ตอนที่ 16 : Chapter 14 : BTS Station

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60


Chapter 14 : BTS Station

 

ผมสลบคากองรายงานที่กำลังเขียนอยู่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเสียงข้อความไลน์จากบุคคลคุ้นเคยก็ดังเรียกให้ผมตื่น แล้วก็พบว่าผมไม่ได้ตอบข้อความของปืนล่าสุดทั้งๆที่เปิดอ่านแล้ว! คงเป็นตอนที่ผมกำลังงัวเงียอยู่แน่ๆ แต่ดีหน่อยที่ทางฝั่งเขาไม่ได้โกรธกับการเสียมารยาทของผม

PUEN : ไม่ตอบ

PUEN : (สติ๊กเกอร์หมีสงสัย)

PUEN : อ่าๆ ฝันดี พน.เจอกัน

ผมอ่านข้อความล่าสุดของปืนที่เด้งมา พอตั้งสติได้จึงรีบพิมพ์ขอโทษไปรัวๆและสารภาพไปว่าตัวเองเผลอหลับไป ซึ่งผมคิดว่าผมไม่ควรบอกไปอย่างนั้น เพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะตลกกับการที่ผมเผลอหลับแถมยังส่งรูปหลุดตอนผมหาวเมื่อวันก่อนมาให้อีก หึ้ย!

ผมกับปืนคุยกันผ่านไลน์จนผมเริ่มชินแล้วล่ะ มันเหมือนเป็นการละลายพฤติกรรมระหว่างผมกับเขาเหมือนกันนะ เราดูสนิทกันมากขึ้น (คิดว่างั้นนะ) ข้อความการพิมพ์หากันก็ดูผ่อนคลายขึ้น ไม่เกร็งเหมือนช่วงแรกๆ บทสนทนาระหว่างเราก็คุยเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าหาเรื่องคุยกันมาจากไหน มีบางช่วงที่อยู่ๆบทสนทนาก็จบลงไปดื้อๆด้วยสติ๊กเกอร์แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไร เราคุยกันเหมือนผมกับเขาอยู่ใกล้กันตลอดเวลา ไม่ต่างกับในห้องเรียนพิเศษนั่น

จนบางทีก็คิดว่าถ้าวันหนึ่งปืนหายไป แล้วเราไม่ได้คุยกันแบบนี้ ผมคงรู้สึกโหว่งแปลกๆ...

เมื่อจบการสนทนาของผมกับตาคิ้วท์บอย ผมตัดสินใจเก็บรายงานที่เขียนได้เยอะประมาณหนึ่ง เพราะรู้ว่าตอนนี้ตาตัวเองเริ่มล้าอยากจะนอนเต็มที(แหงแหละผมทำรายงานทั้งวันเลยนะ) แถมฝนก็ดันตกอีกยิ่งให้ความรู้สึกอยากจะนอนเข้าไปใหญ่ ฝืนต่อไปคงไม่ไหวแน่ ปั่นพรุ่งนี้อีกวันก็คงเสร็จทันส่งแหละ เมื่อบอกตัวเองเช่นนั้นผมก็จัดการเก็บของใส่กระเป๋าเป้เตรียมไว้สำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่มพร้อมเสียงฝนโปรยปรายทำให้รู้สึกผ่อนคลายกับบรรยากาศเย็นสบายเหมาะแก่การนอนเป็นที่สุด หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่ตื่นสายนะว่าน

 

ปัง! ปัง! ปัง!

ว่าน!!! ตื่นได้แล้ว!!!”

คล้ายเสียงของแม่จัง...

ยังง่วงอยู่เลย...

แต่เดี๋ยวก่อน...เสียงแม่ปลุก...                                                           

ฮึบ!

เมื่อสติเริ่มเข้าที่กว่าเดิมผมก็ดีดตัวเองออกจากเตียงแล้วมองไปทางหน้าต่าง พบว่าแสงแดดจากตัวอาทิตย์สาดผ่านเข้ามาแสดงให้เห็นว่าเช้าแล้ว นี่กี่โมงแล้วเนี่ย เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางหัวเตียงขึ้นมาดูเวลา แล้วก็พบว่า...

เชี่ยยยยย! เจ็ดโมงสี่สิบห้า!

ตื่นได้แล้ว!! สายแล้ว!!”

รู้แล้วครับแม่ ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ T_T ต้องเป็นเพราะฝนแน่ๆที่ทำให้บรรยากาศน่านอนจนไม่อยากตื่นแบบนี้ แถมนาฬิกาปลุกก็ดันไม่ปลุกอีก(เมื่อคืนลืมตั้งเองนั่นแหละ แงงงง) เป็นไงล่ะ สายจนได้ โวยยยยยย

ผมตอบรับแม่ให้รู้ว่าตื่นแล้ว ก่อนที่จะเด้งตัวลุกจากเตียงรีบอาบน้ำและแต่งตัวให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความง่วงหายไปในพริบตา เมื่อทำภารกิจส่วนตัวเสร็จก็รีบพุ่งตัวออกจากบ้านทันที จะบอกว่ารีบก็รีบแต่จะให้วิ่งผ่านฟุตบาทที่เต็มไปด้วยน้ำขังจากฝนที่ตกเมื่อคืนก็ไม่ไหว ขืนวิ่งไปมีหวังคราบโคลนได้กระเด็นใส่เป็นแน่ มันคงไม่คุ้มกันเท่าไร  อีกอย่างหน้าปัดนาฬิกาข้อมือก็แสดงเวลาให้เห็นว่าตอนนี้เลยแปดโมงมาเกือบสิบนาทีแล้ว ยังไงก็ไม่ทันอยู่ดีจะสายก็สายเถอะ -_-;

ผมใช้เท้าค่อยๆเดินผ่านสมรภูมิน้ำขังมาถึงหน้าทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า พร้อมกับเหงื่อที่เปียกชุมใบหน้าไปหมด ก็แหงแหละดูแดดที่ส่องลงมาสิ เมื่อคืนยังเย็นสบายอยู่เลย นี่สินะอากาศประเทศไทย ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดเลื่อน จู่ๆสียงข้อความจากไลน์ก็ดังขึ้น ผมชะงักแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความจากปืน ผมเปิดดูอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

PUEN : ไปโรงเรียนยัง

WAN : กำลังไป สายอ่ะ

PUEN : อ่อออ

ผมเห็นเขาตอบมาแค่นั้นก็เลยกดส่งสติ๊กเกอร์ไป ระหว่างที่กำลังจะล็อคหน้าจอโทรศัพท์ข้อความจากปืนก็เด้งขัดขึ้นมาก่อน มันเป็นข้อความปริศนาที่ทำให้ผมรู้สึกขนลุกซู่พิกล

PUEN : หันมามองฝั่งตรงข้าม

มันเหมือนเป็นข้อความมรณะอย่างไรอย่างนั้น ผมมองดูข้อความอยู่แบบนั้นใช้เวลาทำใจอยู่สักพัก ก่อนจะทำตามที่ปืนบอกและหวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิด ผมค่อยๆเงยหน้ามองไปทางถนนฝั่งตรงข้าม ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนตัวเองเป็นโจรผู้ร้ายที่โดนตำรวจกำลังจะจับได้ก็ไม่ปาน

แล้วสิ่งที่เห็นคือ...ป้ายรถเมล์

เป็นป้ายรถเมล์ที่มีผู้คนยืนรอรถโดยสารตามปกติ ผมพยายามมองไปก็พบว่าจะไม่เจอบุคคลที่มีนามว่าปืนแต่อย่างใด รู้สึกโล่งอกไปหนึ่งเปราะว่าสิ่งที่คิดไม่ได้เป็นจริง แต่ความโล่งใจที่ว่าก็อยู่ได้ไม่ถึงสามวินาทีเมื่ออยู่ๆร่างสูงที่คุ้นตาก็โผล่ออกมาจากด้านหลังป้ายรถเมล์ แล้วหันมามองผมจังๆเหมือนเป็นการเฉลยคำตอบของข้อความที่เขาส่งมา เชี่ยยยยยยยย คิดว่าเล่นซ่อนแอบรึไง แงงงงง

 

ตอนนี้ผมกำลังยืนรอปืนซื้อชาไข่มุกร้านโปรดของเขาอยู่บนตัวสถานีรถไฟฟ้าแล้วครับ จะว่าโดนจับที่ผมโกหกเรื่องบ้านกับเขาได้ก็ไม่เชิง เพราะตั้งแต่เจอหน้ากันเขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับผม ไม่รู้ว่าถ้าเขาเดินกลับมาควรจะแถต่อไปหรือจะสารภาพบาปกันแน่ แต่ปืนก็คงไม่โง่เชื่อผมอีกแล้วมั้งครับ หลักฐานคาตาขนาดนี้

กินป่ะปืนทักทำเอาผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิด ผมส่ายหัวหน่อยๆเป็นการปฏิเสธชาไข่มุกที่เขายื่นมาให้ ทำไมซื้อเร็วจังวะยังไม่ทันได้คิดแผนแถเลยนะ ฮือออ

ปืนพยักหน้ารับก่อนที่จะถามต่อด้วยคำถามชี้ชะตา แล้วมาทำไรแถวนี้

“…” ก็รู้ว่าแหละว่าต้องถามแต่ไม่คิดว่าจะถามเร็วขนาดนี้ คิดไม่ทันนน

นอนบ้านเพื่อน?ปืนสันนิษฐานพร้อมยกคิ้วสงสัย

บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ต้องสงสัยแล้วโดนตำรวจสอบสวนเหมือนกันนะ ดูจากสายตาที่ปืนส่งมาให้สิ T_T ผมไม่ได้ตอบไปทันทีมัวแต่ทะเลาะกับความคิดของตัวเองว่าควรบอกความจริงกับเขาไปดีไหม พอยิ่งทำท่าอึกอักปืนก็ยิ่งส่งสายตาคาดคั้น

เอ่อ...คือ...เอาไงดีๆๆๆ ควรตอบไปว่าไงดีวะ อื้มมม...นะ...นอนบ้านเพื่อนผมตัดสินยอมรับในข้อสงสัยของเขาทั้งที่จริงๆไม่ควรโกหกต่อไปก็ตาม ก็มันพูดไปแล้วนี่ แงงงงง

งั้นหรอปืนไม่ได้สนใจคำตอบผมมากนัก แถมยังดูดชาไข่มุกในมือ รู้สึกโล่งใจไปหนึ่งเปราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อแต่ผมก็ยังชั่งใจมองท่าทีของปืนว่าเขาจะถามอะไรต่อไหม แล้วเจ้าตัวก็ถามต่อด้วยคำถามที่ผมลืมคิดไปเลยแล้วไหนเพื่อนล่ะ

โป๊ะ

เออว่ะ แล้วเพื่อนล่ะ โวยยยยยยย T_T

 เอ่อ...คือ...ให้ตายเถอะ เอ่อ...ไปก่อนแล้ว! ใช่ ไปก่อนแล้ว นี่ตื่นสายไงผมยิ้มแห้งกับคำตอบที่แถไป รอลุ้นปฏิกิริยาคนตรงหน้าว่าเขาจะเชื่อคำโกหกมดเท็จของผมหรือไหม

แต่ใครดูก็รู้ว่ามีพิรุธ เด็กอนุบาลยังดูออกเลย ก็บอกแล้วไงโกหกไม่เนียนนนน กระซิก

อ่าฮะ แทนที่จะปลุกกันนะจะได้ไม่สายปืนพยักหน้ารับแล้วพูดประโยคคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเหมือนเป็นการพูดลอยๆมากกว่า ถ้านอนบ้านเพื่อนจริงก็คงไม่สายหรอกเว้ย ทำได้แค่คิดนั่นแหละความเป็นจริงก็ได้แต่แค่นหัวเราะตามน้ำไป

นี่เขาเชื่อคำโกหกของผมจริงๆน่ะหรอ แต่ก็ดีแล้วแหละ -_-;

ไปเลยป่ะได้โอกาสผมก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้เขาได้ถามอะไรอีก ปืนเออออตามก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปในสถานี เมื่อเขาพ้นที่กั้นผมก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก หวังว่าเข้าไปข้างในจะไม่ถามอะไรอีกนะเพราะว่าวันนี้ผมต้องนั่งรถไฟฟ้าไปโรงเรียนกับเขายังไงล่ะ!

 

ขณะที่รอขบวนรถไฟฟ้าผมก็ได้แต่สงบปากสงบคำผิดปกติ อย่าว่าแต่ชวนปืนคุยเลยแค่พูดสักคำยังไม่อยากพูด ก็แน่ล่ะขืนพูดอะไรไปก็ดูมีพิรุธทั้งนั้นแหละ ส่วนเขาเองก็มัวแต่ก้มกดโทรศัพท์ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับสถานการณ์ตอนนี้ เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงเดดแอร์ แต่ไม่ได้ยินเสียงแอร์แต่อย่างใดเพราะความเป็นจริงเสียงผู้คนในสถานีก็ดังมากพออยู่แล้ว คนเยอะจนทำให้บรรยายดูครึกครื้นเป็นปกติของเช้าวันธรรมดา นี่ขนาดจะเก้าโมงแล้วนะคนยังเยอะอยู่เลย

ระหว่างที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยๆ จู่ๆก็มีคนเดินเข้ามาชนผมทำให้สติกลับคืนมา ตอนแรกก็กะจะหันไปมองแรงอยู่หรอกแต่พอเห็นว่าเป็นคุณลุงก็เข้าใจว่าสายตาแกอาจจะไม่ค่อยดี อีกอย่างลุงเขาก็ขอโทษแล้ว ผมก็เลยไม่ได้จริงจังอะไร  ผมก็เลยหันกลับไปจุดเดิมแล้วสายตาก็พลันเห็นบัตรรถไฟฟ้าคุ้นตาที่ตกอยู่ตรงพื้น ซึ่งเป็นบัตรของผมเองครับ เพราะผมถือมันไว้ในมือไม่ได้ใส่กระเป๋ากางเกง คงร่วงตอนที่คุณลุงเดินชนแหงๆ คิดได้อย่างนั้นผมเลยกำลังจะก้มลงไปเก็บแต่ดันช้ากว่าอีกคนเสียอย่างนั้น

ทำไมชอบทำบัตรร่วงคนตัวสูงตรงหน้าถามขณะยื่นบัตรมาให้

นั่นสิทำไมชอบทำบัตรร่วง -_-;

ขอบคุณนะผมยิ้มแห้งๆให้เขาไป

ระหว่างที่กำลังจะรับบัตรคืนจากมือของปืน สายตาของเราสองคนก็ดันเผลอสบมองกัน เหมือนเกิดภวังค์อะไรบางอย่างที่ทำให้ผมกับเขามองตากันอยู่แบบนั้น มันรู้สึกเหมือน...ครั้งแรกที่เราเจอกัน ใช่ ครั้งแรกที่ผมทำบัตรโดยสารตกขณะกำลังจะออกจากตัวขบวนแล้วเขาก็หยิบบัตรยื่นให้ผม วันนั้นผมก็มองหน้าเขาจากมุมนี้แหละแถมยังเผลอชมว่าเขาหล่อจนไม่รู้ว่าเผลอทำหน้าตลกๆออกไปรึเปล่า ไม่คิดว่าวันนี้เราจะได้รู้จักกัน แต่ยังไงเขาก็ยังดูหล่อไม่ต่างจากวันแรกที่เราได้เจอกันอยู่ดี ก็จริงอย่างที่ปืนว่านั่นแหละทำไมผมชอบทำบัตรร่วงวะ แต่ก็แปลกตรงที่ปืนก็คอยเก็บให้ตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ตลกดีแฮะ

 ดูเหมือนการคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่จะทำให้ผมเผลอมองหน้าปืนนานไปหน่อย พอได้สติก็รีบคว้าบัตรของตัวเองคืน แล้วรีบเก็บบัตรเข้ากระเป๋ากางเกงกันความซุ่มซ่ามของตัวเอง แต่ก็ยังแอบเหลือบมองหน้าคนข้างๆว่าเขามีท่าทีอะไรหรือไหมที่ผมเผลอมองเขาแบบนั้น แล้วก็พบว่าเจ้าตัวทำทีเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างแล้วอยู่ๆปืนก็หันมาพูดกับผม

...ก่อนหน้านี้เราเคยเจอกันป่ะ

คิ้วของผมขมวดเป็นปมทันทีที่ได้ยินคำถามของเขา

ชิบหายล่ะ ความจริงอะไรจะถูกเปิดเผยอีกล่ะ เขานึกอะไรขึ้นได้เนี่ย

อะ...อะไรผมแสร้งทำเป็นสงสัย

...                                                               

...

อย่าบอกนะว่าการที่ผมเผลอคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นมันจะทำให้เขาจำผมได้ บ้า เป็นไปไม่ได้ เขาจะจำได้ยังไงมันเป็นแค่เหตุการณ์สั้นๆเองนะ เขาไม่ยอมตอบผม ผมก็ไม่ได้ถามอะไรกลับ หวังว่าสิ่งที่เขาคิดได้เนี่ย คงไม่ใช่เรื่องคราวนั้น ขอให้เป็นคนหน้าเหมือนที่เดินผ่านกันเฉยๆเถอะ T_T

แต่เดี๋ยวนะ...ที่ผมเจอเขาครั้งแรกก็สถานีนี้นี่!

 

เข้าใจความรู้สึกโจรที่โดนตำรวจจับได้ก็วันนี้แหละ ข้อหาจอมโกหก ฮือออออออ

ใช่ครับ เรื่องที่ปืนหมายถึงคือเหตุการณ์คราวนั้น แอบแปลกใจเหมือนกันนะที่อยู่ๆเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้แล้วเล่าให้ผมฟัง ถามว่าอึ้งไหมตอบเลยมากที่สุด ไม่คิดว่าเขาจะจำได้ แล้วก็หมดหนทางในการแถของผม เรียกได้ว่าถึงทางตันของว่านแล้วครับ T_T

ผมยอมจำนนต่อหลักฐานปากเปล่า ที่ทำให้ผมจำยอมบอกความจริงทั้งหมดไปทื่อๆ ถ้าเป็นในหนังคงมีชั้นเชิงการเฉลยความจริงมากกว่านี้น่ะนะ แต่นี่ชีวิตจริงไง โดนจับได้ก็เล่าความจริงมันตรงๆแบบนี้แหละ (._.) ผมเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นว่าเป็นผมจริง แล้วไอ้ท่าทีแปลกๆที่แสดงออกไปก็อ้างว่าเห็นเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกับปลั๊กเลยตกใจ(ไปเรื่อย) ทั้งที่ความจริงผมอึ้งกับความหล่อของเขาต่างหากถึงกับส่องหาเขาในเพจคิ้วท์บอยเชียวนะซึ่งเรื่องแบบนี้ขอไม่บอกล่ะกัน -_-; แล้วก็จำยอมรับความผิดบอกเขาไปว่าเรื่องบ้านเพื่อนผมโกหก จริงๆเป็นบ้านผมเองซึ่งดูเหมือนข้อนี้เจ้าตัวก็พอรู้อยู่บ้าง ก็บอกแล้วใครจะไปเชื่อคำโกหกกะโหลกกะลาแบบนั้น ส่วนเรื่องที่โกหกเขาเรื่องการกลับบ้านคนล่ะทางก็แอบแถไปอ้างนู้นอ้างนี้ไป ถ้าสารภาพเหตุผลจริงๆไปมันก็จะดูไร้สาระไปหน่อย

ผมสารภาพบาปให้ปืนฟังยาวเหยียดจนเราขึ้นมาบนตัวขบวนรถไฟฟ้า ปืนค่อนข้างตั้งใจฟังพยักหน้ารับบางช่วง ขัดบ้างเป็นการถามระหว่างเรื่อง ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้อะไรขณะที่ผมเล่าไป แต่ดูเหมือนจะคิดผิดเพราะเมื่อเล่าจบหมด เราก็อยู่ในโหมดเดดแอร์ เดดแอร์จริงๆ เพราะปืนไม่ยอมพูดกับผมเลยสักคำ แถมยังหน้านิ่งแบบนั้นอีก นี่เขากำลังโกรธผมที่ผมโกหกเรื่องทั้งหมดใช่ไหม ไม่ได้ตั้งใจนะเว้ยยย ฮือออออ

นี่...ผมเอานิ้วจิ้มไปที่ไหล่ของคนตัวสูง ...โกรธหรอ

...เงียบ

...เฮ้ย ไม่ได้ตั้งใจ

...ก็ยังเงียบ

...ขอโทษษษษ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะเว้ย ยอมรับผิดแล้วไง (._.)” รู้สึกผิดแล้วจริงๆนะเว้ยยยยยย

...แงงงง ก็ยังเงียบ

เข้าใจแหละว่าเป็นเรื่องที่ควรโกรธ ใครมันจะไปคบกับคนขี้โกหกวะ แต่นี่สำนึกแล้วไงเล่า

...ทำไมต้องโกหกว่ากลับคนละทางอยู่ๆปืนก็พูดขึ้น น้ำเสียงนิ่ง

ก็...อย่างที่บอก...แล้วก็ตอนนั้นไม่ค่อยสนิทมั้ง...คือทำตัวไม่ค่อยถูกเห็นไหมไร้สาระจะตาย

...

...

 “อ่าฮะปืนตอบเสียงนิ่งแล้วมองหน้าผม ก่อนที่จะค่อยๆคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปาก งั้นตอนนี้ก็กลับด้วยกันได้แล้วดิ ถือว่าสนิทกันแล้วพูดจบเขาก็ยักคิ้วกวน ทำให้ผมรู้ว่าผมกำลังโดนเขาแกล้งโกรธ

โธ่เว้ย!

ฮ่ะๆ หน้าเจื่อนเลยปืนหัวเราะประหนึ่งผู้ชนะดูสะใจมากที่ได้แกล้งผมสำเร็จ ยังไม่พอเขายังทำท่าล้อเลียนผมอีก อยากจะเอาไม้หน้าสามตีปากแม่ง ยัง...ยังไม่หยุดขำอีก -_-;

อะไรล่ะ ก็คิดว่าโกรธจริง -_-*”ผมตอบไปหน้านิ่งแต่ในใจก็รู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ได้โกรธผมจริงจัง

ใครจะโกรธ แต่ก็ต้องเอาคืนหน่อยป่ะวะ มาโกหกคนอื่นฝ่ายเดียวได้ไงปืนยกยิ้มเจ้าเล่ห์อีกหนึ่งรอบแสดงความเป็นผู้ชนะ เอออออแพ้แล้วรู้แล้วววว

เออออ ก็สำนึกผิดแล้วนี่ไงงงผมทำหน้ายู่ใส่เขาไป

ไม่ร้องๆปืนใช้อำนาจความตัวสูงกว่าเอาแขนมาพาดไหล่ผม ทำทีเป็นเหมือนจะเช็ดน้ำตามให้ผม กวนตีนชะมัด ไม่คิดเลยว่าคิ้วท์บอยบุคลิกนิ่งๆที่เจอกันตอนแรกจะเป็นแบบนี้

จะว่าไปการที่เห็นเขายิ้มแบบนี้ก็มีความสุขดีนะ

ขอโทษนะเรื่องที่โกหกไปอ่ะผมปรับน้ำเสียงให้ดูจริงจังขึ้น ให้ปืนได้รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจโกหกจริงๆ

อื้ม รู้น่า ไม่ซีเรียสหรอกปืนพูดพร้อมยิ้ม

รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจแถมยังรู้สึกอบอุ่นชอบกล

เสียงของข้อความไลน์ดังขึ้น ทำให้ผมละจากการมองคนตัวสูง แล้วก็พบว่าเป็นข้อความจากแก๊งเพื่อนที่ส่งข้อความมาถามว่าผมไม่สบายรึเปล่า เออใช่! ลืมบอกมันไปเลยว่าตื่นสาย ตั้งแต่เจอปืนก็ไม่ได้หยิบโทรศัพท์มาเล่นอีกเลย ผมพิมพ์บอกมันไปว่าเข้าสาย ดีหน่อยที่วันนี้คาบแรกวิชาไม่โหดเท่าไร ผมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วมองที่หน้าปัดนาฬิกาพบว่านี่มันจะสิบโมงแล้ว ก็แหงล่ะกว่าจะได้ขึ้นคนต่อแถวยาวจะตาย ถือเป็นประสบการณ์ล่ะกันว่าไม่ให้ตื่นสายแบบนี้อีก -_-;

เป็นไรปืนถาม

เพื่อนไลน์ตามเฉยๆ

อ่าฮะเขาพยักหน้ารับรู้

แล้วเพื่อนไม่ตามมั้งหรอ สายขนาดนี้แล้วนะผมถามไปเพราะสงสัยจริงๆ ไม่ได้จะกวนตีนเขานะ

มันยังไม่ถึงโรงเรียนกันเลยมั้งเขาตอบหน้านิ่งเหมือนเป็นเรื่องปกติ

ห้ะ! โรงเรียนเอกชนเขาชิวขนาดนั้นเลยหรอ หรือว่าพวกเขากันแน่ที่ทำตัวชิว

แถวบ้านเรียกว่าสาย

งั้นหรอปืนยกไหล่ไม่ได้แคร์กับการกระทำของตัวเองเสียเท่าไร อยากจะถามจริงๆว่าคะแนนความประพฤตินี่ติดลบถึงไหนแล้ว แต่ถ้าถามไปคงเสียมารยาทมากแน่ๆ

ปกติก็ออกเวลานี้หรอ

ประมาณนี้แหละ แต่ไม่เช้ากว่านี้

ถึงว่า... ทำไมผมถึงไม่ค่อยได้เจอเขา ทั้งๆที่อยู่บ้านใกล้กันเดินทางผ่านรถไฟฟ้าเหมือนกัน เพราะผมไปโรงเรียนเช้ากว่าเขายังไงล่ะ มีก็แต่วันนี้แหละที่ดันตื่นสาย

อะไรผมหันไปมองปืน สงสัยเมื่อครู่คงรำพึงกับตัวเองดังไปหน่อย

ปละ...เปล่า แล้วลงสถานีไหนผมเปลี่ยนคำถาม

เขามองป้ายสถานีในตัวขบวนพักนึงก่อนที่จะหันมาตอบผม ป้ายหน้า

ตามจริงผมก็พอรู้แหละว่าเขาต้องลงที่ไหน โรงเรียนเขาออกจะมีชื่อเสียงใครไม่รู้จักก็แปลก ผมพยักรับคำตอบของปืน ไม่นานเสียงแจ้งบอกสถานีก็ดังขึ้นแสดงว่าอีกสักพักก็ถึงสถานีที่ปืนต้องลงแล้ว

ไปล่ะปืนหันมองพูดกับผมเมื่อตัวขบวนเข้าบริเวณสถานีที่เขาลง

โอเค ตั้งใจเรียนล่ะ

อื้ม เหมือนกัน ตอนเย็นเจอกันปืนยกมือลาตามฉบับของเขา

เจอกันผมยกมือลาเขาบ้าง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไป

จะว่าไปการนั่งรถไฟฟ้ามาพร้อมปืนก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เผลอๆกลับดีกว่าที่คิดด้วยซ้ำ ไม่รู้สิคงไม่ต้องฟังเพลงเดิมๆจากหูฟังแล้วเหม่อมองไปทางหน้าต่าง แต่คงมองหน้าปืนแทน...

บ้า กำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย ช่างมันเถอะ เพ้อเจ้อจะตายเนอะ -_-;

เสียงข้อความจากไลน์ดังขึ้นอีกครั้ง เดาได้เลยว่าคงไม่ใช่ใครนอกจากแก๊งเพื่อนอีกตามเคย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะว่าจะรายงานมันว่าอีกไม่กี่สถานีผมก็จะถึงที่หมายแล้ว แต่เมื่อเปิดข้อความดูก็ชะงักไปพักนึงเมื่อชื่อของคนส่งไม่ใช่รายชื่อแก๊งของผม กลับเป็นคนที่ผมเพิ่งโดนเขาจับโกหกได้ต่างหาก

PUEN : ถึงโรงเรียนแล้วบอกนะ

 

ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มาถึงโรงเรียนเกือบเวลาพักกลางวัน ให้ตายเถอะ ตามจริงผมมาทันคาบเช้าตั้งหนึ่งวิชานะ แต่ถ้าให้เข้าไปเรียนมีหวังเข้าไปโดนด่าฟรีเปล่าๆ สู้มานั่งรอแก๊งเพื่อนที่โรงอาหารรอเวลาพักกลางวันดีกว่า เท่ากับว่าวันนี้ผมไม่ได้เรียนคาบเช้าเลยยังไงล่ะครับ ดูเท่ป่ะ -_-;

ไม่นานก็ถึงเวลาพักกลางวัน เด็กนักเรียนหลายชั้นปีกำลังทยอยลงมากินข้าวรวมถึงกลุ่มเพื่อนผมด้วย นู่นไงมันเดินมากันแล้วครับ คำแรกที่มันทักทายผมคงไม่ใช่คำที่เพื่อนปกติเขาพูดกัน ส่วนมากจะเป็นการด่าว่าทำไมมาสายขนาดนี้ อย่าว่าแต่มันเลยนี่ก็อยากด่าตัวเองเหมือนกัน ถ้าแม่รู้มีหวังโดนด่าไม่ต่างกับที่พวกมันกำลังทำอยู่แน่ๆ พอด่ากันจนหน่ำใจมันก็เดินไปซื้อข้าวตามปกติ มันเป็นเรื่องที่ผมควรชินใช่ไหม

ระหว่างที่เรากินข้าว ผมก็ได้แต่ถามผองเพื่อนว่าคาบเช้าเรียนอะไรบ้าง มีการบ้านไหมตามภาษาคนมาสาย แล้วคำตอบที่ได้ก็ทำให้ผมสบายใจมาก เพราะคาบเช้าไม่มีการบ้านอะไรมีเก็บคะแนนเล็กๆน้อยๆไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเลยทำให้ผมโล่งอกที่ไม่ได้เสียผลประโยชน์อะไรมาก

ว่าแต่มึงเถอะ อะไรทำให้สายเบอร์นี้ข้าวเจ้าพูดขึ้น

ตื่นสายยยผมตอบไปตามสัตย์จริง

ทำไมตื่นสายข้าวเจ้าถามต่อ

นี่มันเป็นแม่คนที่สองของผมรึเปล่าครับ -_-;

สงสัยเมื่อคืนปั่นรายงานดึก แถมนาฬิกาก็ไม่ปลุกอีกผมแอบบ่น

น่ะ แล้วทำไมไม่บอก จะได้ช่วยกันโทรปลุก -_-” ข้าวเจ้าบ่น

เออ มึงเนี่ยชอบเป็นแบบนี้เปรมบ่นต่อ

น่าจะบอกนะ เราตื่นเช้าอยู่แล้วแพรวบ่นตาม

เอากันเข้าไป ไม่มีที่ยืนในสังคมแล้ววววว

เออออ คราวหลังจะบอกผมตอบปัดๆไป แต่ในใจก็แอบรู้สึกดีนะที่มีเพื่อนอย่างพวกมัน จะมีเพื่อนที่ไหนบ่นเป็นห่วงเสมือนคนในครอบครัวแบบนี้

ดีมาก แต่ประเด็นหลักที่จะพูดคือมึงพลาดมาก เมื่อเช้าอีเปรมจ้านางเฟซไทม์กับผู้ชายยย...อ่า รู้สึกพลาดจริงๆด้วย ...แล้วคือคนนี้นางบอกจะจริงจังด้วยนะจ๊า

ดูเหมือนข้าวเจ้ามันจะพูดต่อแต่ก็โดนเจ้าของเรื่องที่ถูกแฉนั้นเอามือปิดปากเสียก่อน

อีข้าว! มึงจะเสียงดังไปมะ ให้เขารู้กันทั้งโรงอาหารเลยรึไง -///-

เอาแล้ววว แปลว่าเรื่องที่ข้าวเจ้าพูดมาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงสินะ หึๆ รู้อย่างนี้จะไม่ตื่นสายเด็ดขาดอยากเห็นผู้ชายที่มันคุยจัง เปรมมันเป็นคนที่จะออกสาวหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับรักการแต่งหญิง ประทินผิวด้วยเครื่องสำอางค์ตลอดเวลาหรอกนะ หน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึงตลาดแบบมันหาแฟนได้ง่ายกว่าผมเยอะ ไม่งั้นมันจะมีผู้ชายมาไม่ขาดสายหรอ

ไหน แถลงการณ์สิผมเริ่มปฏิบัติการสอเกือกใส่เปรมทันที

กลุ่มเราเป็นแบบนี้ล่ะครับ มีอะไรก็จะเล่าให้กันฟังตลอดหรือไม่ก็โดนจับได้เลยต้องเล่า(เช่น เรื่องของเปรม) ไม่ว่าจะเรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ เรียกได้ว่าคุยกันได้เกือบทุกเรื่อง ใจความที่ได้รู้มาก็คือเปรมมันกำลังคุยกับเด็กโรงเรียนข้างๆเนี่ยแหละ รูปที่เอามาให้ดูก็หน้าตาดีเลยทีเดียวขาวตี๋ตามสเป็กมันนั่นแหละ คนนี้มันบอกว่าขอดูๆกันไปก่อน สงสัยจะจริงจังจริงๆแฮะ เพราะปกติมันไม่ได้คิดจะคุยกับใครจริงจังแบบนี้มานานแล้ว

เพื่อนจะมีผัวเป็นตัวเป็นตนล่ะเว้ยผมแซวเปรมมันตอนพูดจบ

เอิ่ม...ขอใช้คำว่าคนคุยไปก่อนนะ ยังไม่เรียกว่าแฟนเปรมทำทีโลกสวยประหนึ่งแต้วกำลังตอบสัมภาษณ์นักข่าวทีเล่นทีจริงตามประสามัน โอ้ย เห็นละหมั่นไส้มันอ่ะ

ว่าแต่มึงเถอะว่าน หายขาดรึยังข้าวเจ้าแทรกขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผมขมวดคิ้วงงกับคำถามของมัน ก็เห็นถามแต่เรื่องอีเปรม อาการเฮิร์ทของมึงอ่ะ หายขาดยัง

การขยายความของมันทำให้ผมบรรลุถึงคำถามเลยครับ แล้วทำไมไม่ถามอย่างนี้ตั้งแต่แรกล่ะ คนยิ่งเข้าใจอะไรยากๆอยู่ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าการคุยเรื่องเปรมมันวกกลับมาที่เรื่องผมได้ยังไง พอมันถามเสร็จทุกคนในกลุ่มก็เงียบลงทันทีแสดงถึงความจริงจังระดับหนึ่ง ดูเหมือนว่าเพื่อนๆอยากจะทราบอาการของผมเต็มที ดูจากสายตาที่มันมองมากัน

อะไรเนี่ย อยู่ๆก็มาเรื่องกู

ตอบมาเปรมเค้นต่อ

อะ...เออ ไม่ได้เฮิร์ทแล้ว

แน่ใจ?” ข้าวเจ้ากับเปรมถามย้ำอย่างจับผิด เอาจริงๆก็หายเฮิร์ทแล้วล่ะแต่ถ้ามันถามย้ำมากๆจะกลับมาเฮิร์ทอีกรอบแล้วนะโว้ย -_-;

เออออดิ ไม่งั้นเฟซบุ๊คกูก็แชร์แต่เพลงเศร้าแล้วสิ

ดีแล้วแหละว่าน อย่าไปจมปลักกับคนแบบนั้นเลยแพรวเสริมด้วยน้ำเสียงแม่ชีสอนธรรมมะ แต่ตอนที่ผมเศร้าก็มีมันนี่แหละ ที่เตือนสติผมได้หลายเรื่องเหมือนกัน

จากการวิเคราะห์ของหมอเปรม...ถือว่ามึงไม่ได้โกหกเปรมมันเอามือมาจับหน้าสำรวจไปมาเหมือนผมกำลังเข้าพบหมอเพื่อทำศัลยกรรมยังไงยังงั้น คุณหมอข้าวว่าไงจ้ะน่ะ มันยังเล่นต่อ

ดูจากใบหน้าคุณว่านแล้ว ดิฉันคิดว่าโอเคขึ้นค่ะ รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากการนอนดึก ไม่ใช่การร้องไห้อย่างบ้าคลั่งค่ะโอ้โห้ มันจะเก่งเกินไปไหมน่ะ ไปแอบเรียนหมอกันมาตอนไหนหรอ -_-; “คุณหมอแพรวว่าอย่างไรบ้างคะอ่ะ ยังไม่จบอีก พาดพิงไปถึงแม่พระประจำกลุ่มอีก

อะ...เอ่อ...แพรวมันชี้นิ้วเข้าหาตัวเองประมาณว่าต้องเล่นด้วยหรอ ...ดิฉันดูจากการสภาพร่างกาย บริเวณใบหน้า และการตอบคำถามของคุณว่านไม่ได้มีความกังวล ดูสดใสมากขึ้น ถือว่าอาการอยู่ในระดับดีเลยค่ะคุณหมอทั้งสองท่าน

...

ผมได้แต่อ้าปากค้างหลังจากแพรวมันพูดจบ ไม่คิดว่ามันจะกล้าเล่นแถมเล่นใหญ่กว่าข้าวเจ้ากับเปรมอีก ดูท่าพวกมันสองคนก็คงเหวอไม่ต่างจากผม งานนี้เปรมคงต้องยอมยกธงขาวให้แพรวแล้วล่ะ ฮ่าๆ ที่จริงผมควรขัดการเล่นไร้สาระของมันแต่ก็ดันยอมเล่นกับมันด้วย ไม่รู้สิ ก็ตลกดี ไม่คิดว่าจะหาเพื่อนไร้สาระเท่านี้ได้ที่ไหนอีก

จะว่าไปช่วงหลายวันที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้ฟังเพลงเศร้าอะไรแล้วนะครับ ชื่อของปลั๊กก็แทบไม่ได้อยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำ คงมีแต่การปั่นรายงาน แล้วก็...ปืนนี่แหละ ที่วนเวียนในหัวของผม

พูดถึงปืน...ตามจริงควรบอกเรื่องวันหยุดที่ผ่านมาให้พวกมันฟังเป็นการอัพเดท เพราะที่ผ่านมาผมแทบไม่ได้คุยกับพวกมันในไลน์เลย มันคงคิดว่าผมปั่นรายงานเลยไม่ได้เม้าท์อะไรกันมาก เอิ่ม...เอาไงดี

เออมึง...คือ...

เหมือนสายตาของความอยากรู้อยากเห็นกำลังจ้องมาที่ผมถึงสามคู่!

เมื่อวันก่อนนู้น...ผมบอกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ...ปืนเขาชวนกู...ไปซื้อของเป็นเพื่อนอ่ะพูดไปแล้ว! ยอมรับชะตากรรมเว้ย โดนด่าก็โดน แงงง

...ปืน?แพรว

...ปืนไหนวะเปรม

...อ่อ ปืนข้าวเจ้า

...

...เดี๋ยวนะ!! ปืนที่นั่งข้างมึงที่เรียนพิเศษอ่ะนะข้าวเจ้าเสียงสูง ผมพยักหน้ารับน้อยๆ ...ปืนคิ้วท์บอยอ่ะนะ!!” ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับอีกตามเคย

อีว่าน!!!” เหมือนมันประสานเสียงเรียกชื่อผมกันอ่ะ แงงง

 

เรียกได้ว่าคาบบ่ายผมแทบไม่ได้เรียนเลยครับ เพราะอะไรรู้ไหมก็ไอ้เพื่อนเนี่ยแหละครับ ไม่น่าเล่าเรื่องปืนให้แม่งฟังเลย ถามซอกแซกอยู่นั่นแหละ สำนักข่าวไหนส่งตัวมาสัมภาษณ์รึไง T_T

ผมเล่าเรื่องปืนตั้งแต่ที่เขาชวนผมไปซื้อหนังสือเป็นเพื่อน ไม่สิ แค่ไปยืนดูเขาจ่ายเงินเฉยๆมากกว่า แล้วเราก็กินข้าวกัน แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดยิบย่อยมากหนัก อะไรเล่าได้ก็เล่าให้พวกมันฟังแต่พอเล่าไปก็โดนด่าว่าเป็นสัตว์มีนอบ้าง เป็นผงผัดสีเหลืองบ้าง -_-; แต่ก็นั้นแหละต้องชิน ส่วนที่พีคคือตอนที่ผมเล่าเรื่องบ้านของผมกับบ้านของปืนอยู่ตรงข้ามกัน เรื่องนี้ข้าวเจ้ากับเปรมนี่ดูจะเหลือทน มันแทบจะกระชากหัวผมทุบโต๊ะ ว่านโดนทำร้ายยยย (แต่ผมไม่ได้เล่าหรอกนะว่าเมื่อเช้ามาพร้อมปืน มีหวังไม่มีชีวิตรอดแหง)

ตอนแรกก็นึกว่าจะด่ากันอย่างเดียว ที่ไหนได้ยังมีหน้ามาเห็นดีเห็นงามกับการกระทำของเพื่อนอีก มันชมบอกว่าผมอ่อยเก่งและเนียนดี (มันคือคำชมใช่ป่ะวะ) อยากจะสวนกลับแต่พอคิดย้อนไปเราก็แอบอ่อยเขาเหมือนกันนะ -_-; แค่นั้นยังไม่พอมันยังวิเคราะห์อาการว่าผมเนี่ยเริ่มชอบปืนเข้าแล้ว (ก็เออยอมรับบางครั้งก็มีแอบคิดบ้างเลยไม่กล้าเถียงพวกมัน แต่ก็แว๊บเดียวจริงๆนะเพื่อนก็คือเพื่อน -//-) แถมยังบอกกันอีกนะว่าปืนก็ชอบผมเหมือนกัน จะบ้าตาย มันจะเป็นไปได้ไงอย่างปืนเนี่ยนะจะมาชอบผม เหมือนฟ้ากับหญ้าแพรกยังไงยังงั้น  ไม่มีทาง เขาก็แค่เฟรนด์ลี่เท่านั้นแหละ

....

 

เฮ้!”

ผมหลุดจากภวังค์เมื่อครู่กลับคืนมาสู่ความเป็นจริง เมื่ออยู่ๆมือจากไหนก็ไม่รู้มาโบกไปโบกมาอยู่ตรงหน้าผม มัวแต่คิดถึงคำพูดของพวกข้าวเจ้ามันแน่ๆ ถึงได้เหม่อลอยขนาดนี้

เหม่อไรเนี่ยเจ้าของมือหนาถามขึ้น

ปละ...เปล่า คิดอะไรไปเรื่อยผมแก้ตัวไป ขณะที่คนตัวสูงกำลังนั่งประจำที่ของตัวเอง

อ่ะ ให้ปืนยื่นถุงที่ด้านในบรรจุขนมคุ้นตามาทางผม มันคือขนมเขียวของโปรดของผมครับ

ซื้อมาทำไม เกรงใจไม่ได้อยากจะเสียมารยาทนะ แต่เกรงใจจริงๆ

คนอุตส่าห์ซื้อมาฝาก เอาไปเหอะน่าปืนยังคะยั้นคะยอเอาถุงขนมยื่นมาให้

อ่า ก็ได้ แต่ต้องกินด้วยกันนะ

อื้มมมผมรับถุงจากมือเขา ก่อนที่เจ้าตัวขำน้อยๆกับการต่อรองของผม ก็มันเงินเขานี่จะให้กินคนเดียวได้ไง

คิดไงซื้อมาฝาก

เดินผ่านร้านแล้วนึกถึง ก็เลยซื้อมาฝาก

คำพูดของปืนเป็นคำพูดธรรมดา แต่มันกลับทำให้เผลอยิ้มออกมาจนเกือบกลั้นไม่ทัน จะมีสักกี่คนที่เห็นร้านหรือสิ่งของแล้วนึกถึงคนๆหนึ่งขึ้นมา อืม...ก็น่ารักดี

จากการดูซีรี่ส์ของกู ปืนเขาก็แอบอ่อยมึงอยู่นะ

จริง ถ้าผู้ชายเขาไม่ชอบ เขาจะทำเป็นอยู่ใกล้ๆมึงทำไม

ใช่ จากที่ฟังเซ้นท์เราก็บอกนะว่าปืนชอบว่าน

...ปืนชอบว่าน

...ปืนชอบว่าน

 

...ปืนชอบว่าน

โว้ยยยยยย จู่ๆคำพูดของไอ้พวกนั้นก็ลอยขึ้นมาในภวังค์ความคิดของผม อะไรกันเนี่ย ปืนก็แค่ซื้อขนมมาฝากเองนะ เขาก็แค่เฟรนด์ลี่มันจะทำให้ผมคิดไปไกลแบบนี้ไม่ได้ อย่าเอาคำพูดพวกมันมามโนเชียว แล้วทำไมคำพูดของพวกมันถึงมีอิทธิพลขนาดนี้ล่ะ จะเป็นไปได้ไงว่าน ระดับคิ้วท์บอยแบบปืนจะมาชอบเราเนี่ยนะเป็นไปไม่ได้ พอๆเลิกคิด เพ้อเจ้อ! T_T;


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              9/06/2017

 

ตามจริงตอนนี้ต้องอัพตอนสิ้นเดือนที่แล้ว
แต่เราสมองไม่ไป เลยพักไว้ก่อน  
T_T
แต่ยังไงก็มาถึงครึ่งทางของเรื่องนี้แล้วน้าาาา แฮร่

ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นการสารภาพบาปต่างๆของว่าน
ต่อหนุ่มคิ้วท์บอยอย่างปืน แทนที่การบอกครั้ง จะดูแย่ลง
แต่ไม่ไช่จ้า ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันยิ่งดีขึ้นไปอีกขั้นซะงั้น
คงไม่ใช่แค่กลุ่มแก๊งเพื่อนของว่านเท่านั้นที่คิดว่าปืนชอบว่าน
ใครๆก็คิด บางทีว่านก็รู้แหละว่าชอบปืน แต่แค่ไม่อยากคาดหวัง
(รึเปล่า55555)

PS. ตอน15 ไม่เกินสิ้นเดือนนี้นะครับ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  ได้เลย
คอมเม้นต์ ติชมได้น้า ขอบคุณค้าบบบ



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น