขออินสตาแกรมด้วยครับ ผมไม่ได้หวงอะไรหรอกครับก็ให้ไปตามปกตินั่นแหละแต่แค่ตกใจนิดหน่อยไม่เคยโดนขอตรงๆแบบนี้นี่นา ไม่คิดว่าจะมีช่วงเวลาแบบนี้ด้วยแฮะ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเซเลปยังไงยังงั้นเลย พอถ่ายรูปกันจนหนำใจ ปืนก็ขอตัวพาผมแยกออกมาแล้วชวนผมดูคอนเสิร์ตต่อ แต่ศิลปินขึ้นร้องได้ไม่นานเจ้าตัวก็โดนเรียกตัวไปทำงานเสียอย่างนั้น จะให้ดูคอนเสิร์ตคนเดียวก็กะไรอยู่ ผมเลยแยกตัวออกมากะจะกลับบ้านก่อน เลยโทรไปหาปืนแต่เจ้าของเสียงทุ้มดันบอกว่าให้ผมรอกลับพร้อมเขา อะไรกัน วันนี้เขาบังคับผมหลายเรื่องแล้วนะ

แต่ก็นั่นแหละ ผมก็รอกลับพร้อมปืนตามที่เขาบอกอยู่ดี -_-;

ผมนั่งรอที่ม้านั่งบริเวณข้างๆเวทีตั้งแต่เย็นจนตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆแล้ว เสียงดนตรีที่ดังก่อนหน้านี้สงบลงพร้อมกับผู้คนมากมายที่ค่อยๆทยอยกันกลับบ่งบอกว่างานวันนี้จบสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกสตาร์ฟคงประชุมงานกันอยู่ ปืนบอกว่าถ้าเสร็จจะโทรมาหาผมพร้อมกับคำขอโทษรอบที่แปดล้านเรื่องที่เขาดูแลผมไม่ดี แต่ก็ไม่ยอมให้ผมกลับก่อนนะ ย้อนแยงป่ะ -_-;

ผมนั่งเล่นโทรศัพท์ไปพลางระหว่างรอ เข้าไปเม้าท์ในกลุ่มไลน์แก๊งค์เพื่อนบ้างสลับกับเข้าอินสตาแกรมที่ตอนนี้เด้งแจ้งเตือนรัวจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งยอดคนติดตามที่เพิ่มขึ้นและมีการแท็กรูปเข้ามาเรื่อยๆ เป็นรูปผมกับปืนที่เราถ่ายคู่กันเมื่อตอนเย็น ลงไวมากแถมรูปสวยอีกต่างหาก ถ่ายรูปผมเดี่ยวดูดีซะด้วย มีรูปลงเป็นอาทิตย์แล้ว ข้อดีเป็นอย่างนี้นี่เองงง แฮร่

ผมนั่งไถ่โทรศัพท์ไปเรื่อยๆไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว แต่พ่อคิ้วท์บอยก็ยังไม่โทรมาสักที พอมองดูนาฬิกาก็พบว่าสองทุ่มกว่าแล้ว โห...นานเหมือนกันแฮะ แต่จะให้โทรไปตามก็ใช่เรื่องเขาคงประชุมงานกันอยู่ล่ะมั้ง รอต่อไปนั่นแหละ

...ว่าน

เสียงทุ้มหนึ่งเรียกชื่อผมดังมาจากด้านหลัง ตายยากจริงๆเพิ่งนึกถึงแท้ๆก็โผล่มาเลย ว่าแต่ทำไมเขาไม่โทรมาบอกก่อนนะว่าเสร็จแล้ว ผมหันไปมองตามเสียงเมื่อครู่แล้วพบว่าเจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่คนที่ผมคอย

...ปลั๊ก” 


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              22/07/2017

ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนที่เราลงช้า
ด้วยภารกิจที่ได้รับมาช่วงเดือนนี้โหดมาก ทำให้อัพเลท
ขอโต้ดดดดดดดดดด ผิดไปแล้ววววววว


ตอนนี้ว่าด้วยการที่ปืนช่วยไปงานโรงเรียนของตัวเอง
แต่ตัวเองดันเป็นสตาร์ฟซะงั้น ซึ่งเป็น
#สตาร์ฟหล่อบอกต่อด้วย นะ ฮา
นุ้งว่านเลยเดินงานเหงาเลย และก็เป็นเหตุให้เจอกับรักครั้งเก่าซะด้วยสิ
มาดูกันดีกว่าปลั๊กจะกลับมารีเทิร์นหรือไหม แล้วการที่ยอดติดตามไอจีว่านเพิ่ม
จะเกิดผลอะไรในอนาคตไหม มาดูกันตอนหน้าเน้ออออ

ปล. เราไม่ได้เจาะจงว่าปืนกับว่านเรียนโรงเรียนอะไรในความเป็นจริง
แค่แบ่งเป็นเอกชนและรัฐเท่านั้น  ให้จินตนาการกันได้เต็มที่เลยยยย
ดังนั้น งานครบรอบโรงเรียนของปืน เราจึงไม่ได้มุ่งไปโรงเรียนที่มีงานแบบนี้ใด โดยเฉพาะ
ถ้าใครอ่านแล้วไม่ต้องฟิกเจาะจงเนาะ ว่าเราหมายถึงโรงเรียนอะไรในความเป็นจริง
เพราะเราแค่เอารูปแบบของงานต่างๆ ที่เคยไปมามามิกซ์ทำให้เป็นรูปแบบงานโรงเรียนของปืน ฮา

PS. ตอน17 ประมาณต้นเดือนหน้าครับ (สิ้นเดือนนี้ไม่น่าทัน แงงง)
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  ได้เลย
คอมเม้นต์ ติชมได้น้า ขอบคุณค้าบบบ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #28 blackspell (@scox2by) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 13:44
    ปืนหายไปหนายย
    #28
    0
  2. #27 minminmel007 (@minminmel007) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:36
    ไม่เอานะไม่รีเทิร์นนน #ทีมปืน
    #27
    0
  3. #26 CS2094 (@cream_thaweerat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:31
    ปลั้กมาทำอัลรายยย
    #26
    0