คัดลอกลิงก์เเล้ว

Detective Conan Short Fiction : Morado Lila (Gin x Sherry x Akai)

เมื่อเรื่องทุกอย่างดำเนินไปถึงจุดที่มันควรจะเป็น ยาแก้ APTX4869 ใกล้สำเร็จ... หน้าที่ของเธอ...ที่มีเธอคนเดียวสามารถทำได้... ก็ควรจะจบลง... ด้วยมือของเธอเอง ...

ยอดวิวรวม

1,743

ยอดวิวเดือนนี้

14

ยอดวิวรวม


1,743

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


73
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 ธ.ค. 58 / 12:41 น.
นิยาย Detective Conan Short Fiction : Morado Lila (Gin x Sherry x Akai) Detective Conan Short Fiction : Morado Lila (Gin x Sherry x Akai) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ธ.ค. 58 / 12:41




Morado Lila

ไลแลคสีม่วง

 

            ‘ใครให้ดอกไม้พี่มาน่ะ?

            วันพักที่ตรงกันอันหาได้ยากยิ่งที่สองเดือนหรือมากกว่าจะมีสักครั้งที่จะได้พบกัน ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ พี่สาวที่แสนรักมาก และยามนี้พี่สาวของเธอก็กำลังยิ้มบางๆถึงดอกไม้สีขาวในมือ และเธอเองก็พอเดาได้ว่าใครเป็นเจ้าของช่อดอกไม้ที่พี่สาวของเธอกำลังมองมันด้วยความรักแบบนั้น

            ‘ไดคุงให้มาน่ะ...

            เชอรี่ไม่ออกอาการแปลกใจแต่อย่างใดกับคนที่ให้ดอกไม้ แต่เธอแปลกใจกับแววตาของพี่มากกว่า

            ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า แต่ในแววตาของพี่ นอกจากความรักที่มีให้ผู้ชายที่ถูกกล่าวถึง มันมีความหมองอยู่ในนั้นลึกๆ แต่กระนั้นก็ยังดูบริสุทธิ์และตรงไปตรงมา และเธอสามารถบอกได้ว่าพี่สาวของเธอยังคงรักผู้ชายคนนั้นอย่างบริสุทธิ์ใจ

            พี่ทะเลาะกับเขามาเหรอ?

            ‘…..’

            ‘พี่อาเคมิ?

            ไม่ได้ทะเลาะหรอกอาเคมิตอบ ก่อนจะเงยหน้ามองน้องสาวของตนและยิ้มให้บางๆ พี่แค่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ

            ทำหน้าเศร้าแบบนั้นคิดอะไรอยู่กันแน่? เธอพิจารณาดอกไม้ในมือที่สาว แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเล็กๆ เพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นสีขาวเหมือนกัน แต่มันเป็นดอกไม้สองชนิด

            ดอกลิลลี่คนเป็นพี่ตอบราวกับรู้ความในใจของน้องสาว ปลายนิ้วสัมผัสดอกไม้กลีบใหญ่กว่า ก่อนจะเปลี่ยนไปสัมผัสกับดอกเล็กๆคล้ายปุยฝ้ายนั่น กับดอกไลแลค

            ‘เขาดูไม่น่าใช่คนหวานขนาดที่จะซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิงเธออดประชดไม่ได้ แม้จะเคยเจอกันไม่กี่ครั้งแต่เธอก็ดูออกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนสงวนคำพูดและไม่น่ามีมุมหวานๆ แต่ดูท่าว่าเธอจะคิดผิด

            รู้ความหมายของมันรึเปล่า?

            เธอส่ายหน้า เธอเคยสนใจเสียที่ไหน อีกอย่างเธอไม่มีเวลาสนใจอะไรนอกจากการทดลองด้วย และอีกไม่เกินยี่สิบนาทีนี้ก็ต้องกลับไปทำวิจัยต่อ

            แต่เอาเถอะ มาเจอพี่และเห็นหน้าว่าพี่ยังมีความสุขและปกติดี ก็เพียงพอ

            ชิโฮะนี่น่ารักเสมอเลยนะ พี่ว่าดอกนี้เหมาะกับชิโฮะมากกว่าพี่อาเคมิดึงดอกที่คล้ายปุยฝ้ายนั่นมาให้เธอทั้งหมดจนช่อดอกไม้เหลือแค่ดอกลิลลี่ พร้อมกับยิ้มที่ดูเย้าแหย่

            ดอกไลแลคสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของหนุ่มสาวหญิงสาวยิ้มกว้างขึ้นแล้วแซว ไว้ชิโฮะหาแฟนมาได้ พี่จะให้สีม่วงคู่ด้วย

            ‘ทำไม?

            ‘ดอกไลแลคสีม่วง หมายถึงอารมณ์ครั้งแรกของคำว่ารัก

            ‘ฮะ?

            ‘ส่วนอีกความหมายถึงของไลแลคสีขาว คือความรู้สึกครั้งแรกของคำว่ารัก

            ‘มันต่างกันยังไง?เธอความคิ้วไม่เข้าใจ แล้วหมอนั่นให้ดอกนี้กับพี่ พี่ควรเก็บมันไว้

            ‘ไม่หรอกอาเคมิส่ายหน้า ก่อนจะก้มลงซุกกับดอกลิลลี่สีขาวในมือ พี่ขอแค่นี้ก็พอ

            ‘พี่ยังไม่ได้บอกความหมายของลิลลี่เธอท้วง อาเคมิยิ้มบางก่อนจะเอื้อมตัวมาบีบจมูกเธอเบาๆ

            มันมีหลายความหมายนะ แต่ทุกคนจะรู้จักมันว่า......

            .

            .

            .

            .

            จู่ๆคนที่นอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา และเมื่อมองไปรอบๆก็ต้องพบว่าตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินที่คุ้นตา และเมื่อสติสมบูรณ์ สิ่งที่รับรู้ต่อมาคืออาการปวดเมื่อยของแขน หลัง และคอ

            เพราะเธอเล่นหลับคาโต๊ะ

            ไฮบาระ ไอ เหลียวหลังไปมองบานประตูเล็กน้อย ร่างเล็กๆตามวัยของเด็กประถมลงจากเก้าอี้และไปเปิดประตู ก็พบกับถาดอาหารที่วางไว้อยู่ เธออดยิ้มออกมาไม่ได้แม้จะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ดูท่าเจ้าของบ้านก็ยังคงเป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย

            เด็กหญิงหยิบถาดอาหารเข้ามาในห้อง ก่อนจะล็อคประตู และลงกลอนสามชั้น ปิดตายตัวเองออกจากโลกภายนอกสิ้นเชิง ซึ่งกลอนนี้เธอขอให้ด็อกเตอร์เจ้าของบ้านที่เธออาศัยอยู่ด้วยนี่ช่วยติดมันให้ที

            ห้าวันแล้วที่เธอขังตัวเองอยู่แบบนี้ ห้าวันเต็มๆที่เธอปิดตายตัวเองออกจากโลกภายนอก

            เพราะยาแก้ APTX4869 ใกล้สมบูรณ์ เธอจึงอยากทุ่มกับมันให้เต็มที่ที่สุด

            เจ็ดวัน นั่นคือเวลาที่เธอขอ และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้ามากวนแม้กระทั่งคนที่โดนยานี้คนแรกอย่างเอโดงาว่า โคนัน หรือก็คือคุโด้ ชินอิจิ ที่กินยาตัวนี้เข้าไป แต่เพราะคำขอร้องของด็อกเตอร์อากาสะที่ขอให้อย่างน้อยๆควรจะกินอะไรไม่ใช่ปิดตัวเองแบบนั้น เธอจึงยอมรับเงื่อนไขที่จะเปิดประตูมารับอาหารสามเวลาที่ถูกทิ้งไว้หน้าประตูทุกวัน

            ไฮบาระกัดขนมปังปิ้งที่ไร้ซึ่งความร้อนนั่นขณะยกกาแฟขึ้นจิบ ตัดสินใจพักสมองจากงานตรงหน้าสักสิบนาที และนั่นทำให้หวนนึกถึงความฝันเมื่อครู่

            ความฝัน.. อดีตที่เป็นความจริง... วันสุดท้ายที่เธอกับพี่ได้เจอกัน...

            บทสนทนาเกี่ยวกับดอกไม้ ที่พี่กับเธอแทบไม่เคยพูดถึง แต่เธอก็ยอมรับ ว่าเป็นหัวข้อที่ทำให้เธอสนใจได้ไม่มากก็น้อย

            สนใจมาก... และเจ็บปวดมากเช่นกัน.....

            มันมีหลายความหมายนะ แต่ทุกคนจะรู้จักมันว่าเป็นดอกไม้ที่แสดงถึงรักที่บริสุทธิ์

            แม้เธอจะตื่นก่อนทำให้ไม่ได้ยินประโยคนั้น แต่เธอก็จำประโยคที่พี่พูดได้

            ดอกลิลลี่สีขาว....

            ดอกไม้... ที่อยู่หน้าหลุมศพของพี่....

            เพราะเธอไม่เคยได้ไปไหว้หลุมศพของพี่เลยตั้งแต่ที่พี่ตายไป เมื่ออาทิตย์ก่อนจึงตัดสินใจเดินทางไปฟุราโนะ จังหวัดฮอกไกโดเพียงคนเดียว

            พี่เคยบอกเธอเมื่อนานมาแล้ว ว่าอยากจะมีบ้านอยู่ที่นี่ แม้มันจะมีกลิ่นเหม็นจากกำมะถันของภูเขาไฟโทกะชิ แต่พี่ก็ชอบเพราะว่ามันมีทุ่งดอกไม้ แม้ว่าดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของฟุราโนะจะเป็นดอกลาเวนเดอร์ แต่สวนดอกไม้ที่นั่นมีดอกไม้นานาพรรณ

            น่าเสียดาย.... ที่พี่ไม่มีโอกาสได้ทำให้มันเป็นจริง......

            แม้คนของภายในองค์จะถูกฆ่าตาย แต่ไม่ได้มีการทำลายศพหรืออะไร เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนพาพี่มาที่ฟุราโนะ แม้จะสงสัย แต่เธอก็ไม่คิดจะเก็บมันมาคิดมากอะไร เพราะเธอมีคนที่กาอยู่ในใจแล้ว

            หลังจากที่ได้เห็นดอกลิลลี่สีขาววางอยู่หน้าหลุมศพของพี่....

            นอกจากจะเป็นดอกไม้ที่แสดงถึงรักที่บริสุทธิ์ ดอกลิลลี่สีขาวคือดอกที่ใช้ในงานศพ ซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าดวงวิญญาณของผู้ที่จากไป จะได้รับการชำระล้างจนบริสุทธิ์หลังความตาย

            และคนที่ให้ดอกไม้นี่กับพี่ คงไม่พ้นผู้ชายคนนั้น....

            คนที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในองค์กร โดยหลอกใช้พี่ หลอกใช้ความอ่อนโยนและความใจดีของพี่!

            หลังจากที่เธอรู้ว่าเขาเป็นสายให้เอฟบีไอ ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวอะไรอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น ไม่รู้แม้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เธอคิดว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ ณ สักแห่งบนโลก เพราะสามารถเข้ามาในองค์กรและออกไปได้โดยไม่ถูกฆ่า และเป็นคนเดียวที่ทำให้หมอนั่นหัวเสียได้

            เป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียว ที่พี่รักอย่างสุดหัวใจ แต่เขากลับตอบแทนกับพี่สาวเธอแบบนั้น

            เธอได้เข้าใจวันนั้นเอง ว่าทำไมวันนั้นพี่ถึงทำหน้าเศร้าแบบนั้น ทำไมเขาถึงได้ให้ดอกลิลลี่สีขาวกับพี่

            เพราะนอกจากความหมายว่าเป็นรักที่บริสุทธิ์ และดวงวิญญาณได้ชำระล้าง อีกความหมายของมัน ที่สื่อแทนใจผู้ให้ถึงผู้รับ

            คำขอโทษ....

          พี่ทำหน้าแบบนั้นเพราะรู้ว่าแม้ถูกตัวเองหลอกใช้แต่ก็ยังรักเขา และเขาก็คงให้เธอ เพราะอยากจะขอโทษ

            ก็ยังพอมีความเป็นคนเหลืออยู่ แต่ถึงยังไง เธอก็ไม่ยกโทษให้เขาอยู่ดี

            ทั้งยีน คนที่ฆ่าพี่...

            และโมโรโบชิ ได คนที่พี่รัก และเป็นสาเหตุให้พี่ต้องตาย...

            เธอหันไปกลับไปมองยังหน้าจอมอนิเตอร์สามจอ บนนั้นมีข้อมูลและสูตรเต็มไปหมด หญิงสาวในคราบเด็กหญิงยิ้มออกมาบางๆ แล้วรำพึงออกมา

            “มันใกล้จบแล้วล่ะค่ะพี่... สิ่งที่พวกเราแบกรับมา... หน้าที่... ความกลัว... ความโดดเดี่ยว... ทุกๆอย่าง”

            หน้าที่... ที่ต้องค้นคว้าตัวยา APTX4869 ต่อจากพ่อของเธอ

            ความกลัว... ที่จะถูกเจอ และคนรอบข้างจะถูกฆ่า...

            ความโดดเดี่ยว... กับการใช้ชีวิตตัวคนเดียว แม้รอบตัวเธอจะมีผู้คนมากมาย แต่อย่างไร คนที่เธอรักที่สุด สำคัญกับเธอมากที่สุด ก็ได้จากเธอไปแล้ว....

            ตอนนี้หน้าที่เดียวที่เหลืออยู่ของเธอ คือการทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม ให้เอโดงาว่า โคนัน กลับกลายเป็นคุโด้ ชินอิจิ

            และในเมื่อเธอได้ทำสิ่งที่มีเธอคนเดียวสามารถทำได้แล้ว สิ่งที่คนอื่นสามารถทำต่อแทนเธอได้ ก็ควรให้คนๆนั้นทำต่อเสีย

            นี่คือการตัดสินใจ... ครั้งสุดท้ายของเธอ 

 


 

            “ว้าว! ไอจังทำเองทั้งหมดเลยเหรอ!

            “โห! สุดยอดเลยครับ!

            “ขอเติมด้วยคร้าบบ~”

            เสียงโหวกเหวกโวยวายของเด็กประถมตัวจริงนั้น ทำให้เด็กประถมตัวปลอมที่ตักอาหารใส่ปากของตนบ้าง ดวงตาหลังกรอบแว่นนั่นเบิกเล็กๆอย่างประหลาดใจก่อนจะเหล่ไปมองยังคนทำที่นั่งอยู่ข้างขวาของตน

            “ฉันเพิ่งจะรู้ว่าเธอทำอาหารเป็น”

            ไฮบาระ ไอไม่ตอบ และไม่แสดงท่าทีอะไรว่าได้ยิน นอกจากตักอาหารใส่ปากของตนเงียบๆ เอโดงาว่า โคนันส่ายหน้ากับนิสัยของเธอ และคนที่นั่งหัวโต๊ะอย่างเจ้าบ้านก็ต้องถามอย่างอดไม่ได้

            “หนูไอคิดยังไงถึงขอทำอาหารมื้อนี้น่ะ?”

            “ก็แค่อยากทำค่ะ” เด็กหญิงวางตะเกียบลง “ไม่ได้ทำมานาน แล้วก็เลยอยากลองกลับมาทำดู”

            “อร่อยมากเลยล่ะไอจัง!” เด็กหญิงผมดำยิ้มกว้างให้

            “ทำอีกบ่อยๆสิไฮบาระ!” เด็กชายตัวใหญ่เสริมทั้งที่ยังคงหยิบอาหารใส่ปากของตนไม่หยุด ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากเด็กชายเจ้าของใบหน้าตกกระ

            “ผมชอบอาหารฝีมือคุณไฮบาระมากเลยครับ”

            เด็กชายใส่แว่นเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะเบนสายตาไปมองคนข้างตัวอีกคน แล้วถามความคิดเห็น “พี่สึบารุคิดว่าไงครับ?”

            นักศึกษาปริญญาโทที่มาอาศัยอยู่ข้างบ้านที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่จึงไม่สามารถตอบได้ในทันที ดวงตาที่ปิดสนิทหลังกรอบแว่นนั่นทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้เป็นเจ้าของคิดอะไรอยู่ โอกิยะ สึบารุ หันใบหน้าไปมองคนที่เข้าครัวและทำอาหารสำหรับเจ็ดคนทานตัวคนเดียวเล็กน้อย ก่อนจะตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ทุกคนคุ้นตา

            “อร่อยกว่าที่พี่ทำอีก”

            ไฮบาระ ไอหันไปมองด้วยหางตาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอรวบตะเกียบหลังจากที่กินเสร็จเป็นคนแรก ด็อกเตอร์อากาสะพี่ตักสลัดใส่ปากอดทักไม่ได้เมื่อรู้สึกผิดปกติ

            “หนูไอเป็นอะไรรึเปล่า?”

            “ดอกเตอร์หมายถึงอะไรคะ?”

            “ก็ดูแล้วหนูไอเหมือน....” คนอาวุโสที่สุดหรี่ตาลงคล้ายหาคำพูด ก่อนจะพูดออกมาเหมือนไม่แน่ใจ “ไม่รู้สิ เหมือนจะเหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ดูเหมือนว่ากำลัง... คิดอะไรอยู่”

            “ก็เหนื่อยนิดหน่อยน่ะค่ะ” เธอยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเก็บชามของตนไป “หนูขอตัวไปพักก่อนนะคะ อดนอนมาหลายวันตอนนี้รู้สึกเพลียๆ”

            มีแค่สองคนเท่านั้นที่รู้ว่าเด็กหญิงอดหลับอดนอนเพราะอะไร ไฮบาระหันมามองสบกับเด็กชายใส่แว่นแล้วบอก “พรุ่งนี้สายๆค่อยว่ากัน วันนี้ห้ามกวน ฉันจะพัก”

            เอโดงาว่า โคนันพยักหน้ายอมรับ แม้ว่าอยากจะพุ่งเข้าไปหาเจ้าหล่อนและเอายาแก้พิษมา แต่เพราะเห็นแก่ว่าเธอทำงานหนักมาตลอดทั้งเจ็ดวัน แถมวันนี้ยังแปลกๆอย่างมาทำอาหารเย็นทั้งที่ก็น่าจะเหนื่อยแสนเหนื่อย จึงตัดสินใจไม่เซ้าซี้อะไรมาก

            แต่สิ่งที่ร้องบอกในตัวนี่ยามที่มองแผ่นหลังเธอเดินจากไป... มันคืออะไรกัน

            “เธอทำอะไร?”

            เสียงทักจากข้างหลังทำให้นักสืบหนุ่มในร่างเด็กที่เอาจานมาเก็บหันมามอง ก็พบว่าคนที่อาศัยอยู่บ้านของตนขณะนี้ได้เดินตามมา โดยที่ในมือนั้นก็มีจานเปล่าหลายใบอยู่ด้วยเช่นกัน เดาได้ว่าคงอาสาเอาจานมาเก็บให้ทุกคน เพื่อที่จะได้ไม่มีใครตามมาและถามเข้าได้สะดวกเป็นแน่

            “พี่รู้ใช่ไหมว่ายัยนั่นตัวเล็กเพราะกินยาเข้าไป” โคนันพูดเสียงเบาลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ชายคนนี้ ซึ่งพยักหน้านิดๆ และนั่นทำให้นักสืบหนุ่มร่างเด็กพูดต่อด้วยเสียงที่ปิดความดีใจไว้แทบไม่มิด “ยัยนั่นหายาแก้ได้แล้ว”

            โอกิยะ สึบารุเหมือนจะนิ่งไปทันที แต่กระนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากเอาจานไปวางตรงซิงค์ และเริ่มล้างจาน ซึ่งโคนันที่เปิดตู้เย็นเพื่อดื่มน้ำนั่นก็รู้สึกถึงอะไรที่แปลกไป

            “ทำไมจู่ๆพวกนั้นเงียบไปนะ เมื่อกี้ยังโหวกเหวกโวยวายกันอยู่แท้ๆ”

            วูบ!

            จู่ๆความรู้สึกก็เหมือนขาดหายไป อาการวิงเวียนศีรษะจนรู้สึกเหมือนพื้นมันไม่ตรงจนนักสืบหนุ่มในร่างเด็กทรุดเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นทันที ภายในหัวปวดหนึบเหมือนกับถูกบีบและกดทับด้วยอะไรบางอย่าง เปลือกตาหนักอึ้ง และเมื่อมองไปยังชายหนุ่มด้านหลังก็พบว่าดูมีสภาพไม่ต่างกันนัก ร่างสูงใช้มือข้างหนึ่งกุมศีรษะขณะที่อีกข้างยันตัวเองไว้ไม่ให้ล้ม

            “...ยัย...บ้า...นั่น...”

            และสุดท้าย... สติของทั้งคู่ก็หลุดลอยออกไป

 

 

            “..อิ..กาอิ...คุณอากาอิ

            เสียงเรียกที่ดังอยู่ข้างหูพร้อมกับแรงเขย่าแรงพอสมควร เรียกให้ดวงตาค่อยๆเปิดขึ้น แต่เพราะแสงแดดที่แยงตานั่นทำให้ต้องกะพริบตาสองสามครั้ง และเมื่อปรับสายตาได้ ก็พบกับเด็กชายใส่แว่นที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่

            “ตื่นได้สักทีนะครับ คุณอากาอิ”

            “เธอ...” ชายหนุ่มยังคล้ายมึนงงอยู่ก่อนจะค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง อยากจะถามว่าทำไมถึงเรียกเขาชื่อนี้ ทั้งที่เครื่องเปลี่ยนเสียงและแว่นตายังอยู่ครบ แล้วนี่เขาไม่ได้ถอดแว่นตอนนอน...

            !!

            “จำได้แล้วสินะครับ” เอโองาว่า โคนันเอ่ยเสียงเครียดเหมือนเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าดูจะนึกอะไรออก ก่อนจะพูดต่อพร้อมกับยื่นกระดาษใบหนึ่งมาตรงหน้า “เราถูกยัยนั่นวางยา หลับกันทั้งบ้านและไม่มีใครตื่นสักคน”

            และนั่นคงเป็นสาเหตุ ที่ทำให้กล้าเรียกเขาว่าอากาอิสินะ

             ชายหนุ่มรับกระดาษแผ่นนั้นมาอ่าน สติค่อยๆกลับมาสมบูรณ์ขณะที่อ่านข้อความบนกระดาษนั้น และหูก็ยังได้ยินเด็กชายข้างตัวอธิบายสถานการณ์

            “ผมตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกเมื่อไม่ถึงสิบนาทีที่แล้ว ไปหาที่ห้องไม่เจอ พอลงไปห้องใต้ดินก็เจอกระดาษนั่นวางอยู่”

            ใบหน้าคมนั้นดูเคร่งเครียดขึ้นทันใดสังเกตได้จากคิ้วที่ขมวดเป็นปม ก่อนจะถามกลับ “ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

            “สิบเอ็ดโมงกว่าแล้วครับ เราหลับกันไปตั้งแต่เย็น” เอโดงาว่า โคนันสบถออกมา “บ้าเอ้ย! ยัยบ้านั่น! ก็ว่ามันแปลกๆอยู่ว่าทำไมจู่ๆอาสาทำอาหาร! ที่แท้ก็จะวางยาแล้วชิ่งหนีแบบนี้สิ! คิดจะทำอะไรกันแน่ถึงได้ออกไปคนเดียวแบบนั้น!

            ชายหนุ่มยันตัวเองขึ้นยืน ดวงตาหลังกรอบแว่นที่เคยปิดสนิทบัดนี้เปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวคมกริบราวกับเหยี่ยว ตั้งท่าเตรียมตัวจะออกไปเต็มที และนั่นทำให้เด็กชายต้องเรียกไว้ “คุณอากาอิคิดว่ายัยนั่นจะทำอะไร”

            “...ฉันไม่อยากให้สิ่งที่ฉันคิดมันเป็นจริง” ชายหนุ่มว่าเสียงเครียด “ฉันจะไปตามหาเธอ”

            “รู้เหรอครับว่าจะไปตามหาที่ไหน?”

            “...” อากาอิไม่ตอบ แต่เด็กชายก็รู้ว่าดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ และคนอย่างอากาอิ ชูอิจิ ย่อมรู้ว่าควรเริ่มต้นจากไหน ไม่ค้นหาเรื่อยเปื่อยเป็นแน่

            เพราะคนที่รู้จักยัยนั่นดีที่สุด... ก็คือคุณอากาอินี่แหละ

            “ผมจะลองหาแถวนี้ดู ถ้าเจอจะโทรไปบอกนะครับ”

            “อืม” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทันที ข้อความในกระดาษนั่นทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วอย่างตระหนกและตื่นกลัว

            ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด ยาถอนพิษ APTX4869 เสร็จสมบูรณ์ ฉันรับประกันว่ามันคือยาถอนพิษแบบถาวร เพราะงั้นหมดหน้าที่ที่ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อไป ข้อมูลทุกอย่างที่ฉันรู้ที่พอจะเป็นประโยชน์กับนาย ทั้งหมดทุกอย่างที่จำเป็น อยู่ในดิสก์ทั้งหมดแล้ว

          เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก เป็นความทรงจำที่มีค่า ฉันจะไม่ลืมมัน ขอบคุณจริงๆ

          ขอให้โชคดี เอาชนะพวกมันให้ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครต้องสูญเสียและตกเป็นเหยื่อแบบพวกเรา

          มิยาโนะ ชิโฮะ

            บอกเขาสิ... ว่าเธอยังคงเป็นไฮบาระ ไอ ไม่ได้กลับมาเป็นมิยาโนะ ชิโฮะ

            บอกเขา... ว่าเธอไม่ได้ไปหามัน

            และขอร้อง... ให้เขาหาเธอเจอก่อนที่มันจะสายเกินไป

            และขอร้อง.... ลางสังหรณ์ในตัวที่พร่ำร้องไม่หยุดนี่ อย่าให้มันเป็นจริง...

 

           

            “พี่เห็นไหม ตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้ตกแล้วนะ”

            “....”

            “ทุ่งดอกไม้ที่พี่ชอบ ตอนนี้กำลังออกดอกบานสวยมากเลย”

            สายลมอ่อนๆที่พัดมากระทบใบหน้าเรียกรอยยิ้มบางๆของเด็กสาวผู้พูดได้ เพราะมันรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่าพี่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้กับเธอจริงๆ

            มือเรียวหยิบใบไม้สีแดงที่ปลิวมาอยู่บนหลุมศพสีขาวสะอาดออก แม้จะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม แต่ฮอกไกโดเป็นที่ที่ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วกว่าที่อื่น เธอกอดเข่าขณะนั่งมองไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง ที่ทุ่งดอกไม้หลากสีกำลังอวดโฉมของมันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ฤดูหนาวจะมาเยือน

            เขาช่างเลือกสถานที่ได้เหมาะจริงๆ เพราะตรงนี้มันสงบไร้ผู้คน และเพราะอยู่บนเนินเขาเล็กๆที่สามารถขับรถมาได้ ต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมและมีสวนขนาดเล็กที่มีดอกลิลลี่สีขาวปะปนกับดอกไลแลคสีขาวรอบหลุมศพทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างบางเบา

            “ตอนแรกฉันตั้งใจจะเอาสองดอกนี้มาให้พี่ แต่เพราะเห็นว่ามันมีอยู่แล้ว ก็เลยซื้อดอกอื่นมา” ปลายนิ้วสัมผัสที่ดอกไม้ขนาดเล็กที่รวมกันจนเป็นช่อใหญ่ “พี่เคยบอกว่าจะฉันเหมาะกับไลแลคสีขาว แต่ฉันว่า... ตัวเองเหมาะกับสีนี้มากกว่า”

            ดอกไม้ที่เธอซื้อมาให้พี่สาวของเธอ คือดอกไลแลคสีม่วง...

            “วันนั้นพี่บอกฉันไม่ครบ ดอกไลแลคสีม่วงมันก็มีความหมายอื่นของมัน ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่าพี่รู้รึเปล่า”

            ความหมายของดอกไลแลคสีม่วง คืออารมณ์ครั้งแรกของคำว่ารัก

            แต่อีกความหมายหนึ่งของมัน.... คือสัญลักษณ์ของความตาย

            “บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ ว่าชื่อ ไฮบาระ ไอ มันเหมาะกับฉัน”เธอรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบา ชื่อปลอมที่เธอใช้ยามที่เป็นเด็กวัยประถม

            ไฮ คือสีเทา..

            ฮาระ จากไฮบาระ หมายถึงท้องทุ่ง

            สีเทาคือสีที่เธอชอบ เหมือนเป็นตัวแทนของเธอ สีที่ดูน่าเบื่อหน่ายแต่เธอคิดว่ามันคือสีที่สามารถแทนตัวเธอได้เป็นอย่างดี

            เธอไม่อยากเป็นสีดำ แต่กระนั้นเธอก็แปดเปื้อนเกินกว่าจะเป็นสีขาว

            ชีวิตของเธอไม่เคยมีสีสัน ไม่เคยมีอิสระ สีอื่นนอกจากสีโมโนโทนพวกนั้น คือสีแดงของเลือดที่เธอเคยสัมผัส

            แต่พี่สาวของเธอ พี่สาวที่มีช่วงชีวิตเหมือนคนทั่วไป เหมาะกับสีต่างๆเหล่านั้น เหมือนทุ่งดอกไม้หลากสีที่เธอกำลังมองอยู่ตอนนี้ ทุ่งดอกไม้ที่พี่สาวของเธอชอบมาก และมันเป็นชื่อที่ทำให้อดนึกถึงวันที่อยู่ด้วยกันไม่ได้

            วันที่เธอรู้สึกว่าตัวเองมีสีสัน ไม่ใช่เป็นแค่ท้องทุ่งสีเทา

            และชื่อ ไอ ซึ่งตัวอักษรที่เธอเลือกใช้ มันหมายถึงความเศร้า

            เพราะจิตใจของเธอจะไม่มีวันได้สัมผัสกับสีที่หลากหลายนั่นอีกแล้ว .....

            เสียงฝีเท้าด้านหลังที่ดังเหมือนจงใจให้ได้ยินทำให้เธอหันไปมอง ใบหน้าสวยหวานที่เคยมีรอยยิ้มบางเบาประปรายเรียบสนิท เธอยันตัวเองลุกขึ้นยืนขณะที่ยังคงได้ยินเสียงทัก

            “ไม่คิดจริงๆ ที่คนทรยศอย่างเธอจะเลิกหนี ซ้ำยังเรียกให้ฉันมาที่นี่ เชอรี่

            “...นายมาคนเดียวรึเปล่า” เสียงที่เรียบเฉยถามราวกับไม่สนใจถ้อยคำของเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวปลิวไปตามลม ตัดกับชุดสีดำสนิททั้งตัวราวกับอีกาที่สวมใส่

            ยีน...

            “อา” ยีนรับคำสั้นๆ ใบหน้าที่ถูกเรือนผมและหมวกปิดไปเกือบครึ่งเบนไปมองหลุมศพสีขาวที่ตั้งอยู่ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างดูถูกดูแคลน “เลือกที่นี่เป็นที่ฝังศพตัวเองงั้นรึ”

            “....”

            “พี่สาวที่พยายามชีวิตของเธอแม้จะไร้ประโยชน์ จะรู้สึกยังไงนะถ้าเธอเลือกเส้นทางนี้”

            “ฉันมีเรื่องสุดท้ายจะขอร้อง” เธอไม่สนใจถ้อยคำที่บาดลึกและรอยยิ้มหยันนั่น แต่เลือกจุดเอ่ยจุดประสงค์ของตัวเองออกมา มือเรียวล้วงเข้าไปในกระเป่ากางเกง ก่อนจะหยิบถุงพลาสติกขนาดฝ่ามือที่ซีลไว้เรียบร้อย ภายในนั้นมีแคปซูลยาสองเม็ด

            “นี่คือยา APTX4869 แบบสมบูรณ์”

            ใบหน้าที่ฉายแววเย้นหยันนั่นดูแปลกใจออกมาเสี้ยววินาที ขณะที่เธอพูดต่อ

            “ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงไม่เอายา APTX4869 นั่นออกไปใช้อีก ทั้งที่ก็เคยเอาไปใช้โดยไม่บอกฉัน”

            สูตรยายังคงอยู่ และยาทดลองก็ยังคงมีเหลืออยู่หลังเธอหนีออกมา ถ้าเขาเอาออกไปใช้ คนที่กลับกลายเป็นเด็กมันต้องมีอีกแน่ๆ และพวกมันก็จะต้องตามหาตัวคุโด้ ชินอิจิชนิดพลิกแผ่นดิน และมันอาจจะมีคนตายมากกว่านี้ เธอไม่รู้เหตุผลที่เขาไม่เอามาใช้กับคนอีก แต่นั่นก็ถือว่าเป็นโชคอันน้อยนิดของเธอ

            “...เธอคิดจะพูดอะไรกันแน่” ยีนต้องถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แม้ในใจจะขุ่นเคืองกับการที่มองผู้หญิงตรงหน้าไม่ออกเป็นครั้งแรก

            เพราะมันไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหนีไปจากเขา แม้ว่าการที่เขาฆ่าอาเคมิก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เพราะยาตัวนี้ก็มีส่วนทำให้เธอทรยศ

            แล้วการที่จู่ๆกลับมา พร้อมกับเอายาที่เธอเกลียดแสนเกลียดมาให้ ทั้งที่รู้ว่าถ้าเขากับเธอเจอกัน เขาจะฆ่าเธอ เธอต้องตาย แต่กระนั้นก็ยังนัดเขามาที่นี่

            พร้อมกับคำสั่งว่าให้มาคนเดียว ซึ่งอันที่จริงเขาจะพาว็อดก้าหรือใครมาด้วยก็ได้

            แต่ถ้าพา คนอื่นมา เขาก็จะไม่ได้ทำตามใจตัวเองแบบตอนนี้

            เขาไม่จำเป็นต้องฆ่าเธอทันทีที่เห็นหน้า แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว เขาจะฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้

            เขาไม่รู้ว่าเธอหาทางทิ้งโน้ตสั้นๆได้ใจความไว้ให้เขาได้อย่างไร แต่นั่นไม่สำคัญ ในเมื่อตอนนี้เขาเจอคนที่ตามหา

            แต่เธอคิดจะทำอะไร แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่เขาคาดเดาไม่ได้จริงจริงๆ...

            “คนอย่างนาย เดาได้อยู่แล้ว” เชอรี่ยิ้มมุมปากออกมา

            “แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่ายานั่นสมบูรณ์ เธอจำสูตรบ้าบอพวกนั้นได้หมดรึไง”

            “หลายปีที่ฉันค้นคว้ายาตัวนี้ต่อจากพ่อ หลายปีที่ ท่านผู้นั้นของนายให้ฉันหมกอยู่กับข้อมูลพวกนี้ อีกอย่างมันไม่สมบูรณ์ แค่จำตัวหลักๆได้ก็เกินพอ” เธอพูดเสียงเรียบเฉย แต่ยังไม่ทันจะมีใครได้พูด หรือทำอะไรต่อ...

            ปุ!

            เสียงปืนคล้ายถูกยืนผ่านลำกล้องเก็บเสียงดังออกมาเหมือนไม่ไกล และคนเป็นเป้าหมายซึ่งเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลาก็สามารถรับรู้ได้ถึงจิตสังหาร และนั่นทำให้ยีนเบี่ยงตัวหลบได้ทันจนลูกกระสุนฝังเข้าที่ต้นไม้ใหญ่

            “ชิโฮะ!!

            !!!

            เสียงเรียกที่จะว่าไม่คุ้นหูก็ไม่ถูก เพราะไม่ได้ยินมานานแสนนาน คนสองคนหันไปมองต้นเสียง ดวงตาสีฟ้าคู่สวยเบิกกว้าง

            ผู้ชายคนนี้!?

            แม้ภาพที่ติดอยู่ในความทรงจำจะเป็นเรือนผมสีรัตติกาลยาวเหยียดซึ่งบัดนี้กลับสั้น แต่หมวกไหมพรมสีดำนั่น.... การแต่งกายแบบนั้น..... หนำซ้ำดวงตาสีเขียวคู่นั้น...

            เขามาที่นี่ได้ยังไง!

            “โมโรโบชิ ได....” เธอรำพึงออกมาอย่างแผ่วเบา “นาย... มาได้ยังไง? ไม่สิ.. หายไปไหนมา ทำไมจู่ๆถึงได้...”

            คนมาใหม่ไม่ตอบ ไหล่หนานั้นไหวหอบจากการที่รีบมาที่นี่อย่างสุดกำลัง แม้มันจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพราะการที่จะมาจากโตเกียวถึงฟุราโนะได้เร็วที่สุดก็เกือบสองชั่วโมง และเพราะมันเป็นเรื่องกะทันหันและอะไรก็ดูไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเฮลิคอปเตอร์ของเอฟบีไอที่ไม่สามารถเอาออกได้ทันทีที่เขาต้องการ หนำซ้ำการจราจรที่ติดขัดกว่าจะมาถึงที่นี่ ณ จุดนี้ มันก็ทำให้การเดินทางล่าช้ากว่าปกติ ซึ่งดูเหมือนว่ายิ่งเขารีบร้อนมากเพียงใด ทุกอย่างก็ดูช้าไม่ทันใจไปหมด

            “โมโรโบชิ ได?” ยีนทวนชื่อนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “หึหึ นี่มันอะไรกัน เธอหลบสายตาฉันไปได้หลายครั้งเพราะมีพวกเอฟบีไอคุ้มหัว แต่เธอไม่รู้จักชื่อจริงหมอนี่รึไง?”

            “หุบปากแกไปซะ ยีน” ชายหนุ่มผู้มาใหม่เล็งปืนไป แต่นั่นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะของยีนให้ดังก้องเข้าไปอีก

            “แกเพิ่งยิงฉันพลาดไปเมื่อกี้ คิดว่าฉันเห็นแกจะๆแบบนี้แกจะฆ่าฉันได้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มผมซีดยิ้มเยาะ “จิตใจไม่นิ่งพอเลยพลาด แถมเก็บจิตสังหารไม่มิด ไม่สมเป็นแกเลยนะ อากาอิ ชูอิจิ?

            “...อากาอิ.. ชูอิจิ...” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความรู้สึกคุ้นหู

            “แกหาเธอเจอได้ยังไง!” อากาอิถามเสียงกร้าว แล้วหัวใจก็แทบหยุดเต้นกับคำตอบของยีน

            “เธอเป็นคนมาเจอฉันเอง” ยีนตอบแบบไม่เดือดร้อน และนั่นทำให้ดวงตาสีเขียวตวัดมามองที่เธอทันที

            “เธอคิดบ้าอะไรถึงได้มาที่นี่ อยากตายมากนักงะ....”

            “ทำไมถึงไม่ช่วยพี่?”

            ประโยคที่ดังขัดออกมาหยุดทุกคำพูดไว้ในทันที อากาอิสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าที่ดูแห้งเหือด ไม่เข้าใจและตัดพ้อ สายตาที่บีบรัดหัวใจเขา และกิริยานั้นของกระสุนเงินทำให้ยีนตัดสินใจเงียบอย่างที่ไม่เคยทำ เพราะฉากตรงหน้ามันช่างสร้างความหฤหรรษ์ให้เขายิ่งนัก

            ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอากาอิ ชูอิจิปกป้องเธออยู่ แม้ดูแล้วเธอจะไม่รู้ตัวก็เถอะ

            “นายจะชื่ออะไรก็ช่าง แต่นาย เป็นแฟนพี่...”

            “...”

            “พี่รักนายมาก...”

            “....”

            “แต่นายกลับหลอกใช้พี่ และทำให้เธอตาย....”

            “ชิโฮะ ฉัน...”

            “ต่อให้นายจะขอโทษยังไง จะซื้อดอกลิลลี่ให้พี่ และพี่ยกโทษให้นาย” เป็นอีกครั้งที่เธอไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวนั้น เธอมองอย่างเย็นชา “แต่ฉัน...ไม่ยกโทษให้ ตั้งแต่วันที่นายหักหลังพี่อาเคมิ”

            ใบหน้าที่ผิดหวังและสิ้นหวังนั่นไม่ทำให้อากาอิรู้สึกเจ็บมากไปกว่าการที่ถ้อยคำของเธอ เขารู้ว่าตัวเองผิดที่หลอกใช้เธอ คบกับเธอทั้งที่มีโจดี้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะบอกเลิกโจดี้ไปเพราะความรู้สึกผิดต่อความใจดีของอาเคมิ แต่กระนั้น ผู้หญิงตรงหน้าเขานี้คงไม่มีวันได้รู้

            ว่าความรู้สึกที่มีให้อาเคมิ คือรู้สึกผิดและขอโทษ แม้จะบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นคนรักของเขา แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้มีความหวั่นไหวหรือสนใจ และเพราะเขาถูกจับได้ และเธอตายก่อนที่เขาจะได้ลองตั้งใจ รักเธอจริงๆ

            แกกำลังโกหกตัวเอง อากาอิ ชูอิจิ

            ความรู้สึกลึกๆข้างในที่ร้องบอก แม้ในยามที่ก่อนอาเคมิจะตาย ข้อความสุดท้ายที่เธอส่งให้เขา ว่าถ้าหากเธอทำภารกิจนั้นสำเร็จและได้ออกจากองค์กร เขาจะยอมคบกับเธอจริงๆ

            เขาไม่ได้ตอบกลับ และนั่นเป็นข้อความสุดท้ายของเธอ

            เขาคบกับอาเคมิเพื่อที่จะได้เข้าถึงต้องน้องสาวของเธอ และเมื่อเขาได้พบ ชิโฮะเป็นคนแบบที่เขาคิด แต่กระนั้นก็มีมุมที่เขาไม่เคยเห็นยามที่เธออยู่กับอาเคมิ

            เขาโกหกตัวเองไม่ได้... ว่าเขาหวั่นไหวกับเธอ... กับน้องสาวของ คนรัก...

            ยิ่งเหตุการณ์หลายๆอย่างผ่านไป และเขาสามารถเข้าไปใกล้เธอได้ชนิดที่เธอไม่รู้ว่าเป็นเขา หลายๆอย่างที่เห็น ที่ได้สัมผัส มันเปลี่ยนความรู้สึกที่แค่อยากปกป้องเพราะเธอเป็นสายป่านเส้นเดียวที่จะสาวไปถึงองค์กร ความรู้สึกผิดต่ออาเคมิ และความตั้งใจที่จะสานต่อเจตนารมณ์ที่อยากปกป้องของอาเคมิ ให้กลายเป็นว่าเขา อยาก ปกป้องเอง

            และการที่เอฟบีไอไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอเลย ก็เป็นฝีมือของเขา ที่อยากจะให้เธอใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปอย่างที่เธอปรารถนามาตลอด

 

            “เธอเข้าใจผิดอยู่อย่างนะ เชอรี่”

            เสียงของยีนที่แทรกเข้ามาทำให้ทั้งสองหันไปมอง น้ำเสียงที่ถ้าฟังดีๆมีแววขุ่นเคืองและไม่พอใจ แต่คงไม่มีใครรู้ ว่าเขาไม่พอใจเรื่องอะไรนอกจากเจ้าตัวเอง ยีนกระตุกยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะพูดต่อ

            “คนที่ทำให้อาเคมิตาย ไม่ใช่หมอนั่น”

            “หมายความว่าไง?” เชอรี่พูดอย่างไม่เข้าใจ

            “จริงอยู่ที่ว่านั่นมีส่วนที่ทำให้เธอตาย แต่นั่นไม่ใช่ สาเหตุหลักที่ฉันฆ่าเธอ” ริมฝีปากนั้นแย้มรอยยิ้มร้าย ขณะที่ดวงตาเรียวที่โผล่ให้เห็นเล็กน้อยนั่นจับจ้องไปยังใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้า ก่อนจะเน้นย้ำถ้อยคำต่อมาด้วยเสียงชัดเจน

            “ยัยโง่นั่นไม่ได้บอกอะไรเธอเลยรึไง เกี่ยวกับภารกิจสุดท้ายนั่น”

            ปุ!

            กระสุนนัดต่อมาที่ถูกยิงและมันก็ถูกหลบได้อีกครั้ง ยีนหันไปยิ้มเยาะให้กับมือปืน “ไม่สมกับเป็นแกเลยนะ ที่เล็งเป้าหมายเล็กๆแบบหัวฉัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าฉันหลบได้”

            “หุบปากแกไปซะ” อากาอิสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปมองอีกคน “อย่าไปฟังมันชิโฮะ!

            นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาไม่อยากให้เธอรู้!

            “อาเคมิเป็นคนยื่นข้อเสนอ” ยีนพูดต่ออย่างไม่สนใจ “ถ้ายัยนั่นปล้นเงินพันล้านสำเร็จ จะขอออกจากองค์กร พร้อมกับเธอ

            “....”

            “ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์นั้น แค่คนปลายแถวที่คบกับแก” ปลายประโยคปรายตามองอากาอิเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แต่กลับยื่นข้อเสนอโง่ๆ ที่พาตัวเองไปตาย ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางออกไปจากองค์กรได้ แต่ยัยนั่นก็ทำ เพราะเธอ”

            ใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาสีฟ้าที่เบิกกว้างที่กับความจริงที่เพิ่งได้รู้ เพราะเธอรู้แค่ช่วงนั้นพี่กำลังมีปัญหาไม่ค่อยดี แต่พี่ก็ยังเป็นพี่ บอกว่าจะไม่เป็นไรพร้อมกับรอยยิ้มและแซวเธอเหมือนทุกครั้ง ก่อนที่ความรู้สึกภายในเหมือนจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กับประโยคต่อมาที่ตอกย้ำ

            “เธอนั่นแหละ ที่เป็นคนทำให้พี่สาวเธอตาย เชอรี่”

            !!!!

            เธอ... เป็นต้นเหตุ... งั้นเหรอ...

            พี่อาเคมิ...

            “ไม่จริง.. พี่.. พี่อาเคมิ..”

            รู้สึกเหมือนลืมวิธีการหายใจ หัวสมองของเธอขาวโพลนไปหมด ไม่รับรู้ว่าชายหนุ่มอีกสองคนกำลังต่อสู้กัน ไม่รับรู้ว่าถูกเรียก ไม่รับรู้ว่าถูกใครมอง เพราะสิ่งที่เพิ่งรับรู้มันหนักหนาเกินกว่าที่จะสนใจ แม้จะไม่อยากรับรู้กับสิ่งที่ได้ยินแต่กระนั้นเสียงของยีนก็ยังคงดังอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่ริมฝีปากก็พึมพำราวกับเทปซ้ำ และนั่น สร้างความพอใจให้กับยีนที่แม้จะติดพันการต่อสู้กับอากาอิ แต่ก็ลอบมองเธออยู่ กระสุนเงินที่ตอนนี้ไม่ต้องอะไรกับของหลอกเด็กเพราะมันมัวแต่ห่วงผู้หญิงคนนี้

            และเขา สามารถลบมันออกจากใจเธอได้แล้ว...

            ไม่ชอบเอาเสียเลย ที่เชอรี่เอาแต่คิดเรื่องของมัน จนทำให้ต้องพูดออกไป เพราะจากบทสนทนาที่ได้ยินนั่นทำให้เธอไม่รู้ความจริงข้อนี่แน่

            สีหน้าแบบนั้นแหละ เชอรี่

            แค้นเขาซะ กลัวเขา ให้สมองของเธอเต็มไปด้วยเรื่องของเขา

            เหมือนที่เธอ เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ ทั้งสมอง และในใจของเขาคนนี้

            แม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่กระนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธความจริง ว่าเชอรี่เป็นผู้หญิงพิเศษ เป็นคนแรกที่เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกาย ทั้งที่จะบังคับก็ได้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกันว่าทำไม

            ทีแรกมันก็แค่สนใจกับการที่เธอไม่กลัวเขา กล้าต่อปากต่อคำกับเขา และนั่นทำให้เขาอยากจะเอาชนะท่าทางเย่อหยิ่งผิดวัยนั่น แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่การอยากจะเอาชนะ มันรวมกับอย่างอื่นไปด้วย

            สิ่งที่ มือสังหารอย่างเขา ไม่ควรจะมี

            หัวใจ....

          เขาไม่เคย กับการที่อยากเห็นหน้าใครสักคนหลังจากที่ฆ่าใครไป ไม่เคยที่จะตามใคร ไม่เคยสังเกต เอาใจใส่ แม้เธอจะไม่รู้ แต่เขารู้อยู่เต็มอก ว่าการที่ไปหาผู้หญิงคนนี้และเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ทุกวัน มันเป็นสิ่งที่เขาขาดไม่ได้

          เขาจะไม่พูดคำโง่ๆที่พวกโง่ๆใช้กัน เพราะคำนั้น เมื่อเอ่ยออกมา คือต้องการจะปกป้องไม่ให้เป็นอันตราย หรือทำได้ทุกอย่างแม้แต่เสียสละตัวเองเพื่อความสุขของคนๆนั้น

            ซึ่งความรู้สึกของอากาอิ ชูอิจิที่มีต่อเธอ ใช้คำนั้นได้ แต่ไม่ใช่กับเขา

            เขาไม่ได้อยากเห็นเชอรี่มีความสุข เขาไม่ได้อยากปกป้องให้เชอรี่ปลอดภัย แต่เชอรี่ คือของๆเขา

            ผู้หญิงคนเดียว ที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้

            ผู้หญิงคนเดียว ที่เขายอมรับ ว่า สำคัญจนขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะสำคัญทางไหน แต่ตัวตนของเธอ สำคัญสำหรับเขา และเขาไม่ยอมยกให้ใคร

            ไม่ว่าจะอากาอิ ชูอิจิ ท่านผู้นั้น อาเคมิ หรือแม้แต่สิ่งที่พวกโง่ๆเรียกพระเจ้า ก็ไม่มีสิทธ์พรากเธอไปจากเขา!

          และการที่เธอเป็นคนหนีไปจากเขา ทรยศต่อความรู้สึกที่เขามีให้เธอ ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีให้ใคร แค่เธอคนเดียว ความผิดนั่นมันหนักหนาเกินกว่าที่จะให้อภัย เพราะฉะนั้น เขาจะต้องเป็นคนเดียวที่จบชีวิตเธอให้สมกับสิ่งที่เธอทำกับเขา

            “...นื่คือยา APTX4869 แบบสมบูรณ์” จู่ๆเชอรี่ก็พูดขึ้นคนละเรื่อง ทำให้สองหนุ่มชะงักไป เธอปลดซีลและหยิบออกมาแคปซูลหนึ่ง “ถ้าคิดว่าฉันโกหก เดี๋ยวจะแสดงให้ดู”

            !!!

            ก่อนที่ใครจะคาดคิดหรือตั้งสติทัน เธอก็นำแคปซูลเม็ดนั้นใส่ปาก อากาอิผละออกมาจากยีนและพุ่งไปหาเธอทันที สองมือจับที่บ่าแล้วสั่งเสียงเข้ม

            “ทำอะไรน่ะชิโฮะ! คายมันออกมา!

            เธอมองเขานิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เธอกลืนมันลงไปแล้ว ดวงตาสีฟ้ามองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากถามเสียงเรียบ “คำถามสุดท้ายสำหรับนาย...”

          “ทำไมถึงมาที่นี่ เวลานี้ได้ อากาอิ ชูอิจิ”

          อากาอิถึงกับชะงักไปทันที ดวงตาสีฟ้าที่มองมาที่เขา แม้มันจะไม่ได้มีแววคาดคั้น แต่มันกลับดูว่างเปล่า ราวกับตุ๊กตาพัง และนั่น.. ทำให้เขายอมตอบ

            “ฉันอยู่ข้างเธอมาตลอด เจ้าหญิง

            คำเรียกนั้นทำให้เธอดูแปลกใจ ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะมีรอยยิ้มบางๆ ที่เหมือนยิ้มเยาะตัวเอง

            “นายเอง...งั้นเหรอ”

            มีคนเดียว ที่เรียกเธอแบบนั้น และตอนนั้นเธออยู่ในร่างของไฮบาระ ไอ

            รู้มาตลอดสินะ อยู่ข้างเธอมานาน แต่เธอเองก็โง่ที่ไม่เคยรู้ตัวเลย...

            อากาอิหยิบตลับยาออกมา และนั่นทำให้เธอรู้ทันทีว่าเขาจะทำอะไร “เปล่าประโยชน์ ฉันทำยาแก้แค่เม็ดเดียว และยานี่ เป็นตัวสมบูรณ์ ไม่มีทางแก้ทันทีที่มันผ่านหลอดลมฉะ....”

            จู่ๆคำพูดนั้นก็ขาดห้วง เธอก็ไออกมาอย่างรุนแรง และมีเลือดออกมายามที่เธอไอ จนตอนนี้ สองมือและเสื้อของเธอเปรอะไปด้วยเลือด เธอล้มลงไปทันทีตรงสวนดอกไม้เล็กๆนั่น สองมือกอดตัวเองด้วยความทรมาน ร่างนั้นขดตัวแน่นและดูทุรนทุราย แม้จะไร้เสียงร้องออกมา เพราะทุกครั้งที่เธออ้าปากออก ก็จะสำรอกโลหิตสีสด ย้อมบุปผาสีขาวบริสุทธิ์ให้กลายเป็นสีเลือด

            อาโพ จาก อาโพท็อกซิน ที่หมายถึงโปรแกรมฆ่าเซลล์

            และตอนนี้ มันก็กำลังไปทำลายเซลล์ในตัวเธอทั้งหมด

            ทนอีกนิด.... อย่าส่งเสียงออกมา... ไม่งั้นเขาจะเยาะเย้ยเธอ... แค่อีกนิดเท่านั้น...

            “ชิโฮะ! ชิโฮะ!” อากาอิเรียกอย่างตระหนกทั้ง นี่เป็นครั้งแรก ที่เอฟบีไอผู้เก่งกาจ ที่ใครๆต่างก็ยำเกรง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองเธอขดตัวไปมาและย้อมด้วยเลือด “ทำแบบนี้ทำไม!

            เปลือกตาที่ปิดสนิทนั้นค่อยๆปรือตามอง คนๆนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา เพราะเธอไม่ต้องการความสงสาร หรือแม้แต่ความช่วยเหลือจากเขา แม้จะทรมานเพียงใดแต่กระนั้นก็ยังคงพยายามพูดแม้จะยากลำบากเพราะโลหิตจากการที่อวัยวะและเซลล์ภายในถูกทำลายมันขย้อนขึ้นมาจนคาวไปหมด แต่เธอก็พยายามพูดอย่างปกติ

            “เอา...ชนะ..ให้ได้...ทำ..ลาย...องค์..กร...อย่าให้... ใคร... ต้อง...เป็น..แบบ...ฉัน...หรือ...พี่”

            เธอสำลักออกมาอีกครั้ง โลหิตสีแดงที่ถ้าไม่คิดไปเองมันดูเข้มมากกว่าปกติ ดวงตาสีฟ้าเจิ่งไปด้วยน้ำใสๆที่พยายามมองนั้นช่างดูอ่อนล้าเหลือเกิน

            “ความ...สามารถ...ของ..นาย...กับ...หมอ...นั่น... ต้อง...ทำ...สำ..เร็จ...แน่”

            เขารู้ได้ทันทีว่าหมอนั่นที่ว่าหมายถึงใคร เขามองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าคู่นั้น อากาอิสัมผัสได้ ว่าแม้มันจะดูทรมาน แต่ความมุ่งมั่นตั้งใจนั้นก็ยังคงมี และนั่นทำให้เขารู้

            เธอตั้งใจที่จะตายตั้งแต่แรก

            “ทำไมถึงทำแบบนี้” ชายหนุ่มดึงร่างนั้นเข้ามาในอ้อมกอด ไม่สนว่าโลหิตจะทำให้เขาเปรอะเปื้อนหรือรู้สึกขยะแขยงกับมัน “อาเคมิอยากให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อ ฉันเองก็ด้วย เด็กคนนั้นก็เหมือนกัน ทุกคนรักเธอ ทำไมเธอถึงทำแบบนี้”

            ชิโฮะยิ้มออกมาบางๆกับไหล่กว้างนั่น ดวงตาเริ่มมองไม่เห็นเพราะเซลล์เริ่มถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กระนั้นเธอก็พยายามพูด

            “...ดอกไล..แลค...สี...ม่วง”

            “อะไรนะ?” อากาอิถึงกับต้องถามอย่างไม่เข้าใจ เธอไอออกมาก่อนจะพูดต่อ

            “นาย...น่า...จะ...รู้... อีกคะ..ความ...หมาย..ของ...มัน”

            เธอพยายามใช้แรงที่เหลืออยู่น้อยนิดรั้งตัวออกมา ซึ่งอากาอิก็รู้ เพราะเขาดันเธออกมาเล็กน้อยพอให้เห็นหน้า ใบหน้าที่ซีดเผือดตัดกับโลหิตที่เปรอะเปื้อน แต่กระนั้นริมฝีปากของเธอก็มีรอยยิ้มบางๆ

            “ทุก...คนมี...หน้าที่...ของ.. ตัว...เอง... นายก็...แค่...ทำ...หน้า...ที่...ของนาย..”

            นายไม่ได้ทำให้พี่ตาย จากสายตาของเธอ เหมือนจะสื่อมาที่เขาได้อย่างชัดเจน ร่างกายของเธอที่หยุดเกร็งและเลิกดิ้นนั่นทำให้หัวใจของเขาราวกับหยุดเต้น เปลือกตาค่อยๆหรี่ลงอย่างเหนื่อยล้าพร้อมกับที่หยาดน้ำตาที่เอ่อนั่นไหลรินออกมา ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากความเจ็บปวด หรืออารมณ์ ทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายอย่างแผ่วเบา

            “ขอ...โทษ...นะ”

            ขอโทษ ที่เข้าใจผิด...

            ขอโทษ ที่ทำแบบนี้...

            ขอโทษ ที่เห็นแก่ตัว...

            ขอโทษ ที่ไม่เข้าใจ...

            และลาก่อน....ลาตลอดกาล...

 

 

            อากาอิ ชูอิจิค่อยๆวางร่างในอ้อมแขนลงกับสวนดอกลิลลี่และไลแลคสีขาว ดวงตาสีเขียวทอดมองไปยังใบหน้าของเด็กสาววัยสิบแปดที่เลือกจบชีวิตตัวเองลง

            เธอเหนื่อย กับการที่ต้องถูกหลบหนีและตามล่า คนมากมายเดือดร้อนก็เพราะเธอ และนี่เป็นสิ่งที่เธอคิดไว้นานและเป็นสาเหตุที่ตัดสินใจทำยาแก้พิษของตัวทดลองนั่นขึ้นมา

            เธอไม่ได้กลับไปหาองค์กร แต่เธอสืบทอดโครงการสุดท้ายของพ่อของเธอจนสำเร็จ และสุดท้ายก็ตัดสินใจใช้มันเพื่อจบชีวิตตัวเอง ในฐานะที่เป็นผู้สร้างมัน

            อากาอินั่งมองเธออยู่แบบนั้น เปลือกตาที่ปิดสนิทไม่ต่างอะไรราวกับว่าเธอกำลังหลับ เขามองจนไม่แม้แต่จะสนใจชายหนุ่มอีกคนที่คุกเข่าลงมา และหยิบซองพลาสติกที่มีแคปซูลเหลืออยู่เม็ดหนึ่ง

            ยีนมองใบหน้านั้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันหลังกลับเพราะไม่อยากจะเห็นมันให้นานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว เพราะมันอาจจะทำให้อะไรบางอย่างในตัวที่เขาพยายามกดมันไว้ปะทุออกมา

            “...ฉันจะไม่ใช้มัน”

            คำนั้นทำให้อากาอิหันไปมอง และสบเข้ากับดวงตาคมของอีกฝ่าย ใบหน้าของยีนนั้นเรียบเฉยไร้ซึ่งรอยยิ้มใดๆหรือแม้แต่แววเย้นหยันอย่างทุกที

            ราวกับนักฆ่าคนนี้ กลับกลายเป็นชายหนุ่มธรรมดา

            ยีนเดินออกไปทันทีไม่คิดจะพูดอะไรต่อ ไม่มีแม้แต่การที่จะฆ่ากันอย่างทุกครั้ง

            เพราะเป้าหมายของพวกเขา...ได้จากไปแล้ว...

            แม้ในหน้าที่ ต่างฝ่ายต่างก็เป็นคนอันตรายต้องกำจัด แต่กระนั้นแค่วันนี้ วันนี้วันเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่าย

            ความรู้สึก ที่สูญเสีย คนสำคัญมันกลบความรู้สึกอยากสังหารไปจนสิ้น

          ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงไม่เอายา APTX4869 นั่นออกไปใช้อีก ทั้งที่ก็เคยเอาไปใช้โดยไม่บอกฉัน

          ถ้อยคำนั้นทำให้ยีนเผลอกำซองยาที่อยู่ในกระเป๋าแน่น กับคำถามที่เขาไม่ได้ตอบเธอ ว่าทำไมตั้งแต่ที่เธอหนีออกไป เขาถึงไม่เคยใช้หรือคิดจะใช้มัน

            เพราะทุกครั้งที่ใช้มัน ใบหน้าของเธอมันก็จะเข้ามารบกวนจิตใจของเขาที่พยายามจะลืมความรู้สึกที่มีเธอทุกครั้ง...

            และคำขอร้องของเชอรี่ ต่อให้เธอไม่พูดออกมา เขาก็รู้ได้ คือทำลายยาตัวทดลองนั่นซะ

            แต่เธอคงไม่รู้ ไม่ว่าจะตัวทดลอง หรือตัวสมบูรณ์ที่ควรจะเอากลับไปให้นักวิทยาศาสตร์ขององค์กรวิจัยและทำลอกเลียนแบบนี่ จะไม่มีวันได้เอาออกมาใช้ เพราะเขาตั้งใจจะทำลายมัน

            นี่เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย ที่อีกาซื่อสัตย์อย่างเขา จะทำตามหัวใจตัวเอง...

            เพราะทางเบื้องบน คงไม่คาดคิดว่าคนทรยศที่หนีออกจากองค์กรจะทำยาตัวนี้จนสำเร็จ และใช้มันจบชีวิตตัวเองเป็นแน่

            หน้าที่ของเขาจบลงแล้ว แต่กระนั้นแทนที่จะโล่งใจและยินดี มันกลับรู้สึกหนักอึ้งจนอยากจะกลั้นหายใจตายไปให้รู้แล้วรู้รอดซะ

            เธอคงไม่รู้ ว่าที่เขาออกมาพบเธอวันนี้ ไม่มีใครในองค์กรที่รู้ แม้แต่ ท่านผู้นั้น

            เธอเป็นคนที่ทำให้ฟันเฟืองในตัวเขาปั่นป่วนไปหมด และเมื่อเธอตายไปแล้ว มันก็ควรจะกลับไปอยู่ในที่ๆที่มันควรเป็น ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม รวมถึงตัวเขาด้วย

            “ลาก่อน... เชอรี่”

            คนสำคัญเพียงคนเดียวในชีวิต และจะเป็นเพียงคนเดียวตลอดไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขามั่นใจว่าจะมีเพียงคนเดียว

          คนที่มอบความรู้สึก และหัวใจ ให้กับเครื่องจักรอย่างเขาคนนี้

 

 

            เขายังคงนั่งมองหน้าเธออยู่แบบนั้น ไร้ซึ่งความสนใจกับศัตรูที่เดินจากไป โทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋าไม่สามารถเรียกความสนใจไปจากเขาได้ เขารู้ว่าใครโทรมา แต่เขาไม่รู้ ว่าควรจะพูดว่าไงดี

            เขาไม่สามารถปกป้องเธอไว้ได้.....

            อากาอิโน้มใบหน้าลง ประทับจุมพิตอย่างแผ่วเบาที่หน้าผากที่ยังหลงเหลือความอุ่นอย่างเนิ่นนาน

          ขอโทษนะ อาเคมิ...

          ขอโทษที่ปกป้องน้องสาวของเธอไม่ได้ และขอโทษที่ต้องมาทำแบบนี้ต่อหน้าเธอ

            แต่ขอเป็นแค่ครั้งเดียวจริงๆ.....

            “ฉันจะทำลายองค์กร และจะไม่ให้ใครต้องเจ็บปวดแบบเธออีก ฉันสัญญา”

            มือแข็งแรงปาดหยาดน้ำตาของเธอออก แม้ร่างกายนั้นจะไร้ซึ่งดวงวิญญาณแต่กระนั้นริมฝีปากของเธอก็ยังยิ้ม

            เธอเลือกที่จะปลดปล่อยตัวเองด้วยวิธีนี้ เลือกที่จะเป็นอิสระด้วยวิธีนื้ ....

          เธอตั้งใจจะตายตั้งแต่ต้น แต่แค่เรื่องของพี่สาวของเธอมันทำให้หัวใจของเธอบอบช้ำหนักกว่าเก่าและตัดสินใจได้เด็ดขาดทันที

          ...ดอกไล..แลค...สี...ม่วง...นาย...น่า...จะ...รู้... อีก..ความ...หมาย..ของ...มัน

            ใช่ เขารู้...

            สัญลักษณ์ของความตาย นั่นคืออีกความหมายของมัน

            ไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจ....

            จิตใจที่แตกสลาย หัวใจที่ด้านชาจากการบอบช้ำอย่างหนัก ที่ต่อให้ใครก็รักษาไม่ได้.....

            “แม้ฉันจะไม่อยากพูดมัน แต่ในเมื่อมันสายเกินไปแล้ว และฉันคิดว่าฉันสมควรจะพูด

            ...

            “หลับให้สงบนะ ชิโฮะ”

            เธอจะเป็นคนสุดท้าย ที่เขาปกป้องไม่สำเร็จ เพราะเขาจะปกป้องทุกคน เพื่อไม่ให้เจตนารมณ์ของเธอต้องสูญเปล่า

            หน้าที่ของเขายังไม่จบ เขาต้องทำตามความตั้งใจของเธอ สิ่งที่เธออยากเห็น เขาจะสร้างมันขึ้นมาเอง

          เพราะฉะนั้น ได้โปรด เป็นพลังให้กับเขาด้วย

 

 

END.

……………………………………………………………………………………………..


19/12 ... ก็นะ... เห็นคนอื่นแต่งฟิคสั้นก็อยากแต่งบ้าง... และเพราะโดนยุจากพี่คนน้องคน (ใครก็ไม่รู้ 5555) สุดท้ายเลยออกมาเป็นประการฉะนี้แล Orz…..

ตอนแรกว่าจะลงเรื่องหลักค่ะ แต่เปลี่ยนใจไม่ลง เสียดายรูป (เกี่ยว?) เพราะรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรต่อกับเรื่องหลักได้เลยค่ะ อย่างเรื่องสี (หรือวันโกหก) ก็อาจจะเป็นแฟลชแบ็คของยีนได้ แต่เรื่องนี้ดูเป็นเหมือนตอนจบโคนันเสียมากกว่า (ซึ่งอาจารย์โกโชไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ถถถถถ)

อย่าได้แปลกใจว่าทำไมเกี่ยวกับดอกไม้ค่ะ จริงๆคือจุดประสงค์การแต่งมีอยู่แล้วแต่อยู่ดีๆพล็อตดอกไม้มันก็ออกมาในหัว และบอกเลย... การหาข้อมูลไม่สมกับการเป็นฟิคสั้นมาก

ไรท์เป็นคนที่ถนัดแต่งดราม่านะคะ ยิ่งมาสามคนนี้ อย่าคาดหวังจะเห็นฉากหวานอะไรมากมายเหมือนคนอื่นๆ (ก็คนเดิม) ฉะนั้นโดยส่วนใหญ่เหมือนจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกของเชอรี่ ที่จะอิงความเป็นจริงล้วนๆ ให้เขียนออกมาโต้งๆเลยว่าเชอรี่รักเฮียชู หรือยีนกดเชอรี่ เขียนไม่ได้จริงๆค่ะ //สารภาพอีกอย่าง ไม่รู้ทำไมชอบเรียกเชอรี่มากกว่าชิโฮ ถถถถถ

ถ้าถามว่าทำไมมาอัพ... ก็เพราะว่าเกิดเหตุบางประการทำให้ไม่สามารถกลับไทยได้ ก็เลยมาเขียน แต่จะเขียนเรื่องหลักก็ต่อไม่ติด และบวกกับโดนยุและเห็นคนอัพฟิคสั้นแบบดราม่ากัน เพราะงั้นก็ขอจัดบ้างล่ะนะ

คิดว่าอีกครึ่งหนึ่งจะตามมาพรุ่งนี้ค่ะ!

ปล. ชื่อเรื่อง MORADO LILA เป็นภาษาสเปน แปลว่าดอกไลแลคสีม่วงค่ะ


20/12 จบแล้วค่ะ.... จบแล้ว.... ครึ่งแรกนั่นไม่ควรเป็น 50% จริงๆ เพราะนั่น15หน้า พอเขียนจบก็ปาเข้าไป 44 หน้า ถถถถถถถ

อย่าตบไรท์นะคะที่ตัดจบแบบนี้ คือตั้งใจจะเขียนแบบนี้อยู่แล้ว /ตัวละครตาย/ ถถถถ

เฮียชูอาจจะผิดนิสัยไปบ้าง เช่นยิงพลาดหรืออะไรแบบนั้น แต่อย่างที่ยีนพูด เพราะจิตใจไม่นิ่งพอ ทำให้ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามต้องการ ต่อให้คนที่ใจเย็นที่สุดหรือเก่งที่สุด แต่เพราะยังไงก็ยังเป็นมนุษย์ ก็จะมีความรู้สึกนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่เฮียชูยิงพลาด

และที่เฮียชูใช้คำว่า 'ได้โปรด' เพราะคิดว่าคนอย่างเฮียชูที่เสียคนสำคัญไป ยังไงก็ยังเป็นมนุษย์ มันก็ต้องมีมุมแบบอ่อนโยนหรืออะไรแบบนี้บ้างล่ะนะ....

ที่นานนี่ไม่ใช่อะไรค่ะ พาร์ทเฮียชูล้วนๆที่เขียนยาก ของยีนคือเขียนลื่นมาก #บอกได้เลยว่าอวยใคร ถถถถถถ

ดอกไลแลคสีม่วง อีกความหมายของมันก็อย่างที่บอกไป คือหมายถึงหัวใจที่สูญเสียรักจนด้านชา อะไรทำนองนั้นค่ะ แต่แค่เอามาปรับนิดหน่อยให้เข้ากับเรื่อง เพราะความรัก ไม่จำเป็นต้องเป็นรักกันแบบชายหญิง เพราะเชอรี่เองก็รักอาเคมิมากเช่นกัน และในสายตาของไรท์ ดอกไม้ดอกนี้เหมาะกับเรื่องและเชอรี่ที่สุดค่ะ

อ้างอิงจากมังงะนะคะ ที่ว่าเชอรี่ไม่รู้ว่าอาเคมิทำไปเพราะที่จะได้หนีออกจากองค์กร เพราะในมังงะ(เล่ม18) เชอรี่ถามอาเคมิว่า "ว่าแต่พี่เถอะเป็นอะไรรึเปล่า ได้ข่าวว่าช่วงนี้ไม่ค่อยดีไม่ใช่เหรอ?" และอาเคมิก็ตอบกลับมาว่า "ไม่ต้องห่วง พี่เอาตัวรอดได้ เรื่องพี่ไม่เป็นไรอยู่แล้ว" ซึ่งไม่มีช่วงไหนบอกค่ะ เลยหยิบจุดนี้มาใส่......

ส่วนเรื่องชื่อไฮบาระ ไอ มันก็แค่ความบังเอิญตอนเขียนและเลือกจังหวัดเลือกเขต และไปเหมาะกับชื่อพอดี ก็เลยเขียนซะเลย 55555

ปล. อย่าสงสัยว่าทำไมยีนกับชูมาเจอกันแล้วไม่ยิงกันตาย เพราะความเห็นส่่วนตัว คงไม่ได้โผล่มาบู๊กันแหละค่ะจากนิสัยของสองคนนั้น ยิ่งมีเชอรี่อยู่ด้วยยิ่งคิดว่าไม่ 5555555555

อาจจะไม่ดีอย่างที่หวัง และไรท์เองก็คิดว่ามันออกมาแปลกๆ แต่ก็ทำดีที่สุดค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านค่ะ :D

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ พายุสีน้ำเงิน จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"ฟิคที่ควรค่าแก่การชาบู..."

(แจ้งลบ)

เป็นฟิคที่บรรยายได้ดีมาก ใช้ภาษาสวยสำนวนเลื่อนไหล อ่านแล้วอินตามเนื้อเรื่องไปได้ง่ายมาก แล้วคนเขียนก็ใช้เทคนิคเล... อ่านต่อ

เป็นฟิคที่บรรยายได้ดีมาก ใช้ภาษาสวยสำนวนเลื่อนไหล อ่านแล้วอินตามเนื้อเรื่องไปได้ง่ายมาก แล้วคนเขียนก็ใช้เทคนิคเล่นความหมายของดอกไม้มาเปรียบเปรยได้อย่างงดงามลึกซึ้ง เนื้อเรื่องดราม่าเคล้าน้ำตา แต่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นฟิคที่ดีในใจอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ ^^ ในส่วนของการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครก็ทำออกมาได้ดีมากๆ สามารถเข้าถึงจิตใจความรู้สึกของตัวละครตัวนั้นๆได้เลย ถือว่าเฟอร์เฟคมากสำหรับฟิคสั้นเรื่องนี้ นับถือคนเขียนจากใจจริง ^^ ย่อ

Sherry R | 16 ม.ค. 59

  • 1

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"ฟิคที่ควรค่าแก่การชาบู..."

(แจ้งลบ)

เป็นฟิคที่บรรยายได้ดีมาก ใช้ภาษาสวยสำนวนเลื่อนไหล อ่านแล้วอินตามเนื้อเรื่องไปได้ง่ายมาก แล้วคนเขียนก็ใช้เทคนิคเล... อ่านต่อ

เป็นฟิคที่บรรยายได้ดีมาก ใช้ภาษาสวยสำนวนเลื่อนไหล อ่านแล้วอินตามเนื้อเรื่องไปได้ง่ายมาก แล้วคนเขียนก็ใช้เทคนิคเล่นความหมายของดอกไม้มาเปรียบเปรยได้อย่างงดงามลึกซึ้ง เนื้อเรื่องดราม่าเคล้าน้ำตา แต่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นฟิคที่ดีในใจอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ ^^ ในส่วนของการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครก็ทำออกมาได้ดีมากๆ สามารถเข้าถึงจิตใจความรู้สึกของตัวละครตัวนั้นๆได้เลย ถือว่าเฟอร์เฟคมากสำหรับฟิคสั้นเรื่องนี้ นับถือคนเขียนจากใจจริง ^^ ย่อ

Sherry R | 16 ม.ค. 59

  • 1

  • 0

13 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 16:20

    เศร้าเกินอยากจะร้องไห้

    #13
    0
  2. วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 18:39
    โอ้ยยยย บาดใจไปอี๊กกกก ฮรือออ
    #12
    0
  3. #11 pimtiua (@pimtiua) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:09
    ซึ้งมากค่ะ
    #11
    0
  4. วันที่ 19 เมษายน 2560 / 12:53
    สนุกมากๆค่ะ ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านน่ะค่ะ
    #10
    0
  5. วันที่ 20 มกราคม 2559 / 03:27
    เศร้ามากเลยค่ะ ซาบซึ้งสุดๆ
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #9
    0
  6. #8 ร่มสีเทา
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 20:31
    สนุกมากค่ะ หนูนิร้องไห้เลยอ่ะ

    ซึ้งสุดๆ สุดยอดมากค่ะ
    #8
    0
  7. #7 ainaniya
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 01:35
    พออ่านไปถึงตอนที่ชิโฮกินยานี่ร้องไห้หนักมาก น้ำตารองใส่ได้หลายโอ่งเลยทีเดียว ฮือๆ

    สงสารทั้งสามคนเลย แล้วก็ชอบคำกับสำนวนที่ใช้บรรยายภาพบรรยากาศในเรื่อง มันดูสละสลวยมักๆ อ่ะ รออ่าน fic หลักต่อนะก๊ะ
    #7
    0
  8. วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 11:19
    มันเป็นฟิคที่หน่วงตับหน่วงไตมากค่ะT___T ภาษาที่บรรยายนี่สวยงามมาก แบบกินใจผู้อ่านจริงๆค่ะ สงสารไปหมดทุกคนเลย แงงงง
    #6
    0
  9. วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 21:10
    อะแฮ่ม... หลังจากปรับอารมณ์ได้แล้ว อิฉันก็กลับมาเม้นตามสัญญา...
    ก่อนอื่นเลย ขอบอกก่อนว่าอ่านจบแล้ว น้ำตาไหลไปหลายนาที...
    คืออออออออ ชิโฮะตาย ชิโฮะตาย ชิโฮะตาย แม้จะเดาเอาไว้แล้ว แต่เมื่ออ่านจริงๆแล้วก็ ...ร้องไห้ค่ะ
    แต่รู้สึกสมน้ำหน้าเฮียชู เอ๊ะ เดี๋ยวนะ... ตัดประโยคนี้ออกไปก่อน 55555
    ส่วนตัวแล้วคิดมาชิโฮะตายในฐานะของเชอรี่จริงๆ และไรท์ฯเองก็ตั้งใจจะเขียนแบบนั้น (หรือเปล่า?)
    คือเธอมีตัวตนมีชีวิตอยู่เพราะต้องการสะสางเรื่องราวที่เธอทำ คือทำให้ชินอิจิกลับคืนร่างเดิมเท่านั้น
    พอเรื่องจบแล้วคนที่เจ็บก็เป็นทั้งสองคนที่เหลืออยู่ใช่มะ ยินเจ็บเพราะแบบ ก็หวงอะสำคัญอ่ะ เป็นของเขาคนเดียว ใครก็ไม่สามารถพรากไปได้ ไม่มีใครทำได้ ...แต่เชอรี่เลือกทำเอง ก็คือห้ามไม่ได้ หยุดไม่ได้ ...มันเจ็บ
    ส่วนเฮียชูคือ เจ็บนะทั้งที่อยากปกป้องทั้งที่อยากดูแล แต่เชอรี่(ขอเรียกเชอรี่ละกัน) เลือกที่จะไม่ให้เฮียชูปกป้อง และก็เพราะไม่มีใครทำร้ายเชอรี่ เพราะยินก็ไม่ได้จะยิง ...มันเลยกลายเป็นว่า ปกป้องไม่ได้ เธอเป็นคนเลือก
    แต่ทั้งคู่ก็ต้องยอมรับต่อการตัดสิ้นใจอันเด็ดเดียว กล้าแกร่งของเธอ... (ซึ่งอิฉันเกือบรับไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะไรท์ฯแต่ง)

    เรื่องนี้เป็นฟิคที่เปรียบเปรยและสื่อความหมายได้ดีมาก แถมข้อมูลแน่น ขอชื่นชมจากใจจริง
    ภาษาและสำนวนก็ไม่ต้องพูดถึงกินขาดอยู่แล้ว ลื่นไหลตลอด แล้วเพราะไรท์ฯคนนี้แต่ง ความรู้สึกของตัวละครจึงชัดเจนจนสามารถอินตามได้ง่ายๆ และเขียนค้างคาเอาไว้เป็นปม เรื่องความรู้สึกที่คลุมเครือ ทำให้ยิ่งน่าหลงใหล
    นับได้ว่าเป็นฟิคที่ซึ้งกินอารมณ์เรียกน้ำตาได้อย่างดียิ่ง ไม่รู้สึกว่าขาดเกินอะไรตรงไหนเลย //ตบมือค่ะ 5555

    สุดท้ายไม่มีอะไรมาก ฟิคเรื่องนี้เยี่ยมยอดน่าชื่นชมจริงๆค่ะ TT^TT //วิ่งไปร้องไห้อีกครั้ง
    #5
    0
  10. วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 16:04
    จุกอกมาก อ่านจบแล้วร้องไห้ตาม... ทำไมล่ะไอจัง ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ชีวิตไอจังกำลังจะดีขึ้นแล้ว เอาตัวเองไปจมอดีตอีกทำไม ทำไมต้องเลือกทางนี้ สิ่งที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้าแล้ว จะเฮียชู ซึ่งแสดงออกเต็มที่มากว่าห่วงจนยิงลูกพี่ไม่โดน หรือเด็กแว่น อายูมิ ดร. และอีกหลายๆคน กำลังจะเปลี่ยนชีวิตสีเทาของไอจัง ไอจังเลือกทางนี้ทำไม มันทำร้ายทุกคน จะลูกพี่ เฮียชู คนอ่านก็ด้วย... เขียนดีมากค่ะ หนูเชื่อว่าถ้าในฐานะเชอร์รี่ เธอเลือกแบบนี้แน่นอน แต่ตอนนี้ หวังว่าจากเห็นในมังงะ ไอจังหลุดซึนบ่อยมาก เธอคงไม่ทำแบบนี้แล้ว... สุดท้าย ภาษาสวยและไหลลื่น ถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครคลุมเคลือ แต่มันเป็นช่องว่างที่ดีมาก คนอ่านได้เก็บไปคิดต่อ สารภาพ..ว่าร้องไห้มา10นาทีเต็มๆกับฉากไอจังตาย สงสารเฮียชู สุดท้ายก็ช่วยเธอไม่ได้ สงสารลูกพี่ สุดท้ายก็เสียเธอไปอยู่ดี ยังไง...ก็ขอบคุณที่ทำให้ฟิคเรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบนะคะ เศร้า แต่ซึ้งกับทุกตัวละคร ยังไงก็ตาม จะอวยเฮียต่อไป5555/ลป.ลูกพี่ไม่ผิดนะ แค่ชอบความเป็นสุภาพบุรุษ และความอบอุ่นของเฮีย ...ซึ่งลูกพี่ไม่มี5555 ขอให้ตอนจบโคนันไม่เศร้าแบบนี้ ถึงฟิคนี้จะสวยงาม แต่มันทำร้ายจิตใจหนูมากค่T T นี่เขียนฟิคตัวเองไม่ออกเลย ร้องไห้หนักมาก รอฟิคพี่จัสหวานๆมาช่วยละกัน555
    #4
    0
  11. #3 Sherry R (@sherry_queen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 13:15
    ..... Fin. <<< ค่ะ
    ขอเวลาปรับอารมณ์แปบ จะมาโผล่มาเม้นอีกที QwQ
    #3
    0
  12. วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 13:47
    พอรู้ข่าวก็วาร์ปมาทันที5555 พี่ยู...อะไรเรื่องราวมันจะรันทดปวดหนึบขนาดนี้คะTwT โฮ...นี่พี่เขียนใส่ร้ายเฮียเปล่าคะ?/โดนโบก เฮียชูดูเลวมาก ถถถ ไอจังดูใจแข็ง ใจแข็งสุดๆ เรื่องราวดูยังคงวนเวียนกับความเจ็บปวดของเจ๊อาเคมิ แม้ยินจะไม่โผล่มาก็เถอะ แต่รู้ว่าจัโผล่มาให้น้ำตาไหลแน่นอน โอย 50%ยังน้ำตาคลอละ ทั้งสงสารเจ๊อาเคมิ สงสารไอจัง เกลียดเฮีย(?) ไม่สิ ยังไงก็อวยเฮียนะ รักเฮียเสมอTwT เรื่องดอกไม้...ลูกพี่อาจจะเอาดอกforget me not ให้ไอจังก็ได้นะ5555/ผิด รอนะคะ ว่าแต่..กดแฟนคลับตรงไหนอ่ะ หนูลืมTOT
    #2
    0
  13. #1 Sherry R (@sherry_queen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 12:51
    สำหรับ50%แรกนะคะ แวบแรกที่อ่านจบคือ นี่เปิดสารานุกรมดอกไม้อยู่หรือเปล่านะ? 555555
    อ่านช่วงแรกรู้สึกสงสารอาเคมิมากเลยค่ะ (ทั้งที่กำลังแต่งฟิคทำร้ายนาง) แต่สงสารนางจริงๆนะ อ่านแล้วเหมือนเฮียเลวไงไม่รู้ เกลียดเฮียและ
    คือก็รู้สึกตามเชอรี่ที่ไดคงไม่โรแมนติกพอที่จะซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิงจริงๆ เฮ้ย แต่มุมอ่อนโยนมันก็พอมีอยู่นะ 5555
    แต่ขอไม่พูดในส่วนเรื่องที่ไฮบาระกำลังทำนะ รู้สึกได้กลิ่นเส้นมาม่า อะไรคือขอเวลาเจ็ดวัน เหมือนเจ็ดวันสุดท้ายของชีวิต = = คล้ายคำสั่งเสีย แบบสิ่งสุดท้ายที่ต้องทำก่อนจะลาโลก... (เอ่อะ นี่ขนาดไม่ขอพูด 5555)
    สุดท้าย รออีกครึ่งที่เหลือค่ะ ไม่กล้าคาดหวังฉากหวานโรแมนติก แต่ดราม่าไงก็อ่าน มากน้อยก็... (บอกให้ตัวเองทำใจไว้ก่อนเลย 55555)
    แล้วก็ขอให้เดินทางกลับไทยปลอดภัยนะคะ (ล่วงหน้า)
    #1
    1
    • #1-1 PhayuBluestorm (@bluestormphayu) (จากตอนที่ 1)
      20 ธันวาคม 2558 / 12:57
      ถูกค่ะ เปิดสารานุกรมดอกไม้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษเลย 5555555 เพราะบางทีอังกฤษมีที่ไทยไม่มี และไทยมีที่อังกฤษไม่มี เพราะงั้นก็จะเอามายำๆกันไป -.-
      นั่นแหละ เกลียดเฮียเลยค่ะ สนับสนุน //โดนตบ 5555
      ทุกคนย่อมมีมุมอ่อนโยนค่ะ... เรื่องนี้อาจจะได้เห็นมุมอ่อนโยนของยีน... มั้งนะ 555555
      ฉากโรแมนติกคงไม่มีค่ะ แต่น้ำตานี่จะงัดสุดฝีมือ 55555555
      ขอบคุณที่ตามค่ะ!
      #1-1