ตอนที่ 14 : Chapter 13.1 : Shake

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 พ.ค. 60



Chapter 13.1 : Shake

 

พอถึงเวลาเลิกเรียนที่รอคอยผมก็เตรียมตัวเก็บของกลับบ้านทันที ส่วนเพื่อนโต๊ะข้างๆอย่างปืนเขาขอตัวกลับก่อนไปสักพักแล้วบอกว่าไปซื้อของอะไรสักอย่าง ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับผมหรอกแล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย รู้แค่ว่าวันนี้ไม่เหนื่อยที่ต้องหาเรื่องโกหกหนีเขาเพื่อกลับคนเดียวก็พอแล้ว ระหว่างที่ผมกำลังนั่งรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางกลับ จู่ๆข้อความไลน์ก็แจ้งเตือนขึ้น ผมมองหน้าจอแล้วก็พบว่าเป็นข้อความจากบุคคลที่เพิ่งแอดเฟรนด์ผมมาเมื่อเย็น ก่อนที่ผมจะเปิดอ่านความรู้สึกระแวงก็เกิดขึ้น ที่ปืนทักมาเพราะเห็นเราบนนี้หรือเปล่าวะ เมื่อมีคำถามผมก็มองหาคำตอบทันทีโดยการหันซ้ายแลขวามองไปรอบๆตัว แต่ก็ไม่พบบุคคลต้องสงสัย ผมจึงกลับมาเปิดข้อความที่เขาส่งมาพบว่าการระแวงของผมเป็นการคิดไปเอง -_-; ข้อความที่เขาส่งมาไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ผมคิดแต่อย่างใด

PUEN : ทำไรอยู่

ถึงข้อความที่เขาส่งมาจะไม่ใช่ข้อความประมาณว่า ทำไมกลับทางนี้ล่ะหรือ หันมามองขวาดิและอื่นๆเทือกๆนั้นก็ตาม แต่มันก็ทำให้แปลกใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ผมค้างที่แป้นพิมพ์อยู่สักพัก ไม่รู้ว่าควรส่งข้อความลักษณะไหนไปให้เขา

WAN : กำลังกลับ

PUEN : อ่อ

ไม่นานข้อความที่ผมพิมพ์ไปก็ถูกอ่านและถูกตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการตอบรับแบบสั้นๆที่ทำให้ไปต่อไม่เป็น ผมเลยใช้คำถามที่เขาถามผมตอนแรกพิมพ์ถามไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท

WAN : แล้วทำไร

PUEN : รอแท็กซี่

WAN : อ้าว ไม่ได้กลับบีทีเอสหรอ

PUEN : ของที่ซื้อมาเยอะ ขี้เกียจเบียดคน

WAN : อ่อ งั้นหรอ กลับดีๆ

ข้อความของผมถูกอ่านอย่างรวดเร็วเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่มีการพิมพ์ตอบกลับ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรที่เขาอ่านแล้วไม่ตอบข้อความผม ถ้าสมมุติข้อความสุดท้ายเป็นของปืนผมคงต้องหาเรื่องคุยให้จบที่ผมให้ได้อยู่ดี -_-; ผมเลยคิดว่าคราวนี้คงจบบทสนทนาของเราเรียบร้อยแล้ว แต่เปล่าเลยครับไม่นานแจ้งเตือนไลน์ก็เด้งเป็นชื่อปืนอีกครั้ง

PUEN : โทษที เพิ่งได้ขึ้นแท็กซี่

PUEN : คุยเป็นเพื่อนหน่อยดิ

PUEN : เข้าใจอารมณ์ตอนอยู่บนแท็กซี่คนเดียวใช่ป่ะ

ผมสตั้นกับข้อความที่เด้งรัวๆล่าสุดของปืนไป2-3วินาที ก่อนที่ผมจะพิมพ์ตอบเขาไป

WAN : เอางั้นหรอ

ผมก็เข้าใจความรู้สึกเขานะ แต่คือ...คุยเป็นเพื่อนกับคิ้วท์บอยเนี่ยนะ มันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ถึงจะเคยคุยกับเขาต่อหน้าก็จริง แต่นี่เรากำลังคุยกันผ่านตัวอักษรเป็นข้อความ ผมต้องจินตนาการถึงหน้าเขาว่ากำลังทำอะไรอยู่ตลอดเวลาที่พิมพ์คุยกันงั้นหรอ แงงง ไม่ชินเว้ยยย

 

ได้แต่โวยวายในใจสุดท้ายผมก็คุยกับเขาอยู่ดี เราคุยกันเรื่องต่างๆไปเรื่อยเปื่อย ผลัดกันถามผลัดกันตอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตรงไหน เราคุยกันยาวมากยาวจนตอนนี้ผมถึงบ้านและกำลังนอนเล่นบนเตียง ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้วที่ผมนอนเล่นตอบไลน์ปืนแบบนี้

PUEN : ถึงบ้านล่ะ

PUEN : ขอบคุณมากที่คุยเป็นเพื่อน

WAN : ไม่เป็นไร

PUEN : แล้วถึงบ้านยัง

WAN : ถึงตั้งนานแล้ว

PUEN : อ้าว แล้วทำไมไม่บอก กวนป่ะเนี่ย

WAN : เฮ้ย ไม่กวน

PUEN : อื้ม

PUEN: แล้วอยากคุยต่อป่ะล่ะ

เอ่อ...เดี๋ยวนะ...

 ประโยคที่ปืนพิมพ์มาเป็นประโยคประเภทไหนวะ ผมรู้สึกได้ว่ามันเหมือนเป็นการอ่อย แต่อย่างปืนเนี่ยนะจะอ่อยผม เพ้อเจ้อแล้ว คงจะชวนคุยต่อเฉยๆมั้งเขาคงแค่เหงาหรืออะไรยังไง ไม่เก็ท แล้วทำไมต้องรู้สึกเหมือนเขิน บ้าไม่ได้เขินแค่รู้สึกเหมือน(อยู่ๆก็ตีกับตัวเอง) แต่ช่างมันเถอะควรตอบเขาไปว่าอะไรล่ะ

WAN : เริ่มง่วงแล้ว

PUEN : โคตรเด็กอนามัย

ก็ไม่ได้ง่วงจริงไหมล่ะเว้ย แค่คิดว่าถ้าตอบว่าอยากคุยต่อมันดูเหมือนผมอ่อยปืนกลับยังไงไม่รู้ ทั้งที่ตามจริงคุยต่อก็ได้ ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว

WAN : อะไรเล่าาาา

PUEN : 55555555 เออๆไปนอน

WAN : (สติ๊กเกอร์โอเค)

PUEN : อย่าลืมนัดพรุ่งนี้

WAN : อื้มรู้แล้วน้า

PUEN : ฝันดีไอ้เด็กอนามัย

ให้ตายเถอะ ผมกำลังเผลอยิ้ม ยิ้มให้กับข้อความฝันดีของปืน เชี่ยยยยย ทำไมต้องนึกถึงหน้าเขาตอนพูดประโยคนี้ด้วยวะ แล้วไอ้ข้อความที่ดูมุ้งมิ้งแบบนั้นอีก งื้ออออ

WAN : อื้ม ฝันดี

ผมตอบปืนกลับไปด้วยประโยคสั้นๆแค่นั้น แต่ความรู้สึกจริงๆดันไม่ใช่แค่นั้น จะว่าเขินก็ไม่ใช่จะบอกว่าไม่เขินก็ไม่เชิง ผมคงไม่ชินมั้งไม่เคยคุยกับเพื่อนหน้าตาดีระดับคิ้วท์บอยนี่น้า เขินคงเป็นเรื่องธรรมดามั้ง .__. ขณะที่กำลังถกเถียงกับความรู้สึกตัวเองสายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือที่เพิ่งซื้อมาวันนี้

เชี่ยยยยยยยยย

ถ้าพรุ่งนี้ผมต้องไปกับปืนเท่ากับว่าเสียเวลาฟรีๆไปหนึ่งวัน แปลว่าวันนี้ผมต้องปั่นรายงานให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นไม่ทันส่งรายงาน แล้วก็จะโดนเพื่อนมันด่าทั้งกลุ่มแน่ๆและมันจะด่าแรงมากขึ้น ถ้ารู้เหตุผลว่าทำไมผมถึงปั่นงานไม่ทันเพราะมัวแต่ไปลั้ลลากับผู้ชาย แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ไม่มีหน้ามาขงมาเขินใครแล้วนาทีนี้

คืนนี้ยาวๆไปนะ ไอ้ว่านนนน ฮือออออ

 

ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว ปืนกำลังรอผมอยู่ตรงบริเวณลานพาร์คพารากอนหรือลานน้ำพุที่หลายๆคนเรียกกัน ผมใช้คำว่าปืนกำลังรอผมไม่ต้องเดานะครับว่านัดคราวนี้ใครสาย ว่านเองครับผมมม แงงงง ไม่รู้จะโทษอะไรดีระหว่างการปั่นรายงานจนดึกหรือความขี้เกียจลุกจากเตียงของตัวเอง ตามจริงผมตื่นตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วนะ แต่เผลอหลับต่อนิดเดียวโผล่มาอีกทีก็เที่ยงกว่าเลย(ยังจะแก้ตัว) คุณแม่ก็ดันไม่ปลุกเพราะเห็นว่าเป็นวันหยุด แต่ที่ปลุกคือไลน์ของปืนต่างหากครับ เด้งสติ๊กเกอร์มาเป็นพรวน สำนึกผิดไม่ทันแล้ววว ผมเลยรีบแต่งตัวแล้วพุ่งขึ้นรถไฟฟ้าทันที ซึ่งอีกไม่กี่สถานีก็จะถึงสยามแล้ว

ผมไลน์ไปบอกเขาให้ไปเอาหนังสือก่อนเลยไม่ต้องรอ แต่ทางนั้นไม่ยอมครับ เขาบอกว่ายังไงก็จะรอ อยากจะเร่งสปีดการเคลื่อนที่ของรถไฟฟ้าซะเดี๋ยวนี้เลย รู้สึกผิดนะเนี่ยยยย T_T

...และในที่สุด! ผมก็มาถึงสถานที่นัดหมาย ผมเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้าก็สอดส่ายสายตามองไปรอบๆหาคนนัด แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนนึงที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวสกรีนกับกางเกงยีนส์ธรรมดา รับกับผิวขาวสะท้อนแสงแดดยามบ่ายออร่าจับประหนึ่งดาราวัยรุ่น ผมสีดำขลับที่ดูยุ่งหน่อยๆทำให้เขามีเสน่ห์ ไม่แปลกเลยที่ผมเห็นเขาเป็นจุดโฟกัส เพราะคนที่เดินผ่านไปมาก็มองเขาเช่นเดียวกัน แล้วคนนั้นก็คือคนที่ผมกำลังมองหาอยู่นั้นเอง

ทำไมหล่อจังวะแม่งงง

ตัดภาพมาที่การแต่งตัวของผม เสื้อยืดแขนยาวสีขาวตัวหนากับกางเกงขาสั้นสีกรมแล้วก็รองเท้าผ้าใบเก่าๆอีกหนึ่งคู่ เฮ้อออ ทำไมมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้วะ ถ้าไม่ติดว่ามาสายนะจะสู้บ้าง(ยังจะมีหน้ามาพูด) แต่สู้ไปก็เหมือนไม่เป็นผล ก็แน่แหละเขาหล่อนี่แต่งตัวธรรมดาขนาดไหนก็หล่อน่ามองไปซะหมดอยู่แล้ว -_-;

ผมมองปืนจากมุมนี้อยู่นาน จับผมที่ยุ่งๆให้เข้าที่เข้าทาง จัดการแต่งตัวให้ตัวเองดูมั่นใจขึ้น แล้วก็กำลังทำใจอยู่ว่าจะเข้าไปทักปืนแบบไหนดี ถ้าเขาเห็นผมยังจะอยากเดินด้วยรึเปล่า ฮืออออ ทำไมต้องคิดมากขนาดนี้ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนที่โรงเรียนก็แต่งตัวอย่างนี้ไหมล่ะว่าน มาเสียความมั่นใจอะไรตอนนี้ แล้วอีกอย่างก็แค่มาเอาหนังสือเป็นเพื่อนเขา จะอะไรหนักหนา ไม่ได้มาเดทสักหน่อย

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ผมว่าไงนะ เดทงั้นหรอ -_-/

ป้าบ

ผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิดเพ้อเจ้อ แล้วมองไปยังฝ่ามือหนาที่กำลังแตะบนหัวไหล่ผมอยู่

มาหลบไรตรงนี้

ผมเงยหน้ามองเจ้าของมือหนา แล้วก็ผมว่าเป็นคนที่ผมกำลังเสียความมั่นใจให้กับเขาอยู่ พ่อหนุ่มคิ้วท์บอยนามว่าปืนยังไงล่ะ โผล่มาไม่ให้สุ่มไม่ให้เสียง -_-;

อ้าว

ถึงแล้วไม่เห็นไลน์บอกปืนถือโทรศัพท์ขึ้นมาประกอบ

ก็ลองมองหาดูก่อนไง...ผมแคนหัวเราะใส่เขาไปแต่นี่ไง เจอแล้ว

ใครจะบอกความจริงล่ะว่าเจอตั้งนานแล้ว แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก เสียฟอร์มตายเลย

มาช้าแล้วยังทำตัวแปลกๆอีกปืนพูดติดตลก

อ่า ไม่เถียง ยอมรับก็ได้ว่าแปลกจริง แล้วใครใช้ให้วันนี้หล่อขนาดนี้ล่ะ ก็เลยประหม่าผิดตรงหนาย

ฮะๆ ล้อเล่นๆเขาดูสนุกกับท่าทีแปลกๆของผมนะ ป่ะ ไปร้านหนังสือกัน

ผมพยักหน้ารับแล้วเราสองคนก็เดินขนาบข้างกันไป แล้วอยู่ๆแขนปริศนาจากที่ไหนไม่รู้ก็มาอยู่บนไหล่ของผม ผมจึงหันไปมองแล้วก็พบว่าเป็นแขนของปืน

เมื่อยคนตัวสูงยกยิ้มกวน

เออรู้ว่าสูงกว่า แต่มันต้องสนิทกันขนาดไหนเหรอถึงเอาแขนมาเท้าไหล่คนอื่นเนี่ย

อ่าผมไม่รู้จะเถียงอะไรเลยตอบไปแค่นั้น

ทำไมไอ้เด็กอนามัยมาช้านอนเร็วไม่ใช่หรอ

ก็ตื่นสาย -_-//;”

ทำไมคำพูดของปืนมันดูน่ารักเกินไปไหมวะครับ แล้วจะไม่อะไรเลยถ้าคำพูดและการกระทำของเขาไม่ทำให้ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวแบบนี้เนี่ย!

 

ร้านหนังสือที่เรากำลังจะถึงคือร้านเดียวกับที่ผมซื้อหนังสือเมื่อวาน ซึ่งเปรียบเสมือนสถานที่สำหรับผมกับปืนก็ว่าได้เพราะเราบังเอิญเจอกันที่นี่บ่อยมาก แต่วันนี้ไม่ได้บังเอิญแต่อย่างใดเป็นการนัดหมายที่ผมเป็นคนมาสายซะด้วย -_-; เมื่อมาถึงปืนก็ไม่รอช้าเข้าไปถามพี่พนักงานที่เคาเตอร์ทันที เป็นการสนทนาที่ผมจับใจความไม่ได้เพราะว่ายืนอยู่ด้านนอกร้าน ไม่นานปืนก็ออกจากร้านมาพร้อมถุงหนังสือ

ป่ะ เสร็จล่ะปืนเดินออกมาจากร้านพร้อมโชว์ถุงหนังสือในมือให้ดู

หนังสืออะไรอ่ะ การ์ตูนหรอผมถือวิสาสะถามเขาไป

เปล่า

ปืนพูดพร้อมหยิบหนังสือให้ถุงยื่นให้ผมดู มันไม่ได้เป็นหนังสือการ์ตูนอย่างที่ผมคิด มันเป็นหนังสือหมวดนิยายแปลคล้ายๆกับเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ แต่ผมไม่คุ้นกับหน้าปกเล่มนี้สักเท่าไร

ซื้ออ่านเองหรอผมหันไปถามคนตัวสูง เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะอ่านหนังสือแนวนี้

ก็ใช่ดิ ดูหน้าไม่น่าอ่านแนวนี้หรอ

ก็ประมาณนั้น

คนคูลๆเขาก็อ่านกันทั้งนั้นแหละคนตัวสูงยกคิ้วกวน

ผมเผลอมองบนทันทีไปหนึ่งทีที่ปืนพูดประโยคข้างต้นจบ โคตรหลงตัวเอง

ฮะๆ มันก็สนุกดีนะ ชอบ

อื้มมม แล้วไงต่อผมถามไปพร้อมยื่นหนังสือในมือคืนให้เขา

ตามจริงเขามาคนเดียวก็ได้นะ ผมแทบไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ปืนจัดการเองทุกอย่างเสร็จสรรพ อีกอย่างเขาก็ดูสนิทกับพี่พนักงานในร้าน ดูเหมือนมาซื้อหนังสือที่นี่บ่อยกว่าผมด้วยซ้ำแล้วจะลากผมมาทำไมก็ไม่รู้ ทั้งที่ตามจริงตอนนี้ผมควรปั่นรายงานอยู่บ้านด้วยซ้ำ แต่ก็นั้นแหละบ่นไปก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี รับปากเขาเองว่าจะมาจะโทษใครได้ล่ะว่าน

จะเดินดูไรป่ะล่ะปืนถามกลับ

งั้นขอเดินดูปากกานะ

ปากกา?ปืนทำท่าสงสัยกับสิ่งที่ผมพูด แปลกตรงไหนเดินดูปากกา -_-;

ก็ใช่ไง ปากกา พูดจบผมก็เดินนำปืนไปโซนเครื่องเขียนซึ่งอยู่บริเวณชั้นเดียวกันทันที โดยไม่สนใจเลยว่าเขาอยากมาด้วยไหม

 

ปกติผมชอบเดินดูพวกเครื่องเขียนอะไรพวกนี้อยู่แล้ว แต่วันนี้ผมไมได้เดินดูเฉยๆสิครับ ผมต้องซื้อด้วยเพราะปากกาคู่ใจของผมดันหมึกหมดขณะที่ผมกำลังเขียนรายงานเมื่อคืน ซึ่งมันเขียนดีมากไม่รู้ว่าตอนนี้จะหมดรึยัง เพราะตอนที่ผมซื้อไปก็นานมากแล้วเหมือนกัน มีเถอะน้าอย่างน้อยการเสียเวลาออกนอกบ้านครั้งนี้จะได้ไม่เสียเปล่าาาา

พอมาถึงโซนเครื่องเขียนผมก็ตรงดิ่งไปทิศที่มีปากกาทันที โดยมีปืนเดินอยู่ขนาบข้างอย่างเงียบๆ ขณะที่เดินหาปากกาคู่ใจปืนก็ถามขึ้น

จะซื้อหรอ

อื้ม ปากกาอันเก่าหมึกหมดพอดี

ปืนพยักหน้ารับรับรู้ ก่อนที่จะหันหน้าไปดูอุปกรณ์เครื่องเขียนรอบข้างต่อ ส่วนผมก็แยกเดินวนไปดูอีกฝั่งเพราะไล่ดูฝั่งนี้แล้วไม่มี อย่าบอกนะว่าหมด แงงงงง แต่ผมยังไม่ลดละความพยายามครับเดินหาล็อกอื่นต่อไปถึงแม้เดินไปเรื่อยๆจะเจอแต่ปากการูปแบบแปลกตากับหมึกสีต่างๆก็ตาม ไม่เห็นมีวี่แววของปากกาที่ผมตามหาสักนิด มันแค่ปากกาธรรมดานะ ทำไมหาไม่เจอวะ จะถามพี่พนักงานก็จำชื่อยี่ห้อไม่ได้จำได้แต่รูปทรงของมัน บอกไปมีหวังโดนขำกลับมาแน่นอน

ชิ่ง!

เหมือนความหวังใกล้ดับลง แต่ในที่สุดฟ้าก็ส่งโปรดแสงสว่างมาให้ผมอีกครั้ง!(แค่ปากกา) เพราะผมเห็นปากกาคู่ใจที่ผมต้องการแล้วครับ เย้! ผมหยิบมันมาลองเทสดูบนกระดาษสีขาวที่เขาเตรียมไว้ให้ ขีดๆดูว่ามันติดก็หยิบมันเตรียมที่จะไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์ แต่เดี๋ยวก่อนเหมือนผมลืมอะไรบ้างอย่าง

ใช่ครับ ผมลืมปืน ผมแยกตัวจากเขามาอยู่ตรงจุดไหนก็ไม่รู้ ก่อนที่จะไปจ่ายเงินผมว่าควรหาปืนให้เจอก่อน ผมใช้สายตาเพ่งมองหาคนตัวสูง ไม่นานสายตาผมก็เหลือบเห็นผมสีดำขลับกับผิวขาวออร่าจับตรงโซนที่เพิ่งเดินผ่านมา แล้วก็มั่นใจว่าไอ้คนที่ดูหล่อๆจากระยะไกลคนนั้นคือปืนแน่ๆ

ขอบคุณที่เขาหล่อและสูง ไม่อย่างนั้นคงมองไม่เห็นเป็นแน่

ผมเดินเข้าไปหาปืนตรงโซนปากกาสีต่าง เขากำลังหยิบจับมันดูประหนึ่งเด็กกำลังเจอของเล่นใหม่

นึกว่าหนีกลับบ้านไปล่ะแทนที่ผมต้องเป็นฝ่ายทัก แต่ดันเป็นปืนที่หันมาทักผมก่อน

จะเรียกว่าทักก็ไม่เชิง เหมือนกำลังด่าผมเป็นนัยน์ว่าผมทิ้งเขา -_-;

เดินหาปากกาเพลินไปหน่อยผมยิ้มแห้งใส่เขาไป ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ไปจ่า...ระหว่างที่กำลังจะชวนไปจ่ายเงินก็โดนคนตัวสูงแทรกขึ้นเสียก่อน

ปากกาสีๆแบบนี้ เหมือนที่เคยยืมเลยปืนหยิบปากกาสียี่ห้อเดียวกับที่ผมซื้อไปขึ้นมาโชว์

แน่ดิ ก็ซื้อจากที่นี่

อ่อออ สีโคตรเยอะ คิดว่าจะซื้อหมดนี้เลยป่ะ ฮะๆปืนยกยิ้มแล้วใช้สายตามองไปรอบๆโซนปากกาสี  ก่อนที่จะหันมาถามผม ไม่สิไม่ใช่การถามมันเป็นการกวนตีนผมต่างหาก ก็ไม่ได้บ้าปากกาสีขนาดนั้นป่ะวะ แค่มีครึ่งหนึ่งของสีที่โชว์แค่นั้นเอง -_-;

กวน...ตีน

ชอบเดินดูไรพวกนี้หรอคนตัวสูงถามต่อโดยที่สายตายังคงจับจองไปที่ปากกาสี

ก็...อื้ม ลองซื้อไปใช้บ้างไหม จะได้ไม่ต้องยืมคนอื่นผมแซะปืนไปบ้าง กวนดีนักไม่ดูเลยว่าตัวเองก็ยืมของคนอื่นตอนเรียนพิเศษเหมือนกัน

ก็กะว่าจะซื้อ ช่วยเลือกหน่อยดิ

หื้มมม ประโยคที่ผมพูดไปเป็นการประชดนะไม่ได้พูดจริง หรือว่าเขาจะประชดผมกลับ ประชดหรือไงถามไปเพราะสงสัยจริงๆนะ

เปล่า พูดจริง ช่วยเลือกหน่อย

ผมฟังแล้วก็ทำหน้าสงสัยต่อไปอะไรอยู่ๆก็อยากซื้อ บ้าจี้หรอ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็บ้าจี้เลือกปากกาสีให้เขาอยู่ดี ผมเลือกหยิบสีชมพูพาสเทลพริ้งแกล้งเขา

สีนี้ดิ ผมยื่นแท่งปากกาให้เจ้าตัว

ไม่คิดว่ามันน่ารักไปใช่ป่ะ -_-”

ผมแอบลอบขำกับท่าทีของปืน เขาคงคิดว่ามันตลกแน่ๆเมื่อเขาใช้มัน อย่าว่าแต่เขาเลยผมก็คิด แค่นึกก็ตลกแล้ว ลุคแบบปืนใช้ปากกาสีหวานขนาดนี้ฮะๆ

น่ารักดีออก ดูดิเข้ากับหน้าจะตายผมแกล้งเอาปากกาสีชมพูพาลเทลแท่งนั้นเทียบทางซ้ายทีทางขวาทีกับใบหน้าอันหล่อเหลาของปืน

...อื้ม...ก็น่ารักดี

...

ผมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอสบตาคนตรงหน้า แววตาและคำพูดของเขาที่เหมือนอาวุธทำร้ายล้างมันทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ตอนที่ปืนพูดเขาไม่ได้มองปากกาในมือผมเลยสักนิด แล้วไอ้คำที่ว่า ก็น่ารักดีนี่หมายถึงปากกาหรือหมายถึงอะไรวะ!

เชี่ยยยยยย ผมกำลังใจสั่น

เมื่อเรียกสติได้ผมก็เอาปากกาสีลงมาไว้ที่ตัวเองเหมือนเดิม แล้วพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด

อะ...อื้ม งั้นเอาแท่งนี้แหละ ไปจ่ายเงินพูดจบผมก็หันหนีคนตรงหน้าทันที แต่ก็โดนเขาคว้าเอาไว้เสียก่อน งื้ออออ อย่าทำแบบนี้ใจยังไม่หายสั่นเลยยยย T/T

แล้วซื้อปากกาเสร็จไปไหนต่อ

...กะ...กลับเลยมั้งผมตอบส่งๆไปโดยที่ไม่กล้าสบตาเขาแม้แต่นิด

อยู่เป็นเพื่อนกินข้าวก่อนดิ หิวว่ะ

โวยยยยยย ก็ไปกินเองดิวะ ไม่กินเว้ย ไม่กินนนน

กินเลย กินมาแล้ว

โกหก ผมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยครับ เพราะมัวแต่รีบมาหาเขาเนี่ย แต่อย่างไรก็ตามผมเลือกที่จะปฏิเสธไปเพื่อเป็นกันป้องกัน(หัวใจ)ตัวเองสุดแล้ว ทั้งที่ใจจริงก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน

ครอก...

เหมือนท้องไม่เชื่อฟัง มันกำลังแสดงออกจากจิตใต้สำนึกของผมว่ามันหิว แต่ไม่ต้องร้องเสียงดังขนาดนั้นก็ได้ม้างงงงง ให้ตายเถอะ

เสียงท้องร้องนี่

ยังมีหน้ามาทำหน้ากวนอีก แงงงงงงงงงงง

 

คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าผมอยู่ที่ไหน คนที่โกหกไม่เนียนแบบผมก็ต้องมานั่งอยู่ในร้านอาหารกับคิ้วท์บอยคนเดิม คนที่ผมแพ้เกมส์การเอาชนะมาโดยตลอด เราเลือกร้านอาหารกันนานพอสมควรแต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อคุ้นเคยเพราะเขาเคยพาผมไปกินมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นความบังเอิญครับระหว่างที่เดินหาก็เจอร้านนี้พอดีไม่คิดว่าจะมีสาขาในพารากอน ซึ่งผมโอเคมากเพราะถ้าต้องไปกินสาขาแรกที่เคยไป ผมคงกินอะไรไม่ลงเพราะมันเป็นร้านที่ทำให้ผมจับได้ว่าปลั๊กมีกิ๊กยังไงล่ะ -_-

เราสั่งอาหารไปได้สักพักแล้ว ระหว่างรอต่างคนก็ต่างจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น รู้ใช่ไหมครับว่าตอนที่ซื้อปากกาผมเสียอาการกับปืนขนาดไหน -_-/ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด จนตอนเลือกร้านอาหารเนี่ยล่ะครับที่ทำให้ไม่ได้คิดเรื่องเมื่อสักครู่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะผมก็ไม่กล้าสบตาคนตรงข้ามอยู่ดี

หาวววว

อยู่ๆก็รู้สึกว่าตัวเองง่วงแล้วก็เผลอหาวออกมา หวังว่าการกระทำเมื่อครู่จะไม่มีใครเห็นนะครับ เพราะผมลืมปิดปาก -_-; ไม่นานผมก็ได้คำตอบเป็นเสียงหัวเราะดังหึๆจากคนฝั่งตรงข้าม ผมเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์มองเขา เขาอาจจะขำเรื่องอื่นก็ได้

อะไร

ปืนทำนิ่งแล้วเสมองไปทางอื่น แน่ๆเขาเห็นผมหาวแน่ๆ แต่ช่างเถอะไม่มีอะไรให้อับอายต่อหน้าเขาแล้วล่ะนาทีนี้

ไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ คราวนี้เรากินกันเงียบๆไม่รู้ว่าเพราะหิวกันทั้งคู่หรือว่าไม่มีเรื่องคุยกันแน่ แล้วจู่ๆคนฝั่งตรงข้ามก็เอยขึ้นทำลายกำแพงความเงียบลง

...ว่าน

เมื่อผมได้ยินชื่อตัวเองก็เงยหน้ามองคนถามตามสัญชาตญาณ

วันนั้นที่ขึ้นรถไปกับไอ้ปลั๊ก...

ผมได้ยินชื่อคนที่เคยรู้จักก็ถึงกับสำลักอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป ถึงกับต้องดื่มน้ำตาม

ทำไมถึงถาม ปรับโหมดไม่ทัน

...อื้มเขาเว้นวรรคเหมือนให้ผมนึกเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งผมจำได้วันที่ปลั๊กมาหาผมที่เรียนพิเศษแล้วตอนนั้นปืนก็อยู่ด้วย ผมจำได้ดีเลยแหละ

เอ่อ...ปืนอึกอัก เขาคงรู้สึกว่าผมไม่โอเคกับเรื่องที่กำลังจะพูด เลยเหมือนเกริ่นให้ผมอนุญาตที่จะให้เขาถามคำถาม

ผมว่าผมโอเคแล้วนะ

...ทำไมหรอ

คือ...เคลียร์กันได้ใช่ไหม มันไม่ได้ทำไรใช่ป่ะปืนถามน้ำเสียงจริงจัง

เฮ้ยบ้า เคลียร์ได้ดิ ก็แค่เรื่องไร้สาระ

ผมตอบไปพร้อมกับในหัวกำลังคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่ผมเดินออกมาจากความรักที่หลอกลวง

แน่ใจ?” หัวคิ้วปืนขมวดเหมือนจะชนกัน เหมือนกำลังจับโกหกจากคำพูดของผม

แน่ใจดิผมยิ้มให้ปืนเป็นการพิสูจน์ว่าผมโอเคจริงๆ

อื้ม ดีแล้ว ขอโทษนะที่ถามปืนกล่าวน้ำเสียงนิ่ง

ขอโทษทำไม แค่เรื่องไร้สาระผมไม่รู้ว่าตัวเองเน้นเสียงช่วงท้ายเกินไปรึเปล่าแล้ว...คิดไงถามผมถือโอกาสถามคำถามที่ตัวเองอยากรู้บ้าง

...เป็นห่วง

คำที่ออกจากปากปืนโคตรแผ่วเบาเหมือนพึมพร่ำไรบางอย่าง ซึ่งผมไม่ควรจะจับใจความได้ด้วยซ้ำแต่ทำไมดันฟังรู้เรื่องซะอย่างนั้น แล้วมันก็กำลังส่งผลให้ผมเสียอาการอย่างหนักอีกครั้ง

โวยยยยย วันนี้มันเป็นวันอะรายยยย -//-

ผมพยายามตั้งสติแล้วทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ยินสิ่งที่ปืนพูด แสร้งจับท้ายทอยเป็นการแก้เก้อ ก่อนจะเสมองไปทางอื่น พอเหลือบมองคนตรงข้ามก็พบว่าเขากำลังตักอาหารพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นเช่นกัน ต่างกันที่เขาดูไม่มีท่าทีอะไรกับคำพูดของตัวเองเลย แต่รู้ไหมมันส่งผลมาถึงผมเต็มๆเลยนะเว้ยยยไม่คิดจะรับผิดชอบเลยรึไง

อะไรติดปาก

ผมสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของปืน ไอ้บ้าเอ้ย อยู่ๆก็โพล่งขึ้น คนกำลังคิดอะไรเพลินๆ -_-;

หะ...ห้ะผมทวน

ข้าวมันติดปากเนี่ย

ปืนชี้ไปที่มุมปากของตัวเองให้ผมดู ผมเลยรีบเอามือเช็ดตามทิศที่เขาบอกหมดยัง

หมดแล้ว กินอะไรเป็นเด็กปืนพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอแล้วกินอาหารตรงหน้าต่อ

ตอนที่ผมเช็ดปากมันต้องดูตลกในสายตาปืนแน่ๆเลย ไม่งั้นเขาไม่ขำแบบนั้นหรอก โธ่เว้ย ที่เสียอาการก็เพราะเขารู้เอาไว้ด้วย ไม่มีสิทธิ์มาขำนะเว้ย!

แล้วบทสนทนาของเราก็จบไปดื้อๆแบบนั้น


__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              17/05/2017

 

ตอนที่13มาแล้ววว แต่งงใช่มั้ยว่าทำไมมี .1
ตามจริงตอนนี้ยังไม่จบ แต่เราว่ามันยาวไปหน่อย เลยตัด
เอามาเสิร์ฟก่อน แฮะๆ แล้ว
.2 จะตามมาเร็วๆนี้นะค้าบ

เรียกได้ว่าเป็นตอนคืนความสุขให้กับทุกคน (มั้ง55555)
เพราะโมเม้นต์ถี่
(ไม่รู้ว่าเขินตอนไหนบ้าง เม้นบอกได้น้า)
ตามจริงที่คิดไม่ได้เยอะขนาดนี้ แต่ตอนเขียนมันคิดอะไรได้เยอะ
ก็เลยจับใส่ให้หมด
55555 อยากจะรู้เหมือนกันว่าว่านจะต้านทาน
พลังขี้อ่อยของปืนได้ขนาดไหน ซึ่งดูท่าไม่น่ารอด ฮ่าๆ
ถือว่าตอนนี้เป็นตอนที่เราได้ไถ่บาป ช่วงที่หายไปและอัพช้าแล้วกันเนอะ แฮร่

PS. พาท 13.2 จะตามมาไม่เกินอาทิตย์นี้น้า
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  ได้เลย
หรือเฟบหน้านิยายได้เลย เวลาอัพจะได้แจ้งเตือน ขอบคุณครับ

คอมเม้นต์ ติชมได้นะครับผามมม




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #22 JKCHill (@jikky-chill) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 03:41
    นานมากเกือบลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว ว่านหวั่นไหวง่ายเนอะ คงเป็นเรื่องธรรมดาแบบช่วงเวลาอกหักแล้วเจอใครทำดีด้วยก็อ่อนไหว
    #22
    0