ดาร์เลเน่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,380 Views

  • 22 Comments

  • 132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    2,380

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11 :: คีอาร์เกรซ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    19 ก.พ. 62





ตอนที่สิบเอ็ด



เมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลายลง เลเน่ขอคืนตราแห่งราชันย์ให้แซมและเฮด เรื่องตลกร้ายคือพวกเขาไม่ได้ไม่อยากรับคืน แต่เป็นเพราะพวกเขารับกลับไม่ได้ เหตุจากที่เลเน่หยดเลือดเป็นเจ้าของดวงตาแห่งราชันย์ไปแล้ว เฮดบอกว่าวิธีตัดขาดคือการสิ้นลมหายใจของเจ้าของตรา ซึ่งเลเน่คิดแล้วว่านั่นไม่ใช่วิธีที่ดีแน่ นางเลยแย้งว่านางไม่ใช่คีอาร์เกรซ ทุกคนจะยินยอมหรือที่มีคนนอกเผ่าถือตราที่คุมทุกคนได้ นับเป็นเรื่องแปลกที่คีอาร์เกรซทุกคนยอมรับ เพราะหากไม่มีนาง การต่อสู้นี้คงไม่จบสิ้น ที่สำคัญห้าร้อยกว่าปีที่มีคนตามหาตราแห่งราชันย์ ทั้งที่อยู่ใต้จมูกแท้ๆพวกเขายังหาไม่เจอ แต่นางกลับหาเจอ มันคงเป็นโชคชะตาและอีกอย่างตราราชันย์เลือกนาง แสดงว่านางคือพวกเดียวกับพวกเขา แม้เลเน่จะยืนยันว่าในตอนนั้นมันคือความประจวบเหมาะพอดีของหลายสิ่งหลายอย่าง พูดง่ายคือนางฟลุค แต่ทางเฮดก็ยังยืนยังคำตอบเดิม สุดท้ายเลเน่เลยต้องยอมรับหน้าที่ตนเอง


เอาหละในเมื่อนับข้าเป็นหนึ่งในคีอาร์เกรซ หน้าที่ของข้ามีอะไรบ้างเลเน่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เฮดบอกจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากนางหากมีการสู้รบ มีสงครามเกิดขึ้น หรือเป็นการตัดสินใจใหญ่ๆเท่านั้น แต่หากนางอยากจะทำหน้าที่อะไรในเผ่า เลือกได้ตามสบายเลย เดี๋ยวเขาจะให้โซเฟียพาเที่ยวชมเมืองดูก่อน


โซเฟียที่ผันตัวมาเป็นไกด์นำเที่ยวให้เลเน่อธิบายผังเมืองอย่างจริงจังเกาะกลางน้ำของเรา หากมองมุมสูงจะเห็นเป็นวงกลมมีผังเมืองเป็นแบบรูปใยแมงมุม กลางสุดคือเขตหวงห้ามที่มีอุโมงค์จ่ายน้ำ และป่าศักดิ์สิทธิ์ล้อมรอบ เปิดให้เข้าคนเข้าได้เมื่อมีพิธีกรรมสำคัญ ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นสี่โซนใหญ่ตามทิศ เหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตก ในส่วนที่พวกเรายืนอยู่นี้ คือโซนตะวันออกเป็นด้านประตูเมือง หากมาจากนครเฮซ จะต้องผ่านประตูนี้ ในโซนตะวันออกจะมีสถานที่สำคัญๆเช่น สภาเมือง ค่ายนักรบ บ้านเจ้าเมือง โรงหมอ เป็นต้น เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าตระเวนให้ทั่ว...วี่วิด!” โซเฟียพูดจบก็ผิวปาก รถเปิดประทุนที่ลากมาด้วยม้าลายตัวใหญ่ โซเฟียบอกว่าจะนั่งรถม้าชมเมืองกันสวัสดีแซนดี้...จะดีหรอตัวข้าหนักนะเลเน่พูดกับแซนดี้เมื่อมันร้องให้นางรีบขึ้นรถ เพราะปกติเจ้าม้าทั้งหลายขยาดที่จะลากรถที่นางนั่งกันทั้งนั้น


เลเน่เจ้าก็เป็นไซโมนหรอโซเฟียถาม เลเน่ที่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกจึงถามกลับว่ามันคืออะไร โซเฟียตอบว่า ไซโมนคือคนที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ อย่างนางและจาร์นั้นเป็นไซโมน ด้วยความสามารถพิเศษในการสื่อสาร ที่สามารถร้องขอให้แซมช่วยนางตอนที่พลัดตกน้ำในวัยเด็กจนแซมพามาอยู่ในเมืองนี้ เลเน่เพิ่งรู้ว่าแซมพ่อของเฮดนั้น มีเฮดเป็นลูกชายแท้ๆคนเดียว แต่มีลูกบุญธรรมอีกสามคนคือฮาร่า โซเฟีย และโรวี่ โชคชะตาของพวกนางที่กำลังจะดับลงกลางสายน้ำ ต่างถูกแซมช่วยขึ้นมา และพามาทิ้งไว้กับภรรยาของเขา


แซนดี้พามาที่โซนทางเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ เสียดายที่ยังปลูกข้าวไม่ได้ เป็นเหตุผลที่เหมือนจะตลก เพราะด้วยความที่พวกเขาชอบกินข้าวมากจึงยอมเปิดดินแดนให้คนภายนอกได้รู้จักในฐานะชนเผ่าเฮซูเพื่อที่จะได้ซื้อข้าวได้สะดวกขึ้น เลเน่เดินดูไร่ต่างๆก็พบว่าพืชผลงดงามดี สัตว์เวทย์ที่พบเห็นได้ทั่วไปคือ คีอาร์เกเตอร์ โซเฟียสอนให้แยกความแตกต่างระหว่างคีอาร์เกเตอร์จริงกับคีอาร์เกรซที่กลายร่างมา ซึ่งดูได้จากสีตา หากเป็นสีเงินคือคีอาร์เกเตอร์ ตาสีทองจะเป็นคีอาร์เกรซ 


เลเน่แวะกินข้าวเที่ยงที่บ้านเพื่อนของโซเฟีย ภายนอกมองเห็นบ้านดินขนาดเล็ก แต่เมื่อเข้ามาภายใน กลับเป็นบ้านหลังใหญ่ อากาศเย็นสบาย เดินผ่านห้องรับแขกที่เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้สีโอ๊คประกายทอง เดินไปจนถึงห้องกินข้าวมากันแล้วหรอสาวผิวเข้มร้องถาม ในมือของนางถือสเต๊กร้อนพร้อมเครื่องเคียงมาจัดวางบนโต๊ะไม้ เมื่อเริ่มทาน ความหวานนุ่มของเนื้อกระจายไปทั่วปาก ให้ความรู้สึกละมุนลิ้นคล้ายเนื้อโกเบในโลกก่อน เลเน่กินหมดจานโดยไว ถามจนรู้ว่าเป็นเนื้อโคป่าไกอา หลังจากกินอิ่มโซเฟียจึงพามาดูฟาร์มโคป่าไกอา หมูป่า กวาง ไก่ อีกหลายชนิด


โซนตะวันตกจะเป็นย่านการค้าที่ขายตั้งแต่เข็มเย็บผ้าไปจนถึงรถม้าหรือบ้านหลังโต โซเฟียบอกว่าพวกเขาชอบแปลงเป็นคีอาร์เกรซว่ายไปแอบดูผู้คนบ่อยๆ ชอบอะไรก็นำมาทำตามบ้าง เลเน่เห็นลุงคนหนึ่งนำโต๊ะใส่ใส่กระเป๋าใบเล็ก โซเฟียเห็นเลเน่ตกตะลึงก็ยิ้มว่าที่นี่ใช้ที่ใส่ของแบบนี้กันทั้งนั้นแหละเลเน่จึงถามว่าแล้วทำไมไม่เอาไปขายในตัวเมืองหละ มันทำกำไรได้เยอะเลยนะนางบอกว่าคนที่นี่ไม่อยากเปิดเผยตัว ไม่พร้อมจะให้คนภายนอกรู้ว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง จำนวนคนของเรานั้นน้อยเกินไป หากจะต้องสู้กับเมืองใหญ่นั้นยากที่จะชนะ สุดท้ายก็ต้องตกเป็นทาส พวกเราไม่อยากเป็นทาสอีกแล้วเลเน่สนใจกระเป๋ามิตินี้เป็นอย่างมาก


กระเป๋ามิติของที่นี่ทำจากแมงมุมเซติกรึป่าวเจ้าคะเลเน่ถามไม่ๆ ที่นี่ทำจากตัวเซติกก้า อะ! นี่ไงโซเฟียหยิบเจ้าก้อนปุกปุยตัวเท่าลูกเทนนิสมาให้นางดูไม่เห็นจะเหมือนแมงมุมตรงไหนตัวกลมๆนี้ขนาดอุ้มแล้วยังเอากินแครอท ตัวของมันค่อยๆเปลี่ยนสีจากสีดำเป็นเทาเข้ม เทาอ่อน เมื่อตัวมีสีขาวก็หยุดกินพร้อมพ่นใย เส้นใยสีใส้ประกายรุ้งพุ่งมาทางเลเน่ โชคดีที่โซเฟียหยิบแกนไหมสีดำขึ้นมาทัน ใยที่พ่นก็ตรงไปขดม้วนรอบแกนเอง 


สุดยอด เหมือนใช้แรงดึงดูดของแม่เหล็กไฟฟ้าเลยเลเน่ฟังโซเฟียเล่าต่อว่า หลังจากนี้ก็จะนำไปต้มทำความสะอาด สาวไหมให้เส้นเรียงสวยอีกครั้ง จะเอาไปทำกระเป๋ามิติหรือชุดเวทย์ป้องกัน เหมือนเสื้อเกราะที่ป้องกันการแทงและลดทอนเวทย์ไปด้วยในตัวหญิงสาวทุกคนจะมีเซติกก้าเป็นของตัวเอง การทอผ้าถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำได้ของเผ่าเราเลยนะ...เจ้าก็ต้องมีเช่นกันเลเน่เท่านั้นแหละ โซเฟียลากนางไปเลือกเซติกก้าที่ร้านขายสัตว์เวทย์ 


เจ้าของร้านบอกให้นางเอามือวางบนแผ่นรองที่เป็นรูปมือ อุปกรณ์สื่อพลัง ที่นี่จะให้สัตว์เวทย์เป็นผู้เลือกเจ้านาย หากถูกใจ เซติกก้าจะวิ่งมาตามเส้นทางห้านิ้ว ในนี้จริงๆเป็นทางขนาดใหญ่ คล้ายสนามม้า สามารถให้เซติกก้าเป็นร้อยตัววิ่งมาพร้อมกันได้ แต่ด้วยเวทย์ย่อขนาด ทำให้สมานม้าเล็กลงมาก ส่วนเซติกก้าก็เห็นเป็นขนาดเท่าลูกแก้วกลิ้งแข่งกันมา ตอนนี้ก็มีเซติกก้าวิ่งมาตามทางห้าสายคือทั้งห้านิ้วเรียบร้อยแล้ว เจ้าของร้านนำออกมา ตัวกลมขนฟูนุ่มนิ่มเหมือนขนแมว ตากลมโตสีเทาฟ้าส่งยิ้มให้เลเน่ 


นางต้องซื้อบ้านห้าห้องนอน ที่มีห้องน้ำภายใน มีฟูกนอนนุ่มๆ ที่ดูดน้ำ รางใส่อาหาร แท่งเหล็กเก็บใย และของใช้อีกสาระพัด และที่ขาดไม่ได้คือแครอทสีพีช เอาไว้เป็นสะเบียงให้เจ้าตัวเล็กทั้งห้า ด้วยคนที่เลี้ยงดูเซติกก้าเป็นโซโมน จึงสอนเรื่องความเป็นอยู่พื้นฐานให้เจ้าเซติกก้าไว้แล้วว่าต้องพ่นตรงไหน กินอาหารที่ใด ต้องขับถ่ายให้เป็นที่ยังไง รวมถึงระเบียบวินัยอีกเล็กน้อยให้ความรู้สึกเหมือนเลี้ยงหนูแฮมเตอร์สมัยเด็กเลยเลเน่ยิ้มในใจ


คนที่นี่สร้างเครื่องมือเวทย์ย่อส่วนได้เก่งมาก จากบ้านของเซติกก้าขนาดหนึ่งคูณหนึ่งเมตร เหลือเพียงขนาดเท่ากับกล่องรองเท้าโดยที่ภายในบรรจุของทุกอย่างไว้อย่างดี สะดวกในการพกพา ดูแล้วที่นี่ไม่ได้ล้าหลังกว่าเมืองเฮซหรือแฮซธอนเลย สงบสุข สัมผัสกับธรรมชาติ แถมยังสะดวกสบายมากกว่าด้วยซ้ำ 


ทั้งสองเดินทางมาจบที่ทางใต้ โซนนี้มีการทำประมงเลี้ยงปลา กุ้ง หอยมุกขอยกนิ้วเลยได้ไหม ว่าทำไมถึงอยู่กันได้โดยไม่ต้องติดต่อพึ่งพากับอณาจักรใหญ่ๆให้วุ่นวาย พืชพันธุ์อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ มีครบครั้น ข้าเบาใจแล้วที่จะต้องอยู่ที่นี่เลเน่เอ่ยชื่นชมออกมาจากใจ ขากลับนางได้กุ้งสีน้ำเงินตัวเท่าแขน ปลาตัวใหญ่ติดมือมาด้วยจากชาวบ้าน เลเน่ที่คิดไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนของที่นี่เต็มตัว หนักใจแล้วว่านางจะทำอะไรให้เมืองได้บ้าง


เจ้านะหรือ ผู้ที่ครอบครองตราแห่งราชันย์เด็กหนุ่มกล้ามโต ผิมสีแทน อายุราวๆสิบห้าสิบปีพูดด้วยเสียงดังโผงผาง เลเน่นิ่งไม่ตอบ โซเฟียบอกว่าไม่ต้องไปสนใจกลับกันเถอะพวกข้าไม่ยอมรับหรอกนะเขายังพูดต่อใช่ๆชายอีกห้าหกคนที่อยู่ข้างหลังส่งเสียงสนับสนุนนั่นไง ว่าละ มันต้องมีคนไม่เห็นด้วยบ้างแหละเลเน่คิดในใจเจ้าไม่เห็นด้วย มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกนะโซเฟียเป็นคนตอบแทนเลเน่


แน่จริงก็มาต่อสู้กับข้า สู้กันแบบคีอาร์เกรซเด็กหนุ่มเอ่ยท้า โซเฟียลากเลเน่ให้หันกลับสุดท้ายก็ไม่กล้า เหอะ! ” ตามมาด้วยคำพูดอีกหลายคำพร้อมกับเสียงโห่ใส่เลเน่ จนคนเริ่มหันมองต่อสู้แล้วข้าจะได้อะไรเลเน่ถามยิ้มๆ ชายหนุ่มตอบถ้าข้าชนะ เจ้าก็ออกไปจากเมืองแล้วคืนตรามา แต่ถ้าหากเจ้าชนะ ข้าจะยอมเป็นทาสเจ้า” “ได้! เจ้าพูดเองนะเลเน่ตอบแบบนี้ไม่เอาเปรียบกันไปหน่อยหรือ นางไม่เคยฝึกการต่อสู้แบบพวกเรา ข้าขอสู้กับเจ้าแทนนางเองเสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นด้านหลังเลเน่นึกว่าใครที่ไหน ถึงจะเคยฝึกต่อสู้ แต่เจ้าไม่ใช่คีอาร์เกรซหนิ มันไม่ยุติธรรม ข้าไม่อยากแข่งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผลเป็นอย่างไร” ‘จ้า พ่อคุณ สู้กับข้ายุติธรรมมากจ่ะเลเน่หันไปมองหน้าเจ็ตต์ แววตาที่มีอยากพิสูจน์ตนเองสะท้อนให้เห็นเอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะรับเจ็ตต์เป็นลูกศิษย์ แม้ว่าเขาเคยฝึกต่อสู้แบบเจ้า ใครๆก็รู้ว่าด้านกำลังก็ไม่อาจจะชนะคีอาร์เกรซ แต่ข้าจะสอนการต่อสู้ให้เขา ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยแต่ยังคงหลักของการต่อสู้เดิมอยู่ คีอาร์เกรซไม่ควรย่ำอยู่กับที่ ไม่นั้นก็คงสู้กับโลกภายนอกไม่ได้ และถ้าลูกศิษย์ข้าไม่ชนะเจ้า ข้าจะออกจากเมืองไปเองเลเน่ต่อรองแบบนี้แทนข้าเห็นด้วยอยู่ๆก็มีเสียงเอ่ยความเห็นแทรกมา ชายผมเขียวที่ชื่อเลม่อนพูดขึ้นมา เด็กกล้ามโตจึงบอกว่าข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือน แล้วมาดวนกันที่สนามฝึกรบ


โซเฟียบอกเลเน่เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจคนพวกนั้นเลยนะเล่เน่จึงอธิบายว่าในเมื่อพันธะระหว่างข้ากับตราราชันย์ไม่อาจตัดขาดได้ วันนี้มีคนไม่ยอมรับ วันหน้าเขาก็ไม่ยอมรับข้าอยู่ดี สู้เคลียร์...เอ่อสะสางปัญหาให้จบๆกันตั้งแต่ต้นดีกว่าเดิมทีนางคิดจะเรียนรู้การต่อสู้ของคีอาร์เกรซอยู่แล้ว ดีเลย จะได้เป็นแรงผลักไปในตัวด้วยเจ็ตต์ ในเมื่อข้าตัดสินใจให้เจ้าเป็นตัวแทน การฝึกของเจ้าในเดือนนี้ ข้าต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนหละนะเลเน่พูดพร้อมด้วยการยิ้มมุมปากทำไมพี่สาวยิ้มแบบนี้แล้วรู้สึกแปลกๆนะเจ็ตต์คิดในใจ


พวกผู้ใหญ่งานยุ่ง โซเฟียที่พี่ใหญ่เลยต้องดูแลน้องๆ เลเน่เสนอให้จัดปาร์ตี้เล็กๆ ปิ้งย่าง จากเนื้อสัตว์ผักต่างๆที่ได้จากชาวเมือง ด้วยผ่านเหตุการณ์มาด้วยกัน การพูดคุยจึงสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ทั้งสามบอกขอนับเลเน่เป็นพี่น้องด้วยอีกคน บรรยากาศผ่อนคลายเหมือนพี่น้องคุยกัน ทำให้รู้หลายๆเรื่อง ละเอียดถึงขั้นกิจวัติประจำวันของแต่ละคนเลยทีเดียว กว่าจะได้ขึ้นนอนก็ประมาณตีสอง 


เลเน่กลับไปยังห้องของนาง เหมือนนางจะลืมอะไรบางอย่าง เลเน่ค้นค้นข้าวของที่มีคนย้ายมาจากห้องพักเดิมมาให้ตายละ ลูซี่กับยัยหนูข้าหายไป” ‘ใครเป็นยัยหนูเจ้ากันเสียงเล็กๆในหัวเลเน่ดังขึ้นเสียงนี้อีกแล้ว นี้ข้าประสาทหลอน หรือว่าข้าจะถูกผีหลอก’ ‘ผีบ้านเจ้าสิเสียงเล็กๆด่าแบบไม่สบอารมณ์ไม่ใช่ผีก็ออกมาให้เห็นตัวสิเหวอ! โครม! เหมือนห้องสั่นสะเทือนเล็กน้อย เลเน่เซล้ม เมื่อมีแมลงตัวใหญ่บินมาตรงหน้าตัวเจ้าไม่ใช่เล็กๆ ที่ล้มแบบนี้ได้” ‘แมลงพูดได้’ “ข้าไม่ใช่แมลง!” ตัวเล็กพูดอย่างเหลืออด 


โอเคๆ เอ๊ะ! ยัยหนูหรอ เจ้าโตขึ้นแล้วแถมพูดได้อีกเลเน่ร้องอย่างดีใจแล้วจับนางมาพลิกดู ร่างเล็กขนาดห้านิ้วมีเขาสองคู่ มีขาและหางแข็งเป็นอัญมณีไล่โทนสีขาวชมพู มีปีกผีเสื้อหกปีกสีชมพูอมส้มที่ตัดกับลวดลายสีเขียวทอง ผมสีทองยาวถึงสะโพก ใบหน้าหวาน คิ้วโก่ง ตากลมโต นัยน์ตาสีม่วงเข้มตาล้อมรอบด้วยแพขนตาที่หนาแต่โค้งงอน จมูกที่เชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางสีแดงเชอร์รี่ 


ตอนนี้เลเน่ย้ายที่คุยมาเป็นบนเตียงนอนแทนแล้วงดงามมาก แล้วถ้าไม่ได้ชื่อยัยหนู แล้วเจ้าชื่ออะไรหละเลเน่ถามตัวเล็กข้าคือฟลาวเวอร์ดราก้อน เป็นแฟรี่นั้นแหละ แต่ข้ายังไม่มีชื่อแฟรี่น้อยพูดเสียงเบา แล้วเลเน่ก็นึกออกคงเป็นตอนที่นางช่วยเจ็ตต์ไม่ให้สัมผัสกระจุกเวทย์แสง แล้วมีเสียงเบาๆแบบนี้ดังในหัวว่าโยนข้าไปๆ ข้าจะเอาแสงแล้วนางก็รู้สึกร้อนในกระเป๋าเสื้อ นางจึงรีบหยิบแล้วโยนออกไป มันคือหอยสังข์ที่ใส่เจ้าตัวเล็กไว้นั่นเอง ด้วยความต้องการแสงที่มีปริมาณมาก นางจึงพกเจ้าตัวเล็กไว้ติดตัวชื่อมีร่ามั้ย เจ้าชอบแสงหนิเลเน่เสนอ 


ข้าไม่ชอบนางบอกว่าถึงนางจะเป็นดอกไม้ที่บานได้เมื่อมีแสงสว่างก็จริง แต่ก็เพราะต้องใช้เวทย์แสงปริมาณมากนี่แหละ ถึงทำให้นางออกจากที่กักขังไม่ได้เสียที แถมต้องใช้เวทย์ปริมาณมากด้วย เลเน่ถ่ายเทพลังแสงให้นางห้าปีไม่รู้จะคลายได้มั้ย โชคดีที่เจอพลังเวทย์แสงขนาดใหญ่ แฟรี่บอกว่าถ้าไม่ได้ข้าดูดกลืนเวทย์แสง อุโมงค์เล็กที่ซ่อนตราแห่งราชันย์ไม่ปรากฎหรอกนะ


“...โรซี่ จินนี่ ฮันนี่ อีวี่...” เลเน่พูดไปสิบกว่าชื่อตัวเล็กได้แต่ส่ายหน้าเจ้าก็ดูสีชมพูส้มๆ ชื่อลิลลี่มั้ย สดใส ร่าเริง มีความสุขในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็พยักหน้าตกลงจะว่าไปเลเน่ ลูซี่ ลิลลี่ก็เข้ากันดีนะแล้วเลเน่ก็หลับไปด้วยความอ่อนล้าเอ่อ เจ้ายังไม่ได้เจอลูซี่เลยนะลิลลี่เตือนไว้วันหลังนะ ข้าไม่ไหวละ นอนก่อนน้าเลเน่ก็หลับไป




แง้แง แงแงเลเน่สะดุ้งตื่นมาเสียงอะไรเนี่ย ข้านอนไปได้แปปเดียวเองพรึบ! ไฟเวทย์ถูกจุดขึ้น ช้างๆตัว มองไปตามเสียงพบเป็นกล่องที่ใส่เซติกก้า นางเลยเปิดออก เซติกก้าทั้งห้าตัวร้องลั่น เสียงดังสั่นสะเทือน นางจึงปิดกล่องทันทีพวกเจ้าร้องทำไมเลเน่ถามข้าหิวๆนางก็ใส่แครอทสีพีชตามที่ทางร้านบอกแล้วนะทำไมยังไม่พอเซติกก้าร้องพลางพูดพลางปกติพวกเรากินเยอะมาก ไม่พอก็มีของเพื่อนกิน” ‘นี้ข้าได้ตัวอะไรมาเนี่ย จะทำอย่างไรดีเนี่ย มีแต่เมล็ดแครอทจะปลูกขึ้นเร็วๆได้ยังไง ดินก็ไม่มี’ ‘คิดอะไรมากมาย มาๆ เดี๋ยวข้าจัดการเองลิลลี่ที่ตื่นขึ้นมาก็เอ่ยขึ้นไหนเมล็ดหละเลเน่ชี้ตามอย่างว่าง่าย ไม่รอช้า ลิลลี่รวมพลังเวทย์ที่ฝ่ามือส่งพลังไปที่เมล็ดแครอท มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเมล็ดเป็นต้นอ่อน จนกระทั่งมีหัวแครอทสีพีชงอกออกมาขนาดใหญ่


ถ้าเปิดกล่องแล้วยังร้องข้าไม่ให้กินนะ” “ตกลงๆๆทั้งห้าเสียงตอบประสานกัน เลเน่สร้างข้องตกลงแล้วเปิดกล่อง เซติกก้าพยายามกัดปากไม่ร้อง แต่น้ำตาไหลไม่หยุดน่ารักจังเลยแฟรี่ตัวน้อยที่ทำตัวเหมือนแม่เซติกติกก้า เอ่ยพร้อมส่งแครอทให้พวกตัวเล็กกิน เลเน่จึงได้กลับมานอนต่อ


ข่าวเรื่องการปะลองของเลเน่ทำเอาพวกผู้ใหญ่หลายคนแตกตื่น บอกจะสั่งให้ยกเลิกเพราะเจ็ตต์ไม่ใช่คีอาร์เกรซไม่แปลกหรอกเจ้าค่ะ พวกเขาอยู่คุ้มกันชาวเมืองที่อพยบ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ๆก็มีคนนอกมาฉวยเอาของสำคัญของเผ่าไป เขาไม่ยอมรับเป็นธรรมดา อีกอย่างข้าเชื่อมั่นในตัวเจ็ตต์ การประลองนี้ข้าตัดสินใจด้วยตัวเองเลเน่พูดให้สบายใจ ในเมื่อจะอยู่ที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง ก็ต้องมีการปรับตัวกันหน่อย


เลม่อนรองหัวหน้าหนุ่มผมสีเขียวอ่อนถูกเฮดใช้ให้มาสอนการต่อสู้ ด้วยความจำเป็นเลิศของเลเน่ทำให้ทั้งเจ็ตต์และเลม่อนถึงกับอ้าปากค้าง ในเวลาเช้าถึงเย็นตัดเวลาพักออกไปก็ราวๆสิบชั่วโมง เลเน่สามารถทำท่าทางรวมถึงดึงพลังของหมัดมวยนั้นมาได้อย่างถูกต้อง พวกเขาให้เวลาเป็นสิบปี แต่นางแค่ครึ่งวัน แถมยังชี้แนะคนอื่นได้อีกด้วย 


การต่อสู้เน้นการใช้กำลังของร่างกาย แต่จุดอ่อนของทั้งสี่คนคือไม่มีหางที่เป็นไม้ตายสำคัญของคีอาร์เกรซเจ็ตต์ เจ้าจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของร่างกายอีก เจ้าร่ายรำท่าต่างๆได้อย่างถูกต้องก็จริง แต่มันดูแข็งทื่อเกินไปและยังขาดพลังเลเน่พูดขึ้น 


เมื่อก่อนเจ็ตต์พยายามที่จะแข็งแกร่ง ตั้งใจเรียนรู้การต่อสู้ เพราะหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นหนึ่งในคีอาร์เกรซอย่างพ่อ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายๆสิ่งมันย้ำเตือนว่าเขาไม่ใช่ เขาไม่ได้เป็นคีอาร์เกรซ ตัวเขาจึงค่อยๆเก็บตัวและเลิกฝึกฝน เหตุการณ์ในอุโมงค์จ่ายน้ำเป็นสิ่งตอกย้ำเขาเหมือนเดิมว่าเขามันอ่อนแอ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป การที่เขาเห็นเลเน่ คนที่เขามองว่าเป็นคนธรรมดาปกป้องเขา มันทำให้เขาอยากลองลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การที่มองเลเน่เป็นเหมือนไอดอลของเจ็ตต์ ทำให้เขารับฟังในสิ่งที่เลเน่วิจารณ์การต่อสู้ เจ็ตต์รู้สึกร้อนๆหนาวๆว่าตารางเวลาการฝึกของเขาในสามเดือนนี้จะต้องแน่นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน 


-ขออภัยที่หายไปนานมากนะคะ TT-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #22 tonrang (@tonrang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:09
    ไม่เป็นไรค่ะย้อนไปอ่านอันตอนก่อนได้. ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ
    #22
    0