ดาร์เลเน่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,379 Views

  • 22 Comments

  • 132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    2,379

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10 :: ตราแห่งราชันย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61




ตอนที่สิบ



ทั้งสี่คนพยุงกันออกจากอุโมงค์ใต้ดิน ในตัวเมืองตอนนี้ไร้ผู้คนอาศัยอยู่ โรวี่อาสาพาเจ็ตต์ไปพักก่อน เลเน่มุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองพร้อมกับหญิงสาวที่มีผมสีเงินอันเปร่งประกาย มารู้ทีหลังว่านางชื่อโซเฟีย


ภาพจระเข้ขนาดใหญ่กว่าในอุโมงค์ใต้ดินหลายสิบตัวต่อสู้อยู่กับคีอาร์เกรซราวห้าร้อยคนอยู่ภายในเขตอาคมปรากฎแก่สายตาเลเน่ บนผืนน้ำรอบนอกก็มีจระเข้ยักษ์สองตัวลองเชิงกันอยู่ ทั้งคู่ว่ายน้ำเข้าหากันอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียขู่และพ้นน้ำออกจากจมูกกระเซ็นซ่านดั่งน้ำพุ พอได้ระยะที่เหมาะสมทั้งสองฝ่ายม้วนตัว พร้อมกับอ้าปากพยายามงับปากด้านบนของอีกฝ่ายให้ได้ คล้ายนักมวยชกกัน ฟัดกันอย่างรุนแรงเป็นพักๆ พอเหนื่อยก็หยุดหายใจ จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่กันอีก 


มีผู้หนึ่งที่สะดุดตาเลเน่ ชายผู้มีผมสีดำต่อสู้อยู่กับรูบี้เกเตอร์ขนาดยี่สิบเมตรตัวคนเดียวได้โดยที่เขาไม่เสียเปรียบเลย เขากระโดดขึ้นบนหลังรูบี้เกเตอร์แล้วแทงหอกเวทย์ไปที่ส่วนหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาหันหน้ามาเอ๋ ชายผมดำที่อยู่กับพี่ไบรอันต์นี่นา


พี่เฮดระวังเสียงโซเฟียร้องเตือน จาร์อาศัยช่วงที่ทุกคนให้ความสนใจการรบอยู่แทงดาบใส่หลังเฮด แต่เฮดไหวหลบทันจึงโดนฟันเข้าที่หัวไหล่หึๆ หลบทันแล้วอย่างไรในเมื่อข้ามีจาร์หน้าเปลี่ยนสีหาไอนี่อยู่หรอเลเน่ถามพร้อมชูดวงตาจระเข้ขึ้น แล้วแสยะยิ้มแบบนางร้ายในละครขอเอาคืนบ้างเถอะ ในถ้ำนั้นทำเอาข้าเกือบตาย’ “ตราแห่งราชันย์คีอาร์เกรซหลายคนทำหน้าตกใจ ไม่ใช่แค่พวกเขาจระเข้สีแดงยังมองนาง การต่อสู้ชะงักลง โซเฟียบอกเลเน่ว่าเจ้ามีตราสามารถสั่งอะไรก็ได้” “ในนามแห่งราชันย์ พวกเจ้าจงหยุดต่อสู้กัน


กลุ่มที่ต่อสู้ใกล้ๆนั้นหยุดต่อสู้ ไม่ใช่เพราะนางสั่งแต่เป็นเพราะพวกเขามองนางอยู่ก่อนแล้วเอ๊ะ ไอตรงที่สู้อยู่ไกลๆไม่เห็นจะหยุด ซวยแล้ว! เลเน่นางแอบหน้าซีดเชื่อมต่อจิตด้วยสิมนุษย์โง่เสียงเล็กๆดังขึ้นในหัวของเลเน่เสียงนี้อีกแล้ว แต่ค่อยว่ากันเลเน่บอกตัวเองหายใจเข้าออกลึกๆแล้วนางก็เชื่อมจิตกับดวงตาแห่งราชันย์ "ข้าขอสั่งให้พวกเจ้าหยุดเคลื่อนไหว" ดวงตาเลเน่เปลี่ยนเป็นตาสีทองของจระเข้ มองไปรอบๆทั้งรอบนอกและในเขตแดน คราวนี้ทุกตนหยุดอยู่กับที่ ไม่อาจขยับได้ 


บลูเชน!” โซ่สีน้ำเงินตรงเข้าไปรัดจาร์ไว้เมื่อเขาคิดจะร่ายเวทย์ใส่เลเน่ต่อหน้าข้า เจ้าอย่าได้คิดมีโอกาสเป็นครั้งที่สองโซเฟียพูดเสียงเข้ม นางให้โซ่น้ำแข็งพันจาร์ไว้ทั้งตัวเพื่อไม่ให้จาร์เล่นแง่ใดๆได้อีก


เลเน่เคลื่อนไปอยู่ด้านหน้าของรูบี้เกเตอร์ตัวที่ใกล้ที่สุดรูบี้เกเตอร์จงรออยู่ด้านนอกเมือง ห้ามเหยียบเข้ามาในเมืองนี้เลเน่เอ่ยเป็นภาษาของเกเตอร์แบบจาร์ จระเข้ที่ยังมีชีวิตอยู่พาตัวเองออกนอกเมืองทันที


คีอาร์เกรซ เคลื่อนไหวได้แล้วสิ้นเสียงนาง เหล่าคีอาร์เกรซทรุดตัวลงเฮ้! เฮ้! ราชันย์จงเจริญ!” หลายคนร้องด้วยความดีใจ นักรบรีบช่วยคนเจ็บกันยกใหญ่ โซเฟียกล่าวให้เลเน่ช่วยเรียกคีอาร์เกเตอร์กลับเข้ามาในเมืองตามคำของนางยกเลิกคำสั่งทำโทษผู้ที่ทำภารกิจไม่สำเร็จเสียงของเลเน่ที่เชื่อมต่อกับตราราชันย์เสียงดังขึ้นอีกครั้งเป็นภาษาโบราณ 


คีอาร์เกเตอร์หลายตัวว่ายตรงเข้ามาเมื่อเท้าเหยียบพื้นดิน ร่างของพวกเขาก็กลายเป็นคีอาร์เกรซ ท่านพ่อ! ท่านพี่! ท่านปู่! ท่านแม่! เสียงตะโกนเรียกญาติพี่น้องพร้อมเสียงร้องไห้ด้วยความยินดีดังระงมไปทั่ว ร่างสูงที่มีเหงื่อเต็มใบหน้า ผู้ที่มีผมสีดำและนัยน์ตาสีน้ำตาล เดินมาหยุดที่ตรงหน้าเลเน่ข้าเฮเซลเขาเอ่ยแนะนำตัวข้าดาร์เลเน่เจ้าค่ะเลเน่แนะนำตัวด้วยเช่นกัน ยังไม่ทันได้เอ่ยถามถึงคนอื่นๆ ก็มีเสียงเรียกนางเสียก่อน


ดาร์เลเน่ ข้าขอบคุณเจ้ามากจริงๆ เจ้ากับคู่หมั่นเข้าเมืองก่อนเถิดฮาร่ารับหน้าที่มาดูแลเลเน่และเฮเซลโดยเฉพาะ เลเน่ทำหน้าสงสัยว่าใครคือคู่หมั่นนางไม่ต้องเขินหรอก เขาบอกพวกเราหมดแล้ว” ‘เข้าใจผิดแล้ว ข้ากับเฮเซลนี่หรอจะเป็นคู่หมั่นกัน ข้าเพิ่งได้คุยกันครั้งแรกตะกี้นี้เองเลเน่แย้งอยู่ในใจ เฮเซลจ้องเลเน่เขม็ง สายตาเขาบอกว่าอย่าพูดอะไรออกมา เลเน่จึงไม่กล่าวอันใดต่อ


ฮาร่าพาทั้งสองไปพักยังบ้านของนาง เลเน่อยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเอ่ยถามฮาร่าให้ข้าเล่าให้นางฟังเองชายวัยกลางคนเดินเข้ามาพอดีบอกกับฮาร่าแล้วแนะนำตัวข้าแซม เป็นพ่อของเฮดเลเน่ทำความเคารพ แซมเล่าว่า ในอดีตคีอาร์เกรซที่ถูกส่งออกไปทำภารกิจข้างนอก หากทำภารกิจไม่สำเร็จ มีบทลงโทษคือไม่อาจเหยียบเข้าเมืองได้ และกลายร่างเป็นคีอาร์เกเตอร์มีหน้าที่ปกป้องเมืองอยู่ด้านนอกชดใช้ หากเป็นเกเตอร์จนครบเวลมสองปีก็จะได้รับการอนุญาตกลับคืนร่างเดิมเป็นรายๆไป นั่นเป็นคำพูดของผู้ถือครองตราแห่งราชันย์เกเตอร์ในอดีต ที่ถือเป็นกฎสืบต่อกันมา 


เมื่อผู้ถือครองตราแห่งราชันย์คนสุดท้ายตายลง พร้อมกับตราที่หายไป คำพูดที่เป็นกฏก็เหมือนเป็นคำสาปให้คนรุ่นหลัง ห้าร้อยปีที่ผ่านมา หากทำภารกิจไม่ลุล่วงไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ไม่สามารถกลับเข้าเมืองได้อีก เขาเองก็มารู้ความจริงข้อนี้เอาตอนที่กลายเป็นคีอาร์เกเตอร์ไปแล้วท่านเคยเป็นคีอาร์เกเตอร์ด้วยหรือเจ้าคะโซเฟียที่มาพร้อมกับแซมก็บอกว่าก็คีอาร์เกเตอร์ตัวใหญ่สุดนั่นไง คือท่านพ่อข้าเอง” ‘สุดยอด เท่สุดๆเลเน่พยักหน้าเข้าใจ


แล้วเรื่องรูบี้เกเตอร์กับจาร์หละ จะเอายังไงต่อเจ้าคะเลเน่ถามต่อ แซมจึงตอบว่าตอนนี้พาไปสอบสวนอยู่...เอาหละ พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ ได้เรื่องอย่างไรแล้วเดี๋ยวจะให้คนไปตามเลเน่และเฮเซลต่างเดินแยกเข้าห้องกันคนละทาง เมื่อเลเน่อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็มีคนมาเคาะประตู ก๊อกๆๆ โรวี่เป็นคนมาตามเลเน่ให้ไปกินข้าว ออกมาถึงนางก็พบเฮเซลรออยู่แล้ว


หลังกินข้าวเสร็จ เฮดขอคุยเรื่องของจาร์หลังจากที่ใช้อาคมพูดความจริงบังคับให้ตอบคำถามข้อดีของเวทย์มนต์อีกแล้ว ไม่ต้องทรมารให้เสียเวลาก็ตอบมาทุกอย่างเลเน่ที่ชอบความมหัศจรรย์เอ่ยในใจ เฮดเล่าว่าเดิมจาร์มีหน้าที่ติดต่อกับคนนอกเผ่าในฐานะตัวแทนของเผ่าเฮซูมาโดยตลอด มีคนมาถามจาร์เกี่ยวกับตราแห่งราชันย์ของคีอาร์เกรซ จริงๆเผ่าเฮซูเราเคยเจอกับอาณาจักรอื่นในฐานะของคีอาร์เกรซมาก่อน แต่เจอในลักษณะที่ไม่ดีสักเท่าไร ในอดีตหัวหน้าเผ่าคือผู้ครอบครองดวงตาแห่งราชันย์ เป็นสิ่งที่ไว้ควบคุมคนในเผ่า


เมื่อห้าร้อยปีก่อน มีศึกแย่งชิงลุ่มน้ำเกิดขึ้นอีกครั้ง ระหว่างคีอาร์เกเตอร์และดรอกเกเตอร์ จระเข้ผีธาตุมืด เมืองทั้งเมืองพังพินาศ คีอาร์เกเตอร์สู้ไม่ไหว พอจะเรียกถอยทัพกลับ หัวหน้าเผ่าเรียกเองได้ยินกันไม่ทั่วถึง จึงใช้ตราแห่งราชันย์สั่งการ กลายเป็นว่าสั่งการดรอกเกเตอร์ด้วยเช่นกัน และจากตำนานที่ว่าเมื่อก่อนเกเตอร์ทุกเผ่าอยู่รวมกันบนแผ่นดินนี้ ก่อนราชาเกเตอร์ตายเขาควักดวงตาที่เป็นที่เก็บพลังของราชา มอบให้น้องเขาเป็นผู้ดูแล


ก่อนการแต่งตั้งราชา มีพิธีกรรมการกรีดเลือดของเกเตอร์ทุกตน ร่ายอาคมเวทย์ จนได้เลือดศักดิ์สิทธิ์ที่ตอนหลังก็มอบให้ทุกคนเพื่อเป็นการยอมรับว่าจะรับใช้ราชาเกเตอร์เป็นนายแห่งเกเตอร์ทั้งปวง มีอำนาจในการปกครองเกเตอร์ทุกตน ก็เป็นไปได้ที่ตราแห่งราชันย์นี้ยังสามารถควบคุมเกเตอร์ได้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ หัวหน้าเผ่าในตอนนั้นจึงหาทางซ่อนตราราชันย์เอาไว้


ดรอกเกเตอร์ที่รอดไปนำไปบอกเล่าแก่เหล่าเจ้านายตนชนเผ่าเทเวลไม่แปลกที่เมื่อมีคนรู้ถึงพลังของดวงตาแห่งราชันย์แล้วจะอยากมีไว้ในครอบครอง พวกเทเวลวางแผนหลอกล่อให้คีอาร์เกรซออกไปสู้นอกเขตป้องกัน จึงมีบางตัวถูกจับเป็นทาส คีอาร์เกเตอร์จึงถูกนำเข้าสู่สงคราม การมีนักรบที่มีพลังแบบสัตว์เวทย์แต่มีสติปัญญาเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก คีอาร์เกเตอร์มักถูกส่งไปตายเป็นด่านแรก ในขณะที่พวกมันไล่ล่าหัวหน้าเผ่าจนจะจับตัวได้ หัวหน้าเผ่าชิงปลิดชีพตัวเองตัดขาดกับดวงตาแห่งราชันย์เสียก่อน หลังจากนั้นมาไม่มีใครพบเจอตรานั่นอีกเลย แล้วพวกเราทำตัวให้หายไปจากโลกใบนี้มาห้าร้อยปี เหลือไว้เพียงตำนานให้ชาวบกพูดถึงอยู่บ้าง


สองร้อยปีหลังมานี้ คีอาร์เกเตอร์วิวัฒนาการจนมีรูปลักษณ์ที่เป็นคนปกติ สามารถเก็บหางได้ จะอยู่ในร่างคีอาร์เกรซเมื่อต้องต่อสู้เต็มกำลังเท่านั้น และในช่วงหลังๆมีการแต่งงานกับเผ่าอื่นประปราย ลูกหลานจึงมีทั้งคีอาร์เกรซ และคนปกติ สิบปีมานี้เราจึงคิดจะเปิดเขตแดนติดต่อกับโลกภายนอกอย่างเป็นทางการ ในนามของเผ่าเฮซู เพื่อจะได้ไม่ต้องลักลอบขึ้นบกแบบที่ผ่านมา


ส่วนเรื่องของจาร์เป็นเพราะในชนเผ่านี้ ใครที่ไม่ใช่คีอาร์เกรซจะโดนดูถูกเหยียดหยาม ถูกมองว่าอ่อนแอ จาร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาผูกใจเจ็บ อยากเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ เมื่อเป็นตัวแทนของเผ่าไปพบคนมากหน้าหลายตา เจอเข้ากับคนที่สนใจเรื่องตำนานตราแห่งราชันย์ จากแค่สงสัยจนมาค้นหาตำนานที่ว่า ถลำลึกไปจนถึงขั้นร่วมมือกับคนกลุ่มนั้นที่ต้องการคืนชีพราชา พวกนั้นมีรูบี้เกเตอร์อยู่ในครอบครองจึงถูกส่งมาให้ช่วยจาร์หาทางนำตราออกมา


ใครกันจะมีรูบี้เกเตอร์เป็นทาสรับใช้เป็นฝูงโซเฟียที่ฟังอยู่ด้วยกันถามจาร์เองก็ไม่เคยเห็นใบหน้าจริง ใส่หน้ากากอำพลางตลอดเฮดตอบนั้นคงต้องถามรูบี้เกเตอร์เฮเซลเป็นคนเอ่ยออกมา สายตาหลายคู่มองมาที่เลเน่นั้นข้าต้องเป็นคนไปพูดใช่มั้ยเลเน่ถามไปทั้งที่รู้ตัวว่าคนที่คุยได้สั่งได้มีแต่นาง มีคนขนของที่ค้นเจอในบ้านของจาร์มา ภายในมีหนังสือที่เขียนด้วยอักษรเก่าแก่ เกี่ยวข้องกับตราแห่งราชันย์และเกเตอร์ทั้งสิ้น


เลเน่ขอเอามาเปิดดู เรื่องการอ่านเป็นงานถนัดของนางมีวิธีใช้ตราของราชันย์ด้วย หัวหน้าเผ่าคนที่สิบห้าบันทึกไว้ โอ้โห! พลังน่ากลัวเกินไปแล้วเลเน่รีบเปิดอ่านอย่างว่องไวในขณะที่รอให้คนครบ เมื่อคนของเผ่าอีกสองคนมาถึง ก็เดินทางไปที่ประตูหน้าเมือง เดินเลยออกมาหน้าเกราะเวทย์ ตรงหน้าของนางมีรูบี้เกเตอร์นอนรออยู่นิ่งๆ เลเน่เชื่อมจิตต่อกับดวงตาราชันย์หัวหน้าของพวกเจ้ารูบี้เกเตอร์ ออกมาคุยกับข้า จระเข้ลูกน้องค่อยๆเอาหัวลดต่ำดำน้ำลงไปใต้น้ำเพื่อหลีกทางให้จระเข้จ่าฝูงว่ายผ่านไป ตรงหน้าเลเน่คือ ใบหน้ารูบี้เกเตอร์สีแดงทับทิม ที่ขนาดตัวใหญ่ราวๆห้าสิบเมตรตอนไปฟาร์มจระเข้สามพราน ยังไม่ได้เจอจังๆขนาดนี้เลยขนเลเน่แอบลุกเจ้าไม่มีร่างที่เล็กกว่านี้หรอสักพักรูบี้เกเตอร์ก็มีรูปร่างแบบคน แต่ทั้งตัวยังเป็นจระเข้ วิวัฒนาการดูจะช้ากว่าคีอาร์เกเตอร์แบบไหนก็หน้ากลัวไม่ต่างกันเลย บรื๋ย’ 


นางปลุกปลอบใจแล้วพูดต่อไป ถามว่ามาทำไม นายของพวกเขาคือใคร รวมไปถึงมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในเผ่าหลังจากที่ได้ย้ายถิ่นฐานจากที่นี่ไป ระหว่างที่เลเน่เป็นคนถาม โซเฟียเป็นคนแปลในคนอื่นๆฟัง ได้ความว่า หลังจากที่แยกย้ายไปพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้ภูเขาลาวาทางตอนใต้ของทุ่งฟัลวิโอน่า ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่นเรื่อยมา ไม่นานมานี้ถูกจับตัวไปเป็นทาสของพวกเทเวล พวกมันสั่งให้มาตามหาตราแห่งราชันย์ และเป็นความตั้งใจของเผ่าที่ยึดแผ่นดินของพวกเขากลับคืน ชายคนที่อยู่กับพวกเทเวลบอกเขาว่าว่า ที่พวกเขารูบี้เกเตอร์ต้องอพยบไปอยู่ที่ลำบากนั้นก็เพราะคีอาร์เกเตอร์ยึดครอบครองดินแดนนี้ วิวัฒนาการของพวกเขาจึงย่ำแย่อยู่กับที่ 


เลเน่เห็นแววตาโกรธแค้นของพวกเขาแล้ว หากไม่มีดวงตาราชันย์สะกดไว้นางคงโดนงาบไปแน่ๆ สงสัยที่แห่งนั้นจะลำบากจริงๆ ถึงได้แค้นขนาดนี้เดี๋ยวๆ พวกเจ้าเป็นคนขอออกไปเองไม่ใช่หรือโซเฟียพูดออกมาออกมาเพราะทำให้เกเตอร์เผ่าอื่นป่วยตาย บรรพบุรุษจึงต้องออกไปตั้งถิ่นฐานที่อื่นแทนเกเตอร์ตนนั้นกล่าว 


แต่เขาไม่ได้บอกใช่หรือไม่ว่าเขามีส่วนทำให้ราชาเกเตอร์สิ้นใจ เอาหละข้าจะบอกให้ หัวหน้าเผ่าเจ้าในตอนนั้นมีความริษยาที่ราชาคีอาร์เกเตอร์ได้รับความรักจากเกเตอร์เผ่าเทพ ทำให้เขาหันไปเข้าร่วมกับเผ่าปีศาจ เกิดสงครามแย่งชิงน่านน้ำขึ้นอีกครั้ง ในขณะนั้นราชินีกำลังตั้งครรถ์อยู่เข้าขวางจึงถูกสะกดให้หลับไหล แต่ไม่อาจฟื้นคืน ที่นี่เลยมีอาคมป้องกันที่แข็งกล้า ไม่แปลกหรอกหรือ พื้นที่ที่เป็นธาตุเวทย์แห่งความมืดเสียส่วนใหญ่ แต่ทำไมถึงมีอาคมพิทักษ์ดินแดนจากเวทย์แห่งแสงสว่าง ในตอนท้ายราชาเกเตอร์ก็ถูกรูบี้เกเตอร์สังหารอยู่ดี น้องชายของราชามาช่วยไว้ก็ได้สังหารแก้แค้นกลับ หากใช้ข้อหากบฏสมคบคิดกับคนนอก รู้บี้เกเตอร์ทั้งหมดคงต้องตาย เลยใช้ข้อหาขับไล่เรื่องทำให้เกเตอร์ตัวอื่นป่วยตายแทน ซึ่งนั่นก็เรื่องจริงอีกเช่นกัน แมลงเซสซี่หากดูเลือดพวกเจ้า แล้วไปกัดเกเตอร์ตัวอื่น ก็จะทำให้มีไข้เจ็บป่วย บางตัวถึงกับตายเลเน่เอ่ยเล่าให้ฟังรวดเดียว


แต่เรื่องก็ตั้งแต่พันปีก่อน ถามหาความถูกผิดไปก็เท่านั้น เจ้ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่เลเน่ถามเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องของคนรุ่นก่อนเล่าให้คนรุ่นหลังฟัง ยังไงก็เปลี่ยนแปลงเรื่องราวแต่เดิมไม่ได้อยู่ดีถึงอย่างไรข้าก็ต้องเอาตราแห่งราชันย์กลับไปอยู่ดี พวกมันจับลูกๆข้า กับพวกข้าที่เหลือไว้เป็นประกันโซเฟียอดไม่ได้เลยพูดขึ้นว่าพวกเจ้ากลับไปพร้อมตราแห่งราชันย์ เขาก็เอามันมาสั่งการพวกเจ้าอยู่ดีเลเน่ไกล่เกลี่ย บอกแกมสั่งให้พวกรออยู่ด้านนอกนี้ก่อนอย่าไปไหน 


เจ้ารู้เรื่องเหล่านั้นได้อย่างไรแซมเอ่ยถามข้าอ่านมาจากหนังสือของจาร์ บันทึกที่เก่าแก่ว่าประติมากรรมในถ้ำ แล้วลองเชื่อมต่อกับดวงตาราชันย์นี้เข้า จึงได้รู้เรื่องราวในอดีตเลเน่ตอบแซมสาเหตุที่เด็กๆในหมู่บ้านล้มป่วย ก็มาจากแมลงเซสซี่ที่ไปดูดเลือดของรูบี้เกเตอร์แล้วมากัดพวกเขา ซึ่งอาการของพวกเขาก็มีหลังจากที่รู้บี้เกเตอร์มาล้อมเมืองพอดีด้วยเลเน่บอกเฮดและฮาร่า 


รุ่งเช้าเลเน่ขออนุญาตเฮดและแซมอ่านตำราของเผ่าที่เก็บอยู่ในห้องหนังสือโซเฟีย พี่ช่วยข้าหาหนังสือ ดูว่ามีวิธีไหนทำให้ดูเหมือนจระเข้ตายบ้างโซเฟียทำหน้าสงสัย เลเน่บอกแผนแก่โซเฟียมีแต่ยาพิษที่ทำให้ถึงตายทั้งนั้นโซเฟียหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายเจอแล้วในนี้เขียนถึงยาพิษชนิดหนึ่งไว้ ทำให้ดูเหมือนป่วยตาย ผ่านไปหนึ่งวันถึงจะฟื้นคืนชีพทั้งสองบิ้มด้วยความยินดี เลเน่ขอบคุณซีรีส์ย้อนยุคเกาหลีที่ทำให้นางคิดแผนการนี้ออกมาได้ แผนหนีออกจากคุกโดยการแกล้งตาย เอ่อแต่นนางจะให้ทั้งฝูงหนี จะรอดมั้ยเนี่ย


เลเน่นำแผนไปแจ้งกับเฮดเนื่องด้วยต้องใช้คนหลายคนในการช่วยกันปรุงยา เฮดต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถกเถียงกันใหญ่เรื่องอะไรจะต้องไปช่วยพวกมันด้วย พวกเราเสียหายเพราะพวกมันมามากพอแล้วเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา เลเน่ใช้อำนาจอีกครั้งหยุด ฟังข้าคีอาร์เกรซทั้งหลายหยุดนิ่ง เลเน่หยุดใช้ดวงตาราชันย์แล้วเอ่ยว่าพวกท่านลองนึกดู หากพวกเขากลับไปโดนไม่มีอะไรติดมือ ทางเทเวลก็จะส่งคนอื่นมาอีก มีสงครามไม่จบสิ้น และไม่รู้ว่าครั้งหน้าเราจะชนะหรือไม่ อีกอย่างเขาก็เป็นเกเตอร์เหมือนพวกท่าน มีมิตรดีกว่ามีศัตรู” 


จะเชื่อได้อย่างไร แล้วถ้าพวกมันนำเรื่องเราไปบอกฝ่ายนั้นหละมีคนแย้งขึ้นมามีตราราชันย์อยู่ในมือ ข้าสามารถทำให้พวกเขาไม่พูดเรื่องพูดเราออกไปได้ อีกอย่างหากตราราชันย์ตกลงไปอยู่ในมือฝ่ายนู้นจริง รูบี้เกเตอร์เองก็ไม่รอดที่ถูกบังคับใช้งานหลายคนลองนึกตามดูแล้ว เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยจึงทำยอมทำตามแผน  สองวันผ่านไป โรคงานนรกที่ทำโอสถกว่าห้าร้อยเม็ดได้สิ้นสุดลง


เฮดได้สั่งให้คนทำตราราชันย์ปลอมขึ้นมาเพื่อให้จาร์นำไปให้อีกฝ่ายบอกว่าเขาเข้าไปในถ้ำสุสานราชาลักลอบนำออกมา โดยให้รูบี้เกเตอร์มาก่อกวนด้านหน้าเมือง ตราราชันย์เป็นแค่เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นหัวหน้าเผ่าในอดีต เขาลองใช้แล้วไม่สามารถสั่งการเกเตอร์ได้


ด้วยความเจ้าเล่ห์ของจาร์ที่ไม่เผยเรื่องตนทุกอย่าง ทำให้เรื่องคีอาร์เกรซที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้หลุดไปถึงหูของพวกเทเวล ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่จะกล่าวว่าเผ่าเฮซูเป็นเผ่าที่อพยบมาใหม่เมื่อประมาณสองร้อยปีก่อนเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคีอาร์เกรซ ส่วนรูบี้เกเตอร์นั้นจะใช้แผนแกล้งตาย คือเมื่อพบเจอคนทั้งเผ่าแล้วค่อยมอบยาพิษให้เกเตอร์ทั้งหมด การตายหมู่นี้เป็นโรคติดต่อของพิษจระเข้


ส่วนที่จาร์ยอมทำตามแผนเพราะรู้ความจริงจากแซมแล้วว่า เกเตอร์ชราตนหนึ่งไปเจอที่ถูกใส่ตะกร้าลอยน้ำมา นำเขามาให้ภรรยาคนที่จาร์เรียกว่าย่าเป็นผู้เลี้ยงดู ย่าจาร์กลัวว่าจาร์จะเสียใจที่ตนไม่ใช่สายเลือดของคนในเผ่านี้ จึงปกปิดเอาไว้ ย่าของจาร์คนที่คอยอุ้มชูเขามาเสียเอาตอนช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เขาจึงมุ่งมั่นในการเรียนทดแทน เก็บความแค้นที่โดนดูถูกเอาไว้ เมื่อรับรู้ความแค้นที่มีเปลี่ยนไปเป็นความเศร้าเสียใจ ก็ถูกแล้วที่เขาไม่ใช่คีอาร์เกเตอร์ จาร์รู้สึกเคว้งคว้างไปหมด เฮเซลเป็นคนไปจุดประกายความคิดให้เห็นว่าเขาควรรับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ ก่อนออกจากเมืองไป จาร์ใช้เวลาสองวันเขียนหนังสือ มอบความรู้ทั้งหมดที่มีลงไปมอบให้แก่เฮเซลผู้จุดไฟให้เขา จาร์ไปพร้อมกับรูบี้เกเตอร์กลุ่มใหญ่ ที่มีคีอาร์เกรซที่อยู่ในร่างคีอาร์เกเตอร์ตามไปดูเหตุการณ์ด้วย


คนที่เฮดสั่งให้อพยบไปต่างกลับกันมา เด็กหรือคนที่เป็นไข้ต่างอาการดีขึ้น ไม่มีคนที่มีอาการรุนแรงแบบเจ็ตต์ ด้วยทำตามแบบที่เลเน่บอก เฮดจัดประชุมคนทั้งหมดในเมือง เลเน่นับคร่าวๆได้ประมาณห้าหกร้อยคน บอกเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น บอกถึงเรื่องของรูบี้เกเตอร์ ในครอบครัวของผู้สูญเสียนั้นต้องใช้เวลาในการยอมรับความจริง สงครามมาพร้อมกับความสูญเสียเสมอ ส่วนเรื่องจาร์ เฮดให้รองหัวหน้านักรบหนุ่มเป็นคนพูดต่อ เมื่อเขาชี้แจง ถามความเห็นว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร


คีอาร์เกรซคนหนึ่งเสนอความคิดขึ้นมาว่านั้นคนที่ไม่ใช่คีอาร์เกรซก็ขับไล่ออกไปให้หมด” “นั้นก็ไล่ย่าคนนี้ของเจ้าด้วยแล้วกันหญิงชราเอ่ยขึ้น ชายคนดังกล่าวจึงเงียบไปในนี้มีครอบครัวไหนบ้างที่ทุกคนในตระกูลไม่ได้เป็นคีอาร์เกรซ ข้าดูมาหมดแล้วตั้งแต่ในอดีต คนที่ตั้งรกรากบนดินแดนนี้ ไม่มีการแต่งงานข้ามเผ่า ก็ไม่ได้เป็นคีอาร์เกรซทั้งตระกูล” “ข้าขอแย้ง ครอบครัวข้าเป็นคีอาร์เกรซทุกคนชายหนุ่มกล้ามโตที่เชื่อมั่นความเค้าคือคีอาร์เกรซแท้ของเมืองเอ่ยขึ้นย่าทวด และน้องสาวของทวดเจ้า เป็นคนธรรมดาไม่ใช่คีอาร์เกรซรองหัวหน้านักรบผมเขียวตอบ เลเน่แอบขำความเงิบกินของชายกล้ามโตที่เมื่อหันไปหาบิดาตน บิดาตนก็พยักหน้าบอกเบาๆว่าเรื่องจริงทางตระกูลกลัวความด่างพร้อยจึงปิดเงียบเลเน่ปรมมือรัวๆให้หนุ่มผมเขียวในใจ ชอบการที่จำแผนผังเครือญาติได้หมดของเขามาก


เมื่อไม่มีคนค้านชายหนุ่มจึงพูดต่อถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องปรับเปลี่ยน การที่ในอดีตพวกเราถูกใช้งานเยี่ยงทาส เป็นเพราะคนเหล่านั้นมองพวกเราว่าไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขา เราประนามพวกเขา แต่ตอนนี้เราต่างอะไรกับผู้ที่เราประนาม ในเมื่อยังแบ่งแยกคีอาร์เกรซ และคนที่ไม่ใช่ ดูถูกเหยียดหยามพวกที่ไม่ได้เป็นคีอาร์เกรซ


ตอนนี้จาร์ก็ออกไปรับผิดชอบการกระทำของเขา ถึงจะล้มล้างความผิดได้ไม่หมด แต่พวกเจ้าหละ รับผิดชอบกับวาจาและการกระทำของตนเองหรือยังหลายคนร้องไห้ คนที่เป็นคนธรรมดารู้สึกขอบคุณที่ชายหนุ่มพูดแทนตน การพูดครั้งมีทำให้หลายคนได้คิด บางคนก็กล่าวขอโทษออกมาเลย คนปากหนักแม้ไม่ขอโทษ ก็เห็นว่าเป็นปัญหาสมควรที่จะได้รับการแก้ไข 


เลเน่ย้อนคิดไปถึงโลกที่นางจากมา มนุษย์ฆ่าฟันกันมาตลอดในประวัติศาสตร์ก็เพราะเห็นความไม่เหมือนตนเองของผู้อื่น และในยุคที่นางจากมาก็มีการใช้ เฮตสปีช(Hate Speech) เช่น ไออ้วน ไอเตี้ย ไอดำ ไอเป๋ หรือการล้อเลียนต่างๆเพื่อความสนุกสะใจ คำพูดที่ไม่ได้คิดอะไรนี้ กลับสร้างบาดแผลในใจให้คนฟัง


ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้า น้องชายหนุ่มผมเขียวเดินมาแล้วพูดกับเฮเซล ด้วยความอยากรู้ เลเน่จึงถามเขาว่ามาขอบคุณเรื่องอะไร ชายผมเขียวที่มีชื่อว่าเลม่อนเอ่ยเล่าให้ฟังว่า สามวันก่อนเขาได้รับหน้าที่มาพูดเรื่องจาร์ เขาอยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องการแบ่งแยกนี้ไปด้วย ไม่ใช่เพียงแค่การชี้แจง เมื่อเห็นรัศมีผู้ทรงภูมิของเฮเซลตอนที่เดินผ่าน เลม่อนเลยไม่ลังเลที่จะเข้าไปขอความช่วยเหลือ เฮเซลแนะนำให้เขาไปหาข้อมูลที่ไม่มีคนโต้แย้ง เมื่อค้านไม่ได้จิตใจของเขาจะเปิดรับฟังความเห็นเอง


เลเน่ขำก๊ากในใจกับคำว่ารัศมีผู้ทรงภูมิที่เลเม่อนเอ่ย ผิวพรรณกระจ่างใสมีออร่า โครงหน้าคมเข้ม จมูกโด่งสวยได้รูป รับกับริมฝีปากบางสีชมพูที่ดูสุขภาพดี คิ้วเข้ม ตาโตมีเสน่ห์สะดุดตา นัยน์ตาสีน้ำตาเฮเซลนัท เลเน่ขัดให้เฮเซลเป็นคนที่ดูดีระดับต้นๆ แต่ติดเรื่องของความเงียบเป็นเป่าสากของเขา ภาพลักษณ์เทวดาดับวูบ เลเน่แอบเสียใจที่เคยใจเต้นตึกๆให้เขาไปสามวิตอนเจอหน้ากันครั้งแรกเลยทีเดียว



_________________________________________


Happy New Year 2019 !!!


สวัสดีวันปีใหม่ค่ะ~ ขอให้นักอ่านทุกคนมีความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ทั้งการเรียน การเงิน  การงานเจริญก้าวหน้านะคะ หากมีอุปสรรคก็ขอให้ผ่านไปอย่างหมูๆ สมกับที่เป็นปีกุนค่า ^^

ลงปิดท้ายปี 2018 ปีหน้าเจอกันค่าา





ตัวอย่างรูปตราแห่งราชันย์ ของจริงทรงอานุภาพและขลังกว่านี้ค่ะ 555 




พาเลม่อนมาฝากค่ะ


ขอแอบปล. ติชมเข้ามาได้นะคะ ไม่เม้นไม่เป็น แต่ถ้าถูกใจกดไลค์ให้ทีค่า กำลังใจเล็กๆของไรท์ 555 

แต่จริงๆแค่มีคนยังกดเข้ามาอ่านอยู่ก็เป็นปลื้มแล้ว ขอบคุณค่ะ :) 


-หมูนักเขียน-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #21 Aul_jung (@auljumungming) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 21:19
    อ่านรวดเดียวถึงตอนล่าสุดเลย ชอบมากๆค่ะ สนุกดี ติดตามนะคะนักเขียน
    #21
    0
  2. #20 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 18:44
    รอนะคะ
    #20
    0
  3. #19 saitarn_pcy (@saitarn_pcy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:25
    รออยู่นะคะ สู้ๆค่ะ
    #19
    0