[exo] My Heater เซฮุนขี้หนาว (kaihun ft.chanbaek)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,872 Views

  • 946 Comments

  • 2,543 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    49

    Overall
    54,872

ตอนที่ 4 : 3 หมีอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    18 ก.ค. 59








     เสื้อกันหนาวถูกกุมไว้ไม่ให้หลุดในขณะที่ร่างบางกำลังวิ่งไปยังที่หมายด้วยความเหนื่อยใกล้จะหายใจไม่ทัน...

นอกจากต้องทำเวรห้องในวันที่มีเรียนถึง5โมงไม่ได้พักแล้วยังต้องมาวิ่งเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบางคนอีก


“ช้าไป10นาที”

เสียงมาจากคนที่ยืนพิงต้นไม้อยู่ เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง

ทำไมต้องทำท่าเป็นนายแบบยืนชิวๆ ในขณะที่เซฮุนจะคุกเข่าเพราะเหนื่อยอยู่แล้วด้วย


“มาสาย”

แถมทำเสียงดุให้อีก


“เรา..เหนื่อย...คือ”


“มาสายไม่มีสิทธิแก้ตัว ตามมา”


เซฮุนหายใจเข้าลึกๆ คนตัวดำ(ที่ใจดำด้วย) เดินนำหน้าไปแล้ว คิดว่าจะเห็นใจกันบ้างซะอีก


“จะยืนนี่ถึงเช้าเลยเหรอ”


“เราขอพัก...”


“จะเหนื่อยได้ยังไง เหงื่อนายยังไม่ออกซักหยด”

“...”

“ไม่งั้นก็กลับไปเลย”

ฮึ่ย! เขาพยายามเดินตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างไม่มีทางเลือก ได้แต่บ่นอยู่ในใจว่าทำไมถึงอยากได้คนแบบนี้มาเป็นเพื่อนกันนะ


ใช่...เขาคิดว่าคนคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร คิดว่าอยากจะเป็นเพื่อนด้วย อยากทำให้ยิ้ม และเหนือสิ่งอื่นใด คนคนนี้ตัวอุ่น อุ่นแบบสบาย อยากอยู่ใกล้ๆ...ไม่ใช่แบบร้อนจนอึดอัด


 

“เราจะไปไหนกันเหรอ”

“ห้องเก็บของ”

“ทำไมไปห้องเก็บของ”

เซฮุนพยายามก้าวไปข้างๆคนที่สูงพอๆกับเขาเพื่อคลายความสงสัย อันที่จริงก็ไม่รู้หรอกว่าจะโดนแกล้งมั้ย ครั้งที่แล้วก็หาว่าเป็นแฟนคลับโรคจิตอะไรก็ไม่รู้...ต้องถามให้ดีๆก่อน


ใบหน้าของอีกคนไม่มีแม้แต่ยิ้มมุมปากหรือหันมามองเขาด้วยซ้ำ


หมีขั้วโลก


“จะพาไปทำความสะอาดห้องเก็บของเหรอ”

“...”

“นี่ ไม่คิดว่ามันน่ากลัวไปหน่อยเหรอ”

“...”

“ชื่อนายเราก็ยังไม่รู้”


หมีขั้วโลกหยุดเดินเมื่อถึงห้องเก็บของของโรงยิม เปิดประตูอย่างง่ายดายก่อนจะขว้างเป้เข้าไปในนั้นไม่กลัวอะไรจะพัง


“เก็บของไว้นี่แหละ เอาแต่ตัวนายมา”


“แล้วของเราจะไม่หายเหรอ”


“เอามาแค่ตัวกับสติก็พอ”

ปากบางยู่ลงอย่างขัดใจ วางเป้นักเรียนของตัวเองเอาไว้เบาๆ จะทำยังไงได้ มาถึงขึ้นนี้แล้วก็คงต้องลองดูกัน


“เรียบร้อยแล้ว”

แล้วหันไปยิ้มให้อีกฝ่าย

“บอกอยู่ว่าให้เอาสติมาด้วย”


ก็แค่อยากผูกมิตรเองนะ...


“แล้วเราจะไปไหนกันอีก จะมืดอยู่แล้วนะ”


“ก็ต้องไปมืดๆ”


“เราไม่กลัวผีหรอกนะ อย่าแกล้งแบบนั้นเลยเสียเวลา”


เซฮุนพูดจริงๆ เขาไม่ได้ใส่ใจกับคำว่าวิญญาณที่คนอื่นพูดกันหรือคุณผีที่ออกมาในหนังสยองขวัญที่แบคฮยอนกลัวแทบตาย ไม่ได้มีความรู้สึกว่ามีอะไรน่ากลัวเลย ก็แค่คนไม่ใช่คนที่ตายไปแล้วหยิบจับอะไรก็ไม่ได้ซักหน่อย เขากลัวคนเป็นๆมากกว่าพวกคนที่ไม่ดีน่ะน่ากลัวกว่าตั้งเยอะ


“ใครเขาจะแกล้งคนแปลกๆกัน”

“เราไม่ได้แปลก”

“...”

อีกคนเอื้อมมือไปปิดประตู แล้วออกเดินอีกครั้ง

“จะไปไหนเหรอ”

“...”

“แล้วมันดึกมากมั้ย เราหารถกลับเองลำบากนะ”

“...”

“อันตรายมั้ย?”

“...”

“จะให้เราไปทำอะไรก็ไม่ยอมบอก”

“...”

“นี่...”


เอาแต่เดินนำลิ่วๆ จนเซฮุนต้องเร่งฝีเท้าไปเดินข้างๆอีกครั้ง ไม่ชอบเลยคนหันหลังให้ หรือความรู้สึกกำลังจะหนีไปอย่างนั้น


ไม่ชอบเห็นแผ่นหลังที่ห่างออกไป


“ก็หยุดถามแต่ประโยคพวกนี้ซักทีเถอะ”


“...แล้ว”


คราวนี้คนข้างๆก็หยุดเดินแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่ จะถามอะไรอีกห๊ะ?หน้าแบบนั้นเลย


“กล้ามเนื้อมุมปากนายอ่อนแรงเหรอ”

“....?”


“นายป่วยใช่ป้ะ”

บางทีอีกคนอาจจะไม่สบายเรื่องกล้ามเนื้ออะไรแบบนี้ตั้งแต่เด็กก็ได้นะ เลยชวนให้คนอื่นคิดว่าเป็นคนอัธยาศัยไม่ดีไป น่าสงสารจัง...


“ป่วยบ้าอะไรของนาย”


“ก็ทำแบบนี้ไม่ได้ไง เนี่ยแบบเนี้ย”


 

รอยยิ้มกว้างๆ ถูกส่งมาในระยะใกล้จนอีกฝ่ายเผลอตกใจไปนิดหน่อย

ก่อนจะกระแอมแล้วถอยออกไปก้าวนึง


ยิ้มกว้างๆจนเห็นเหล็กดัดกับเขี้ยวเล็กที่โผล่ออกมา ไหนจะตาที่เป็นขีดเฉพาะตอนยิ้มนั่นอีก


เด็กประหลาด...


จะอันตรายเกินไปแล้ว


“ก็ไม่จำเป็นต้องยิ้มเหมือนคนไม่มีสติ”

และได้ผล พอกลับไปพูดแบบนี้เด็กตัวขาวนั่นหุบยิ้มลงเลย ทำหน้าตาหาเรื่องอีกแทน


“ทำไมชอบว่าเรา”                           


“พูดตามที่เห็น”





     ผมเดินลัดด้านหลังอาคารเรียนไปเรื่อยๆ ไม่ได้หันไปสนใจอีก จะอยู่กับหมอนี่ต่อไปนานๆคงไม่ดี ทางเดินนี่รกนิดหน่อยเพราะไม่ใช้ทางที่คนปกติจะผ่านกันเลยถูกละเลยไป ถึงทางโรงเรียนจะอยู่ในระดับสูงและรักษาความสะอาดอย่างดีก็เถอะ และทางแบบนี้ตอนฟ้ามืดๆก็ทำให้ผมต้องเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ช่วยนำทาง


“ไม่ได้จะเอาเราไปฆ่าใช่มั้ย”


อีกแล้ว เสียงแง้วๆนั้นดังมาตลอดทางที่เราเดินมา จริงๆมันก็ดังขึ้นตลอดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ไม่รู้เมื่อไหร่ปากเล็กนั้นจะเลิกขยับไปมาซักที

“อีกหน่อยคงใช่”


เสียงขัดใจดังตามหลังมา รู้เลยว่าอีกฝ่ายทำหน้าแบบไหนอยู่


ไม่กลัวบ้างเลยรึไงนะ... ทั้งที่ภายนอกก็ดูอ่อนแอจะตาย ทั้งถูกว่า ถูกมองอย่างไม่เป็นมิตร ตอนนี้จะพาไปไหนก็ไม่รู้จะให้ทำอะไรก็ไม่รู้ในยามวิกาลแบบนี้ โอเซฮุนก็ยังไม่รู้สึกอะไรงั้นเหรอ


“กลัวก็กลับได้นะ”

ทางที่ผมเดินเลาะมาเป็นทางหนีเวลาที่ผมจะโดดเรียนหรือหนีพวกเด็กผู้หญิงที่น่ารำคาญออกจากโรงเรียน ก่อนจะถึงรั้วสูงมันต้องตัดเข้าอีกทางเพื่อไปห้องสมุด ซึ่งไม่เปิดให้เข้าตอนกลางคืนอยู่แล้ว แต่สามารถปีนเข้าไปในห้องหนังสือเก่าได้จากหน้าต่าง


 

“ไม่ จะหลอกให้เรากลับล่ะสิ”


“เหอะ”


“ไม่ไป...เราจำทางไม่ได้ มันมืด”


“....”


เห้อ....


“ที่หยุดเดินนี่ถึงแล้วเหรอ”

ผมหันไปพยักหน้าส่งๆไปทีนึงก่อนจะมองหาอุปกรณ์ช่วย นี่คาดหวังตั้งแต่แรกว่าหมอนี่จะหมดความอดทนและวิ่งกลับบ้านไป แต่ไม่เลย


“แถวนี้ยุงเยอะจัง”

“...”

“ระวังโดนกัดนะ ยุงชอบคนเลือดอุ่นๆ”

“...”

“เป็นไข้เลือดออกนายจะตายได้นะ”


เซฮุนยังอยู่เหนือการคาดเดาไปซะทุกอย่าง


ดูแตกต่างจากคนอื่น ดูแปลกอย่างที่ผมว่านั่นล่ะ


“ห่วงตัวเองเถอะ”


มาห่วงคนอื่นเขาแค่เขาตัวอุ่นเนี่ยนะ ถ้าถูกลวงมาทำมิดีมิร้ายนี่คงเสร็จไปละ

ประหลาดจริง


“ตกลงที่นี่ที่ไหน คุณตัวอุ่น”


“อย่าเรียกแบบนั้น มันตลก”


หันไปสั่งทันทีที่ได้ยินชื่อแปลกๆออกจากปากเขา


“เอ้า ก็บอกชื่อเรามาสิ”

  

“หลังห้องสมุด”


“โธ่แล้วพาเรามาทางนี้ทำไม ทำตัวเหมือนจะขโมยของ”


“อือ”


ผมตอบแค่นั้น แล้วยกบันไดสูงไปพาดเอาไว้เป็นทางขึ้น หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เหมือนทุกครั้ง ที่รู้ก็เพราะเขามาหาหนังสือที่ห้องเก่านี่บ่อยๆ มันมักจะมีหนังสือภาพของอาจารย์หลายๆคนที่ไม่ถูกจัดเอาไว้ในชั้นทั่วไป ไม่ใช่หายาก...แต่เพราะไม่มีคนสนใจต่างหาก เขาถึงเอามันออกมาเก็บเอาไว้ ผมถึงขโมยกลับไปศึกษาได้หลายครั้งโดยไม่มีใครถามหามันเลย


ทั้งที่เป็นหนังสือที่ดีมากแท้ๆ


ผมก้าวขาเตรียมปีน ไม่วายเหลือบมองเด็กตัวขาวที่เงยหน้ามองผมพอดี

“...”

“เราไม่กลัวความสูง ไม่ต้องเป็นห่วง”


“ใครห่วง”

ผมว่าเท่านั้นก็รีบปีนขึ้นไปด้านบน ก็แค่คิดว่าโอเซฮุนจะกลัวอะไรบ้างซักอย่างแล้วถอดใจกลับบ้านไปซะ เอาแต่ยิ้มแบบนั้นอยู่ได้


ประหลาดจริงๆ


พอขึ้นมาได้ ผมเดินสำรวจไปรอบๆเพื่อดูว่าปลอดคนจริงๆแล้วจึงเดินกลับมาหวังจะเรียกให้เซฮุนขึ้นมาแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายปีนขึ้นมาได้เกินครึ่งทางแล้ว ท่าทางคล่องแคล่วขัดกับลุคคุณหนูของคนตัวขาวลิบลับ


“ช่วยเราหน่อย”

พอขึ้นมาถึงหน้าต่างเซฮุนก็ยื่นมือออกมา


“ขึ้นเอง”

แต่ผมก็ไม่ตามใจ ปีนขึ้นมาขนาดนี้คงไม่ต้องห่วงว่าจะตกลงไปแล้วล่ะ


ไม่ใช่ห่วงว่าจะเจ็บหรอกนะ ก็แค่ไม่อยากมีปัญหาพาลูกเขามาแข้งขาหัก

แค่นั้น


“หน้าดำไม่พอยังใจดำอีก”

“...”

ได้ยินนะ


เสียงเดินเตาะแตะและเสียงบ่นตามมาด้านหลัง ทำให้ต้องหันไปส่งเสียชู่ให้เงียบลง


“ทำตัวเป็นโจรย่องเบาไปได้”

“...”

“นี่พาเรามาขโมยของจริงเหรอ!


“อย่าเสียงดังได้มั้ย”

เผลอเข้าไปปิดปากนั้นจนได้ เห้อ นี่คิดถูกจริงๆใช่มั้ยเนี้ยที่พามา ดูอะไรๆก็ผิดการคาดคาดการณ์ของผมไปหมด


“อ่อย เอา”

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละ”

“อื้อออ เอา อือ ออก ไอ อ้ะ”

ใบหน้าอีกฝ่ายแดงขึ้น แขนเล็กๆยังพยายามจะดึงมือที่ปิดปากเอาไว้ออก

“เงียบแล้วจะปล่อย”

“...”

“ไม่ได้มาทำอะไรไม่ดีหรอกน่า”


ผมเอามือออก มองใบหน้าแดงๆง้ำงออย่างขำขัน เหมือนมีเสียงโวยวายออกมาจากใบหน้านั้นเลย เสียงแง้วๆเหมือนออกมาได้เอง คงกลั้นน่าดูที่จะไม่พูด

“ฉันแค่ต้องการหนังสือภาพเก่าๆไปศึกษา หนังสือพวกนี้ห้องสมุดไม่ให้ยืม”

“...”

“เล่มนี้ เข้าใจมั้ย”


ผมเอาภาพหนังสือให้เขาดู ร่างบางพยักหน้าตอบรับ


“...”


“พูดได้”


“แค่หาหนังสือใช่มั้ย”

“อือ”

“แต่ยังไงเราก็ขโมยมันออกจากที่นี่อยู่ดี”


“ไปอยู่ในที่ที่คนสนใจมันไม่ดีกว่าเหรอ อยู่ที่นี่เพื่อรอให้ผลงานดีๆย่อยสลายไปดีกว่าตรงไหน”


“นายคงชอบมันมากเลยนะ”


ผิดเองที่พูดมากไป และเด็กตัวขาวก็ดูจะเข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่มีท่าทีขัดใจเหมือนทีแรก แต่เดินอย่างระวังไปยังชั้นต่างๆเพื่อหาหนังสือเล่มนั้นแล้ว


“ถ้านายหาได้ก่อนฉันจะตกลงรับข้อเสนอ”


ไม่รู้ว่าอีกคนจำยังไงถ้ารู้ว่าจริงๆผมหามันเจอก่อนอยู่แล้วเพราะเป็นคนเก็บเอาไว้เอง


และจะโกรธบ้างรึปล่าว ถ้าผมคิดจะทิ้งเขาไว้ที่นี่แล้วกลับออกไปก่อน


“เราก็ชอบหนังสือนะ...เพราะตัวหนังสือทำให้เราคิดอะไรได้เยอะเลย”

ได้แต่เดินไปยังชั้นที่วางเป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่ทีแรก เดินช้าลงเรื่อยๆเพราะถึงไม่อยากฟังเสียงใสๆก็เข้ามาในสมองผมอยู่ดี


“หนังสือพวกนี้น่าสงสารจริงๆ แต่เรามีร้านหนังสือเก่าที่ชื่อลุงคังแนะนำนะ ถ้าเกิดว่าคุณตัวอุ่นสนใจ จะได้ไม่ต้องลำบากปีน”

“...”

“แหะๆ เรารู้จักมันตอนไปเขียนงานส่งสำนักพิมพ์”

“...”


สุดท้ายผมก็เดินวนไปจนมาหยุดที่ชั้นชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ชั้นที่ผมตั้งใจไปแต่แรก


ยืนมองเด็กประหลาดที่หันมายิ้มให้เมื่อเห็นว่าผมมายืนมอง ก่อนจะหันกลับไปเพื่อเลือกหาหนังสือตามที่ว่า


“นายไปหาชั้นอื่นเถอะ เดี๋ยวตรงนี้เราหาเอง”




ม่รู้ตัวซักนิด




“อือ”



ไว้ใจคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ

ผมทำท่าเดินไปเดินมาอย่างสับสน ความตั้งใจแรกเริ่มหายไปเรื่อยๆ







“ฮัดชิ่ว!

เดินค้างอยู่ตรงหน้าหนังสือที่ต้องการอยู่นานจนเสียงจามของอีกคนเรียกสติขึ้นมา ตอนนี้น่าจะดึกพอสมควรแล้ว อากาศด้านนอกก็เย็นลงไหนจะเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ในห้องอีก


สำหรับคนขี้หนาวคงหนาวแย่แล้ว


“นี่เราหามานานแล้วอ่ะ ยังไม่เจอเลย ทางนั้นเจอรึยัง?”


“ยัง”



ผมตอบไปแค่นั้นพยายามกลั้นใจหยิบหนังสือออกมา แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูทางออกอีกทาง คิดว่าจะไม่หันกลับไปอีกยืนพักหายใจอยู่ที่หน้าประตู


ไม่เป็นอะไรน่า พอไม่เห็นเขาเซฮุนก็คงจะหาทางออกมาเอง เรื่องกลับบ้านเองไม่ใช่เรื่องยากซักหน่อย


แต่ถ้าไม่เจอ... เรา จะทำหน้าแบบไหนนะ จะยังยิ้มได้อยู่มั้ย


หรือจะร้องไห้ที่โดนแกล้งมั้ย

นี่ขนาดทิ้งออกมาได้แล้วยังต้องมานั่งคิดมากอยู่ทำไมวะ ทีกับพวกแฟนคลับที่ตามเขามากเกินไปยังโดนมากกว่านี้อีก


ก็แค่คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน


“เกือบลืมไปแล้ว แก่แล้วหลงๆลืมๆจริงๆ”

ผมชะงักก่อนจะได้ลงไปด้านล่าง รีบไปหลบเพื่อรอดูว่าคนที่ขึ้นมาใช่รปภ.ของโรงเรียนรึปล่าว....


“เกือบลืมปิดห้องนั่นซะแล้วเรา”


แล้วก็ใช่ลุงรปภ.จริงๆ ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลาก่อนจะสบถเมื่อเวลานี้เลยเวลาการปิดห้องมาซักพักแล้ว 

บ้าเอ้ย!

ผมวิ่งไปอีกทางอย่างเร็ว ถ้าไม่รีบพาเซฮุนออกมาก่อนที่ห้องจะปิด เขาอาจติดอยู่จนถึงวันจันทร์

และเป็นความผิดของผมทั้งหมด

ผมวิ่งกลับไปโดยไม่มีความลังเล วิ่งไปให้เร็วที่สุดก่อนที่ลุงแกจะไปถึง


และผมทำสำเร็จ ผมเปิดประตูเข้าไปรีบมองหาใครอีกคน

“เซฮุน!

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ไม่มีเวลาแล้ว...ถ้าไม่รีบออกไปตอนนี้


ผมเดินหาจนถึงมุมห้องด้านหลัง ใกล้ๆกับหน้าต่างที่เราปีนเข้ามา เซฮุนนั่งกอดเข่าอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมเหมือนครั้งก่อนๆ

“เซฮุน...”


“เรา ... หนาว ...”


เซฮุนเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้ว ไม่ได้ถามว่าผมไปไหนมา แต่ก็ไม่มีรอยยิ้มให้เช่นทุกที


ท่าทางเขาดูไม่ดีเลย


“ลุกขึ้นมา แล้วไปกันเถอะ”

“บันได...ไม่อยู่...”

ทางหนีอีกทางถูกปิดลงเสียงดังปัง! ตอนนี้ทั้งประตูที่ผมเข้ามาหรือหน้าต่างก็ลงไม่ได้แล้ว


ผมวิ่งไปที่ประตู แล้วเริ่มเคาะเรียก


“มีคนอยู่ในนี้! ลุงครับ! มีคนกำลังแย่นะครับ ลุง!!

ผมเคาะอยู่อย่างนั้นจนเสียงไอของร่างบางเรียกความสนใจไปได้

ผมเดินกลับไปดูอาการเซฮุนก่อน ใบหน้าซีดเซียวนั่นทำใจผมกระตุกไปด้วย

“ฉันจะโทรตามคนมาช่วย”

นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์น่าจะช่วยได้ แต่ไม่ทันจะได้กดอะไร แสงหน้าจอก็ดับลง

“บ้าเอ้ย!

“...”

“เครื่องนายล่ะ?”

“...”

เซฮุนส่ายหน้าไปมา

“ไม่ได้เอามาเหรอ?”


“อือ...ก็ บอกให้เอามาแค่ตัวกับสติ”


ผมถอนหายใจออกมา ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเด็กซื่อบื้อคนนั้น


“เรา...ขอ...โทษ”


“...”

ผมหันไปมองเขา เซฮุนไม่ได้ผิดอะไรแต่ก็ยังขอโทษ


“ขอโทษทำไม”

“เรา...คิดว่า นายทิ้งไปแล้ว”

“...”

“เผลอ...ด่า..ไป แล้วด้วย”

“อืม”

“ดีจังที่กลับมารับ”

“ดีตรงไหน ออกไปไม่ได้อยู่ดี”


“อย่างน้อย...เราก็ไม่ได้ที่นี่อยู่คนเดียว”

เบาใจไปได้บ้างที่ปากเล็กๆยิ้มออกมาได้


“ตัวนายสั่น”

“อืม...เรา หนาว”

“แอร์ที่นี่เปิดไว้ตลอดเลย คงปิดไม่ได้”


ผมถอดเสื้อชั้นนอกออกแล้วส่งไปให้เซฮุนที่ตัวสั่นอยู่

“นายจะหนาวนะ”

“ไม่หนาวหรอก”


เขาเอาไปใส่ทับไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่


ผมพาเขาไปหาที่ที่บังแอร์ได้มากที่สุด ย้ายตู้หรือโต๊ะเบาๆมาบังเอาไว้อีกแรงเพราะไม่รู้ว่าเราจะต้องอยู่ที่นี่อีกกี่ชั่วโมงหรือกี่วัน


“ดีขึ้นหน่อยมั้ย?”


“อื้ม”

เซฮุนพยักหน้าตอบ มือนั้นถูกถูไปมาจนเริ่มแดง


“อ่ะ...”

จนผมคว้ามือเขาทั้งคู่มากุมเอาไว้แล้วเป่าลมเข้าไปให้อุ่น


“ขอบใจนะ”


“...”

ทำอย่างนั้นอยู่ซักพัก สีหน้าอีกฝ่ายก็ดูดีขึ้นมา


“ฉันขอโทษ”

“หือ?”

“ฉันวางแผนบ้าๆพานายมาอยู่ที่นี่ พยายามให้นายถอดใจกลับบ้าน ลองทำแย่ๆเหมือนที่เคยทำ แถมยังคิด...”

“ไม่เป็นไร”

“...”


ทำไมไม่โกรธเขาซักนิด



“ก็กลับมาแล้วนี่ไง แค่กลับมาก็ดีแล้ว”

ยิ่งยิ้มมันยิ่งรู้สึกผิดรู้บ้างมั้ย


“...”

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ร่างของเซฮุนยังสั่นอยู่ มือก็ยังเย็น


“ห้ามหลับนะ”


“อืม เรารู้...”

รู้แต่ก็ยังโอนเอนไปมา นายนี่มัน...


จริงๆ ผมก็พยายามชวนอีกฝ่ายคุยแล้ว แต่เพราะเป็นคนแบบนี้เลยผ่านเวลาแต่ละนาทีไปได้ยากเหลือเกิน เป็นคนพูดคุยไม่เก่งเหมือนเด็กที่กำลังจะป่วยนี่ไง เขาถึงทำได้แค่หันไปมองอีกฝ่ายบ่อยๆและกุมมือนั้นเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่น


“มือนายอุ่นจัง...คุณตัวอุ่น”


“...”


สิ่งต่อมาที่ผมได้ดีกว่าพูดก็คือจับให้เซฮุนเอนตัวลงมาซบที่บ่าแล้วกอดร่างบางนั้นเอาไว้ในอก

ถ้านี่คือประโยชน์ที่ผมมี ผมก็พร้อมจะไถ่โทษ


“...จงอิน”


“หื้ม?”

เซฮุนเงยหน้าขึ้นมาจากอกผมอย่างสงสัย


“ฉันชื่อคิมจงอิน”

“...”

“บอกแล้วว่าเรียกอะไรประหลาดๆ”


ว่าไปแค่นี้ก็เหมือนเขาจะดีใจ ดูออกว่าคงจะยิ้มอยู่ในอ้อมกอดของผมเอง

ไม่คิดว่าจะทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน



“ยินดีที่ได้รู้จัก จงอิน”



“อือ”

ชักจะหน้าร้อนๆแหะ ทั้งๆที่อากาศออกจะเย็น


“จงอินเนี่ยใจดีจริงๆด้วย”

เสียงอู้อี้ดังขึ้น ถึงจะไม่ได้ยินประโยคชัดๆ แต่เสียงนั้นก็เรียกยิ้มบนใบหน้าของผมได้

ใครกันที่บอกว่าคิมจงอินยิ้มไม่เป็น


“เอ่อๆ นอนไปเถอะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะ”


“อื้อ”


“บอกว่าไม่ต้องพูดไง”


เด็กบ๊อง


โชคดีที่เซฮุนไม่ทันเห็นรอยยิ้มเมื่อครู่ของเขา

จงอินคิดอย่างนั้น เขาเบื่อเสียงแง้วๆที่เอาแต่พูด ปากเล็กๆที่ยิ้มตลอดเวลา หรือสายตาที่ดูมีอะไรมากกว่าความสดใส

ถึงตอนนี้จะเผลอคิดไปว่าเมื่อไหร่สิ่งเหล่านั้นจะกลับมาเป็นปกติ

ถ้าไม่ป่วยก็คงจะดี

ไม่ชอบปากสีซีดๆที่ดูไม่แข็งแรงนั่นเอาซะเลย


อะไรๆก็ผิดคาดตลอดเวลาเจอกับเด็กประหลาดเนี่ย


จงอินกระชับอ้อมกอดเอาไว้เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว


ต่อจากนี้คงวุ่นวายกว่านี้ล้านเท่าแน่ๆ

















“ยินดีที่ได้รู้จัก เซฮุน”








บันทึกของโอเซฮุนหน้าที่3 เล่มที่16

หมีขั้วโลกชื่อจงอิน ถึงจะหนาวแต่เราก็อุ่น 

จงอินเนี่ย...ใจดีจริงๆด้วย : )







โอ้ยยยยย เราเขินนนนน 

555 บ้าไปแล้วหมีขั้วโลกอบอุ่นขนาดนี้ได้ไง ย้ายไป#ทีมหมี กันเถอะโน๊ะ


ต้องขอโทษน้าถ้าภาษาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราพยายามแต่งแบบบรรยายอ่ะ T^T อยากให้เก็นความละมุน(แต่ไม่ถนัดเลย) แถมยังมาอัพช้าอีก แหะๆ ตอนหน้าจะมาเร็วๆนี้แหละ


ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยนะจ๊ะ 

คอมเม้นมาได้เลย พร้อมรับฟังเสมอ 


เม้น = กำลังใจคนแต่ง


#เซฮุนขี้หนาว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #946 KIMONGKANG (@Aprilhun94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:29
    ฮืออออออออ เขินนนนนคุณหมี~~~
    #946
    0
  2. #915 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 00:07
    จะแกล้งเค้า ไงละ ตัวเองเลยโดนแอทแทคเองเลย
    #915
    0
  3. #897 GemiDelta (@annieeee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:44
    ทั้งน่ารักทั้งอบอุ่นเลยนะคะคุณหมี
    #897
    0
  4. #886 pbmy (@pbmy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 08:12
    เขินหมีขั้วโลก
    #886
    0
  5. #877 TDNND (@TDNND) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:59
    ตะมุตะมิ
    #877
    0
  6. #863 Padcha.a (@padcha01) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 13:13
    ละมุนมากแง้ จงอินเริ่มใจอ่อนแล้วแน่ๆ
    #863
    0
  7. #831 SnowGril (@praeloveohse) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 17:29
    หมีเกือบโดนหมายหัวละมันน่านักจะทิ้งเซฮุนไว้ได้ไง จงอินยอมฮุนเเล้วดีจุยยย
    #831
    0
  8. #816 Lipz tick (@songsongtb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 12:41
    ใครว่าหมีงินใจร้ายยย นางก็อบอุ่นจะตายเนอะเจ้าฮุน
    #816
    0
  9. #786 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 17:25
    น้องฮุนน่ารัก ดุไม่ลงหรอกกก
    #786
    0
  10. #727 GinG- (@parkyuchun-ging) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 16:19
    นั่นไง กล้าดุซะที่ไหน แถมเอ็นดูน้องไปอีก
    น้องฮุนก็น่าหยิกจริงๆ ยิ้มเก่งๆแบบนี้ตลอดไปนะ เดี๋ยวจงอินก็หลุดให้เห็นเอง
    #727
    0
  11. #711 แฟนไค94ไลน์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 16:00
    จงอินใจอ่อนแล้วอ่ะ เย็นชาที่ไหนหมีออกจะใจดี
    #711
    0
  12. #675 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 01:24
    น่าร้ากกกกกกกก
    #675
    0
  13. #666 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 20:44
    โดนแกล้งขนาดนี้ยังไม่โกธรอีก คนดีจริงๆเลยเซฮุน คุณหมีก็อบอุ่น
    #666
    0
  14. #576 Bjin_yui (@yuisupitshaya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 20:35
    น่อวววว น่ารักกกอ่า
    #576
    0
  15. #502 WuFernkissKris (@WuFernkissKris) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 06:46
    คุณตัวอุ่นนนนนน โอ๊ยฟินนนนนน
    #502
    0
  16. #454 aairch_ (@airxoxo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 22:36
    ไอคุณจงอินนนนนนนนี่ตอนแรกกะจะงอนที่คิดถึงน้อง แต่เหนจากการกระทำละลดหย่อนโทษให้ ถ้าจะทิ้งเค้าจริงคงพาตัวเองหนีไปแล้ว ไม่วิ่งกลับมาหาเค้าทั้งๆที่ก็รู้ว่าอาจจะไม่ได้ออกจากห้องสมุด ทนความน่ารักของน้องงุนไม่ไหวใช่มะ
    #454
    0
  17. #358 ClumsyMay (@1996may) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 01:33
    สงสารเซฮุนนนถ้าถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวต้องไม่ไหวแน่ๆเลย ดีนะจงอินมาทัน สุดท้ายก็ยอมบอกชื่อพี่หมีเราใจอ่อนบ้างแล้วเนอเ
    #358
    0
  18. #73 ykk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 14:32
    เอ้าาา ติดอยูในห้ิงละจะออกไปไงเนี้ยยลูก
    #73
    0
  19. #62 เด็กชายพอพาน (@ilovetiffany) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 09:04
    หมีเล่นอะไรเนี่ย .ตีก้นหมี แต่ยัยหนูยังคงน่ารักเหมือนเดิม ไม่โกรธหมีด้วย
    #62
    0
  20. #33 pcynae_ (@pcygirls_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 16:19
    จงอินใจร้ายยย จะทิ้งน้องฮุนได้ลงคอ นี่ถ้าไม่กลับมานะ ???? น้องฮุนนี่ไม่ได้เป็นอะไรมากนอกจากขี้หนาวใช่ไหม กลัวน้องอาการหนักกว่านี้ แง TvT ; ไรท์แต่งดีแล้วน้า ภาษาบรรยายน้องฮุนได้น่ารักมากๆ จงอินก็ดูนิ่งๆจริงๆ สู้ๆนะคะ
    #33
    0
  21. #28 Mmxxxxh (@thantip08) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 20:36
    แงงง้ คุณหมีทิ้งยัยหนูไม่ลงใช่มั้ยล่าาา~
    #28
    0
  22. #26 kaihun. (@baiporhunnie94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 14:58
    คุณหมีแพ้ความน่ารักเซฮุนแล้วใช่มั้ยย
    #26
    0
  23. #22 bubblesh (@ohsh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 00:16
    ภาษาดีแล้วน้าาา เราเขินอ่ะ อ่านไปใจสั่นไป ฮืออออ คุณตัวอุ่นนี่นิสัยไม่ดีเลยคิดจะทิ้งเซฮุนได้ยังไง
    #22
    0
  24. #21 Panisara Thantalechol (@phen-19842) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 21:02
    มีความน่ารักจริงๆนะ ;^;
    #21
    0
  25. #20 Idol_fAhSiA (@Idol_fAhSiA) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 20:40
    น่ารักกกกมากๆเลย ถ้าจงอินทิ้งเซฮุนคงจะใจร้ายมาก
    #20
    0