ตอนที่ 12 : Chapter 11 : Hurt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 60



Chapter 11 : Hurt

 

เมฆหนาลอยตัวบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้า ท้องฟ้าหม่นเป็นสีเทาราวกับว่าฝนกำลังจะตก บรรยากาศรอบตัวค่อนข้างอึมครึม คล้ายกับหัวใจของผมตอนนี้ที่แม่งโคตรจะหน่วงมันเหมือนกับว่ามีก้อนหินหนักๆมาถ่วงที่หัวใจ

เมื่อคืนไม่รู้ว่าตัวเองหยุดร้องไห้ตั้งแต่ตอนไหน ไม่สิไม่มีน้ำตาให้ไหลตอนไหนมากกว่า รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ดีหน่อยที่แม่มาปลุกไม่อย่างนั้นคงสายแน่ๆ แต่กว่าจะออกมาได้ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งสำหรับการประโคมครีมต่างๆ เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าตาของผมบวมผลข้างเคียงจากการร้องไห้อย่างหนัก

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะเสียน้ำตาให้กับคนแบบนั้นทำไม

เขาจะรู้ไหมครับว่าผมกำลังเสียใจเรื่องเขามากแค่ไหน...

คนที่ใจร้ายกับผม...

 

...อย่าคิดในใจ ถ้าเธอคิดนอกใจ

เปิดเผยเลยดีไหม อาการก็ฟ้องอยู่

ใจเธอหมดรัก อย่านึกว่าฉันไม่รู้

ถ้าในหัวใจคือเขาก็ควรให้ฉันออกมาอยู่นอกใจ...

 

ทำนองเพลงช้าๆในหูฟังดังคลอระหว่างการเดินทางไปโรงเรียน ทุกอย่างรอบตัวเคลื่อนไหวเชื่องช้าไปหมด เพลงในเพลย์ลิสแม่งก็โคตรจี้จุดตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของผม อยู่ๆน้ำใสๆก็เอ่อคลอขึ้นมาบริเวณดวงตา น้ำตามา ไม่เอาไม่ร้องแล้วนะ มันเหนื่อยยยย อีกอย่างจะถึงโรงเรียนแล้วห้ามร้องนะเว้ยไอ้ว่าน!

ผมเลยตัดปัญหาปิดเพลงและถอดหูฟังออก ก้าวเท้าเดินเข้าโรงเรียนตามปกติ

แหมะ

น้ำตาร่วงครับ ฮืออออ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย วันนี้จะเรียนรู้เรื่องไหม!

 

คาบเช้าผ่านไปได้ด้วยดี ผมยังมีสติในการเรียนอยู่ แต่ที่จะไม่มีสมาธิไม่ใช่เพราะเศร้าหรืออะไรนะ เพราะแก๊งค์เพื่อนตัวเองมากกว่า เผือกเก่งได้แชมป์โลก มันถามเซ้าซี้เรื่องเมื่อวานกับผมเป็นรอบที่ล้านแต่ผมยังไม่บอกพวกมัน(ขนาดข้าวเจ้ามันรู้แล้วมันก็ยังจะถาม) กะว่าจะเม้าท์ยาวเลยหลังพักเที่ยง(คาบว่างน่ะครับ แฮร่)

พอพักเที่ยงปุ๊บพวกเราก็รีบกินข้าว ก่อนที่จะมุ่งตรงไปยังนั่งโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าโรงอาหารเพื่อที่จะเม้าท์เรื่องของผม น่าแปลกผมกลับไม่รู้สึกเศร้าเหมือนเมื่อวาน ผมกลับรู้สึกสบายใจที่จะได้เล่าเรื่องที่ค้างคาในใจให้พวกมันฟัง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เริ่ม!” เปรมเปิดเพราะมันอยากเผือกสุด

นี่มึง เพื่อนโดนผัวเทนะ ให้เพื่อนทำใจไหมข้าวเจ้าขัด

กูว่ามึงอ่ะ จี้จุดอีว่านกว่ากูอีกนะคะเปรมเสริม

เออออ กูจะเล่าแล้ววว

ผมตัดปัญหาไป ก่อนที่มันจะโวยวายกันมากกว่านี้ ผมเล่าเหตุการณ์เมื่อวานแบบลงรายละเอียดทุกเม็ดให้มันฟัง ยกเว้นเรื่องปืนน่ะนะ -_-;

ตอนเล่าก็คิดว่าต่อมดราม่าจะแตก แต่เปล่าเลยกลับขำที่เห็นหน้าเพื่อนตัวเองตั้งใจฟังเรื่องของผมขนาดนั้น

นั้นไง!กูว่าแล้ว!”

พอเล่าเรื่องจบ เปรมมันก็พูดคนแรก ดูท่าจะอารมณ์เสียแทนผมอย่างหนัก

ทำไมเป็นคนแบบนี้ล่ะ นิสัยแย่มากแพรวพูดบ้าง

เลวววววข้าวเจ้าเสริม เหมือนมันกำลังขยายคำว่านิสัยแย่ของแพรวยังไงยังงั้น

ดูเหมือนเพื่อนทุกคนกำลังมีน้ำโหแทนผม รักเพื่อนเลยครับ

ช่างมันเถอะมึง อย่างที่บอกกูก็ทำใจแล้วแหละผมปรามเพื่อนก่อนที่มันจะยกพวกไปตีปลั๊ก

แล้วที่นี้ว่านจะทำยังไงต่อแพรวถาม

ไม่รู้สิ ไม่ได้คิดอะไรเลย

ขณะที่ผมพูดเสียงไลน์ก็ดังขึ้น ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นข้อความของคนที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ ตามจริงเขาส่งข้อความมาตั้งแต่เช้า ไม่สิตั้งแต่เมื่อคืน

ผมทำใจแข็งไม่สนใจข้อความที่ส่งมากะว่าจะเก็บมันลงที่เดิม แต่ก็โดนเปรมแย่งไปดูเสียก่อน

ตายยากแท้ นางส่งข้อความมาว่ะเปรมพูดก่อนที่ยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนคนอื่นดู

กูไม่ได้ตอบเลยตั้งแต่เมื่อคืน โทรมาก็ไม่ได้รับ

ใครจะไปคุยลงวะ

ดีแล้ว ด้อนแคร์ มึงต้องสตรองเปรมเสริม

มันไม่รู้ใช่ไหม ว่ามึงรู้ว่ามันมีกิ๊กข้าวเจ้าไม่เรียกชื่อปลั๊กล่ะครับ แทนด้วยคำว่ามันแล้ว

ไม่น่าอ่ะ ก็กูเห็นมันฝ่ายเดียว คงงงแหละทำไมกูถึงไม่ตอบ

กูว่านะ มึงชิงบอกเลิกก่อนเถอะ

เห็นด้วย!” เปรมและแพรวเสริมความเห็นข้าวเจ้า

บอกเลิกก่อนสวยกว่า รอให้นางมาบอกเลิกเองมึงจะเสียเซลฟ์นะ ทั้งๆที่มึงก็ไม่ผิดอะไร มันต่างหากที่มีกิ๊กเปรมพูดก็น่าคิด

เอางั้นเลยหรอวะผมถาม

เออสิ! มึงจะทนกับคนแบบนี้ทำไมข้าวเจ้าตอบ

เลิกเลยหรอผมถามเสียงอ่อน

เลิก!!!”

เพื่อนสามคนประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกันขนาดนี้ ผมจะขัดได้หรอ...

ตามจริงผมก็ว่าจะเลิกอยู่แล้ว(ใครจะทนใช้แฟนคนเดียวกับคนอื่นได้ล่ะครับ) แค่ต้องการความมั่นใจจากเพื่อนแค่นั้นแหละ แต่คงไม่ได้บอกเร็วๆนี้ ขอเวลาทำใจสักพัก ถ้า(ใจ)ผมแข็งแรงพอผมบอกแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนผมมันก็เข้าใจกัน

 

ตกเย็นผมมาเรียนพิเศษตามปกติแถมมาก่อนเวลาอีกต่างหาก ในห้องเรียนเลยค่อนข้างโล่ง ผู้หญิงสองคนข้างๆผมยังไม่มาเลยครับ ผมใส่หูฟังฟังเพลงเหม่อลอยไปเรื่อยอยู่อย่างนั้นเป็นการฆ่าเวลา แต่ไม่นานสายหูฟังข้างหนึ่งก็หลุดออก ไม่สิมันถูกดึงออกจากแรงของคนคนหนึ่งมากกว่า ผมหันไปมองคนที่กำลังถือหูฟังข้างนั้นอยู่

มาเร็วแหะผมทักคนตรงหน้าไป

ปืนยกคิ้วกวน ก่อนที่จะนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างผม (เขานั่งข้างผมอย่างถาวรแล้วครับ)

ฟังเพลงไรอ่ะ

ปืนถือวิสาสะเอาหูฟังของผมที่ถืออยู่ใส่หูตัวเอง แล้วก็ฮัมตามทำนองเพลงที่ผมเปิด ผมมองเขาอยู่อย่างนั้นโดนไม่ได้สนใจเสียงเพลงในหูฟัง เขาดูมีเสน่ห์จัง

เพลงดูเศร้าเนอะปืนหันมาพูดกับผม

กะ...ก็มันเพราะดีแถ

ยังไม่หายเศร้าอีกหรอ

เป็นประโยคคำถามที่ทำให้ผมลนขั้นสุด ผมดึงหูฟังฝั่งเขากลับคืนมาก่อนที่จะเก็บมันลงกระเป๋า ไม่ฟังแล้วก็ได้ -_-;

ใครเศร้ายังเถียง

ก็ใครล่ะที่เมื่อวานร้องไห้

ผมแยกเขี้ยวใส่คนข้างๆทันที นี่เขาล้อผมตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ!

ฮะๆ ไม่เศร้าก็ไม่เศร้า ปืนหัวเราะน้อยๆ

ผมไม่รู้จะพูดอะไร เลยเสมองไปทางอื่น

โดนแฟนทิ้งจริงๆใช่ป่ะจู่ๆปืนก็พูดขึ้น

ขวับ!

ผมหันไปทำหน้าไม่สบอารมณ์กับต้นเสียงทันที นี่เขาจะจี้จุดผมไปถึงไหน มีกุมารคอยบอกหรือไง

ล้อเล่นนน ฮ่าๆปืนหัวเราะออกมา เหมือนดีใจที่ได้แกล้งผม

ขำอะไร ไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ยยย!

ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง -_-”

แต่ตาบวมนะปืนสวน

ผมรีบเอานิ้วมือจับตาตัวเองทันที โอยยย ตาเจ้าปัญหา! มีวิธีที่ร้องไห้หนักๆแล้วตาไม่บวมบ้างไหมครับ แงงงงง

ก็...แค่นอนดึกเฉยๆ -_-;;”แถอีกหนึ่ง

งั้นหรอ ปืนพยักหน้ารับแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อหนัก เขากวนตีนผมอ่ะ!

ครืน

เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้นขัดบทสนทนา ผมหันไปมองต้นเสียงพบว่าเป็นโทรศัพท์ของผมเองที่เผลอวางเอาไว้บนโต๊ะเลกเชอร์ เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าชื่อที่ปรากฏเป็นชื่อที่ผมไม่ควรรับสาย

ผมไม่สนใจสายเรียกเข้าของเขา จนเขาวางสายเหลือเพียงมิสคอลที่แสดงบนหน้าจอ

‘PLAK : 67 สายที่ไม่ได้รับ

ไม่นานโทรศัพท์ในมือผมก็สั่นอีกระลอก ชื่อที่แสดงเป็นคนเดิม ผมกดตัดสายเขาทิ้งแล้วปิดเสียง ก่อนที่จะเก็บมันลงใส่กระเป๋ากางเกง

ผมถอนหายใจออกไปอย่างอดไม่ได้ ผมไม่พร้อมคุยกับปลั๊กจริงๆนะครับ...

สัมผัสแผ่วเบาจากมืออุ่นเตะที่ไหล่ของผม เป็นการเรียกสติให้ผมหลุดจากความคิดเมื่อครู่

โอเคเปล่าเจ้าตัวถามน้ำเสียงเป็นห่วง

โอเคดิ ไม่ได้มีอะไรผมยิ้มแห้งตอบเขาไป

ผมรู้ว่าผมโกหกไม่เนียน แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ

...ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกได้นะ

ปืนพูดน้ำเสียงจริงจังขึ้น แต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

ผมเผลอสบตาเขาชั่วขณะ เหมือนโดนมนต์สะกดจากแววตาคู่สวยนั้น ปากมันเผลออยากจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง แต่ลืมไปหรือเปล่าว่ามันเล่าไม่ได้

 “อื้มมมผมตอบรับสั้นๆ ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อย่างนั้นเขาคงสงสัยกับอาการเฮิร์ทของผมต่อไปด้วยคำถามประจำที่มักจะถามเขาเสมอ พร้อมหนีสายตาของเขาโดยการมองไปทางท้ายห้องแล้วนี่...เพื่อนไม่มาอีกแล้วหรอ

เดี๋ยวก็มา

แปลกหูแหะ ทุกทีจะได้ยินแต่ว่าไม่มา ขี้เกียจบ้าง ฝนตกบ้าง อะไรเทือกๆนั้น ก็ดีมาเรียนบ้างเถอะ เสียดายค่าคอร์ส

แต่มันบอกว่ามาเรียนแค่ครึ่งแรก เดี๋ยวเบรกก็กลับ

เอิ่ม เราก็อุตส่าห์ชม -_-;

ผมพยักหน้ารับคำของปืน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยทักขึ้น งั้นตอนเบรกไปด้วยนะ

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาไปเบรกพร้อมผม เพราะทุกทีที่เขามาเรียนคนเดียวเราก็ไปเบรกด้วยกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่แปลกไปตรงที่ท่าทีของเขามากกว่า ทำไมต้องทำท่าเท้าคางแล้วมองหน้าผมแบบนั้นด้วยล่ะ มันดูน่ารักเกินไปสำหรับบุคลิกอย่างปืน แล้วยิ่งบวกกับไอ้หน้าหล่อๆแบบนั้น มันกำลังทำให้ผมรู้สึกเขิน ทั้งๆที่มันไม่ควรจะเขิน

ผมเผลอมองท่าทีของเขาจนลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้ตอบรับคำเขาเลย ไปแล้วไอ้ว่านสะตงสติ!

อะ...อื้ม

ทำไมผมต้องเขินเขาด้วยวะ ไม่เข้าใจ แงงงง

 

บางทีผมก็ลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังเฮิร์ทอยู่ คงเพราะคนชื่อปืนที่นั่งข้างๆผมมั้งครับ วันนี้เขาดูตื่นตัวเป็นพิเศษ พิสูจน์ได้จากการที่เขาไม่หลับระหว่างเรียนแถมยังชวนผมคุยเป็นระยะ ซึ่งปกติก็มีคุยบ้างแต่ไม่เยอะขนาดนี้ จนทำให้ผมไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องในห้องเรียน แต่ก็ดีไปอีกแบบมันทำให้ผมไม่ฟุ้งซ่าน ได้อยู่กับเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นอีกด้วย

เวลาวันนี้ผ่านไปไวมากครับ เผลอแปปเดียวก็เลิกเรียนแล้ว ตอนนี้คนในห้องต่างเริ่มทยอยกลับ คงมีแต่ผมกับปืนนี่แหละครับที่ยังไม่ลุกกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเขานั้นแหละครับที่ชวนผมคุย จนทำให้ผมจดเลกเชอร์ไม่ทัน ดีหน่อยที่เพื่อนผู้หญิงสองคนข้างๆ (รู้ชื่อแล้วนะครับ ชื่อนุ๊กกับปราง) เขาใจดีให้ยืมหนังสือมาลอก แต่เจ้าตัวบอกว่ารีบขอตัวกลับก่อนแล้วทิ้งหนังสือไว้ที่ผมไว้พรุ่งนี้ค่อยมาคืน ตามจริงผมกลับไปลอกที่บ้านก็ได้แต่ขี้เกียจอ่ะ มันแค่นิดเดียวเองลอกที่นี่แปปเดียวก็เสร็จ และนี่คือสาเหตุที่ผมยังไม่ออกจากห้อง ส่วนคนข้างๆเขาไม่ได้ลอกเลกเชอร์แบบผมหรอกครับ ปืนนั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์รอเป็นเพื่อนผมเฉยๆเพราะเขาเก็บหนังสือลงกระเป๋าเรียบร้อยแล้วครับ

บางทีผมก็แอบมองเขาเล่นเกมส์นะ หน้าเขาเหมือนเด็กที่กำลังติดเกมส์อย่างหนักมันตลกจนทำให้ผมหลุดขำออกมา

ขำไรปืนพูดโดยที่สายตายังอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์

เปล่าซะหน่อยยย

รีบลอกเลยๆเขาพูดน้ำเสียงไม่ได้จริงจังนัก

ก็บอกแล้วไงให้กลับก่อนก็ได้ เกรงใจผมบอกปืนหลายรอบแล้วครับแต่เขาก็จะอยู่เป็นเพื่อนผม มันก็ดีครับมีเพื่อนแต่ผมขี้เกียจหาข้ออ้างการกลับทางเดียวกับเขาน่ะสิ แต่เดี๋ยวก็คงชินแหละว่าน ดูท่าจะได้กลับพร้อมเขาทุกวัน -_-;

ก็บอกแล้วไง ว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเขาสวนกลับ

เออออ ไม่เถียงแล้วก็ได้อยู่ก็อยู่

ไม่นานผมก็ลอกเลกเชอร์เสร็จ(สกิลการลอกขั้นเทพ)  ผมกับปืนเลยเก็บของแล้วเดินออกจากห้องทันที ขณะที่เดินออกจากห้องในหัวผมก็คิดแต่เรื่องจะเลี่ยงกลับพร้อมเขายังไง คงไม่พ้นการทำทีขึ้นขบวนรถอีกฝั่งเหมือนเดิมแหละ

เดี๋ยววันนี้รอส่งขึ้นรถ

ทันทีที่คิดจบ ปืนก็พูดออกมาทันที นี่เขาเหมือนอ่านใจผมออกและกำลังแกล้งผมอยู่ จะใจดีอะไรขนาดนั้น ไม่รีบกลับบ้านกลับช่องหรือไงแล้วยิ่งเรื่องที่บ้านเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านผมอีก(คิดเอาเองว่าใช่) หรือว่าจะยอมกลับพร้อมเขาเลย บ้า! ไม่สิไม่อย่างนั้นเขาก็จะรู้ว่าผมโกหกเรื่องทางกลับบ้าน เขาจะหาว่าผมเป็นคนไม่จริงใจ ไม่ๆไม่เด็ดขาด!

เฮ้ย ไม่เป็นไร แค่นี้ก็เกรงใจแล้วผมปฏิเสธไป

เหอะน่า

โวยยยยยย ไม่เป็นไรจริงๆโวยยยปืนโวยยยย

เราสองคนเถียงเรื่องนี้กันตั้งแต่ในห้องเรียน จนตอนนี้เดินออกจากที่เรียนพิเศษแล้วยังไม่ได้ข้อสรุปเลย ระหว่างกำลังเถียงกันนั้นก็มีเสียงหนึ่งตะโกนมาแทรกการสนทนาของผมกับปืน

ว่าน!”

นั้นมันชื่อผม ผมหันไปมองตามทิศทางของเสียงแล้วก็พบกลับ...ปลั๊ก!

เชี่ยยยยยยย!!!! เขามาได้ไงวะ ชิบหายแล้ว!!!

เมื่อเขาเห็นว่าผมมองเขาอยู่ ร่างสูงก็เดินเข้ามาผมกับปืนทันที ใจผมอยากจะหนีเขาแทบตายแต่ตอนนี้อยู่กับปืน ถ้าทำแบบนั้นสถานการณ์จะไม่แปลกไปหน่อยหรอก หนีเพื่อน?

อ้าว มึงมาไงอ่ะปืนทักปลั๊กก่อน

กูมาหาว่าน

ขนาดนี้เลยหรอปืนเริ่มทำหน้าสงสัย

ก็เออดิ มีเรื่องคุยกันนิดหน่อยปลั๊กเสมองมาทางผม

สงสัยเป็นเรื่องสำคัญปืนพูดแบบไม่คิดอะไร แต่ท่าทีของเขาโคตรกวนประสาท

มึงกลับไปก่อน กูขอคุยกับว่าน

มีอะไรก็คุยตรงนี้เลย ต้องกลับพร้อมปืนอ่ะ

ผมตอบเสียงเรียบ อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะกล้าพูดเรื่องเราต่อหน้าคนอื่นไหม ปลั๊กทำท่ากระอักกระอวนนิดหน่อย ก่อนที่จะพูดขึ้น

คุยที่รถ

คุยตรงนี้ผมยังยืนยันคำเดิม

ว่าน!” ปลั๊กเหมือนกำลังอารมณ์เสียที่ผมไม่ยอมฟังที่เขาบอก

เดี๋ยวไปยืนรอตรงนู้นก็ได้ คุยเสร็จก็เดินมาปืนหันมาพูดกับผม แต่ดูเหมือนปลั๊กยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่

มึงกลับไปก่อน เดี๋ยวกูไปส่งว่านเองปลั๊กพูดพร้อมกับดึงข้อมือผมไม่จับโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

ปลั๊กปล่อยผมพยายามดึงมือเขาออกจากข้อมือของผม

เฮ้ยมึง ว่านมันไม่ยอมจะไปบังคับมันทำไมวะปืนเหมือนกำลังไม่สบอารมณ์แทนผม พยายามจะเข้ามาช่วยผมแต่ก็โดนปลั๊กสวนเสียก่อน

เสือก ไม่ใช่เรื่องของมึง

ปืนกับปลั๊กมองหน้ากันด้วยแววตาที่ไม่เหมือนตอนแรก ผมรับรู้ทันทีว่าถ้าผมไม่ทำตามปลั๊กมันอาจจะเกิดอะไรขึ้น

ได้ คุยที่รถผมบอกปลั๊กที่ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม ก่อนที่จะหันไปบอกปืนบ้างปืนกลับไปก่อนเลยปืนดูเหมือนไม่อยากกลับ แต่ผมก็บอกไปว่าผมโอเค

แน่ใจนะ

แน่ใจดิ ปลั๊กก็เพื่อนเรานะเว้ย ผมพูดกึ่งประชดปลั๊กไป

อื้มปืนตอบเสียงเรียบ

ปลั๊กส่งสายตากวนประสาทไปให้ปืน ก่อนที่จะดึงข้อมือของผมให้เดินตามเขาไปที่รถ ป่ะว่าน ขึ้นรถเถอะ ผมเดินตามปลั๊กไปโดยที่ไม่ลืมจะลาปืน

เจอกัน

กลับดีๆ เจอกันปืนยกมือลาผม

ผมว่าผมคิดถูกแล้วล่ะที่มากับปลั๊ก ผมก็อยากจะเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องเหมือนกัน ถึงมันจะเร็วไปหน่อยก็เถอะ

 

ผมนั่งอยู่ในรถยนต์ของปลั๊ก ที่ตอนนี้กำลังแล่นอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีส้มจากข้างทาง ปลั๊กกำลังจะไปส่งผมที่บ้านครับ

ตั้งแต่ขึ้นรถมาเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย บรรยากาศรอบตัวค่อนข้างเงียบ มีแต่เสียงของแอร์ที่ดังคลอระหว่างการเดินทาง ถามว่าผมอึดอัดไหม ตอบเลยครับว่ามาก รถยนต์คันเดินที่เคยนั่งแล้วรู้สึกสบายใจ คนขับที่เคยเชื่อใจแต่ตอนนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น ผมอยากจะรีบเคลียร์ให้ผมจบๆ แต่ปลั๊กเป็นคนบอกเองว่ามีเรื่องจะคุยกับผม ถ้าเขาไม่พูด ผมก็จะไม่พูดให้มาคุแบบนี้แหละ

ว่าน ทำไมไม่รับสายปลั๊ก ไม่ตอบไลน์ปลั๊ก

จู่ๆเขาก็พูดขึ้นแทรกความเงียบขึ้นมา ก็ดี...

ไม่ค่อยว่างน่ะ ผมตอบไปอย่างสิ้นคิด

ปลั๊กทักไปตั้งแต่คืนก่อน ว่านจะไม่ว่างเลยหรอ

อื้มผมเบนสายตาไปมองวิวผ่านกระจก

...

...

ว่านดูเปลี่ยนไปนะ

ปลั๊กพูดคำนั้นออกมา มันทำให้ต่อมน้ำตาของผมมันเอ่อออกมาอย่างไม่รู้ตัว

...งั้นหรอผมหันไปมองเขา แล้วปลั๊กคิดว่าตัวเองไม่เปลี่ยนหรือไงผมเริ่มคำถามของผมบ้าง

ปลั๊กเปลี่ยนยังไงเขาเหลือบสายตามามองผม แล้วขับรถต่อ

...

ผมพูดไม่ออก เขาไม่ได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น เขายังดูแลเป็นห่วงผม แต่เขาแค่คบคนอื่นซ้อนขณะที่กำลังคบกับผมอยู่...แค่นั้นเอง

ปลั๊กมีอะไรจะสารภาพไหม

...ไม่มี

เมื่อวันก่อน...ว่านเห็นปลั๊กเดินกับผู้หญิง...ผมพูดสิ่งที่ผมอยากรู้ออกมาบ้าง ...ปลั๊กพาเขาไปนั่งในร้านอาหารประจำของเรา ผมพยายามสะกดน้ำตาที่มันเอ่อไม่ให้มันไหลออกมาตอนนึกถึงเหตุการณ์นั้น

...

ปลั๊กคิดว่าว่านโง่ขนาดไม่รู้...

ว่าน ก็เคยบอกไปแล้วไงว่าเพื่อน ปลั๊กสวนก่อนผมพูดจบ

เพื่อนที่ไหนจับมือกัน

เอี๊ยด

ปลั๊กหยุดรถข้างริมฟุตบาท เขาเงียบไปชั่วขณะเหมือนหมดคำแก้ตัว น้ำตาของผมที่กลั้นไหวไม่ยอมฟังมันไหลออกมาแทนความรู้สึกของผม

...เรื่องนี้ปลั๊กอธิบายได้คนข้างๆหันมามองผม

ว่านจะกลับบ้าน

ผมจับที่เปิดพยายามจะลงจากรถของเขา แต่ก็โดนมือหนารั้งแขนผมไว้ ผมพยายามเอามือของเขาออกจากแขนผม แต่ก็ทำได้แค่ฉุดกระชากกันอยู่แบบนั้น เพราะยังไงผมก็สู้แรงปลั๊กไม่ไหวอยู่ดี

ปล่อย

เฮ้ยว่าน ฟังก่อนดิ

ผมเลิกพยายามที่จะปลดพันธนาการจากเขา แล้วนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ผมปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมา พยายามควบคุมสติก่อนที่จะพูดออกไป ...ฮึก ฟังเรื่องโกหกที่ปลั๊กแต่งน่ะเหรอ

เฮ้ยว่าน ก็เราบอกแล้วไงว่าเพื่อน

แล้วทำไมต้องจับมือ

คือ...

ผมไม่เข้าใจเขาจะโกหกทำไม ผมรู้หมดแล้วรูปในเฟซบุ๊คที่ปืนให้ผมดูมันฟ้องทุกอย่างหมดแล้ว ทำไมปลั๊กยังต้องกั๊กผมไว้ ทำไมเขาถึงใจร้ายแบบนี้ ทำไมเขาไม่สงสารผมบ้างเขาควรเลือกสิ

ปลั๊กกล้าให้เราเช็คโทรศัพท์ไหมล่ะ

ผมมองไปยังโทรศัพท์ของปลั๊กที่วางไว้อยู่หน้ารถ ผมเชื่อว่าในนั้นต้องมีรูปคู่เขากับผู้หญิงคนนั้น ปลั๊กมีท่าทีลังเล ผมมองดูท่าทีของเขาว่าจะทำอย่างไรต่อ

ครืน

ขณะนั้นโทรศัพท์ของปลั๊กสั่น หน้าจอแสดงชื่อของสายที่โทรเข้ามา

พาย

จุก

อีโมหัวใจต่อท้ายชื่อ มันเหมือนสายที่โทรเข้ามาเป็นการตอกย้ำความจริงว่าปลั๊กคบผู้หญิงคนนั้น

เหมือนมีก้อนอะไรไม่รู้อยู่กลางอก มันอธิบายไม่ถูก น้ำตาผมไหลออกมาอีกระลอก ปลั๊กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดตัดสาย แล้วเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงทันที

คือ...ว่าน...

ปลั๊ก...

ครืน

โทรศัพท์ของปลั๊กยังสั่นอยู่ แสดงว่าคนที่ชื่อพายยังคงโทรมาอีก

เราเลิกกันเถอะ

พูดจบผมก็รีบเปิดประตูรถออกมาทันที โดยมีเสียงเรียกชื่อจากปลั๊กดังไล่หลัง ผมเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายพร้อมปาดน้ำตาที่มันไหลไม่ยอมหยุด

ผมทำตามที่พวกเพื่อนมันบอกแล้วนะ ผมทำถูกแล้วใช่ไหม

ผมควรยุติความสัมพันธ์ที่มันทำร้ายความรู้สึกของผมใช่ไหม



__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              1/03/2017

 

ตอนที่11 มาล้าวววววว
เราไม่ได้อัพเลทนะ เดือนกุมภามี
28วัน
อัพวันนี้ถือว่าเป็นวันที่
29ของกุมภาเนอะ แฮร่

เราสงสารว่านจังร้องไห้เพราะปลั๊กจนตาบวม
ยังดีที่ฮีลตัวเองกลับมาได้ แต่เราจะไม่ใจร้ายกับว่านเกินไป
เลยส่งพ่อคิ้วท์บอยปืนมาค่อยให้กำลังใจเบาๆ แต่ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือตอนที่ ปืน ปลั๊ก ว่าน มาเจอกัน ถือว่าดุเดือดเลยทีเดียว
เวลาที่นายตัวปอขึ้นเสียงใส่กันที ว่านดูมีความตัวเล็กทันใด
ถือว่าตอนนี้ว่านโสดอย่างทางการแล้ว เพราะน้องพายนางเอาปลั๊กไปล่ะ
มาดูกันว่าว่านจะเอายังไงต่อ ฝากติดตามด้วยครับบ

คอมเม้นท์ติชมกันได้นะเราอ่านทุกอันเน้อ
ทุกคอมเม้นท์เป็นกำลังใจในการปั่นมากๆ ร้ากกก 

PS. ตอนที่ 12 อัพไม่เกินกลางเดือนมีนาค้าบ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้เน้อ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #18 CS2094 (@cream_thaweerat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 10:02
    ดีเเล้วว่านลูกสู้ๆ
    #18
    0
  2. #17 Cho.E (@CherEmMallot) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 23:37
    รอร้อออออออ
    #17
    0
  3. #16 blackspell (@scox2by) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 23:29
    สงสารน้องว่าน แงงง
    #16
    0