Precious Bandich "ฟื้นตำนานผู้พิทักษ์แบนดิช"

ตอนที่ 11 : มหัศจรรย์พลังแห่งเดล (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ม.ค. 59

“  ซาร่าห์  ฉันถามจริง ๆ เถอะนะว่าเธอไปเจออะไรมาถึงได้มีสภาพเป็นแบบนี้”

ครีทีเอสก้าถามหลังจากที่เธอเห็นผิวกายของซาร่าห์ซีดเผือดและสั่นยะเยือก  เธอจำได้ดีว่าซาร่าห์จะมีอาการอย่างที่เห็นเมื่อเธอจมน้ำ  แล้วเสียงกรี๊ดที่ทุกคนได้ยินล่ะ  นั่นแสดงถึงต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้เธอมีสภาพดังที่เห็นอย่างแน่นอน

“เธออย่าพึ่งถามซาร่าห์ตอนนี้ได้ไหม  เขาพึ่งฟื้นนะ”  ปีเตอร์ไม่พอใจขึ้นมาที่ครีทีเอสก้าซักไซร้  “ซาร่าห์นอนพักเถอะ”  เขาพยายามส่งสายตาขับไล่ให้ทุกคนออกไปจากห้อง

“ไม่เป็นไรปีเตอร์  ฉันโอเคดี”  ซาร่าห์ยิ้ม  เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง  แต่เธอก็ต้องการเล่าในสิ่งที่เธอไปประสบมาเช่นกัน

                “ฉันกับบริลไปเผชิญหน้าผู้ถือกุญแจมา”

                “ผู้ถือกุญแจ?”

                “อะไรคือผู้ถือกุญแจอ่ะซาร่าห์”  เกรซถามด้วยความใคร่รู้

                “ตอนที่ฉันพยายามไหว้น้ำข้ามฝั่งไปกับบริล  ฉันก็โดนอะไรไม่รู้ดึงเข้าไปใต้น้ำ  ตอนแรกฉันมองไม่เห็นอะไรหรอกนะ  แต่พอเริ่มตั้งสติได้ฉันก็เห็นเงือกนับสิบ ๆ ตัวรายล้อมพวกฉันอยู่   ในมือมันถืออาวุธด้วย  น่าจะเป็นทวนสามง่ามนะ  ฉันมองไม่ชัดหรอกว่ารูปร่างหน้าตายังไง  แต่มั่นใจเลยว่าเป็นเงือกแน่ๆ  เพราะครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นหางปลา  ฉันเห็นมันใช้แส้คล้าย ๆ สาหร่ายรัดตัวบริลอยู่  แล้วหลังจากนั้น

                “หลังจากนั้นอะไร  อย่าหยุดเล่าสิ”  เกรซเร่งเร้า

                “หลังจากนั้นฉันก็จำไม่ได้แล้ว  ตื่นขึ้นมาอีกทีฉันก็เจอพวกเธอรายล้อมกันไปหมด”  ซาร่าห์พูด 

                “เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันมา  เธอเลยฟื้น”  ปีเตอร์แซวเล่น

                “เปล่า  นายเสียงดังต่างหากฉันเลยฟื้น  เพราะเสียงนายแหล่ะ”  ซาร่าห์พูดทำเอาปีเตอร์หน้าเจื่อนไปเลยทันที  “ว่าแต่บริลเป็นไงบ้าง”

                ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน  “ยังไม่ฟื้นเลย  แต่ตอนนี้อาเธอร์กำลังเฝ้าอยู่  ถ้าบริลฟื้นเขาคงมาบอกพวกเราแล้วล่ะ”

                “ความจริงถ้าไม่มีบริลฉันคงไม่รอดตั้งแต่จมน้ำละล่ะ  ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณบริลยังไงไม่รู้”  ซาร่าห์อยากจะขอบคุณเพื่อนสาวของเธอมากที่ช่วยชีวิตและผจญภัยไปด้วยกัน  เธอภาวนาลึก  ๆขอให้บริลเลียนไม่เป็นอะไรมาก

                “แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเงือกพวกนั้นเป็นผู้ถือกุญแจ?”  ครีทีเอสก้าถาม  คนอื่น ๆ ก็สงสัยด้วยเช่นกัน

                “ฉันไม่รู้หรอก  แต่ฉันคาดเดาเอาน่ะ  พวกเขาอาศัยอยู่รอบ ๆ เกาะแห่งเทพ  และไม่ได้ทำร้ายผู้บุกรุกเสียทีเดียว  ไม่งั้นฉันกับบริลคงไม่รอดชีวิตมาหรอก  ฉันเลยเดาว่านี่น่าจะเป็น ผู้ถือกุญแจ  เงือกพวกนี้คงมีหน้าที่ดูแลไม่ให้ผู้ไม่ได้รับอนุญาตบุกรุกเข้ามาในเขตเกาะแห่งเทพแน่ๆ”

ซาร่าห์มั่นใจว่าการคาดเดาของเธอนั้นถูกต้องแล้ว  “พอตื่นมาฉันก็ไม่ได้รับอันตรายตรงไหนเลย  แถมยังอยู่ในห้องนอนสวยหรูสง่าดั่งเจ้าหญิงขนาดนี้  พวกเงือกพวกนั้นคงเป็นฝ่ายดีกับพวกเราแหล่ะ”

          “มันก็จริงแหล่ะ  ว่าแต่

                “พอแล้วเคท  ซาร่าห์ต้องการพักผ่อนเธอหยุดถามได้แล้ว”  ปีเตอร์ดุครีทีเอสก้า  เพียงเพราะเขาเป็นห่วงเธออยากให้เธอได้พักผ่อน

                “ไม่เป็นไรหรอก  ฉันโอเค”  ซาร่าห์รู้ว่าปีเตอร์เป็นห่วง  แต่เธอกลับรู้สึกว่าเรื่องที่เธอไปเจอมันน่าตื่นเต้นและอยากจะเล่าสู่กันฟังให้คนอื่นได้รับรู้

                “โอเค  ถ้าเธออยากจะคุยต่อก็แล้วแต่นะ  ฉันจะไปนอนละ  รู้สึกง่วงและเพลียมาก”  ปีเตอร์รู้สึกน้อยใจที่ซาร่าห์ไม่เห็นความหวังดีของตนเลย  เขาไม่ได้รู้สึกง่วงแต่เขาแค่อยากไปให้พ้น ๆ ตรงนี้จะได้ไม่รู้สึกว่าตนเป็นคนขัดจังหวะการสนทนา

                “ปีเตอร์นายงอนหรอ???”

                “เปล่าสักหน่อย  ฉันง่วงจริง ๆ  ฮ้าว …  ฉันไปก่อนนะ  เจอกันพรุ่งนี้”  เขาพูดไม่มองหน้าเพื่อน ๆ คนอื่นด้วยซ้ำ  แล้วก็ออกจากห้องพักของซ่าร่าห์ไปด้วยความน้อยใจ

                “ฉันคงเป็นตัวถ่วงของแก็งค์โอฟ่อนมากสินะ  เฮ้อ”  เขารำพึงรำพันกับตนเอง  ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนถัดจากห้องของซาร่าห์ประมาณสี่ห้อง  ซึ่งห้องของเขาจัดอยู่ท้ายและลึกสุดของปราสาทคริสตัลหลังนี้  ระหว่างทางโถงปราสาทประดับประดาอย่างสวยงามด้วยเครื่องเงินเครื่องทองคำที่ล้วนมีค่า  มันทำให้เขาอดนึกไม่ได้ว่าเขาเป็นเจ้าชาย  และครั้งหนึ่งในชีวิตเขาเคยได้อยู่ที่พักหรูหราแบบนี้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด 

                จนบางทีเขาก็นึกก็อดคิดไม่ได้ว่า  เขามาที่นี่ทำไม  ในเมื่อเขาไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือกด้วยซ้ำ  เขานี่เป็นตัวถ่วงของทุกคนแท้ ๆ แม้จะมีเชื่อสายของเทพเดลก็เถอะ  แต่เขากับเทพเดลก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

                “เฮ้อ  มาที่นี่ทำไมวะเนี่ย” เขาอดที่จะโมโหตนเองไม่ได้และชกไปที่ผนังโถงทางเดินด้วยความโกรธ

                จู่ ๆ ที่ฝ่ามือของเขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาเหมือนโดนของร้อนมานาบที่ฝ่ามือ  มันทั้งร้อนทั้งแสบทั้งทรมาน  แรก ๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอะไรมากนัก  จึงรีบเข้ามาในห้องนอนเพื่อมองความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับมือทั้งสองข้างของเขา   แต่พอนาน ๆ ไปมันก็ร้อนเสียจนเขาทนไม่ได้

เขาเข้าไปในห้องน้ำและเอามือแช่อ่างน้ำที่มีน้ำรองไว้อยู่อย่างรวดเร็ว  แต่มันก็ไม่ดีขึ้นเลย 

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย!

เขาสบถกับตัวเองก่อนจะดึงมือจากอ่างน้ำขึ้นมาดู  มือทั้งสองข้างของเขาเป็นสีแดงกร่ำและมีควันโขมงเต็มไปทั่วมือเหมือนของร้อนเวลาเอาไปแช่น้ำ

                “อ๊า!  ทำไมมันเป็นแบบนี้  มือของฉัน” 

เขาเอาผ้าที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดห่อมือทั้งสองข้างเขาไว้   แต่แล้วมันก็ลุกเป็นไฟจนเขาต้องรีบสลัดทิ้งไปก่อนที่มันไฟจะคลอกเขาทั้งตัว

                ตอนนี้ในหัวของเขาสับสนมากว่ามันเกิดอะไรขึ้น  หรือเขาโดนลอบทำร้าย  มันก็ไม่น่าใช่เพราะสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวคือมือของเขา  นั่นทำให้เขาคิดไม่ตก  ทั้งทรมาน  ทั้งเจ็บปวด  มันเหมือนกันความร้อนนั้นจะแผดเผามือของเขาให้สลายเป็นจุล

 “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!”  เขาร้องด้วยความเจ็บปวด  เสียงอันแสนทรมานของเขาดังลั่นไปทั่วปราสาท

 

“นั่นเสียงของปีเตอร์นี่!”  

           ซาร่าห์จดจำเสียงของเพื่อนชายได้เป็นอย่างดี  สีหน้าเธอเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“เกิดอะไรขึ้นกับเขาน่ะ???”

แก็งค์โอฟ่อนรีบวิ่งไปที่ห้องพักของปีเตอร์ซึ่งเป็นต้นทางของเสียงร้องอันน่าเจ็บปวดนั้น  เมื่อมาถึงประตูห้องกลับถูกล็อกจากด้านใน  ทำให้พวกเธอเคาะประตูเรียกปีเตอร์เสียงดังสนั่นด้วยความเป็นห่วง

“ปีเตอร์!!!  เปิดประตูให้ฉันที  เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”  ซาร่าห์น้ำตาปริ่มคลอเบ้าด้วยความเป็นห่วง  เธอตบประตูเสียงดังทั้ง ๆ ที่เธอพึ่งฟื้นจากการสำลักน้ำ

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!  ช่วยฉันที”  ปีเตอร์ยังร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

“มันเกิดอะไรขึ้น?”  บริลเลียนโผล่ออกมาจากห้องพร้อมกับอาเธอร์ที่อารักขาเธอไม่ห่าง  “ฉันได้ยินเหมือนเสียงปีเตอร์”

“ก็ใช่น่ะสิ  เขาติดอยู่ข้างใน  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  เขาร้องทรมานมากเลย”  เกรซพูด

“ข้าจะพังประตูเข้าไปเอง!”  อาเธอร์เสนอก่อนจะเดินไปที่ประตู  เขากำลังกะเกณฑ์ประตูไม้โอ๊คสีเหลืองนวลหลังนี้  เขาจะใช้พลังทั้งหมดพังไปได้หรือไม่  ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการพุ่งชนเพื่อพังทลายมัน

บรึ้ม!!!

ร่างของอาเธอร์ปลิวไปตามแรงระเบิดที่ดันมาจากด้านในห้องนอนของปีเตอร์  ในขณะที่สาว ๆ แก็งค์โอฟ่อนหมอบลงได้ทันท่วงทีเพราะไม่ได้อยู่ในรัศมีของระเบิดโดยตรง  ทำให้คนที่ได้รับแรงระเบิดเต็ม ๆ คืออาเธอร์ 

เขาโดนเศษไม้โอ๊คซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประตูแทงทะลุเข้าที่เนื้อเอวด้านซ้าย  เลือดไหลโชกกายในขณะที่ร่างกายของอาเธอร์เจ็บปวดทรมานจากพิษบาดแผลจนแทบไม่มีแรงแม้แต่จะร้องระงม

“อาเธอร์”  ทุกคนรีบกรูเข้าไปช่วยเหลือเขาทันที

“เขาโดนไม้แทงทะลุหลังเลยอ่ะ  ทำไงดี”  เกรซเห็นเลือดแล้วแทบลมจับ  บาดแผลของอาเธอร์ดูน่ากลัวกว่าที่คิด  เนื้อเยื่อฉีกเหวอะหวะจนไม่สามารถเยียวยาได้

“เราต้องดึงเศษไม้ออก”  บริลเลียนทำท่าจะดึงแต่โดนคีทีเอสก้าจับแขนไว้

“ไม่ได้นะ  ไม้มันมีเสี้ยน  ยิ่งดึงออกตอนนี้บาดแผลของอาเธอร์จะยิ่งฉีกขาดได้”

“แล้วเราจะทำไงกันดี”  บริลเลียนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  เพราะอาเธอร์หมดสติไปแล้ว 

 

“ในเมื่อพลังของข้าทำเขาบาดเจ็บ  ข้าจะช่วยเขาเอง”

 

ปีเตอร์ย่างกายออกมาจากห้องนอนของเขา  สภาพเขาดูไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่ทุกคนคิด  เขาแทบไม่เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ    ไม่มีแม้แต่บาดแผลบนตัวเขานอกจาก 

มือทั้งสองข้างที่แดงกร่ำและแววตาสีเหลืองอำพัน

“ปีเตอร์  ซาร่าห์มองแววตาสีเหลืองอำพันคู่นั้นของเขา  มันดูเหมือนไม่ใช่ปีเตอร์เลย  แววตาอันสดใสของเขาหายไป  หายไปจนหมดสิ้น

ปีเตอร์หันมามองซาร่าห์อย่างเยือกเย็น  แววตาคู่นี้ไม่ใช่เขาแน่  เธอมั่นใจว่าไม่ใช่เขาแน่

“นายเป็นใคร?” 

ซาร่าห์ใช้สายตาดุดันมองส่งความรู้สึกสงสัยไปยังแววตาเหลืองอำพันคู่นั้น 

“เจ้าสงสัยล่ะสิ  ว่าข้าเป็นใคร?” 

ปีเตอร์ยิ้มมุมปาก  ก่อนจะเดินตรงไปที่อาเธอร์  ที่สิ้นสติไปแล้วหลังจากโดนแรงอัดระเบิดและเสียเลือดจำนวนมาก

เขานั่งลงข้าง  ๆ ร่างของอาเธอร์ก่อนจะวางมือลงบนแผลขนาดใหญ่ที่ชิ้นเนื้อเหวอะหวะดูน่ากลัว  มือสีแดงของปีเตอร์ขนาบลงบนเนื้อเปื้อนเลือดนั้น  มีควันขึ้นคุกกรุ่นโขมงพร้อมเสียงดังฉ่า  มันฟังดูเหมือนเนื้อย่างที่กำลังโดนแผดเผาด้วยไฟ

“อ๊า…!!!”  อาเธอร์ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด 

“พอแล้ว!”บริลเลียนผลักปีเตอร์ล้มลง  เธอไม่รู้ว่านี่คือการช่วยเหลือหรือเพิ่มความทรมานให้กับองครักษ์ของเธอกันแน่  “นายทำอะไรอ่ะปีเตอร์!

“ข้าก็แค่กำลังช่วยเขา”

“ช่วยงั้นหรอ?  ดูสิเนี่ย  เขากำลังบาดเจ็บนะ  นายเป็นอะไรไป ฉันงงไปหมดแล้วนะ”  แม้บริลเลียนจะกรรโชกใส่ปีเตอรเพียงใด  เขาก็ทำได้แค่นิ่งและยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน

“นายนี่มันยียวนฉันชะมัด”

“บริล  เธอดูนี่สิ”  ครีทีเอสก้าชี้ไปที่

 

“อาเธอร์!!!

 

อาเธอร์ค่อย  ๆ  ลุกขึ้นมาพร้อมกับสำรวจร่างกายตัวเองที่ไร้แม้แต่สภาพบาดเจ็บใด ๆ ทั้งสิ้น  เขาเองก็ประหลาดใจไม่น้อยเพราะความรู้สึกเมื่อกี้คือเขาเจ็บปวดและทรมานมาก  แต่ตอนนี้กลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แผลที่ฉีกขาดเหวอะหวะจากการถูกไม้โอ๊คแทงทะลุสีข้างและแรงระเบิดรุนแรงเมื่อสักครู่นี้  ได้หายไปแล้ว  เหลือเพียงแต่ร่องรอยเลือดที่เคยกลบกายของเขา  มันน่าแปลกจริง ๆ?

“เป็นไปได้ยังไงเนี่ย?” 

ทุกคนร้องอุทานอย่างไม่เหลือเชื่อ  ทั้งที่ภาพก่อนหน้านี้คืออาเธอร์บาดเจ็บสาหัสจนไม่หมดสติไป

“เธอทำได้ยังไงอ่ะปีเตอร์”    ซาร่าห์มองปีเตอร์ด้วยสายตาแสนฉงนงงงวย

“ข้าบอกแล้ว  ว่าข้ามิใช่ท่านปีเตอร์”

“แล้วนายเป็นใคร?”

ร่างของปีเตอร์เดินเข้ามาประกบซาร่าห์  “เจ้านี่ขี้สงสัยจริงๆ นะสาวน้อย  สมแล้วที่เป็นตัวแทนของเทพเอลไลล่าห์  มีนิสัยขี้สงสัยไม่แตกต่างไปจากเจ้าเลย  เอ๊า  ถ้าเจ้าอยากจะรู้  ก็ตั้งใจฟังข้าดี ๆ ละกันนะ”  เขาพูด  “ข้าคือเทพเดล

“เทพเดล?”  แก็งค์โอฟ่อนอุทานอย่างตกใจ 

“ตกใจมากขนาดนั้นเลยรึ  ห้า ๆ ปีเตอร์คือตัวแทนของข้า  ด้วยสายเลือดเดียวกันที่มีอย่างเข้มข้นในตัวของปีเตอร์  ทำให้ข้าสามารถแบ่งดวงจิตและพลังของข้าเกือบทั้งหมดให้กับเขาเพื่อช่วยพวกเจ้ากอบกู้เอกราชของเมืองทั้งสาม  พลังของข้าที่พวกเจ้าเห็นส่วนหนึ่งคือ  “อัคนีสมานแผล”  และพลังของข้าที่ทำให้อาเธอร์บาดเจ็บคือ  “อัคนีทลายปฐพี”  ตอนนี้ดวงจิตของปีเตอร์กำลังหลับไหลเพราะความร้อนที่แผดเผาร่างกายเขาอยู่ภายในอีกสักพักเขาจะรู้สึกตัวเองและต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังอัคนีทั้งสอง”

                “เป็นพลังที่รุนแรงมากจริง ๆ”

ครีทีเอสก้าลูบไล้ไปตามขอบประตูไม้โอ๊คที่ถูกพลังอัคนีทลายปฐพีทำลายจนกลายเป็นเศษซากปรักหักพัง 

                “แต่พลังคงไม่รุนแรงเท่าพลังของอัญมณีทั้งสามขององค์หญิงรัชทายาทหรอก”  เทพเดลเดินเข้าไปหาครีทีเอสก้าพร้อมกับจับมือเธอข้างที่สวมกำไลมรกตเอาไว้ขึ้นมา 

 

“พลังของอัญมณีทั้งสามเป็นที่หน้าเกรงขามที่สุดในโลกแบนดิช  องค์หญิงรัชทายาททั้งสามอาจต้องเรียนรู้พลังเหล่านี้และควบคุมการใช้อำนาจแห่งอัญมณีให้ได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับสตรีผู้บอบบาง  แต่ในเมื่ออัญมณีเลือกพวกท่านแล้ว  ก็คงต้องน้อมรับบัญชาของเบื้องบน”

 

“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่อัญมณีเลือกพวกท่าน  ขอจงได้โปรดช่วยกอบกู้อิสรภาพของชาวเลือดบริสุทธิ์แห่งทะแลสาบแบนดิชเถิด!

 

....................

 

อัพแล้ว 100%
หายไปนานมากกกกกกกกกกกกก  ขอโทษทีนะคะ  พอดีติดภารกิจหลักเลยไม่ได้เข้ามาในโลกโซเชียลเลยสามเดือนเต็ม ๆ ยังไงก็ขอโทษด้วยจริง ๆค่ะ  

 

เอาอิมเมจของปีเตอร์  เดล  หนุ่มหล่อลากมาให้ชมกัน

63 ความคิดเห็น

  1. #59 bmsister (@bmsister) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 20:09
    เดี๋ยวจะมาอัพให้ในวันพรุ่งนี้นะคะ พอดีช่วงนี้ว่าง ๆ ยุจ้า
    #59
    0
  2. #58 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2556 / 13:17
    เย่ ครบแล้ว ท่านเทพเดลนี่เทพจริงๆ ค่ะ 555

    อาเธอร์ก็เจ็บตัวฟรีไปนะ แต่เดี๋ยวก็หายแล้ว้

    เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นแล้วอ่ะ อยากอ่านต่อ ฮือๆๆๆ รอวันที่ว่างแล้วรีบมาอัพต่อนะคะ
    #58
    0
  3. #57 Esperanza (@ploy_ch) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 16:25
    ยังรออยู่จ้าาาาาาาาาา ^3^

    คนอ่านก็ไม่ค่อยได้แวะเข้ามาเหมือนกันแหละ เข้าใจเลยว่าความยุ่งมันเป็นยังไง

    เป็นกำลังใจให้เสมอในทุกๆ เรื่องเลยนะคะ สู้ๆ
    #57
    0