[exo] My Heater เซฮุนขี้หนาว (kaihun ft.chanbaek)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54,880 Views

  • 946 Comments

  • 2,542 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    54,880

ตอนที่ 10 : 9 หมีไม่ไปไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 ก.ค. 59



สัญญา






     นานแล้วที่เซฮุนไม่ได้ฝันถึงตัวเองในตอนเด็ก ฝันถึงตอนต้องนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล กลิ่นฉุนๆของยาความเจ็บตรงตำแหน่งที่เข็มเจาะผ่านผิวหนังความกลัวและน่าเบื่อ เขาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากผนังขาวๆ มันว่างปล่าว...  เงียบ แต่ไม่หนาวเพราะมือใหญ่แสนอบอุ่นกุมมือของเขาเอาไว้ คุณพ่อพร่ำบอกว่ามันจะไม่เป็นอะไรพ่ออยู่ตรงนี้ พ่อจะอยู่ตรงนี้จนกว่าเราจะหายและไปวิ่งเล่นกับพ่อได้นะ

คำพูดทุกอย่างในวันนั้นเซฮุนยังจำได้ดี ถึงแม้ว่าเป็นไม่กี่ครั้งที่พ่ออยู่กับเขาแต่นั่นเพียงพอแล้วถึงแม้เขาจะไม่เคยได้ไปเล่นกับคุณพ่อจริงๆเลยซักครั้งก็ตาม


ตาของเซฮุนหนักเหลือเกินรู้สึกเป็นเด็กเกเรที่ไม่ยอมลุกออกจากที่นอนในเช้าวันจันทร์อย่างนั้น


เขาอยากจะนอนอีกหน่อย


ร่างกายยังหนักเกินไป


แต่เสียงที่ค่อยๆลอดเข้ามาในโสตประสาตมันค่อยๆชัดขึ้นจนเขารู้สึกตัวจนได้


“แล้วตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ?”

“ก็อย่างที่ครูบอก ต้องรอผู้ปกครองของเซฮุนก่อน”

 “...บ้าจริง”

“ตอนนี้ให้เซฮุนกินยาและให้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยที่สุด”

“แต่เขายังไม่ฟื้น”


“ครูก็อยากให้เขาฟื้นเร็วๆเหมือนกันนักเรียน เธอต้องใจเย็นๆ”


“...”


“จง...อิน...”

เสียงแผ่วๆของเขาเรียกออกไปอย่างมั่นใจ ถึงตาจะไม่ได้เห็นหน้าว่าเป็นใครแต่เสียงแบบนั้นของจงอินเขาจำได้ดี


“...”

จงอินอยู่ข้างเตียงที่เขานอน ลุกขึ้นมาสำรวจใบหน้าผมใกล้ๆ


“ขอบคุณพระเจ้า”

หน้าตาโล่งอกของจงอินเป็นสิ่งแรกที่โผล่เข้าในระยะการมองเห็น


“อย่าให้เขาขยับมากไปล่ะ”


“ครับ ... รู้สึกเป็นยังไงบ้างเซฮุน”


“เรา เหนื่อยๆ แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกนะ”


“...”


“เราหลับไปนานเหรอ?”

จงอินยังค้างมืออยู่ที่หัวหนักอึ้งของผม สัมผัสเรือนผมอย่างอ่อนโยน


“ฉันเป็นห่วงนายแทบตาย”


“...”

ดวงตาที่ผมชอบไม่มีท่าทีเขินอายเลยกับประโยคเมื่อครู่ จงอินทำให้ผมรู้สึกตัวว่ายังอยู่ในโลกของความจริง และหัวใจยังเต้นรัวได้กับประโยคง่ายๆของเขา

 


“ดีจริงๆเซฮุน”


“...”


“ดีจริงๆที่นายลืมตาขึ้นมา”


“...”

มือที่ทำให้นึกถึงคุณพ่อทุกครั้งจับมือเขาเอาไว้แน่น จงอินยังอยู่ในชุดกีฬาอยู่เลย.... เรามองหน้ากันอยู่นานกว่าจงอินจะนั่งลงข้างๆเตียงเช่นเดิม


“นายหลับไปนานเลยเซฮุน ครึ่งวันได้”


“แล้วแข่ง...”


“ต้องชนะสิ”

ถอนหายใจอย่างโล่งอก

แอบเสียใจที่หมดสติไปเสียก่อนจะได้เห็นจงอินวิ่งอยู่ในสนามหรือชูทลูกลงห่วงเท่ๆ


“ต้องขอบใจเพื่อนในทีม ฉันก็เพิ่งรู้จากชานยอลมันเหมือนกัน”


“...”


“อะไร?”


“จงอินไม่ได้ลงแข่งเหรอ?”


“อืม”

อีกคนตอบเสียงเรียบๆ อาการตื่นเต้นเมื่อกี้หายไปแล้วตอนนี้จงอินแค่กุมมือเขาเอาไว้เท่านั้น


มองอย่างอื่นแก้อาการสับสนในใจจนเขาสะดุดสายตาที่ผ้าห่มของห้องพยาบาล

ผ้าห่มที่เพิ่มเข้ามาอีกผืน


จงอินชอบทำให้คนอื่นอุ่นแบบนี้เหรอ.... ใจอบอุ่นไปหมดจนฝืนริมฝีปากไม่ให้ยิ้มไม่ได้เลย


“ไม่ต้องถามเหตุผลนะ เพราะฉันตอบนายไปแล้ว”

“ฉันเป็นห่วงนายแทบตาย”

เขาไม่กล้าเอ่ยแซวออกไปเหมือนทุกครั้ง... ครั้งนี้จงอินตรงเกินไป ทั้งๆที่ไม่เคยยอมรับว่าเป็นห่วงแต่วันนี้ทั้งสายตาท่าทางคำพูดทุกอย่างชัดเจนเกินไปหมด


แค่คำไม่กี่คำรู้สึกดีขนาดนี้ได้ยังไงนะ


“แล้วแบคฮยอนล่ะ?”


“ไปเอาของนายที่ห้อง โทรหาผู้ปกครองด้วย”


“อ้อ...”


“ไม่เป็นไรนะ...”


“อืม”


“ฉันอยู่ตรงนี้....กับนาย”


ถ้าตอนนี้เป็นเวลาปกติที่เราอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้ที่ไม่มีใครนอกจากเราสองคนในตอนเย็นๆที่ม้านั่ง

ถ้าเซฮุนขยับร่างกายได้ตามต้องการในตอนนี้


เขาจะกอดจงอินแน่นๆ แล้วบอกว่าขอบคุณอีกครั้ง

 




 

“เซฮุน!

“แบคฮยอนเหรอ”

“คนดื้อ! นายฟื้นแล้วเหรอ”

 “...”

แบคฮยอนรีบวิ่งเข้ามาพอได้เห็นว่าคนป่วยฟื้นแล้ว รีบวางกระเป๋าเอาไว้ที่เตียงว่างๆก่อนจะเอายาสองสามเม็ดพร้อมน้ำให้เซฮุน


“ฉันช่วย”


“...”


จริงๆแบคฮยอนเกรงใจเพื่อนร่วมชั้นปีอย่างคิมจงอินมากในเรื่องนี้ ถึงจะสงสัยจนอยากจะถามออกไปตรงๆว่าเพื่อนเขาไปสนิทกับคนหน้าตายแบบนี้ตอนไหน ตั้งแต่เซฮุนหมดสติคิมจงอินก็วิ่งเข้ามาหาอย่างไม่มีความลังเลเลยอุ้มเซฮุนขึ้นแล้วพามาที่ห้องพยาบาลเขากับชานยอลค่อยๆตามมา ไหนจะท่าทางเป็นห่วงมากมายนั่นอีก


“ค่อยๆนะ”


“...”


ใครกันนะ ที่บอกว่าคิมจงอินไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับใคร นิสัยแย่

คนแบบนั้นจะพูดเสียงอ่อนโยนขนาดนี้กับเพื่อนของเขาเหรอ! ไหนจะสายตาที่มอง


“ฉันโทรบอกคุณแม่ให้แล้วนะ ท่านกำลังรีบมา”

“ท่านตกใจรึปล่าว”

เสียงหง่อยๆของเพื่อนสนิทตัวขาวทำให้แบคฮยอนระบายยิ้มให้กำลังใจ

“ก็ตกใจนะ แต่ฉันบอกว่านายไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“แบคฮยอนไม่น่าบอกท่านเลย”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะพวกเราเป็นห่วงนี่”

“...”

“แต่คงอีกซักพักเลยนะ ท่านบอกว่าให้เซฮุนหลับไปเลยหลังกินยาจะได้มีแรงขึ้นมาน่ะ”


“เราเพิ่งตื่นเอง”


“อย่างอแงได้มั้ย”



ไม่ใช่หน้าที่เขาเสียแล้วที่ดุเด็กป่วยขี้งอแง คนที่ว่าคือคนที่นั่งเฝ้าเซฮุนตลอด อุ้มมาที่ห้องพยาบาลสั่งเบาแอร์แบกผ้าห่มอีกผืนมาห่มให้อย่างรู้งานคนนั้นล่ะ


เขาสบตากับชานยอลเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่ก็ได้การส่ายหน้าเป็นคำตอบเหมือนเช่นเขา

ไม่ได้ช่วยอะไรเลยชานนี่!


โว๊ะ


แล้วเขาจะรู้เรื่องนี้ได้ยังไงล่ะเนี่ย ไม่ใช่แค่เขาที่อยากรู้คนทั้งโรงเรียนตั้งแต่เห็นฉากนั้นก็เดากันไปหมดกลายเป็นเรื่องเมาท์ที่คนสนใจมากที่สุดในตอนนี้แล้ว

และเขาที่เป็นเพื่อนสนิทเซฮุนจะไม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง


“มีอะไรรึปล่าว?”

เนี่ย แค่เสียงที่หันมาถามแบคฮยอนยังไม่กล้ามองหน้าตรงๆเลย

คิมจงอินน่ากลัวออก


“มีอะไรรึปล่าวแบคฮยอน”

“งานมีปัญหาน่ะ ที่นั่นโทรตามฉันใหญ่เลย แต่ก็กดตัดสายไปเป็นร้อยรอบแล้วบอกว่าจะอยู่กับเซฮุน”


ตอบไปถอนหายใจไป เขาไม่ได้อยากทิ้งให้เพื่อนเขาต้องอยู่กับ... อะไรนะ ที่เซฮุนเคยเรียก

หมีขั้วโลก? นี่คนเดียวหรอกนะ (ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทชานยอลก็ตาม)


“แต่ต้องแก้งานนะ เราก็ไปไม่ได้ด้วย”


“ไม่เอา...”

“ไปเถอะแบค เราฝากดูงานด้วยแค่นี้ก็รู้สึกผิดจะแย่แล้วที่ไม่ได้อยู่ดูความเรียบร้อย เพื่อนๆอุตส่าห์ไว้ใจ”

“มะ ไม่ดิ ... เซฮุน”

“ถ้างานแก้ไม่ทันพรุ่งนี้ต้องแย่แน่เลย”

“...”


“นะแบค นะ”

แล้วใครจะทนเซฮุนที่ทำเสียงแบบนั้นกับหน้าแบบนั้นได้ ;_;

“ก็ได้ ฉันจะไปให้”

รอยยิ้มบางๆของคนป่วยไม่ได้ทำให้เขาดีใจเลยซักนิด

“ชานยอลอยู่นี่กับเซฮุนนะ”

“ฉัน? ทำไมล่ะ?”

“ก็กว่าแม่เซฮุนจะมาก็สองชั่วโมงเลยนะ”

“แต่แบค...แล้วเวลากลั..!

“ชานยอล”

“กะ เก็บของ ก็เวลาเก็บของล่ะนายทำคนเดียวได้เหรอ”

“ได้น่า”


โชคดีที่ชานยอลกลับคำทัน ได้แต่นั่งคอตกแทน ทำปากบ่นไปคนเดียวอีก


งอนแน่เลย


“ไปทั้งคู่นั่นแหละ”

“...”

“...”

“เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนเซฮุนเอง”

“...”


“ดีเหมือนกัน กูฝากด้วยนะเพื่อน”

หันไปทำตาขวางใส่ไอ้เสาไฟฟ้าที่ลุกยืนเต็มความสูงแล้วมาหาเขาทันทีที่ได้ยินเพื่อนสนิทมันพูดขึ้น


“ไม่ดีมั้ง”


“ดีสิแบค ไปทำงานนะเราอยู่กับจงอินได้”


“เซฮุน ;_;


“ไปเถอะ ฉันดูแลให้เอง”


เอ้อ ก็เห็นว่าดูแลได้แต่ไม่ไว้ใจเว้ย ไม่ไว้ใจทั้งนั้นแหละ

แต่ก็ไม่ทันจะแย้งอะไรต่อชานยอลก็จูงมือผมออกมาจากห้องพยาบาล ทำได้แค่โบกมือลาเพื่อนที่ป่วยอยู่บนเตียงและมือชะงักทันทีที่หันไปเจอคนเฝ้าไข้


เพี๊ยะ!

“โอ้ย! แบค”

ตีไหล่อีกคนทันทีที่พ้นเขตห้องพยาบาล

“ทำไมพาออกมาเล่า ชานนี่!

“ก็จงอินมันดูแลได้ ไม่เห็นเหรอ”

“เห็น แต่เรายังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเลยนะ เราจะไว้ใจได้ยังไง”

“มันห่วงเซฮุนจะตายแบคก็เห็น”

“หึ้ย!


“ทีจะให้เราไปเฝ้าเซฮุนตัวเองจะหนีกลับคนเดียวเรายังไม่งอนเลยนะ”

ไม่งอนนะ... แต่เดินกระฟัดกระเฟียดงี้คืออะไร ทำปากยู่อีก

ทำตัวเป็นเด็กขัดกับขนาดตัวนี่เก่งจริงๆนะ


“ไม่งอนดิ”

“ไม่ได้งอน”

“ไม่งอนแล้วเดินเร็วทำไม”


“ไม่ได้งอน แบคขาสั้นเอง --- โอ้ย!

และเขาก็หยิกแขนแน่นๆไปอีกทีก่อนจะเลื่อนมือไปจับมืออีกคนไว้

แกว่งไปมาด้วยความหมั้นเขี้ยว

“เมื่อกี้เซฮุนเรียกแบคเฉยๆด้วย”

เผลอยิ้มออกไปอีกแล้ว

“ก็เรียกตอนจะอ้อนอ่ะ แต่ชานเรียกได้ตลอดป้ะ เรียกคนเดียวเลยด้วย”

“...”

จนเห็นลักยิ้มของคนตัวโตเผยออกมาเขาถึงเบาใจ

“แต่ชาน”

“หืม?”

“เป็นเพื่อนสนิทจงอินไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จริงๆเหรอ?ไม่ใช่ว่าปิดเรานะ”

“จะไปรู้กับมันมั้ยล่ะ วันๆก็ไม่แสดงอาการอะไรก็อย่างที่เห็น”

“ไม่พูดอะไรถึงเลยเหรอ พูดถึงเพื่อนเราบ้างมั้ย”

“ก็เคยถามชานนะ ... แต่ก็นานแล้ว”


“ชานนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอ่ะ”


“เอ้าแบค...”

อย่างนี้คงต้องรอถามเซฮุนอย่างเดียวแล้วล่ะ

 


 



“ไปสนิทกันตอนไหนนะ”

คนป่วยหันไปมองหน้าจงอินเพื่อหวังคำตอบ


“ฉันก็ไม่รู้”


“เห้อ...”


“ก็งงเหมือนกันตอนที่เห็นว่าอยู่ด้วยกัน”


“แถมยังดูสนิทกันมากๆอีก”


“เพื่อนนายไม่ได้บอกเหรอ”


“ไม่ได้บอกอะไรเลย”

เห็นคนป่วยถอนหายใจทำหน้าตาขัดใจเพราะไม่ได้รู้เรื่องที่อยากรู้ได้ เขาก็รู้สึกดีขึ้น


ถึงจงอินจะไม่ใช่คนซักไซด์แต่อาการแปลกๆของเซฮุนกับการแตกตื่นของครูห้องพยาบาลและเพื่อนตัวเล็กก็ทำให้เขาสงสัย... สงสัยว่าเด็กขี้หนาวคนนี้ป่วยเป็นอะไรกันแน่


“แล้วทางจงอินล่ะ ชานยอลเคยบอกอะไรรึปล่าว?”

เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ ถือโอกาสดึงผ้าห่มขึ้นให้คนที่นอนอยู่เงียบๆ


“เราว่าเรารู้นะ แต่ก็ไม่แน่ใจ”


“อืม”


“รอแบคฮยอนเล่าละกัน จงอินอ่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”


“เอ้า....”


เขาไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะอยากให้เซฮุนเล่าออกมาเองมากกว่าเหมือนกับทุกครั้ง

และเหนือสิ่งอื่นใด จงอินไม่อยากเห็นใบหน้าเศร้าๆของอีกคน


“ขนาดป่วยอยู่ยังพูดมากได้อีก นอนได้รึยังเด็กดื้อ”


“เรายังไม่ง่วงเลย”


“กินยาไปแล้วก็ยังไม่ง่วงอีกเหรอ?”


“อืม ยังเลย”


“นายต้องพักผ่อนนะ จะได้หายไวๆไง”


“เราก็เคยคิดว่าเราหายแล้วเหมือนกัน”


“...”


“แต่ทุกทีที่เราอ่อนแอ มันก็กลับมาอีก”


“...”


“จงอินเบื่อมั้ยอ่ะ”


“ฉันฟังอยู่”


“เรา เราไม่ได้อยากเป็นแล้ว...”


“...”


“เราเป็นธาลัสซีเมียตั้งแต่เกิด”


ใจกระตุกไปครู่หนึ่ง แต่การเล่าของเซฮุนเป็นไปด้วยท่าทีสบายๆ

ถึงอย่างนั้นจงอินก็ยังมองไปที่ใบหน้าหวานอย่างเป็นกังวลอยู่ดี


เขาคุ้นชื่อโรคนี้อยู่แล้วเพราะคุณพ่อเป็นหมอ แต่ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก


“ตอนอยู่ในท้องแม่พวกเราเกือบไม่รอดเพราะอาการบวมน้ำในครรภ์ ตอนเด็กๆเราอ่อนแอมากเลยต้องให้เลือดบ่อยๆต้องนอนโรงพยาบาลกินยาอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด จนเราโตขึ้นมาเราถึงดีขึ้นจนเราคิดว่ามันหายแล้ว จงอินเราคิดว่าเราแข็งแรงดีแล้วเหมือนคนอื่นแล้วเพียงแต่มันมีข้อจำกัดเราอ่อนแอมากไม่ได้ เราเลือดออกมากไม่ได้”


“เซฮุน...”

จับมือเขาไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะให้อีกคนหยุดแล้ว


“นอนเถอะ”


“เราไม่รู้ว่าจงอินอยากรู้มั้ย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเราจะไม่เป็นอะไรไปหรอก”


“อืม...รู้แล้ว”


“จริงๆนะ เราจะไม่ตา--

เขาปิดปากอีกคนไว้อีกแล้ว


“อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย”

และเลื่อนไปลูบเรือนผมนุ่มอย่างเบามือ


“เราชอบจงอินยิ้มนะ”


“อืม”

เขายิ้มออกมาบางๆให้คนป่วย เพื่อหวังจะได้รอยยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆนั้นกลับมา


“เรายังไม่ง่วงเลย”


“แต่ก็ต้องนอน”


“...”

นั่งมองอีกคนเบะปากขัดใจ


“ตอนเด็กๆจงอินทำยังไงอ่ะตอนนอนไม่หลับ”


“ม๊าจะเล่านิทานให้ฟัง”

และอีกคนก็ขำพรืดกับคำตอบของเขา


“เฮ้...”


“ก็เรานึกภาพเด็กชายจงอินนอนฟังนิทานออกเลยอ่ะ”


“เพราะแบบนี้ฉันถึงชอบอ่านหนังสือไง”


“น่ารักจริงๆเลยน้า”


“จะฟังรึปล่าวล่ะ?”


“จะเล่านิทานให้เราฟังเหรอ?”


“อืม”

ถึงจะไม่เคยลองเล่าให้ใครฟังมาก่อน แต่เด็กขี้หนาวคนนี้ก็เป็นคนแรกในหลายๆสิ่งของเขาอยู่แล้วและเขาเต็มใจอย่างมากถ้าทำให้คนป่วยหลับได้อย่างสบาย


“เราไม่หลับหรอกถ้าฟังนิทาน”


“เด็กดื้อจริงๆ”


“ว่าเราอีกแล้วนะ”

จริงๆคนป่วยเขาต้องตามใจ แต่ถ้าทางโดนขัดใจของเซฮุนมันน่าดูน่าแกล้งเกินกว่าจะปล่อยผ่านพอได้เห็นแบบนั้นเขาจะรู้สึกว่าเซฮุนเหมือนเดิมไม่ได้เป็นอะไรมาก


“แล้วฉันต้องทำยังไง”


“กะ ก็...”


“...”


“จงอินทำมันได้มั้ยอ่ะ”


“...”


“แบบนั้นไง”


“...”


อีกคนเอี้ยวหน้ามามองผมที่นั่งอยู่ สายตาแสดงความประหม่าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ลองพูดมาสิ”


แถมยังทำท่าเหมือนเขินเขาอย่างนั้น





“กะ เกาอ่ะ”


“หื้ม?”

เสียงพูดอ้อมแอ้มจนได้ยินไม่ชัด


“กะ เกาตรงท้องเราอ่ะ”


“ห๊ะ”

และเขาก็ต้องหลุดขำปนเอ็นดูออกมาจนได้


“อย่าขำเราดิ”


“นายเป็นแมวรึไงกัน”


“เราไม่ได้เป็นแมวนะ แต่มันสบายจริงๆ”

เสียงแง้วๆดังขึ้นก่อนคนป่วยจะหันกลับไป


“เราหลับทุกทีเลยที่แม่ทำให้ ช่างเถอะ...”


ทำไมจงอินถึงยิ้มทุกทีที่อยู่กับเด็กประหลาดแบบนี้


ยิ้มออกมาเอง... ด้วยความรู้สึกแตกต่างกันไป

ตลก

รู้สึกดี

ยิ้มตาม



“ตรงนี้เหรอ...”


หรือเอ็นดู



เขาสอดมือเข้าไปในผ้าห่มให้ตรงตำแหน่งของหน้าท้องของอีกคนพอดี


“นี่ฉันถามอยู่นะ”


“...”


“ไม่ขำแล้วไง บอกมาเร็วเข้า”


“ตรงนั้นแหละ”


“อืม”


“จงอินมือเบาจัง...”


“อืม”

อธิบายไม่ถูกเลยที่อีกฝ่ายทำตาพริ้มๆแถมยิ้มออกมาแบบนี้ยามที่เขาขยับมือเกาให้เบาๆที่หน้าท้องราบอย่างเบามือ


เหมือนแมวเลย


แมวตัวน้อยๆ


“จงอินเหมือนคุณพ่อเราเลยรู้มั้ย”


“...”


“เรารู้สึกดีจัง”


“อืม”


อีกคนเริ่มหลับตาลงแล้ว แต่ปากเล็กยังขยับเอื้อนเอ่ยความรู้สึกออกมาเรื่อยๆ


“จริงๆ เราก็ไม่ได้ไม่ง่วงขนาดนั้น”


“...”


“แต่เรากลัว”


“...”


“กลัวว่าถ้าเราหลับไป จงอินก็จะหนีเราไปทิ้งเราอยู่ที่นี่คนเดียว”


“...”


“แต่เราไม่ไหว เราจะหลับแล้วล่ะ”



จงอินจับมือบางๆของอีกคนเอาไว้ด้วยข้างที่ว่าง


“ฉันจับมือนายอยู่นี่ไง ไม่ไปไหนหรอก”


“สัญญาก่อน”


คงเพราะอีกคนหลับตาอยู่ เขาจึงกล้าที่จะโน้มตัวลงไปประทับคำสัญญาบนนิ้วก้อยของเซฮุนด้วยริมฝีปาก สัมผัสแผ่วเบานั้นเซฮุนคงไม่รู้สึก...

แต่เขาจะจดจำเอาสิ่งที่รู้สึกนี้เอาไว้เอง


คำสัญญาของเขา




“สัญญา”


เขาไม่ได้ทำอะไรอื่นนอกจากเกาพุงให้แมวขี้อ้อนที่กำลังป่วย นั่งมองดูอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับกายไปไหน


ก่อนเด็กดื้อจะหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า

รอยยิ้มที่เขาต้องการรักษาเอาไว้

 








 

 บันทึกของโอเซฮุนหน้าที่9 เล่มที่16

วันนี้อาการเรากำเริบในรอบหลายปีเป็นครั้งแรก

จงอินบอกว่าเป็นห่วงเราเป็นครั้งแรก

เราให้คนอื่นนอกจากแม่กับพ่อ ._. กะ เกาพุงให้ครั้งแรก


และเพิ่งรู้ว่าจงอินเป็นฮีตเตอร์ที่ทำให้อุ่นไปทั้งใจได้ 











สวัสดีวันเกาพุงแมว ;__; เราก็อยากเกาให้บ้าง งื้อออออ

อิจฉามาก และเขินมากเช่นกัน
เป็นสามพันคำที่เขินจนจะแงะคอมอ่ะ เราเป็นงี้ตลอดเลยตอนแต่งเรื่องนี้
เราเขินพวกเขา

มีคนกลัวว่าจะดราม่าน้องจะเป็นโรคร้าย อย่ากลัวไปเลยน้ามันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
(เราเอาข้อมูลมาจากเพื่อนที่เป็นนะคะถามมา ถ้าผิดอะไรยังไงบอกได้เลยนะ)

ตอนหน้ามีบางอย่างที่เราจะบอกเพิ่มละ 
(คอมเม้น = ทุนกำลังใจไรต์ผู้ขาดแคลน)

เจอกันน้า 


เลิฟฟฟฟฟฟฟ

#เซฮุนขี้หนาว






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #922 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 13:47
    ทั้งสงสารน้องและเขินในเวลาเดียวกัน
    #922
    0
  2. #892 pbmy (@pbmy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:43
    เกาพุงกันแล้ววววววว
    #892
    0
  3. #858 pabo77 (@ssoonnee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 16:55
    เอ็นดู้ววววววววววววววว
    #858
    0
  4. #837 SnowGril (@praeloveohse) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 20:16
    เเอบใจกระตุกตอนรู้ว่าเป็นธาลัสซิเมียเเต่หลังจากนี้คงได้ยาดี55555555 หลุดขำหนักมากตอนฮุนขอให้จงอินเกาพุงโคตรน่ารักอ่ะโอ้ยเอ็นดู~~
    #837
    0
  5. #792 Castella_ombra (@pharunya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:36
    ฮือออออออ น่ารักกกกกก
    #792
    0
  6. #733 GinG- (@parkyuchun-ging) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:28
    เกาพุงนี่ไม่จั๊กจี้หน่อยหรอน้องฮุน 55555 แต่จงอินก็บ้าจี้ตามใจคนขี้อ้อนไปอีกนะ
    #733
    0
  7. #714 แฟนไค94ไลน์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 22:01
    น่ารักอ่ะมีเกาพุงด้วย5555 แต่สงสารน้องต้องทรมารมากแน่ๆ ต่อสู้กับมันมาตั้วนาน
    #714
    0
  8. #681 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 02:06
    อ่า เป็นโรคนี้นี่เองอะ // จงอินไม่ไปไหนหรอกเนอะ
    #681
    0
  9. #612 Bjin_yui (@yuisupitshaya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 23:58
    โรคนี้แอบน่ากลัว แต่จงอินเราเชื่อนะว่าจงอินคำสัญษนั้นจะรักษาได้อยากบอกว่าเซฮุนน่ารักกก คู่ชานแบคนี่งุง้งิ้งตอนไหร
    #612
    0
  10. #548 aounnaruk (@aounnaruk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 23:25
    เหมือนเราเลยตอนเด็กหั้ยแม่เกาหลังหั้ย
    #548
    0
  11. #442 Action!! (@abcdaxe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 20:22
    น้องฮุนน ฮือออ อย่าเป็นอะไรมากเลยนะ นี่เเอบกลัว
    #442
    0
  12. #304 iibnz (@iibnz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 20:44
    งื้อน้องฮุนอ่าา ;__; ขอให้หาย นะ งือออออ จงอินนนนนน งือออออออออออออ
    #304
    0
  13. #217 jairyP (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 23:21
    งื้อออออน้องฮุน ต้องหายนะ ต้องหาย T T
    #217
    0
  14. #195 holloitsme (@Tasmark) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 03:08
    พึ่งมาตามอ่านถึงตอนนี้ อยากจับเซฮุนมากอดปลอบมากๆงือออ
    #195
    0
  15. #184 liltlemonkey (@liltlemonkey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 23:59
    มีความเกาพุงอ่ะคุณ น่ารักมากกก แต่ห่วงแมวขี้อ้อนน่ะ
    #184
    0
  16. #170 อีเหี่ยว (@slimtongs) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 19:31
    ฮี้วววน่ารัก
    #170
    0
  17. #141 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 14:16
    เด็กดื้อขี้หนาวของพี่จะไม่เป็นไรใช่มั้ยยยย หายไวๆนะลูก
    #141
    0
  18. #119 BenJie_LuV (@-benben-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 21:36
    โง้ยยยยย เป็นโมเม้นที่น่ารักมากกกก แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่เป็นโรคนั้น คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ ฮืออออออ คุณหมีต้องพยาบาลเจ้าแมวดีๆนะ
    #119
    0
  19. #118 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 18:26
    โง้ยยยย มีความมุ้งมิ้ง.
    #118
    0
  20. #117 Panisara Thantalechol (@phen-19842) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 15:42
    โอ้ยยยยย เขินมากก อยากเกาพุงให้ลูกแมวจัง ;-;))
    #117
    0
  21. #116 amourkai (@exoticlover) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 10:23
    คนนึงก็ขี้อ้อน อีกคนนึงก็เอาใจ ห้องพยาบาลเป็นสีชมพูแล้ว
    #116
    0
  22. #115 เด็กชายพอพาน (@ilovetiffany) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 09:16
    คนอะไรอบอุ่นจังเลยยย อีกคนก็ขี้อ้อน เหมาะสมกันมาก
    #115
    0
  23. #114 กลับมา ได้ไหม (@kaihunoo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:08
    หายไวๆนะน้องดื้อ
    #114
    0
  24. #113 honeyxhotaru (@honeyxhotaru) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 01:40
    ครับผม น่ารักมาก เราก็ตะกายจอเวลาอ่านเรื่องนี้เหมือนกัน คือความดีงามและฟินขั้นสุด เราว่าแล้วว่าชานแบคจะต้องซัมติงกันอ่ะค่ะ 55555555 น่าสนุกดี ต่างคนต่างสงสัย
    #113
    0
  25. #112 Huniihun94 (@spam785) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 01:29
    ตัวดื้อหายไวๆนะลูก ฮืออจะร้องไห้ละเนี่ยจงอินนนดูแลน้องด้วยอย่าทิ้งน้องนะอยู่กะน้องให้น้องเป็นคนแรกในหลายๆเรื่องของแกไปตลอดนะแงงง
    #112
    0