คัดลอกลิงก์เเล้ว

Bad Girl & Baby Boy ความทรงจังของยัยตัวร้ายผมจะขอทำลายเอง

โดย married me

ความผิดครั้งนี้...ฉันจะจำมันไปตลอดชีวิตเลยล่ะ

ยอดวิวรวม

359

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


359

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ต.ค. 56 / 16:42 น.
Bad Girl & Baby Boy ความทรงจังของยัยตัวร้ายผมจะขอทำลายเอง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แถ่น แทน แท้นนนนนน!~
ยินดีต้อนรับนักอ่านทุกท่านอีกครั้งนะครับ กลับมาเจอกันอีกแล้วนะ
ครั้งที่แล้วถ้าใครเคยอ่านผลงานของผมเรื่อง...


                                        <<<จิ้มเพื่อเข้าไปอ่าน

หลายคนก็คงจะต้องมีอะไรติดๆ ค้างๆ ในใจกันอยู่บ้างใช่มั้ยล่ะครับ?
คือด้วยความที่เป็นเรื่องสั้นแล้วตอนที่ส่งผลงานตอนนั้นเค้ามีจำกัดหน้าด้วยเลยใส่รายละเอียดได้แค่นั้น
แต่พอมาเรื่องนี้ปุ๊ปผมก็เลยพยายามใส่รายละเอียดให้มากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นเรื่องสั้นไว้เหมือนเดิม เออ..มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าเนอะ
คือเรื่องนี้จะว่าเป็นเรื่องราวต่อจากเรื่อง Love and Cry serise ก็ว่าได้นะ
เพียงแต่ครั้งนี้ผมหยิบตัวละครของ'หญิง' หญิงสาวที่เป็นมือที่สาม ต้นเหตุที่ทำให้โฟนกับแนทเลิกกัน!
นั่นแน่! หลายคนคงคิดว่าเธอคงนี้จะเลวมากๆ เลยล่ะซี่! แต่ครั้งนี้เธอจะมาขอแก้ข่าวนะครับเธอไม่ได้เลวอย่างที่ใครๆ คิด
เอาเป็นว่าเพื่อให้เป็นการเสียเวลาผมว่าเรามาเริ่มอ่านกันเลยดีกว่าเนอะ...
เอ้อ! ลืมบอกไป ในเมื่อครั้งที่แล้วผมได้ใช้เพลงของพี่ขนมจีนมาดำเนินประกอบเรื่อง
ครั้งนี้นี้ผมเลยได้รับแรงบันดาลใจและใช้เพลงของพี่หวายมาประกอบเรื่องอย่าง...

ตกหลุมรัก





 


เสียใจแต่ไม่แคร์ (Whatever)


 


และสุดท้ายกับเพลง...ฝากไว้อีกวัน



เอาเป็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจริงๆ ผมเวลาเรามาเริ่มอ่านกันดีกว่าครับ ไปเล้ยยย!!!


แบนเนอร์นิยาย...
Seriseเรื่องสั้น...ความทรงจำ






นิยายฉบบับสั้น(5ตอนจบ)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ต.ค. 56 / 16:42

บันทึกเป็น Favorite


 


ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่เรื่องราวของผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีอย่าง...ฉัน

                อย่าเพิ่งสงสัยว่าฉันนิสัยไม่ดียังไง ฉันอยากให้คุณลองอ่านเรื่องของฉันซะก่อน ความเลวและความผิดพลาดของฉันมันไม่น่าให้อภัยตัวเองจริงๆ ฉันใช้หัวใจแต่ไม่ใช่สมองในการที่จะรักใครสักคน ฉันผิดเอง...

หลายปีก่อน...

สวัสดีค่ะฉันชื่อหญิง ฉันเป็นไกด์นำเที่ยวอยู่ที่ปายอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดท็อปอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย หน้าที่ของฉันก็คือการขึ้นรถบัสของนักท่องเที่ยวเพื่อพาพวกเขาไปเที่ยวพร้อมกับบรรยายสถานที่ต่างๆ รวมถึงประวัติความเป็นมาของที่นี่ ฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาเกือบๆ จะห้าปีแล้วหลังจากเรียนจบ ชีวิตที่นี่ของฉันเป็นไปด้วยความเรียบง่าย จนกระทั่งวันนั้น...วันที่ความรักเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับหัวใจของฉัน...

...ฉันได้เจอะกับนักท่องเที่ยวผู้ชายคนหนึ่งเขาชื่อ ‘โฟน เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านคอฟฟี่อินเลิฟ วันนั้นฉันดันทำกาแฟหกใส่เสื้อแจ็คเก็คของเขา และในทันทีที่ทั้งเขาและฉันสบตากัน ฉันก็รู้เลยว่าเขานั่นแหละคือคนที่ฉันกำลังรอคอยอยู่

ฉันอาสาเป็นคนนำเสื้อแจ็คเก็ตไปซักให้เขาที่ห้องพัก แต่ด้วยความที่เขามาเที่ยว ส่วนฉันมาทำงาน เวลาของเราทั้งสองคนจึงไม่ตรงกันเลย เขาได้เบอร์ของฉันมาจากไกด์รุ่นพี่คนหนึ่งที่ฉันสนิทด้วย และเขาก็โทรมานัดฉันเรื่องเสื้อหลายรอบแล้วแต่พอวางสายไปฉันก็กลับลืมซะนี่ แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ...เขาไม่ได้คุยเรื่องเสื้อนั่นอย่างเดียว เขาชวนฉันคุยนั่นคุยนี่เต็มไปหมด เขาถามถึงเรื่องของฉัน และเขาก็เล่าเรื่องของเขาให้ฉันฟังบ้าง เขาอายุเท่ากับฉัน ชอบทีมฟุตบอลทีมเดียวกับฉัน ชอบดูพระอาทิตย์ในยามเช้าเหมือนกัน และวินาทีนั้นแหละที่ฉันรู้เลยว่าฉัน...

กำลังตกหลุมรัก จนขึ้นไม่ไหวซะแล้วล่ะ

                แต่เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้นวันนั้นวันที่เวลาของฉันกับเขาตรงกันพอดี ฉันแวะไปหาเขาที่ห้อง เราคุยกันได้สักพักใหญ่ๆ และไม่รู้ว่าเพราะบรรยากาศพาไปหรือว่าอย่างไร เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น ฉันเปลี่ยนจากการนั่งบนโซฟามานั่งบนตักของเขาแทนเขาประกบริมฝีปากอันบางเบาลงมาแตะลงบนริมฝีปากของฉัน และทันใดนั้นเอง...

โฟน...แนทซื้อกาแฟจากร้านคอฟฟี่อินเลิฟมาฝากนะ อื้อ...หอมมากเลยนะ น่ากิ๊นนะ... 

มันเป็นวินาทีที่ทำให้ฉันเริ่มรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้โสดและไม่ได้มีฉันคนเดียวอย่างที่ฉันคิด มีผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพอดีที่ฉันกับเขากำลังมีอะไรที่ลึกซึ้งต่อกัน เธอคนนั้นดูลักษณะท่าทางแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเขาอยู่หน่อย แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ...

อ้าวแนท...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”  ชัดเลย!ท่าทางแบบนั้น ท่าทางที่เขาโอบผู้หญิงคนนั้นแบบนั้น! ขามีแฟนแล้ว เธอคนนั้นเป็นแฟนสาวของโฟน ฉันดูแววตาก็รู้ว่าเธอคงจะเสียใจมาก ฮึกๆ ฉันมันเลว! เลวมากๆ! เลวที่สุด! ฉันมันแย่งแฟนคนอื่น! ฉันเกลียดตัวเองที่สุด! ฉันเกลียดนายโฟน!

อะ...อ๋อ...มาสักพักแล้วล่ะอ่ะนี่กาแฟฉันซื้อมาให้ผู้หญิงคนนั้นพยายามยิ้ม แต่ฉันรู้ว่าหัวใจของเธอกำลังร้องไห้อยู่

 “ เดี๋ยวก่อนแนท...นี่หญิงเพื่อนของโฟนเอง (^_^)/ (^_^)” โฟนยังคงปั้นหน้ายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างกับฉันและผู้หญิงคนนั้น

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณ... ที่ฉันถามแบบนั้นไม่ใช่เพราะฉันไม่รู้สึกรู้สาหรือยินดีไปตามคำพูดหรอกนะ แต่ฉันกลับรู้สึกหน้าชาต่างหากล่ะ ฉันไม่รู้จะเริ่มพูดกับผู้หญิงคนนี้ยังไงดี

แนทค่ะตามสบายนะคะฉันขอไปเตรียมชุดก่อน แนทพูดอย่างข่มใจแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง ฉันสังเกตเห็นได้ถึงคราบน้ำตาบนใบหน้าของเธอ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ ฉันเองก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน

                “ ผมขอโทษ”โฟนพยายามจะพูดกับฉัน

                “ ทำไมนายไม่บอกฉัน!

ฉันพูเสียงแข็งใส่เขาก่อนจะรีบออกมาจากห้องนั้นให้เร็วสุด ฉันรีบวิ่งเข้าที่พักของตัวเอง ปิดประตูใส่กลอนอย่างแน่นหนาก่อนที่จะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งในท่ากอดเข่าและหลังพิงประตู ฉันร้องไห้อย่างฟูมฟาย ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฉันจะโดนเขาหลอก หรือไม่ก็คงเป็นฉันเองสินะที่โง่! โง่ไปรักคนอย่างเขา! ทำไมฉันถึงไม่ดูแลหัวใจตัวเองให้ดีกว่านี้ล่ะ!

เฮ้แนทเธอจะไปไหนน่ะเสียงของโฟนดังลั่นเข้ามาถึงข้างในห้องของฉัน เดาไม่ยากว่าเขาคงกำลังวิ่งตามแฟนของเขาที่กำลังหนีจากเขาไป...

               

เป็นยังไงบ้างล่ะเรื่องราวของฉัน...ไม่น่าให้อภัยเลยใช่มั้ย?              

หลังจากวันนั้นฉันจึงทำเรื่องขอย้ายมาเป็นไกด์อยู่ที่อยุธยาแทน มันเป็นเคสที่แปลกประหลาดมากเลยล่ะ ก็ปาย กับอยุธยานี่มันคนละภูมิภาคกันเลยนะ ตอนแรกๆ มันก็พอจะมีปัญหาอยู่บ้างสำหรับกรทำเรื่องย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่อันที่จริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายหรอกเพราะฉันก็พอจะมีความรู้เรื่องของจังหวัดนี้อยู่ไม่ใช่น้อย มันอาจจะเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับคนที่เคยบรรยายแต่เรื่องธรรมชาติ ชมนก ชมไม้ สูดอากาศเย็นสายๆ ท่ามกลางสายหมอก ต้องเปลี่ยนมาบรรยายเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ ต้องเปลี่ยนมาบรรยายเรื่องวัดวาอารามรวมไปถึงโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ แต่อย่างน้อยๆ มันก็สบายใจกว่าอยู่ที่โน่นน่ะล่ะ ฉันทนไม่ได้หรอกที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็นึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไม่หยดหย่อน แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยล่ะหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกนะโฟน

สิ่งที่เสียให้เธอไป ฉันแค่เสียใจแต่ไม่แคร์

พรุ่งนี้สำหรับฉันมันมีค่าเสมอ เพราะงั้นฉันจึงไม่ควรติดอยู่กับเมื่อวานอันน่ารังกียจ

“  เฮ้! พี่หญิง (^_^)” เสียงของโทนี่ไกด์นำเที่ยวที่ทำงานที่นี่มานานกว่าฉัน แต่อายุของเขากลับน้อยกว่าฉันซะงั้น

เขาคือลูกครึ่งสเปนแต่กลับรู้เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างครบเครื่องครบรส! หน้าตาก็จัดได้ว่าหล่อเหลาเอาการไม่ใช่น้อย นายเนี่ยฮอตไม่ใช่เล่นเลยนะจะบอกให้ และที่สำคัญก็คือว่าเขานั่นแหละที่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้เร็วขนาดนี้ เพราะเขาจริงๆ

“ ว่าไง? ยังไม่ไปกินข้าวอีกหรอ?” ฉันตอบกลับแต่สายตาและท่าทางยังคงวุ่นวายอยู่กับการยัดสัมภาระลงกระเป๋าสะพายของตัวเอง

“ ผมก็รอไปกินพร้อมพี่นั่นแหล...ฮิฮิ” โทนี่บอกฉันก่อนจะหัวเราะเบาๆ

“ ไม่ต้องมารอฉันเลยนะ! นี่นายจำไม่ได้หรอว่าครั้งที่แล้วที่ฉันโดนยัยฟินแลนด์อะไรนั่นโทรด่ามาเพราะอะไร? ไม่ใช่เพราะว่าฉันไปกินข้าวกับนายหรอกหรอ!?” ฉันนึกถึงเรื่องราวในที่เพิ่งผ่านมาไม่ดีนัก ฉันโดนยัยสาวโรคจิตที่ชื่อฟินแลนด์โทรมาด่ารับแสงอาทิตยืในยามเช้าก็เพราะว่าก่อนหน้นั่นเมื่อตอนเย็ยฉันดันไปกินข้าวเย็นเพราะเห็นแก่ของฟรีกับผู้ชายในฝันของหล่อนเข้าให้!

“ แหม...พี่ นั่นเรื่องราวมันก็ผ่านไปแล้ว ผมเคลียร์กับยัยนั่นเรียบร้อยแล้วด้วย มาๆๆ ผมช่วยเก็บของดีกว่า พี่นี่ช้าจริงๆ เล้ยยยย”  โทนี่โน้มตัวลงมาเก็บของในกระเป๋าช่วยฉัน แต่ฉันที่พยายามจะขัดกลับสะบัดหน้าจนจมูกของฉันไปชนจมูกของเขาเข้าให้

นี่ฉันกำลังเขินอยู่นะ -///-

“ อะ...เอ่อ คือ...” ฉันตะกุกตะกักแล้วรีบหันหน้ากลับมาทำเป็นเก็บของไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับ...

...เก็บอาการ >///<

“ พี่หญิงคร้าบบบ” โทนี่เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ ฮะ...ฮะ?” ฉันตะกุกตะกักอีกเล็กน้อย

“ผมตามจีบพี่มานานล้วนะ แล้วผมก็รู้ด้วยว่าพี่ก็รู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่? พี่ต้องให้ผมทบทวนมั้ยว่าผมจีบพี่ยังไงบ้างงงง? (^_^)

                “ มะ...ไม่ต้อง!ฉันไม่อยากฟังปะ...ไปก่อนนะ!”  อันที่จริงฉันกลัวจะเป็นลมช็อคตายตาตั้งไปตรงนี้เลยต่างหากล่ะ (>///<)

                “ ฮะ...เฮ้ย! รอเดี๋ยวสิพี่หญิง! พี่หญิงรอผมก่อนเซ่! นี่พี่เขินขนาดนี้เลยหรอ!? ผมรักพี่นะครับพี่! รอผมด้วยสิครับคนสวย! เฮ้ย! พี่รอผมด้วย!

                ฉันรีบสะพายกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นพร้อมกับความเขิน สิ่งที่ตามหลังฉันมาก็คือเสียงตะโกนของโทนี่และเจ้าของเสียงตะโกนนั่น สิ่งที่เขาพูดออกมาน่ะถูกทั้งหมด ฉันรู้ว่าเขาชอบฉัน ฉันรู้ว่าเขากำลังตามจีบฉันอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบหรือว่าเกลียดเขาหรอกนะ เพราะฉันยังกลัวที่จะมีรักครั้งใหม่อยู่ต่างหากล่ะ

สำหรับฉันแล้ว ฉันคิดว่าความรักก็เหมือนสีน้ำตาล

ชื่อมันดูหวานมากนะ แต่จริงๆ แล้วเนื้อของสีกลับไม่ได้ดูหวานเหมือนกับชื่อของมันเลย’

ฉันอาจยังไม่ลืมโฟนก็จริง แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าไม่ได้รักเขาแล้ว และกับโทนี่ฉันคิดว่าฉันอาจจะแย่เกินไปสำหรับคนดีๆ อย่างเขา เขาคือคนที่ฉันจะนึกถึงทุกครั้งเวลาที่ฉันเศร้าใจ มีความสุข และมีปัญหาแต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับใครเข้ามาในชีวิตอีกจริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องพวกนั้นล่ะก็นะ ฉันว่าฉันคงจะชอบเขาไปนานแล้วล่ะ เพราะอันที่จริงหัวใจของฉัน…ก็อยู่กับขาตั้งนานแล้ว (^_^)

...โทนี่...

เธอนี่ไงก็เธอนี่ไงที่กุมหัวใจฉันอยู่…’

‘...ยังอยู่กับเธอใช่มั้ย ก็ฝากเธอไว้อีกวัน ยังไงก็รบกวนละกัน คงไม่เป็นภาระนะ…’
 


 

ป.ล.ตอนนี้ยังมีภาค2ต่อ (กระซิบเลยว่าเป็นตอนของโทนี่ >_<) เหมือนเราจะตื่นเต้นอยู่คนเดียวนะ 555+  ขอบคุณเจ้าของรูปทุกรูปด้วยนะครับ (^_^)
 

 

M U S I C CAFE : LUN LA

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ married me จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 15:36
    ขออนุญาติฝากกระทู้หน่อยนะคะ
    คาดว่าไรเตอร์บางท่านอาจจะเคยประสบมาแล้ว
    อยากจะขอความร่วมมือส่งความคิดเห็นร้องเรียนการปรับปรุงเว็บ
    ที่กระทู้หน่อยค่ะ

    หากข้อความรบกวน ต้องออภัยจริงๆ ค่ะ

    http://www.dek-d.com/board/view/3072839/
    #3
    0
  2. วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 14:13
    อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนกำลังอ่านหนังสือภาพอยู่เลยค่ะ
    เล่าเป็นฉากๆ เข้าใจง่าย ไม่ยืดเยื้อ
    ความรักของพระ-นาง เป็นความรักเรียบๆ ที่เข้าใจง่ายแต่อบอุ่นชวนฝัน ><
    เป็นกำลังใจให้เน้อ

    ปล. ลองเช็คคำผิดดูเน้อ
    #2
    0
  3. #1 เจ๋งกี้
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 15:34
    ชอบมากเลยยยย >
    #1
    0