ดาร์เลเน่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,394 Views

  • 22 Comments

  • 132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    20

    Overall
    2,394

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 :: ความลับของเผ่าเฮซู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61





ตอนที่เก้า



แย่แล้วขอรับ...แฮ่กๆ...จะ.. จะ...จระเข้ทั้งสองพวกเริ่มปะทะกันแล้วครับเสียงของเจ้าหน้าที่ของแฮซธอนรีบร้อนแจ้งข่าว ตามมาด้วยความแตกตื่นของคนในสภา


ตึง! ตึง! เสียงดังสนั่นไปทั่วเมือง


ดาร์เลเน่ ข้าขอรบกวนเจ้า ช่วยไปดูแลเจ็ตต์แทนข้าทีฮาร่าที่วิ่งออกมาจากบ้านมาพอดีเอ่ยปากฝากลูกชายไว้กับเลเน่ที่กำลังตามคนอื่นๆออกไปหน้าเมือง พูดจบฮาร่าก็รีบวิ่งตามสามีไปดูสถานการณ์ทันที เลเน่เข้ามาในบ้านก็ไม่เจอใครอื่น สงสัยจะไปด้านนอกกันหมด นางก็อยากไปดูเหตุการณ์เช่นกัน เลเน่แอบเซ็งที่ต้องมานั่งเฉยๆแบบนี้


ด้านฝั่งของตัวแทนของโรงเรียนเวโอเซล่าที่เหลือรุ่นพี่จะเข้าไปจริงๆหรือขอรับโรเวลล์ถามชายผมดำด้วยความลังเล ด้วยยังไม่ได้แจ้งคนในเมืองนี้ทราบก่อน ชายคนนั้นไม่ตอบคำถาม แต่เขาเดินต่อข้างหน้าเป็นคำตอบ ทั้งหกคนมุ่งหน้าไปยังประตูอุโมงค์ที่เป็นแหล่งจ่ายน้ำให้คนทั้งเมือง อุโมงค์เก่าแก่ที่ลึกลงไปใต้ดิน จุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่บอกว่ามีพลังประหลาดเกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้


ตึง! ตึง! “นั้นเสียงอะไรไบรอันต์เอ่ยขึ้นข้าว่าพวกกลับไปดูด้านบนกันก่อนดีมั้ยชาร์ลอตต์เอ่ยขึ้น แล้วทั้งหกตัดสินใจเดินกลับขึ้นไปด้านบน


ตึง! ตึง! เพี๊ยะ! มีเสียงเกิดขึ้นเมื่อมีรูบี้เกเตอร์ขนาดห้าสิบเมตรฟาดหางเข้ากับอาคมพิทักษ์เมือง การปะทะถูกเปิดฉากด้วยจระเข้ตัวใหญ่สุดของทั้งสองฝ่าย เสียงน้ำสาดดังตู้มต้าม ทุกคนมองผ่านเกราะใสที่ครอบเมืองอยู่ทั้งหมด หากไม่มีเกราะป้องกัน แค่มวลน้ำเมื่อกี้ก็สามารถทำลายเมืองเล็กๆนี้ให้ถล่มได้ในทีเดียว ต่อมาพวกรูบี้เกเตอร์และคีอาร์เกเตอร์ที่เหลือเริ่มต่อสู้กัน


หากยังมีการต่อสู้อยู่ อาคมพิทักษ์คงจะกั้นไว้ไม่อยู่แน่หนึ่งในฝ่ายของทางการแฮซธอนพูดขึ้น


รบกวนท่านตามคนของท่านโดยด่วน เวลานี้ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับพวกท่านแล้วเฮดกล่าวแก่เจ้าหน้าที่แฮซธอน เป็นจังหวะเดียวกับที่ตัวแทนของเวโอเซล่ามาถึง


ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว มันไม่ใช่เรื่องของระบบน้ำธรรมดา หัวหน้าเผ่าอยากให้เราใช้เวทย์เคลื่อนย้ายกลับเมืองเฮซโดยทันที พวกเจ้าแยกย้ายไปเก็บของได้แล้ว ห้านาทีเจอกันหัวหน้าของฝ่ายเฮซธอนเอ่าเป็นคำสั่ง ครืน! เสียงพื้นสะเทือน ดูท่าอีกไม่นานอาคมพิทักษ์เขตแดนคงพังทะลายลงมา


ย้ายคนไปอยู่ในที่ปลอดภัย แล้วรวมตัวเหล่านักรบเฮดแจ้งแก่คนใกล้ตัวขอรับท่านหัวหน้านายทหารเตะเท้ารับคำสั่งรีบไปแจ้งระดมพลทันที


เลเน่ไปไหนชาร์ลอตต์ถามพวกมาว์ นางนึกว่าเลเน่เก็บของก่อนแล้ว เพราะเลเน่อยู่กับเหล่าผู้นำเผ่าซึ่งน่าจะรู้เรื่องการสั่งให้กลับเฮซก่อนคนอื่นๆ เฮดพูดขอบคุณเมื่อเห็นทุกคนขนข้าวของมาครบเตรียมจะกลับกันแล้ว

ขอบคุณพวกท่านมากที่มาช่วยเหลือ หากพ้นวิกฤตครั้งนี้เมืองเฮซูจะติดต่อทางเฮซและแฮซธอนไปเอง” 


ไม่ทราบว่าท่านเห็นดาร์เลเน่ คนที่ช่วยรักษาลูกท่านหรือไม่ นางไม่อยู่มาว์เอ่ยถามเฮด

ข้าจะให้คนรีบไปตามนางเฮดกล่าวท่านหัวหน้า ไม่พบใครในห้องของเจ็ตต์ พวกเขาอาจจะไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ได้ขอรับลูกน้องของเฮดแจ้งข่าวนั้นพวกข้าขออยู่ต่อชาร์ลอตต์พูดออกมา


ในฐานะเจ้าเมืองและหัวหน้าเผ่า ข้าไม่อนุญาตให้คนนอกเผ่าอยู่ที่นี่โดยเด็ดขาด พวกเจ้าจงทำตาม กลับไปได้แล้ว ส่วนนางข้าจะพาไปส่งเองเฮดพูดเสียงแข็งพวกข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่านางจะปลอดภัยโรเวลล์ถามออกมาด้วยความหัวเสีย เห็นอยู่ตรงหน้า จระเข้ขนาดยักษ์หลายตัวสู้กันขนาดนี้นางคือน้องสาวข้า ข้าไม่อาจปล่อยให้นางอยู่คนเดียวได้ ข้าขออยู่ช่วยท่านไบรอันต์พูดขึ้นอย่างจริงจัง


ถึงข้าจะไม่รอดในเหตุการณ์ แต่นางจะต้องรอดไปเจอพวกท่าน นี่คือคำสัตย์แห่งข้าไม่พูดเปล่า เฮดกรีดเลือดที่นี้ว หยดเลือดสีแดงไม่ทันได้กระทบพื้น ก็ระเหยเป็นไอสีทอง ทวยเทพตอบรับ สัญญานี้ไม่อาจบิดเบือนได้ ไม่มีผู้ใดโต้แย้งขึ้นมาอีก


ข้าขออภัยท่าน นางเป็นคู่หมั่นข้า ถึงท่านจะสาบานอย่างไร ข้าก็จะอยู่ที่นี่ชายหนุ่มผมดำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น แผ่รังสีกดดันมาทางเฮดได้ เจ้าอยู่ต่อได้คนเดียว พวกท่านที่เหลือรีบไปคนทั้งยี่สิบสามคนใช้เวทย์เคลื่อนย้ายจากไป ตู้ม! เฮดซัดพลังทำลายพื้นที่ตรงหน้า หมายความว่า จะไม่มีการติดต่อทางอาคมเคลื่อนที่จากเมืองใดๆได้อีก


ข้าขอเตือนเจ้า ความลับของเผ่าข้า หากเจ้าหลุดปากไป...หมายถึงชีวิตเจ้าเฮดกล่าว ไม่นานนักรบชายหญิงหลายร้อยคนก็ปรากฎขึ้น


เหล่านักรบจงฟัง ข้าจะเปิดเกราะส่วนหน้าส่วนเดียว หน่วยอควาเตรียมตัวกั้นน้ำ อย่าวู่วามรอฟังคำสั่งข้า สำหรับหลายๆคนนี่คือศึกแรก จงตั้งสติให้ดีเฮดเว้นระยะพร้อมตะโกนว่าคืนร่าง คีอาร์เกรซเหล่านักรบมีอาวุธเป็นหอกเวทย์ธาตุมืด ก็มีหางแบบเดียวกับคีอาร์เกเตอร์โผล่ออกมา ดวงตาสีทองเปร่งประกาย


จงสู้เพื่อบ้านเกิดของเรา คีอาร์เกรซตุงๆ ฮู่ๆ เสียงด้ามหอกกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเฮิมดังขึ้นประตูที่หนึ่งจงเปิด โฮมาเฮล่า!!!” เฮดร่ายเวทย์รวมพลังส่งไปยังเกราะอาคมพิทักษ์เขตแดน เกราะหน้าด่านเปิดขึ้น ตู้ม! ครืนๆ ฝืนน้ำสูงกว่าสิบเมตรหลั่งเข้ามาตามรูเปิดของเกราะอาคมอควาหน่วยหนึ่งจัดการหลังเสียงเฮดที่สั่งการ นักรบยี่สิบคนที่กวาดมือร่ายวงเวทย์บทใหญ่ผลักมือส่งพลังต้านคลื่นน้ำที่สูงหลายสิบเมตรป้องกันน้ำไม่ให้ทะลักเข้ามาทำลายเมือง คล้ายเวทย์หยุดเวลาที่กั้นคลื่นน้ำน้ำและผืนดิน เวทย์แบบนี้ต้องอาศัยคนที่มีวารีเวทย์เข้มข้นหลายคนช่วยกันสร้าง ตามมาด้วยหน่วยอควาอีกยี่สิบคนร่ายเวทย์ผลักน้ำออกไปตามทิศทางเดิม เป็นการเปิดตัวกำลังรบของชาวเมืองเฮซู รูบี้เกเตอร์หลายตัวต่างกรูเข้ามา


นักรบของเผ่าพันธุ์คือผู้ใช้เวทย์ที่มีพลังของคีอาร์เกเตอร์ พวกเขามีหางงอกเพิ่มขึ้นมาในรูปลักษณ์ของมนุษย์ พร้อมด้วยพละกำลังและพลังเวทย์ที่มากกว่าปกติ อาวุธครบมือข้างนึงถือหอกและอีกมือถือโล่ป้องกัน เฮดเปิดประตูเกราะส่วนหน้าออกด้วยหวังว่า การสู้รบบนพื้นดินฝ่ายเขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ


รูบี้เกเตอร์เคลื่อนมาอย่างรวดเร็ว พ่นเวทย์ไฟจากปาก วู้ม! เวทย์ไฟพ่นไปที่นักรบคนหนึ่ง แต่เขาและคนข้างสามคนยกโล่ต้านไว้ทัน นักรบคีอาร์เกรซจะรวมตัวกันต่อสู้และคอยระวังหลังให้กัน เพราะด้วยขนาดรูบี้เกเตอร์ที่ตัวใหญ่โต แถมยังมีเกร็ดที่แข็ง สร้างความลำบากในการจัดการพอตัว


มาทางด้านของเลเน่กำลังนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ได้แต่มองใบหน้าที่หลับสนิทของเจ็ตต์ มีเลือดฝาด สีหน้าดูดีขึ้นแต่ยังคงทิ้งร่องรอยของความอ่อนล้าเอาไว้ อยู่ๆเจ็ตต์ก็เอามือกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด ร้องบิดไปบิดมาเสียงดัง สักพักเจ็ตต์ก็เบิกตาขึ้นแล้วพุ่งตัวออกจากห้องไปทันที เลเน่เห็นท่าทีแปลกๆจึงรีบตามไปดู เจ็ตต์วิ่งผ่านบ้านดินไปหลายหลัง ตรงไปยังใจกลางของเมืองอย่างเร็ว เข้าไปในส่วนของเขตหวงห้ามของเมืองเนื่องด้วยมีอุโมงเก่าแก่ที่สร้างมาหลายร้อยปี เลเน่ได้แต่เดินตาม บรรยากาศแปลกๆมีกลิ่นอายความขลัง ผนังอุโมงค์เป็นดินเหนียว มีแสงไฟจากคบเพลิงบนผนังที่จุดขึ้นได้เองเมื่อเดินผ่าน เป็นอุโมงค์ที่ลึงลงไปใต้ดิน  เลเน่เดินตามเจ็ตต์อย่างไม่คลาดสายตา แต่เมื่อไปได้ระยะหนึ่ง นางก็หันไปสะดุดตากับจารึกบนผนังที่เล่าเรื่องราว เดิมที่ก่อนจะมีเมืองหรือหมู่บ้าน บริเวณนี้เป็นใจกลางของแม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุดของทุ่งฟัลวิโอน่า 


ภาพอักษรที่บอกเล่าถึงสมัยที่มีการต่อสู้แย่งชิงดินแดนกันของเหล่าสัตว์เวทย์ บรรพบุรุษของคีอาร์เกอเตอร์ไม่สิ นี้อ่านว่า ราชาของเกเตอร์ อ๋อเป็นยุคที่จระเข้ทุกสายพันธุ์อยู่รวมกันเป็นสงครามชิงดินแดนครั้งใหญ่ของเหล่าสัตว์เวทย์ ในที่สุดราชาเกเตอร์ได้ครอบครองลุ่มน้ำแถบนี้ เขาเป็นใหญ่อยู่ได้ไม่นาน ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ราชาเกอเตอร์ถูกสะกดให้หลับไหลอยู่ใต้ผืนน้ำ ด้วยขนาดกายที่ใหญ่มาก ส่วนของลำตัวที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมากลายเป็นผืนดินเล็กๆกลางน้ำที่ตั้งของเมืองแห่งนี้ หลายยุคสมัย เกเตอร์ก็ได้แบ่งแยกออกเป็นกลุ่มๆแยกสายพันธุ์ตามเวทย์หลักที่ไหลเวียนอยู่ในตัว 


หลายสายพันธุ์แยกย้ายไปตั้งรกรากที่อื่น คีอาร์เกเตอร์เป็นเผ่าเดียวที่ยังคงอยู่บนผืนแผ่นดินนี้เรื่อยมาด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตจึงไม่ก่อให้เกิดปัญหา กาลเวลาผ่านมาหลายพันปี คีอาร์เกเตอร์มีวิวัฒนาการจนมีรูปร่างเป็นคนที่ยังคงมีหางและพลังของเกเตอร์อยู่ เรียกว่าคีอาร์เกรซ


ทางเดินสิ้นสุดลง เหมือนอยู่ในชั้นใต้ดิน มีอุโมงค์แยกต่อไปอีกหลายสาย เจ็ตต์หายตัวไปจากสายตาของนางเสียแล้ว เลเน่สัมผัสได้ถึงพลังแปลกประหลาด จึงเลือกเดินตามไปทางนั้น ด้วยแสงคบเพลิงที่มีก็ลดน้อยลง นางจึงสร้างดวงไฟขึ้นรอบตัว มุ่งหน้าไปยังพลังที่สัมผัสได้ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งชัด สุดทางเดิน ก็พบเจ็ตต์ยืนอยู่กลางโถงดิน ตรงหน้าแผ่นหินขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยภาษาโบราณว่าหนึ่งชีวิตแลกผู้ยิ่งใหญ่กลับคืนด้านบนคือกระจุกพลังเวทย์แสงขนาดใหญ่


เจ้าอยากมีพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่หรอเสียงลึกลับเอ่ยขึ้นนี่เป็นโอกาสของเจ้าแล้วนะ เจ็ตต์ แค่เจ้าวางมือลงไป จะไม่มีใครกล้าดูถูกเจ้าอีกเลเน่ที่เห็นเจ็ตต์กำลังจะยื่นมือไปแตะกับพลังธาตุแสงบริสุทธิ์ที่ส่งคลื่นพลังรุนแรงออกมาก็รีบดึงตัวหลบมาพร้อมโยนบางอย่างเข้าไปแทน ตู้ม! อุโมงค์สั่นสะเทือน


ที่นี่ที่ไหนเจ็ตต์เอ่ยอย่างมึนงง พร้อมกับกุมขมับโอ้ย!” เจ็ตต์ทรุดตัวลง


เจ็ตต์ เจ้าเป็นไรหรือไม่ชายผอมแห้งเจ้าของเสียงลึกลับเอ่ยขึ้น พร้อมเข้ามาพยุงเจ็ตต์  “ลุงจาร์เจ็ตต์เอ่ยขึ้นเบาๆเจ็ตต์ ยังทันนะเจ้าแค่เอามือแตะกระจุกพลังนั่นดู” “เจ็ตต์ อย่าแตะนะ ศิลานั่นเขียนไว้ว่า หนึ่งชีวิตแลกผู้ยิ่งใหญ่กลับคืนเลเน่แย้ง


เด็กนี่เป็นใครชายคนนั้นมองเลเน่อย่างไม่สบอารมณ์เจ็ตต์ เจ้าคิดว่าลุงจะแนะนำให้เจ้าไปตายหรอ เจ้าจำไม่ได้เหรอที่ผ่านมาใครอยู่ข้างเจ้าเวลามีปัญหาเจ็ตต์คิดตลอดเวลาที่ผ่านมา เวลาที่เขาถูกมองว่าเป็นคนอ่อนแอเพราะไม่ใช่คีอาร์เกรซ  โดนเหยียดหยามเพราะเขาใช้พลังเวทย์ไม่ได้ ลุงจาร์เป็นคนที่คอยปลอบใจเขาเสมอ’ 


วูบ! “ไม่ ไม่จริงจาร์ตะโกนเสียงดังเมื่ออยู่ๆกระจุกแสงนั้นดับลง จาร์พึมพัมท่องเวทย์ ก็มีช่องทางมิติเกิดขึ้น มีเสียงเดินของสัตว์ลอดออกมา ไม่นานจระเข้สีแดงทับทึมยาวประมาณสิบเมตรก็เดินออกมาจากเส้นทางนั้น 


ท่านลุง เขากำลังทำอะไรคำถามถูกตั้งขึ้นเมื่อเห็นจาร์คุยกับจระเข้ด้วยภาษาอื่นเขาบอกว่า เขาเองยังไม่ได้ตราราชันย์ ส่วนการปลุกราชาเกเตอร์นั้นโดนขัดขวาง ชิปหายแล้ว เจ็ตต์ วิ่ง!” เลเน่แปลให้ฟังเรื่อยๆ จนใจความสุดท้ายที่ไม่ทันได้แปลคือจาร์บอกให้จัดการพวกเขาได้ จระเข้ตัวยักษ์พุ่งเข้ามาอย่างเร็ว


ครืน! ครืน! เสียงผนังถล่มลงมาระหว่างเลเน่กับรูบี้เกเตอร์ ทำให้เลเน่และเจ็ตต์หลุดมาอีกทาง ทั้งสองวิ่งออกมาเรื่อยๆจนไปเจออุโมงค์เส้นเล็กขนาดหนึ่งคนเดิน ไม่รอช้าทั้งสองรีบเดินเข้าไป โถงครึ่งวงกลมนี้มีการสลักภาพและตัวอักษรไว้ด้าน มีข้อความบนฝาผนังตรงหน้าเขียนที่เลเน่อ่านได้คือ ดวงตาคือตราแห่งราชันย์ไอนี่สินะที่พวกมันตามหาอยู่ จะหาเจอได้ไงเนี่ยเลเน่คิดว่าของสิ่งนี้ต้องมีความสำคัญอย่างมาก ไม่นั้นรูบี้เกเตอร์มากมายคงไม่มาล้อมเมืองอย่างนี้


ผนังดินด้านซ้ายมีประติมากรรมนูนสูงสร้างเป็นรูปวิถีชีวิตที่มีการทำเกษตร ล่าสัตว์ ทอผ้า ส่วนผนังด้านขวาเป็นรูปจระเข้ขนาดใหญ่นอนหลับตาอยู่ เจ็ตต์ถามเลเน่ว่านางกำลังทำอะไร เลเน่จึงบอกสิ่งที่แปลได้ให้ฟัง เจ็ตต์ดูภาพแล้วบอกว่ารูปนี้ไม่สมจริง เพราะเมืองนี้ปลูกข้าวไม่ได้ตั้งแต่อดีตแล้ว เมื่อเลเน่มองตามก็คิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ดาวตาจระเข้ บางชนเผ่าเรียกว่าดาวรวงข้าว ดาวดวงนี้เป็นสัญลักษณ์ของเทพธิดาแห่งการเจริญงอกงาม มันจะเกี่ยวข้องกันได้มั้ยนะเมื่อพิจารณาดูอีกครั้งในรูปทุ่งข้าว มีรวงข้าวรวงหนึ่งที่ทั้งรวงเป็นเม็ดข้าวกลมๆไม่ยาวรีแบบรูปอื่น กลมแบบไข่มุกชนเผ่าทางทะเลเรียกว่า ดาวตาจระเข้ว่า ดาวไข่มุกเลเน่จึงเลือกคลำและกดตรงตำแหน่งนั้นดู รวงข้าวนั้นยุบตัวลง คลิ๊ก!


ตู้ม! เสียงที่เกิดจากการใช้เวทย์ระเบิดผนังดินจนพังลงมา ฝุ่นดินค่อยๆสลายไป เลเน่หันหลังไปมองก็เห็นจาร์ ที่มีจระเข้สีทับทิมตามมาไกลๆ สายตาของจาร์แสดงถึงความยินดี รีบใช้เวทย์ลมเคลื่อนย้ายมาตรงรูปภาพ เจ็ตต์เห็นดังนั้นก็รีบมาขวาง จาร์ยื่นมือจะเข้าไปหยิบ ไม่ทันได้สัมผัสก็มีพลังสะท้อนกลับออกมา ทั้งสองลอยตัวกระแทกผนังด้านข้าง ผนังรูปจระเข้ที่ตาขวาลืมตาขึ้นเผยให้เห็นดวงตาจระเข้สีทอง จระเข้รูบี้เกเตอร์กระแทกตัวเข้าเรื่อยๆจนเข้ามาทางอุโมงค์นี้ได้ มันพ่นไฟมาทางเลเน่ที่กำลังจะไปช่วยเจ็ตต์ 


เลเน่ล้มลง ไฟเผาเสื้อและผมของเลเน่ด้านหลังเล็กน้อย นางสร้างหอกน้ำแข็งขว้างออกไป หอกน้ำแข็งไม่สามารถทะลุผ่านเกร็ดแข็งของรูบี้เกเตอร์ได้คิร่า เบรซเลเน่ส่งเวทย์ธาตุไฟไปหยั่งเชิง รูบี้เกเตอร์ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ด้วยเป็นสัตว์ธาตุไฟที่อาศัยอยู่ในน้ำ


ฟีบัสธนูสีทองตรงเข้าไปปักผ่านเกร็ดของมัน รูบี้เกเตอร์คำรามแล้วพุ่งตัวมาจะงับเลเน่โพโลล่าเลเน่เรียกเกราะแสงขึ้นมา มันได้แต่ฟาดหางใส่เลเน่ฟีบัส! ฟีบัส! เดย์ลาโน่!” เลเน่เรียกใช้เวทย์แสงอย่างไม่หยุดหย่อน จนจระเข้ตรงหน้านิ่งไป


ในการจัดการรูบี้เกเตอร์ที่มีพลังเวทย์ระดับกลาง ต้องใช้ระดับพลังเวทย์ที่สูงกว่าต่อสู้ และเวทย์ขั้นสูงที่เลเน่ใช้ต่อสู้ได้มีแต่ธาตุแสงและธาตุไฟ เลเน่อาศัยความอึดร่ายเวทย์แสงรัวๆใส่รูบี้เกเตอร์แทน วิชาที่นางได้เรียนจากตำราในหอสมุด


เจ็ตต์มองเลเน่อย่างชื่นชม ที่เขารู้เกี่ยวกับการใช้เวทย์ อย่างแรกคือการหยิบยืมพลังเวทย์จากธรรมชาติมาผสานกับเวทย์ในกายของตน จะต้องระมัดระวังเพราะอาจเวทย์ต้านกันแล้วผู้ใช้จะเกิดการบาดเจ็บขึ้น โรงเรียนเวทย์มนต์ขั้นต้นจึงถูกสร้างขึ้นมา เพื่อสอนให้สามารถใช้ได้ทุกเวทย์ เช่นแถบชายฝั่งทะเลใต้ เด็กวัยห้าขวบก็สามารถเริ่มสร้างบอลน้ำได้เองตามเวทยืหลักที่มี แต่พอวัยสิบสองปีเมื่อได้เข้าเรียน ก็จะสามารถสร้างบอลธาตุไฟและบอลธาตุอื่นๆขึ้นได้


เลเน่เดินไปดูดวงตาของจระเข้ที่มันขยับไปมาซ้ายขวา นางสังเกตุเห็นว่าเมื่อตาจระเข้มองไปที่ผนังด้านซ้ายที่รูปรวงข้าวจุดหนึ่งจะมีแสงสีน้ำเงิน เลเซอร์ตรวจจับจะหยุดทำงานประมาณสามวินาที แล้วรอบดวงตามีเลเซอร์ตรวจจับเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบอื่น ดูอยู่หลายครั้งนางถึงมั่นใจในจังหวะที่รวงข้าวไข่มุกเปร่งแสงมีสีน้ำเงิน เลเน่ก็ยื่นมือเข้าไปจับที่ดวงตาจระเข้ แล้วยกขึ้นมา เลเน่ไม่ได้โดนพลังสะท้อนกลับมาแบบจาร์ นางทำสำเร็จ!


รีบหยดเลือดเป็นเจ้าของซะ ก่อนที่จะมีคนแย่งเจ้าไปมีเสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นไม่ใช่ของข้าซะหน่อยเลเน่ตอบเสียงนั้นในใจเอ๊ะ! ทำไมเหมือนเสียงนั้นอยู่ในหัวข้า โอ้ย!’ไม่ทันได้คลายข้อสงสัยส่งตราแห่งราชันย์มาให้ข้า ไม่นั้นเด็กนี่ตายจาร์พูดขึ้นพร้อมจับเจ็ตต์เป็นตัวประกัน เขาวางมีดสีดำไว้ที่คอเจ็ตต์อย่านะพี่สาว ผมไม่เป็นไรเลเน่บอกว่าถ้าส่งตราไปก็ให้ส่งเจ็ตต์มา เจ็ตต์ร้องห้าม แต่ทั้งสองไม่ได้สนใจ เลเน่นับหนึ่งถึงสามแล้วโยนตราเฉียงขึ้น จาร์ปล่อยมือจากเจ็ตต์แล้ววิ่งไปรับตรา เจ็ตต์ก็วิ่งมาอยู่กับเลเน่


ท่านลุง ท่านทำอย่างนี้ทำไมเจ็ตต์เอ่ยถามไม่ใช่เรื่องของเจ้า ต่อไปทั้งเมืองนี้เป็นของข้าแล้ว ฮ่าๆๆเลเน่พาเจ็ตต์ออกจากอุโมงค์เล็กๆตามหลังจาร์ไปเล็กน้อย เพราะเมื่ออีกฝ่ายได้ตราก็ดุจะไม่สนใจพวกนางแล้ว เมื่อเดินออกมาถึงลานโถงใหญ่นั้น ก็มีจระเข้สีทับทิมสามตัวเดินอยู่ ปิดทางขึ้นไปสู่ด้านบนข้าคงให้พวกเจ้าออกไปบอกเรื่องนี้กับใครไม่ได้ จัดการพวกมันจาร์พูดกับเลเน่แล้วหันไปสั่งจระเข้ทั้งสามตัว 


ทั้งสามพุ่งตัวออกมา เลเน่พาเจ็ตต์วิ่งเข้าอุโมงค์ไปทางซ้าย อุโมงค์ทางนั้นคดเคี้ยวและมีทางแยกเล็กๆ พอใช้ถ่วงเวลาได้ แต่เมื่อสุดทาง พวกมันก็พ่นไฟโพโลล่าเลเน่เรียกเกราะแสงขึ้นครอบตัวนางและเจ็ตต์ เหมือนจะต้านแรงกันได้ พวกจระเข้พ่นไฟไม่หยุด และเดินหน้ารุกเข้ามา พวกมันโจมตีเกราะแสงของเลเน่ โดยใช้หางฟาดจนเห็นรอยร้าว เลเน่ไม่ได้ตอบโต้กลับเพราะทั้งสามตัวต่างรุมกันพ่นไฟนางต้องใช้พลังเวทย์อย่างมากในการคงวงเวทย์ป้องกันและต้องคอยซ่อมเกราะที่ร้าวไปด้วย ในที่สุดเลเน่ต้านไว้ไม่อยู่ เกราะแสงจึงแตกออก โชคดีที่พวกมันก็เลิกพ่นไฟ มีหางจระเข้พุ่งมาทางเจ็ตต์ เลเน่จึงใช้ตัวเข้าบังแทน เปี๊ยง! “พี่สาว ฮึกๆเสียงเรียกบวกกับเสียงสะอื้นเล็กๆของเจ็ตต์


เจ็ตต์รู้สึกแค้นใจที่ตนเองใช้พลังเวทย์ไม่ได้ หลายครั้งแล้วที่ต้องให้คนอื่นคอยปกป้อง ความรู้สึกด้อยค่ากัดกินใจ เจ็ตตืได้แต่ถามทำไมต้องเป็นเขา ทันใดนั้นเอง กระแสพลังสีทองและสีดำไหลออกมาจากตัวเจ็ตต์  กระแสพลังยกตัวเจ็ตต์ให้ลอยขึ้นขึ้น พลังทั้งสองหมุนวนห่อหุ้มตัวเจ็ตต์ จนจระเข้ทั้งสองชะงักไป ในสถานการณ์แบบนี้ เลเน่พยายามสงบสติตัวเองไว้และหาทางออก มองไปรอบๆ ผนังทำด้วยหินคล้ายถ้ำ ไม่เหมือนโถงอื่นที่นางเคยเจอ กระแสพลังของเจ็ตต์ที่ออกมาเมื่อกระทบกับผนังถ้ำทำให้เห็นเป็นตัวอักษรโบราณ


เจ็ตต์!” เสียงเด็กผู้หญิงวัยสิบสองปีตะโกนขึ้น จระเข้สองตัวที่เหลืออยู่ก็พุ่งมาทางเด็กสาวแมกม่าเด็กหญิงผมแดงตะโกน ผิวของนางค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ายถ่าน ตาสีแดงเพลิง มีลาวาร้อนๆไหลออกจากร่าง มองดูคล้ายปีศาจน่ากลัว จระเข้ที่พุ่งเข้ามาร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อจระเข้ตายหมด เด็กสาวก็คืนร่าง


โรวี่! เจ้าจะวิ่งมาแบบนี้ไม่ได้หญิงสาวผู้มีผมสีเงินยวงวิ่งตามเข้ามา เด็กสาวผมแดงไม่สนใจได้แต่ตะโกนเรียกเจ็ตต์พี่เจ็ตต์ๆ ได้สติสิพี่หญิงสาวมาใหม่ตกใจหากอยู่แบบนี้ เจ็ตต์ต้องแย่แน่ๆ ทำอย่างไรดี


เลเน่ชี้ให้ดูรอบๆในนี้เขียนประวัติของราชาเกเตอร์ไว้ ราชาเกเตอร์แท้จริงแล้วเป็นเพศเมีย ถือครองเวทย์แห่งแสงและความมืด โดนสะกดในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ และเป็นช่วงที่ร่างกายมีความอ่อนแอหญิงสาวผมเงินเป็นคนอ่านไม่ทันอ่านได้ครบบรรทัด ก็ไปสะดุดตรงข้อความมุมล่างของถ้ำเสียก่อนตราราชันย์คือกุญแจ...จะไปเอาได้ที่ไหน ตามตำนานหายไปหลายร้อยปีแล้วหนิเลเน่ก้มดูในมือของนาง รอยกรีดตรงผ่ามือยังมีเลือดซึมอยู่เล็กน้อยสไปรก้าเลเน่หลับตาเรียก ตราราชันย์ก็มาอยู่ในมือนาง หญิงสาวทั้งสองได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจว่านางมีตราได้อย่างไร เลเน่ยกตราราชันขึ้นท่องคาถาบนกำแพง เสียงบทสวดโบราณถูกเอ่ยออกมาจากปากของเลเน่ปลดปล่อยพันธนาการ ขอราชาหวนคืน” 


เลเน่ลืมตาขึ้นมองพลังที่ออกมาจากร่างของเจ็ตต์ถูกดูดเข้ามายังตรารูปตาจระเข้ในมือเลเน่ สักพักเจ็ตต์ก็ร่วงหล่นลงบนพื้น กระแสพลังรอบตัวค่อยๆเบาลง เลเน่เกร็งแขนแถบหัก ไม่ทันได้เอาแขนลง ตาจระเข้ก็ส่องแสงสีน้ำเงินขึ้นไปด้านบนของถ้ำเอง เผยให้เห็นผลึกสีน้ำเงินที่ค่อยๆแตกออก ไข่ใบใหญ่สีขาวทองที่อยู่ภายในผลึกตกลงมาทับตัวเจ็ตต์กลิ้งไปด้านข้างโอย!” เจ็ตต์ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง สายตามองเห็นไข่สีขาวทองมีรอยร้าว เปลือกไข่ค่อยๆแตกออก ปรากฎเป็นจระเข้น้อยตัวสีขาวทองกำลังลืมตาขึ้นมา มันสบตาเข้ากับเจ็ตต์พอดี เมื่อออกจากไข่ครบทั้งตัว เจ้าตัวน้อยก็ตรงเข้ามาคลอเคลียเจ็ตต์ที่กำลังมึนงงเจ้าตัวเล็กมีปีกด้วยเลเน่พูดขึ้น จะว่าไปก็มีลักษณะเหมือนราชาเกเตอร์ที่เขียนอธิบายไว้ตรงผนัง นิยามสั้นๆได้ว่า จระเข้โบราณจะมีปีกแบบมังกร




ลืมเนื้อเรื่องกันแล้วแน่เลย TT ขอโทษนะคะที่หายไปอาทิตย์นึงเลยนะคะ ไม่สามารถแต่งได้จริงๆ งานเยอะมั่วไปหมด กะจะมา Merry Christmas ทุกคน ก็เขียนได้นิดเดียว ตอนนี้รู้สึกแต่งยาก บรรยายสิ่งที่คิดไม่ถูกเลยกว่าจะมาลงได้คือนานเลยค่ะ

ปล. สามารถติชมได้นะคะ ไรท์เอาไปแก้ไขให้ค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจ และขอบคุณคนที่ติดตามค่ะ


ขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่านค่ะ ปิดปีใหม่สี่วันนี้ เที่ยวกันให้สนุกนะคะ เดินทางปลอดภัยค่า ^^


หมูนักเขียน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

0 ความคิดเห็น