ตอนที่ 11 : Chapter 10 : Broken

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.พ. 60


Chapter 10 : Broken

 

สรุปบ้านของพ่อหนุ่มคิ้วท์บอยเขาอยู่ตรงนั้นจริงๆหรอ...

บ้า ไม่หรอกน่า อาจจะแค่ไปบ้านเพื่อน...

แต่เขาก็บอกเองนี่ว่าจะกลับบ้าน จะไปบ้านเพื่อนได้ไงวะว่าน

เออนั่นสิ งั้นก็แปลว่านั่นเป็นบ้านเขาจริงๆสินะ

ถ้าเป็นอย่างนั้น บ้านเราสองคนก็อยู่ตรงข้ามกันเพียงแค่กั้นด้วยถนนสี่เลนเองนะ โอยยยชิบหาย!

อีว่าน!”

เสียงแหลมแสบหูเรียกชื่อผมไม่เกรงใจสถานที่ ทำให้ผมสะดุ้งแล้วหลุดออกจากภวังค์เมื่อครู่

วันนี้ผมเรียนแค่ครึ่งวันเท่านั้น พอกินข้าวกลางวันเสร็จผมก็ลากพวกเพื่อนสุดที่รักตรงดิ่งมาห้องสมุด ไม่ใช่ว่ารักเรียนอะไรหรอกนะครับ พวกเราได้รับคำสั่งจากครูป้าโหดให้ทำรายงานกลุ่ม ซึ่งเขาให้หาข้อมูลจากหนังสือเท่านั้นห้ามเอาจากอินเตอร์เน็ตเด็ดขาด! เพราะเหตุนี้ทำให้พวกผมจำเป็นต้องมาที่นี่แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

อะไรมึงเนี่ย เรียกซะเสียงดัง ตกใจ -..-” ผมตอบข้าวเจ้าไป

มึงอ่ะเป็นอะไร เหม่ออยู่นั่น

อ้าว ผมเหม่อเหรอ

เขาให้มาช่วยกันหาข้อมูลรายงาน อีนี่เหม่อ เดี๋ยวตีเปรมที่นั่งตรงข้ามเสริม

อย่าว่าว่านเลย ว่านอาจกำลัง...คิดเรื่องปลั๊กน่ะแม่พระของกลุ่มอย่างแพรวพูดช่วย

เออวะ แล้วเมื่อวานเป็นไงเปรมถาม

ก็ทำตามที่มึงบอกอ่ะ ก็ดีนะ ปลั๊กไลน์หากูรัวมากแบบที่ไม่เคยเป็นอ่ะ

เริ่ดที่สุดเปรมทำท่าปรบมือแปะๆ

แล้วที่มึงเหม่อคือข้าวเจ้าถาม

ตามจริง ที่เหม่อนี่ไม่ใช่เรื่องของปลั๊กเลยสักนิด เป็นเรื่องของคนที่ชื่อว่าปืนต่างหาก ที่จริง...ผมควรสนใจเรื่องปลั๊กสิ ใช่ไหม

กรุณางดใช้เสียงค่ะ

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอย่างเมามันส์ ก็มีเสียงเย็นเยือกจากมนุษย์ป้าบรรณารักษ์ขัดบทสนทนาขึ้น คำตอบที่จะตอบพวกมันก็ได้กลืนหายไปกับคำเตือนของป้าเขาล่ะครับ

พอโดนด่าไปหนึ่งที พวกผมก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาดูหนังสือที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วก็ได้แต่พูดกันเสียงเบาระดับฉี่มด

มึงอ่ะอีเปรมเสียงดังข้าวเจ้าบอกคนตรงข้าม

มึงสิเริ่มก่อนเปรมโต้กลับ

พวกมันเถียงกันไปมาจนลืมไปเลยว่าผมยังไม่ได้ตอบคำถามของพวกมัน แต่ก็ดีแล้วล่ะ

 

เรานั่งหาข้อมูลในหนังสือตรงหน้ากันมาเกือบชั่วโมง แต่ก็ยังไม่ได้อะไร หมายถึงผมคนเดียวนะครับที่ไม่ได้ พวกนั้นเขียนอะไรก็ไม่รู้กันเต็มไปหมด ก็หัวข้อที่เราแบ่งกันหาหัวข้อของผมมันไม่มีในหนังสือเลยนี่ ทำไมต้องได้หัวข้อยากวะ หึ้ย -_-;

มึงงง หัวข้อกูไม่เห็นมีเลยอ่าผมงอแงใส่พวกมัน

หาครบทุกเล่มยังแพรวถาม ผมพยักหน้ารับอย่างเซ็งๆ

ไหนดูหัวข้อมึงสิข้าวเจ้าชะเง้อหน้ามาดูแผ่นกระดาษของผม เออวะ...คงไม่มีอ่ะ -_-;”

แงงงง ทำไมมันไม่ให้ความหวังผมเลยยย

ของว่านมันเป็นประเด็นย่อยอ่ะไม่น่าจะมีในหนังสือพวกนี้แพรวบอก

ทำไมไม่บอกก่อนจะได้ไม่หา อะไรกันไหนความเท่าเทียม เปลี่ยนหัวข้อเดี๋ยวนี้!

แล้วทำไงอ่าทำได้แค่โอดครวญ

จำได้ว่าครูบอกมันมีหนังสือแยก เป็นเล่มใหม่ต้องหาตามร้านหนังสืออ่ะ ว่านคงต้องลองไปดูห้องสมุดไม่น่ามี

คำตอบของแพรวทำผมแทบทรุด ทำไมหัวข้อกูลำบากจัง แงงง

ขณะที่ผมโวยวายอยู่นานสองนาน ดูเหมือนเพื่อนๆก็ไม่ได้สนใจผมเลยสักนิดแต่ว่ากูขี้เกียจแล้วอ่าเปรมบ่นขึ้นและผู้หญิงสองคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

ก็มึงได้งานกันแล้วไง กูไม่มีไง เข้าใจม่ายยย

กลับไหมเปรมโน้มน้าวใจสุดฤทธิ์ ผมจึงขัดขึ้น

แต่กูยังไม่ได้ไง

เออว่ะข้าวเจ้าหันมาหาผม เอออกูยังไม่ได้แต่ของมึงต้องใช้หนังสือแยก...

...เล่มใหม่ที่ห้องสมุดไม่มี...

เอ่อ...ต้องไปร้านหนังสือ

เกลียดพวกมัน! แม่งต่อคำพูดการเป็นประโยคเชียว เริ่มตั้งแต่ข้าวเจ้า เปรมและแพรวเป็นอันดับถัดมา สามัคคีเว่อร์ มีเพื่อนที่น่ารักแบบนี้ก็ดีนะครับ รักตายเลย (รู้ใช่ไหมว่าผมประชด -_-)

สิ่งที่พวกมันพูดเหมือนตอกย้ำผม ถึงแม้จะนั่งอยู่ในห้องสมุดนานแค่ไหนสุดท้ายผมก็ไม่ได้งานอยู่ดี ตามจริงก็รู้หรอก แต่นี่เพิ่งจะบ่ายกว่าๆเอง ถ้าพวกมันกลับผมก็ต้องเปลี่ยวอยู่คนเดียวรอเรียนพิเศษน่ะสิ ไม่สงสารกันหรอออ แงงง

 

สุดท้ายผมก็ยื้อพวกมันไม่ได้พยายามชักเหตุผลร้อยแปดพันล้านอย่าง(เว่อร์) ก็ไม่สามารถต้านความอยากกลับบ้านของพวกมันได้ พวกเราจึงย้ายตัวออกมาจากห้องสมุด โดยที่เปรมคนเริ่มประเด็นอยากจะกลับบ้านหนักหนานั้นรีบสุด ด้วยเหตุผลที่ว่ามันนัดผู้ชายไว้ พอมาถึงหน้าโรงเรียนปุ๊บก็โบกมือลาทันที ขอให้นก!

ขณะที่กำลังคิดว่าตัวเองควรไปไหนดี ข้าวเจ้าก็พูดขึ้น

มึงก็ไปเดินสยามเล่นๆสิ

คนเดียวอ่านะ เหงาไปป่ะวะผมบ่นไป

ว่านก็ไปเดินดูหนังสือที่จะทำรายงานสิแพรวเสนอ

เออเนอะ รายงานผมยังไม่ได้สักหน้าเลยนี่ พูดแล้วจะร้องไห้

ก็ดีนะ กว่าจะไปถึงสยามก็คงใกล้เวลาเรียนแล้ว ดูหนังสือนู่นนี่ก็คงถึงเวลาพอดีผมพูดกับตัวเองไปเรื่อย โดยมีเพื่อนผู้หญิงสองคนข้างๆรับฟัง

เออเอางี้ดิ มึงลองโทรไปหาปลั๊กให้ไปส่งสยามสิอยู่ๆข้าวเจ้ามันก็ดีดนิ้ว พร้อมเสนอความคิดเห็น

เฮ้ย ปกติกูไม่เคยบอกให้มารับนะ

จำที่เปรมมันบอกไม่ได้ไง ทำตัวติดๆปลั๊กไว้ เนี่ย วิธีนี้เวิร์คสุดข้าวเจ้าบอกโดยมีแพรวพยักหน้าเห็นด้วย

มันจะไม่ดูน่ารำคาญไปหน่อยหรอ แต่เอาเถอะ ไม่ได้ทำตัวติดปลั๊กตลอดสักหน่อยนี่ เอาก็เอาวะ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ผมก็กดเบอร์โทรศัพท์หาปลั๊กทันที เขารับสายเร็วกว่าที่คิด ผมยังไม่ได้เตรียมคำพูดเลยด้วยซ้ำ

ปลั๊ก ไปส่งเราที่เรียนพิเศษหน่อยดิผมบอกไป

[ตอนนี้น่ะนะ]

ช่ายยย ไม่มีเพื่อนไปด้วยอ่าผมทำเสียงสองอ้อนเขาไป หมั่นไส้ตัวเองจัง

[เอ่อคือ...วันอื่นได้ไหมอ่า พอดี...]

ไม่ว่างหรอ

แทนที่ผมจะเฟลกลับคำปฏิเสธของเขา แต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆมากกว่า ไม่รู้เพราะเตรียมใจไว้อยู่แล้วมั้ง คิดว่าปลั๊กคงไม่น่าว่าง

[ประมาณนั้น]

อื้ม ไม่เป็นไร

[ปลั๊กขอโทษษษ ไว้วันหลังนะน้า]

ค้าบ แค่นี้น้า

ผมกดว่างสายก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนสองคนที่เหลือ พร้อมกับส่ายหน้าเป็นอวัจนภาษาให้รู้ว่าปลั๊กมาไม่ได้แปลว่าผมต้องโดดอยู่กลางสยามคนเดียวสินะ แงงงง

 

ผมนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงสถานีอันคุ้นเคย ก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงไปยังร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ดีหน่อยที่เคยเดินซื้อเครื่องเขียนแถวนี้เลยจำได้ว่ามีร้านหนังสืออยู่ ไม่อย่างนั้นคงหาร้านไม่เจอแน่ๆ เมื่อถึงที่หมายผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูรูปหนังสือที่แพรวส่งมาให้ แล้วเดินตรงไปยังโซนหนังสือเรียน หาอยู่สักพักก็ไม่เจอ สายตาเหลือบไปเห็นพี่พนักงานจึงเอารูปหนังสือให้พี่เขาดู

อ่อเล่มนี้หมดแล้วครับ

ช็อค...อุปสรรคเยอะเกินไปแล้ววว แงงง

...แต่อีกสักวันสองวันของน่าจะมาแล้ว

รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง ดีหน่อยที่รายงานยังไม่ต้องส่งอาทิตย์หน้า ผมเลยคุยกับพี่พนักงานเขาไว้ว่าถ้าหนังสือมาให้โทรหาด้วย แค่นี้เราก็จะได้หนังสือมาครอบครอง

ขณะที่กำลังจะให้เบอร์พี่พนักงาน ก็มีเสียงหนึ่งเรียกพี่เขาจากไกลๆขัดขึ้น ผมจึงหันไปมองทางต้นเสียงทุ้มนั้นแล้วก็พบกับคนคุ้นเคยที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่...ปืน

หล่อจังแหะ...เดี๋ยว ไม่ใช่ประเด็นไหมว่าน!

ทำไมต้องมาเจอกันข้างนอก เจอในห้องเรียนก็พอแล้ววว

ดูเหมือนเจ้าตัวยังไม่รู้ว่าผมมองเขาอยู่ เพราะเขากำลังสอบถามเกี่ยวกับหนังสืออะไรสักอย่างกับพี่เขา ผมที่ให้เบอร์เสร็จแล้วจึงพยายามหันหนีคนตัวสูง แต่ดูเหมือนจะหลบไม่ทันก็ดันโดนทักซะก่อน

อ้าว ว่าน

อะ...อ้าว ปืนแสร้งทำเป็นเพิ่งเห็นครั้งแรก -_-;

ดูหนังสือเหรอเขาถาม

อื้ม หาตั้งนานยังไม่เจอเลย เดี๋ยวขอตัวหาก่อนนะผมแกล้งทำเป็นหาหนังสือตรงหน้า

ถ้าหนังสือมาเดี๋ยวพี่โทรหานะครับพี่พนักงานพูดขึ้นเสียงยิ้ม

โป๊ะ

นี่พี่ยังอยู่ตรงนี้อีกหรอ นึกว่าเดินไปแล้ว ผมหันไปยิ้มให้พี่เขาก่อนที่จะหันไปมองคนตัวสูงข้างๆ

ช่วยหาไหมปืนยิ้มกวนเหมือนชนะที่จับผิดโกหกผมได้

แถไม่ถูกเลยกู แงงงงง

แล้วไม่ไปหาหนังสือหรอผมเปลี่ยนเรื่อง

หนังสือที่หา พี่เขาบอกมันยังไม่มาอ่ะ

...อ่อ งั้นเราไปก่อนเนอะ

ผมพูดจบก็เดินออกมาเลย แต่ก็ยังช้ากว่ามือของปืนที่ตอนนี้คว้าข้อมือผมไว้อยู่ อะไรอีกกก

ยังไม่ถึงเวลาเรียนเลย

รู้ แต่ไม่อยากอยู่ตรงนี้เว้ยยย

ผมหันไปหาปืนที่ยังจับแขนผมอยู่อาฮะ

หิวเขาทำท่าเหมือนบ่นอะไรของเขา

ก็ไปกินข้าวดิ

ป่ะ ไปกินข้าวกันปืนตอบหน้านิ่ง

นี่คือวิธีการชวนกินข้าวของคนหน้าตาดีหรอครับ ไม่มีเพื่อนเหรอไง ไม่ไปโว้ยยยยยย

 

ให้ตายเถอะ! นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ เป้าหมายคือแค่จะมาเดินดูหนังสือนะ ไหงต้องมาอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นกับคิ้วท์บอยตรงหน้าด้วยล่ะ

ผมไม่ได้เลือกร้านหรอกครับ คนที่นั่งตรงข้ามผมจัดการเองหมด ปืนลากผมจากสยามพารากอนย้ายฝั่งมาตรงสยามสแควร์ เขาเลือกร้านเองโดนไม่ถามผมสักคำ จะว่าไม่ถามก็ไม่เชิงผมบอกไม่กินเองต่างหากทั้งๆที่จริงก็หิวมากเช่นกัน -_-; ไม่ใช่ว่าผมไม่ขัดขืนนะครับ แต่ปืนต่างหากที่คะยั้นคะยออยู่ได้ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ในร้านซะแล้ว

ปืนไม่เคยกินร้านนี้หรอกครับ เขาบอกว่าเห็นราคามันน่าสนดีก็เลยเข้าเลย ใช่ครับ ราคาของอาหารในร้านถือว่าอยู่ในเรทที่จ่ายได้ ไม่แพงมากทำให้ผมงงเหมือนกันว่าคนร่างสูงตรงหน้าไม่ได้ชอบกินของหรูๆเหรอ ดูจากท่าทางและออร่าของความเป็นลูกคนมีเงินนั้น กินแพงกว่านี้เขาก็มีเงินจ่าย

แต่ที่สำคัญนอกจากราคาอาหารแล้ว ที่ตั้งของร้านดันตรงข้ามกับร้านประจำของผมกับปลั๊กเสียอย่างนั้น บังเอิญไปแล้ว

เราสองคนสั่งอาหารเสร็จได้ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟตรงหน้า (ผมที่คิดว่าจะไม่กินก็สั่งจนได้ -_-;) คนตรงหน้าก็เริ่มกินทันที ดูท่าคงหิวใช่เล่น

คนอะไรขนาดกินข้าวยังดูดีเลยอ่ะ มีเส่น่ห์ชะมัด...

มองอะไร ไม่กินหรอ

ดูเหมือนผมจะเผลอมองปืนนานไปอีกแล้วสินะ -_-;

เอ่อ...กินสิ

ทำไมต้องเหม่อมองเขาด้วยวะว่าน ตั้งแต่ในห้องสมุดแล้วนะ

การกินข้าวของผมกับปืนไม่ได้เงียบเชียบอย่างที่คิดไว้ คนตรงหน้าชวนผมคุยเป็นระยะ ผมเคยคิดว่าเขาจะนิ่งกว่านี้แต่ที่ไหนได้พอเริ่มได้คุยเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่โคตรพูดมากเลยครับแต่ทุกครั้งที่เขาพูดก็มีเสน่ห์มากๆเช่นกัน

ระหว่างกินอาหารตรงหน้าผมเหลือบไปมองบรรยากาศด้านนอก แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันสะดุดเข้ากับร่างสูงอันคุ้นตาที่เพิ่งเดินผ่านกระจกหน้าร้านที่ผมนั่งอยู่ แต่เขาไม่ได้มาคนเดียวข้างๆคือผู้หญิงตัวเล็กกว่า หน้าตาน่ารักอยู่ในเครื่องแบบนักเรียนคอนแวนต์

สองคนนั้นมีท่าทีสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อน ถ้าจะมองให้โลกสวยก็คงเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ แต่เพื่อนที่ไหนเขาเดินจับมือกัน! ที่สำคัญเขากำลังพาเธอเข้าไปในร้านอาหารตรงข้ามกับร้านที่ผมนั่งอยู่ ซึ่งมันคือร้านประจำของผมกับเขา...

ใช่ครับ เขาคือ...ปลั๊ก

ปลั๊กที่บอกกับผมว่าไม่ว่างแต่ทำไมภาพตรงหน้าถึงได้ขัดแย้งกับคำพูดของเขาล่ะ เขาโกหก...

ว่างเปล่า...

ผมมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า จนโดนคนฝั่งตรงข้ามเรียกให้คืนสติ

เฮ้ เป็นอะไร

ปละ...เปล่าผมพยายามยิ้มตอบปืนไป

แน่ใจ เห็นเหม่อมองอะไรแปลกๆ

ปืนพูดจบก็หันไปมองยังทิศที่ผมกำลังมองอยู่ทันที

อ้าว นั่นมันไอ้ปลั๊กนี่เขาพูดขึ้นแล้วหันกลับมาพูดกับผม

อ่า...ใช่ มองปลั๊กน่ะผมแกล้งบอกไป

มันไม่สนใจหรอก แม่งมากับแฟน

จึก

...

แม่งมากับแฟน

คำพูดของปลั๊กทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ อกข้างซ้ายรู้สึกเจ็บแปลบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เหมือนมีมือของคนกำลังบีบสิ่งที่เรียกว่าหัวใจยังไงยังงั้น น้ำในตาผมเอ่อออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ผมก็พยายามเก็บมันเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาตอนนี้ และพยายามทำตัวปกติที่สุดต่อหน้าปืน

งั้นหรอ

เป็นอะไรรึเปล่าปืนทำหน้าสงสัย ก็ควรสงสัยอยู่หรอก

เปล่า...ปลั๊กมีแฟนด้วยหรอ ไม่เห็นเคยบอก

ผมแสร้งถามปืนไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่สั่นทั้งๆที่ในใจแม่งโคตรเจ็บที่ถามแบบนั้นไป

ก็แฟนปลั๊กคือผมไม่ใช่หรอ!

มีดิ ไม่มีเฟซมันหรอ

ปืนพูดจบก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา แล้วก็กดนู้นนี้นั้นสักพักก่อนที่จะยื่นมันตรงหน้าผม ผมหยิบมันขึ้นมาดู สิ่งที่เห็นในโทรศัพท์ปืนเป็นหน้าเฟซบุ๊คของปลั๊ก ไทม์ไลน์ของเขาลงรูปคู่กับผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทีที่โคตรจะหวาน พร้อมแคปชั่นที่มีเลขสามและอักษรภาษาอังกฤษตัวเอ็ม ‘3m’

สามเดือนงั้นหรอ

...

ผมจุกยิ่งกว่าจุกมันพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีมือปริศนาอีกข้างมาบีบหัวใจผมอีกแรงที่แย่กว่านั้นคือผมก็มีเฟซบุ๊คของเขาแต่ไม่เห็นอะไรแบบนี้ในหน้าฟีดข่าวของผมเลย ปลั๊กซ่อนโพสไม่ให้ผมเห็นสินะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพื่อนผมบอกมันเป็นความจริงงั้นหรอเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผมเคยสงสัยวิ่งวนเข้ามาในหัวเป็นคำตอบ

จริงๆผมว่าผมก็เตรียมใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่คิดว่าพอมารู้จริงๆมันจะเจ็บขนาดนี้ ผมยังไม่พร้อมที่จะรับรู้แต่มันคือความจริงที่ต้องรับรู้...

ทุกอย่างรอบข้างเหมือนหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ผมเลื่อนโทรศัพท์มือถือของปืนดูรูปในไทม์ไลน์ของปลั๊กที่ผมไม่เคยเห็นหลายรูป สลับกับเหตุการณ์ตรงหน้าของเขากับผู้หญิงคนนั้นที่นั่งในร้านอาหารประจำของเรา

เจ็บ...

น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

...เฮ้ย เป็นอะไรปืนคงตกใจ ที่อยู่ๆผมน้ำตาไหลแบบนั้น

ผมรีบเช็ดมันอย่างลวกๆ ก่อนที่จะแสร้งหันไปทางอื่น ทำทีมองนาฬิกาแล้วพูดประคองเสียงไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้

ไม่เป็นไร...ถึงเวลาเรียนแล้ว ไปเถอะ

 

ผมกลั้นน้ำตาก้อนใหญ่ไว้ตั้งแต่ร้านอาหาร พอมาถึงที่เรียนพิเศษผมเลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำให้ปืนเข้าไปก่อน ก่อนที่ผมจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ดีนะไม่ค่อยมีใครเข้าห้องน้ำก็แน่แหละถึงเวลาเรียนแล้วนี่

ร้องไห้แบบนี้คงไม่ช่วยอะไร ผมอยากระบาย คิดได้เช่นนั้นก็กดเบอร์โทรหาข้าวเจ้าทันที

[ไงมึง]

ฮะ...ฮึก ข้าววว

[เฮ้ย ว่านมึงเป็นอะไร!]

ผมเล่าเรื่องที่ผมพบเจอมาเมื่อครู่ให้มันฟัง โดยไม่ห่วงลุคใดๆทั้งสิ้น พูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นทั้งน้ำตาแบบนั้นแหละ จนมันบอกให้ผมใจเย็นๆค่อยๆพูด พอเล่าจบมันก็ให้กำลังใจและปลอบผม ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย น้ำตาหยุดไหลไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีก็ตอนวางสายข้าวเจ้าไปแล้ว

ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั่งในห้องน้ำมานานเท่าไร เลยคิดว่าควรเข้าไปเรียนได้แล้วปืนคงสงสัยแน่ๆ ขณะที่กำลังจะลุกเสียงไลน์ก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

PLAK : ตั้งใจเรียนนะครับบบบ

น้ำตาผมเอ่อมาอีกระลอก ตั้งใจเรียนอะไรล่ะ มานั่งร้องไห้อยู่เนี่ย!

ผมตัดสินใจไม่ตอบไลน์ของเขา ผมไม่ควรสนใจข้อความของคนใจร้ายใช่ไหม ผมว่าผมทำถูกแล้ว

ผมออกมาจากห้องน้ำเช็คสภาพตัวเองในกระจก เช็ดคราบน้ำตาให้ดูปกติ แต่จากดวงตาที่แดงแบบนั้นคงแก้อะไรไม่ได้ T_T

คิดว่าตัวเองปกติแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำ แต่ก็ต้องชะงักทันทีเมื่อเห็นร่างสูงตรงหน้ายืนเล่นโทรศัพท์อยู่ ปืนเขามายืนทำบ้าไรตรงหน้าห้องน้ำเนี่ย

เสร็จแล้วหรอเขาเงยหน้าจากเกมส์ในโทรศัพท์ แล้วถามด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

ก็...อื้มพยายามตอบแบบไม่มีพิรุธ

ทำไมนานจัง

...ขี้” T_T โอยยยย เป็นคำแก้ตัวที่เลวมาก

งั้นหรอ ทำไมไม่เห็นได้กลิ่น

เขายกคิ้วกวน มันใช่เวลามาคุยเรื่องอึไหมเนี่ย หา!

“-_-; แล้วทำไมไม่เข้าไปเรียนผมเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะเลยเถิดมากกว่านี้

ทีว่านยังไม่เข้าเลย

นี่เขากำลังกวนตีนผมอยู่ใช่ไหม ไอ้คิ้วท์บอยเอ้ย!

อ่า เข้าก็เข้าผมตอบปัดไป ไม่รู้จะเถียงไงล่ะ

ขณะที่ผมกำลังจะเดินนำไปเข้าห้องเรียน เขาก็จับข้อมือผมเป็นการรั้งไว้ เรียกเฉยๆก็หันแล้ว จะจับไรหนักหนา เดี๋ยวเฉามือนะเว้ยยยย

อะไรอีกผมหันกลับไปคุยกับปืน

ตอบมาก่อน ที่เข้าไปในห้องน้ำนานๆนี่ทำอะไรเขามองผมด้วยสายตาจับผิด

อยากรู้อะไรหนักหนาเนี่ย ก็บอกแล้วไงว่า...

ห้ามตอบว่าขี้

โวยยยยยยยยยยยยยย ทำไมต้องวนเวียนเรื่องนี้

ร้องไห้มาใช่ไหมปืนถามเสียงซีเรียสกว่าปกติ

ผมที่กำลังอ้าปากจะปฏิเสธแต่ก็โดนคู่สนทนาพูดสวนขึ้นเสียก่อน ไม่ต้องปฏิเสธ ก็เห็นอยู่ว่าตาแดง

นั้นไง ไอ้ตาแดงเจ้าปัญหา! T_T;

มะ...ไม่...

เป็นอะไร ทำอย่างกับโดนแฟนทิ้ง

จึก! จะจี้จุดทำไมเนี่ย

เออไงแฟนทิ้งไปมีกิ๊กไงโวย เมื่อกี้เลย พอใจไหมมม ฮือออออ

อะ...อะไร มั่ว!” สิ่งที่อยากตอบก็ตอบไม่ได้ แงงงงง

อ่าๆ

ปืนเหมือนขี้เกียจเค้นความจริงแล้ว อยู่ๆเจ้าตัวก็เดินเข้ามาใกล้ผมในระยะประชิด แทนที่ผมจะหนีก็ได้แต่ยืนนิ่งมองหน้าเขาเหมือนโดนมนตร์สะกดยังไงยังงั้น ร่างสูงเข้าใกล้ผมขนาดที่ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆของเขา ปืนเอามือสองข้างมาจับหน้าผม สัมผัสอุ่นจากมือของปืนทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เขาใช้นิ้วโป้งค่อยๆเช็ดคราบน้ำตาบริเวณแก้มของผมอย่างแผ่วเบา

ไม่เป็นไรนะ

สัมผัสแบบนี้ รอยยิ้มแบบนี้

ทำไม...รู้สึกดีจัง



__________________________________

คุยกันหน่อยยยย
              15/02/2017

 

ตอนที่10 มาแล้วจ้า
อัพหลังวาเลนไทน์เพราะเราไม่มีแฟน
#ทีมโสดแล้วพาล ฮา
จริงคือแถ แต่โสดจริงนะ แฮร่
(ไม่เกี่ยว)

ตอนนี้เป็นการเฉลยอย่างทางการว่าปลั๊กมีกิ๊ก
ผ่านมาหลายตอน ถ้าไม่โลกสวยแบบว่าน ก็คงดูออก ฮา
ถ้าใครเคยแฟนมีกิ๊ก น่าจะอินกับตอนนี้
(มั้ง)
ส่วนตัวไม่เคยนะ
(เออเอาสิ) แต่ก็พยายามใส่ฟิลตอนเขียน
หวังว่าทุกคนคงชอบ และเห็นใจว่านที่โดนคบซ้อนแบบนี้
แต่เรายังมีพระเอกอย่างปืน ที่ขี่ม้าขาวออกมาแล้ววว
ตอนต่อไปความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจะเป็นยังไง ฝากติดตามด้วยน้า

PS. ตอนที่ 11 อัพไม่เกินสิ้นเดือนนี้นะค้าบ
ตามความเคลื่อนไหวที่เพจ สมอเรือ’  หรือ กดเฟบหน้านิยายก็ได้เน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #15 blackspell (@scox2by) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:15
    ชอบเรื่องนี้มากๆแล้วตอนนี้ก็ค้างมากๆด้วยเหมือนกันค่ะอยากให้มาอัพบ่อยๆน้า แง
    #15
    0
  2. #14 CS2094 (@cream_thaweerat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:09
    รอมากกกก คือปลั๊กว่าเเล้วว่าต้องเป็นเเบบนี้ อย่าได้เสียดายหนูว่านลูกยังมีพระเอกขี่ม้าขาวมาอยู่
    ปล.ทีมโสดเเล้วพาล เช่นกันค่ะไรท์ฯ55555
    #14
    0
  3. #13 Chanidagotpm (@Chanidagotpm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:05
    อัพด่วนค้า. ค้างมากกกเลย
    สู้ๆน้ะค้ะ
    #13
    0
  4. #12 Cho.E (@CherEmMallot) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:55
    อัพด่วนๆจย้าาาาาา
    #12
    0