Precious Bandich "ฟื้นตำนานผู้พิทักษ์แบนดิช"

ตอนที่ 9 : เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

 

              

             
                ปุ๋ง
! ปุ๋ง!

 

มีฟองอากาศลอยขึ้นมาบนผิวน้ำใกล้ ๆ กับเรือที่ทุกคนโดยสารอยู่  นั่นทำให้ฝีพายทั้งสี่หยุดชะงักทันที  ทุกคนจับจ้องไปที่ผิวน้ำบริเวณนั้นแล้วปรากฏว่าฟองอากาศมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนผิดสังเกต  อาเธอร์  แดน  และฟรานซิสวางไม้พายลงแต่หันมาจับอาวุธแทน  ส่วนฝีพายอีกคนหนึ่งกลับเดินมานั่งรวมกับแก็งค์โอฟ่อนด้วยความกลัว  ตัวของเขาสั่นเทิ้มและพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์

ที่นี่มันอาณาเขตของเกาะแห่งเทพ  ไม่น่าจะมีอสูรกายได้   แดนครุ่นคิด  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีปีศาจวายร้ายอยู่แถวนี้  มันเป็นไปได้ไง  เขาจดจ้องไปที่ฟองอากาศขนาดใหญ่นั้นอย่างกังวล

วาบ!  ฟองอากาศที่ว่าปรากฏแสงสว่างวาบสีทองเจิดจ้าจนแสบตา  ทุกคนหรี่มองไปทางเบื้องหน้า  แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น  มันส่องแสงสว่างมากจนน่ากลัวแต่ทุกคนกลับปลอดภัย 

ซาร่าห์…”

 เสียงหนึ่งเรียกชื่อซาร่าห์  ซาร่าห์…”

ซาร่าห์หรี่ตามองไปที่จุดกำเนิดแสงอันเจิดจ้านั้นตามเสียงที่เรียกชื่อเธอ  ตอนแรกเธอมองไม่เห็นแต่พอจ้องนาน  ๆไป  เธอกลับเห็นอะไรบางอย่างตรงกลางลำแสงนั้น  ใครบางคนอยู่ที่นั่นและเป็นผู้หญิงเสียด้วย

นั่นใครน่ะ?”  ซาร่าห์ถาม

ซาร่าห์  เจ้าคือตัวแทนของข้า  ประโยคของบุคคลปริศนานั้นยาวขึ้นแต่ก็ยังทำให้ทุกคนสงสัยอยู่ดี  ตัวแทนอะไร  ข้าในนามเทพเอลไลล่าแห่งอรัสต้า

เพียงบุคคลนิรนามท่ามกลางแสงอันเจิดจรัสพูดประโยคนี้  ฟรานซิส  อาเธอร์  และแดนก็รีบคุกเข้าคำนับทันที  สมาชิกโอฟ่อนมองหน้ากันด้วยความงงงวย

ข้าเป็นเทพหยั่งรู้แห่งการเวลาและปกปักษ์รักษาธาราเขตเกาะแห่งเทพ  ข้าขอมอบอำนาจและพลังครึ่งหนึ่งที่ข้าเหลืออยู่ให้แก่เจ้าเพื่อปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้เอกราชและอิสรภาพของหมู่เกาะทั้งสามแห่งทะเลาสาบแบนดิช

แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”  ซาร่าห์ถามบุคคลที่เธอไม่สามารถเห็นหน้าได้ในแสงสว่างวาบเบื้องหน้า

ข้าจะมอบกระจกพอซัสให้แก่เจ้า  จงใช้มันให้เป็นประโยชน์เพื่อช่วยเหลือชาวเลือดบริสุทธิ์

          “กระจกพอซัส?  ซาร่าห์นึกเหมือนเธอจะเคยได้ยินมาก่อนจากตำนานแห่งทะเลสาบแบนดิช  แต่เธอก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร

                เจ้ายื่นมือมาข้างหน้าสิซาร่าห์  เทพเอลไลล่ากล่าว  ซึ่งเด็กสาวก็ทำตามเช่นนั้น

                วิ้ง!  มีแสงวาบสีอำพันเหลืออร่ามลอยอยู่บนฝ่ามือของซาร่าห์  ทุกคนตาลุกวาวเพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมือของเธอคือกระจกทองคำวงรีมีด้ามขนาดเหมาะมือที่สลักเป็นรูปต้นไม้แบบเดียวที่พบบนหีบสลักในร้านขายของเก่า  มันคือต้นแห่งโชคชะตา!

          “มันใช้ทำอะไรบ้างคะ

                เจ้าจงเรียนรู้มันด้วยสัญชาตญาณของเจ้า  จิตวิญญาณของข้าครึ่งหนึ่งอยู่ที่กระจกนั่น  จงรักษามันเยี่ยงชีวิตเจ้าและใช้มันเพื่อช่วยเหลือชาวเลือดบริสุทธิ์ให้หลุดพ้นจากความมืด…”

                วาบ!    แสงสว่างพวยพุ่งเจิดจรัสอีกครั้งก่อนจะหายไป  เหตุการณ์ทุกอย่างกลับมาปกติดังเดิม

                ซาร่าห์มองกระจกพอซัสในมือ  ก่อนจะจ้องเงาสะท้อนหน้าตัวเองในกระจก  เทพเอลไลล่าเทพหยั่งรู้แห่งการเวลาหรอ?

                ท่านซาร่าห์ท่านคือตัวแทนแห่งเทพเอลไลล่า  พวกข้ายินดียิ่งนักที่ได้ร่วมกอบกู้อิสรภาพร่วมกับองค์หญิงรัชทายาทและตัวแทนแห่งเทพ  ฟรานซิสโค้งคำนับเธอ  เช่นเดียวกับแดนและอาเธอร์  เหล่าเทพต่างสนับสนุน  ศึกครั้งนี้เราต้องได้ชัยชนะอย่างแน่นอน

                แต่ฉันไม่รับปากนะ  ฉันไม่มีความสามารถพอนอกจากใช้สมอง  ซาร่าห์ยักไหล่  เธอรู้ตัวเองดีว่าความสามารถของเธออยู่ในระดับไหน  หน้าที่และภารกิจอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้เธอจะสามารถทำได้จริง ๆ น่ะหรอ

                เทพเอลไลล่ายังไว้ใจมอบกระจกพอซัสอันล้ำค่าให้แก่ท่าน  มีหรือพวกข้าจะดูถูกความสามารถของท่านได้  ได้โปรดมั่นใจในตัวท่านเถิดว่าท่านเป็นผู้มีความสามารถแค่ไหน  แดนพูดตามความคิดเห็นส่วนตัว 

                งั้นคงเหลือแต่ฉันที่ไม่มีบทบาทอะไรในศึกครั้งนี้สินะ  ปีเตอร์น้อยอกน้อยใจที่เขาไม่เจอเหตุการณ์แบบพวกสาว ๆ บ้าง

                อย่างน้อยนายก็มีวิชาเทควันโดสายดำเอาไว้ปกป้องพวกเรานี่  เกรซปลอบใจไม่ให้เขารู้สึกเช่นนั้น 

                ปีเตอร์ยิ้ม  ความจริงเขาเองก็ไม่ได้ต้องการอาวุธวิเศษหรือยศถาบรรดาศักดิ์ที่มาพร้อมกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่  เพียงแต่เขาต้องการอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือและไม่เป็นตัวถ่วงสำหรับทุกคน  เขาไม่อยากให้การเดินทางล่าช้าหรือการทำศึกที่ต้องมาพ่ายแพ้เพราะเขาที่ไม่สามารถช่วยเหลือและปกป้องตัวเองได้

                ท่านไม่ต้องกลัวไปหรอก  เจ้าแห่งเทพอรัสต้าจะประทานอาวุธให้แก่ท่านเอง  เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้นแล้วท่านจะถูกส่งมาที่นี่ได้อย่างไรกัน  ฟรานซิสพูด  นี่ไม่ใช่คำปลอบขวัญสำหรับคนคิดมากอย่างปีเตอร์  แต่มันเป็นความจริงที่เจ้าแห่งเทพอรัสต้าจะต้องไม่ทอดทิ้งเขาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามการส่งปีเตอร์มาที่นี่  เจ้าแห่งเทพอรัสต้าคงต้องมีเหตุผลบางประการในการเลือกเขาเช่นกัน

                ซาร่าห์มองไปที่ปีเตอร์อย่างเข้าใจ  ถ้าหากเธอไม่ได้กระจกพอซัสจากเทพเอลไลล่า  เธอก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับปีเตอร์แน่  อย่างว่าใครล่ะจะยอมเป็นตัวถ่วงเพื่อน ๆ

เธอมองไปที่กระจกพอซัสนต็ปัอย่างครุ่นคิด  ของล้ำค่าชิ้นนี้น่ะหรือที่จะสามารถช่วยเพื่อน ๆ ให้รอดพ้นจากภยันตรายได้  คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกสักทีว่ามันจะสามารถใช้การได้ยังไง?  แต่ทันใดนั้นแววตาครุ่นคิดของเธอก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างในกระจก  มันเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด???

จากกระจกใสที่สะท้อนเห็นเงาตัวเองในกระจกชัดเจนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นภาพน้ำที่มีระลอกคลื่นเล็ก ๆ   ในกระจกนั้นส่องประกายผิวน้ำที่ต้องแสงแดดระยิบระยับและเริ่มปรากฏภาพอื่นถัดมาภาพที่ทำให้ซาร่าห์ตกใจทันที

เธอเห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างเคลื่อนไหวไปมาในกระจก  มันเหมือนปลาก็ไม่ใช่คนก็ไม่เชิงแถมยังว่ายน้ำเร็วมากเลยจับภาพไม่ทันว่าเป็นตัวอะไรกันแน่  เพราะไม่รู้ว่ากระจกพอซัสต้องการสื่อถึงอะไรเธอเลยไม่โวยวายให้ทุกคนได้รู้  เธอเก็บสิ่งที่เห็นไว้สงสัยคนเดียวเพราะคิดว่ามันไม่สำคัญอะไรเลยกับการเดินทางครั้งนี้  แต่เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัวที่เธอเห็นนั้นคืออะไร? และทำไมถึงปรกฏภาพบนกระจกเรือนนี้

เป็นอะไรไปซาร่าห์  ครีทีเอสก้าจับผิดสีหน้าของซาร่าห์ได้  เหมือนเธอคิดอะไรอยู่ในใจเลย  มีอะไรก็บอกพวกเราได้นะ

อ๋อ  เปล่า ๆ ไม่มีอะไร  ซาร่าห์ทำสีหน้ากลบเกลื่อนเพราะความไม่มั่นใจเธอเลยไม่อยากพูดอะไรให้เพื่อนแตกตื่น

 

นั่นไงเกาะแห่งเทพ

 

ทุกคนพากันตื่นเต้นเมื่ออีกไม่ไกลก็จะถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขาแล้ว

สวยจัง…”

เกาะแห่งเทพ  หรือเกาะอรัสติด้าร์  เป็นที่สถิตของเหล่าทวยเทพผู้ปกปักษ์รักษานครทั้งสามและทะเลสาบแบนดิช  ไม่มีใครรุกล้ำอาณาเขตที่นี่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต  ถึงจะลักลอบเข้ามาที่นี่ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพราะอรัสติด้าร์ป้องกันตัวเองด้วย  “เชสฮาวน์”  ซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองสบู่ห่อหุ้มทั้งเกาะเอาไว้ทุกส่วน  เชสฮาวน์สามารถป้องกันพลังโจมตีทุกชนิดและไม่มีวันแตกสลายจนกว่าน้ำในทะเลสาบแบนดิชจะเหือดแห้งไม่เหลือสักหยด

และภาพที่ทุกคนกำลังตะลึงและชื่นชมอยู่นั้นก็คือเชสฮาวน์ที่ห่อหุ้มเกาะเอาไว้ท่ามกลางผืนน้ำทะเลสาบแบนดิชที่สะท้อนแสงแดดส่องประกายระยิบระยับจับตา  มันสวยงามเกินกว่าจะจินตนาการจริง ๆ   

ภายในเชสฮาวน์เป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์และเขียวขจีทั่วทั้งเกาะ  แต่ที่เด่นสะดุดตากว่านั้นคือบนยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะแห่งเทพมีต้นไม้สูงใหญ่เด่นสะดุดตา  เป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญของมวลมนุษย์และเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจหรือที่เรียกว่าศรัทธาของทุกคน  ทันทีที่แก็งค์โอฟ่อนเห็นต้นไม้ต้นนั้นก็นึกได้ทันทีว่านี่แหละต้นแห่งโชคชะตา  ต้นไม้ที่ทุกคนนับถือและมอบความหวังให้แก่ชาวเลือดบริสุทธิ์

ต้นแห่งโชคชะตาอยู่บนเกาะแห่งเทพหรอ?

นี่เป็นการค้นพบประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของทะเลสาบแบนดิชในโลกของพวกเขาที่จากมา  แต่ในโลกของความเป็นจริงที่พวกเขาอาศัยอยู่ต้นไม้ต้นนี้จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจว่าพวกเขาต้องได้ชัยชนะในการกอบกู้เอกราชของเมืองทั้งสาม

เราจะเข้าไปในเกาะได้  เราต้องผ่านผู้ถือกุญแจไปให้ได้ก่อน  แดนพูด

ผู้ถือกุญแจ?

ผู้ถือกุญแจเป็นทหารรักษาการณ์รอบ ๆ เกาะแห่งเทพส่วนนอก  มีหน้าที่คอยสอดส่องและป้องกันการรุกรานพื้นที่  พวกพระองค์ไม่ต้องกลัวหรอก  ทหารพวกนี้จะไม่ทำอะไรพวกพระองค์หากไม่มีใครคิดร้ายกับพวกมัน  แต่ว่ามันมีข้อเสียอย่างหนึ่ง  พวกมันจะเอ๊ะ!  เกิดอะไรขึ้น

การสนทนาถูกขัดจังหวะขึ้นเพราะเรือที่ทุกคนโดยสารมาถูกกระแทกด้วยคลื่นน้ำที่ซัดโหมกระหน่ำเข้าใส่อย่างไม่รู้ตัว  เรืออับปางลงและทุกคนตกลงไปในน้ำ  แดน  ครีทีเอสก้า  และปีเตอร์อาศัยจังหวะที่อยู่ใกล้ซากเรือเอาไว้เพื่อพยุงไม่ให้ตนจมน้ำ  หากแต่คนอื่น ๆ กลับถูกคลื่นซัดกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

แดนเหลือบไปเห็นเกรซที่กำลังว่ายน้ำตะเกียกตะกายอยู่บนผิวน้ำ  เขาตัดสินใจกระโดดลงน้ำเพื่อเข้าไปช่วยเธอซึ่งอยู่ไม่ห่างจากซากเรือสักเท่าไหร่  องค์หญิง  หม่อมฉันจะปกป้ององค์หญิงด้วยชีวิตของหม่อมฉัน  เขาล็อกลำคอเธอและพาเธอมาเกาะที่ซากเรือ  ครีทีเอสก้าและปีเตอร์รีบเข้ามาพยุงเธอขึ้นจากผิวน้ำ

เกรซ  เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?  ปีเตอร์และครีทีเอสก้าถามด้วยความห่วงใย

เกรซค่อย ๆ เงยหน้ามองทั้งสองคนด้วยท่าทีเหน็ดเหนื่อยจากการสำลักน้ำ  เธอยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าที่เธอห่วงใยมากที่สุดและคว้าคน ๆ นั้นมากอดอย่างลืมตัว  เธอปลอดภัยใช่ไหมปีเตอร์  เธอไม่เป็นไรนะ 

ปีเตอร์จับไหล่เกรซและผลักเธอออกเบา ๆเขาพึ่งรู้ว่าเกรซรู้สึกกับเขาเกินเพื่อน!  เขาพึ่งรู้ว่าเธอเป็นห่วงใยเขามากกว่าคนอื่น ๆ   ทุกครั้งที่ผ่านมาเขาตัดสินจากคำพูดห่วงใยของเธออยู่ในคำจำกัดความของมิตรแท้มาเสมอ  สำหรับเขาเองไม่ได้คิดกับเธอมากไปกว่านี้เลยเพราะเขามีซาร่าห์อยู่เต็มหัวใจและไม่เคยคิดนอกใจจากคนที่เขารักเลยสักนิด

ฉันเอ่อฉันไม่เป็นไร”  ความจริงแล้วเขาเป็นห่วงซาร่าห์มากกว่า  ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอหายตัวไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ท่ามกลางกระแสน้ำที่เกรี้ยวกราด  นั่นทำให้เขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  เขาได้แต่ภาวนาว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆ  เกิดขึ้น

ครีทีเอสก้ารู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่าเกรซต้องคิดเกินเลยกับปีเตอร์อย่างแน่นอน  ที่ผ่านมาเธอไม่มั่นใจว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า  แต่ ณ  ตอนนี้ต่อให้เกรซปฏิเสธว่าไม่ได้รักยังไงเธอก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

แดนมองสายตาของเกรซที่สื่อไปถึงปีเตอร์  เขารู้ว่าเธอคิดยังไงกับปีเตอร์แล้วก็รู้ด้วยว่าปีเตอร์คิดยังไงกับซาร่าห์  เขาสงสารเธออย่างจับใจและอยากปลอบประโลมเธอ  แต่เธอกำลังจะเป็นกษัตริย์ของอิมพิริออล  เขามันแค่คนชั้นล่างผู้ต้อยต่ำ  เขาคงไม่มีทางทำเช่นนั้นได้หรอก  แต่เขาก็ดีใจนะที่เห็นเธอปลอดภัย  ไม่ใช่สิ!  ดีใจมาก ๆ เสียด้วย

คลื่นลูกใหม่ยังซัดโหมเข้ามาไม่หยุด  จนตอนนี้ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ เป็นเช่นไรบ้าง  ซาร่าห์  บริลเลียน  อาเธอร์  ฟรานซิส  แล้วก็ฝีพายคนนั้นจะปลอดภัยดีหรือเปล่านะ  หวังว่าพระเจ้าคงเข้าข้างคนดีอย่างพวกเขาให้มีชีวิตรอดปลอดภัยด้วยเถิด

 
 

ซาร่าห์  เธอทำใจดี ๆ ไว้นะ  บริลเลียนพยายามพูดกับเพื่อนสาวของเธอตลอดเวลาหลังจากที่เรืออับปาง  เธอรู้ดีว่าซาร่าห์ว่ายน้ำไม่แข็งจึงทำให้เธอกลืนน้ำเข้าไปเต็มปอดและยังไม่ได้สิติ  “ซาร่าห์  เธอลืมตาคุยกับฉันเซ่  เฮ้!  อย่าพึ่งหลับนี่เรากำลังจะจมน้ำนะ 

เธอพยายามลากเพื่อนสาวไปที่ไหนสักแห่งที่สามารถขึ้นจากผิวน้ำเย็นเฉียบของทะเลสาบนี้ได้  แต่ว่าเมื่อมองไปรอบทิศกลับไร้ที่ช่วยเหลือได้  ไม่มีแม้กระทั่งคนอื่น ๆ พวกเขาหายไปไหนกันนะ  ซาร่าห์!  บอกว่าอย่าพึ่งหลับ  บริลเลียนหงุดหงิดถึงขีดสุดเพราะตอนนี้เธอกำลังมืดแปดด้าน  โอ๊ย  ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย  เธอบ่นพึมพำก่อนจะว่ายน้ำพาเพื่อนสาวไปหาที่ที่ปลอดภัยไปเรื่อย ๆ

บริล ฉันขอโทษที่เป็นตัวถ่วงเธอ

บริลเลียนมองซาร่าห์อย่างไม่พอใจ  บ้าน่า  คิดได้ไงว่าเธอเป็นตัวถ่วงฉันน่ะ  เลิกคิดอะไรงี่เง่าแบบนี้ได้แล้วนะ  ตอนนี้เรากำลังลอยคออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้  ไม่แน่อาจจะมีฉลามก็ได้

ซาร่าห์หัวเราะทั้งที่ไม่มีแรงจะพยุงตัวเองไม่ให้จมน้ำ  ในทะเลสาบไม่เจอฉลามหรอก

ก็ไม่แน่นี่  เรายังเจองูยักษ์กันมาแล้ว  ว่าแต่คนอื่น ๆ หายไปไหนกันหมดเนี่ย

สงสัยคงโดนคลื่นซัดไปคนละทิศคนละทาง”  ซาร่าห์พูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย 

 

ซวบ !  ซวบ!

 

ซาร่าห์  เธอได้ยินเสียงอะไรไหม???”  บริลเลียนชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงประหลาดใกล้ ๆ ตัว
                ซวบ !  ซวบ!

 

เสียงอะไรน่ะ???

ฉันก็ไม่รู้

ทั้งสองสาวเริ่มตื่นกลัวอย่างชัดเจน  บริลเลียนเร่งว่ายน้ำพาซาร่าห์ไปให้พ้นจากจุดเกิดเสียงประหลาดทันทีโดยที่ซาร่าห์พยายามพยุงร่างตัวเองไปด้วยเพื่อจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงเพื่อนมากนัก

แต่

ซวบซวบ!

เสียงนั้นกลับตามพวกเธอมาเรื่อย ๆ เหมือนจงใจระบุว่าเป้าหมายคือพวกเธอสองคน

ทั้งสองเพิ่มความเร็วให้กับตัวเองเป็นเท่าตัว  แต่ยิ่งหนีเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกถูกตามมาตลอดทาง  จะว่ายน้ำไปทางไหนเสียงนั้นก็ดังไล่หลังมาไม่หยุด  มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย  และดูเหมือนเสียงนั้นจะดังมาจากก้นเบื้องของทะเลสาบด้วย  หรือว่านี่คือกับดัก?

ซวบ!  กรี๊ดดดดด…!

แล้วทั้งคู่ก็ถูกดึงหายไปใต้ผิวน้ำทะเลสาบที่ใสสะอาดเกินกว่าจะจินตนาการได้ว่ามีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่  มันเป็นเรื่องที่เกินคาดเดาและไม่อยากจะเดาด้วย  ไม่มีใครคิดว่าใต้ผิวน้ำน่าเล่นขนาดนี้จะแฝงไปด้วยอันตราย  แต่ถึงอย่างไรก็ขอให้ซาร่าห์และบริลเลียนรอดปลอดภัยจากสิ่งลึกลับที่ดึงร่างพวกเธอให้ดำดิ่งไปยังก้นเบื้องของผิวน้ำแห่งนี้ด้วยเถอะ

 

นั่นเสียงกรีดร้องของสตรีนี่!”  ฟรานซิสร้องทักขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังแว่วมา มาจากทางใดกัน  เขาหันรีหันขวามองหาต้นเสียงแต่ก็ไร้วี่แววที่จะได้ยินเสียงนั้นอีกหน  หรือว่าเขาแช่น้ำนานเกินไปแล้วจึงหูแว่ว  เจ้าได้ยินไหมอาเธอร์

อาเธอร์มองหน้าฟรานซิสอย่างมั่นใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงใคร  ข้าแน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเป็นองค์หญิงบริลเลียน  หากแต่อีกเสียงหนึ่งที่ร้องขึ้นมาพร้อมกันข้าไม่รู้  เขาจดจำน้ำเสียงของบริลเลียนได้อย่างแม่นยำ  ทั้งนี้เพราะตลอดเวลาสองวันที่ผ่านมาเขาทบทวนคำพูดของผู้ที่จะมาดำรงฐานะรัชทายาทแห่งเอธานิออลจนมั่นใจว่าเธอไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ  เสียงของเธอติดตรึงในสมองของเขา

“ตามเสียงไป  รีบไปช่วยพวกนางเร็ว!” อาเธอร์รีบว่ายน้ำจ้ำนำหน้าฟรานซิสไปอย่างรวดเร็ว  เขาภาวนาว่าให้พวกเธอปลอดภัย  อย่าได้เจออันตรายใด ๆ เลย  เพราะไม่อย่างนั้นความหวังของชาวเลือดบริสุทธิ์ดับสิ้นแน่

“ข้าว่าในเขตเกาะแห่งเทพนี้ไม่น่าจะมีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น  แต่ทำไมคลื่นประหลาดถึงซัดพวกเราจนเรือแตกได้เพียงนี้  หรือว่านี่คือการกระทำของผู้ถือกุญแจ”  ฟรานซิสกล่าว  แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าใดนัก  นี่เป็นเพียงแค่การสันนิษฐานเท่านั้น ก่อนที่เขาจะรีบจ้ำอ้าวว่ายน้ำตามอาเธอร์ไปอย่างรวดเร็ว

“ผู้ถือกุญแจอะไรนั้นข้าไม่สนใจหรอก  ข้าสนใจแต่ความปลอดภัยของรัชทายาทและสหายมากกว่า  รีบเข้า ฟรานซิส!”  เขาเร่งให้ฟรานซิสว่ายเร็วขึ้นกว่าเก่า  ด้วยช่วงตัวที่ยาวและพลังแขนอันทรงพลังของทั้งสองคนทำให้จังหวะการว่ายน้ำของพวกเขาเป็นไปอย่างรวดเร็วราวฉลามขาว  หากแต่ว่าเสียงร้องนั้นได้หายไป  ทำให้พวกเขาไม่รู้จะไปตามหาพวกเธอทางไหน 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!

 

“อาเธอร์  นั่นเสียงมาอีกทาง!”   ฟรานซิสรีบทักขึ้นมา  เสียงที่เขาได้ยินนั้นทำให้เขาชะงักไปเลย  เสียงนั้นคล้ายกับ “องค์หญิงครีทีเอสก้า  โอ้ไม่นะ!  ฟรานซิสรีบว่ายน้ำหันกลับไปอีกทาง  ในหัวเขามีแต่ต้องช่วงองค์หญิงครีทีเอสก้าให้ได้โดยลืมไปเลยว่าเขายังมีเพื่อนอีกคนที่ร่วมเผชิญกับเหตุการณ์นี้อยู่

“ฟรานซิส  เดี๋ยวก่อน  นั่นเจ้าจะไปไหน!”  อาเธอร์รีบว่ายน้ำตามฟรานซิสไป  เพราะทางที่ฟรานซิสว่ายไปนั้นมันเป็นส่วนของทะเลสาบน้ำลึกที่อันตรายเกินไปสำหรับพวกเขาที่ไม่มีแม้กระทั่งอาวุธติดตัว  “ฟรานซิส  เจ้าฟังข้าก่อนได้ไหม  หยุดก่อน!

“นั่นเสียงขององค์หญิงครีทีเอสก้าข้าจำได้พระองค์กำลังอยู่ในอันตราย  ทางนั้นมันเป็นเขตน้ำลึก  พระองค์จะทำอย่างไรถ้าเกิดพระองค์หมดแรงที่จะว่ายน้ำไปจนถึงฝั่ง”  สิ่งที่ฟรานซิสพูดก็มีเหตุผล  นั่นทำให้อาเธอร์ไม่สามารถขัดได้

“เจ้า  ฮึ่ย”  เขายอมตามฟรานซิสไปโดยดี

ในระหว่างนั้นเอง

 

บุ๋ง!  บุ๋ง!

               

                จู่ ๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวน้ำ  จนทำให้ฟรานซิสและอาเธอร์ต้องหยุดว่ายน้ำด้วยความประหลาดใจ  ผิวน้ำบริเวณนั้นเกิดการสะเทือนคล้ายกับน้ำเดือดเป็นฟอง  และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือมันเกิดขึ้นเฉพาะรอบ ๆ กายของพวกเขาสองคน 

                “มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย???”

                ไม่ทันขาดคำ  ร่างของพวกเขาก็ถูกน้ำบริเวณนั้นหมุนร่างพวกเขาช้า ๆ และดันพวกเขาลอยขึ้นสูงเหนือน้ำคล้ายน้ำพุที่แรงดันมากพอที่จะดันร่างของมนุษย์ให้เคลื่อนที่ไปไหนก็ได้ 

                “ฟรานซิส!  เจ้าระวังตัวด้วยนะ!” อาเธอร์พูดเมื่อเห็นฟรานซิสพยายามจะยืนบนก้อนน้ำพุนั้น  แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทรงตัว 

                แล้วพลังน้ำเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ช้า ๆ ทำให้ฟรานซิสที่พยายามจะทรงตัวยืนต้องล้มลงไม่เป็นท่า  “มันจะพาเราไปไหนน่ะ”  กลุ่มพลังงานขับเคลื่อนเร็วขึ้นพาทั้งสองไปยังที่ใดสักหนแห่ง  แต่ที่แน่ๆ  รู้ว่ามันเคลื่อนที่เข้าใกล้ “เกาะแห่งเทพ”

       “อาเธอร์  เจ้าดูนั่น”  ฟรานซิสชี้ไปด้านข้าง  เพราะเขาเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่มาทางเดียวกับพวกเขา  “นั่นมัน..

                “อาเธอร์  ฟรานซิส…!!!”  แดนตะโกนและโบกมือให้พวกเขาอยู่บนกลุ่มพลังน้ำขับเคลื่อนอีกก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า  และบนนั้นมีเกรซ  ปีเตอร์  และครีทีเอสก้ารวมอยู่ด้วย  พวกเขาดีใจที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งอย่างปลอดภัย  โดยเฉพาะเมื่อฟรานซิสเห็นครีทีเอสก้าอยู่บนนั้น

                “องค์หญิง  ทรงปลอดภัยดีนะพะย่ะค่ะ”  ฟรานซิสยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ  “หม่อมฉันได้ยินเสียงพระองค์  นึกว่าพระองค์เป็นอะไรไปเสียแล้ว”

                “ฉันปลอดภัยดี ฉันแค่ตกใจน้ำพุนี่เท่านั้น”  ครีทีเอสก้าตอบ  เธอแอบรู้สึกดีมากที่ฟรานซิสเป็นห่วงตนมาก  สีหน้าของเขาคลายกังวลเมื่อเห็นเธอเป็นปลิดทิ้ง  - - ฟรานซิสยิ้มมุมปากด้วยความดีใจ

                ปีเตอร์สายตาขวักไขว่มองหาคนๆ หนึ่ง  “แล้ว ซาร่าห์ละ?”  เขาเริ่มใจไม่ดีเมื่อไม่เห็นซ่าร่าห์อยู่ที่นี่  “มีใครเห็นซาร่าห์บ้าง”  น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความเป็นห่วง

                ทุกคนเงียบก่อนที่จะสังเกตเห็นว่ากลุ่มพลังน้ำได้เคลื่อนที่พาพวกเขามาใกล้ฝั่งของเกาะแห่งเทพและได้ข้ามเชสฮาวน์เข้ามาโดยไม่มีใครได้ทันสังเกต

       ระดับความสูงของน้ำที่โอบอุ้มพวกเขาไว้ค่อย ๆ ลดต่ำลงอย่างช้า ๆ จนกระทั่งน้ำหยดสุดท้ายได้กลืนหายเข้าไปในพื้นทรายส่งพวกเขาถึงเกาะแห่งเทพอย่างปลอดภัย  แม้จะเป็นการที่ทุกคนไม่ต้องผจญอยู่ในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด  แต่ความวิตกกังวลกลับเข้ามาแทรกแซงแทนเมื่อไร้วี่แววของซาร่าห์และบริลเลียน

                “บริลกับซาร่าห์จะเป็นอะไรไหม  ฉันกลัวจัง”  เกรซกุมมือครีทีเอสก้าไว้แน่น  สายตาสอดส่องไปทั่วทะลสาบเผื่อว่าจะมีความหวังที่จะเห็นพวกเธอ  อย่างน้อย ๆ เธอพยายามที่จะมองโลกในแง่ดีว่าบางทีพลังน้ำเหล่านั้นจะพาพวกเธอมาส่งถึงฝั่งอย่างปลอดภัยช้าหน่อยเท่านั้นเอง

                ปีเตอร์เดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวาย  เขารอแล้วรอเล่า  พวกเธอก็ยังไม่ปรากฏตัว  “ฉันไม่ไหวแล้วนะ  ที่นี่มีเรือไหม  ฉันจะออกไปตามหาพวกเขา!” 

 

                “พวกเขา ปลอดภัยดี”

 

                เสียงของชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหูแว่วมาจากทางด้านหลัง  ทุกคนหันไปมองด้วยความสนใจ แต่ทันทีที่เห็น 

                “นะนาย  เป็นใคร?”  ปีเตอร์แทบช็อกเมื่อบุคคลนิรนามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาคือ ชายหนุ่มผู้หนึ่ง สวมชุดคลุมสีขาวคล้ายเทพนิยายกรีกที่ประดับไปด้วยเครื่องทองคำตรงบ่า  รอบ ๆ กายเขามีรัศมีสีขาวแผ่ขยายเป็นออร่า  และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เขามีใบหน้าเหมือนปีเตอร์ทุกระเบียบนิ้ว  ไม่ว่าจะคิ้ว  ตา  จมูก  ทุกส่วนสัดล้วนเหมือนปีเตอร์ทั้งสิ้นราวกับเป็นคนเดียวกัน - -ไม่ใช่แค่ปีเตอร์เท่านั้นแต่เป็นทุกคนในที่นี้ต่างหากที่ตกใจ  เพราะเขาเหมือนปีเตอร์มากจริง ๆ

                “ข้าคือ  เดล  ยินดีต้อนรับสู่เกาะแห่งเทพ”

                “เดล?”  แดนคำนึงคิด  ก่อนจะหันไปมองอาเธอร์และฟรานซิสเพื่อตรวจสอบความแน่ใจในความคิดตนเอง  ฟรานซิสพยักหน้าเป็นเชิงว่าใช่ในสิ่งที่เขาคิดอย่างแน่นอน - -อาเธอร์  แดน  และฟรานซิสพร้อมใจกันคุกเข่าคำนับทันที

      “เอาเถิด ลุกขึ้นเถิด พี่น้องชาวเลือดบริสุทธิ์เพื่อนยาก”  ท่านผู้นั้นเดินเข้าไปจับไหล่ของทั้งสามคนให้ลุกขึ้น  และทันใดนั้นเอง 
                วาบ
!  เสื้อผ้าและร่างกายของทั้งสามคนก็แห้งสนิทภายในพริบตา  ในขณะที่แก็งค์โอฟ่อนยังคงเปียกโชกชุ่มน้ำไปทั้งกาย  เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริง ๆ

                “พวกเจ้าคงสงสัยว่าข้าคือใคร”  เดลยิ้มไปให้แก็งค์โอฟ่อน  โดยเฉพาะปีเตอร์  เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆปีเตอร์ที่ยังคงไม่เชื่อสายตาว่าในโลกนี้จะมีคนที่เหมือนเขาได้เพียงนี้  “ข้าคือ  เทพเดล  เทพแห่งการรักษา  ที่เจ้ามีหน้าตาละม้ายคล้ายข้าไม่ต้องสงสัยหรอกว่าเพราะเหตุใด  รู้ไว้แต่เพียงว่าเจ้าคือตัวแทนของข้าที่จะต้องช่วยรัชทายาทกอบกู้บัลลังก์อิสรภาพและเพื่อความอยู่รอดของชาวเลือดบริสุทธิ์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสายเลือดเจ้า” 

                ถึงตอนนั้นปีเตอร์ก็ยังคงงวยงงกับคำพูดเขาอยู่ดี  หรือว่าหน้าที่ของเขาจะเป็นตัวแทนเทพเหมือนอย่างหน้าที่ที่ซาร่าห์ได้รับ  แต่ทำไมเขาถึงหน้าตาไปเหมือนกับเทพเดลได้ล่ะ  แล้วทำไมเขาถึงถูกเลือกอย่างเจาะจงว่าต้องเป็นเทพเดลที่หน้าตาเหมือนเขาล่ะ  ทำไม? โอ๊ย! ไม่อยากจะคิดแล้ว  ห่วงแต่ซาร่าห์กับบริลเลียนเถอะ  พวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้างนะ

                “พวกเจ้าทุกคนตามข้ามา”

                เทพเดลนำทุกคนเดินเข้าไปในพงหญ้าสูงที่ไม่มีทางให้เดิน  แต่ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไป  พวกหญ้ารกชัดเหล่านั้นรวมทั้งเถาวัลย์ไม้ป่าต่างก็พากันเลื้อยหนีออกเป็นเส้นทางให้พวกเขาเดินไปข้างหน้า  ระหว่างทางดอกไม้หลากหลายชนิดต่างพากันบานสะพรั่งเหมือนยินดีต้อนรับทุกคนสู่อาณาจักรเกาะแห่งเทพ   มันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ เมื่อมองไปข้างหน้าพวกเขาถึงกับตะลึงราวกับเห็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก  นั่นคือ 

 “ปราสาทคริสตัล”  ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่  มันสร้างด้วยคริสตัลใสเปล่งประกายวิบวับเมื่อถูกต้องแสง  มันเจิดจรัสตระการตาท่ามกลางป่ารกชัดแถบนี้มากและสร้างขึ้นมาตั้งตระหง่านคู่กับ “ต้นไม้แห่งโชคชะตา”  บริเวณยอดเขาช่างเป็นสุดยอิดสถาปัตยกรรมจริง ๆ 

                ทุกคนถึงกับตะลึงในความงดงามของศิลปกรรมคริสตัลนี้  แม้กระทั่งอาเธอร์ แดเนียล  และฟรานซิสจะเป็นคนในยุคนี้แต่ก็เป็นความโชคดีอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาทีได้มาเยือนเกาะแห่งเทพครั้งแรกในชีวิต  พวกเขาก็รู้สึกชื่นชมและประหลาดใจไม่แตกต่างไปจากแก็งค์โอฟ่อนเลย  มิหนำซ้ำยังดูตื่นเต้นมากกว่าเสียอีก

                “ช่างงดงามจริง ๆ”  ฟรานซิสเอ่ยปากชม  แววตาจดจ้องปราสาทคริสตัลไม่ละสายตา  “แต่ก่อนเคยได้ยินแต่เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับปราสาท  ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มีโอกาสเห็นด้วยสายตาของข้าเอง”

                “พวกเจ้าสามารถมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้” เทพเดลยิ้ม  ก่อนที่จะหันไปเจอแววตาของปีเตอร์ที่ยังสงสัยเคลือบแคลงเรื่องรูปร่างหน้าตาของพวกเขาที่เหมือนกันมาก  “เจ้ามองหน้าข้าเช่นนั้น  เจ้าคิดอะไรอยู่รึ”  เทพเดลหัวเราะ

                “อ๋อ  ป่ะ..เปล่าฮะ”  ปีเตอร์ยิ้มแห้ง ๆ จริง ๆแล้วสิ่งที่เขาสงสัยคือเรื่องชื่อของเทพเดลต่างหากที่เหมือนกับนามสกุลเก่าแก่ของเขาซึ่งใช้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ  เขาครุ่นคิดไป  เดินไป  คงมีแต่เขาคนเดียวที่ไม่ได้สนใจในความงามของปราสาทคริสตัลเลย

                “ข้าคือบรรพบุรุษของเจ้า  ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมหน้าตาของข้าจึงคล้ายเจ้า  และชื่อของข้าก็ไปเหมือนของเจ้าด้วย” เทพเดลหันมาคุยกับปีเตอร์ ในขณะที่ยังคงนำทางทุกคนไปยังปราสาทคริสตัลซึ่งอยู่ห่างไปอีกไม่ไกลนัก - - ปีเตอร์ทำหน้างวยงง การที่เทพเดลพูดอย่างนี้ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้เขาเป็นทวีคูณ

                “พ่อข้ามีสายเลือดเป็นกึ่งเทพกึ่งชาวเลือกบริสุทธิ์  และมีภรรยาจำนวน 2 คน  ภรรยาคนแรกเป็นเทพ  ซึ่งบุตรที่เกิดขึ้นมานั้นคือข้า  ส่วนภรรยาอีกคนของพ่อข้าเป็นชาวเลือดบริสุทธิ์ซึ่งเป็นบุตรที่เกิดมานั้นคือต้นกำเนิดของบรรพบุรุษของเจ้า  ปีเตอร์ เดล  ดังนั้นเจ้าจึงมีเชื้อสายของข้าอยู่ด้วย  ข้าเองก็ตกใจไม่ใช่น้อยเมื่อเห็นเจ้า  แต่คงเพราะฟ้าลิขิตออกมาเช่นนี้และนั่นก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าเจ้าคือตัวแทนของข้า  ข้าดีใจยิ่งนักที่ได้เจอเจ้าเพราะเราคือตระกูลเดียวกัน”  เทพเดลเอามือตบบ่าปีเตอร์เบา ๆ วาบ!  เสื้อผ้าของปีเตอร์แห้งสนิททันควัน  หัตถ์ของเทพเดลนี่มหัศจรรย์จริงๆ              

                ปีเตอร์ยิ้มนิด ๆ เขาดีใจนะที่เขามีเชื้อสายของเทพ  แต่เขากลับรู้สึกแย่ที่เขาไม่มีความสามารถใด ๆ เลยจะไปทำสงครามยิ่งใหญ่ครั้งนี้  เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องไปเจออะไรน่ากลัวอีกบ้าง เขารู้แต่เพียงว่าเขาไม่อยากเป็นตัวถ่วงอีกต่อไป

                เทพเดลเหมือนรู้ทันความคิดของปีเตอร์  “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก  เพราะข้าจะถ่ายทอดพลังครึ่งหนึ่งของข้าให้เจ้า  เจ้าจะมีทุกอย่างเหมือนข้า”  ปีเตอร์ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย  อย่างน้อย ๆ เขาก็มีอะไรบางอย่างที่สามารถช่วยเพื่อน ๆ ได้

               

“ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทอรัสต้า!



 


แล้วติดตามใหม่ตอนหน้านะจ๊ะ  ถ้าพรุ่งนี้แต่งทันก็จะเอามาลงให้น้า 
ขอให้สนุกสนานกับนิยายเรื่องนี้กันถ้วนหน้าเลย ^^


รูปสไตล์ฟิน ๆ กับอาเธอร์ผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง






 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #54 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 22:20
    จินตนาการภาพซาร่าตอนรับกระจกนั่นอย่างสวยอ่ะ อลังการมากค่ะ ชอบๆๆ

    ตอนปีเตอร์รับพลังจากเทพเดลก็หล่อเช่นกัน กรี๊ดๆๆๆ เรื่องนี้มันออลสตาร์ดาราที่เราชอบนี่หว่า ^^

    แล้วซาร่าห์กับบริลอยู่ไหนเนี่ย รีบกลับมารวมกลุ่มนะ ตื่นเต้นขึ้นทุกทีแล้วสิ
    #54
    0
  2. #48 joke na sad (@xmember) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 01:05
    ในที่สุด !! ก็จะได้พลังครบหมดแล้ว ต่อไวๆนะครับ ^^


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มีนาคม 2556 / 01:07
    #48
    0
  3. #46 bmsister (@bmsister) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 13:17
    ><  พี่ก็ชอบคู่ฟรานซิสสส 
    #46
    0
  4. #45 NJ'love (@nita-nicha42) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 12:47
    แอร๊ย >//< ครีทีเอสก้า+ฟรานซิส -[]- โฮะๆๆ
    #45
    0
  5. #43 Grandios (@teenoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 04:08
    ไรท์กำลังทำให้เค้าติดนิยายเรื่องนี้อ๊า T_T ได้โปรดมาอัพต่อด้วยเถิดดดด เพี้ยงๆ
    ชอบคู่บริลอา รู้สึกจะฮาร์ดคอดี 555 สู้ๆนะคะ จะติดตามเรื่อยๆเลย
    #43
    0
  6. #42 Sweetie_Pai (@sung-min) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 18:59
    TT จะสงสารเกรซหรือสงสารแดนดีล่ะเนี่ย ~ แต่ว่าตื่นเต้นๆ ><"
    #42
    0
  7. #41 NJ'love (@nita-nicha42) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 18:15
    พระเอกในนิยายนี้หล่อทุกคน >.<
    #41
    0