ONE SHOT ROOM

ตอนที่ 6 : Original Character : Interested

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

One Shot : Interested

From : Original Character

Rate : PG

.

.

.

            最近・・・あの女が気になっていた。

          (ช่วงนี้...ผมกำลังสนใจผู้หญิงคนหนึ่ง)

 

          ยินดีต้อนรับครับ ผมเงยหน้าจากเครื่องคิดเงินเพื่อมองลูกค้าคนใหม่ที่เดินเข้าร้านมา ก่อนเบนสายตาไปมองนอกร้านผ่านกระจกใสที่เห็นสภาพภายนอกวุ่นวายเล็กน้อยเนื่องจากช่วงผู้คนกำลังเลิกงาน

 

          ผมทำงานในร้านขายขนมปังซึ่งอยู่ตรงสถานีรถไฟ จึงไม่แปลกเลยซักนิดที่เวลาช่วงใกล้ค่ำเช่นนี้จะมีลูกค้าเข้าร้านเพื่อซื้อขนมปังติดไม้ติดมือกลับบ้านไปกินพร้อมกับคนในครอบครัว เนื่องด้วยร้านขนมปังนี้ราคาไม่แพงมากนักและเป็นร้านขนมเพียงหนึ่งเดียวในตัวสถานีทำให้ยอดขายของร้านสูงมาโดยตลอด

 

          ผมมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังเดินวนเลือกขนมปังใส่ถาดหลายชิ้นด้วยสายตาเรียบเฉย หน้าที่ผมในร้านคือตำแหน่งเคาท์เตอร์คอยคิดเงินลูกค้า บางทีถ้าคนไม่เยอะนักก็จะยืนว่างพักเหนื่อยได้แบบนี้เนี่ยแหละ

 

          ยินดีต้อนรับครับ ผมเอ่ยเสียงเย็นแบบคนเมื่อยปากเวลาที่ต้องพูดคำเดียวซ้ำกันวันละหลายสิบรอบอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนสายตาจะสะดุดเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาใหม่นั้นเป็นใคร

 

          หญิงสาวชาวเอเชียแต่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ผมสั้นประบ่าสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่เวลาสบตาด้วยทีไรมักจะมีประกายอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ หน้าตาไม่จัดไปทางสวยแบบสาวญี่ปุ่นแต่ไม่ได้แย่นักเมื่อเทียบกับผู้หญิงด้วยกัน เธอไม่ใช่ลูกค้าประจำของร้านนี้ที่พนักงานทุกคนจะจำได้ แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อผมเห็นเธอส่งยิ้มให้ครั้งแรกตั้งแต่วันนั้นผมก็ลืมใบหน้าเธอไม่ได้อีกเลย

 

          มันไม่ใช่ความหลง ความรักหรือความชอบอะไร ผมไม่ได้ใจเต้นเวลาเห็นเธอคนนั้นแต่ก็ไม่อาจละสายตาจากรอยยิ้มเธอได้เช่นกัน ความสัมพันธ์เราไม่มีอะไรนอกจากลูกค้ากับพนักงานคิดเงินคนหนึ่งและผมไม่คิดจะสานความสัมพันธ์อะไรต่อด้วย

 

          หลังจากเดินวนอยู่สองรอบแถมสบตากับผมไปอีกหนึ่งที เธอก็เดินไปหยิบถาดเพื่อคีบขนมปังที่ต้องการได้เสียที นี่คือจุดแตกต่างจากลูกค้าคนอื่นอย่างหนึ่งคือเธอจะเดินวนเวียนหาขนมปังที่ชอบก่อนจะหยิบมันใส่ถาดซึ่งใช้เวลามากกว่าคนทั่วไปหลายนาที ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปหรือยังไงแต่มันทำให้ผมลอบมองเธอได้นานขึ้น

 

          ผมละสายตากลับมาเมื่อเห็นลูกค้าคนก่อนหน้าถือถาดที่เต็มไปด้วยขนมปังหลากหลายชนิดเข้ามา ผมขยับตัวรับถาดมาวางไว้พร้อมเอ่ยถามประโยคไดอาล็อคที่แทบจะเก็บเอาไปนอนฝันทุกคืน

 

          จะรับประทานที่นี้หรือรับกลับบ้านครับ?

 

          ช่วยห่อกลับบ้านให้ด้วยค่ะ พอหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของขนมปังในถาดตรงหน้าเอ่ยตอบแบบนั้นผมก็กดคิดเงินและห่อขนมปังใส่ถุงทันที พอชำระเงินเรียบร้อยผมก็กวาดสายตาหาเธอคนนั้นเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติแต่ทว่าผมกลับไม่เห็นตัวเธอซะแล้ว

 

          สงสัยเมื่อกี้เธอไปคิดเงินกับเคาท์เตอร์ข้างๆ แน่เลย...

 

          ดูทำหน้าเข้า เหมือนใครไปเหยียบหางแกเลยว่ะ เพื่อนร่วมงานอายุรุ่นราวคาวเดียวกับผมทักขึ้นพร้อมกระทุ้งสีข้างผมเอ่ยแซวต่อ โทษทีนะที่เมื่อกี้ฉันคิดเงินลูกค้าของแกน่ะ

 

          เธอไม่ใช่ลูกค้าของฉันซะหน่อย ผมโต้กลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยซึ่งมีความหงุดหงิดปะปนนิดหน่อย เนื่องจากไอ้เพื่อนร่วมงานคนนี้มันดันสังเกตเห็นท่าทีผมที่มีต่อเธอคนนั้นขึ้นมาเลยชอบหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาก่อกวนผมอยู่เรื่อย

 

          เอาน่า นี่ฉันกำลังจะให้โอกาสแกไปเสิร์ฟเครื่องดื่มถึงโต๊ะเลยนะเนี่ย หมอนี่ยังทำหน้ากรุ้มกริ่มอยู่แต่ผมกลับให้ความสนใจกับประโยคที่มันพูดมากกว่า

 

          เสิร์ฟเครื่องดื่ม? ผมทวนถาม

 

          ช่าย~ ลูกค้าของแกสั่งเมล่อนปั่นแล้วพอดีเราทำไม่ทันเลยให้นั่งรอไปก่อน มันยังลากเสียงยียวนกว่าปกติจนผมรู้สึกอยากเตะระบายอารมณ์ แต่เหมือนหมอนี่รู้ทันเลยยัดแก้วเมล่อนปั่นสีเขียวใส่มือจนผมทำอะไรไม่ถูก

         

          “เบอร์สามนะ อย่าลืมเก็บป้ายมาด้วยล่ะ พูดจบหมอนี่ก็เบี่ยงตัวเองไปช่วยหลังครัวทิ้งให้พนักงานหญิงอีกคนเป็นคนคิดเงินแทน ผมเอาแก้วเมล่อนใส่ถาดก่อนเดินออกจากเคาท์เตอร์เพื่อหาหมายเลขที่หมอนั่นบอกไว้

 

          ป้ายหมายเลขสามวางตรงโต๊ะเล็กสำหรับนั่งสองคนทว่ากลับมีเพียงหญิงสาวคนเดียวที่ครอบครอง ระยะการก้าวเท้าของผมเชื่องช้าลงกว่าเดิมเพราะอะไรก็ไม่รู้ มันตื่นเต้นแปลกๆ ทั้งที่เธอเป็นแค่ลูกค้าเท่านั้น ทั้งที่ผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยมากกว่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมต้องประหม่าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วย

 

          เมล่อนปั่นที่สั่งได้แล้วครับ

 

          แต่ผมไม่อาจเสียเวลาไปมากกว่านี้เลยกลั้นใจทำให้มันจบๆ ไปซะ ขณะที่ผมวางแก้วเมล่อนลงบนโต๊ะพร้อมหยิบป้ายหมายเลขกลับมา เจ้าของโต๊ะก็เงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาส่งยิ้มสดใสเหมือนครั้งแรกที่ผมเห็นก่อนจะเอ่ยสั้นๆ พร้อมผงกหัวให้

 

          ขอบคุณมากนะคะ

 

          ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกดให้นิ่งไปชั่วครู่และส่งรอยยิ้มตอบกลับไปในเวลาไม่นานนัก ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหันหลังเดินกลับมาอยู่หน้าเคาท์เตอร์คิดเงินให้ลูกค้าอีกครั้งได้ยังไง ในหัวผมมันว่างเปล่าไปหมดแต่ในความว่างเปล่านั้นกลับมีรอยยิ้มของเธอคนนั้นอยู่ด้วย

 

          เฮ้! สติยังอยู่มั้ย? เพื่อนร่วมงานแสนกวนคนเดิมที่ออกครัวแล้วเดินมาตบไหล่เรียกสติของผมให้กลับมาจนสะดุ้งปัดมือมันออกอย่างหยาบคาย แต่เป็นที่รู้ดีว่าผมกับมันสนิทกันเกินกว่าจะมาถือสากับเรื่องแค่นี้

 

          ฉันว่าฉันต้องเมาแอมโมเนียในขนมปังแน่ๆ เลยว่ะ ผมพยายามหาสาเหตมาอธิบายสิ่งที่อยู่ในหัวผมว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่ เธอคนนั้นก็ยิ้มเหมือนทุกทีแต่ครั้งนี้ระยะแค่ไกลกว่าทุกครั้งที่เคยเจอมาทำไมมันกลับสร้างดาเมจให้ผมได้มากขนาดนี้กันนะ

 

          “แน่ใจนะว่าแกเมาแอโมเนีย ไม่ใช่เมาลูกค้าของแกคนนั้นน่ะ ไอ้เพื่อนตัวดีก็พยายามชงจนจะเข้มเต็มที่ ผมกรอกตาเหม็นเบื่อใส่แต่มันหาได้สะทกสะท้านอะไรไม่ ผมก็คร้านเกินกว่าจะใส่ใจมันได้แต่ทำหูทวนลมปล่อยให้มันพูดไปอย่างนั้น

 

          ไม่ได้กาลล่ะ รอยยิ้มของเธอยังวนเวียนอยู่ในสมองผมทั้งที่มันผ่านมาหลายนาทีแล้ว ควรจะลืมได้แล้วแต่ความทรงจำกลับฉายภาพของเธอซ้ำๆ ราวกับจะย้ำเตือนไม่ให้ผมลืมซะอย่างนั้น วันนี้ผมต้องเมาแอมโมเนียไม่ก็เป็นวันปล่อยผีของต่างประเทศแหงๆ สมองผมถึงได้เพี้ยนไปแล้ว

 

          ไม่เอาน่า...ยังไงเส้นทางของผมกับเธอก็เป็นคู่ขนานอยู่แล้ว ดูก็รู้ว่าเธอไม่ใช่คนญี่ปุ่น ดูพูดภาษาญี่ปุ่นไม่เก่งด้วยซ้ำ เลิกคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในอนาคตได้แล้ว ช่วงนี้ผมไม่มีอะไรพิเศษเข้ามาในชีวิตเพราะงั้นการได้เห็นรอยยิ้มสดใสของเธอเลยเกิดความสนใจขึ้นมาเท่านั้น

 

          ยังไงมันก็เป็นเพียงแค่ความสนใจ...ที่ผมไม่คิดจะสานต่อด้วยอยู่แล้ว

          








ถ้ามีคำผิดหรือประโยคแปลกตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ T^T 
ความจริงหลายวันก่อนเพิ่งดู Detroit Become Human จบแล้วเกิดอาการหน่วงจิต
เลยแต่ง One Shot ขึ้นมาแล้วค่ะ แต่พล็อตนี้ดันวาร์ปเข้าหัวมาก่อน
เลยรีบแต่งแล้วก็บ่อยให้มันจบๆ 555555 โลกเรามันก็แสนคลุมเคลือแบบนี้เนี่ยแหละ
ก็อยากแต่ง OS ของ Detroit นะแต่ต้องขึ้นอยู่กับความขี้เกียจด้วย
ถ้าไม่เอามาลงแสดงว่ายังแต่งไม่จบนะ คือดอง One Shot ไว้หลายอันมาก T^T

06062018 20.53 (JST)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

10 ความคิดเห็น