STAR TREK FICTION

ตอนที่ 1 : [BonesSulu] SECRET LOVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ต.ค. 60



ทุกครั้งถ้าคุณสังเกตเวลาที่นายแพทย์อาวุโสประจำยานมาที่สะพานเรือถ้าเขาไม่ได้มาเพื่อบ่นกัปตันยานอย่าง จิม เคิร์ก ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาต้องมาที่สพานเรือแห่งนี้แม้แต่น้อย...


แต่เขามาเพื่อแอบมองต้นหนเรือคนเก่งของเอ็นเตอร์ไพรส์ต่างหาก ชายหนุ่มเชื้อสายเอเซีย ใบหน้าคมเข้ม ชอบทำหน้านิ่งตลอดเวลาแต่นั้นไม่ได้ทำให้ความน่ารักลดลงไปเลย


นั้นคงเป็นสิ่งที่ทำให้แม็คคอยหลงรัก


ณ ห้องพยาบาล

"น่าเบื่อชะมัด"เสียงคุณหมอประจำยานดังลอดออกมาจากหน้าหนังสือที่เปิดไว้ ทำไมคนอย่างเขาต้องมาอ่านหนังสือด้วยน่ะหรอ? เพราะไม่มีอะไรทำไง

ติ๊ดๆๆ

"ว่ามา จิม"

"โบนส์ เดี่ยวจะมีผู้ป่วยไปหานายนะ ฝากเขาด้วยล่ะ บาย"เพื่อนสุดแสบของแม็คคอยโทรมาบอกเรื่องคนไข้แล้วก็รีบตัดสายอย่างรวดเร็ว 


"เห้อ ปัญหามาอีกแล้ว"เขาถอนหายใจพลางลุกไปเตรียมอุปกรณ์บนโต๊ะ หวังว่าจะไม่ใช่ไอ้หนูผีนะ ครั้งล่าสุดที่มาห้องพยาบาลเกือบพังเพราะแค่ว่าหมอนั้นเป็นพอนฟาร์ กลายเป็นบ้าทำลายข้าวของจนไม่เหลือซากแล้วก็เดินตึงตังออกไป เพื่อไปหาจิม เขานี่อยากจะฉีดยานอนหลับให้ไม่ตื่นซัก 3 วัน เฮอะ


"ปัญหาอะไรหรอครับ คุณหมอ?"อยู่ๆเสียงปริศนาก็ดังขึ้นทำให้ร่างสูงสะดุ้งโหยงทันที พอทันหน้าไปเท่านั้นแหละ จะใครซะอีกล่ะ คนไข้ของจิมไง


"วะ หวัดดีคุณซูลู" ทำตัวไม่ถูกเลยล่ะสิ


"สวัสดีครับ คุณหมอแม็คคอย"ซูลูกล่าวสวัสดีก่อนจะไปนั่งที่เตียงพลางมองรอบๆห้อง "เป็นห้องที่เย็นดีนะครับ ว่ามั้ยบางทีผมก็อิจฉาคุณนะที่ได้อยู่แต่ในนี้"


"อย่าอิจฉาผมเลย มันน่าหดหู่มากกว่าน่าอยู่นะ" แม็คคอยเล่าเกี่ยวกับการทำงานในห้องนี้มันก็ไม่ได้น่าสนุกบางทีอาจจะเครียดเท่าๆกับพวกที่อยู่บนสะพานเรือด้วยซ้ำ


...ทั้งสองนั่งคุยกันบนเตียงของห้องพยาบาล มีเพียงพวกเราสองคนเท่านั้นที่อยู่ในห้อง บรรยากาศช่างน่าอึดอัด ต่างฝ่ายต่างเงียบ มีแต่ความเงียบภายในห้อง จนซูลูต้องโพล่งขึ้นมา


"อ่ะ จริงสิผมลืมไปเลยว่าผมปวดหัวนี่น่า" มิน่าล่ะจิมถึงให้มาที่นี่ ถ้าจะส่งซูลูมาน่าจะบอกกันซักคำนะไอ้เพื่อนเวร!!


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

"ฮัดเช้ย!!"


"กัปตัน คุณเป็นอะไรหรอเปล่า??"แค่จิมจามแค่นั้นแหละ สป็อคลุกจากแผงควบคุมยานมาที่เก้าอี้กัปตันทันที จิมเขี่ยจมูกฟุดฟิดๆไปมา


"อ่า ฉันไม่เป็นไรสป็อคแค่จามเฉยๆน่ะ" จิมหันไปบอกกับต้นเรือ ภายในใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตาของวัลแคนนั้นแสดงออกถึงความห่วงใยที่ชัดเจน


"คุณน่าจะไปที่ห้องพยาบาล กัปตัน" จิมหน้าเบ้ทันที ไม่เอาอ่ะถ้าขืนไปตอนนี้มีหวังได้ไปเป็นก้างขวางคอไอ้หมอแน่นอน


"ไม่เป็นไรสป็อค ฉันโอเคจริงๆ"ไม่มีเสียงใดดังลอดออกมาจากสป็อค เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปประจำตำแหน่ง จิมเชื่อว่าถ้าหมดเวลาประจำการสป็อคต้องลากเขาไปห้อง
พยาบาลแน่นอน


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


"นายปวดหัวสินะ ซูลู"แม็คคอยพูดพลางกดเครื่องนู่นนี่นั้นไปเหมือนพูดกับคนไข้คนอื่นๆรีบเอายาให้กินจะดีกว่าไม่งั้นเดี่ยวไข้ขึ้นจะยิ่งลำบากเอา


"อ่า ครับปวดตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วย" แม็คคอยเลิกคิ้วทันที ปวดตั้งแต่เมื่อวานแล้วหรอ เป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อวานยังดีอยู่แท้ๆนิ


คุณหมอสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของต้นหนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน ใบหน้ายังคงเหมือนเดิม แต่มีรอยคล้ำใต้ตาแถมยังดูผอมลงอีก นอนไม่พอล่ะสินะ ไม่แปลกใจเลยที่ปวดหัวเนี่ย นอนไม่พอแล้วก็ยังต้องไปนั่งจ้องกับแผงควบคุมหลากสีสันบ้าๆนั้นอีก


"คุณนอนไม่พอใช่มั้ย คุณซูลู"ซูลูทำท่าทางอึกอักเหมือนเด็กที่โดนจับได้ว่าทำความผิดอย่างใหญ่หลวงแต่ก็ยังคงสีหน้าเรียบนิ่งเอาไว้แต่พอยิ่งโดนสายตาดุๆนั้นมองมาที่เขา เป็นใครใครก็กลัวสิ


"บอกฉันมาดีๆ อย่าดื้อแบบนี้สิ"


"..........."


"คุณซูลู"


"กะ ก็ได้ ผมบอกก็ได้ ผมนอนไม่พอเพราะว่าผมทำวิจัยหลังจากหมดเวลางาน แล้วพอรูตัวอีกทีมันก็ปาไปเที่ยงคืนแล้วก็เลย..."


"การทำวิจัยทำให้คุณนอนไม่พอว่างั้นสินะ"


อ่า หน้าตาเขาตอนที่ทำหน้าสำนึกผิดนี่ช่างดูน่าเอ็นดูจริง(?)


"อ่า ครับ"แม็คคอยพยักหน้าพร้อมหันหน้ากับไปสนใจคอมพิวเตอร์อยู่พักใหญ่จนซูลูต้องชะเง้อมองเพราะด้วยความสูงที่ต่างกันพอเขาเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่หน้าจอเท่านั้นแหละ


"ห้ามบอกกัปตันนะครับ!!!"


"ทำไมล่ะ ถ้านายยังฝืนอาการจะยิ่งแย่ลงนะซูลู" ทำไมทุกคนที่คุณหมอเตือนต้องดื้อกันทุกคนนะ ติดเชื้อเจ้าบ้าจิมมากันรึไงห่ะ!!!


"ผมรู้ครับแต่ไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วงนิครับ" 


'คนตรงหน้านายเนี่ยแหละที่เป็นห่วง เด็กบ้าเอ๊ย'


"แล้วนายทำวิจัยเกี่ยวกับอะไรล่ะ?" ซูลูเงยหน้าขึ้นมามองเขา พร้อมกับตาที่เปล่งประกายแล้ว
เจ้าตัวก็รีบวิ่งออกจากห้องพยาบาลไปพร้อมกับตะโกนไล่หลัง


"เดี่ยวผมมานะครับ!! รอแปปนึง"


หลังจากที่ต้นหนเรือวิ่งออกไปได้ซักพัก เขาก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างรวดเร็วแต่เพราะวิ่งเร็วเกินไปประกอบกับมีอาการปวดหัวอยู่ก่อนแล้วทำให้ร่างบางทรุดลงทันทีแต่ยังไม่ทันล้มก็มีวงแขนกว้างของแม็คคอยมาพยุงเอาไว้ทันพอดี


"เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ค่อยๆสิ"เขาค่อยๆพยุงอีกคนมานั่งบนเตียงคนไข้อย่างระมัดระวัง ในมือของซูลูมีกระดาษรายงานอยู่สองสามแผ่นติดกัน เขาหอบหายใจซักพักแล้วค่อยๆพูดออกมา


"ขอโทษครับ นี่งานวิจัยของผมครับคุณหมอ"มือบางยื่นเอกสารให้คนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น


"ซูลู"


"ครับ?"


"เรียกฉันว่าแม็คคอยเฉยๆก็ได้"


"ทำไมหรอครับ"


"เพราะบางทีฉันก็ไม่ได้อยากเป็นหมอไง" ร่างบางเลิกคิ้วอย่างสงสัย


"แล้วคุณแม็คคอยอยากเป็นอะไรหรอครับ"


อยากเป็นว่าที่แฟนในอนาคตของนายไง


"ช่างมันเถอะ ฉันแค่ล้อเล่นน่ะเอาเป็นว่าเรียกว่าแม็คคอยก็พอ โอเคนะ?"


"ได้ครับ คุณแม็คคอย"


หลังจากที่พูดเล่นกันสักพัก แม็คคอยก็พลิกหน้ากระดาษไปมา ซูลูก็เขียนวิจัยดีนี่ ทำไมสป็อคถึงไม่ให้งานอีกคนเยอะๆน่า จะได้มาห้องพยาบาลบ่อยๆ


"งานวิจัยโอเค ทฏษฎีก็ใช้ได้แต่รายละเอียดยังมีติดขัดนิดหน่อยแต่แก้สักนิดก็โอเคแล้วล่ะนะ แล้วนี่ยาแก้ปวด กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอนพักที่ห้องซะนะ"


"คุณแม็คคอยนี่เก่งจังเลยนะครับ"



"ก็ไม่ค่อยเท่าไรหรอก แต่อย่าหักโหมมากเกินไป เข้าใจมั้-" คุณหมอหนุ่มพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงกรนเบาๆก็แว่วมาจากด้านหลังพอหันหลังไปก็พบกับร่างของต้นหนคนเก่งนอนพิงกับหัวเตียง ใบหน้ายามนอนหลับช่างสงบนิ่งแต่ก็ดูมีความสุขในเวลาเดียวกัน ยาคงออกฤทธิ์แล้วล่ะสิ เขาคิดในใจ


เขาพยายามลุกจากเก้าอี้ให้เบาที่สุดแล้วเดินตรงไปที่เตียง ค่อยๆช้อนร่างบางมาอุ้มแล้ววางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาพร้อมจัดท่านอนให้สบายตัวแล้วนั่งลงข้างๆเตียงพลางมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับสนิท


"ขนาดเวลานอนหลับยังน่ารักเลย" แม็คคอยพึมพำกับตัวเอง เขาค่อยๆหยิบมือของอีกคนมาจับอย่างแผ่วเบา


"อืมมมม"เสียงงืมงำของคนที่นอนอยู่ทำให้เขาสะดุ้ง


'ที่แท้ก็ละเมอนี่เอง เด็กหนอเด็ก'


...แม็คคอยนั่งมองหน้าอีกคนซักพักใหญ่จนเวลาผ่านไปเท่าไรก็ไม่รู้ เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งประกอบกับการเหนื่อยหล้าจากการทำงานอย่างหนักทำให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด...


หลังจากนั้นไม่นาน


"ไม่เอาน่าสป็อค!! ฉันแค่จามเองไม่ได้ป่วย"กัปตันตัวดีของเอ็นเตอร์ไพรส์โวยวายเพราะหลังจากหมดเวลาประจำงานแล้วต้นเรือวัลแคนรีบลากแขนเขาแล้วตรงดิ่งมาที่นี่ทันที


"กัปตันการจามเป็นหนึ่งในสาเหตุของการป่วยนะครับ"


"โถ่สป็อค ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆนะ ไม่ต่องไปหาโบนส์หรอก"จิมยังไม่ยอมแพ้ เขาพยายามดึงแขนของอีกคนแต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลยก็วัลแคนมีแรงตั้ง 3 เท่าแหนะ


พอเข้าไปในห้องพยาบาลเท่านั้นแหละ บรรยากาศเงียบงันเหมือนไม่มีใครอยู่มาพักหนึ่งแล้วแต่สป็อคก็เดินไปสำรวจทั่วห้องพยาบาลแต่ก็ไม่ปล่อยแขนกัปตันพอเดินไปถึงเตียงที่มีผ้าม่านกั้น สป็อคก็หันหน้าไปมองจิมประมาณว่าเปิดดีไหม จิมก็ได้แต่พยักหน้าส่งๆไปเท่านั้น



พรึบ


พอเลิกผ้าม่านออกวัลแคนหนุ่มก็ต้องเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้เห็นขณะนี้ ผู้ชายสองคนกำลังนอนหลับอยู่ คุณหมอที่กำลังกุมมือชายหนุ่มชาวเอเชียที่กำลังหลับอยู่ทำให้วัลแคนอย่างสป็อคอดหน้าร้อนขึ้นมาไม่ได้ กัปตันที่ชะเง้อหน้ามาดูก็ได้แต่แอบยิ้มกว้างที่นานๆทีจะได้เห็นเพื่อนรักของเขามีโมเม้นต์น่ารักๆแบบนี้บ้างนะ


"คุณหมอครับ ผมจะมาปรึกษ-"จิมพอเห็นสป็อคเดินไปเขย่าเพื่อนรักเลยรีบวิ่งไปปิดปากแล้วพยายามลากต้นเรือวัลแคนออกมาจากห้องพยาบาล สป็อคส่ายหน้าเบาๆเพื่อบอกตนเองหายใจไม่ออก พอจิมรู้ตัวเลยรีบปล่อยมือทันที


"จิม คุณทำอะไร"


"เอาน่า อย่าพึ่งปลุกโบนส์เลยนายก็เห็นว่าเค้ากำลังพักผ่อนอยู่นะ"


"แต่อาการของคุณ..."


"สป็อค ฉันแค่จามไม่ได้เป็นหวัดซะหน่อย"


"แต่จิม...อืมม"สป็อคยังไม่พูดไม่ทันจบ จิมเขย่งจูบทันทีมันไม่ใช่จูบที่ร้อนแรงแต่กลับนุ่มนวลชวนละลายพอถอนจูบออกสป็อคหน้าขึ้นสีทันทีจิมได้แต่กลั้นขำแล้วโอบรอบคอสป็อคไว้แน่นพร้อมกับกระซิบเบาๆข้างใบหูแหลมน่ากัดนั้น


"อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย ฉันอยากเล่นกับนายมากกว่านะ"จิมตวัดลิ้นเลียปลายหูแหลมของอีกคนทำให้สป็อคคำรามในลำคอก่อนจะช้อนร่างของกัปตันเดินตรงไปที่ห้องนอนของพวกเขาทันที


ติ๊ดๆๆ


"อืมมมม" เสียงนาฬิกาบนเตียงทำให้ใครบางคนตื่นนอนขึ้นมาพร้อมกับความงัวเงีย ซูลูสะบัดหน้าสองสามครั้งเพื่อเรียกสติ เขากำลังจะลุกจากเตียงเพื่อกลับห้องพักแต่ความรู้สึกอุ่นๆอยู่ที่ฝ่ามือทำให้เขาหันไปดูปรากฎว่าเป็นมือของคุณหมอนั้นเองที่กำลังกุมมือเขาอยู่แถมพอจะดึงออกก็ยิ่งจับแน่นขึ้น


"เฮ้อ ถ้าไม่เอามือออกคงได้อยู่อย่างนี้ถึงเช้าแน่เลย"ซูลูคิด

  ระหว่างที่กำลังหาวิธีดึงมือออกนั้น  ซูลูก็ได้พิจรณาใบหน้าของแพทย์อาวุโส เขายอมรับว่าแม็คคอยจัดเป็นคนที่หล่อเหลาเลยก็ว่าได้ คิ้วเข้มรับกับจมูกโด่ง ใบหน้าคมเข้มตามฉบับหนุ่มแดนใต้ ริมฝึปากหยักหนาน่ามองนั้นอีก พูดง่ายๆคือเฟอร์เฟคทุกอย่างเว้นแต่เสียว่าอีกคนชอบทำคิ้วขมวดเป็นปมตลอดเวลาอีกต่างหาก ส่วนต้นเหตุก็คงไม่พ้นกัปตันของยานหรอก คิดได้แค่นี้ก็ได้ยินเสียงงืมงำๆของคนที่นั่งข้างๆเตียงขยับตัว เขากำลังดีใจที่คุณหมอกำลังจะตื่นแต่ซูลูดันคิดผิดมหันต์เมื่อแม็คคอยขึ้นมาบนนอนบนเตียงแถมยังดึงซูลูมาเป็นหมอนข้างอีกต่างหาก

กะ ใกล้เกินไปแล้วนะ

เขาพยายามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดของคนตัวใหญ่แต่เหมือนยิ่งดิ้น อ้อมกอดก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นแถมเหมือนยังได้ยินเสียงละเมอบอกว่าอย่าดิ้นนักสิหรือไม่ก็หยุดดิ้นสักทีน่าลอยมาเป็นพักๆเวลาเขาจะดิ้น ซูลูจึงได้แค่ปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นหมอนข้างจำเป็นให้อีกคนนอนกอดไปโดยปริยาย ทั้งที่นิสัยของเขาแล้วซูลูเป็นคนที่จะไม่ยอมใครง่ายๆ เด็ดขาดแต่พอมาเจอเหตุการณ์ระยะประชิดขนาดนี้เขาก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันนะ!!! เอาเป็นว่านอนต่ออีกซักหน่อยก็แล้วกัน

หลังจากนั้น

สะพานเรือ ณ ตอนนี้ช่างวุ่นวายเหลือเกินเพราะไม่มีทั้งกัปตัน ต้นเรือ ต้นหนทำให้สะพานเรือชุลมุนหนักมาก

"เชคอฟ ติดต่อกัปตันได้มั้ย?"ตอนนี้อูฮูร่าได้กลายเป็นกัปตันเรือชั่วคราวหันไปถามเด็กหนุ่มชาวรัสเซียที่กำลังติดต่อกัปตันอยู่อย่างเร่งรีบ

"อะ เออยังครับ พวกเค้าไม่มีใครยอมรับสายเพราะใส่รหัสเอาไว้น่ะครับ"


"แล้วสป็อคล่ะ"


"เช่นกันครับ"


"เฮ้อ ไมเกรนฉันจะขึ้นมั้ยเนี่ย"เธอถึงกับต้องกุมขมับ


เช้าวันต่อมา


ติ๊ดๆๆ

"อืมมม นาฬิกาบ้านี่ก็ปลุกอยู่นั้นแหละ"แม็คคอยที่พึ่งตื่นก็อารมณ์เสียทันที เขากะพริบตาสักสองสามครั้งเพื่อให้ชินกับแสงซักพักแล้วเหมือนรู้สึกว่ามีอะไรหนักที่แขนพอเขาหันลงมามองจมูกของพวกเค้าก็ชนกันเบาๆก่อนที่จะค่อยเงยหน้าขึ้นมาพบกับต้นหนเรือคนเมื่อวานกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานนอนซบอกเขาและยิ่งเบียดตัวเข้ามาเมือโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศนั้นทำให้สภาพของพวกเขาทั้งสองดูล่อแหลมแปลกๆ


"แต่อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เกิดเรื่องอย่างนี้บ่อยซะที่ไหนกัน"เขาคิดในใจ


แม็คคอยยิ้มออกมา ยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นหรอกก็มันเป็นยิ้มที่เขาจะให้เฉพาะ 'คนพิเศษ'เท่านั้น



END

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #14 Lita Away (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 17:28
    ชอบคู่นี้ค่ะอ้ายยยยยย
    #14
    0