ตอนที่ 15 : Chapter 13.2 : Closer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ค. 60



Chapter 13.2 : Closer

 

หลังจากที่ผมกับปืนกินข้าวกันเสร็จ เราสองคนก็ออกมาจากตัวห้างมานั่งรับลมบริเวณลานน้ำพุตอนเวลาห้าโมงกว่า ถ้าเป็นปกติผมคงไม่บ้าจี้นั่งรับลมตอนเวลานี้หรอกนะครับ แต่เพราะท้องฟ้าตอนนี้เต็มไปด้วยเมฆหนาทำให้บดบังแสงแดดของพระอาทิตย์ยามเย็นอากาศเลยไม่ร้อนสักเท่าไร

ในห้างก็มีที่นั่งป่ะผมแกล้งถามคนชวน

รู้ แต่ไม่เบื่อไง อยู่แต่ในแอร์ปืนสวนกลับ

ก็ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เขาพูดนักหรอก อยู่ที่เย็นๆก็ไม่ชอบ

อ่า

เราสองคนไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากนั้น ต่างฝ่ายต่างมองบรรยากาศรอบข้าง มองน้ำพุที่กำลังเต้นระบำตามจังหวะไปมา จะว่าไปก็เพลินดีแฮะ

ขอบคุณมากเลยนะจู่ๆคนข้างก็พูดขึ้น ผมละสายตาจากน้ำพุมองไปทางเขา

เรื่องอะไร

ก็ที่มาเป็นเพื่อนวันนี้ไง

ตามจริงผมว่าเขามาคนเดียวก็ได้นะ ไม่รู้จะชวนมาให้หัวใจผมทรมานเล่นๆทำไม -_-; อยากจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ก็ตอบได้แค่ อื้ม ไม่เป็นไร

ปืนยกยิ้มให้กับประโยคตอบรับของผม มันเหมือนทำให้หัวใจผมกระตุกเลยรีบหันไปมองอย่างอื่นแทน ทั้งที่จริงๆรอยยิ้มเมื่อครู่มันมีเสน่ห์จนผมอยากจะมองนานกว่านี้ด้วยซ้ำ

ผมเลยหยิบซองปากกาที่เพิ่งซื้อมาขึ้นมาดูแก้เก้อ แล้วก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่าปากกาสีของปืนยังอยู่ที่ผม อ่ะ ปากกาผมยื่นปากกาสีชมพูพาทเทลให้ปืน

เกือบลืมไปล่ะ อย่าว่าแต่เขาเลย ถ้าไม่หยิบดูผมก็ลืมแต่ซื้อมาแค่แท่งเดียวเอง

หมายความว่าไงผมทำหน้างงใส่เขา

ก็อยากได้สีอื่นด้วย แต่เห็นดูรีบๆก็เลยไม่ได้ทัก

เขาไม่ได้คิดจะซื้อแท่งเดียวหรอกเหรอ -_-;

เอ่อ...ขอโทษก็ตอนนั้นมันเขินนี่หว่า

ไม่เป็นไร วันหลังพามาซื้อด้วยแล้วกันปืนยกคิ้วกวน

นี่ผมยังต้องมีหน้าที่พาเขามาซื้อปากกาสีอะไรแบบนี้อีกหรอ ไม่เด็ดขาดไม่เอาหัวใจไปเสี่ยงอีกแล้ว เดี๋ยวให้ยืมเหมือนเดิมก็ได้

ยังไม่ได้ลองเลย ไม่รู้เขียนติดเปล่าปืนพูดขึ้นขัดความคิดผม

ก็ลองสิ

เอามือมาคำพูดมันคือประโยคขอร้องใช่ไหม แต่ทำไมการกระทำมันไม่ขอร้องเลยล่ะ อยู่ๆปืนก็ดึงมือของผมไปไว้ที่หน้าขาของตัวเอง โดยไม่ถามความสมัครใจของผมสักคำ

อะไรเนี่ย -_-;”

ลองปากกาไง

ห้ะ ลองมือตัวเองดิ

ปืนทำเป็นเหมือนหูทวนลมไม่ฟังคำที่ผมบอกไป แล้วใช้ปากกาสีชมพูที่เปิดฝาแล้วเขียนอะไรบางอย่างบนมือของผม ให้ตาย ผมต้องมานั่งให้เขาทำอะไรแบบนี้หรอจะชักมือกลับก็ไม่ทันแล้ว

สีสวยนะเนี่ย

ปืนยกมือที่ถือปากกาขึ้นแสดงว่าการทดลองปากกาบนมือของผมเสร็จสิ้นลงแล้ว ผมเลยมองไปที่ฝ่ามือตัวเองดูว่าเขาเขียนอะไรลงไป

ปืน?” ผมอ่านคำที่ปืนเขียนลงบนฝ่ามือผม

เป็นชื่อของตัวเองเนี่ยนะ

อ่ะยังไม่ทันที่ผมจะหายสงสัย จู่ๆ ปืนก็ยื่นมือเรียวมาไว้ที่หน้าขาของผม ผมหันไปมองหน้าเจ้าตัวด้วยความสงสัยกับการกระทำของเขา

คือไร

ให้เขียนกลับผมไม่เคยคิดว่าคนอย่างปืนจะมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้เลยนะครับ -_-;

ไม่เอาอ่ะ

เขียนไปเหอะ จะได้หายกัน

อะไรของเขาวะ แล้วทำไมไม่เขียนมือตัวเองแต่แรกก็จบแล้วไหม ผมไม่รู้จะเถียงอะไรเลยใช้ปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปที่ฝ่ามือของเขาให้จบๆ

จะว่าไปมือปืนก็นิ่มเหมือนกันนะครับ .__.

เขียนเสร็จผมก็จับมือเขากลับไปไว้ที่หน้าขาของตนเอง ปืนมองข้อความในมือแล้วหัวเราะในลำคอแบบที่ชอบทำ ซึ่งมันโคตรจะเจ้าเล่ห์แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีเสน่ห์แฝงอยู่ แต่มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ผมต้องวิเคราะห์เขานี่ ผมต้องรีบกลับไปทำรายงานต่อนะ ไม่ใช่มานั่งเอ้อระเหยลอยชายแบบนี้ T_T เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมก็แสร้งถามไป

กลับตอนไหน

กลับเลยป่ะล่ะต้องการคำตอบเว้ยไม่ได้ให้มาถามซ้ำ

กลับเลยก็ได้

ใจจริงก็ยังไม่อยากกลับหรอก ขี้เกียจน่ะ เวลาออกจากบ้านแล้วชอบเป็นอย่างนี้ทุกที่ แต่ก็นั่นแหละครับคำว่ารายงานมันลอยอยู่ในหัวผมไปมา

ป่ะปืนพูดพร้อมลุกขึ้นยืน ผมมองการกระทำของเขาอย่างสงสัย กลับพร้อมกันไง

อะ...อ่อ

ผมรับคำพูดของปืนแล้วลุกขึ้นยืนอย่างงงๆ ก่อนที่จะเดินตามเขาไปเข้าสถานีรถไฟฟ้า ทั้งที่จริงผมควรคิดแผนเพื่อไม่ให้ได้กลับพร้อมเขา แต่อยู่ดีๆก็รับคำปืนไปซะงั้น อะไรของมึงวะว่าน!

ในหัวผมพยายามคิดหาวิธีต่างๆเพื่อไม่ให้ได้กลับพร้อมเขา ทั้งที่ตอนนี้ผมกำลังขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาในตัวสถานีแล้วแท้ๆ แงงงงง ไม่ทันแล้วไอ้ว่าน

ทำไรอ่ะ

ผมสะดุ้งเล็กน้อยตอนปืนทัก ขณะที่เรามาถึงบริเวณชานชาลาแล้ว สงสัยเขาคงเห็นผมกำลังทำท่าคิดอะไรอยู่แน่ๆเลย ทำอะไรไม่เคยเนียนเลยยยย อยากไปเรียนการแสดงกับครูเงาะจังครับ -_-

ปละ...เปล่า คิดอะไรเรื่อยเปื่อย

ปืนพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่ผมพูดนัก ก็แน่แหละมันไม่ใช่ความจริงนี่ ระหว่างที่กำลังคุยกันขบวนรถไฟฝั่งปืนไม่สิฝั่งผมด้วยต่างหากก็กำลังแล่นเข้ามาสู่ตัวสถานี ผมเลยแสร้งทำเป็นบอกปืนไป

มาแล้วผมชี้ไปที่รางรถไฟฝั่งเขา

อ่อ โอเค งั้นกลับก่อนนะ

อื้ม

กลับดีๆล่ะ ถึงแล้วบอกด้วย

เหมือนกัน เจอกันผมยกมือโบกเบาๆให้เขา

เจอกันปืนยกมือลาผมกลับ แล้วเดินเข้าขบวนรถที่จอดรอพอดี

รู้สึกดีเหมือนกันนะเวลามีคนบอกว่า ถึงแล้วบอกด้วยแต่เดี๋ยวก่อนมันไม่ใช่ประเด็นที่ผมต้องสนนี่ -_-; ที่ผมต้องรู้สึกดีเรื่องอื่นสิ อย่างเรื่องที่วันนี้ปืนไม่อิดออดเรื่องการกลับ เพราะทุกทีเขาชอบจะรอส่งผม แต่วันนี้กลับไม่ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก ผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยที่จะแถ

วันนี้ทั้งวันผมก็เหนื่อยมากพอแล้ว ไม่ใช่ร่างกายนะครับหมายถึงหัวใจต่างหาก

 

ผมรอรถไฟขบวนต่อไปไม่นานก็ได้ขึ้น กะว่าจะนั่งฟังเพลงแล้วหลับสักงีบแต่ภาพฝันก็สลายลงในพริบตาเมื่อประตูเปิดออก ด้านในเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย โอเคยืนเอาก็ด้ายยย

ผมยืนพิงผนังทางเชื่อมระหว่างขบวนใส่หูฟังเปิดเพลงอย่างที่เคยทำ ก่อนที่จะเข้าแอพพลิเคชั่นรูปกล้องไล่สีหรืออินสตราแกรมนั้นเอง ผมไล่กดหัวใจไปเรื่อยๆแต่ก็สะดุดกับชื่อของแอคเคาน์ที่เพิ่งเลื่อนผ่านเลยกลับขึ้นไปดูใหม่ พบว่าเป็นแอคเคาท์ของปืน สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดตาไม่ใช่รูปที่แต่งเป็นสีขาวดำอย่างที่เคย มันกลับเป็นรูปที่แต่งมีสีแล้วครับ ผมมองรูปกับชื่อแอคเคาท์สลับไปมาเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด  ก็พบว่าเป็นชื่อปืนจริงๆ ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคงเป็นรูปที่เขาลงมากกว่า

PUENGUN_ หิว

มันเป็นรูปจานอาหารในร้านที่เราเพิ่งไปกินกันมา ถ้าเป็นจานเขาคนเดียวก็ไม่อะไร แต่นี่เขาดันถ่ายติดช่วงตัวของผมที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยนิดนึง ไปถ่ายตอนไหนเนี่ยไม่เห็นจะรู้ตัว(ก็แหงล่ะนั่งก้มหน้าขนาดนั้น) ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในอินสตราแกรมของคิ้วท์บอยงั้นหรอ ไม่เคยคิดเลยแฮะ แล้วก็ไม่คิดเลยว่าปืนกล้าลงรูปให้เห็นผม ทั้งที่จริงครอปผมออกก็ได้ ไม่กลัวคนอื่นเขามองว่ามากินข้าวกับผู้ชายอะไรแบบนี้หรอ หรือว่าปกติเวลาปืนกินข้าวกับเพื่อนเขาก็ถ่ายแบบนี้ คงเป็นเรื่องปกตินั่นแหละมั้ง ผมก็คงเหมือนเพื่อนเขาทั่วๆไปแหละไม่ได้พิเศษอะไรหรอก

พอได้ข้อสรุปที่คิดเองเออเองได้เรียบร้อยผมก็จิ้มที่รูปไปสองทีเป็นการกดไลค์ แล้วเลื่อนดูรูปต่อไปโดยพยายามไม่คิดถึงรูปของปืนเมื่อครู่ แต่พอไล่ดูไปอีกสักพักผมก็เห็นชื่อแอคเคาท์ของปืนอีกหนึ่งรอบ (เอาเวลาไหนไปลงเนี่ยห้ะ -_-;) ผมเลื่อนลงมาดูรูปพบว่าเป็นรูปที่มีสีและเป็นสีที่สดใสพาสเทลมาก ไม่ใช่เขาแต่งให้มันดูฟรุ้งฟริ้งหรอกนะ แต่มันเป็นรูปของปากกาสีพาลเทลต่างหาก และหนึ่งในสีของปากกาก็มีสีชมพูพาสเทลที่ผมเลือกให้เขาด้วย ผมกดไลค์อย่างไม่ใสใจนักจนเลื่อนเห็นแคปชั่น

PUENGUN_ รู้สึกดีขึ้นแล้วแหละ

ตามจริงก็ไม่เข้าใจความหมายของแคปชั่นสักเท่าไร เลยเลือกที่จะอ่านคอมเม้นต์ของเพื่อนเขาใต้รู้

เชรดดดดดดดดด

กลับมาสดใสแล้วหรอจ๊ะ

นุ้งปืนคัมแบคล่ะเหวย

หายเศร้าแล้วหรอไอ้น้อง

และคอมเม้นต์อื่นอีกบลาๆ ก็พอสรุปได้คร่าวๆว่าเพื่อนเขาคงตื่นเต้นไม่ต่างจากผมที่เห็นปืนลงรูปที่มีสีสันแบบนี้ แล้วแคปชั่นที่บอกว่ารู้สึกดีขึ้นแล้วหมายความว่าก่อนหน้านี้เขาเศร้างั้นหรอ?

ช่างมันเถอะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมนี่ -_-;

ผมเลยเลือกที่จะเลื่อนผ่านไปดูอย่างอื่นต่อ จู่ๆแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้น ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกเพื่อนๆที่ทักมาถามความคืบหน้าของรายงาน เพราะวันนี้ผมบอกพวกมันว่าปั่นรายงานอยู่บ้าน -_-; แต่เปล่าครับเป็นข้อความของบุคคลที่เพิ่งแยกกันเมื่อสักครู่ จะว่าไปผมก็ชินการคุยไลน์กับปืนแล้วนะครับ แหะๆ

PUEN : ขึ้น BTS ยัง

WAN : ขึ้นแล้ว

ปืนส่งสติ๊กเกอร์แทนคำตอบรับ ผมส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับไปแล้วก็คิดว่าบทสนทนาจะจบลงแค่นั้น แต่เปล่าครับปืนยังส่งข้อความมาอีก แล้วที่ทำให้อึ้งกว่าข้อความคือรูปภาพที่เขาส่งมากต่างหาก

PUEN : ถึงแล้วบอกด้วย

PUEN : ไม่ใช่หลับเลย 5555555

PUEN : (ส่งรูปภาพ)

เชี่ยยย อายครับ บอกได้คำเดียวว่าอาย T//T

ไม่ต้องงงครับว่าผมอายอะไร ผมอายรูปตัวเองที่เขาส่งมา อ่านไม่ผิดครับปืนส่งรูปผมมาแล้วหน้าตาในรูปมันเลวร้ายมากเพราะผมกำลังอ้าปากหาวยังไงล่ะ แงงงงง ต้องเป็นในร้านอาหารแน่เลย ว่าและทำไมแม่งหัวเราะแปลกๆไม่ได้แค่เห็นว่าหาวสินะ ดันเก็บเป็นไฟล์ภาพมาด้วย ทำร้ายกันเกินไปแล้วววว

นี่ผมทำอะไรให้ปืนเขาโกรธรึเปล่าครับ -_-

ปกติเคยโดยแต่ไอ้พวกข้าวเจ้าแกล้ง แต่ไหงผมกลับโดนคิ้วท์บอยแกล้งล่ะครับ ถ้าเป็นพวกเพื่อนผมแกล้งคงไม่อายเท่านี้แถมจะเอารูปมาสู้กับมันด้วย แต่นี่เป็นปืนไง! ผมไม่คิดว่าเราจะสนิทกันขนาดที่ปืนแอบถ่ายรูปหลุดของผมแล้วเอามาแกล้งแบบนี้ แล้วผมจะเอาไรสู้ล่ะ ปืนมีรูปหน้าแย่ที่ไหน ไม่ยุติธรรม!

ผมส่งสติ๊กเกอร์หน้าหมีโกรธไปให้เขาแทนความรู้สึก

WAN : (สติ๊กเกอร์)

PUEN : ล้อเล่นนนน5555555

WAN : ไม่ตลกเว้ยยยย

PUEN : โอ๋ๆ

WAN : ลบบบบ -_-

PUEN : (ส่งรูปภาพ)

PUEN : ดีกันนนน

ผมที่กำลังจะพิมพ์โวยวายใส่เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรูปที่เจ้าตัวส่งมา มันเป็นรูปหน้าปืนเซลฟี่ทำหน้ากวนกับการยกนิ้วก้อยขึ้นมา ดูจากบรรยากาศรอบๆมันเป็นตัวขบวนรถไฟฟ้า แปลว่าเขาถ่ายรูปนี้สดงั้นหรอ พอเห็นรูปเหมือนผมถูกหมดสะกดให้มองมันอยู่อย่างนั้น คำที่กำลังจะพิมพ์ส่งไปกลับหายไปจากความคิด คนบ้าอะไรทำหน้าแบบนั้นยังหล่อ

ไม่ได้! ห้ามใจอ่อนกับเขาเด็ดขาด!

WAN : เอออ อย่าให้เอาคืนบ้างล่ะกัน

ผมตอบกลับไปแค่นั้น -_-; ก็ไม่ได้ใจอ่อนนะ แค่ความรู้ที่อยากพิมพ์โวยวายตอนแรกมันหายไปกับรูปที่เขาส่งมาแล้วนี่

PUEN : (สติ๊กเกอร์โคนี่ทำตาปิ๊งๆ)

PUEN : (ส่งรูปภาพ)

แต่เหมือนผมคิดผิดมากที่ยอมปืนไปแบบนั้น เพราะมันเอารูปหาวของผมส่งมาอีกรอบแล้วรอบนี้เป็นการซูมมากขึ้นด้วย โวยยยยยไม่รู้จะด่าว่าอะไรแล้ว -*-

ผมที่กำลังจะพิมพ์ด่าไป ก็โดนคนทางนู้นเปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น เหมือนรู้ว่าผมต้องกำลังจะโจมตีกลับก็เลยใช้อาวุธป้องกันเข้าสู้ ซึ่งมันก็ป้องกันได้จริงๆครับเพราะผมก็ดันยอมเปลี่ยนเรื่องตาม ขืนพิมพ์สู้เขาไปก็เท่านั้น ก็แน่แหละผมไม่เคยชนะอะไรปืนอยู่แล้ว รอคราวหน้าแล้วกัน ผมไม่ยอมแน่ -_-;

PUEN : ปากกาดีนะ

WAN : ปากกาสีอ่ะนะ

PUEN : อื้มม

PUEN : (ส่งรูปภาพ)

ปืนส่งรูปมือของเขาที่มีตัวอักษรสีชมพูเขียนไว้ตัดกับสีผิวขาวของเขาอย่างเด่นชัด

PUEN : ชื่อว่านยังติดอยู่ที่มืออยู่เลย

ผมกดจิ้มดูรูปมือที่เขาส่งมาเป็นรูปใหญ่ ก็พบว่าชื่อของผมยังติดอยู่ที่มือของเขาจริงๆด้วย ดูเสร็จผมก็หงายฝ่ามือตัวเองดูบ้าง แล้วก็ผมว่าตัวอักษรสีชมพูจากปากกาแท่งเดียวกันยังอยู่เช่นกัน

อื้ม ปากกาดี เพราะคำว่าปืนก็ยังติดที่มือของผมเหมือนกัน

 

เพลงในโทรศัพท์ถูกรันมาถึงประมาณกลางเพลย์ลิสแสดงให้เห็นว่าถึงสถานีบ้านผมแล้ว (ใช้เพลงเป็นการคำนวณการเดินทาง) ผมเดินออกจากตัวสถานีตามปกติ แต่จู่ๆบัตรโดยสารก็ดันล่วงจากมือขณะที่ผมกำลังถอดหูฟังเก็บใส่กระเป๋ากางเกง ผมเลยก้มลงเก็บแต่ดูเหมือนจะช้ากว่าคนตรงหน้าที่เดินมาเก็บให้ผมเสียก่อน ผมรับบัตรคืนแล้วกำลังจะขอบคุณเขาแต่ก็ต้องสตั้นไปหลายวิ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่ดันเป็นคนที่ผมพยายามหลบการกลับด้วยมาตลอดแล้วทำไมถึงได้เจอกันจังๆแบบนี้ล่ะ

ไหนบอกในไลน์ถึงบ้านนานแล้วไง มาทำอะไรตรงนี้! T_T

อ้าวปืนร้องทัก

...แหะผมแค่นหัวเราะใส่คนตรงหน้า ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี เหมือนกำลังทำความผิดแล้วโดนจับได้ยังไงยังงั้น

มาทำไรแถวนี้

ชิบหายล่ะ คำถามมหาภัย ฮือออออ

เอ่อ...คือ...ทุกอย่างมันเร็วมาก เร็วจนผมคิดการแถไม่ออก บวกกับสายตาของปืนที่จ้องหน้าผมราวกับเครื่องจับเท็จ ยิ่งทำให้ผมไปต่อไม่ถูก เอ่อ...มาบ้านเพื่อน

ไม่เห็นบอก บ้านเพื่อนอยู่แถวนี้หรอปืนขมวดคิ้วดูไม่ค่อยเชื่อที่บ้านเพื่อนผมอยู่แถวนี้ ก็แน่สิความจริงมันคือบ้านผมเองนี่

อะ...อื้มเหงื่อตกแล้วจ้า แต่ก็ยังทำทีใจดีสู้เสืออยู่ เพื่อไม่ให้เป็นมีพิรุธ แล้วมาทำไรแถวนี้ผมถามปืนไปด้วยท่าทีพยายามปกติที่สุด

กลับบ้านดิ ก็บ้านอยู่แถวนี้ปืนไม่พูดเปล่า เขาชี้นิ้วบอกพิกัดบ้านของตัวเองด้วย เป็นคำตอบที่ชัดเจนมากโดยไม่ต้องมีการขยายความใดๆ ซึ่งตรงเขาชี้ไปนั้นมันคือหมู่บ้านเดียวกับที่ผมเคยสันนิษฐาน(หลอกตัวเอง)ว่าเป็นบ้านเพื่อนเขา แต่เปล่าครับมันเป็นบ้านของเขาเอง...

ช็อค

ที่เขาบอกว่าถึงบ้านนานแล้วก็ไม่ผิดสินะ ก็บ้านเขาอยู่แถวนี้นี่ แล้วก็แสดงว่าบ้านเราอยู่ตรงข้ามกันจริงๆงั้นหรอ T_T

ระ...หรอ บังเอิญจัง

เออ บังเอิญปืนพูดน้ำเสียงนิ่งเหมือนไม่ได้คิดอะไร แถมยังดูดชาไข่มุกในมืออีก ผมมองชาไข่มุกในมือเขาแล้วก็พบว่ามันคือคำตอบว่าทำไมเขาถึงเจอผม ทั้งๆที่ขบวนเขามาถึงสถานีก่อนแท้ๆเพราะปืนมัวแต่ซื้อไอ้ชาไข่มุกนี้แน่ๆ

โคตรซวย! วันหลังจะกลับขบวนถัดไปสักห้าขบวนเลยเป็นไง

กินป่ะปืนคงเห็นผมมองชาไข่มุกในมือ เขาเลยยื่นแก้วมาตรงหน้าผม

ยังมีหน้ามาชวนอีก ไม่กินเว้ยยยยยย

ไม่เป็นไร งั้นกลับบ้าน...หมายถึงไปบ้านเพื่อนก่อนนะ

โอยยยยไอ้ว่านจะรอดไหม การที่รู้ว่าบ้านปืนอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านตัวเองนั้น การใช้ชีวิตยากขึ้น 90% ปกติก็ยากอยู่แล้วนะ ยากกว่าเดิมอีก รู้อย่างนี้ไม่น่าสร้างเรื่องแต่แรกเลย ฮือออออ


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              23/05/2017

 

พาร์ทที่2 ของตอน13 มาแล้ววว
มาเลทนิดนึง แฮะๆ แต่ไม่รู้มีคนรอไหม เพราะพาร์ทแรก
ไม่มีคอมเม้นท์ เลยไม่รู้ฟิดแบค
55555

เป็นเหตุการณ์การต่อเนื่องเนอะ จากพาร์ทที่แล้ว
ตอนนี้เหมือนตอนที่ทั้งสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น
โดยการอ่อยซึ่งกันและกัน
(?) 555555555

PS. ตอน14 ไม่เกินสิ้นเดือนนี้นะครับ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  ได้เลย
คอมเม้นท์ ติชมได้น้า ขอบคุณค้าบบบ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #21 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 03:38
    รู้แล้วแอบเนียนป่ะเนี่ยปืน
    #21
    0