STAR TREK FICTION

ตอนที่ 2 : [Spirk] Promise of love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ต.ค. 59

โครม!


"จะหนีไปไหนห๋า เจ้าเด็กแสบเอ้ย"


"ก็ถ้าไม่หนีหมอก็ฉีดยาฉันนะสิ แบร่"เด็กหนุ่มแลบลิ้นออกมาแล้วยิ้มอย่างได้ใจเมือเขาวิ่งหนีหมอประจำหมู่บ้านอย่าง "เลนเนิร์ด แม็คคอย" ที่กำลังวิ่งไล่เด็กแสบอย่างบ้าคลั่งในมือถือเข็มฉีดยาเอาไว้แน่น คิ้วขขมวดกันยิ่งกว่าปมด้ายเสียอีก


ไอ้เด็กนี่....

"โอเคๆฉันไม่ฉีดยานายก็ได้ แต่หยุดวิ่งก่อนได้มั้ย มันเหนื่อยนะเนี่ย แฮ่กๆ" ทั้งสองวิ่งไล่กันในบ้านของหมอหนุ่มอย่างวุ่นวาย แม็คคอยหอบจากการวิ่งตามอีกคนได้แต่ยืนพิงกับผนังต่างกับอีกคนที่กำลังหัวเราะเขาเสียงดังจนตัวงอ


จิมเป็นหลานของเขา จะว่าหลานก็ไม่เชิงหรอกเพราะวันนั้นจิมเดินมาเคาะประตูบ้านเขาในสภาพที่มอมแมมแถมตัวยังเปียกโชกยิ่งกว่าลูกหมาตกน้ำอีก จิมบอกกับเขาว่าขออยู่ด้วย ไม่มีที่ไป เขาที่แพ้สายตาออดอ้อนนั้นเลยยอมให้อยู่ด้วยจนถึงทุกวันนี่


คิดผิดคิดถูกที่เอาเด็กนี่มาอยู่ด้วยเนี่ย


"ว่าแต่ป่าตรงนั้นมันมีอะไรหรอครับ?" เด็กหนุ่มชี้ออกไปทางนอกหน้าต่าง ป่าข้างหมู่บ้าน มันเป็นที่ดูน่ากลัว หดหู่และอะไรๆที่ทำให้รู้สึกไม่ดีรวมอยู่ด้วยกัน ชาวบ้านทุกคนจะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี่ทุกครั้งถ้าจำเป็นจริงๆจะเดินโดยไม่หันไปมองในป่าเลย แต่สำหรับจิมมันดูเหมือนเรื่องท้าทายมากกว่า


"โอ้ มันก็แค่ป่าธรรมดาๆน่ะเจ้าหนู แต่อย่าเข้าไปเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม"


"ครับผม" หมอหนุ่มค่อยๆเดินมาอยู่ข้างหลังจิมแล้วยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว ก่อนที่จิมจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว


จึ๊ก


"โอ้ยยยยยย!!! เจ็บ" เด็กหนุ่มตะโกนแล้วรีบสะบัดตัวออกห่างจากคนข้างหลังที่ตอนนี้กำลังกลั้นหัวเราะอย่างมาก


"ไหนหมอบอกจะไม่ฉีดยาฉันไง"


"เห้ออ เด็กน้อยถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้วจะได้ฉีดมั้ยห่ะ"


"รู้งี้น่าจะให้วิ่งตามจนปวดขาเลยอ่ะ โอ๊ยยยย"จิมยังร้องโอดครวญเพราะตอนนี้บริเวณที่โดนเข็มจิ้มเมื่อกี้เริ่มปวดตุบๆ


"รู้ไว้ซะนะจิมจูเนียร์ หัวเราะทีหลังดังกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า"


ฮึ่ยย คอยดูเถอะตาแก่


"ป่ะ ไปกินข้าวเย็นกัน"


"ก็ได้ครับ"จิมเดินตามไปอย่างว่าง่ายเพราะตอนนี้เขาก็เริ่มหิวข้าวแล้วเหมือนกัน


ตกกลางดึกคืนนั้นจิมแอบออกมาจากบ้าน เขาอยู่ในชุดนอนลายทางที่ประดับด้วยรูปดาวดวงโตที่เสื้อ จิมหันไปมองป่าทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน เขาคิดว่ามันดูท้าทายสำหรับคนอย่างเขามากกว่าน่ากลัวซะอีก


เด็กหนุ่มเริ่มเดินเข้าไปในป่าทึบที่น่ากลัว กิ่งไม้แตกสาขาจนดูน่าขนหัวลุก มีดวงตาสีทองกลมโตของนกฮูกนับสิบจ้องมองมาที่เขา จิมพยายามปลอบใจตัวเองแล้วเดินเข้าไปในป่าเรื่อยๆ ยิ่งลึกมากเท่าไรก็ยิ่งมืดมากเท่านั้น จิมยิ่งต้องตั้งสมาธิดีๆไม่งั้นเขาต้องสติแตกแน่ๆ


"ทำไมทุกคนต้องกลัวไอ้ป่านี่กันนักหนานะ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยซักนิด" จิมพูดเบาๆกับตัวเองแต่ในระหว่างทางที่เขากำลังเดินนั้น


หวาาาาา!!!


ตุบ


จิมเผลอผลัดตกจากเนินเขาเพราะว่าเมื้อกี้เขาสะดุดรากกิ่งไม้ขนาดใหญ่ เขากลิ้งลงมาตามเนินเขาแล้วลงมากระแทกกับโขดหินอย่างแรง นั้นทำให้หัวของเขาแตก เลือดสีแดงไหลอาบหน้าเนียนแล้วค่อยๆไหลลงมา เขารู้สึกเจ็บที่หัวอย่างรุนแรง จิมทนความเจ็บปวดนี่ไม่ไหวทำให้เด็กหนุ่มหมดสติไปในที่สุด


'ใครก็ได้ช่วยด้วย'


ตึก ตึก ตึก


วันนี้สป็อคก็เดินมาหาของป่าอย่างเคย เขาชอบออกมาเดินเล่นในตอนกลางคืนเพราะว่ามันเห็นดาวชัดที่สุดอีกอย่างเพราะในป่าแห่งนี้ไม่มีเวลากลางวันด้วย


เขาเดินไปได้ซักพัก สป็อคได้ยินเสียงหายใจของบางสิ่งและเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด เขาลองเดินไปตามทางของเสียงจนไปถึงเนินเขา สป็อคต้องตกใจเมื่อภาพที่เขาเห็นคือมนุษย์ตัวเล็กๆที่กำลังนอนขดตัว มีแผลที่หัวและเลือดไหลออกมาไม่หยุด เขาเดินเข้าไปใกล้ๆเด็กคนนันแล้วอุ้มร่างน้อยๆกลับไปยังบ้านของเขา


"อืออออ เจ็บ"ตัวยุ่งละเมอออกมาแผ่วเบาทำให้สป็อคหยุดทำแผลทันที เขาหันหน้าไปมองอีกคนที่กำลังนอนละเมอไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย แถมยังเอามือป่ายไปป่ายมาอยู่นั้นแหละนั้นทำให้เขารู้สึกรำคาญนิดๆ


"อยู่นิ่งๆสิ ดิ้นอยู่ได้"


"อืออออออ"จิมก็ยังเอามือป่ายไปมาอยู่ดีทำให้สป็อคไม่มีทางเลือก เขาจับแขนของจิมทั้งสองข้างมัดด้วยเชือกแล้วเอาไว้เหนือหัว ถึงมันจะดูสยิวแปลกๆก็เถอะ เขานั่งทำแผลที่หัวของจิมจนเสร็จ ห่มผ้าให้อีกคนและเดินไปทำอาหารในครัวแต่เหมือนเขาลืมทำอะไรอีกอย่างนึง ชั่งเถอะ


เวลาผ่านไป


"อืมมมม"จิมกะพริบตาเบาๆ เขากำลังจะลุกแต่จิมรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก เด็กน้อยกำลังจะจับหัวแต่ปรากฎว่ามือของเขาถูกมัดเชือกเอาไว้อย่างแน่นหนา


"ฮ เฮ้ ที่นี่ที่ไหน"

.....

"ไม่มีใครอยู่เลยหรอ"


"คุณสลบไปตรงเนินเขาครับ คุณคนแปลกหน้า"เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังเรียกความสนใจจากจิมได้สนิท เขาหันไปพบกับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขากำลังยืนถือถ้วยข้าวต้มกลิ่นหอมมองหน้าเขาอยู่ คิ้วชี้ที่เหมือนกำลังคิดอะไรตลอดเวลา ทรงผมม้าเต่อที่โครตแปลกสำหรับจิม


"น นายเป็นใครอ่ะ"


"เจ้าของบ้าน คุณแค่คนอยู่อาศัยชั่วคราว"ตอบหน้าตาเฉยแล้วเดินเอาข้าวต้มมาวางไว้บนโต๊ะ


"ฉันหมายถึงชื่อของนายต่างหาก"คิ้วของอีกฝ่ายเลิกขึ้นแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงของคนไข้จำเป็นอย่างเขา


"ผมชื่อสป็อค แล้วคุณคนแปลกหน้าล่ะชื่ออะไร"


"หนึ่งคำก็คนแปลกหน้า สองคำก็คนแปลกหน้า ฉันชื่อจิม เคิร์ก จำไว้ด้วยล่ะ"


"มันไม่จำเป็นที่ผมต้องจดจำชื่อของคุณ"


"แค่ให้นายจำเพื่อที่จะไม่ต้องเรียกฉันว่าคนแปลกหน้าเฉยๆน่า"หลังจากที่จิมแกะเชือกที่แขนได้แล้ว เขาก็นั่งตักข้าวต้มเข้าปากทีละคำ มันเป็นข้าวต้มที่อร่อยกว่าที่คุณหมอทำอีก ทั้งหอม ข้าวก็นุ่ม ทั้งๆที่คุณหมอกับสป็อคก็ผู้ชายเหมือนกันแท้ๆ


"ก็ได้ครับ คุณเคิร์ก"


"ทำไมเรียกว่าคุณเคิร์กล่ะ ฉันเด็กกว่านายอีกนะสป็อค"


 "มันเป็นมารยาทที่ควรเรียกแขกที่มาพักอาศัยกับเรานะครับ"


"โครตเคร่งเลย"


สป็อคเงียบแล้วเดินไปที่ห้องของตัวเองพร้อมบอกเขาว่าให้นอนพักเยอะๆถ้าหายแล้วจะได้กลับบ้าน เขานั่งทำท่าล้อเลียนสป็อคซักพักก็เริ่มง่วงและจิมก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป


เช้าวันต่อมา


'วันนี้จะทำอะไรกินตอนเช้าดี'


สป็อคคิดในใจหลังจากที่เขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วพอเขาเดินออกมาจากห้องก็เจอกับเด็กหนุ่มคนเดิมที่นอนอยู่ตรงโซฟา เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ ผ้าห่มตกอยู่ที่พื้น หมอนก็ปลิวไปอยู่ใต้โต๊ะ
จะนอนดิ้นอะไรขนาดนั้นกัน


"ชั่งเถอะ เดี่ยวก็ตื่นเองแหละ"สป็อคเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเช้าสองที่แล้วยกออกมาที่ห้องรับแขก จิมตื่นแล้วแต่ยังงัวเงียอยู่ เขาเดินไปเขย่าตัวจิมสองสามครั้ง


"หวัดดีตอนเช้านะสป็อค"


"อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าครับ จิม"เขาเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารกับสป็อค มื้อเช้าเป็นซุปผักและแซนวิซแฮมน่าอร่อย


"ไอ้แดงๆในซุปนี่คืออะไรอ่ะ"เขาเอาช้อนเขี่ยไปมา


"มันคือเห็ดแดงป่าครับ คุณควรจะกินมันเยอะๆเพราะมันมีประโยชน์เยอะกว่าผักทั่วไปนะครับ"สป็อคพูดเสร็จก็ตักเห็ดแดงนั้นเข้าปาก


หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเช้าเสร็จ สป็อคก็พาจิมไปเดินเล่นแถวๆบ้านพักเพราะจิมยังไม่อยากกลับถึงเขาจะรู้ว่าหมอแม็คคอยคงเป็นห่วงเขาแย่แน่ๆ


"ที่นี้ดาวเยอะดีเนอะว่ามั้ย"จิมหันมาถามอีกคนที่เดินอยู่ข้างๆเขา


"ครับ ผมชอบดาวมากๆเลย มันทั้งสวยและดูน่าทะนุถนอม"


'เหมือนตาของคุณไง ทั้งเปล่งประกายและน่าทะนุถนอม'


"นายก็ชอบดาวหรอ ฉันก็ชอบเหมือนกัน เราสองคนนี่ชอบเหมือนกันเลยเนอะ"สป็อคยังคงทำหน้านิ่งแต่ก็พยักหน้าแต่ใครจะรู้ล่ะว่าในใจของหนุ่มน้อยวัลแคนจะพองโตแค่ไหนที่มีคนมาคุยด้วย ชอบอะไรที่เหมือนกันแต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปหรอก


"อยู่ที่นี้มีความสุขจังเลยเนอะสป็อค อยากอยู่ที่นี้นานๆจังเลยแหะ"ตอนนี้ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนยอดเนินของภูเขาลูกเล็กๆ จิมนอนข้างๆสป็อคตอนนี้ทั้งสองกำลังนอนดูดาวกันอย่างเพลิดเพลินแต่พอสป็อคได้ยินที่เขาพูด อีกคนได้แต่ทำหน้ากังวลใจ


"มีอะไรหรอเปล่าสป็อค"


"จิม ผมมีเรื่องอยากจะบอก"สป็อคหันหน้ามาสบตากับเขา ในตาของสป็อคมีแต่ความกังวลทำให้เขาเริ่มหวั่นใจ


"มีอะไรหรอ"


"ผม...ไม่มีตัวตนอยู่จริง"คำตอบนั้นทำให้จิมอึ้ง เป็นไปไม่ได้ที่สป็อคจะไม่มีอยู่จริงแล้วไอ้ม้าเต่อหน้าเขานี่มันเป็นใคร


"ฮ่าฮ่าฮ่า สป็อคนายล้อเล่นใช่มั้ย" จิมหัวเราะแห้งๆยิ่งพอเห็นหน้าอีกคนแล้วยิ่งไม่ใช่


"ผมพูดจริงๆ ผมจะต้องหายไปถ้าทำตามที่คุณขอไว้สำเร็จ"


"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายล่ะ เจ้าบ้า"จิมเริ่มโมโห น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาทีละน้อย


"ผมเป็นแค่สิ่งที่คุณขอให้เกิดขึ้น"


"คุณจำไม่ได้หรอกเพราะตอนนั้นคุณสลบเพราะตกเนินเขา"


"แล้วทำไมต้องเป็นนายที่มาช่วยฉัน"น้ำตาของเขาไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้


"ก็เพราะคุณขอไว้ไง ทะไฮลา"สป็อคค่อยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบานั้นยิ่งทำให้จิมร้องหนักกว่าเก่า เขาไม่รู้ภาษาวัลแคนหรอกแต่พอมันออกมาจากของสป็อค มันช่างเป็นคำที่อบอุ่นจริงๆ


"ไม่เอา ไม่อยากให้นายหายไปนิ"เขากอดสป็อคแน่น ไม่อยากให้คนๆนี้หายไปเลยเหมือนมีสายสัมพันธ์บางๆคอยผูกทั้งคู่ไว้


"จิม ผมรักคุณนะครับ"เขาจูบหน้าผากของเด็กหนุ่มในอ้อมกอด


"ฉันก็รักนาย สป็อค" จิมร้องไห้ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นของวัลแคนหนุ่มอย่างน่าสงสาร


'ผมขอโทษที่โกหกว่าคุณเป็นแค่คนแปลกหน้า'


'แต่ตรงข้าม คุณเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับผม'


'ขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้นะครับ ทะไฮลา'


"สป็อค นายสัญญาได้มั้ยว่าจะกลับมาหาฉัน ได้มั้ย"  จิมของเขากำลังร้องไห้อย่างสิ้นหวัง แขนเล็กๆที่กอดเขาไว้แน่น เขาโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้


"ผมสัญญา จิม ผมจะกลับมาหาคุณแน่นอนครับ" นี้เป็นครั้งแรกที่สป็อคยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำตา


ทั้งสองกอดกันภายใต้แสงดาวยามค่ำคืน สป็อคขอให้ดวงดาวเหล่านั้นเป็นพยานว่าเขาจะกลับมาหาจิมแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม บนเนินเขาสูงที่มีสายลมอ่อนๆและคนสองคนกำลังร้องไห้ให้กันเหมือนเป็นสัญญาให้กันว่าจะต้องกลับมาเจอกันแน่นอน


















"จิม นายจะวิ่งหนีทำไมว่ะ แค่ตรวจสุขภาพเองนะโว้ย!!!"


"ฉันกลัวเข็ม นายก็รู้นิโบนส์ หยุดๆ!!! อย่าวิ่งตามมาดิ"กัปตันเรืออย่างเขากำลังวิ่งหนีหมอสุดโหดพ่วงตำแหน่งเพื่อนสุดรักของเขาอย่างแม็คคอยที่กำลังวิ่งไล่เขาอย่างบ้าคลั่งเพราะแค่เขาหนีตรวจสุขภาพกับเจ้าตัวเท่านั้น แค่ไม่กี่่ครั้งเองนะ 


ปั้ก

โอ้ยยยย!!!

"กัปตัน คุณโอเคมั้ย"คนที่เขาชนก็คือต้นเรือวัลแคนหรือสป็อคนั้นเอง สป็อคค่อยๆพยุงเขาที่เกือบล้มหน้าคะมำพื้น


"ฉันโอเค สป็อค" จิมหันไปมองด้านหลังว่าเพื่อนรักยังตามมาอยู่หรอเปล่า เพราะเขารีบวิ่งมาอีกทางแล้วหักหลบไปอีกทางแต่ดันชนสป็อคซะได้

"กัปตัน ผมมีเรื่องจะพูดด้วยครับ เชิญที่หอสังเกตการณ์อีก 20 นาทีต่อจากนี้ห้ามสายเด็ดขาดนะครับ"

"อ่า ได้เดี่ยวฉันไป-"ความรู้สึกเจ็บที่ด้านหลังช่างเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย เข็มฉีดยานั้นเอง

"โอ้ยยยยยยย เจ็บ"

"หอนเสียงดังไปได้ อีกับแค่เข็มฉีดยา"แม็คคอยเดินมาดูสภาพที่จิมที่ตอนนี้ร้องโอดครวญอย่างน่าสงสาร


"วันนี้ฉันโครตเกลียดนายเลยว่ะโบนส์"


"ทำเพราะเป็นห่วง ฉันยังไม่อยากเห็นแกนอนไข้ขึ้นบนเตียงแล้วกัน"

"เออๆ ฉันไปก่อนล่ะ เดี่ยวไปสายแล้วสป็อคบ่นอีก ฉันขี้เกียจฟัง"


ณ หอสังเกตการณ์


"ฉันมาแล้วสป็อค"จิมเดินเข้ามา เขาไม่แปลกใจเลยที่ว่าอีกคนต้องมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว


"กัปตัน คุณมาสาย 15 นาทีจากที่ผมกำหนดเอาไว้" 


"เอาน่า ยังไงฉันก็มาแล้วกัน อีกอย่างหมดเวลางานให้เรียกว่าจิม โอเคมั้ย"วัลแคนพยักหน้าแล้วขยับที่ให้เขานั่งข้างๆ


"ผมรู้ว่ามันไม่มีเหตุผลที่ผมจะขอแต่ผมขอมายเมลด์กับคุณได้มั้ย"สป็อคพูดขึ้นมา


"อ่า ได้สิ" มันก็คงเหมือนตอนที่เขาโดนปล่อยที่ดาวน้ำแข็งนั้นมั้ง คงไม่แย่นักหรอก


สป็อคเอานิ้วมาแตะกับใบหน้าเขา อยู่ๆความรู้สึกมากมายก็ไหลเข้ามาอย่างกับเขื่อนแตก ทั้งดีใจ มีความสุข อบอุ่นใจ เศร้า เสียใจ และมีความหวัง ภาพในหัวมีแต่ภาพซ้ำๆ เขาเห็นตัวเองกอดกับสป็อคบนเนินเขาใต้ดาวนับล้าน เขาได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกัน อยู่ๆน้ำตาของจิมก็ไหลออกมามันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ


'เขาจำได้แล้ว คำสัญญาของเขากับสป็อคบนเนินเขานั้น"


"สป็อค นาย..."สป็อคเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของจิมอย่างแผ่วเบาพร้อมกับจูบบนหน้าผากของชายหนุ่มก่อนจะสบตาเขา


"ครับ ผมกลับมาหาคุณแล้ว ทะไฮลา" จิมโผกอดวัลแคนหนุ่มอย่างดีใจ เขาได้เจอสป็อคอีกครั้งแล้ว คำสัญญาที่ให้กันไว้มันเป็นจริงแล้ว

"ขอบคุณสป็อค ขอบคุณที่กลับมาหาฉัน"

"ยินดีครับ จิม"


ทั้งสองนั่งกอดกันพลางมองดวงดาวและอวกาศอันแสนกว้างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา จิมหันไปสบตากับสป็อคพร้อมกุมมืออีกคนไว้แน่น เขามีความสุขที่เขาได้เจอกับวัลแคนเจ้าระเบียบคนนั้นอีกครั้งและสป็อคก็ดีใจเช่นกันที่เขาได้เจอกับเด็กน้อยที่ชอบดื้อรั้นคนเดิม ถึงการเจอกันครั้งแรกของพวกเขาจะไม่ค่อยสวยก็เถอะ


"สป็อค"

"ครับ จิม"

"สัญญากับฉันได้มั้ยว่าจะอยู่กับฉันตลอดไป จะรักและดูแลฉันเหมือนตอนนั้น ได้มั้ย"สป็อคเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นมายืนอยู่คุกเข่าต่อหน้าจิม แหวนสีเงินอยู่ในกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดงถูกยกขึ้นมา


"ผมสัญญา แต่งงานกับผมนะครับ จิม" จิมอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้ ให้ตายเถอะไหนใครบอกว่าวัลแคนไม่โรแมนติกกัน พ่อจะเอาขวานไล่จามหัวให้ดูเลย


"แต่งกันบนยานเนี่ยนะผู้การ?"


"รอถึงโลกก่อนก็ได้นิครับ ผมไม่รีบหรอก"ไอ้ตรรกะเหตุผลวัลแคนของนายมันหายไปไหนหมดห่ะ!!!


" นายนี่มัน"


"ตกลงแต่งงานกับผมนะครับ"


"หึ ใครมันจะไปปฏิเสธวัลแคนอย่างนายลงกันล่ะ" สป็อคค่อยๆสวมแหวนให้เขาอย่างเบามือแล้วค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับกุมมือจิมไว้แน่น


"ถือว่าหมั้นไว้ก่อนนะครับ" ใครก็ได้ทุบหัวเขาที สป็อคต้องกินยาผิดแน่ๆเลย เขาจะไปฆ่าโบนส์


"อืม พูดมากอยู่ได้"


"คุณกำลังเขินผม?"


"ใครเขินนายกันล่ะเจ้าบ้า"


"แต่ตอนนี้ใบหน้าคุณแดงมากซึ่งเกิดมาจากที่เลือดไหลมารว-"สารพัดข้อมูลทางการแพทย์กำลังจะออกมาจากปากของต้นเรือแต่จิมพูดขัดขึ้นมาก่อน


"เออ ฉันเขินนายโอเคมั้ย"

"ผมรักคุณนะครับ จิม"สป็อคกระซิบข้างใบหูเขาเบาๆ ทั้งสองต่างกอดกันแน่น จิมรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของวัลแคนหนุ่ม เขารู้ว่าตัวเองต้องปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนๆนี้


"ฉันก็รักนายสป็อค รักที่สุดเลย"




"ผมสัญญาว่าจะรักคุณตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"


"ฉันก็สัญญาว่าจะรักนายตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++





































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #1 PiMmAiNdY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:52
    หึ่ยยนเขินแทนคุณกัปตัน>\\< ต่อไปขอหมอกับกัปตันได้ไหมอ่ะ555
    #1
    0