ดาร์เลเน่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,379 Views

  • 22 Comments

  • 132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    2,379

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 :: ชนเผ่าเฮซู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61





ตอนที่แปด



หลังจากทำแผลและดามขาเจ้ากระต่ายเรียบร้อย ชาร์ลอต์ใช้เวทย์ทำให้ขลุ่ยบรรเลงกล่อมกระต่ายน้อยเองโดยที่นางไม่ต้องเป่า ชาร์ลอตต์และโลเวลล์ต่างวิเคราะห์กันว่ากระต่ายตัวนี้เป็นชนิดใด

ข้าว่าพันธุ์เรนเดียร์ดวอร์ฟโลเวลล์เอ่ย เรนเดียร์ดวอร์ฟเป็นกระต่ายสีน้ำตาลที่มีเขาแบบกวางเรนเดียร์

เรนเดียร์ดวอร์ฟที่ไหนจะมีเขาเดียวชาร์ลอตต์แย้งข้าว่า เร็กซ์ฮอลล์ หาได้ได้เยอะในทุ่งฟัลวิโอน่านางหมายถึงกระต่ายเขาเดียวที่มีเขาสีน้ำตาลขึ้นที่ศีรษะเอ่อว่าแต่เจ้าไปเจอมันได้ยังไง เลเน่ชาร์ลอตต์ถาม 


เลเน่จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเดินเล่นอะไรของเจ้า...ไปถึงตลาดมืด...ดีนะที่เจ้าไปเป็นตอนสายๆที่ตลาดปิดแล้ว ไปกลางคืนคนเขาจะคิดว่าเป็นช้าง โดนจับไปขาย ข้าไม่รู้ด้วยนะโลเวลล์บ่นอีกหลายคำที่เลเน่เดินเข้าไปตลาดมืดคนเดียวไม่ได้การแล้ว ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปไหนคนเดียวไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ตัวใหญ่แล้วคนเขาจะไม่ทำอะไรโลเวลล์กล่าวตามใจเลยจ้า คนบ้าที่ไหน พูดเองเออเองทุกอย่างเลเน่ได้แต่พูดในใจ


ดูอาการของเจ้ากระต่ายแล้ว เลเน่คิดว่าควรหาวัตถุดิบทำอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างจริงจังเสียแล้ว นางได้แต่เตรียมเซ็ตทำแผลเย็บแผลมา จากประสบการณ์บนเรือครั้งก่อนพี่ชาร์ หลังเที่ยงข้าขอไปตลาดอีกรอบนะเลเน่บอกกับชาร์ลอตต์นั้นเจ้าไปกับโลเวลล์นะ ข้าว่าจะรอมาว์กับแม็กซ์ที่นี่ก่อน น่าจะใกล้ประชุมเสร็จแล้วมาว์และแมกเวลล์เป็นตัวแทนไปประชุมเกี่ยวกับการเดินทางในวันพรุ่งนี้


พี่โลเวลล์ถ้าไม่อยากไป ก็รออยู่ที่พักก็ได้นะเจ้าคะเลเน่พูดขึ้นหลังจากเห็นหน้าตายับยู่ยี่ของอีกฝ่าย


ถ้าข้าไม่ไปด้วย เดี๋ยวเจ้าจะไปเหยียบคน หรือว่าชนข้าวของเค้าเสียหาย เสียชื่อเสียงมาถึงข้ากันพอดีโลเวลล์บอกถ้าจะเหยียบใคร ข้าเหยียบพี่คนแรกเลย ข้าไม่ใช่ช้างนะเลเน่พูดอย่างหัวเสีย คนขี้แกล้งหัวเราะชอบใจ


เลเน่เลือกเดินไปยังโซนตลาดค้าแร่ นางเดินเข้าไปยังโรงหลอมแห่งหนึ่ง เลเน่ต้องการคุยกับช่างหลอม คนขายจึงพาเลเน่เดินเข้าไปด้านหลังร้าน ที่มีเตาหลอมที่บรรจุลาวาเดือดทำให้อากาศค่อนข้างอบอ้าว เคร้งๆ!


เลเน่ลองเอาแบบเข็มฉีดยาที่นางวาดขึ้นในช่วงเที่ยงให้นายช่างดู พร้อมอธิบายเพิ่มเติม ช่างหลอมเห็นแบบแล้วก็ยินดีที่จะลองทำตามแบบของเลเน่ ด้วยเห็นเป็นเรื่องแปลกใหม่ อีกสามวันค่อยให้เลเน่มารับของ


เลเน่เดินไปเห็นแผ่นใสๆหลายแผ่นวางเกลื่อนพื้นเลเน่จึงหยิบขึ้นมาดูนั่นมันเป็นของด้อยคุณภาพ ข้าแค่ลองเอาวัสดุอื่นมาทดลองทำดูหนะ” “นายช่างเจ้าค่ะ ถ้าเกิดข้าจะสั่งของที่ทำจากไอนี่ได้มั้ยเจ้าคะเลเน่ถาม

ข้านึกไม่ออกว่ามันจะทำอะไรได้ ไปเอากระดาษตรงนั้น วาดแบบคร่าวๆมาให้ข้าดูแล้วกันนายช่างตอบ


คนในโลกนี้มีร่างกายแข็งแรง มีโอกาสเจ็บป่วยน้อย ต้องได้รับพิษ หรือเชื้อที่สมน้ำสมเนื้อกันถึงจะเกิดโรค  อีกทั้งกล้ามเนื้อ หลอดเลือด และกระดูก มีความคงทน ยืดหยุ่นสูงตามระดับขั้นของพลังเวทย์ที่มี สามารถรองรับแรงกระแทกได้เยอะมากกว่าคนโลกก่อนของนางหลายเท่านัก 


อาจเป็นเพราะการมีพลังเวทย์เข้ามาหล่อเลี้ยงชีวิตอีกสายหนึ่งจึงสามารถช่วยเยียวยาตัวเองได้ส่วนหนึ่งด้วย แต่เมื่อเลเน่ศึกษาสรีรวิทยา ระบบต่างๆในร่างกาย พบว่ามีความเหมือนกันกับโลกที่นางจากมา เลเน่คิดว่าสามารถใช้วิธีการรักษาที่คล้ายคลึงกันได้ อุปกรณ์ที่นางเคยใช้ในอดีตจึงมีความจำเป็นสำหรับนาง



เลเน่รีบเอากระดาษขึ้นมาวาดแบบทันทีพร้อมกับเขียนอธิบายว่าส่วนนี้ต้องมีความหนาบางเท่าไหร่ ไม่นานก็เสร็จ จึงนำแบบไปคุยกับช่างหลอม ช่างหลอมบอกว่าจะลองทำดู สิ่งที่เลเน่เห็นมันให้ความรู้สึกเหมือนพลาสติก เลเน่เลยลองให้ช่างหลอมลองทำสายน้ำเกลือ และขวดน้ำเกลือให้นาง เลเน่เห็นถึงความจำเป็นเช่นในคนที่เสียเลือด หรือมีภาวะเสียน้ำไปมากมีโอกาสที่จะเกิดภาวะช็อกได้ เพราะจากที่เห็นโดยทั่วไปคือการใช้พลังเวทย์รักษานั้นจะแก้ไขได้เพียงส่วนเดียว อีกส่วนที่เหลือเป็นเหมือนวัดดวงเอาว่าจะตายหรือจะรอด


เจ้าจะเอาไปทำอะไรละเนี่ยนายช่างถาม เลเน่อธิบายว่าสิ่งที่นางสั่งทำเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้างตอนแรกข้ากะจะพกไปทำภารกิจที่เมืองเฮซูเจ้าค่ะ เสียดายที่คงจะไม่ทัน ข้าต้องเดินทางพรุ่งนี้แล้วเจ้าค่ะ” “เอาอย่างนี้ข้าจะรีบทำให้ เขียนที่อยู่มา ในฟัลวิโอน่านี้ ข้าจัดส่งได้ทุกที่ โรเวลล์เป็นคนเขียนที่อยู่เมืองถัดไปให้แทน ในใจโรเวลล์คิดว่า มันจะใช้ได้จริงมั้ยเนี่ยแต่ไม่อยากพูดขัดเพราะเห็นเลเน่ตาเป็นประกาย




ข้าขอเอากระเป๋าไปซ่อมก่อนโลเวลล์กล่าวเมื่อเดินผ่านร้านกระเป๋าเวทย์มนต์ เลเน่เดินตามเข้าไปในร้านไปร้านนี้ดูมีสไตล์ นี่มันกระเป๋ามิติชัดๆเคยอ่านเจอในนิยายมาเหมือนกัน แต่มาโลกนี้ยังไม่เคยเจอ

ร้านนี้เป็นร้านที่ทำด้วยไม้สีน้ำตาลเข้มทั้งหมด กระเป๋าเป็นสีพื้นเสียส่วนใหญ่ แต่ละใบดูสวยคลาสิก มีเอกลักษณ์ดูแล้วน่าจะมีราคาแพง เลเน่สอบถามราคาพบว่าราคาขั้นต่ำใบละหนึ่งหมื่นเพนตรา ไม่นานพนักงานที่รับกระเป๋าไปออกมาพูดกับโลเวลล์ว่าให้รอสักครู่หนึ่งซ่อมแค่นิดเดียว


ระหว่างรอเลเน่เดินสำรวจไปมา ถามว่ากระเป๋านี้ทำจากอะไร โลเวลล์จึงไขข้อสงสัยให้ก็ใช้ใยของแมงมุมเซติกเห็นเลเน่ทำหน้างงโลเวลล์จึงอธิบายต่อแมงมุมราตรีสีดำทองที่มีใยเป็นสีรุ้ง แต่เวลาทอต้องใช้เวทย์แสง เวทย์พฤกษา เวทย์ธาตุมืด ทอพร้อมกันจึงทำยาก อีกอย่างใยแมงมุมนี้มีพิษ ต้องทอถูกวิธี พิษถึงจะหายไปเลเน่เห็นเงินลอยมาแต่ไกลหากนางคว้ากิจการนี้ไว้ในมือได้

ข้าอยากลองเรียนทำกระเป๋าดูบ้าง เขาสอนกันที่ไหนเลเน่ถามอย่างกระตือรือล้นก็เมืองเฮซธอน ที่เราจะไปนั่นแหละ แต่ข้าไม่รู้นะว่าเขาจะสอนมั้ย” 


ทั้งสองกลับมาถึงที่พัก มาว์ได้ชี้แจงเรื่องการเดินทางต่อไป โครก! ทุกคนหันมามองที่เลเน่พร้อมกัน โครก! หน้าตาแต่ละคนคือพยายามกลั้นหัวเราะอยากหัวเราะก็เชิญเลยเจ้าค่ะ ไม่ต้องกลั้นกันขนาดนั้นก็ได้ ข้าเห็นละเหนื่อยแทนเลเน่พูดอย่างปลงตกกับเสียงร้องจากท้องตนรีบเดินไปยังห้องอาหาร โลเวลล์จึงหลุดเสียงหัวเราะก่อนใครเพื่อน


อาหารของที่นี่ส่วนใหญ่จะทำมาจากเนื้อแพะและแกะภูเขา เนื้อนุ่มละมุนลิ้นมาก สเต็กเนื้อแกะเสริฟคู่กับมันบดอบชีสเยิ้มๆ ไม่ก็สตูว์เนื้อแพะกับปลาทอดกรอบๆ อย่างช่วงเช้าวันนี้ก็มีเป็นไข่ดาวฟองใหญ่ที่ราดด้วยซอสเนื้อ เป็นไข่ดาวที่มีไข่แดงเป็นสีทอง ตอนแรกเลเน่หลงคิดว่าเขาเอาทองคำเปลวมาแปะ แต่จริงๆมันเป็นไข่ของนกกระจอกเทศโกรว์ที่ชาวเมืองนิยมเลี้ยง ถือเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจของเฮซธอน


การเดินทางวันนี้จะไปตามเส้นทางใหญ่คือจะมีถนนสองเลนที่รอบๆจะขึงรั้วสูงหนึ่งเมตรที่ลงอาคมของเวทย์สายฟ้าเอาไว้ แต่หากสักเกตุดีๆจะเห็นแนวเส้นเวทย์สีทองล้อมรอบคล้ายรถวิ่งอยู่ในอุโมงค์ ซึ่งสามารถป้องกันสัตว์เวทย์ระดับสูงได้ทุกทิศทางหากอยู่ในถนนนี้


ตลอดทางจะเจอกับฝูงม้าลาย ช้าง สิงโต ควายป่า ยีราฟ จระเข้ ฮิปโป ให้ความรู้สึกคล้ายมาเที่ยวชมซาฟารี ดูเหมือนสัตว์เหล่านี้ไม่มีภัย แต่จริงแล้วแต่ละตัวมีเวทย์โจมตีที่ไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว


ทุ่งหญ้าฟัลวิโอน่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เรียกได้ว่ากินพื้นที่หนึ่งในสามของนครโดเนลล่า มีชนเผ่าหลายชนเผ่าอาศัยอยู่ โดยชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดคือชนเผ่าเฮซรอน ชื่อเฮซรอนที่แปลว่ากำแพงเมือง โดยเมืองนี้กั้นระหว่างทุ่งหญ้าแท้จริงกับทุ่งฟัลวิโอน่าชั้นนอก


ใช้เวลาครึ่งวันก็เดินทางมาถึงตัวเมือง เลเน่มองออกไปนอกรถ บ้านเรือนยังนิยมสร้างหลังคาเป็นโดมที่ประดับด้วยอัญมณีหลากสี เป็นเมืองที่หกสิบเปอร์เซ็นของรถม้าเป็นม้าลายควาก้า สัตว์เวทย์ธาตุมืดที่มีกลิ่นอายของธาตุดิน ชาวเมืองเฮซธอนมีผิวสีแทนและตาสีน้ำผึ้งเป็นเอกลักษณ์ ส่วนอีกสี่สิบเปอร์เซ็นที่เหลือ เลเน่เห็นใช้ควายป่าไซเบอร์ ฮิปโปโตเป ยีราฟี่ และสัตว์อสูรเวทย์อีกตัวที่เลเน่ไม่รู้จักเป็นพาหนะ สังเกตได้ว่าสัตว์พาหนะทุกตัวจะมีธาตุดินแฝง เพราะว่าชาวเอซธอนส่วนใหญ่ใช้เวทย์ธาตุดินเป็นหลัก


ภารกิจไม่ได้อยู่ที่เมืองเฮซธอนแห่งนี้ แต่อยู่ที่ชนเผ่าเฮซู โดยต้องเดินทางต่อไปอีกทางทิศเหนือของเมือง การออกจากเฮซธอนไปเมืองอื่นๆที่อยู่ในทุ่งหญ้าแท้จริง จะเดินทางในตอนกลางคืน ไม่ใช่แค่เป็นช่วงที่สัตว์ป่าส่วนใหญ่นอนหลับ แต่เหตุผลหลักคือเส้นทางสายฟ้าอุโมงค์สายฟ้าที่ต้องใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่สะสมในช่วงกลางวันเป็นแหล่งพลังเสริมอาคม เป็นเพราะเส้นทางที่ไปยังเมืองทุ่งหญ้าชั้นใน ต้องใช้อาคมที่แข็งกล้ามากกว่าเส้นทางภายนอก นั่นแปลได้ว่าสัตว์เวทย์ที่จะเจอหลังจากนี้มีความอันตรายเป็นอย่างมากนั่นเอง


กระต่ายน้อยที่เลเน่ตั้งชื่อให้ว่าลูซี่ยังไม่ฟื้นสติดี มีเพียงเวลาป้อนน้ำกับอาหารเหลวเท่านั้นที่จะรู้สึกตัว เวลาส่วนใหญ่ยังคงหลับอยู่ เช่นเดียวกับแฟรี่ตัวน้อยที่นับวันจะกินธาตุแสงมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา เมื่อรู้ว่าระยะอีกยาวไกล เลเน่ก็งีบเอาแรง รุ่งเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น เฟี้ยวๆ ฮี้ๆ! รถม้าเสียหลักหลังจากหลบรถอีกคัน ตัวรถไปกระแทกกับเสาร์ข้างทาง รถจึงหยุดดังกึก ทำให้คนด้านในหัวโม่งกับตัวรถอีกด้านโอ้ย!” เสียงเลเน่และชาร์ลอตต์ร้องขึ้นพร้อมกัน แอนโทนี่และเมสันร้อง ฮี่ๆ ฮี่ๆ ไม่หยุด เลเน่ได้ยินพวกมันบอกว่า เส้นทางสายฟ้ากำลังจะหายไป เลเน่จึงตั้งสติ รีบลงจากรถทันทีจริงๆ ด้วยเส้นทางสายฟ้าค่อยๆดับมาเรื่อยๆ ไม่ได้การแล้วด้วยรถตกหล่ม ขนาดนางออกจากรถแล้ว ม้าทั้งสองยังลากขึ้นมาไม่ได้ เลเน่จึงใช้แรงร้อยโลของนางผลักรถม้าสุดชีวิต


ขึ้นมาเลเน่ชาร์ตลอตต์เรียกแอนโทนี่ขาเจ็บ รับน้ำหนักข้าไม่ไหวแน่ เจ้าไปกันก่อนเลยไม่รอให้ชาร์ลอตต์พูดต่อ เลเน่จึงพูดแถมสั่งเมสัน แอนโทนี่ ออกรถ วิ่งเต็มกำลัง เดี๋ยวข้าตามไปรถม้าก็เคลื่อนตัวจากไปทันที


ไม่ทันได้พัก เล่เน่หันไปพบว่าห่างจากนางแค่คืบมีสิงโตสีขาวตัวยักษ์กำลังนั่งแยกเขี้ยวอยู่ ไม่ทันได้คิดอะไรเลเน่รีบวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตตะโกนว่าช่วยด้วยตลอดทาง สิงโตตัวนั้นก็ไล่ตามนางมาติดๆ จนวิ่งมาถึงประตูเมือง เลเน่หอบหายใจไม่หยุด


ทำไมถึงวิ่งตลกมาอย่างนั้น ใช้วาโยเวทย์แปปเเดียวก็มาถึงที่นี่แล้วแมกซ์เวลล์ทักเลเน่อย่างขำๆ   “ก็ๆ...มี...สิง..แฮ่กๆ!” เลเน่พูดพูดไม่เป็นภาษาดีออกนางจะได้ออกกำลังกายซะบ้างไม่ต้องบอกเลยว่าใครพูด โลเวลล์นั่นเอง เลเน่จึงใช้สายตาส่งค้อนวงใหญ่ไปให้คนพูด แล้วพูดต่อว่าก็หนีสิงโตนะสิพี่พี่แม็กซ์” 


สิงโตไหนแมกซ์เวลล์ถามก็ เฮ้ย! ไหนบอกว่าสัตว์เวทย์เข้าไม่ได้ไงเลเน่ร้องอย่างตกใจเมื่อหันกลับไปมองเห็นอะไรบางอย่าง พร้อมลากโลเวลล์ให้มาประจันหน้ากับเจ้าตัวขาวที่ยิ้มแฉ่งอยู่ด้านหลังแทนนางโอ้ยๆ แรงช้างแบบเจ้าทำอะไรทะนุถนอมข้าหน่อย แขนข้าจะหักมั้ยโลเวลล์เล่นใหญ่ไม่หยุด


คิตตี้มานี่เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้น เลเน่หันตามเสียง ก็เจอเข้ากับผู้ชายที่มีเรือนผมสีดำ คนนี้ถือว่ารังสีความหล่อรุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่เลเน่มายังโลกนี้ยืนอยู่นี่ข้ากลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรเมื่อรู้ตัวว่ามองหน้าชายหนุ่มมากไป นางจึงเบนสายตาไปที่รถม้าข้างชายหนุ่มนี่มันรถม้าที่ขับปาดหน้ารถม้านางจนเสียหลักนี่นาเลเน่จึงมองตาแข็งใส่อีกฝ่ายแทน โทษฐานที่มีส่วนร่วมทำให้นางอับอาย


สวัสดีครับ รุ่นพี่แมกซ์เวลล์ทักทายชายหนุ่มตรงหน้า 


พี่ไบรอันต์มีเสียงออกมาจากปากเลเน่เบาๆเมื่อเห็นชายหนุ่มผมสีทองแดง ตาสีเขียวเข้ม เดินมาด้านหลังชายหนุ่มผมดำ


หลังจากที่ชาร์ลอตต์กลับมาจากการไปติดต่อเรื่องการผ่านทาง นางบอกว่าเดี๋ยวจะต้องเดินทางต่ออีกถึงจะถึงชนเผ่าเอซู ชาร์ลอตต์ก็ถามว่าทำไมวิ่งมาแบบนั้น เลเน่จึงบอกว่าก็ข้าได้ยินแอนโทนี่บอกว่าเส้นทางสายฟ้าจะหมดลงแล้วฮี่ๆ เสียงม้าแทรกมาเมื่อได้ยินคนพูดพาดพิงชื่อตนข้าก็เห็นว่ามันค่อยๆดับลงจริงๆ เลยบอกให้พี่มาก่อน” “แล้วที่วิ่งเพราะว่าหนีสิงโตหลังๆเริ่มเสียงอ่อยเพราะรู้ว่ามันเริ่มแปลกๆแล้วฮ่าๆๆ ข้าว่าเจ้าเพิ่งตื่น แล้วคิดไปเป็นตุเป็นตะเองซะมากกว่า ไม่เชื่อลองหันกลับไปดูเลเน่หันไปดูตาม พบว่าเส้นทางสายฟ้าในระยะห้าร้อยเมตรยังคงมีอยู่ แต่ถ้าไกลกว่านั้นมันได้ค่อยๆหายไปอย่างที่เลเน่เห็น


แล้วที่รถติดหล่มคือระยะสามร้อยเมตรก่อนถึงสรุปคือข้าทำอะไรไปเนี่ยแก้มของเลเน่เปลี่ยนเป็นสีแดง เสียงหัวเราะดังขึ้น แก้มก็ยิ่งแดงเข้มอย่าหัวเราะนางเลย เลเน่ของพี่ออกจะน่ารักชาร์ลอตต์หยุดห้าม แต่นางก็ยังหัวเราะอยู่ ตอนนั้นนางเองก็งงว่าเลเน่ทำอะไร ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย



ภารกิจนี้มีเจ้าหน้าที่จากหลายๆองค์กร และนักเรียนจากโรงเรียนเวทย์มนต์รวมแล้วประมาณยี่สิบคน โดยมีเจ้าหน้าที่ห้าคนจากเมือเอซแห่งนี้ได้เดินทางไปยังเมืองเล็กๆของชนเผ่าเฮซูแล้ว ภารกิจคือการสร้างระบบน้ำให้เพียงพอ เพราะเห็นว่าระบบน้ำเดิมไม่ทำงาน และมีพลังเวทย์ประหลาดเกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความผิดพลาดของระบบได้ เมืองเฮซูจึงต้องขอความช่วยเหลือจากเมืองอื่น ด้วยทางโรงเรียนเวริโอล่าต้องการให้นักเรียนมีประสบการณ์จริง จึงกระจายนักเรียนให้ไปทำภารกิจในแต่ละอาณาจักร 


มาว์รีบเดินมาแจ้งยังทุกคนว่า เราคงต้องใช้อาคมเคลื่อนย้ายเข้าไปในเมืองเฮซู เพราะมีบางอย่างขวางอยู่ ทำให้เดินทางไปเองไม่ได้ และติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปยังเมืองไม่ได้มาหนึ่งวันแล้ว จากตอนแรกเหมือนจะเป็นภารกิจไม่ยุ่งยากอะไร แต่ตอนนี้ดูมีความตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยอีกครึ่งชั่มโมงเราออกเดินทางทันทีมาว์กล่าว


 หวืดดดด~ ได้ยินเสียงลมพัดอยู่ขณะหนึ่งก็หยุดลง ตอนนี้ทุกคนได้ย้ายตัวมายังลานใหญ่ในหมู่บ้าน เป็นมาตรการณ์หากชนเผ่าใดที่ขึ้นทะเบียนเมืองไว้ จะต้องมีลานไว้ลงอาคมเข้าออกเมืองกับทางเมืองใหญ่ ข้อดีคือในยามฉุกเฉินจะสามารถมาช่วยเหลือได้ทันท้วงที


เลเนสำรวจรอบตัว หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนผืนดินขนาดใหญ่ ถือได้ว่าเป็นเกาะกลางน้ำ มีวงเวทย์พิทักษ์เป็นโดมแสงล้อมรอบเมืองนั่นมันอะไรหนะโรเวลล์พูดขึ้นและชี้ไปที่แหล่งน้ำ ในใจเขาคือขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

รูบี้เกเตอร์เสียงของมาว์ไขข้อสงสัย จระเข้ที่มีเกล็ดสีแดงทัมทิบตาสีเงิน ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ปกติหาเจอได้ยากมาก แต่นี้มีเป็นร้อยตัวเอ๊ะ นั่นมัน คีอาร์เกเตอร์มาว์ ชี้ไปที่ฝูงจระเข้สีนิลตาทองที่มีเป็นร้อยตัวเช่นกัน เหมือนทั้งสองกลุ่มกำลังคุมเชิงกันอยู่  “เจอแต่พวกหายาก มาทำไรกันที่นี่เนี่ยแมกซ์เวลล์เอ่ยขึ้น 


ไม่นานก็มีคนออกมารับเฮดหัวหน้าเผ่าวัยฉกรรจ์พาทุกคนไปยังที่พัก แล้วเล่าว่าสามวันมานี้เจอจระเข้ในน้ำ มีคนถูกฆ่าตายไปสิบคนแล้วในตอนที่ไปตักน้ำที่แหล่งน้ำ ทุกคนจึงไม่กล้าออกไปไหน โชคดีที่มีอาคมพิทักษ์เมืองอยู่ ไม่นั้นทั้งเมืองคงโดนทำลายไปแล้ว เพราะสัตว์เวทย์พวกนี้ มีเวทย์ขั้นต่ำคืออยู่ในขั้นกลางกันหมด และตอนนี้หลายคนในหมู่บ้านล้มป่วยกันอย่างไม่ทราบสาเหตุ  หัวหน้าเผ่าพูดอย่างจนใจ


หัวหน้าๆ เจ็ตต์ลูกท่านไม่ไหวแล้วเฮดขอผละออกมา ให้รองหัวหน้าเผ่าเป็นผู้จัดการต่อ แล้วเฮดก็รีบวิ่งไป ด้วยสัณชาตญาณความเป็นหมอในตัว เลเน่รีบตามไปดู

ในห้องที่ทุกคนกำลังร้องไห้ เลเน่ตามเข้ามา พิจารณาดูเด็กชายที่ชื่อเจ็ตต์ เขาดูมีอาการอ่อนเพลียมาก มีปากแห้ง ตาลึก ตัวเย็น เลเน่คลำชีพจร พบว่าชีพจรเบาตื้น บ่งบอกว่าเริ่มมีภาวะช็อกเกิดขึ้น


 เลเน่จึงใช้วารีเวทย์ถ่ายไปยังริมฝีปาก มันเป็นการรักษาอย่างหนึ่งของคนในโลกนี้ ที่อาการของวารีเวทย์ในตัวบกพร่อง 


ไม่ได้ผลหรอก วารีเวทย์ของเขาไม่ได้มีปัญหาหญิงสาวที่น่าจะเป็นแม่เด็กกล่าว


นั้น...ข้าขอรักษาดูได้หรือไม่เลเน่ถามท่านหมอใหญ่ยังรักษาไม่ได้ เจ้าจะทำได้หรอ อย่ามาทำเป็นเล่นที่นี่นะหญิงชราพูดเสียงดัง  “ท่านแม่สงบสติอารมร์ก่อนขอรับ เจ้าคิดว่าจะรักษาลูกข้าได้แน่หรอเฮดผู้เป็นหัวหน้าบอกแก่มารดา แล้วหันมาถามเลเน่

ข้าไม่แน่ใจนัก แต่ข้าคิดว่ามีหนทางเลเน่ตอบ

เลเน่อธิบายว่าร่างกายของเรานอกจากมีวารีเวทย์แล้วยังมีน้ำส่วนอื่นในร่างกายเองด้วย และตอนนี้เด็กชายคนนี้อยู่ในภาวะขาดน้ำในร่างกาย ต้องได้รับสารน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยเร็ว นางจะเจาะเข้าไปในเส้นเลือดดำแล้วให้น้ำเกลือทางสายยาง หญิงชราเมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำท่าจะคัดค้านทันที 


ได้ ข้าอนุญาติเจ้าหญิงสาวที่ร้องไห้จนตาแดงกล่ำพูดขึ้นฮาร่า! เจ้า!” หญิงชราตวาดด้วยความไม่เห็นด้วยที่จะให้เด็กคนนี้รักษาหลานตนท่านแม่ ในเมื่อมีหนทาง ข้าว่าเราควรลองเจ้าค่ะ


ไม่รอช้าเลเน่ทำน้ำเกลือใส่ขวดด้วยวิธีปลอดเชื้อด้วยวิธีเดิม ใช้หัวเมทริกทดสอบ หากไม่เปลี่ยนสีถือว่าสามารถนำมาใช้กับคนได้ ด้วยเคยทำมาก่อนหน้านี้ ครั้งนี้จึงเตรียมได้รวดเร็วขึ้น


นำอุปกรณ์ก็เช็ดทำความสะอาดผิวหนังด้วยเหล้าแสงจันทร์และวาดมือใช้เวทย์แสงฆ่าเชื้ออีกครั้ง นำสายยางมารัดเหนือตำแหน่งที่จะเจาะ แล้วนางก็เจาะเลือดในตำแหน่งเส้นเลือดดำด้วยเข็มที่สั่งทำพิเศษ เข็มมีสองชั้นตัวในเป็นเข็มนำร่องแล้ว เมื่อเข้าเส้นเลือดแล้ว เลเน่ดึงเข็มเงินตัวในออกมาที่เจาะออก แต่ยังคงมีเข็มพลาสติกอยู่ในหลอดเลือดต่อกับสายยางพลาสติกที่เชื่อมกับขวดน้ำเกลือ  ทุกขั้นตอนทำอย่างปลอดเชื้อทั้งสิ้น 


ช่วงก่อนการเดินทางโดยเวทย์เคลื่อนย้าย คนจากทางโรงแรมเอากล่องใบหนึ่งมาให้เลเน่ บอกว่ามีเหยี่ยวออสเปรยนำมาส่งไว้ จ่าหน้าซองถึงดาร์เลเน่ คิดไปแล้วก็รู้สึกโชคดีเป็นอย่างมาก


เลเน่อยู่ดูแลการให้น้ำเกลือ ปรับลดอัตราของสารน้ำให้เหมาะสม สอบถามประวัติจากฮาร่าแม่ของเด็ก นางเล่าให้ฟังว่าเจ็ตต์มีไข้สูงตลอดมาสามวันแล้ว มีอาการหนาวสั่น กินอาหารไดัน้อย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ไม่มีแรง วันนี้เจ็ตต์มีไข้ที่ลดลงแล้ว แต่แปลกที่อาการอื่นๆกับแย่ลง หมอมาดูบอกว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว

เลเน่ถามถึงกิจวัติประจำวันของเจ็ตต์ สอบถามหาความผิดปกติต่างๆ เลเน่สอบถามเพิ่มอีกว่านอกจากเจ็ตต์แล้วในเมืองนี้มีใครเป็นอีกหรือไม่ ฮาร่าบอกว่ามีเด็กที่มีไข้อยู่เช่นกัน


เช้าวันใหม่ หลังจากที่ดูแล้วว่าเจ็ตต์ผ่านพ้นระยะวิกฤตมาได้แล้ว เลเน่จึงขอไปตรวจดูเด็กคนอื่นๆ ด้วยกลัวจะมีหู้คนไม่ให้ความร่วมมือ เฮดจึงเป็นคนพาเลเน่ไปดูอาการของเด็กในบ้านใกล้เคียง


จากที่สอบถามประวัติ พบว่าพวกเขาอยู่ในระยะไข้สูงลอย กินได้น้อย บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เลเน่จึงบอกให้ดื่มน้ำชดเชยมากๆ ไปก่อน ซึ่งที่เชื่อมโยงกันได้คือ เด็กๆต่างมีจุดเล็กสีม่วง ขนาดพอๆกับปลายเข็มจิ้ม เนื่องจากคนที่นี่มีผิวสีน้ำตาลเข้มจึงดูยาก


เลเน่ปรึกษากับเฮดเรื่องร่องรอยของจุดสีม่วงเล็กๆนี้ ไม่รอช้าเฮดเรียกประชุมสภาหมู่บ้านทันที รวมถึงคนที่มาทำภารกิจจำนวนหนึ่ง เนื่องด้วยคนจะไม่ให้ความเชื่อถือแก่เลเน่จึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง 


ปราชญ์ชาวบ้านต่างก็ตกเถียงกัน จนได้ข้อสรุปว่า มีแมลงอยู่สี่ชนิดที่ทำให้เกิดร่องรอยสีม่วงแบบนี้ แต่มันมีอยู่นานแล้วทำไมถึงเพิ่งทำให้เกิดอาการ เลเน่บอกว่าหากยังหาข้อสรุปไม่ได้ก็หาวิธีป้องกันแมลงพวกนี้ไปก่อน


เลเน่อธิบายถึงอาการของโรคอย่างคร่าวๆว่าคนไข้จะมีอาการอย่างไร ในช่วงแรกที่มีระยะไข้สูงลอย ให้ใช้วารีเวทย์ลดไข้ระบายความร้อน คนไข้มักมีอาการกินไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ต้องให้ดื่มน้ำชดเชยมากๆ หรือดื่มน้ำผลไม้ พวกแบล็กออเร้นจ์โรยเกลือก็ได้ เมื่อไข้ลดลงเป็นส่วนที่ต้องระวัง อาจเกิดภาวะเดียวกันกับเจตต์ได้ แต่เมื่อพ้นระยะวิกฤต อาการก็จะดีขึ้น


ประเด็นต่อมาคือน้ำในหมู่บ้านขาดแคลน ทางกลุ่มที่มาทำภารกิจจึงบอกว่าจะเหนี่ยวนำให้มีฝนตก เพื่อให้ชาวบ้านเก็บน้ำฝนไว้ใช้ไปก่อน...


แย่แล้วขอรับ จระเข้ทั้งสองพวกเริ่มปะทะกันแล้วครับเสียงแตกตื่นของคนสภาดังขึ้น และรีบออกไปดู


_______________________________________


ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ :) ช่วงนี้งานเยอะนิดนึงค่ะ อาจจะมาอัปช้าหน่อยค่าา

ถ้ายังมีคนอ่าน มาอัปแน่ค่ะ  ^^ 555


...มีรูปมาฝากค่ะ...


น้องคิตตี้





กระต่ายเรนเดียร์ดวอร์ฟ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #16 tungte (@tungte) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:18
    สนุกมากกกก ชอบนิยายแนวนี้มาก ขอบคุณ
    #16
    1
    • #16-1 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 8)
      29 ธันวาคม 2561 / 11:52
      ขอบคุณค่ะ ^^
      #16-1
  2. #15 PigSheep (@58184800272) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 13:44
    สนุกค่ะชอบมากๆๆๆๆชอบฉากที่มีการรักษามันละเอียดมากค่ะ​ รอตอนต่อไปน่ะค่ะ
    #15
    1
    • #15-1 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 8)
      18 ธันวาคม 2561 / 16:03
      ขอบคุณค่ะ จะรีบมาในเร็ววันค่ะ ตอนนี้ขอตัวไปปั่นงานส่งก่อนค่ะ 555
      #15-1
  3. #14 หลินปิงซ่า (@sarasiri2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 12:46

    เรื่องสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ ..... แต่ขอถามนิดนะค่ะ ทุกคนในเรื่องสามารถใช้ได้ทุกเวทย์ใช่มั้ยค่ะ..เห็นนางเอกใช้ได้เกือบทุกเวทย์เลย และระดับเวทย์พอจะบอกได้มั้ยค่ะ จะได้รู้ว่านางเอกเทพแค่ไหน แต่เห็นส่วนใหญ่จะเน้นการรักษา แล้วการรักษาของนางเอกเนี่ยไม่แตกต่างจากโลกเก่าใช่มั้ยค่ะ


    ขอโทษค่ะ...สงสัยเยอะไปหน่อย ขอบคุณที่อ่านนะค่ะ สนับสนุนเสมอค่ะ ติดตามด้วย ชอบเรื่องนี้จริง ๆ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-09.png

    #14
    5
    • #14-3 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 8)
      18 ธันวาคม 2561 / 15:44
      ส่วนเรื่องระดับพลังเวทย์จะไปเรียบเรียงมาให้ใหม่นะคะ คร่าวๆคือ ขั้นต้น กลาง สูง ค่ะ

      แต่การจัดว่าเวทย์นั้นอยู่ขั้นไหนนั้น จัดจากความซับซ้อนในการใช้เวทย์ค่ะ ส่วนเรื่องระดับเวทย์นั้น เดี่ยวจะไปเรียบเรียงมาให้อีกทีค่ะ แต่คร่าวๆคือ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูงค่ะ การแบ่งขั้นจะดูจากความซับซ้อนความละเอียดของตัวบทเวทย์ ยากในการร่ายเวทย์ แต่ไม่บ่งบอกถึงความรุนแรงของมันนะคะ เช่น เวทย์โจมตีขั้นกลางก็จะมีความรุนแรง จนทะลวงการป้องกันจากเวทย์ขั้นสูงได้ค่ะ

      (แอบบอกค่ะ ในตอนนี้ เลเน่ไม่สามารถใช้เวทย์ที่มีความรุนแรงได้ค่ะ แต่ที่เห็นว่าเลเน่ใช้เวทย์ขั้นสูงบ่อย เพราะเลเน่มีความเข้าใจความซับซ้อนได้ดี (นางเก่ง 555) และส่วนใหญ่เป็นเวทย์ธาตุแสง เลเน่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของมันได้ง่าย

      จะเก็บเรื่องนี้ไปเป็นการบ้านค่ะ ขอบคุณมากเลย ^^
      #14-3
    • #14-4 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 8)
      18 ธันวาคม 2561 / 16:02
      จริงๆแรงบันดาลใจคือ การนำการรักษาในปัจจุบันไปลองใช้ในโลกแฟนตาซีดูค่ะ
      (แอบบอกอีกแล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการใช้พิษ การถอนพิษจะใช้วิธีของโลกเวทมนต์ค่ะ)
      แต่สรีระวิทยาของคนที่นี่เหมือนกับโลกก่อน เลยใช้หลักการเดียวกันได้ค่ะ
      หลังๆอาจจะมีวิธีของในโลกเวทย์เองเลยค่ะ 555
      อธิบายแบบนี้พอจะโอเคขึ้นมั้ยค่ะ :) สงสัยตรงไหนถามได้ค่ะ จะได้รู้ด้วยว่าเรื่องนี้ยังขาดอะไร มีอะไรที่เราต้องสื่อออกมาอีกค่ะ ^^
      #14-4
  4. #13 Ae Aim-orn (@jaaebaby) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 11:10
    สนุกมากๆเลยค่ะ​ จะรอติดตาม​ตอน​ต่อไป​นะคะ
    #13
    1
    • #13-1 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 8)
      18 ธันวาคม 2561 / 11:36
      ขอบคุณค่ะ จะรีบปั่นนะคะ 555 ^^
      #13-1