ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 :: การสอบรอบสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61



ตอนที่หก



หลังจากที่เลเน่ฟื้น...เลเน่ใช้เวลาทำความเข้าใจ และจัดระเบียบความคิดเรื่องพลังเวทย์ของดาร์เลเน่อยู่พักใหญ่

ที่นางใช้พลังเวทย์ระดับกลางหรือระดับสูงในบางเวทย์ได้นั้น เป็นเพราะนางได้เข้าไปอ่านหนังสือที่หอสมุดในคฤหาสน์ แม้ว่าต้องแลกกับการทำความสะอาดทั้งหอสมุดคนเดียว แต่ถือได้ว่าคุ้มค่า ที่นั่นมีตำราเวทย์เก่าแก่มากมาย และด้วยความพิเศษของดาร์เลเน่ที่อ่านหนังสือรอบเดียวก็จดจำได้ สำหรับหนังสือในหอสมุดนี้ใช้เวลาสามปีนางถึงจะอ่านจบทั้งหมด


นี่นางได้มาจากการอ่านหนังสือจริงหรอ เรียนเองใช้เอง อัจฉริยะชัดๆและด้วยความสามารถจดจำได้แม้แค่กวาดตามองนี้ไม่ได้หายไป เลเน่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีเทพทรูขึ้นมาบ้างแล้วก็ใจชื้น


กลับมาที่การสอบปฏิบัติ สกาเล็ตและเลเน่ก็ออกจากลานเวทย์แห่งความมืด เดินไปสอบยังสนามสอบพลังเวทย์อื่นต่อไป เลเน่ใช้พลังเวทย์ขั้นกลางระดับต่ำในการสอบเพราะไม่อยากให้ตัวเองเป็นจุดเด่นไปมากกว่านี้ ด้วยนึกขึ้นได้ว่า ในการสอบปฏิบัตินี้ระบุว่าใช้เวทย์ระดับต้นขั้นสูงเป็นมาตฐาน หากทำได้ในทุกๆเวทย์ก็ถือว่าผ่านการสอบปฏิบัติ


เป็นเรื่องยากเหมือนกันในคนที่มีความเก่งกาจเฉพาะเวทย์ การที่จะทำให้ได้ดีทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย อีกอย่างจากผู้เข้าสอบปฏิบัติห้าร้อยกว่าคน จนตอนนี้เหลือประมาณสามร้อยคนที่ได้เข้าสอบในรอบสุดท้าย ทางโรงเรียนรับนักเรียนทั้งหมดร้อยยี่สิบคน จึงจะนำคะแนนการสอบข้อเขียน และการสอบรอบสุดท้ายมามารวมกัน 

แล้วนำคะแนนมาจัดอันดับ ตัดที่ร้อยยี่สิบคน


ทำไมไม่สอบปฏิบัติทดสอบพลังเวทย์ก่อนหละ ดูเหมือนมันจะเป็นเกณฑ์ทดสอบว่าต้องมีเวทย์มนต์ขั้นต้นระดับสูงมาก่อนนะ ถึงจะเรียนที่นี่ได้เลเน่ถามสกาเล็ตด้วยนึกสงสัยก็ถ้ารู้ตัวว่าพลังเวทย์ที่มีนั้นสอบปฏิบัติไม่ผ่านอยู่แล้ว จะมาสอบทำไม


ก็เพราะถ้าสอบข้อเขียนได้คะแนนสูงๆ และมีพลังเวทย์ที่ไม่ได้เลวร้ายนัก ก็สามารถนำไปยื่นเข้าเรียนในบางโรงเรียนได้อีก ข้อสอบที่นี่ถือว่ายากมากในขณะเดียวกันก็เป็นการวัดความรู้ การคิดวิเคราะห์ สติปัญญาของเด็กได้ดี โรงเรียนอื่นๆยังต้องการเด็กที่ฉลาดมีความรู้ เขาถือว่าพลังเวทย์นั้นมันพัฒนาได้สกาเล็ตอธิบาย


เลเน่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ต่อด้วยพูดเบาๆว่าแล้วโรงเรียนก็ได้เงินค่าสมัครสอบไปเป็นล้านเพนตราเป็นของแถม สุดยอดอะกำแพงที่ปิดกั้นผู้คนมานานของเลเน่เหมือนจะบางลง เริ่มพูดความคิดของตัวเองบ้างแล้ว



หลังจากพักเที่ยงก็ถึงเวลาสอบรอบสุดท้าย ทุกคนมารวมตัวกันในโถง บรรยากาศมีความตึงเครียดเล็กน้อย ไม่นานก็มีตัวแทนอาจารย์ผู้คุมสอบกล่าวอธิบายการสอบการสอบรอบสุดท้าย เป็นการทดสอบกับสัตว์อสูรเวทย์จำลอง” 


เอาหละ รีบแบ่งเป็นสิบกลุ่มตามรายชื่อที่ปรากฎหน้าประตูความชุลมุนเกิดขึ้น ต่างคนต่างรีบไปรายงานตัวที่หน้าประตูทางเข้า เลเน่กับสกาเล็ตแยกกันไปตามสนามสอบของตน เมื่อแบ่งผู้เข้าสอบเป็นสิบกลุ่มแล้ว ก็มีกระดาษและปากกาลอยมายังตรงหน้าทุกคน 


อ่านเอกสารให้ละเอียด หากต้องการสอบจงลงนามให้เรียบร้อยทุกคนก็รีบอ่านในใบกระดาษ


เลเน่สรุปใจความคร่าวๆได้ว่า


เมื่อก้าวผ่านประตูจะพบกับโลกมิติมายา สัตว์อสูรเวทย์ข้างในเป็นสัตว์เวทย์จำลอง แต่ความรู้สึกเจ็บปวดหากมีการบาดเจ็บนั้นป็นของจริง ทุกคนจะได้รับเข็มกลัดที่มีผลึกสีแดงทับทิบเรืองแสง หากผลึกแตกหรือร้าวจนหมดแสง ผู้เข้าสอบจะถูกส่งกลับออกมายังจุดเริ่มต้นทันที บาดแผลที่เกิดขึ้นจะค่อยๆกลับเป็นเหมือนเดิม...แต่ก็อาจเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ จึงต้องเซ็นชื่อว่ายอมรับกับผลที่ตามมา ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ


เลเน่เซ็นในกระดาษเรียบร้อย ก็มีเข็มกลัดลอยมาหยิบเข็มกลัดตรงหน้า แล้วติดไว้ที่เสื้อ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป เรามีกระดานเวทย์ตรวจสอบที่เชื่อมอยู่กับเข็มกลัด ไม่ต้องถึงกับผลึกแตกร้าว หากเข็มกลัดหลุดจากตัว พวกเจ้าก็กลับมายังจุดเริ่มต้นแล้ว


มีเวลาอยู่ด้านในหนึ่งชั่วโมง สัตว์อสูรเวทย์ทั้งหมดอยู่ในขั้นต้นระดับสูง หากสามารถจัดการกับสัตว์อสูรได้หนึ่งตัวก็นับเป็นหนึ่งแต้มมีเสียงฮือฮาเกิดขึ้นแต่หากผลึกหมดแสงก่อนก็จะถูกส่งกลับทันที


สู้กับสัตว์อสูรเวทย์ขั้นต้นระดับสูงก็เท่ากับสู้กับคนที่ใช้เวทย์ขั้นกลางระดับต่ำสิ ข้าจะรอดมั้ยเนี่ย


ยังดีที่เป็นสัตว์เวทย์จำลอง ความรุนแรงจะลดทอนลงหลายส่วน


 มีคนวิพากวิจารณ์กันมากมาย เมื่อได้ยินที่เค้าคุยกันเลเน่มีความกังวลเกิดขึ้น เพราะคาร์เลเน่เองยังไม่เคยมีประสบการณ์จัดการกับสัตว์อสูรเวทย์เลยสักครั้ง


เริ่มการทดสอบได้ประตูไม้สลักลวดลายขอเถาวัลย์สีดำสลับทอง ก็เปิดขึ้น แต่ไม่สามารถมองเห็นภายในได้


ผู้คนต่างรีบเข้าไปยังบานประตูของตนเอง เลเน่เองก็เช่นกัน นางเข้าประตูไปเป็นคนท้ายๆ


หวืด...ชั่วพริบตา เลเน่เข้าข้ามมายังโลกมายา เมื่อสังเกตโดยรอบคล้ายป่าสะวันนา ต้นไม้ต้นใหญ่จะขึ้นอยู่ห่างกัน มีพุ่มไม้หนามแหลมและหญ้าสูงขึ้นกระจายอยู่ทั่วๆ มีผาหินกระจายอยู่ทั่วๆให้ความรู้สึกเหมือนมาส่องสัตว์ที่ซาฟารี ในแอฟริกา


กุก กุดุบ กุก กุดุบ มีเสียงวิ่งของสัตว์ตรงมายังเลเน่ ไม่ทันที่เลเน่จะเบี่ยงตัวหนี เฟี้ยว! ฉึก! เจ้าตัวที่คล้ายม้าลายตัวนั้นก็สลายไป เหลือไว้เป็นลูกแก้วสีแดงเท่าลูกปิงปองที่ลอยอยู่ ไม่นานก็หายเข้าไปยังเข็มกลัดของผู้มาใหม่


เห่! เจ้าจะยืนให้มันชน ก็ไม่ต้องเข้ามายังสนามสอบตั้งแต่แรกสิเสียงเด็กหนุ่มดังขึ้น เด็กหนุ่มผมสีเทาควันบุหรี่ หน้าตาไร้อารมณ์ได้ปรากฎตัวขึ้น 


เอ่อ...ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยข้าเลเน่ขอบคุณอีกฝ่าย


หึ! ข้าแค่ทำแต้ม ไม่ได้จะช่วยเจ้าคนหน้านิ่งพูดขึ้นแล้วจากไปเห้อ คนอะไรเนี่ย ช่างเค้าละกัน’


จริงสิเราจะต้องทำแต้ม ไม่ใช่เห็นหน้าแล้วใจอ่อนจัดการไม่ลง คิดซะว่าเล่นเกมปาลูกดอกแล้วกัน แค่เปลี่ยนจากลูกดอกเป็นพลังเวทย์ในมือแทน รีบไปทำแต้มดีกว่า ไม่นั้นที่ทำมาทั้งหมดคงเสียเปล่าเลเน่ปลุกปลอบใจตัวเองไม่นาน ก็รีบไปตามหาเจ้าพวกสัตว์อสูรจำลอง


เลเน่วิ่งไปทางเหนือประมาณร้อยเมตรก็พบฝูงโคป่า เลเน่ซุ่มอยู่หลังกองหินขนาดใหญ่ นางพิจารณาตามตำราที่ดาร์เลเน่เคยอ่านกระทิงขนาดใหญ่สีสนิมตัวใหญ่ กับเขาคู่โตสีดำมันวาว ไม่ผิดแน่โคป่าเกอาซึ่งโคป่าชนิดนี้เป็นสัตว์อสูรเวทย์ที่กำเนิดจากธาตุดินแต่เปลี่ยนแปลงไปเป็นธาตุโลหะ จึงต้องใช้พลังเวทย์ธาตุไฟในการจัดการ หลักการไฟข่มโลหะ ตามหลักห้าวิถี ในโลกนี้สามารถใช้ได้อยู่


เลเน่เรียกพลังเวทย์เบลซเซอร์ก็ปรากฎเปลวไฟขึ้น เวทย์นี้จัดอยู่ในเวทย์ขั้นกลางระดับต่ำ เลเน่ขว้างดวงเวทย์ไปยังโคป่าตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ไม่นานโคป่าตัวนั้นก็สลายไปเป็นดวงแก้วสีแดง แล้วลอยมายังเลเน่ การลอบโจมตีเป็นไปได้ด้วยดี เพราะเจ้าโคป่าที่สลายไปนั้นไม่ได้ทันส่งเสียงร้องแต่อย่างใด


แต่ตอนที่เจ้าดวงแก้วสีแดงลอยตัวขึ้นแล้วพุ่งตรงมายังเข็มกลัดนาง ดันมีโคป่าหันมาพอดีลืมคิดไปว่าเจ้าพวกนั้นก็เห็นดวงแก้วได้ด้วย’ 

โคป่าเกอาตัวนั้นร้อง มอ ม่อออออ~ เสียงดัง โคป่าที่เหลือก็ตื่นตัว จากที่กระจัดกระจายก็เข้ามารวมตัวกันเป็นกระจุกวงกลม พวกมันหันหน้ามาทางกองหินใหญ่ที่นางอยู่ ฟืดๆ ฟืดๆ เสียงพ่นลมร้อนออกจากจมูก


เลเย่ลองโผล่ไปดู พบฝูงโคป่าประมาณห้าสิบตัว เอาขาหน้าตะกุยดินจนฝุ่นคลุ้งอยู่ห่างราวๆร้อยเมตร ในท่าเตรียมพุ่งชนเต็มพิกัดอะไรจะซวยขนาดนี้ เนี่ยมอ ม่ออออ~ กุบกับ! กุบกับ!


 ‘คิร่า เบลซ’ ...เปลวไฟแห่งดวงตะวัน... เลเน่เรียกเวทย์ขั้นสูงระดับต่ำขึ้นมา ขว้างไปยังฝูงโคทันที เจ้าโคป่าที่อยู่หน้าสุดสิบตัวสลายไป มันทำให้พวกที่เหลืออยู่คลั่งมากขึ้น และวิ่งตรงมายังเลเน่ไม่หยุด


เลือดลมสูบฉีด อย่างกับอะดีนารีนหลั่ง เลเน่รีบสร้างเวทย์ขึ้นใหม่ไม่หยุดหย่อน แล้วขว้างไปติดๆกันหกเจ็ดครั้ง ฝูงโคห้าสิบตัวก็หมดลง ฝุ่นที่หนาตัวได้บางตาลงปรากฎเป็นพื้นดินที่ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีโคป่าอาศัยอยู่




เด็กคนนั้นเป็นใครเสียงที่ถามขึ้นมาด้วยความตกตะลึงในจอภาพด้านหนึ่งของประตูหมายเลขห้า เนื่องจากทางโรงเรียนจะแสดงภาพการต่อสู้ภายในสนามสอบด้วยเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้เข้าสอบได้ทันท่วงทีหากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ซึ่งจะมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นปีสองที่ได้รับหน้าที่คุมสอบเป็นคนดูแล


เวทย์ขั้นสูงที่ใช้ติดๆกัน โดยไม่มีอาการอ่อนล้าให้เห็น มันน่าทึ่งเกินไปแล้วหญิงสาวตาสีเทาเงิน นักเรียนปีสองของเวโอเซล่าที่ได้รับหน้าที่คุมสอบเอ่ยขึ้นกับคนข้างๆ


เด็กตัวอ้วนๆนั่นหรอ ก็ไม่เห็นนางทำอะไรหนิเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหวานรูปไข่สงสัย ชายผมสีน้ำเงินที่เห็นเหตุการณ์พร้อมๆเด็กสาวจึงเล่าให้ฟัง


ห๊า! นางนะหรือจะจัดการกระทิงเหล็กได้ทั้งฝูง ข้าไม่เชื่อเด็กหนุ่มผมดำที่มาใหม่อีกคนกล่าวเมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเล่าให้หนุ่มน้อยฟัง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในตอนที่ตนไปเข้าห้องน้ำพอดี ส่วนกระทิงเหล็กนั้นเป็นชื่อที่เรียกเล่นๆกันของโคป่าเกอานั่นเอง 


ประตูที่พวกเขาคุมอยู่นั้นเป็นสนามสอบทุ่มหญ้าที่เลียนแบบทุ่งหญ้าฟัลวิโอน่า คนที่เข้าไปส่วนใหญ่มักเลือกที่จะจัดการกับพวกแอนธิโลป สัตว์ตระกูลเก้งกวาง หรือไม่ก็หมูป่ามูซูด้า มากกว่าการจัดการกับโคป่าเกอาที่ขนาดตัวใหญ่พอๆกับลูกช้างและยังชอบอยู่กันเป็นฝูงอีก


หารู้ไม่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับเลเน่ แม้ว่าดาร์เลเน่จะรู้ว่าสัตว์นั้นเป็นสัตว์ชนิดใด แต่ด้วยความที่ไม่มั่นใจว่าที่นี่จะมีสัตว์อสูรเวทย์ใดบ้าง และกลัวว่าจะไม่ทันเวลาหนึ่งชั่วโมง เจอสัตว์ชนิดใดนางจึงจัดการไปก่อน


ทางด้านเลเน่หลังจากที่จัดการเหล่าโคป่าได้ก็มีสีหน้าที่แสดงความมั่นใจขึ้นมาระดับหนึ่งไม่ได้การแล้ว ถ้าจัดการได้ไม่ยากแบบนี้ คนอื่นต้องทำแต้มได้เยอะแน่ๆเลยเลเน่จึงรีบตามหาสัตว์อสูรเวทย์ต่อทันที


ไม่นานก็พบฝูงโคป่าฝูงใหญ่อีกหนึ่งฝูง เลเน่ลองใช้แผนเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางตั้งใจให้เจ้ากระทิงเหล็กเห็นว่านางลอบโจมตีอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พวกโคป่าก็รวมกลุ่มกันเป็นกระจุกเช่นเดิม พร้อมกับเตรียมโจมตีพร้อมกัน

นางยิงเวทย์ติดต่อกันเช่นเดิม รวมถึงรู้จักการปรับเปลี่ยนขนาดของพลังให้เหมาะกับการต่อสู้


นั่นมันคิร่า เบลซนิ ไม่น่าเชื่อว่านางจะใช้มันต่อสู้ติดกันได้ขนาดนี้”  ชายผมสีดำจอมแสบพูดด้วยความตะลึง ซึ่งตอนนี้เลเน่กำลังจัดการโคป่าฝูงใหญ่ฝูงที่สามอยู่



ขณะที่เลเน่จัดการกับโคป่าเกอาสิบตัวสุดท้ายอยู่นั้น ตึกๆ! ตึกๆ! นกกระจอกเทศตัวใหญ่วิ่งมาทางด้านข้างของเลเน่ เฟี้ยว!โชคดีที่นางมีการตอบสนองที่ว่องไวจึงเบี่ยงตัวหลบได้ แต่ด้วยสรีระที่ใหญ่เทอะทะ ทำให้เลเน่ทรงตัวไม่อยู่ ล้มลงเต็มแรง ตึง! พื้นดินสั่งสะเทือนเล็กน้อยโอ้ย! ซวยจริงๆ สงสัยจะข้อเท้าแพลงเลเน่อุทานขึ้นมา


ฮู้กกก! ฮู้กกก! เสียงของออสติกคร่า เจ้านกที่หน้าตาเรียกว่าเหมือนนกกระจอกเทศทุกประการ แต่มีขนปีกเงางามสีดำสนิท ฮู้ก! รอบนี้มีดวงไฟธาตุมืดออกมาจากปากของเจ้านกด้วย


โพโลร่าเวทย์ป้องกันขั้นกลางของธาตุแสงถูกเรียกขึ้นมาตั้งรับ ตู้ม! เลเน่ไม่รอร่ายเวทย์แสงมาใช้ทันที


ฟีบัสธนูสีทองสว่างอยู่ในมือนาง เมื่อธนูแห่งแสงถูกขว้างออกไป ออสติกคร่าก็สลายไปเหลือเพียงดวงแก้วสีแดง


ฮู้ก! ฮู้ก! เสียงออสติดคร่ากว่าร้อยตัวด้านหลังเลเน่ร้องพร้อมกันไปกระตุ้นให้พวกนกโกรธอีกแล้ว งือออ~ งานเข้าข้าอีกแล้ว


เดย์ลาโน่!” แสงสว่างในความมืด พลังเวทย์พุ่งเป็นสายคล้ายแสงดาวตกถูกสาดไปยังเหล่าออสติกคร่ากว่าร้อยตัว ตู้ม ตู้ม ตู้ม! เสียงคลื่นพลังที่กระทบกันดังสั่นสะเทือน 




บริเวณจอสังเกตการณ์...


นางมาจากอารามเทพหรือยังไง นั่นเวทย์แสงขั้นสูงระดับกลางเลยนะชายกล่าวขึ้นด้วยความตื่นตะลึงอีกครั้ง


ดูแต่ละเวทย์ที่ใช้สิ เวทย์ในยุคสงครามทั้งนั้น


ข้าไปดูมาแล้วนางคือ ดาร์เลเน่ แบรนเดอร์หญิงสาวผู้มีดวงตาสีเทาเงินกล่าวคนจากเฮเฟตัสหรือนี่ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยอะชายผมดำพูดด้วยตระกูลแบรนเดอร์นั้นเป็นตระกูลนักรบเก่าแก่ ไม่แปลกที่จะมีผู้คนต่างเมืองพอได้ยินก็รู้ทันทีมาจากอณาจักรใด

อาจจะเป็นพวกไม่เปิดเผยฝีมือ ดูต่อเถอะ อีกไม่นานเวลาจะหมดแล้ว




หลังจากใช้พลังในครั้งนี้เลเน่รู้สึกหมดแรงขึ้นมาแล้วขาแพลง ใครก็ได้ช่วยข้าที ข้าลุกไม่ขึ้น ข้าไม่น่าอ้วนเลย ลำบากชะมัดเลเน่หงุดหงิดอยู่ในใจ 


ในขณะเดียวกัน ตึงๆ ตึงๆ กุบๆ กุบๆ เสียงวิ่งมาอย่างรวดเร็ว คราวนี้เร็วจริงๆจนเลเน่หลบไม่ทัน แรดเกราะเหล็กพุ่งเข้าเข้ามาชนเลเน่อย่างแรง พลัก! เลเน่กระอักเลือด ไม่พอ แรดกระทืบเท้าหน้าใส่เลเน่เต็มแรง อั้ก! เป๊าะ! เป๊าะ! เสียงซี่โครงหักให้ตายเถอะเราจะตายอย่างนี้ไม่ได้นะ ไอแรดบ้า อย่าให้ถึงทีข้าบ้างนะเลเน่คิดอย่างแค้นใจ เลเน่เตรียมรับกับความเจ็บปวด เพราะแรดกำลังจะใช้นออันแหลมแทงนาง เลเน่หลับตาแน่น...



หวืด~ เลเน่ถกส่งกลับมายังหน้าประตูพร้อมบาดแผลและความเจ็บปวดก่อนหน้าได้หายไป 


โชคดีที่ยังไม่โดนแทง เจ็บหน้าดู แค่นี้ก็เจ็บจะตายแล้ว... ถึงเป็นมายาเวทย์ก็เถอะ แต่มันรู้สึกเจ็บจริงๆนะ นี่ละน้าเวทย์มนต์ นึกว่าต้องนอนติดเตียงทำกายภาพเสียแล้ว เห้อ โล่งอกเลเน่ได้แต่นึกในใจ ไม่วายสำรวจตัวเองอีกรอบ และเดินไปรอสกาเล็ต


ประกาศ พรุ่งนี้จะมีการประกาศผล ขอให้มาตรวจสอบผลได้ที่ลานน้ำพุเวลาแปดนาฬิกาเสียงประกาศดังทั่วห้องโถงใหญ่ เลเน่ยืนรอสกาเล็ตยังที่นัดหมาย




สวัสดีมีหญิงสาวสวยในชุดนักเรียนของเวโอเซล่าอยู่ห่างจากเลเน่ระยะหนึ่งเอ่ย 


เลเน่หันหน้าหันหลังเจ้า...เจ้านั่นแหละเด็กสาวตาสีเทาเงินในชุดเครื่องแบบกล่าว


เอ๋ ข้าหรอค่ะเลเน่ชี้มาที่ตัวเอง 

เอ่อ...รุ่นพี่มีอะไรหรือเจ้าคะเลเน่ถามเด็กสาวร่างบาง พร้อมๆทั้งพิจารณาอีกฝ่ายไปด้วย ใบหน้าสวยมีเอกลักษณ์ บุคคลิกดูสง่างาม พร้อมทั้งออร่าที่ทำให้รู้สึกยำเกรงอีกฝ่าย นางเป็นใครกัน


ข้า ชาร์ลอตต์ เรียนอยู่ปีสอง เข้าเรื่องเลยนะ ข้าอยากจะชวนเจ้าไปทำภารกิจในช่วงก่อนเปิดเทอม เจ้าสนใจเข้าร่วมกับข้ามั้ย



ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านนะคะ :)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #8 tungte (@tungte) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 16:59
    สนุกมากค่ะ ชอบนิยายเเนวนี้
    #8
    1
  2. #7 C.BenChin (@blueoffire) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:08
    สนุกมากๆ งานดีค่า
    #7
    1
  3. #6 aminidecor (@aminidecor) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 22:00

    สนุกมาก น่าติดตาม
    #6
    1
  4. #5 PigSheep (@58184800272) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 21:02
    สนุกมากค่ะต่อเลยต่อเลยแสตนบายรอแล้ว555
    #5
    0
  5. #3 chidnokaii (@humbrellaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 22:48
    ตอนนี้ดีมาก สนุกมากๆเลยจ้า สนุกดูแฟนตาซีมาก ^^
    #3
    1
    • #3-1 bluebell22 (@bluebell22) (จากตอนที่ 6)
      11 ธันวาคม 2561 / 23:10
      ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ยากกับการหาเสียงประกอบมากค่ะ ^^
      #3-1