Precious Bandich "ฟื้นตำนานผู้พิทักษ์แบนดิช"

ตอนที่ 7 : องค์หญิงรัชทายาท??? (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

       
       “
ทำไม?  ฉันไม่เข้าใจ 

                 เกรซถาม  มือที่จับมีดสั่นเทาด้วยความลังเลและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอจับอาวุธด้วย 
พวกนายเป็นใครกันแน่

                แดนถ่ายทอดความรู้สึกผ่านแววตาที่เคร่งขรึมไปยังเธอ  เขาต้องการให้เธอเชื่อใจว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อช่วยเหลือเธอจากใจจริง  เขาเห็นน้ำใส ๆ คลอนัยน์ตาสีฟ้าสวย ๆ ของเธอก็รู้ว่าเขาห่วงใยชายที่ไร้สติเพียงใด  มันคงเป็นความรู้สึกเกินบรรยายว่าทำไมเธอถึงกล้าทำเช่นนี้ได้ทั้งที่มืออันเรียวงามของเธอนั้นไม่เหมาะกับอาวุธที่เคยเปื้อนเลือดเลยสักนิด

                เกรซไม่เข้าใจถึงความหมายของสายตาคู่นั้น  เธอลังเลที่จะเชื่อใจเขาดีหรือไม่  บอกฉันทีว่าทำไมต้องรอฟ้าสางด้วย  ได้โปรดเถอะบอกฉันที  เธอร้องไห้ก่อนจะเหลือบมองร่างของปีเตอร์ที่กำลังจะหมดลมหายใจลงทุกที  เธอรักเขามากกว่าสิ่งใด  บอกฉันทีว่าฉันต้องทำยังไง

                ยาถอนพิษเอกอสจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อร่างกายต้องแสงแดดเท่านั้น  หากใช้ในยามนี้ยาถอนพิษจะมีฤทธิ์เท่ากับพิษร้ายแรงที่สุดของเอกอส  และอาจทำให้เขาสิ้นใจได้ทันทีที่จิบมัน  แดนอธิบาย

                แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก  ทำไมต้องให้เราสงสัยในตัวพวกนาย  บริลเลียนพูด  เธอจับมือเกรซและปัดมีดออก  ก่อนจะคว้าเธอมากอดอย่างปลอบใจ 

                บอกหรือไม่บอก  ข้าก็ให้คำมั่นไม่ได้ว่าเขาจะรอด  แดนพูดถึงเหตุผลของคำพูดที่มีลับลมคมในของเขา

          เกรซ!  บริล!”                เกรซและบริลเลียนมองไปตามเสียงที่เรียกชื่อพวกเธอ  ก่อนจะยิ้มด้วยความดีใจ

                ซาร่าห์และครีทีเอสก้ายืนอยู่ตรงประตูและมองมาที่พวกเธอด้วยความเป็นห่วงมาก  ทั้งสี่คนวิ่งเข้าไปหาและกอดกันพลางถามว่าได้รับบาดเจ็บอะไรมากไหม  รอยยิ้มและน้ำตาที่แสดงออกมาทางสีหน้าและท่าทางนั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นหนึ่งเดียวของแก็งค์โอฟ่อน  แก็งค์ที่รักกันเสมือนพี่น้องแท้ ๆ และจะไม่ทอดทิ้งกันหากคนใดคนหนึ่งได้รับอันตราย

                ฉันนึกว่าพวกเธอจะเป็นอะไรไป  เห็นเข้าป่าหายไปนาน  พวกเราเลยรอไม่ไหวออกตามหากันจ้าละหวั่น  ครีทีเอสก้าพูด  ก่อนจะเหลือบไปเห็นบาดแผลของบริลเลียนที่หัวไหล่  บริล!  เธอไปโดนอะไรมา 

                บริลเลียนไม่รู้จะตอบยังไง  เรื่องมันยาวเดียวฉันเล่าให้ฟัง

                เกรซ  เธอโอเคใช่ไหม  ซาร่าห์เป็นฝ่ายถามเกรซบ้าง  แก้มเธอมีคราบน้ำตาไม่บอกก็รู้ว่าเธอพึ่งร้องไห้มา  เธอร้องไห้หรอ?

                เกรซยิ้มเก้ ๆ กัง ๆ เธอตอบไม่ถูกทุกครั้งว่าเธอร้องไห้เพราะปีเตอร์  เธอกลัวว่าซาร่าห์จะรู้ว่าเธอคิดยังไงกับปีเตอร์  เธอไม่อยากเสียเพื่อนไป  “ฉันฉันแค่กลัวเท่านั้น

       แต่ความลับไม่มีในโลก  ครีทีเอสก้ามองความคิดเธอออกอย่างทะลุปรุโปร่ง  แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดด้วยเหตุผลเดียวกับเกรซ  คือไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนมันจบลง  เธอรู้ดีว่าซาร่าห์เองก็ชอบปีเตอร์แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยพูดเลยไม่มีใครรู้ความคิดของเธอนัก

                แล้วฟรานซิสเล่า?  อาเธอร์ถามหาเพื่อนของเขา 

                ข้าอยู่นี่ !”  ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง  ผมสีมะฮอกกานีเรียบไม่ยาวมากนัก  และคาดด้วยเชือกที่ทำจากเปลือกไม้บริเวณหน้าผาก  ใบหน้าและแววตาเขาดูอ่อนโยนใจดี  ผิดกับสองคนนั้นที่ดูเคร่งขรึมมากกว่า  เขาก้าวเข้ามาในกระท่อมด้วยกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าและโชกเลือด  กางเกงผ้าฝ้ายขาดวิ่นรุ่งริ่ง  ในมือถือดาบเหล็กยาวที่ยังมีเลือดไหลหยดเป็นทาง

                พวกข้านึกห่วงเจ้าอยู่พอดี  ขอโทษที่ข้าทิ้งให้เจ้าต้องสู้กับเอกอสเพียงลำพัง  แดนเอามือตบบ่าฟรานซิสเป็นเชิงขอโทษ

                อย่าห่วงไปเลยสหาย  ข้ามีเรื่องอันน่ายินดีจะมาบอก

                เรื่องน่ายินดี?  อาเธอร์และแดนสบตาชายหนุ่มด้วยความสงสัย  เรื่องน่ายินดีอันใด

                ในที่สุดชาวเลือดบริสุทธิ์ก็ตามหาองค์หญิงรัชทายาทแห่งหมู่เกาะทั้งสามได้แล้ว  ฟรานซิสมองไปที่ครีทีเอส  เกรซ  และบริลเลียนด้วยรอยยิ้มที่มีหวัง  มันไม่ใช่แค่ความหวังของเขาคนเดียวแต่ยังเป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ  ต่อจากนี้ไปมนุษย์จะได้โลกที่เคยเป็นของตนกลับคืนมา  พวกเธอคือองค์หญิงรัชทายาทแห่งหมู่เกาะแบนดิช!”

       “พวกนางคือจริง ๆ น่ะหรอ?

                ถูกแล้ว  ใช่พวกนางจริง ๆ

       “…???...”

 

……………………….

 

         “พระเจ้า !  ฉันรู้สึกแสบคอไปหมด  ขอน้ำกินที
 

          นี่คือประโยคแรกที่ปีเตอร์พูดทันทีที่เขาฟื้น  โชคดีมากที่พิษยังไม่ทันลามทั่วร่างกายพระอาทิตย์ก็ขึ้นเสียก่อน  อาเธอร์จึงนำยาถอนพิษเอกอสมาให้เขาดื่ม  ยานี้ออกฤทธิ์เร็วมากเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นปีเตอร์ก็ฟื้น

                ขอบคุณพระเจ้าที่เธอรอด  ซาร่าห์ยิ้มอย่างดีใจ  รอยยิ้มของเธอน่ารักมากและสามารถดึงดูดความสนใจของปีเตอร์ได้ทุกครั้ง  เขาดีใจนะที่เธอเป็นห่วง - - สมาชิกโอฟ่อนทุกคนดีใจกันถ้วนหน้าที่ได้ยินเสียงของปีเตอร์อีกครั้ง  พวกเธอนึกว่าเขาจะไม่รอดเสียแล้ว

                ขอบคุณพวกคุณมากจริง ๆ  ถ้าไม่ได้พวกคุณ  เพื่อนของเราคงไม่รอด  ครีทีเอสก้าหันมาขอบคุณอาเธอร์  แดน  และฟรานซิส

                ฟรานซิสยิ้มอย่างเก้อเขิน  เขารู้สึกถูกชะตากับครีทีเอสก้าตั้งแต่แรกเห็น  เธอเป็นหญิงสาวที่สวยและมีเสน่ห์ในคำพูดคำจาจนชายคนใดที่ได้พูดคุยกับเธอต่างพากันลุ่มหลง  ไม่เป็นไรพะย่ะค่ะ  หม่อมฉันยินดี

                เอ๊ะ!  ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วยล่ะ  ครีทีเอสก้าสงสัยในการใช้คำพูดของฟรานซิส พวกคุณพูดแปลก ๆ เหมือนคนสมัยก่อนพูดกัน  แถมยังทำเหมือนกับเราเป็นเจ้าหญิง

                นี่มันยุคไหนแล้ว  เลิกใช้คำพูดแบบนั้นไปตั้งนานแล้ว  ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกัน?  ปีเตอร์ถามขณะจิบน้ำจากกระบอกไม้  แล้วก็ยังใช้ไม้บรรจุน้ำอยู่แบบนี้  ช่วยโลกลดการใช้พลาสติกหรอ”  เขาเย้าแหย่ชายร่างกำยำทั้งสามคนด้วยความไม่เข้าใจ  แต่มันก็เก๋ไปอีกแบบนะสำหรับที่บรรจุน้ำดื่มแบบใหม่  เขายกกระบอกไม้ขึ้นมาดื่มด้วยความกระหาย  น้ำช่างเย็นจับใจทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

                พวกพระองค์ตรัสถึงเรื่องอันใดกัน  หม่อมฉันงงไปหมดแล้ว  อะไรคือปาสติด?  เขาหมายถึงพลาสติก  แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักมาก่อนเลยพูดผิด

                อ่ะอย่าบอกนะว่าพวกนายไม่รู้จักพลาสติก  บริลเลียนทำสีหน้าประหลาดใจ  พวกนายมาจากคริสต์ศักราชอะไรกันเนี่ย

                คริสต์ศักราช?  พระองค์ทรงเล่นสนุกอะไรอยู่หรอพะย่ะค่ะ  หม่อมฉันไม่เข้าใจ”  ฟรานซิสยิ้ม  เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกที่ทำให้เขางงเล่น

                สมาชิกโอฟ่อนมองหน้ากันด้วยความงงงวย  ถ้าปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด  ตั้งแต่มาที่นี่  ได้เจอสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยเจอ  เครื่องประดับกลายเป็นอาวุธได้  เจอผู้ชายสามคนที่พูดแปลก ๆ แถมยังแต่งกายแปลกตาด้วย  อย่าบอกนะว่า

                อย่าบอกนะว่ามันเป็นเรื่องจริง  เกรซอุทาน  เธอมีสีหน้าตกใจเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ของเธอทุกคน  เราย้อนเวลามาจริง ๆ หรอเนี่ย

                ปีเตอร์หยิกแก้มตัวเองเบา ๆ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?  เหอะๆ มันเป็นเรื่องตลกที่สุดที่เจอมาในชีวิตเลย  ไม่เอาล่ะ  บอกมานะว่าทุกคนรวมหัวกันแกล้งฉันใช่ไหม  ปีเตอร์คิดว่าเพื่อน ๆ จะแกล้งให้เขาตกใจเล่น  แล้วนี่ก็จ้างให้ผู้ชายหน้าตาโบราณ ๆ สามคนมาทำให้ฉันเชื่อหรอ  ฮ่า ๆ อย่าคิดว่าฉันโง่นะ  ฉันรู้หรอกน่าว่ามันเป็นเรื่องโกหก  ยอมรับซะเถอะ

                ปีเตอร์  มันเป็นเรื่องจริง  เราไม่ได้โกหกเธอ  ครีทีเอสก้าพูด  เธอเองก็รู้สึกตกใจไม่มากไปกว่าเขาหรอกนะ  มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ไม่มีใครรู้หรอกนะ

                เคท  เธอไม่เคยโกหกใคร  อย่ามาอำฉันน่า  นี่เธอกลายเป็นคนชอบโกหกตั้งแต่เมื่อไหร่  บริลเลียนสอนเธอใช่ไหม  เขายังไม่ปักใจเชื่อ  แถมยังแอบว่าบริลเลียนทางอ้อมอีก  อย่างนี้ไม่ให้คนขี้โมโหอย่างบริลเลียนอารมณ์ขึ้นได้ไง

                มันไม่ใช่เรื่องตลกนะปีเตอร์!”  บริลเลียนพูดเสียงดัง  นั่นทำให้ปีเตอร์ชักไม่แน่ใจขึ้นมาแล้วว่าว่ามันเป็นเรื่องโกหกหรือเรื่องจริงกันแน่? - -  ปีเตอร์มองไปที่เกรซและซาร่าห์เพื่อหาคำตอบเท็จจริง  และพวกเธอก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง  คำตอบที่ได้คือการพยักหน้าและให้เขายอมรับซะว่ามันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

                ฮ่า ๆ นี่มันเป็นเรื่องที่บอกความรู้สึกไม่ถูกเลย  ปีเตอร์ทำสีหน้าผิดหวัง  เขาจะไม่โกรธถ้าทุกคนบอกว่าเรื่องทั้งหมดคือละครฉากหนึ่งเพื่อแกล้งเขา  แต่นี่ไม่มีใครหัวเราะแล้วบอกเขาเลยสักคนว่า  ฮ่า ๆ ปีเตอร์นายถูกหลอกแล้ว  นั่นทำเขาผิดหวังมาก ๆ เลย

       “พวกเราย้อนอดีตมาได้ไงเนี่ย  ฉันงงไปหมดแล้ว  เกรซคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองฝ่าประตูแห่งมิติย้อนมายังอีกยุคหนึ่งได้ยังไง  นี่มันตั้ง 6400  ปีกว่าพวกเธอจะเกิดนะ

                หม่อมฉันขออภัยที่ขัดการสนทนาของพระองค์  แต่หม่อมฉันสงสัยว่าสิ่งที่พวกพระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใดหรือพะย่ะค่ะ?  พระองค์กำลังจะบอกว่าพระองค์มาจากอีกยุคหนึ่งซึ่งพวกหม่อมฉันไม่รู้จักหรือ  แดนที่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ เกิดข้อสงสัยขึ้นมา  ฉลองพระองค์ที่แปลกตา  และภาษาก็แตกต่างจากพวกหม่อมฉันอย่างสิ้นเชิง  พระองค์มาจากที่ใดช่วยตรัสบอกหม่อมฉันที

                เราเรามาจากที่ ๆ นายไม่มีทางรู้จักแน่  เพราะมันเป็นเมืองที่เกิดขึ้นถัดจากนี้ไป 6400 ปี  ซึ่งพอถึงเวลานั้นนายก็ตายไปแล้ว  เกรซตอบ  เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะพูดไปพวกเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

                “6400 ปีหรือ?  อาเธอร์ทำสีหน้าประหลาดใจ

                นานพอที่น้ำในทะเลสาบแบนดิชจะเหือดแห้งไม่เหลือสักหยด  ครีทีเอสก้าพูด 

                อาเธอร์  แดน  และฟรานซิสอึ้งไปตาม ๆ กัน  พวกเขาไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ครีทีเอสก้าพูด  ไม่จริง  ทะเลสาบแบนดิชไม่มีวันเหือดแห้ง  อาเธอร์เป็นคนเดียวที่แสดงออกว่าไม่เชื่อมากที่สุด  จะเป็นไปได้กัน  ในเมื่อเรายังมีเทพอรัสต้าคุ้มครองอยู่  ไม่มีทางที่อาณาจักรทั้งสามแห่งทะเลสาบแบนดิชจะล่มสลาย  เขารู้ดีว่าน้ำในทะเลสาบแบนดิชเป็นสิ่งที่บอกถึงความอยู่รอดของอาณาจักร  แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่าพวกเขาจะแพ้  เจ้าแห่งความมืดวิคฟาลู  ไม่มีวันเอาชนะเทพอรัสต้าได้หรอก

                ใจเย็นสิอาเธอร์   เจ้านี่ใจร้อนนัก  ฟรานซิสปรามอารมณ์ของเพื่อนสนิท  หากพวกพระองค์มาจากยุคหลังจากนี้ 6400 ปี  งั้นช่วยบอกหม่อมฉันทีได้ไหม  ว่าศึกแห่งแบนดิชใครเป็นผู้ชนะ

                สมาชิกโอฟ่อนหันมามองซาร่าห์  เธอเป็นคนเดียวที่ตอบคำถามข้อนี้ได้  พวกเราคาดเดาว่าพวกนายเป็นฝ่ายแพ้!”

                ชายหนุ่มนักรบทั้งสามมีสีหน้าที่ผิดหวังมาก  พวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าอาณาจักรทั้งสามแห่งทะเลสาบแบนดิชจะต้องล่มสลายอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด  เพราะตอนนี้เทพอรัสต้าผู้คอยปกปักษ์รักษาพวกเขาและชาวเลือดบริสุทธิ์ทุกคนกำลังอ่อนแอ  ไร้พลังและอิทธิฤทธิ์ไปต่อสู้กับจ้าวแห่งความมืดวิคฟาลู  มันและสมุนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่อาจจะต้านทานอำนาจแห่งศาสตร์มืดได้

                การที่จ้าวแห่งเทพอรัสต้าส่งพวกพระองค์มาจะมีประโยชน์อะไร  ในเมื่อสุดท้ายพวกเราก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป  อาเธอร์ถอนหายใจ  เขาพูดในสิ่งที่แก็งค์โอฟ่อนได้ยินแล้วหูผึ่งทันที

                ส่งเรามางั้นหรอ  ซาร่าห์ครุ่นคิด  จ้าวแห่งเทพอรัสต้าส่งเรามาที่นี่หรอ?  เธอนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าพวกเธอทั้งห้าคนถูกพามาที่นี่อย่างจงใจได้อย่างไร?  และใครกันคือจ้าวแห่งเทพอรัสต้า?

                พวกพระองค์ไม่ทราบหรือว่าการครองครองอัญมณีตัวแทนแห่งหมู่เกาะและอาณาจักรทั้งสามแห่งทะเลสาบแบนดิชนั้นหมายถึงพวกพระองค์เป็นรัชทายาทที่จะสืบบัลลังก์ราชสมบัติต่อไป  และมีหน้าที่กอบกู้เอกราชอาณาจักรทั้งสามกลับคืนมาด้วย  ฟรานซิสพูด  เขานึกว่าพวกเธอรู้ถึงเหตุผลและหน้าที่ของการมาที่นี่แล้วเสียอีก  เหล่าเทพแห่งอรัสต้ายินดีเลือกพวกพระองค์ให้รับหน้าที่นั้นเพราะคุณสมบัติที่ตรงตามเชื้อสายของจักรพรรดิแต่ละอาณาจักร

                มรกตอัญมณีประจำอาณาจักรเนเจอริออล  ผู้ที่สืบเชื้อสายจะต้องเป็นผู้มีจิตใจสงบนิ่ง  รักอิสรภาพ  และความเมตตา  ฟรานซิสมองไปที่ครีทีเอสก้าพร้อมรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน  เธอเป็นหญิงสาวที่แรกพบเขาก็มั่นใจว่าเธอคือเชื้อสายของจักรพรรดิแห่งเนเจอริออล อีกทั้งเธอยังมีกำไลมรกตเป็นเครื่องยืนยันฐานะของเธอ

                แดนมองไปที่เกรซ  หญิงสาวที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นรัชทายาทที่มีหน้าที่กอบกู้เอกราชอีกคน  และพระองค์เป็นผู้ครอบครองอะความารีน  อัญมณีแห่งอิมพิริออล  เมืองแห่งความสง่างามและจิตใจมั่นคงไม่แปรเปลี่ยน

                ฉะฉันหรอ?  เกรซชี้มาที่ตัวเองอย่างงง ๆ นายอย่ามั่วน่า  สร้อยนี่ฉันก็แค่ได้มาฟรีจากร้านขายของเก่าก็แค่นั้น

                แต่จ้าวแห่งเทพอรัสต้าเลือกพระองค์แล้ว  แดนยิ้มนิด ๆ

                งั้นแหวนนี่  ก็…”  บริลเลียนมองไปที่แหวนทับทิมในมือของตน  เธอคือรัชทายาทอีกคนที่จ้าวแห่งเทพอรัสต้าเป็นผู้เลือกจริง ๆ น่ะหรอ

                อาเธอร์มองเธอด้วยสายตาดุดัน  รัชทายาทแห่งเอธานิออลไม่มีทางเป็นท่านแน่ !”  เขาไม่ยอมรับบริลเลียน  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามเขาก็ไม่มีวันยอมรับว่าเธอคือรัชทายาทแห่งเอธานิออลเด็ดขาด

                อาเธอร์  ทำไมเจ้าถึงหยาบคายกับองค์หญิงรัชทายาทแห่งเมืองเจ้าได้  ฟรานซิสไม่ชอบใจนักที่อาเธอร์พูดแบบนั้นต่อหน้าบริลเลียน  เจ้าก็รู้ว่าไม่มีใครที่สามารถครอบครองทับทิมได้หากไม่ใช่ผู้สืบเชื้อสายแห่งจักรพรรดิ  เจ้าจงขอพระราชทานอภัยโทษกับองค์หญิงซะ!”

                อาเธอร์มองหน้าบริลเลียนด้วยแววตาไม่พึงพอใจ  รัชทายาทแห่งเอธานิออลต้องไม่ใช่คนนิสัยแบบท่าน!”

                ทำไม?  เป็นฉันแล้วทำไม  ไม่พอใจล่ะสิที่ฉันเป็นเจ้านายของนายน่ะ  บริลเลียนเองก็ไม่พอใจกับการต่อต้านของอาเธอร์นักหรอก  เธอไม่ชอบขี้หน้าเขาตั้งแต่แรกเห็น  แล้วทำไมเธอต้องแคร์ด้วย  ฉันไม่ได้อยากเป็นนักหรอกนะ  องค์หญิงรัชทายาทบ้าบออะไรนั่น  เธอถอดแหวนที่สวมใส่อยู่ก่อนจะเขวี้ยงใส่หน้าอาเธอร์อย่างประชดประชัน  ถ้านายอยากเป็นรัชทายาทเองฉันก็ยกแหวนวงนี้ให้

                บริล…”  ครีทีเอสก้าเรียกเธอด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอใจร้อนวู่วามและใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม

                เอาไปสิ!  ฉันให้

                อาเธอร์มองแหวนทับทิมที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในชีวิตของเขา  แหวนวงนี้คือสมบัติของเอธานิออล  แต่ต้องถูกทิ้งถูกขว้างด้วยฝีมือของผู้หญิงที่ไม่มีคุณสมบัติของรัชทายาทแห่งเอธานิออลเลยแม้แต่น้อย  อรัสต้าเลือกคนที่จะมาช่วยผิดคนแล้ว  พวกเขาคิดผิดที่เลือกเธอ  เจ้ามันผู้หญิงสามหาว  แหวนวงนี้ไม่คู่ควรกับเจ้า!”  เขาก้มลงเก็บแหวนและเดินออกจากกระท่อมไปด้วยความโกรธ

                บริลเลียนรู้สึกผิดแต่ด้วยความเป็นคนหยิ่งทะนงในตัวเลยได้แต่ยืนกอดอกและมองดูเขาเดินจากไปด้วยท่าทีโมโห  เธอรู้ว่าการขว้างแหวนวงนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมหันต์  พวกเขาบูชาอัญมณีเหล่านี้ยิ่งชีพ  ก็เหมือนกับเธอกำลังฆ่าพวกเขาทางอ้อมเพราะความโกรธและไร้สติแท้ ๆ เธอจะทำไงดีล่ะ?  เธอไม่ได้ตั้งใจก็ในเมื่อเขาทำให้เธอโกรธก่อน

                บริล  ตามไปขอโทษเขาซะสิ  เกรซแนะนำ  แต่เธอกลับลังเล  คำขอโทษไม่เคยหลุดจากปากเธอง่าย ๆ หากเธอไม่ได้ผิดจริง  บริลเธอเป็นฝ่ายผิดนะ

                ฉันรู้  แต่เขาพูดไม่ดีกับฉันก่อนเองนี่นา  บริลเลียนไม่ยอมทำตามที่เกรซแนะนำ  เธอยังคงทะนงในตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง

                พระองค์ไม่ควรทำเยี่ยงนั้นอีกนะพะย่ะค่ะ  ครั้งนี้พวกหม่อมฉันจะให้อภัยเพราะถือว่าสหายของหม่อมฉันพูดจาสามหาวใส่พระองค์ก่อน  แดนพูดขึ้น  เขาเองก็ไม่พอใจที่บริลเลียนขว้างแหวนอันล้ำค่าแบบนั้น  แต่ก็จริงอยู่ที่อาเธอร์ไม่น่าจะไปยั่วยุอารมณ์ให้บริลเลียนโกรธ  ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละจึงไม่มีใครผิดใครถูก

                หม่อมฉันขออภัยแทนสหายของหม่อมฉันด้วยเช่นกัน  ฟรานซิสโค้งคำนับเพื่อเป็นการขอโทษ  เขาดูเป็นคนสุภาพ  อ่อนโยนกว่าอาเธอร์พันเท่า

                บริลเลียน  เธอควรรู้นะว่าเธอทำอะไรลงไป  คนที่ควรขอโทษไม่ใช่พวกนี้  แต่เป็นเธอต่างหาก ปีเตอร์พูดเชิงเตือนสติเพื่อนสาวขี้โมโหของเขา

                บริลเลียนทำหน้าเง้างอนเธอรู้ดีว่าผิด  แต่ไม่อยากพูดคำว่าขอโทษนี่นา  ฉันจะไม่ทำอีกต่อไปแล้ว  ยกโทษให้ฉันด้วยละกัน  เธอก้มหัวขอโทษแดนและฟรานซิส

                พระองค์ไม่ต้องทำเช่นนี้ก็ได้  ฟรานซิสพูดก่อนจะก้มหัวให้ต่ำกว่าบริลเลียน  แดนเองก็เช่นกัน  ถึงเขาจะเป็นคนไม่พูดมากแต่เขาก็เป็นคนสุภาพ  สุขุม  และดูฉลาดรอบคอบ  หม่อมฉันจะไปพูดกับสหายของหม่อมฉันเอง  อาเธอร์เป็นคนใจร้อน  วู่วาม  อย่าถือสาเลยพะยะค่ะ

                เอาเถอะ  ฉันผิดเองที่ไม่เงียบ  ถ้าเงียบเรื่องก็คงไม่เป็นอย่างนี้  บริลเลียนพูดอย่างรู้ตัว  ว่าแต่พวกเรามีหน้าที่อะไรบ้างล่ะ  การเป็นองค์หญิงรัชทายาทเนี่ยยากไหม?

                นั่นสิ!  พวกเราก็ทำอะไรบ้าง  จะให้ไปต่อสู้กับปีศาจคงไม่ไหวมั้ง  ลำพังต่อสู้กับงูยักษ์ก็เกือบตายกันแล้ว  เกรซพูด  เธอรู้ดีว่าเรื่องการต่อสู้พวกเธอคงแพ้กันแน่ ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องวิ่งหนีล่ะก็  เธอไม่มีวันแพ้หรอกนะ

                ถ้าเกรซ  บริลเลียน  และครีทีเอสก้าเป็นองค์หญิงรัชทายาทที่มีหน้าที่กอบกู้เอกราช  แล้วฉันกับปีเตอร์ล่ะมีหน้าที่อะไร  พวกเราไม่ยอมหรอกนะที่จะเป็นตัวถ่วงกับการกอบกู้ครั้งนี้  ซาร่าห์พูด  เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถต่อสู้ได้เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเธอไม่มีอาวุธอะไรเลย  นอกจากหนังสือเล่มหนาที่ได้มาจากร้านขายของเก่า  มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากเอาไว้ทับแมลงสาบที่บ้าน

                เรื่องนี้หม่อมฉันไม่ทราบหรอกพะย่ะค่ะ  เราต้องเดินทางไปพบเทพอรัสต้าที่เกาะแห่งเทพเพื่อรับภารกิจ  แดนพูด

                แต่ฉันอยากกลับบ้าน  ฉันไม่เอาหรอกมาต่อสู้บ้าบอเพื่อนกอบกู้เมืองที่มีแต่ปีศาจ เกรซพุด  ก็จริงอยู่ที่ทุกคนอยากกลับบ้านเช่นเดียวกับเธอ  แต่ว่าพวกเธอถูกเลือกให้ย้อนอดีตมาแล้ว  นั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะย้อนกลับไปหากเราไม่ช่วยพวกเขาทำภารกิจก่อน  พวกเขาไม่มีทางปล่อยความหวังของอาณาจักรแห่งแบนดิชไปแน่

                เรากลับไม่ได้หรอกนะเกรซ  ทุกคนที่นี่จะไม่ยอมปล่อยเราให้กลับแน่ถ้าเราไม่ช่วยพวกเขาก่อน  ไม่งั้นเขาจะเลือกเราทำไม  ซาร่าห์พูดอย่างมีเหตุผล  ใช่ไหมแดน?  เธอย้อนถามแดนเพื่อยืนยันความคิดของเธอ

                แดนพยักหน้า  ถูกแล้วพะย่ะค่ะ  พวกพระองค์คือความหวังของกลุ่มคนเลือดบริสุทธิ์และเหล่าเทพอรัสต้า

                ไม่เอาน่า  เราไม่เก่งรบอย่างพวกนายนี่  ปีเตอร์เองก็อยากกลับบ้านมาก  เขามีความรู้ด้านเทควันโดก็จริงแต่ในกรณีแบบนี้มันไม่เหมือนกัน  อยู่ที่นี่ตายคือตายเท่านั้น  อีกอย่างพวกเขาหายตัวมาจากโลกปัจจุบันแบบนี้พ่อแม่ก็เป็นห่วงแย่น่ะสิ

                อย่าห่วงเลย  พวกหม่อมฉันจะเป็นผู้คอยฝึกทางการรบให้พระองค์เอง  ฟรานซิสรับอาสา  เอาไงล่ะ  ปีเตอร์ปฏิเสธไม่ได้แล้วทีนี้

                ปีเตอร์ถอนหายใจเสียงดัง  สรุปเขาก็ไม่ได้กลับบ้านอยู่ดีใช่ไหม  โอ๊ย!  ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ  “โอเค ๆ ฉันยอมช่วยพวกนายก็ได้  อับจนหนทางแล้วนี่  มัดมือชกกันชัด ๆ  เขาบ่น

          แดนและฟรานซิสยิ้มร่า  พวกเขาดีใจที่แก็งค์โอฟ่อนยอมช่วยเหลือชาวเลือดบริสุทธิ์  ถึงจะรู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วสงครามครั้งนี้พวกเขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป  แต่การที่เหล่าเทพอรัสต้าเลือกพวกเขามาต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง  หรือว่าศึกครั้งนี้อาจพลิกผันได้?  หรือการมาของรัชทายาทและพระสหายจะสามารถกอบกู้เอกราชอาณาจักรทั้งสามแห่งทะเลสาบแบนดิชได้?  อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงกันแน่

                พรุ่งนี้เราจะเดินทางเข้าหมู่บ้านกลุ่มคนเลือดบริสุทธิ์  และมุ่งตรงไปยังเกาะแห่งเทพกัน

 

 

 

แอบเอาอิมเมจ Grace  ของเรามาให้ดูด้วย  อิอิ



 

ติดตามการผจญภัยตื่นเต้นได้ใหม่  ในตอนหน้านะคะ  คาดว่าน่าจะอัพวันพรุ่งนี้
พอดีว่าแต่งเสร็จแล้วไปหลายตอน  ทำให้สามารถอัพได้ไว
ไม่อยากให้ทุกคนรอนาน  แต่ถ้าแต่งไม่ทันอย่างไร  จะแจ้งให้ทราบนะคะ
รักทุกคนนนนนน ^^
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาตลอดนะคะ

bmsister

63 ความคิดเห็น

  1. #52 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 21:44
    ชอบเกรซกับบริลสุดๆ เลยค่ะ ^^

    หายไปเข้าค่ายมาหลายวัน กลับมามีตอนอัพเพิ่มเยอะขนาดนี้ ชักจะฟินกันเลยทีเดียว

    ปลื้มแดนจัง อิๆๆ
    #52
    0
  2. #26 Sweetie_Pai (@sung-min) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 13:03
    สนุกแฮะ -.- แต่คาแร็กเตอร์ของบริลเลียนไม่ค่อยจะเหมาะเลย แต่เดาๆว่าคงจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้บริลนิสัยเปลี่ยนก็ได้ 5555+ 
    #26
    0
  3. #22 bmsister (@bmsister) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 21:32
    ์่NJ'love  พรุ่งนี้มารอติดตามอีกบทได้เลยจ้าา 
    ัวันนี้จ้องคอมนานละล้าสายตาจัง 555
    #22
    0
  4. #21 NJ'love (@nita-nicha42) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 21:27
    สู้ๆค่ะ อัพต่อไวๆนะคะ
    #21
    0