[นิยายแปล] The Mech Touch

ตอนที่ 1 : ยุคสมัยแห่งเมค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    27 มี.ค. 63

บทที่ 1: ยุคสมัยแห่งเมค

 

 

พวกเขาเรียกยุคนี้ว่ายุคสมัยแห่งเมค

 

มันไม่เหมือนกับว่าการนำจักรกลเมคมาแทนที่อาวุธสงครามชนิดอื่นๆ ในสงครามดวงดาวกับเหล่าเอเลี่ยนที่พยายามกำจัดมนุษยชาติ ยานรบและอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงยังคงมีบทบาทสำคัญ

 

แต่ระเบิดนิวเคลียร์นั้นอันตรายเกินไปและมีผลต่อเนื่องกับมนุษย์ เหล่าเอเลี่ยนยังคงเข้มแข็งและจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น หากมนุษยชาติจะอ่อนแอจากเหตุขัดแย้งภายในกันอย่างต่อเนื่อง

 

สงครามไร้จุดหมายเหล่านี้จะสิ้นสุดลงเมื่อมนุษยชาติรวมกันเป็นหนึ่งโดยปราศจากความแตกแยก ผู้มีอำนาจหลายๆ คนพยายามที่จะทำมันให้ประสบความสำเร็จแต่เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง

 

สันติภาพก็ไม่เคยเกิดขึ้น

 

มนุษยชาติมีแนวโน้มที่จะล่มสลาย การรวมกลุ่มเกิดขึ้นแล้วดับไปครั้งแล้วครั้งเล่า

 

มนุษย์จึงแยกกันอยู่แต่ยังคงเป็นพันธมิตรกันอย่างหลวมๆ ด้วยชาติพันธ์ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่ไม่มีอะไรเหมือนกัน สงครามยังคงดำเนินต่อไป แต่ด้วยสนธิสัญญาที่ซับซ้อน จำกัดการอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง มนุษย์ชาติมีโอกาสที่ดีในการต่อต้านการรุกรานจากเอเลี่ยนเมื่อพวกเขาหยุดทำลายการอาณานิคมและยานรบของพวกเขาเอง

 

“ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเพื่อพิชิตดาวเคราะห์ข้างเคียง อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ต้องควักปืนใหญ่ออกมา(1) และได้โปรดกรุณาจ่ายค่าเช่าให้แพงขึ้นกว่าเดิม”

 

ถึงแม้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยมนุษยชาติผ่านมันไปได้

 

สงครามทางทะเลลดน้อยลง แต่กลับกันสงครามทางบกมีความสำคัญเพิ่มขึ้นมาก ทหารราบ รถถัง และปืนใหญ่กลับมาได้รับความนิยมในสงครามระหว่างมนุษย์เพื่อแย่งชิงอานานิคมกันเอง โดยปกติแล้วเหล่าผู้รุกรานไม่สามารถรุกคืบอย่างง่ายดาย ปฎิบัติการทางภาคพื้นดินมักถูกต่อต้าน แม้ผู้รุกรานจะสามารถกำชัยชนะจากเหล่าศัตรูได้ แต่มันจะใช่การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหรือ? พวกเขากลับพบว่าราคาที่จ่ายไปสำหรับชัยชนะมันไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้รับจากอาณานิคม เหล่าผู้ล่าอาณานิคมก็ตระหนักว่าสงครามที่ยืดเยื้อมีแต่ความสูญเสีย

 

“มันต้องเป็นเช่นนี้” เหล่าผู้ต่อต้านสงครามคาดคิด สนธิสัญญาที่ถูกร่างขึ้นอย่างครอบคลุมต้องได้ผลลัพธ์เช่นนี้ หากไร้ซึ่งอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงไว้ข่มขู่ดาวเคราะห์ให้ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว ผู้กระหายสงครามต้องพึ่งพาเทคโนโยลีเก่าที่ไร้ประสิทธิภาพในการยึดครองอาณานิคม มันกลับกลายเป็นว่าเหล่าผู้ต่อต้านสงครามเฉลิมฉลองเร็วเกินไป

 

เมื่อตำนานแห่งสงคราม แม็ค หลิว ก้าวเข้าสู่สนามรบด้วยจักรกลฮิวแมนนอยด์(2)ขนาดยักษ์ที่เรียกขานว่า เมค สงครามก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ พวกมันสามารถปฎิบัติการได้แม้บนดาวเคราะห์ที่สภาพไม่เอื้ออำนวย จักรกลเมคชุดแรกเหมือนเย้ยหยันสงครามในรูปแบบเก่า

"ร่างกายมนุษย์เป็นอาวุธที่ดีที่สุดของมนุษย์" หนึ่งในผู้สรรสร้างเมคกล่าวไว้ หลังจากที่พวกมันประสบความสำเร็จในการยึดครองอาณานิคมขนาดใหญ่ ทุกๆ คนต่างก็รู้ว่าทหารราบนั้นว่องไวแต่บอบบางในขณะที่รถถังนั้นแข็งแรงแต่งุ่มง่าม ในวันนึงพวกเขาก็ได้คิดว่าทำไมพวกเขาถึงไม่สร้างอาวุธขึ้นมาใหม่ในรูปแบบมนุษย์และขยายขนาดของมันขึ้นมา?

มันส่งผลให้เกิดการปฏิวัติอาวุธที่สร้างจากการใช้รูปแบบมนุษย์เป็นแรงบันดาลใจไปทั่วทั้งกาแลคซี เร็วกว่าทหารราบคล่องตัวกว่ารถถังสามารถบรรจุอาวุธได้หลากหลายประเภท พวกมันใช้ทรัพยากรที่น้อยลงในการปฎิบัติงาน การขนส่งก็ใช้แค่เศษเสี้ยวของกองทัพ เพียงเท่านี้ก็ทำให้พวกมันถูกส่งไปในทุกๆ การปฎิบัติการ

ยุคสมัยของเมคได้แผ่ขยายออกไปอย่างงดงาม การประชาสัมพันธ์จักรกลเมคไปทั่วทิศทาง ทั้งเกมออนไลน์และออฟไลน์ต่างก็นำผู้คนจำนวนมากเข้าใกล้จักรกลฮิวแมนนอยด์ที่ทรงเสน่ห์ ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ต่างก็ลงทุนในอุตสาหกรรมเมคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สตาร์ทอัพ(3) จำนวนไม่น้อยก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดเพื่อนำเสนอเมคในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกัน

 

ยุคสมัยของเมคได้นำพามวลมนุษยชาติเข้าสู่ยุคทอง

แต่ช่างน่าเสียดายที่มีเพียงชนชั้นสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวเข้าสู่โลกที่แท้จริงของเมค จักรกลเมคขั้นพื้นฐานก็เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรหลายร้อยรายการและด้วยต้นทุนที่มหาศาลก่อให้เกิดผลเสียต่อการขอสิทธิบัตร

นักบินที่สามารถควบคุมเมคได้ต้องมียีนจำเพาะ เหมาะสมและร่างกายที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง ต่อการควบคุมเมคให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สำหรับพวกที่ไม่สนใจในคำเตือนจะก่อให้เกิดภาวะสมองไหม้ได้

ผลงานวิจัยอันยาวนานของนักวิจัยได้สรุปในเชิงสถิติว่า ผู้มีพรสววรค์เพียง3.5% ของมนุษย์ชาติเท่านั้นที่สามารถควบคุมเมคได้ และช่วงอายุที่สามารถทดสอบความเหมาะสมของยีนได้คืออายุ10 ปี จะมีถึง96.5% ที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ห้องควบคุมได้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของ3.5% ที่จะสามารถเป็นนักบินผู้ควบคุมเมคได้ ถึงแม้จะเป็นลูกท่านหลานเธอก็ต้องเข้ารับการฝึก เมื่อพวกเขาผ่านเกณฑ์ก็จะถูกบรรจุเป็นนักบินสำรอง

เวส ลาร์กินสันเกิดขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อมั่นในการเป็นนักบิน บิดาเขาเป็นนักบินผู้ควบคุมเมค ปู่เขาก็ด้วย ตระกูลเขามีอย่างน้อย9 คนที่ได้บรรจุเข้ารับราชการในกองจักรกลเมคของสาธารณรัฐแห่งแสง ตระกูลลาร์กินสันส่วนใหญ่มีประวัติยาวนานในการเป็นนักบินผู้ควบคุมเมค

“พ่อ นักบินเป็นเช่นไร?”

“มันอันตรายมาก แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้พ่อรู้สึกกระชุ่มกระชวย”

วันเกิดปีที่สิบของเขาทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป โลกทั้งโลกของเขาแตกสลายเมื่อรู้ผลการทดสอบ ยีนของเขาถูกระบุว่าเขาคือ1 ใน96.5% หรือคำง่ายๆ ว่า เขาคือคนธรรมดาไม่ว่าจะเป็นคำพูดในสมัยใดก็ตาม เวส คือคนธรรมดาที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ห้องนักบินเมคได้

“ไม่มีอะไรแย่นักหรอกกับการมียีนที่แตกต่างกัน” หมอยืนยันกับเวส แค่คำพูดเพียงเท่านี้ก็บดขยี้ความฝันของเด็กๆ มานับไม่ถ้วนแล้ว

“ไม่มีใครเก่งในทุกเรื่อง คนส่วนใหญ่ที่เหลือของ 96.5% ยอมรับโดยดี ลูกลองหาความชื่นชอบใหม่ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกกำหนดให้เดินตามรอยเท้าพ่อ” พ่อของเขา รินโคล ลาร์กินสัน ตบหลังปลอบใจเวส พร้อมยื่นไอศครีมให้[เขาทำอะไรได้อีก?] เมื่อสิทธิ์การพักของเขาหมด พ่อเขาต้องกลับเข้าประจำการ และเวสก็คงต้องอยู่อย่างห่อเหี่ยวคนเดียว

ดังนั้นเวสจึงหันหลังให้กับความฝันของเด็กผู้ชายผู้ที่ต้องการเป็นนักบินเมค กลายเป็นวัยรุ่นบูดบึ้งที่หมกมุ่นอยู่กับเกมและปาร์ตี้ ด้วยแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วและพ่อที่ขาดพักบ่อยๆไม่ได้ เมื่อไม่มีใครควบคุมเขาได้ เขาจึงจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมโดยมีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

“แล้วไงต่อ?” ในที่สุดเวสก็คิดถึงอนาคตของเขา เขาจะทิ้งชีวิตของเขาไปตลอดได้ “ฉันไม่ใช่นักบิน ฉันไม่เคยเป็นนักบินเลย แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือเมค ถ้าโชคชะตากำหนดไม่ให้ฉันเป็นนักบินเมค ฉันก็ยังสามารถทำอย่างอื่นได้ ฉันยังเป็นลาร์กินสัน เมคมันอยู่ในสายเลือด" เขากำหนดเป้าหมายให้ชีวิต หากเขาไม่สามารถเป็นนักบินเมคได้ เขาก็จะสร้างมันขึ้นมา

ในยุคสมัยแห่งเมค นักออกแบบเมคเป็นผู้นำในการพัฒนาเมค พวกเขาก็สำคัญเช่นเดียวกับนักบินเมค พวกเขามาต้องออกแบบนวัตกรรมของเมคและสรรสร้างให้มันกลายเป็นจริง นักออกแบบเหล่านี้บางคนมีชื่อเสียงเช่นเดียวกับเอซ(4)ที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อกับกลไกของพวกเขา นักออกแบบที่มีชื่อเสียงบางคนทำงานให้กับผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ เพียงค่าพวกเขาออกแบบแบบส่งๆ ก็สามารถขายได้เป็นล้านๆ ชุด เหล่านี้คือนักออกแบบที่มีชื่อเสียง พวกเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่มีซีอีโอและเจ้าหน้าที่ของรัฐกวักมือเรียกและโทรหา แม้แต่เพียงแค่จามเบาๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัทที่พวกเขาทำงานด้วย เนื่องด้วยเพราะพวกเขามีอิทธิพลมากเกินไป รัฐของมนุษย์ขนาดใหญ่หลายแห่งพึ่งพาการออกแบบที่เป็นเอกสิทธิ์ของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาได้เปรียบในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องเมค

นักออกแบบเมคจากชนชั้นกลางยากมากที่จะมาเป็นผู้ผลิตเมคเต็มรูปแบบได้ ในความเป็นจริงเมคเป็นจักรกลที่ประกอบขึ้นตามความต้องการของลูกค้าที่ไม่เหมือนกันโดยวิศวกรผู้ช่ำชอง นักออกแบบบางคนมุ่งเน้นไปที่การสร้างเมคในราคาที่ประหยัดที่สุดในขณะที่บางคนอาจใช้ชีวิตทั้งชีวิตในเมครูปแบบเดียว พวกที่เหลือคือพวกฐานล่าง ประมาณ 90% ของนักออกแบบทั้งหมดตกอยู่ในประเภทนี้ ซึ่งรวมถึงผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบการที่ล้มเหลวและผู้ประกอบการรายเก่าที่มีแต่เทคโนโลยีที่ล้าสมัย พวกเขาไม่สามารถออกแบบสิ่งอื่นที่แตกต่างให้ประสบความสำเร็จได้ พวกเขาเหล่านี้เป็นเพียงฟันเฟืองที่ทำงานหนักอยู่เบื้องหลังผู้อื่น ยังคงมีบางส่วนที่โชคดีที่มีโอกาสเติมเต็มช่องว่างและส่วนร่วมในการออกแบบเมค พวกเขาใช้สิทธิบัตรที่เก่าและหมดอายุมาปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตัวเอง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดทำให้หลายๆ คนไม่สามารถยืนระยะอยู่ได้นาน มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่อยู่รอดในธุรกิจนี้ เวสหวังว่าจะเป็นหนึ่งในนั้น ด้วยคะแนนที่ดีสุดๆ ของเขา เขาสามารถลืมได้เลยเกี่ยวกับการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เขาทำได้เพียงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีริทเทอร์เบิร์ค ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับกลางๆ ที่อยู่ในเมืองหลวงของสาธารณรัฐแห่งแสง ในอีก5 ปีต่อมาเขาก็เรียนจบด้วยคะแนนธรรมดา นั้นหมายความว่าเขาไม่เป็นที่เตะตาในสายตาของเหล่าบริษัทชั้นนำต่างๆ แต่พ่อของเขาก็สนันสนุนเขาในทุกๆ อย่าง พ่อของเขารวบรวมเงินก้อนใหญ่เพื่อเริ่มธุรกิจ พวกเขาทั้งคู่สร้างโรงงานอัตโนมัติขนาดเล็กที่สามารถสร้าง และประกอบจักรกลเมคเพียงใช้แรงคนเพียงคนเดียวได้ พ่อเขาแนะนำเขาให้เขารู้จักเพื่อนของเขาที่ให้การบริการราคาถูก และนั่นคือการเริ่มเข้าสู่การปรับแต่งจักรกลเมคก้าวแรกของเขา หากว่าเมื่อเขาสามารถสร้างชื่อเสียงได้แล้ว เขาก็คงสามารถเริ่มสรรสร้างจักรกลเมคของเขาได้เอง

แผนการที่วาดฝันไว้ของเวสนั่นล่มสลาย เมื่อเขากลับบ้านที่ดาวม่านเมฆ ดาวเคราะห์บ้านเกิดของเขา บ้านหลังเก่าในเมืองที่ซื้อด้วยเงินเดือนของพ่อเขา ถูกขายเพื่อนำเงินไปซื้อโรงงานเล็กๆ ที่นอกเมือง โรงงานหลังเล็กนี้ถูกรีโนเวทใหม่ด้วยการซื้ออุปกรณ์มือสองที่สภาพแย่ราวกลับผ่านศึกสงครามมา รอยสนิม รอยขีดข่วน เห็นได้ชัดจากภายนอกมันเป็นดั่งปาฎิหารที่โรงงานยังไม่ถล่มลงมา เมื่อเขาก้าวเดินเข้าไปด้านใน เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก สิ่งที่จำเป็นก็ยังคงอยู่ ด้านในดูสะอาด เครื่องจักรเก่าสามารถเดินเครื่องได้ ถึงแม้ว่าทั้งหมดนี่เป็นของมือสอง มีหลายๆ คนไม่รู้ในสิ่งที่พ่อเขาทำแต่ไม่ใช่สำหรับเขา

 

“พ่ออยู่ที่ไหน”

หลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ เวสก็เผชิญกับความจริงที่ว่าพ่อของเขาหายไป นั่นไม่น่าเป็นสาเหตุให้ตื่นตะหนก พ่อเขาอาจได้หมายเรียกกำลังพลสำรองให้กลับไปประจำการบริเวณพรมแดนของสาธารณรัฐแห่งแสงกับราชอาณาจักรเวเซีย เพื่อป้องกันเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณพรมแดน แต่เมื่อเขาตรวจสอบกับเพื่อนของพ่อเขา เขาพบว่าเขาไม่เคยกลับไป! เขาแจ้งตำรวจให้ช่วยค้นหา แต่ไม่พบร่องรอยแม้นแต่เพียงเล็กน้อย เขาพยายามติดต่อผ่านโทรศัพท์แกแล็คติครวมทั้งส่งข้อความต่างๆ เหมือนกับพ่อเขาล่องลอยตกหน้าผาไป ไม่มีใครพบร่องรอยของพ่อเขาอีกเลย

ธนาคารแห่งดาวม่านเมฆ (CCPB) ก็เข้ามาเคาะประตูโรงงานอย่างรวดเร็ว นั่นหมายถึงว่าทุกๆ อย่างในโรงงานเล็ก เช่น เครื่องพิมพ์3D นั้นเป็นเงินกู้ เครื่องพิมพ์3D เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะเปลี่ยนวัตถุดิบต่างๆ ให้กลายเป็นชิ้นส่วนจักรกลเมค มันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ พ่อเขากู้เงินมากกว่า300 ล้านไบร์ทเครดิต ด้วยจำนวนเงินมหาศาลเขาสามารถนำเงินไปซื้อ เมครุ่นล่าสุดได้กว่าครึ่งโหล

หากเวสใช้เวลาทั้งชีวิตเขาในการทำงานในอุตสาหกรรมเมคทั่วๆ ไป เขาก็ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ เขาตกอยู่ในสภาพตื่นตระหนก และขุ่นหมองนับตั้งแต่ได้อ่านข้อความจากธนาคาร

“ทำไมพ่อ ต้องลากเราเข้าสู่เรื่องวุ่นๆ พวกนี้?”

ธนาคารส่งเอกสารความยาว 3 หน้า ทีระบุชื่อผู้กู้เป็นชื่อของเวส เขาต้องส่งมอบโรงงานและของมีค่าทุกๆ อย่างหากเขาไม่นำเงินมาชำระดอกเบี้ยเงินกู้รายปี หากกล่าวอย่างง่ายๆ เขาต้องชำระเงินกู้5 ล้านไบร์ทเครดิตในอีกสามเดือนถัดไป เขายกแขนขึ้นและเปิดอุปกรณ์สื่อสารที่มีรูปทรงเหมือนกำไลข้อมือขึ้นใช้งานหน้าจอขนาดเล็กก็ฉายออกมา เขาเข้าไปที่เมนูบัญชีเครดิตที่เชื่อมต่อกับกำไลข้อมือนี้อย่างสิ้นหวัง บัญชีของเขามีเหลือเพียง 1,200 ไบร์ทเครดิต นั่นคือการใช้จ่ายเงินของเขาสำหรับเดือน

เวสยังคงมีวิธีในการหาเงินตามจำนวนที่ต้องการอีกเล็กน้อย มันเกี่ยวกับที่พ่อของเขาหายสาบสูญไป เขาสงสัยว่าเขามีสิทธิ์ได้รับการประกันชีวิตและผลประโยชน์อื่นๆ ของพ่อ เขาตรวจสอบทุกเงื่อนไขในประกันชีวิตของพ่อเขาเพราะเขาต้องการเงินทุกเครดิตที่เขาสามารถรีดออกมาจากระบบให้ได้ ไม่มีอะไรแม้แต่น้อยบริษัทประกันเหล่านี้เขี้ยวลากดินยิ่งกว่าหมาหวงก้าง

เวสอ่านข้อความล่าสุดจากธนาคาร "เรายากจน เราไม่เครดิตในการซื้อวัตถุดิบที่ต้องการในการประดิษฐ์ชิ้นส่วนใหม่ เราจะทำธุรกิจได้อย่างไร?" เขาพยายามโทรหาธนาคาร บริษัทประกัน และรัฐบาล สิ่งที่เขาตอบกลับมันไม่ดีเลย

ธนาคารแจ้งเวสเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว พวกเขาต้องการโรงงานและทุกสิ่งที่มีราคา เขาได้รับพัสดุบางอย่างจากธนาคาร มันเป็นสิ่งของที่พ่อของเขาเก็บไว้ที่ธนาคารกรณีที่ไม่สามารถติดต่อพ่อเขาได้

บริษัทประกันภัยอ้างเงื่อนไขว่าพ่อเขาเป็นพนักงานกลุ่มงานบริการ เขาอาจจะหายไปหลายเดือนหรือหลายปีได้ ดังนั้นเขาจะไม่ได้เงินแม้แต่เครดิตเดียวจนกว่าจะตรวจสอบได้ว่าพ่อเขาเสียชีวิต หรือหายสาบสูญไปเกินกว่า5 ปี

รัฐบาลนั้นเป็นไปตามธรรมเนียมระบบราชการ เขาได้ยินคำศัพท์ที่เข้าใจยากมากมายก่อนที่พวกเขาจะวางสายอย่างชัดเจน เขาไม่ได้รับอะไรเลย

เขาเหลือตัวคนเดียว พ่อของเขาจากไปแล้ว พ่อของเขาเหลือทิ้งไว้เพียงกล่องพัสดุที่แสนธรรมดาพร้อมกับกระดาษโน้ตที่แปะอยู่ด้านหน้า “สำหรับเวสลูกพ่อ ในกรณีที่พ่อไม่อยู่บ้าน”

เมื่อเวสเปิดกล่องออกมา ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยมันคือชิปข้อมูลที่ปลอดภัย ปัจจุบันการถ่ายโอนข้อมูลส่วนใหญ่เป็นแบบไร้สายทั้งหมด ผู้คนใช้ชิปข้อมูลเมื่อพวกเขาต้องรักษาความปลอดภัยของเนื้อหาข้างใน เขาปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายแกแล็คติคในกำไลข้อมูล เพื่อนำชิบข้อมูลใส่ที่กำไลข้อมูล ใช้เวลา3 วินาทีในการโหลดข้อมูลจากชิบ ทันใดนั้นภาพโฮโลแกรมจากโปรแกรมที่ไม่รู้จักก็แสดงขึ้น

"ระบบสรรสร้างเมคเริ่มทำงาน ตรวจพบผู้ใช้ใหม่ เริ่มการสแกนอย่างละเอียดใน 2,400 มินิไซเคิล โปรดเตรียมตัว"

“รอ รออะไร?” เวสถามโปรแกรม ก่อนที่โปรแกรมจะตอบ เขาหมดสติไปในทันที

 

และนี่คือการเริ่มต้นการเป็นนักออกแบบเมคของเขา

 

 

 

(1)ก็ไม่ต้องควักปืนใหญ่ออกมา [don’t bring out the big guns]เป็นสำนวน ประมาณว่า คงไม่ต้องใช้ไม้เด็ดแล้ว

(2)ฮิวแมนนอยด์ [humanoid] หุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์

(3)สตาร์ทอัพ [startup] ธุรกิจขนาดเล็กที่มีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้มีต้นทุนต่ำ สามารถแข่งขันกับธุรกิจในอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ได้ง่าย

(4)เอซ [ace] ดาวเด่นตัวความหวังของทีม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

75 ความคิดเห็น

  1. #42 gnome (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 15:42
    มินิไซเคิล มันคืออิหยัง ถ้าเป็น ไมโครเซคันด์ จะเข้ากับโครงเรื่องไซไฟกว่าครับ
    #42
    0
  2. #41 ู^Snow_Cat^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 04:33
    ตอนแรกอ่านว่าเมด555
    #41
    0
  3. #34 เกริด้า(๐-*-๐)v (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 14:52
    ตกลงว่าพ่อนายทำอะไรลงไป
    #34
    0
  4. #6 Ink49 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:30

    ติดตามค่า

    #6
    0
  5. #2 Jedsada2000 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:44
    น่าสนๆ
    #2
    0