คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Daiya no Ace : Misawa] Sensei, would you like to go for a lunch?

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณครูประจำชั้นของหลานชาย มิยูกิไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความกระตือรือร้นในการมารับมาส่งหลานชายที่โรงเรียนอนุบาลมากถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มยอมกระทั่งลงทุนโดดซ้อมเพื่อที่จะได้ไปรับคนเป็นหลานได้ทันเวลาเลิกเรียนแบบนี้แน่ๆ

ยอดวิวรวม

852

ยอดวิวเดือนนี้

19

ยอดวิวรวม


852

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


34
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 ก.ค. 59 / 02:05 น.
นิยาย [Daiya no Ace : Misawa] Sensei, would you like to go for a lunch? [Daiya no Ace : Misawa] Sensei, would you like to go for a lunch? | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Title : Sensei, would you like to go for a lunch?

Paring : Misawa

Fandom : Daiya no Ace

Rate : PG-13

Note : ฟิคส่งหัวข้อ โชตะ ของกิจกรรม daiya weekly ค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ก.ค. 59 / 02:05


          หนึ่งในนิสัยที่ติดตัวมิยูกิ คาซึยะมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่มัธยมนั้น คือการนอนจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนจำเป็นจะต้องลุกจากเตียง สาเหตุของนิสัยนี้นั้นส่วนนึงเป็นเพราะร่างกายจำเป็นจะต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในฐานะนักกีฬาตัวจริงของทีมโรงเรียน และอีกส่วนหนึ่งคือตัวชายหนุ่มเองไม่ใช่คนตื่นเช้า ขนาดในวันที่มีซ้อมในตอนเช้าชายหนุ่มยังไม่ค่อยจะตื่นไปฝึกได้ทันเวลา ดังนั้นมิยูกิจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาต้องขุดตัวเองขึ้นมาจากเตียงในวันที่ควรจะเป็นวันหยุดของตัวเองขึ้นมายืนจับตะหลิวทอดไข่อยู่หน้ากระทะแบบนี้...


          ก็ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจการทำอาหารกินเองแต่อย่างใด ชายหนุ่มยอมรับกับตัวเองด้วยซ้ำว่าบางครั้งการทำอาหารก็เป็นวิธีที่ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียดได้ดีวิธีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม...ต่อให้เครียดแค่ไหนมิยูกิก็ไม่เคยคิดที่จะเสียสละเวลานอนอันมีค่า ขุดตัวเองออกมาจากเตียงตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นเพื่อลุกขึ้นมาทำอาหารแน่ๆ


          “จัดโต๊ะเสร็จแล้วนะครับคุณอาคาซึยะ”


          น้ำเสียงติดจะไร้อารมณ์ดังขึ้นขัดจังหวะการใช้ความคิด สายตาใต้กรอบแว่นสีดำตวัดกลับไปหันมองหาที่มาของเสียง แล้วก็ได้รับคำตอบของคำถามทั้งหมดทันทีที่เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายผู้มีเรือนผมสีอ่อนกับดวงตาสีฟ้าเรียบเฉย


          ...ลืมไปซะสนิทเลย...


          “ขอบใจนะโคชู”


          เด็กชายก้มหัวน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ เดินไปนั่งรออาหารเช้าจากเจ้าของบ้านอย่างสงบเสงี่ยม


          โอคุมูระ โคชู คือลูกชายของญาติห่างๆ ที่มาฝากให้เขาช่วยดูแลในขณะที่อีกฝ่ายต้องไปทำธุระต่างเมืองและไม่สามารถนำตัวลูกชายเพียงคนเดียวไปด้วยได้ ...แม้ว่าในความเห็นของมิยูกิแล้ว การกระทำของคนเป็นญาติดูจะเหมาะกับคำว่ามัดมือชกมากกว่าขอร้อง เมื่ออีกฝ่ายทำการทิ้งลูกชายเพียงคนเดียวไว้หน้าประตูห้องพักของเขาไว้พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระและกระดาษโน้ตที่อธิบายทุกอย่างเอาไว้


          ดวงตาสีน้ำตาลชำเลืองมองรังสีของความไม่สบอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กชายแล้วได้แต่เหยียดยิ้มพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ในใจ


          ...ดูเหมือนจะไม่ใช่เขาแค่คนเดียวที่ไม่ได้เต็มใจกับการต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันแบบนี้...


          “ขอโทษที่ให้รอนะ” วางจานที่ประกอบไปด้วยอาหารเช้าแบบฝรั่งลงตรงหน้าคนมีศักดิ์เป็นหลานชาย ตามมาด้วยข้าวกล่องที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องตื่นแต่เช้าขึ้นมาอย่างผิดวิสัยของตัวเองลงข้างๆ ก่อนจะเดินอ้อมไปไปนั่งลงที่อีกฝั่งของโต๊ะ “กินข้าวแล้วรีบไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวอาจะพาไปส่งที่โรงเรียน”


          มิยูกิถอนหายใจเบาๆ รู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อต้องแทนตัวเองว่าด้วยคำดังกล่าวกับเด็กชาย


          …เขายังอายุไม่ก้าวขึ้นเลขสามเลยด้วยซ้ำนะ!!!


          ดวงตาสีฟ้าใสเบือนขึ้นมาสบ ก่อนน้ำเสียงนิ่งๆ ไร้อารมณ์อันเป็นเอกลักษณ์เจ้าตัวจะเอ่ยขึ้นเรียบๆ “ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมไปเองได้” 


          “ไม่มีใครเขาให้เด็กอนุบาลเดินไปโรงเรียนเองคนเดียวหรอกนะโคชู” ส่งยิ้มจนใจไปให้กับหลานชายที่เริ่มแผ่รังสีไม่สบอารมณ์ออกมาอีกครั้ง “อีกอย่าง ถ้าไม่ไปทำความรู้จักกับครูของโคชูเอาไว้ก่อน อาก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะปล่อยให้หลานกลับมากับอาตอนที่ไปรับหรอกนะ”


          “…เข้าใจแล้วครับ...”


          ให้ตายเถอะ แข่งเบสบอลยังไม่เหนื่อยเท่ากับการคุยกับเด็กอายุห้าขวบตรงหน้านี่เลย...






          “ซาวามูระเซ็นเซย์”


          มิยูกิมองคนเป็นหลานที่สะบัดมือของเขาทิ้งแล้ววิ่งตรงไปหาร่างสูงในชุดผ้ากันเปื้อนที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาลด้วยสายตาเป็นประกาย ไม่หลงเหลือสีหน้าและท่าทางไร้อารมณ์ที่แสดงออกตอนที่อยู่กับเขาหลงเหลืออยู่เลยซักนิด


          เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียก ก่อนจะย่อตัวลงมาอ้าแขนรอรับร่างร่างเล็กๆ ของเด็กชายที่ถลาเข้าไปในอ้อมกอด เอ่ยคำทักทายพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง “อรุณสวัสดิ์ครับโคชูคุง”


          ดวงตาใต้กรอบแว่นมองภาพของหลานชายกับชายหนุ่มที่น่าจะเป็นครูประจำชั้นของเด็กชายด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้จะอดรู้สึกน้อยใจเล็กๆ กับการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดเจนของคนเป็นหลาน ร่างสูงก้าวช้าๆ ตรงไปหาคนทั้งสอง การเคลื่อนไหวที่ดูจะดึงความสนใจของหนึ่งในสองคนที่กำลังทักทายกันอย่างสนิทสนมด้านหน้าประตูโรงเรียน


          “คุณคงเป็นคุณอาของโคชูคุงที่คุณโอคุมูระพูดถึงสินะครับ”


          มิยูกิรู้สึกเหมือนเวลารอบๆ ตัวหยุดลงอย่างกะทันหันเมื่อดวงตาสีน้ำตาลทองเบือนมาสบ ลมหายใจสะดุดห้วงเมื่อได้รับรอยยิ้มสดใสที่ดูเหมือนจะทำให้รอบๆ ดูสว่างขึ้นที่อีกฝ่ายส่งมาให้


          “ซาวามูระ เอย์จุน คุณครูประจำชั้นของโคชูคุง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”


          “ม มิยูกิ คาซึยะ...ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” 


          ดวงตากลมโตของคนตรงหน้าเบิกกว้างขึ้นน้อยๆ ก่อนประกายระยับในแววตาจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ มิยูกิรับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นจากปกติของตัวเองโดยมีต้นเหตุจากระยะห่างที่ลดลงเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ และจากสัมผัสนุ่มๆ จากมือที่อีกฝ่ายยื่นมาฉวยมือทั้งสองข้างของตัวเองไปกุมไว้หลวมๆ แล้วออกแรงเขย่าๆ เบา


          “มิยูกิ คาซึยะ! คุณคือมิยูกิ คาซึยะคนนั้นจริงๆ ด้วย! ผมเป็นแฟนผลงานของคุณมาตลอดเลยครับ!!!”


          ...ปิดท้ายการโจมตีด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำให้มิยูกิรู้สึกเหมือนตัวเองโดนพิชเชอร์ทำสไตร์คเอ๊าท์ออกจากสนาม...






          คุราโมจิชำเลืองมองคนสวมแว่นที่กำลังเร่งมือเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านด้วยท่าทีกระตือรือร้นผิดไปจากทุกที ...ยังไม่ต้องพูดถึงความผิดปกติที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนอย่างรอยยิ้มกว้างที่ดูจะกวนประสาทคนมองมากกว่าทุกวัน


          ตั้งแต่สมัยอยู่ด้วยกันที่เซย์โด ไม่เคยมีครั้งไหนที่คุราโมจิเห็นคนเป็นเพื่อนดูยินดีเวลาการซ้อมจบลงเร็วกว่าปกติเลยซักครั้ง กลับกันมิยูกิมักจะทำการฝึกซ้อมเพิ่มเติมจนบางครั้งก็เลยไปถึงกลางดึกเสียด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ช็อตสต็อปฝีเท้าดีเห็นอีกฝ่ายทำท่าอยากจะพุ่งตัวออกจากสนามเบสบอลแบบนี้ 


          “จะรีบไปไหนวะมิยูกิ”


          “จะไปรับหลาน”


          คำตอบที่ได้รับทำให้คนฟังเลิกคิ้วสูง ด้วยจำได้ดีว่าเมื่อคืนก่อนคนพูดพึ่งจะโทรมาบ่นเรื่องที่โดนมัดมือชกต้องมาความรับผิดชอบดูแลหลานชายเพียงคนเดียวอย่างไม่เต็มใจให้ฟังอยู่เกือบสองชั่วโมง แล้วทำไมเวลาผ่านไปยังไม่ถึงวันดีถึงได้เปลี่ยนความเห็นจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ก็ไม่รู้


          คุราโมจิรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนรักเด็ก และต่อให้หลานชายของอีกฝ่ายทำตัวน่ารัก ว่าง่ายขนาดไหนก็ไม่เพียงพอจะทำให้เพื่อนเปลี่ยนความคิดได้เร็วขนาดนี้ และถ้าให้เดาจากออร่าสีชมพูที่แผ่ออกมารอบๆ ตัวคนเป็นเพื่อนตั้งแต่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในสนามในตอนเช้า มิยูกิก็คงไปเจอคนที่ถูกใจเข้าให้ที่โรงเรียนของคนเป็นหลาน...


          …ก็ได้แต่หวังว่าใครคนที่ว่าจะเป็นคนที่บรรลุนิติภาวะแล้ว... ก็ถ้าแคชเชอร์มือหนึ่งโดนจับเพราะไปคุกคามเด็กอนุบาลมันคงไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของทีมเท่าไหร่นักหรอก...






          “เอ๊ะ...มิยูกิซัง?” ดวงตาสีน้ำตาลทองที่จ้องมาฉายชัดถึงความประหลาดใจ แต่รอยยิ้มบางๆ ที่ส่งมาให้พร้อมกับคำทักทายยังงคงฉายความยินดีและความเป็นมิตรอยู่เต็มเปี่ยม อีกฝ่ายชำเลืองมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ติดอยู่ที่ผนังหน้าโรงเรียนก่อนจะเอียงคอน้อยๆ ท่าทางที่ทำเอาคนมองเกือบสะดุดล้มทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ที่พื้นจากความตาพร่า “มารับโคชูคุงเร็วจังนะครับ”


          มิยูกิยกมือขึ้นมาลูบเบาๆ ที่หลังคอ พลางขยับยิ้มจืดเจื่อน ไม่หลงเหลือภาพลักษณ์ของนักเบสบอลอาชีพตามหน้านิตยสารจนทำให้เป็นที่หลงไหลของสาวๆ กว่าค่อนประเทศเลยซักนิด


          “ผมไม่อยากให้โคชูต้องรอนานน่ะครับ”


          “จริงๆ มิยูกิซังจะมาช้านิดหน่อยก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เพราะงั้นไม่ต้องรีบถึงขนาดโดดซ้อมมาก็ได้” 


          รอยยิ้มซุกซน กับประกายขบขันที่พราวระยับอยู่ในดวงตากลมโตทำให้คนใส่แว่นรู้สึกหน้าร้อนวูบ อ้าปากจะแก้ตัว ก่อนจะโดนขัดด้วยเสียงหัวเราะใสๆ จากคุณครูหนุ่ม

    

          “ผมล้อเล่นน่ะครับมิยูกิซัง”


          แคชเชอร์หนุ่มถูกขัดจังหวะอีกครั้งเมื่อร่างเล็กๆ ของคนเป็นหลานชายเลือกที่จะก้าวเข้ามาในคลองสายตา ดวงตาสีฟ้าตวัดขึ้นมามองเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนจะเบนกลับไปหาคนในชุดผ้ากันเปื้อนอันเป็นเครื่องแบบของคุณครูโรงเรียนอนุบาล


          “ไปก่อนนะครับซาวามูระเซ็นเซย์”


          “แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับโคชูคุง” คุณครูหนุ่มย่อตัวลงไปลูบหัวของเด็กชายเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ากลับขึ้นมาส่งรอยยิ้มหวานๆ ที่ทำให้มิยูกิรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด “แล้วเจอกันครับมิยูกิซัง”






          มิยูกิไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความกระตือรือร้นในการมารับมาส่งหลานชายที่โรงเรียนอนุบาลมากถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มยอมกระทั่งลงทุนโดดซ้อมเพื่อที่จะได้ไปรับคนเป็นหลานได้ทันเวลาเลิกเรียน ...แน่นอนว่าโดนทั้งโค้ชและเพื่อนร่วมทีมเฉ่งไปตามระเบียบ แต่หลังจากที่อธิบายให้ฟังว่าไม่อยากให้หลานชายต้องรอนาน มิยูกิก็ได้รับคำอนุญาตให้ปลีกตัวจากการซ้อมไปรับหลาน หรือถ้าต้องการจะพาเด็กชายมานั่งดูการซ้อมถึงในสนามแบบเดียวกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมที่แต่งงานมีครอบครัวกันแล้วก็ยังได้...


          จะมีก็เพียงคนเดียวที่ดูจะไม่เชื่อคำพูดดังกล่าวเท่าไหร่นัก


          “นี่ถึงขนาดใช้หลานเป็นข้ออ้างเลยงั้นเหรอ”


          “นายพูดอะไรน่ะ ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”


          คุราโมจิเดาะลิ้น แยะเขี้ยวใส่คนตีสีหน้าใสซื่อ ใส่หน้ากากคุณอาแสนดีที่ดูจะตบตาคนอื่นๆ ในทีมได้แบบสนิทใจ


          “ที่นายรีบไปโรงเรียนอนุบาลนั่นไม่ใช่เพราะไม่อยากให้หลานรอนาน...แต่แค่อยากได้ข้ออ้างไปหาคุณครูคนนั้นใช่มั้ยล่ะ”


          ใบหน้าของคนใส่แว่นกระตุกน้อยๆ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่มีใครทันสังเกต หากไม่ได้หลุดพ้นไปจากสายตาของคู่สนทนา 


          …บิงโก...


          “สวยขนาดที่ทำให้ไอ้บ้าเบสบอลแบบนายลงทุนโดดซ้อม ใช้หลานเป็นข้ออ้างในการไปหาเลยเรอะไง”


          “จะบอกว่าสวย... เรียกว่าน่ารักคงจะตรงกว่าล่ะมั้ง...”


          ใบหน้าของคุณครูประจำชั้นของคนเป็นหลานชายผุดขึ้นมาด้านหลังเปลือกตา ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายแวววาวสีทอง ใบหน้านวลที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รอบๆ ดูสว่างสดใสขึ้นทันตา


          คุราโมจิมองรอยยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้าคนเป็นเพื่อนแล้วผิวปากหวือ


          “ถ้าแฟนๆ นายรู้เรื่องนี้เข้า คงอกหักกันเป็นแถบๆ แหงๆ”


          มิยูกิยักไหล่น้อยๆ ก้มมองดูเวลาก่อนจะสบถออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่โรงเรียนอนุบาลจะเลิกเรียนแล้ว แล้วพุ่งตัวไปเก็บของใส่กระเป๋าวิ่งออกจากสนามไปอย่างรวดเร็ว






          “ห ให้ผมจริงๆ เหรอครับมิยูกิซัง!”


          มิยูกิมองรอยยิ้มกว้างกับสายตาที่เปล่งประกายด้วยความดีใจตอนที่ตนเองยื่นตัวเข้าชมการแข่งเบสบอลให้ของคนตรงหน้า แล้วแสดงความยินดีกับตัวเองในใจ


          “สมาชิกทุกคนในทีมจะได้ตั๋วเข้าชมฟรีอยู่แล้วน่ะครับ ซาวามูระเซ็นเซย์เองก็ชอบเบสบอลเหมือนกันด้วยก็เลยเอามาให้” ใบหน้าคมคายแต้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แล้วถ้าผมจำไม่ผิด...เซ็นเซย์ก็เป็นแฟนผลงานของผมด้วยใช่มั้ยครับ” 


          “ม มิยูกิซัง!!”


          ดวงตาสีน้ำตาลทองตวัดส่งค้อนน้อยๆ มาให้ แก้มเนียนใสแต้มสีระเรื่อน่ามอง


          “ผมแค่แซวเล่นเฉยๆ ครับซาวามูระเซ็นเซย์” คนใส่แว่นยกมือขึ้นสองข้างแสดงท่าทางยอมแพ้ ขณะตะโกนกรีดร้องให้กับความน่ารักของใบหน้ากึ่งโกรธกึ่งงอนที่อีกฝ่ายแสดงออกอยู่เงียบๆ อย่างเก็บอาการ “อย่าโกรธผมเลยนะครับ”


          “เห็นแก่บัตรฟรีนี่หรอกนะครับ” ก่อนคนพูดจะหลบสายตาแล้วพึมพำเบาๆ ในลำคอ “...แล้วอีกอย่างผมก็เป็นแฟนผลงานของมิยูกิซังจริงๆ...”


          …ให้ตายเถอะ! ถ้าจูบอีกฝ่ายต่อหน้าเด็กอนุบาลเขาจะโดนจับข้อหาทำอนาจารในที่สาธารณะมั้ยเนี่ย!!! น่ารักโว้ยย!!!


          มิยูกิยกมือขึ้นมาปิดหน้า ก่อนจะหันหัวไปทางอื่น นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อพยายามตั้งสติ ข่มใจตัวเองก่อนที่จะเผลอหลุดทำตามที่คิดไปเข้าจริงๆ “...ถ้างั้นผมจะรอฟังเสียงเชียร์ของซาวามูระเซ็นเซย์จากในสนามนะครับ”


          รอยยิ้มสดใสที่ได้รับมาพร้อมกับคำตอบทำเอาตาพร่า


          “ผมจะเชียร์เต็มที่เลย ชนะให้ได้นะครับ!”






          “คุณอาคาซึยะชอบซาวามูระเซ็นเซย์สินะครับ”


          คำถามที่โดนยิงใส่แบบไม่ทันให้ตั้งตัวทำเอาคนอายุมากกว่าสำลักน้ำที่กำลังกินอยู่จนต้องไอออกมาเป็นชุด เงยหน้าขึ้นมาเด็กชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตัวเอง


          “ทำไมจู่ๆ ถึงถามแบบนั้นล่ะ”


          “ถึงผมจะเป็นเด็กแต่ก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่องถึงขนาดดูไม่ออกหรอกนะครับ” ประกายของความไม่สบอารมณ์แต้มขึ้นมาบนใบหน้าเรียบนิ่งของหลานชายวัยห้าขวบ ดวงตาสีฟ้าใสหรี่ลงน้อยๆ “ว่าสิ่งที่ ‘คุณอา’ คาซึยะกำลังทำอยู่คือการจีบ ‘คุณครูประจำชั้น’ ของผมน่ะ”


          มิยูกิอ้าปากค้าง คำแก้ตัวถูกกลืนหายกลับลงไปในคอเมื่อสิ่งที่เด็กชายพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการแบบไม่มีข้อโต้แย้ง ดวงตาใต้กรอบแว่นเหลือบมองสีหน้าของหลานชายที่อยู่ด้วยกันมาเกือบเดือน พยายามวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ทำให้คนเป็นหลานพูดเรื่องนี้ขึ้นกลางมื้ออาหารเย็น


          “คุณอาคงยังไม่ลืมนะครับว่า พรุ่งนี้คุณพ่อก็จะกลับมาแล้ว” เด็กชายวางตะเกียบ ก่อนจะเก็บจานชามไปวางไว้ที่อ่างล้าง “นั่นหมายความว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ คุณอาก็ไม่ต้องไปรับไปส่งผมที่โรงเรียนอีก”


          ร่างเล็กๆ หมุนตัวกลับมามองหน้าคนมีศักดิ์เป็นอาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง


          “เพราะงั้นจะทำอะไรก็รีบๆ เข้านะครับ”






          มิยูกิยืนรอจนกระทั่งเด็กคนสุดท้ายในโรงเรียนถูกผู้ปกครองที่มารับจูงมือเดินห่างออกไป จึงค่อยก้าวเข้าไปคุณครูหนุ่มที่ยืนโบกมือลาเด็กน้อยแล้วส่งเสียงทักอีกฝ่ายเบาๆ


          “ซาวามูระเซ็นเซย์”


          เจ้าของชื่อหมุนตัวกลับมาตามเสียงเรียก ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้างขึ้นน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจ


          “มิยูกิซัง? ถ้ามารับโคชูคุงล่ะก็ โอคุมูระซัง...คุณพ่อของโคชูคุงมารับตัวกลับไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับ” 


          มิยูกิส่ายหน้าน้อยๆ เป็นเชิงปฏิเสธ


          “เปล่าครับ วันนี้ผมไม่ได้มารับโคชู แต่มาหาซาวามูระเซ็นเซย์ต่างหาก”


          คนฟังกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอียงคอน้อยๆ


          “มาหาผมเหรอครับ?”


          ร่างสูงของนักกีฬาเบสบอลอาชีพก้าวเข้ามาใกล้มากพอที่จะยื่นมือเข้าไปจับมือของคู่สนทนา ...คล้ายกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำในวันแรกที่พบกัน...


          “วันเสาร์ที่จะถึงนี้ผมไม่มีซ้อม” เงยหน้าขึ้นมาประสานสายตากับเจ้าของมือนุ่มๆ ที่กุมเอาไว้หลวมๆ “ถ้าไม่รังเกียจ...ไปทานข้าวกับผมนะครับ”

ผลงานทั้งหมด ของ ตุ๊กตาหมีสีน้ำเงิน

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 00:58
    เขินหนักมากกกกกกกก กัปตันเล่นใหญ่รัชดาลัยมากขร่ะะะะะ 55555555555555555555
    #9
    1
  2. #8 FuJoshI GirL (@yyy16027) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 13:38
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! >//< น่ารักมากค่ะ เขินมากกกกกก มิยูกินี่โดนดาเมจน้องเข้าไปเยอะสินะคะ ดูหลงไม่ลืมหูลืมตากันเลยทีเดียว มีการเอาหลานมาเป็นข้ออ้างงงง ก็สมกับเป็นนางดีนะคะ 5555555 โอ้ยยยย เรื่องนี้น่ารักมากค่ะ อ่านไปเขินไป อยากให้มีต่ออีกอ่าาาา แต่งต่อนะคะๆๆ. > <
    #8
    1
    • 23 กรกฎาคม 2559 / 19:04
      มิยูกิไม่ว่าจะเซ็ตติ้งไหนๆ ก็คงแพ้ทางน้องแน่ๆ ล่ะค่ะ ฮาา
      หมดไอเดียกับฟิคนี้แล้วล่ะค่ะคงต่อยาก แต่ขอบคุณที่ชอบนะคะ ขอแก้ตัวใหม่เป็นฟิคเรื่องใหม่แล้วกันค่า <3
      #8-1
  3. #7 soma
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 23:36
    อ่านไปเขินไป ตอนแรกนึกว่าอาหลานจะทำศึกกันซะแล้ว..

    ดีนะ ได้หลานช่วยกระตุ้น มิยูกิเลยเดินหน้าเต็มตัว

    สงสัยอีกไม่นานเซนเซย์คงได้ตั๋วฟรีตลอดชีพ

    ปล.รักแรกพบ เหมาะกับคู่นี้จริงๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิค น่ารักจังเลยค่ะ

    #7
    1
    • ฮาาา หลานอนาถใจกับความป๊อดไม่รุกซะทีของคุณอาค่ะ แผนการขัดขวางเลยล้มพับ เปลี่ยนมาช่วยแทนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณอาคงไม่มีวันคืบหน้า ...ตั๋วฟรีนี่เป็นสิ่งที่น่าจะล่อลวง(?)คุณครูคนน่ารักได้ดีสุดแล้วล่ะค่ะ 555

      ขอบคุณที่ชอบและที่เข้ามาอ่านฟิคเช่นกันค่า <3
      #7-1
  4. วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:06
    มาถึงก็โดนน็อคKO ด้วยรอยยิ้มพิฆาตของน้องเลยเเหะ โอ่ยยยมิยูกินายยังอยู่ดีใช่ม่ะ แต่น้องต้องเป็นครูอนุบาลที่น่ารักมากเเน่ๆเลยเพราะเเค่รอยยิ้มกับดวงตากลมโตนั้นก็คงมัดใจเด็กได้ล่ะ ดูโคชูซิรายนั้นยอมเชื่องทำตัวเป็นเด็กน้อยน่ารักเชียว555

    คุรามจคิดว่ามยก.ไปหลงเด็กเข้าผมนี่กร๊ากกกมากเลย(เอาจริงตอนเเรกสมองยังไม่ประมวลชื่อเรื่องอ่านเเรกๆก็นึกว่ามยก.จะกินเด็กซะอีก5555) เค้าติดอาจาร์ยค่าาาถึงขนาดไปหยอดเช้าหยอดเย็นเต๊าะทุกวันเป็นประจำขนาดนั้น นี่ถ้าใช้โคชูได้เยอะกว่านี้มีหวังนางคงทำไปเเล้วล่ะ

    แต่โคชูเรื่องนี้ปลุกความเป็นโชตะในตัวมาก ชวนให้ลักพาตัวกลับมายุด้วยเป็นอย่างมากเลยย หุหุหุ
    #6
    1
    • รอยยิ้มของซาวามูระเซ็นเซย์คืออัลติเมทเวฟพ่อนค่ะ 5555 ใครโดนเข้าไปนี่เสร็จทุกราย พี่คุราโมจิได้รับข้อมูลไม่ครบ รู้แค่เพื่อนไปวนเวียนหน้าโรงเรียนอนุบาลบ่อยเกินเพราะงั้นเลยคิดในแง่ร้ายที่สุดไว้ก่อนค่ะ 5555
      #6-1
  5. วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 17:53
    *มาดิทให้แล้วค่ะ555555555555 

    ก่อนอื่น... โดนดาเมจนุ้งโคชูแรงมาก555555555 โง้ย ขอกลับบ้านหนึ่งคนค่ะ--- /โดนเตะ ตลกความมิยูกิที่จะจีบคุณครูคนฉวยแล้วใช้เด็กมาอ้าง โถ้ะ555555 พี่โยนี่ก็มองพี่ท่านทะลุปรุโปร่งละเกินนนน ราวกับไปนั่งสิงอยู่ในสมองของมยก.ก็ไม่ปาน555555555 ส่วนซาวามูระเซ็นเซย์นี่สอนอยู่แถวไหนคะ ถ้ามีลูกจะส่งลูกไปเรียนที่นั่นเลยค่ะ ฮอล ขอขายขนมจีบด้วยอีกคนได้มั้ยคะ lol /มยก.กระทืบ 

    ขอให้รางวัลหลานรู้ใจอาดีเด่นประจำปี 2016 แก่น้องโคชูค่ะ55555555555555 
    ถ้าไม่บอกให้รีบจัดการซักที คุณอาอาจจะได้กินน้ำใบบัวบกแทนข้าวในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ก็ได้ค่ะ โธ่ 

    /ปูเสื่อนั่งรอเรื่องต่อไปเงียบๆ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กรกฎาคม 2559 / 20:59
    #5
    1
    • มิยูกินี่ไม่ว่าจะบทไหนก็หนีความมิยูกิ(?)ไม่พ้นค่ะ 5555 อะไรที่ใช้ประโยชน์ได้ต้องใช้ให้หมดค่ะ แม้แต่หลานตัวเองก็ไม่เว้น คุณพี่โยจะไม่ใช่คุณพี่ถ้าจับไต๋มิยูกิไม่ได้ บทคนรู้ใจ(?)มิยูกินี่ต้องยกให้คุณพี่จริงๆ ค่ะ ซาวะเซ็นเซย์น่ารักนะคะ ขนาดเด็กหน้าตายอย่างโคชูยังแพ้ทางเลย 5555

      โคชูเล็งเห็นแล้วว่าถ้าปล่อยให้เป็นงี้ต่อไป คุณอาน่าจะไม่สามารถสร้างความคืบหน้าได้เลยเพราะคุณครูหัวช้าเกินไป เพราะงั้นเลยต้องช่วยส่งอีกแรงค่ะ 5555

      ร เรื่องต่อไปจะพยายามไม่ให้ไฟดับก่อนจะเขียนจบนะคะ 555555
      #5-1
  6. วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 16:31
    น่ารักมากกก ฟิน >< ชอบโคชู อิอิ ทำไมไม่แต่งเรื่องยาวอ่า รอเรื่องใหม่อยู่นะ สู้ๆนะ
    #4
    1
    • ดีใจที่ชอบนะคะ แต่ที่ไม่แต่งเรื่องยาวเพราะกลัวว่าแต่งเรื่องยาวนี่มีสิทธิ์ที่เราจะดองสูงมากค่ะ เรื่องสั้นเลยดูจะปลอดภัยกว่า ฮา
      #4-1
  7. วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 13:21
    อืมมมม รักแรกพบสินะ  แค่เห็นเธอยิ้ม ฉันก็ใจละลาย  ประมาณนี้
    #3
    1
  8. วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 10:05
    น่ารักมากกกก. มิยูกิใช้หลานตีเนียน555 ขอยกตำแหน่งเนียนตัวพ่อให้ท่านเลยค่ะ! ///ชอบโคชู อิอิ จะรอเรื่องใหม่นะคะ
    #2
    1
    • โคชูน่ารักจริงๆ ค่ะ คนเขียนก็แอบเป็นแม่ยกหนุ่มหมาป่าคนนี้เหมือนกัน แต่ดันโดนคุณเอามาใช้เป็นข้ออ้างจีบครูประจำชั้นซะนี่ 5555 ตำแหน่งเนียนตัวพ่อนี่ถ้าไม่ใช่ตาแว่นก็ไม่รู้จะให้ใครแล้วล่ะค่ะ ฮาา
      #2-1
  9. วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 09:58
    เจอกันครั้งแรก ก็โดนน็อคเอาท์ซะแล้ว มิยูกิ
    แม้ใช้หลานเป็นข้ออ้างในการมาหา
    คุณพี่ยังรู้เลย
    โอคุมูระทำดีมาก มีการเตือนอาด้วยให้รีบรุกด้วย
    #1
    1
    • 10 กรกฎาคม 2559 / 12:32
      มิยูกิบอกว่าใช้อะไรได้ก็ต้องใช้ค่ะ มีหลานเป็นสะพานทั้งทีไม่ใช้มันเสียของ #เป็นคุณอาที่แย่มาก
      คุณครูน่ารัก ดาเมจรุนแรงจนน็อกเอ้าท์ได้ในรอยยิ้มเดียวค่ะ คนเขียนเองก็น็อคเอ๊าท์เพราะรอยยิ้มของซาวามูระเซ็นเซย์เหมือนกัน
      จริงๆ โคชูมองคุณอาจีบคุณครูแบบเนียนๆ มาทุกวันๆ ตลอดหนึ่งเดือนแต่ไม่เห็นความคืบหน้าซะที ทั้งเห็นใจทั้งอนาถคุณอาตัวเองเลยช่วยกระตุ้น(?)อีกแรงค่ะ 5555
      #1-1