|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 98 : Chapter 90 : Hogsmeade And Halloween Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 593 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

CHAPTER 90

Hogsmeade And Halloween Night






" Do you know me too ? "

Cedric Diggory




     พอท้ายชั่วโมง ในขณะที่พวกเด็กๆกำลังจะออกจากห้องเรียนกันนั้น ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ร้องเรียกขึ้นมา

     " เดี๋ยวก่อน เด็กๆ พวกเธอทุกคนอยู่ในบ้านของฉัน เพราะฉะนั้นขอให้ส่งแบบฟอร์มอนุญาตไปฮอกส์มี้ดให้ฉันก่อนวันฮาโลวีนด้วย คนที่ไม่มีใบอนุญาต จะไม่ได้ไป ดังนั้น จงอย่าลืม! "

     ทันทีที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดจบ เนวิลล์ก็ยกมือขึ้นขออนุญาตอย่างรวดเร็วและร้อนรน

     " อาจารย์ครับ ผม... ผมคิดว่าผมทำมันหาย... "

     ศาสตราจารย์มักกอนนากัลปรายตามองมาที่เนวิลล์เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " อ้อ คุณยายของเธอส่งมาให้ฉันโดยตรงแล้ว ลองบัตท่อม... ดูเหมือนคุณยายของเธอจะคิดว่ามันปลอดภัยกว่า... เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเธอไปได้ "

     " ถามตอนนี้เลยสิ "

     รอนกระซิบเสียงเบาบอกแฮร์รี่ในขณะที่พวกเพื่อนๆเริ่มออกไปกันจนหมด โดยผมยังแอบเห็นสายตาบางคนมองมาที่ผมอย่างสนอกสนใจ

     แย่ชะมัดเลยน้า...

     พอคนอื่นๆ ออกไปกันจนหมดแล้ว แฮร์รี่จึงเดินตรงไปที่โต๊ะของศาสตราจารย์มักกอนนากัลอย่างประหม่า ในขณะที่พวกผมได้แต่ส่งกำลังให้อยู่ไกลๆ

     ก็นะ ไม่มีใครอยากจะไปต่อรองกับคำประกาศิตของอาจารย์แกหรอกนะถ้าเลี่ยงได้น่ะ

     " ว่าไง แฮร์รี่ "

     เสียงของศาสตราจารย์มักกอนนากัลดังขึ้นมาเรียบๆ แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควรแต่เพราะตอนนี้ในห้องไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่พวกผมที่ยืนอยู่ไกลๆ ก็ยังได้ยินชัดเจน แฮร์รี่สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดขึ้น

     " อาจารย์ฮะ ลุงกับป้าผม... เอ่อ... ลืมเซ็นใบอนุญาตของผมน่ะฮะ "

     ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเหลือบตาขึ้นมามองแฮร์รี่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งแฮร์รี่ก็ทำใจดีสู้เสือต่อ

     " คือ... เอ้อ... อาจารย์คิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหมฮะ... คือผม หมายถึง... มันจะได้ไหมฮะ ถ้าผม... ถ้าผมจะไปฮอกส์มี้ด "

     ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเมื่อฟังจบก็ก้มลงไปพลิกเอกสารบนโต๊ะไปมา ก่อนจะพูดขึ้นเรียบๆ เหมือนเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

     " คงไม่ได้นะ พอตเตอร์ เธอก็ได้ยินที่ฉันพูดไปแล้ว ไม่มีใบอนุญาตไม่ได้ มันเป็นกฎ "

     ก็นั่นน่ะสิน้า ไม่น่าแปลกใจเลยทีเดียว

     " แต่ว่า... อาจารย์ฮะ ลุงกับป้าของผม... อาจารย์ก็รู้ว่าพวกเขาเป็นมักเกิ้ล แล้วก็ไม่ค่อยจะเข้าใจในเรื่อง... เรื่องแบบฟอร์มของฮอกวอตส์ แล้วก็เรื่องอะไรแบบนี้... "

     แฮร์รี่แอบเหล่มามองพวกผมที่เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย ในขณะที่รอนพยักหน้าถี่ๆเป็นเชิงลุ้นให้แฮร์รี่พูดต่อ

     แฮร์รี่กลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปพูดต่ออย่างมีความหวัง

     " ถ้าอาจารย์บอกว่าผมไปได้... "

     " แต่ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นนี่ "

     ศาสตราจารย์มักกอนนากัลลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเอากระดาษเป็นปึกใส่ลงไปในลิ้นชัก ก่อนจะหันมามองแฮร์รี่ด้วยสีหน้าแปลกๆ ที่ปนทั้งเอ็นดู สงสาร แต่ก็ไม่ปรารถนาจะอนุญาตให้แฮร์รี่ไปเช่นกัน

     " แบบฟอร์มก็เขียนไว้ชัดเจนแล้ว ว่าพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องเป็นผู้อนุญาต... เสียใจด้วยนะ พอตเตอร์ แต่ฉันพูดได้เท่านี้ล่ะ เธอน่าจะรีบไปได้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นแล้วจะเข้าเรียนวิชาถัดไปสายเอานะ สวัสดี "

     ว่าจบแฮร์รี่ก็คอตกแล้วเดินกลับมาหาพวกผมโดยไม่ต้องพูดอะไรออกมา พวกเราพากันเดินออกไปอย่างว่าง่าย ก่อนที่ผมจะพูดขึ้น

     " ก็... ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ "

     เฮอร์ไมโอนี่เห็นผลลัพธ์ก็ไม่ได้พูดซ้ำเติมอะไร เหมือนกับว่าเธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายก็เป็นไปอย่างที่เธอคาดการณ์ พลางจัดกระเป๋าส่วนรอนก็จับไหล่แฮร์รี่แล้วปลอบสั้นๆ

     " นายพยายามได้ดีแล้วล่ะ "

     แฮร์รี่ไม่ตอบรับอะไร พลางทำท่าหมดอาลัยตายอยากอย่างผิดหวัง ในขณะที่รอนเองก็ตั้งชื่อศาสตราจารย์มักกอนนากัลด้วยชื่อที่หลากชนิดที่ผมอยากโบกหัวสักรอบกับความหยาบคายเล็กน้อยเหล่านั้น แต่จะว่าเขามากก็ไม่ได้ กับตอนล็อกฮาร์ตเอง ผมก็มีชื่อเล่นหยาบคายให้มากพอๆกับที่รอนกำลังทำอยู่ตอนนี้เลยทีเดียว

     เอ็นดูนะแฮร์รี่ แต่ทำตัวดีๆ ไปก่อนก็แล้วกัน ยังไงเดี๋ยวเฟร็ดกับจอร์จก็คงอยากจะช่วยนายเองแหละน่า

     เฮอร์ไมโอนี่ที่ฟังอยู่นานก็เกิดส่งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา รอนที่เห็นหน้าตาของเฮอร์ไมโอนี่ ที่เหมือนกำลังบอกว่า 'แบบ - นี้ - น่ะ - ดี - ที่ - สุด - แล้ว' ก็ยิ่งหัวเสียหนักกว่าเก่า ในขณะที่ผมเองก็มีปัญหาของตัวเองให้ปวดหัวเหมือนกัน

     ผมเหล่มองไปรอบๆ ที่เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันซุบซิบแล้วชี้มาที่ผมเล็กน้อยอย่างสนุกปาก

     เยี่ยม สนุกปากเลยนะพวกนายน่ะ

     แม้แต่ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าควรจะรู้สึกไม่พอใจจริงๆหรือเปล่า

     คือการถูกเรียกว่าเป็น นักทำนาย เนี่ย มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกนะ ออกจะดีเสียด้วยซ้ำในบางเวลา มันช่วยอธิบายในเรื่องที่ไม่อยากอธิบายได้ง่ายดีด้วย หาข้ออ้าง ปั่นหัว หรือ แม้แต่เป็นข้อเสนอในการทำข้อตกลงก็ได้ด้วย

     แต่ก็นั่นแหละ ข้อดีมันก็มี แต่ข้อเสียมันก็แย่ เชื่อผมเถอะ เดี๋ยวมันก็จะต้องมีคนหน้าด้านมาขอคำทำนายบ้างล่ะ พอทายพลาดก็โดนหาว่าหลอกลวงบ้างล่ะ นั่นก็ไม่ได้แย่เท่ากับที่ ผมเองก็จะเคลื่อนไหวลำบาก เมื่อถึงเวลาที่ต้องเคลื่อนไหวจริงๆ อาจจะโดนเบนสายตามาทางผมมากจนเกินไปก็ได้ ผมเองก็อยากทำเงียบๆ ค่อยๆ จัดการทุกอย่างอยู่เบื้องหลังมากกว่าโดนผลักให้มาอยู่ตรงสปอตไลท์อย่างนี้เสียด้วย

     ถ้าไอ้เรื่อง นักทำนาย ไม่ฉาวโฉ่มากจนเกินไปมันก็ดีหรอกน้า...

     พอมานึกอีกแล้ว คงไม่มีทางที่มันจะไม่ฉาวโฉ่แหงๆ ไอ้หนูปีเตอร์ ตอนที่หลบหนีออกไปได้ช่วงตอนท้ายปีก็คงจะเอาเรื่องของผมไปคุยฟุ้งให้โวลดี้รู้ทุกอย่างด้วยแน่นอนล่ะ ยิ่งกับตอนปี 1 ดันเผลอไปสาระแนทักทายเขาด้วยนี่เนอะ ถ้าโวลดี้จะถามหาก็ไม่น่าแปลกใจสักนิด... 

     ก็แหม ก็ตอนนั้นมันตื่นเต้นที่ได้เจอโวลดี้ตัวเป็นๆนี่นา... คนที่เป็นแฟนตัวยงเรื่องแฮร์รี่อย่างผมมันก็ต้องอยากเข้าไปทักทายทำความรู้จักด้วยความสาระแนหาเรื่องใส่ตัวอยู่แล้วนี่เนอะ แถมอุตส่าห์คิดมาอย่างดีแล้วด้วยว่ายังไงก็ไม่เป็นอะไรชัวร์ แล้วผมยังอุตส่าห์คิดเผื่อด้วยนะว่าถึงในอนาคตจะเจอกันอีกก็คงไม่อะไรมากนอกจาก จับตาย หรือ ไม่ก็จับมาเข้าพวกอยู่แล้ว 

     ทำตัวให้เป็นที่รู้จักและน่าประทับใจพอให้โวลดี้คิดว่าควรไว้ชีวิตเพื่อเอาไปใช้เป็นเครื่องมือได้น่าจะดีกว่า ถ้าเป็นในลักษณะนั้นได้ ผมก็จะมีจุดยืนในการต่อรองเพิ่มขึ้นอีก ดีกว่าหนีหัวซุกหัวซุนรอจนกว่าจะถึงฉากสุดท้ายก็เหนื่อยตายชัก

     แล้วไอ้คนที่สามารถหนีรอดจากทั้งฝ่ายกระทรวงและฝ่ายผู้เสพความตายมาได้จนถึงป่านนี้อย่างปีเตอร์คงไม่กล้าปล่อยข้อมูลแบบนี้หลุดลอดไปได้แหงๆ ก็นะ ลักษณะของหนูนี่เนอะ เพราะขี้ขลาด เลยต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นก็เลยต้องใช้ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นประโยชน์มาใช้เป็นเครื่องมือให้ถึงที่สุด

     เห้อ... ผมล่ะเซ็งที่มีตัวละครอย่างปีเตอร์อยู่ใกล้ตัวแบบนี้

     เอาเถอะ... คงต้องไปคิดแผนสำรองมาเผื่อสำหรับเรื่องแบบนี้ด้วยซะละ

     แต่ก่อนอื่นก็ต้องมาตัดสินใจก่อนว่าควรจะทำยังไงกับฉายานักทำนายนี่ก่อนดี...

     อืม...

     ไหนๆ มันก็เลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว... หรือเราควรตามน้ำไปเลยดีนะ ?

     ไม่รู้ทำไม พอมาคิดแบบนี้แล้วมุมปากผมก็เผลอกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว 

     แย่จริง... หน้าที่และความปลอดภัยก็สำคัญ แต่ความสนุกและน่าสนใจมันก็อดไม่ได้จริงๆ... ลำบากใจจังน้า~



     เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงวันฮาโลวีน

     ช่วงเวลาที่ผ่านมาข่าวลือที่ผมมีความสามารถของนักพยากรณ์ก็ขจรขจายไปทั่วบ้านกริฟฟินดอร์เป็นที่เรียบร้อย แต่ด้วยเหตุใดก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน มันดันไม่กระจายไปนอกบ้านเสียอย่างนั้น

     ช่วงนี้พอว่างๆ ก็จะมีเด็กมาถามไถ่ด้วยความสนอกสนใจ บ้างก็มาขอให้ทำนายให้ที

     แล้วผมทำยังไงน่ะเหรอ ?

     บอกว่ามองไม่เห็นไปดิ

     ไม่ว่าใครก็ตาม ก็บอกไปหมดว่ามองไม่เห็น หรืออ่านคำทำนายไม่เป็น ส่วนไอ้พวกที่ตื้อหน่อยก็พูดอะไรที่มันดูน่าจะเป็นไปได้ไป ให้มันดูน่าเชื่อขึ้นมาหน่อยจะรีบๆไปได้ก็พอ

     กับแค่พวกที่แค่อยากรู้อยากเห็นก็ปล่อยๆไป พวกเอาแต่ใจก็ตอบมั่วๆ เพื่อให้เลิกตามตื้อ นี่คือวิธีการจัดการปัญหาช่วงนี้ พวกเด็กๆนั้นก็แค่อยากรู้อยากลองตามข่าวลือดูก็เท่านั้นเอง ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก แค่บอกปัดๆไปก่อน รอให้เรื่องมันซาไปก็พอ เท่านี้ก็น่าจะโอเคแล้ว

     พวกเฟร็ดกับจอร์จเองก็อยากลงมาแหย่เล่นบ้างบางเวลา ซึ่งผมก็แค่ทำนายให้แบบเอาสนุกเพื่อเรียกเสียงฮาให้กับพวกแฝดเล่น

     ส่วนวิญญาณตามติดประจำตัวผมก็คอยแอบแซะอย่างได้ใจ แม้จะไม่เท่าตอนแรกก็ตาม ตอนแรกที่โผล่มาหลังจากเหตุการณ์ที่ลาเวนเดอร์ร้องห่มร้องไห้นั้น พอมีโอกาสพี่แกก็โผล่มาตรงหน้าผมพร้อมด้วยสายตาเหมือนสื่อความหมายว่า 'คราวนี้จะแก้ตัวอะไรอีกไหม'

     แล้วผมจะสู้อะไรได้นอกจากกลอกตามองบนพลางยกธงขาวยอมแพ้ไป ปล่อยให้ทอมหัวเราะขำขันอยู่เบาๆ สงสัยคงจะชอบใจที่เห็นผมเดือดร้อนแหงๆ ผมสัมผัสได้ สายตามันฟ้อง

     ส่วนลาเวนเดอร์กับปาราวตีนั้นก็ยิ่งเชื่อคำทำนายมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นทั้งผมหรือทรีลอว์นีย์ ลาเวนเดอร์นั้นเชื่อสนิทใจเลยว่าทั้งผมและอาจารย์นั้นคือของจริง แต่ไม่รู้เพราะอะไร หรืออาจจะเพราะว่าอาจารย์เป็นผู้หญิง เธอเลยเลือกที่จะไปคุยกับอาจารย์เสียมากกว่าแล้วกลับมาพร้อมกับมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะอาจารย์ทรีลอว์นีย์ไปเป่าหูอะไรหรือเปล่าก็รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ เธอดูลังเลและเกร็งๆ สักหน่อยเวลาเจอผมก็เท่านั้นเอง

     ส่วนพวกแฮร์รี่เองก็ไม่ยอมซักไซร้ผมต่อ เพราะเห็นผมปฏิเสธถึงขนาดนั้นก็เลยเลิกยุ่งเรื่องนี้ไป หรือไม่ก็พวกแฮร์รี่อาจจะเดาได้ลางๆ เนื่องจากอยู่กับผมมานานถึง 2 ปี กว่าแล้ว

     โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังโอเคอยู่มั้ง ?

     พอผ่านไปประมาณอาทิตย์นึงหลังจากเหตุการณ์นั้น เรื่องมันก็เริ่มจะซาลงไปบ้าง ซึ่งถือว่าดีทีเดียว



     ใกล้ถึงวันฮาโลวีนมากเท่าไหร่ แฮร์รี่ก็ซึมหนักมากขึ้นเท่านั้น พวกเพื่อนๆที่เห็นดังนั้นก็เลยมารวมหัวกันออกความเห็น เหมือนกำลังวางแผนสร้างวีรกรรมขึ้น

     " ให้ฉันปลอมลายเซ็นลุงนายให้ไหมล่ะ ? "

     ดีนเสนอว่าจะปลอมลายเซ็นของลุงเวอร์นอนให้ ในขณะที่เชมัสพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอยู่ข้างๆ

     ผมมองดูดีนที่ยื่นข้อเสนอให้อย่างสนใจ เอาตรงๆแล้ว ดีน โทมัสนั้น เป็นเพื่อนที่ใช้ได้คนนึงทีเดียว ทั้งใจดี ทั้งเอาใจใส่ ขนาดช่วยดูแลเชมัสที่ชอบทำของระเบิดไม่เว้นอาทิตย์ กับ เนวิลล์ที่ทำอะไรก็เกิดความวินาศสันตะโรขึ้นทุกเวลาอยู่เสมอ...

     เอ... ดูไปดูมาดีนก็ดูน่าสงสารใช้ได้นี่หว่า... แต่เอาเถอะ

     ประเด็นคือ ดีนเป็นคนมีความสามารถด้านศิลปะและลายเส้นมาตั้งแต่ปี 1 แล้ว ถ้ายังจำกันได้ ไอ้ธงเชียร์ผมกับแฮร์รี่ ตอนแข่งสนามแรก ดีนก็วาดให้โดยใช้ผ้าห่มรอนเป็นผืนผ้าด้วย เพราะงั้นคิดว่าถ้าให้ดีนลอกลายเซ็นให้ก็คงได้อยู่... แต่ก็นะ... เป็นที่น่าเสียดายจริงๆนั่นแหละ

     แฮร์รี่ที่ได้ยินดังนั้นก็หงอยลงไปนิดหน่อยก่อนจะพูดขึ้น

     " คงไม่ได้หรอก ศาสตราจารย์มักกอนนากัลรู้เรื่องแล้วว่าฉันไม่ได้ลายเซ็น "

     จากนั้นก็เงียบกันไปอีกยาวๆ ก่อนที่รอนจะเสนอขึ้นอย่างไม่มั่นใจ

     " งั้น... นายก็ลองใช้ผ้าคลุมล่องหนก็ได้นี่... "

     " ไม่ได้นะ! "

     เฮอร์ไมโอนี่ที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้นอย่างทันทีทันใด ก่อนจะอธิบายเสียงขุ่น

     " นายจำไม่ได้เหรอที่ดัมเบิลดอร์บอกน่ะ ห้ามใช้กลอุบายหรือการแปลงกายใดๆทั้งสิ้น รวมไปถึงผ้าคลุมล่องหนด้วยนะ! นั่นแสดงว่าพวกผู้คุมวิญญาณเองก็สามารถมองทะลุผ้าคลุมได้! เห็นได้ชัดเลยนะว่า ดัมเบิลดอร์น่ะ พูดขึ้นเพื่อย้ำเธอนะ แฮร์รี่!  "

     รอนเองที่ปกติก็ชอบเถียงเฮอร์ไมโอนี่อยู่แล้วก็เถียงไม่ออกเช่นกัน ซึ่งก็ยังดีที่คงคิดถึงความปลอดภัยของแฮร์รี่อยู่ แต่ก็เงียบกันได้ไม่นาน เพอร์ซี่ก็โผล่เข้ามาอย่างสงสัย

     " คุยอะไรกันน่ะ "

     " นายไม่ต้องยุ่งหรอก เพอร์ซี่ "

     รอนพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจด้วยความไม่พอใจส่วนตัวล้วนๆ ซึ่งเพอร์ซี่ก็ไม่ได้แคร์รอนแต่อย่างใด ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะพูดขึ้น

     " คุยเรื่องแฮร์รี่กันน่ะ แฮร์รี่ไปฮอกส์มี้ดกับเขาไม่ได้ "

เพอร์ซี่ได้ยินก็ร้องอ้อขึ้นก่อนจะพูด... เอ่อ... ปลอบใจล่ะมั้ง ? เอาเป็นว่าเป็นการพูดเชิงปลอบใจในแบบฉบับของเพอร์ซี่ขึ้น

     " นายไม่ต้องคิดมากหรอกแฮร์รี่ พวกนี้ก็แค่ฮือฮาเรื่องฮอกส์มี้ดไปกันเองแหละ แต่ฉันบอกได้เลยนะ แฮร์รี่ มันไม่ได้มีดีอย่างที่คนอื่นเขาพร่ำพรรณนากันเอาไว้หรอก ร้านขนมหวานก็ดีพอใช้ แต่ร้านขายของตลกซองโก้น่ะ อันตรายจริงๆนะ ส่วนเพิงโหยหวนน่ะก็น่าไปเที่ยวอยู่ แต่ว่ากันจริงๆ นะ แฮร์รี่ นอกเหนือจากนั้นแล้ว นายเองก็ไม่ได้พลาดอะไรไปหรอก "

     " นั่นนายกำลังปลอบอยู่งั้นเหรอ ? เป็นการปลอบที่ห่วยแตกมากเลยนะเพอร์ซี่ "

     รอนพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ในขณะที่แฮร์รี่ดูอิจฉาตาร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ ขนาดที่เพอร์ซี่ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดตรงไหน

     ก็น้า... จะปลอบใจทั้งที ไม่จำเป็นจะต้องเสนอสถานที่น่าเที่ยวให้เด็กที่ไม่ได้เที่ยวแบบนี้เลยนี่...

     มีดีแค่การเรียนจริงๆ เพอร์ซี่เนี่ย...

     สุดท้ายเพอร์ซี่ก็โดนรอนไล่ไปไกลๆ ในขณะที่เจ้าตัวก็งงอยู่อย่างนั้น



     วันฮาโลวีนมาถึง

     พวกเด็กๆต่างตื่นมาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติเหมือนทุกๆที แม้จะมีบ้างที่ดูตื่นเต้นกว่าปกติก็ตาม ก็นะมันก็เป็นอะไรที่คล้ายๆกับทัศนศึกษานี่นา เด็กๆเองก็อยากจะสนุกนอกโรงเรียนบ้าง ก็เลยไม่น่าแปลกใจที่เด็กบางคนอาจจะตื่นเช้าหน่อย อาจจะดูยุ่งๆหน่อย เพื่อเตรียมตัวเดินทาง ที่ตื่นเต้นมากหน่อยก็คงเป็นการคุยฟุ้งกับเพื่อนคนอื่นเรื่องการไปเที่ยวครั้งนี้นี่แหละ แฮร์รี่ที่เดินอยู่ข้างๆผมก็เลยดูหงอยจนเห็ดจะงอกอยู่แล้ว

     ส่วนผมน่ะเหรอ ? 

     ไม่รู้สิ ถึงไม่ได้ไปก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แต่ถึงจะพูดอย่างงั้นผมก็จะไปอยู่ดี เพราะอยากไปซื้อของใช้เพิ่ม สำหรับทำโปรเจคไม้กวาดกับการทดลองคำสาปมนุษย์หมาป่าน่ะนะ ของมันจำเป็นจะต้องใช้นี่นา จะสั่งทางนกฮูกไปรษณีย์ก็ได้อยู่หรอก แต่การได้ไปเดินดูสักหน่อยมันก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะเจออะไรดีๆบ้างที่ฮอกส์มี้ด

     จะให้อยู่โอ๋ แฮร์รี่ก็ไม่ใช่เรื่องปะ มีสิทธิ์จะไปได้ก็ควรจะไปนี่เนอะ

     " แล้วเราจะเอาขนมจากร้านฮันนี่ดุกส์มาฝากเธอเยอะๆเลย "

     เฮอร์ไมโอนี่ปลอบแฮร์รี่ด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียใจ ก่อนที่รอนจะเสริมขึ้น

     " ใช่ เอามาให้เพียบเลย "

     ผมพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น

     " ไม่เป็นอะไรหรอกน่าแฮร์รี่ ฉันว่า... อืม... อดทนไปก่อนก็แล้วกัน ถ้าพวกนั้นตัดสินใจได้เมื่อไหร่คงจะช่วยนายเองแหละ "

     " นายหมายถึงใครเหรอ ? "

     แฮร์รี่หันมาถามอย่างสนใจ ในขณะที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่มองมาที่ผมอย่างงุนงง ผมทำท่านึกคิดพลางลูบคางตัวเองไปมา

     " ก็... เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองแหละน่า ฉันว่าอีกไม่นานหรอก พวกนั้นเอ็นดูนายจะตายไป "

     แฮร์รี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็งุนงงอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดที่จะอธิบายไปมากกว่านั้น

     ผมเองก็จะไปบอกให้พวกแฝดยกแผนที่ให้แฮร์รี่ก็ไม่ได้เสียด้วย เดี๋ยวไทม์ไลน์เจ๊ง ซึ่งดูเหมือนว่าพวกแฝดไม่ได้คิดจะให้แฮร์รี่ในวันนี้เสียด้วย ทำไมถึงคิดอย่างนั้นน่ะเหรอ ? ก็เพราะพวกแฝดวิ่งแจ้นไปก่อนใครเพื่อนแล้วน่ะสิ...

     "  เอาเป็นว่า ไว้เจอกันที่งานเลี้ยงนะ แฮร์รี่ "

     ผมโบกมือลาแฮร์รี่ ก่อนที่แฮร์รี่จะพยักหน้าแล้วโบกมือลากลับ

     " อืม... ไม่ต้องห่วงฉันหรอก แล้วไว้เจอกันที่งานเลี้ยง... เที่ยวให้สนุกนะ... "

     แม้ปากจะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่น้ำเสียงนี่ดูเหงาหงอยจังนะนายน่ะ พอฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดเลยแฮะ... แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ

     พวกเราเดินออกจากตัวห้องโถงไปทางฟิลช์ ที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูเพื่อขีดชื่อนักเรียนออกจากรายการยาวเหยียดเป็นร้อยๆชื่อ สายตาจ้องดูและจดจำทุกใบหน้าที่เดินผ่านไป คล้ายกับว่าเขากำลังจะจับผิดนักเรียนที่จะฝ่าฝืนกฎแม้แต่คนเดียวก็ยังดี

     ก็สมเป็นฟิลช์ดี ทำงานดีกว่ากล้องวงจรปิดอีกนะเนี่ย... เพราะไม่จำเป็นที่เด็กๆจะต้องกล่าวขานชื่อแต่อย่างใด ฟิลช์สามารถขีดชื่อได้อย่างถูกต้องเหมือนว่าเขาไม่เคยลืมใบหน้าเด็กคนไหนเลยแม้แต่คนเดียว

     นับถือๆ

     ผมเดินผ่านไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเดินผ่านประตูที่มีพวกผู้คุมวิญญาณเฝ้าอยู่ พวกมันจ้องมองเด็กๆอย่างหิวโหย ผมที่เตรียมใจมาแล้ว ยังรู้สึกอ่อนล้าทุกครั้งที่เดินผ่านเลย ให้ตายสิ ถ้ามีโอกาส ผมคงสร้างที่อยู่ให้พวกนี้ให้ปลีกวิเวกไปเลย เก็บพวกผู้คุมวิญญาณไว้ในนั้นให้หมด แล้วผนึกไว้ปล่อยไว้อย่างนั้นตลอดกาลก็ดี ว่าแต่ทำไมไม่มีคนคิดที่จะทำเรื่องแบบนี้บ้างเลยนะ... หรือเพราะว่าพวกผู้คุมวิญญาณเหมาะแก่การใช้ให้ไปเฝ้าคุกอัซคาบัลมากที่สุดกันเนี่ย ไม่เข้าใจเล้ย

     พวกเราเดินผ่านไปตามทางลาดเนินเขาก่อนจะเดินผ่านเพิ่งโหยหวนที่อยู่ไกลลิบๆ เข้าสู่ตัวเมืองฮอกส์มี้ดที่ไม่ได้อยู่ไกลจากฮอกวอตส์มากนัก

     มันก็ไม่ได้ใกล้ และไกลเกินไป พวกเราเดินกันไปไม่ถึง 30 นาทีก็มาถึงที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

     หมู่บ้านฮอกส์มี้ดนั้นไม่ได้เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่อะไร มีผับ 2 ผับและประชากรประมาณ 2000 - 3000 เท่านั้น แม้ไม่นับรวมกับพวกเด็กฮอกวอตส์เข้าไปด้วย แต่คนกลับล้นหลามใช้ได้ คงเพราะเป็นพวกพ่อมดที่มาท่องเที่ยวผ่อนคลายหรือมาทำธุระก็เป็นได้

     เด็กๆ ต่างแยกย้ายกันไปตามสถานที่เป็นกลุ่มเล็กๆ ในขณะที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่กำลังจะมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่ใกล้ที่สุดอย่าง ร้านขายเสื้อผ้าพ่อมดแม่มดของแกลดแดร็กส์ (Gladrags Wizardwear) ในขณะที่ผมขอแยกตัวออกไปตามลำพัง

     " รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปเที่ยวกัน 2 คนเลยนะ ฉันคงต้องไปหาซื้อของก่อน "

     รอนได้ยินดังนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

     " อ้าว ? แล้วทำไมไม่ไปพร้อมกับพวกเราเลยล่ะ ? "

     ผมเลยพูดขึ้น

     " ไม่ได้หรอก ก็เพราะว่ามันต้องใช้เวลา... ค่อนข้างจะนานอยู่... เพราะงั้น ไม่ต้องห่วงฉันหรอก เที่ยวกันไปก่อนเลย ถ้าไม่รีบ ฉันกลัวว่าจะได้ของไม่ครบน่ะ "

     ผมว่าจบก่อนจะออกตัววิ่งหนีทันที ไม่รอให้เฮอร์ไมโอนี่หรือรอนได้พูดแย้งอะไรขึ้นมาเด็ดขาด

     เพื่อความสงบสุขของผม การมาซื้อของคนเดียวนี่แหละ ดีเยี่ยมสุดแล้ว ผมใช้ทักษะค้นหาเปิดดูสถานที่ขายไม้ ขายสมุนไพร ขายวัตถุดิบต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปกวาดของที่ต้องการเรียบจนได้ส่วนลดก็มี

     อืม... นานๆมาซื้อถึงที่ก็ดีเหมือนกันแฮะ ส่วนลดนี่ผมล่ะชอบนัก...

     วัตถุดิบสำหรับทำน้ำยาก็เต็มเปี่ยม ของสำหรับเล่นแร่แปรธาตุก็เรียบร้อย วัตถุดิบสำหรับต่อเติมไม้กวาดเองก็ซื้อเผื่อไว้เหลือเฟือ ยังไม่นับรวมกับวัตถุดิบดีๆที่ไม่คาดคิดว่าจะเจออีกนะ หมดไปเกือบครึ่งพันเกลเลียนเหมือนกัน แต่ก็นะ... คุ้มแล้วล่ะ จะมัวงกกับเงินเป็นแสนก็ไม่ใช่เรื่องนี่นะ ฮี่ๆ

     เมื่อซื้อของที่ต้องการเสร็จสิ้น ก็พบได้ว่าผ่านมาได้เกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว นี่ขนาดลิสท์รายการเรียบร้อยหมดแล้วนะเนี่ย ยังใช้เวลาเยอะขนาดนี้เลยแฮะ แย่จริงๆเชียว...

     อ่ะ... ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไปแวะซื้อของที่ร้านขายอุปกรณ์ควิดดิชสักหน่อยดีกว่า น้ำยาขัดเงาไม้กวาดก็เริ่มจะหมดแล้วด้วยสิเนี่ย

     คิดได้ดังนั้นก็เดินต้อยๆไปยังร้านที่ชื่อ ร้านขายเครื่องกีฬาที่จำเป็นสปินท์วิชเชส (Spintwitches Sporting Needs) ที่ซึ่งรวมเหล่าพวกบ้า... แค่กๆ พวกนักกีฬาควิดดิชมาจับจ่ายซื้อของใช้กันที่นี่

     " เห้! ฟินน์ ไม่ใช่เหรอน่ะ มาหาของไปแต่งตัวให้ 'เธอ' อยู่หรือไง ? "

     ผมหันไปมองก็เห็นวู้ดโบกมือพลางยิ้มร่ามาให้ผมโดยในมือถือของใช้ควิดดิชไว้เต็มมือ ผมเลยเดินเข้าไปทักอย่างเป็นกันเอง

     " ว่าไงวู้ด มาซื้ออะไรล่ะนั่นน่ะ "

     " ถุงมือกับเครื่องป้องกันใหม่น่ะ... ของเก่าของฉันมันเริ่มเละแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนสักหน่อย... ก็นะ ฉันเป็นคีปเปอร์ต้องรับมือรับเท้ากว่าคนอื่นเขานี่ ต้องป้องกันตัวเองให้ดีๆ จะได้ไม่สลบก่อนจบเกมน่ะ "

     ผมพยักหน้าก่อนที่ผมจะพูดขึ้น

     " ผมแค่มาซื้อพวกชุดอุปกรณ์บำรุงรักษาไม้กวาดเฉยๆน่ะ แต่ก็มาดูก่อน เผื่อว่ามีอย่างอื่นน่าซื้อ ก็จะได้เอาไปด้วย ไม่ได้มาซื้อของเสริมให้ไม้กวาดผมสักหน่อย "

     วู้ดได้ยินก็พยักหน้าอย่างพอใจแล้วพูดขึ้น

     " ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องไปเพิ่มอะไรให้มากกว่านี้แล้วล่ะ แค่นี้เธอก็สวยจะตายอยู่แล้ว "

     ผมได้ยินก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

     " เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรดื่มกับเพื่อนสักหน่อย อ้อ แล้วก็รีบเข้าเถอะ ฉันเห็นหลายคนซื้อชุดอุปกรณ์บำรุงไม้กวาดไม่ขาดสายเลยนะ ก็อย่างว่าแหละ ใกล้เปิดฤดูกาลควิดดิชแล้ว ไม่ว่าใครก็อยากจะซื้อมาเตรียมของไว้ให้พร้อมใช้กันทั้งนั้น เพราะงั้นก็อย่ามัวโอ้เอ้อยู่เลย แล้วไว้เจอกันนะ ฟินน์! "

     วู้ดพูดจบก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

     ไอ้บ้านี่... สงสัยได้เป็นโสดตลอดชีวิตแหง... จะว่าไปแล้ว ก็ไม่เคยได้เห็นข้อมูลอะไรหลังจบสงครามฮอกวอตส์เกี่ยวกับวู้ดเลย นอกจากแค่เจ้าตัวไปเล่นให้ทีมชาติ พัดเดิลเมียร์ ยูไนเต็ท (Puddlemere United : ทีมควิดดิชชาติอังกฤษ ) เลยนี่นะ... เอ... อนาคตไอ้หมอนี่จะไหวไหมน้า... แต่คงเป็นความสุขของเขาล่ะมั้ง ?

     จะว่าไปแล้ว... วู้ดเองก็จะจบปีนี้ด้วยนี่... หื้ม... ให้ของขวัญจบการศึกษาเป็นไม้กวาดดีไหมนะ ?

     แต่ว่าแค่นี้ก็งานแทบจะล้นมือไปหมดแล้วนะเนี่ย จะไปหางานอะไรเพิ่มอีกคงต้องคิดให้ดีแล้วสิ

     เมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วผมก็เลิกสนใจวู้ดไปทันที ก่อนจะเดินเข้าไปดูในตัวร้านที่มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะพอสมควร

     ผมเดินดูของข้างในร้านไปทั่ว มีทั้ง ไม้กวาดหลากหลายรุ่นที่ผมเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วนจากร้านในตรอกไดแอกอน มีทั้งชุดควิดดิช เครื่องป้องกัน และ แว่นตากันลม เยอะแยะหลากหลายดีไซน์ไปหมด ผมเดินไปอีกจุดก็เจอกับชุดบำรุงไม้กวาดที่เหลือเพียงอันเดียวพอดี

     อย่างที่วู้ดบอกเลยแฮะ ฤดูกาลควิดดิชมาแล้วเด็กๆทุกคนก็เลยเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่ง ก็เลยรีบเข้ามาซื้อของใช้กัน 

     ผมคิดได้ดังนั้นก็เอื้อมมือกำลังจะไปหยิบชุดอุปกรณ์บำรุงไม้กวาดตรงหน้า แต่ก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เพราะไม่ใช่มีแค่มือผมคนเดียวเท่านั้นที่แตะกล่องนั้น

     " หืม ? นายเองก็จะเอาชุดอุปกรณ์บำรุงไม้กวาดเหมือนกันงั้นเหรอ ? "

     ผมเงยหน้าขึ้นไปมองคนข้างๆ ที่พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

     " เซดริก ? "

     คนตรงหน้าทำท่าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

     " นายรู้จักฉันด้วยงั้นเหรอ ? "

     ผมผงกหัวยอมรับก่อนที่จะพูดขึ้น

     " อืม... แต่ก็... ค่อนข้างประหลาดใจอยู่หรอกนะ ที่นายเพิ่งจะมาซื้อของเอาป่านนี้น่ะ "

     เซดริกได้ยินก็หัวเราะแหยๆ พลางลูบต้นคออย่างเก้อเขิน

     " ก็นิดหน่อยน่ะ ไม่ได้นึกว่าจะหมดเร็วขนาดนี้นี่นะ ก็เลยไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆก่อน... "

     ผมร้องอ้อ ออกมาอย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบชุดบำรุงแล้วยื่นไปให้เซดริก ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำท่าประหลาดใจอีกรอบ

     " นายไม่เอาอย่างงั้นเหรอ ? "

     " ทางนายคงจะต้องการมากกว่าทางนี้นะฉันว่า ส่วนฉันเองก็ไม่ได้ต้องการมันเร่งด่วนอะไรขนาดนั้นหรอก เอาไว้ค่อยสั่งซื้อทางนกฮูกไปรษณีย์เอาก็ได้ "

     อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็ยังคงลังเลก่อนจะพูดขึ้นอย่างเกรงใจ

     " ไม่ต้องหรอกน่า เดี๋ยวฉันค่อยสั่งเอาทางนกฮูกไปรษณีย์เอาก็ได้ เป็นความผิดของฉันเองที่มาสายเสียป่านนี้น่ะ "

     ผมได้ยินก็เลิกคิ้วสูงก่อนจะพูดขึ้น

     " ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น นายเองก็เป็นถึงกัปตันทีมคนใหม่ด้วยนี่ อย่างน้อยก็รับผิดชอบทีมของนายหน่อยเถอะ เอ้า "

     ไม่ว่าเปล่า ผมพูดจบก็โยนชุดบำรุงไปให้เซดริก ซึ่งอีกฝ่ายเห็นว่าถูกโยนมาให้ก็จำเป็นจะต้องรับไว้แต่โดยดี

     แหงล่ะ ขืนไม่รับก็ตกลงมาเละเทะพอดี

     " พวกกริฟฟินดอร์นี่รู้ข่าวไวดีจริงๆนะ ฉันยังไม่ได้บอกใครเลยว่าฉันเป็นกัปตันทีมน่ะ "

     ผมได้ยินดังนั้นก็แอบหัวเราะขำขันอยู่เงียบๆ

     แต่นายบอกฉันเป็นคนแรกตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วนะนั่นน่ะ

     " ไม่หรอกน่า ฉันว่าวู้ดเองก็ยังไม่รู้หรอกว่านายเป็นกัปตันน่ะ ตอนนี้กริฟฟินดอร์จ้องจะเล่นสลิธีรินอยู่ คงไม่ว่างไปมองดูฮัฟเฟิลพัฟหรอก "

     เซดริกได้ยินดังนั้นก็ทำท่าสงสัย

     " แล้วทำไมนายถึงรู้ล่ะ "

     ผมยักไหล่ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

     " เอาเป็นว่า หมดเรื่องแล้วฉันไปล่ะ ไว้เจอกันที่สนามนะ "

     " เดี๋ยวก่อนสิ ฟินนิแกน! "

     แต่ก่อนจะได้ไปเซดริกกลับพุ่งเข้ามาจับไหล่ผมไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผมจะหันไปมองดูเซดริกอย่างงุนงง

     " เอ่อ... ให้ฉันได้เลี้ยงอะไรตอบแทนนายสักหน่อยได้ไหม ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ ที่แย่งชุดบำรุงจากนาย "

     ผมเลิกคิ้วสูงก่อนจะนิ่งคิด

     อืม... พี่แกก็เป็นคนขี้เกรงใจนี่เนอะ... ถือระบบความเป็นธรรมและความเท่าเทียมเสียเยอะด้วยสิ... เอาเถอะ ไม่ว่าจะอะไร ได้ของกินฟรีก็ถือว่าเป็นเรื่องดีทั้งนั้น

     ผมยิ้มกลับไปก่อนจะพยักหน้าตกลง

     " เอางั้นก็ได้ แล้วที่ไหนล่ะ ? "

     เซดริกได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้น

     " งั้นเอาเป็นร้านไม้กวาดสามอันก็แล้วกัน นายเองก็เพิ่งจะเคยมาเที่ยวที่ฮอกส์มี้ดครั้งแรกใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะพานายเที่ยวไปด้วยเลยก็แล้วกัน "

     " หืม ? เลี้ยงอย่างเดียวก็พอแล้วมั้ง นายเองกะจะไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนต่อเลยหรือไงเนี่ย ? "

     ผมขมวดคิ้วอย่างงุนงง ในขณะที่เซดริกยิ้มให้พลางโบกมือไปมา

     " ไม่หรอก ตอนนี้ฉันว่างแล้ว ก่อนหน้านี้ฉันเองก็ไปเที่ยวกับเพื่อนมาแล้วล่ะ แถมบางคนหนีไปเที่ยวกับแฟนก็มี "

     ผมร้องอ้อ ก่อนพยักหน้ายอมรับข้อเสนอของอีกฝ่ายแล้วเดินตามเซดริกไปจ่ายเงินค่าชุดบำรุงไม้กวาดแล้วต่อไปยังร้านไม้กวาดสามอันแต่โดยดี

     ภายในร้านไม้กวาดสามอันตอนนี้นั้น เรียกได้ว่าแน่นขนัดไม่ว่าจะเป็นเพราะเด็ก คนท้องถิ่น หรือ นักท่องเที่ยวก็ตามต่างปะปนกันไปในภายในร้านอย่างหนาแน่น

     " ว้าว โชคดีชะมัด เหลือ อยู่ 2 โต๊ะพอดี มาเร็ว ฟินนิแกน "

     เซดริกเรียกผมไปก่อนที่ผมจะพูดขึ้น

     " เรียกว่า ฟินน์ เถอะ พอพูดว่า ฟินนิแกน แล้วฉันนึกถึงเพื่อนของฉันน่ะ "

     " ได้เลย ฟินน์ "

     เซดริกพยักหน้าตกลงก่อนจะพาผมไปนั่งโต๊ะเกือบในสุดใกล้เตาผิงไฟ ก่อนที่เซดริกจะพูดขึ้น

     " เดี๋ยวฉันไปสั่งให้ก็แล้วกัน นายต้องลอง บัตเตอร์เบียร์ของร้านนี้ดู ฉันรับรองเลยว่านายจะต้องติดใจแน่ๆ "

     เซดริกเสนอขึ้นมาราวกับว่าเขาคือพนักงานเสิร์ฟของร้านที่แนะนำสินค้าขายดีให้กับลูกค้าอย่างไรอย่างนั้นแหละ

     ผมพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น

     " เอาสิ ขอของกินเล่นด้วยนะ "

     เซดริกพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปสั่งของที่เคาน์เตอร์ที่มีคนแออัดกันอยู่ ผมเห็นดังนั้นก็มองไปทั่วทั้งร้านอย่างสนอกสนใจ

     ร้านไม้กวาดสามอันของมาดามโรสเมอร์ทานั้นเป็นร้านที่สะอาด อบอุ่น น่านั่งดี บรรยากาศในร้านเองก็ครึกครื้นพาให้รู้สึกอารมณ์ดีไปด้วย ลูกค้าในร้านเองก็มีหลากหลายทั้ง เด็กนักเรียนฮอกวอตส์ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น แถมยังมีคนต่างเผ่าพันธุ์บ้างประปราย อย่างพวกก๊อบลินที่นั่งกันอยู่ตรงมุมนึงของร้านนั่นด้วย

     ผมมองไปเรื่อยจนกระทั่งเซดริกกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับแก้วบัตเตอร์เบียร์ 2 แก้วและขนมกินเล่นอย่างมันฝรั่งทอดมาด้วย

     " เอ้า ลองดื่มมันดู มันทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นด้วยนะ เหมาะกับช่วงอากาศหนาวๆแบบนี้มากเลย "

     ผมรับบัตเตอร์เบียร์มาถือไว้ในมือก่อนจะลองจิบดูอึกหนึ่ง 

     บัตเตอร์เบียร์ร้อนๆค่อยๆไหลผ่านลงคอพร้อมกับฟองฟู่ฟ่อง ความขมนิดๆของบัตเตอร์สกอตช์ (ของหวานทำจากน้ำตาลแดงกับเนย) ไม่สามารถกลบความหวานฉ่ำของตัวเครื่องดื่มลงได้แม้แต่น้อย

     ผมดื่มลงไปอีกนิดนึงก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาอย่างพึงพอใจ

     " หวานกว่าที่คิดอีกแฮะ "

     " ใช่ไหมล่ะ ตอนฉันดื่มครั้งแรกยังตกใจเลย "

     เซดริกพูดขึ้นอย่างเห็นด้วยก่อนที่ผมจะวางแก้วลงแล้วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

     " หืม ? มีอะไรติดอยู่ที่หน้าของฉันอย่างนั้นเหรอ ? "

     ผมเอามือเท้าคางก่อนจะพูดขึ้น

     " เปล่า... แค่สงสัยน่ะ ปกติแล้ว ถึงจะขี้เกรงใจขนาดไหน ก็แค่ซื้อของให้แล้วก็แยกย้ายกันไปหากลุ่มตัวเองน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่าที่จะมานั่งกินกับคนที่ทั้งต่างชั้นปีทั้งแปลกหน้าขนาดนี้นะฉันว่า... บางทีฉันก็รู้สึกว่านายดูแลฉันดีเกินไปสักหน่อยไหมนะ จะไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอที่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนกับเด็กปี 3 อย่างฉันเนี่ย เซดริก "

     เซดริกได้ยินก็พูดขึ้นมาอย่างรู้สึกผิด

     " นั่นทำให้นายรู้สึกอึดอัดไปงั้นเหรอ ฟินน์ ? คือว่า... ฉันขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่านายอึดอัดน่ะ... "

     " แล้วไหงถึงคิดว่าฉันรู้สึกอึดอัดแทนงี้ล่ะเนี่ย... เอาเป็นว่าฉันไม่ได้อึดอัดอะไรหรอก "

     เซดริกได้ยินก็ยิ้มอ่อนๆให้ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างโล่งใจ

     " ค่อยยังชั่วหน่อย... ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าควรจะตอบแทนยังไงให้เหมาะสมดี ยังไงฉันก็จำเป็นจะต้องใช้ชุดบำรุงจริงๆ ฉันไม่อยากให้ทีมหยุดชะงักไปเพราะฉันไม่พร้อมน่ะ... "

     " หน้าที่กัปตันทีมของบ้านฮัฟเฟิลพัฟเองก็ดูหนักหนาเอาการเหมือนกันนะ ฉันนึกว่าเป็นแค่ไอ้บ้าควิดดิชอย่างวู้ดเสียอีก "

     ผมพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่บางทีถ้าผมมีหัวหน้าทีมปกติแบบคนอื่นเขาบ้างก็คงจะเหมือนกับเซดริกนี่ละมั้ง

     เซดริกได้ยินก็หัวเราะขำ

     " ไม่รู้สิ ฉันเพิ่งจะเคยมาเป็นกัปตันทีมครั้งแรก ฉันเลยยังไม่รู้อะไรมากหรอก ฉันยังคงต้องฝึกกันอีกเยอะล่ะ... แล้วรู้ไหมตอนที่คิดว่าชุดบำรุงหมดแล้วฉันเครียดมากเลยนะ "

     ผมได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วสูง

     นอกจากทำหน้าหล่อนิ่งๆ แล้วก็ยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่วนี่มีช่วงไหนเครียดกับเขาบ้างเหรอ ?

     เออ... จะว่าไปแล้วพี่แกยังแอบไประบายกับแมวเลยนี่หว่า อาจจะเป็นพวกเก็บกดหรือเปล่าเนี่ย

     " ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย "

     " อย่างงั้นเหรอ ? "

     " อืม จะว่าไปแล้วนี่คิดยังไงถึงมาเป็นซีกเกอร์ได้ล่ะ ปกติแล้วเขาชอบให้คนตัวเบามาเล่นไม่ใช่เหรอ ? "

     ผมพูดถามขึ้นพลางกินมันฝรั่งทอดไปด้วย

     อย่างบ้านสลิธีรินก็ยังให้เดรโกมาเล่นเลย ถึงจะเป็นเพราะเรื่องไม้กวาดเสียส่วนใหญ่ก็เถอะ แต่ความสามารถพี่แกก็ไม่ได้น่าเกลียดเลยสักนิด มาร์คัส ฟรินต์เองก็คงไม่ได้สิ้นคิดจะแลกทั้งทีมเพื่อไม้กวาดหรอก ยังไงสลิธีรินเองก็ไม่ใช่พวกโง่นี่นะ 

     ส่วนบ้านเรเวนคลอก็ยังมีหนูโช แชง ที่ทั้งสวยทั้งช่ำสนามสุดๆ เป็นซีกเกอร์ในอุดมคติเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยสรีระของผู้หญิง เลยทำให้ทั้งตัวเบาและยาวเพรียว ทำให้สปีดการขี่ไม้กวาดเลยเร็วสุดๆ แถมแขนขาที่ยาวก็เหมาะกับการยื่นไปจับลูกสนิชอีก

     " อ้อ... คือเรื่องนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก ตอนที่ตำแหน่งซีกเกอร์ว่างเพราะรุ่นพี่ที่เล่นตำแหน่งซีกเกอร์ตอนนั้นเขาจบไปแล้ว ตอนคัดตัว ฉันเองก็ได้แต้มสูงสุดก็เลยมาเล่นตำแหน่งนี้แทนน่ะ "

     " ซะงั้น... "

     ก็นึกว่าจะมีเหตุผลอะไรน่าสนใจกว่านี้เสียอีกนะเนี่ย อย่างเพราะเท่บ้าง เด่นบ้าง ชอบบ้างอะไรแบบนี้ก็ยังได้... และถ้าว่ากันตามตรงแล้ว เซดริกเป็นพวกมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง แถมชอบต่อสู้กันอย่างยุติธรรมสุดๆ เพื่อรักษาเกียรติของตัวเองเอาไว้ เลยคิดว่าน่าจะอยากเล่นตำแหน่งซีกเกอร์เพื่ออยากจะแข่งกันแบบตัวต่อตัวมากกว่าละมั้ง

     บางทีคนอย่างเซดริกก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นพวกหลงตัวเองสูงเสียด้วย ไม่ว่าจะทั้งสูง ทั้งหล่อเหลา แถมยังเป็นหัวหน้าทีมควิดดิชอีก วัตถุดิบเสริมพลังความมั่นใจตัวเองขนาดนี้ มันก็ต้องมีคิดแนวนั้นบ้างล่ะว้า

     " ฉันเองก็อยากจะถามนายเหมือนกันนะ ทำไมนายถึงได้เป็นตัวสำรองทั้งซีกเกอร์และเชสเซอร์ได้ล่ะ ? "

     เซดริกถามขึ้นพลางยกบัตเตอร์เบียร์ขึ้นมาดื่ม

     " ก็ไม่มีอะไรเหมือนกันนั่นล่ะ ก็แค่บังเอิญโดนจับลากเข้าทีมพร้อมกับแฮร์รี่ แล้วดันบังเอิญว่าผมมีความสามารถอยู่บ้างในการเป็นซีกเกอร์ ก็เลยโดนจับให้เป็นตัวสำรองซีกเกอร์ก่อน แต่พอดีผมอยากเล่นตำแหน่งเชสเซอร์มากกว่า ก็เลยขอเป็นตัวสำรองหลักเชสเซอร์แทน แต่ก็สามารถยกย้ายไปซีกเกอร์ได้ถ้าแฮร์รี่ไม่สามารถลงแข่งได้น่ะนะ แต่เอาจริงๆ ผมก็ฝึกแค่ตำแหน่งเชสเซอร์นั่นแหละ ซีกเกอร์นี่แค่ช่วงจำเป็นเท่านั้นล่ะ เพราะปกติแล้ว แฮร์รี่มีฝีมือมากกว่าผมเยอะ "

     ก็แหงล่ะ ใส่แว่นหนาเตอะขนาดนั้นแต่การมองเห็นกลับเฉียบคมจนน่ากลัว ปกติคนใส่แว่นเกินเบอร์มันจะต้องปวดตาไม่ใช่เหรอ ? แล้วต้องใส่หนาขนาดไหนถึงเห็นไกลขนาดนั้นได้แถมมีชีวิตปกติราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อีก แล้วยังไปเล่นซีกเกอร์ที่ต้องใช้สายตาหนักอีก ไม่ปวดตาปวดหัวแย่เลยรึไงกัน

     ลูกรักเจเคนี่มันสุดยอดจริงจริ้ง

     " แต่ฝีมือนายเองก็สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ ? ทั้งๆที่อยู่ปี 1 แท้ๆ แต่ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งซีกเกอร์หรือเชสเซอร์ก็ยังเป็นดาวเด่นของสนามตลอดเลยนี่ "

     ผมได้ยินก็เลิกคิ้วสูง

     " ดาวเด่น ? ตรงไหนกัน ฉันว่าฉันก็เล่นได้พอใช้นะ มีจุดให้ต้องปรับปรุงก็ตั้งเยอะ ถึงจะค่อนข้างนอกรีตไปสักหน่อยก็เถอะ "

     เซดริกได้ยินเข้าก็หัวเราะออกมาเบาๆ

     " นอกรีตงั้นเหรอ ? มันก็จริงล่ะนะ ฉันอยู่มาตั้ง 5 ปี ยังไม่เคยเห็นเชสเซอร์คนไหนเล่นกันแบบนั้นเลยนะเนี่ย อย่างกับนักกายกรรมแน่ะ... แต่ฉันพูดจริงนะ ไม่ว่าจะตอนไหน เวลาที่นายลงสนาม นายน่ะเหมือนดาวเด่นพอๆกับแฮร์รี่เลยนะ "

     " งั้นเหรอ ? ตรงไหนกันล่ะ "

     " ก็... วิธีการเล่นของนายน่ะ มันเหมือนกันการแสดงมากเลยล่ะ ทั้งผาดโผน ทั้งหวาดเสียว ตามให้มองตลอดเลย... แทบจะละสายตาไม่ได้เลยเชียวล่ะ "

     พอได้ยินแบบนี้แล้วชักจะอายขึ้นมาหน่อยๆแฮะ... บางทีก็ไม่หน่อยละ...

     บ้านใครสั่งสอนให้พูดแบบนี้กัน แล้วไอ้รอยยิ้มพราวนั่นอีก นี่มันเกินไปแล้วนะ

     " หยุดพูดเถอะน่า นายก็รู้ว่าฉันตัวเล็กขนาดนี้ ไม่มีเรี่ยวแรงไปสู้กับพวกเชสเซอร์ปีแก่ๆได้หรอก ฉันก็ต้องหาวิธีเล่นในแบบของตัวเองสิ... ว่าแต่นายเถอะ ปกตินี่กล้าพูดอะไรน่าอายแบบนี้ตลอดเลยหรือไงเนี่ย "

     เซดริกได้ยินก็ทำท่าประหลาดใจ 

     " เอ่อ... ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ ? ฉันก็แค่พูดตามความรู้สึกเท่านั้นเองนะ "

     โอ้ยยย ไอ้หมอนี่มันเป็นประเภทเดียวกันกิลนี่หว่า! 

     ให้ตายสิ ออร่าความหล่อเหลาพุ่งพรวด ถึงว่าทำไมเป็นที่นิยมจังโว้ย ไอ้พวกคนหล่ออื่นๆ ถึงได้ไม่มีที่ยืนเลยตอนปี 4 ก็เพราะเล่นทำตัวแบบนี้นี่เองสินะ!

     " เอาเถอะ... แต่นายควรรู้ไว้สักหน่อยนะว่าคำพูดนายเนี่ย น่าอายชะมัด... ถึงนายไม่อาย แต่ฉันไม่มีภูมิต้านทานอะไรขนาดนั้นหรอกนะ "

     ผมพูดขึ้นพลางเอาหน้าไปซุกมือขวาที่เท้าคางอยู่ พลางใช้มือซ้ายโบกมือปัดๆไปเหมือนพยายามไล่คำพูดน่าอายนั้นออกไปให้พ้นๆ จากสายตา

     " มันน่าอายถึงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ ฮะๆ นายเองก็ตลกดีนะ "

     เซดริกยิ้มขำก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนไปคุยกันเรื่องอื่น จนกระทั่งกินกันอิ่มท้องแล้วจึงพากันแยกย้าย แม้เซดริกจะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ของตัวเองที่จะต้องพาผมไปเที่ยวให้ได้ก็ตาม แต่ผมก็ปฏิเสธไปอย่างรักษาน้ำใจ บางทีสเกลความเกรงใจกับความรู้สึกต้องรับผิดชอบของเซดริกมันจะสูงเกินไปสักหน่อยหรือเปล่านะ ?

     สรุปสั้นๆได้ว่าเซดริกนั้นเป็นพวกที่วัดสเกลความน่าอายไม่เป็น แต่สเกลความภาคภูมิใจกับความรู้สึกต้องรับผิดชอบสูงมาก

     เป็นบุคคลที่รับมือยากจริงๆนั่นแหละ พวกแบบนี้น่ะ...

     ผมเดินผ่านร้านต่างๆไปเรื่อยๆ พลางลูบท้องของตัวเองที่มีทั้งขนมทั้งน้ำบัตเตอร์เบียร์เต็มไปหมด

     บางทีก็ลืมไปว่าวันนี้มีปาร์ตี้ตอนเย็นอีก... เล่นกินซะอิ่มหนำเลยแฮะ แย่จริงๆ เชียว... แต่เซดริกเองก็ใจป๋าใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย ยอมเลี้ยงบัตเตอร์เบียร์ไปตั้ง 3 แก้วแน่ะ แม้ว่าบัตเตอร์เบียร์นี่จะราคาแก้วละ 2 ซิกเกิ้ลก็ตาม

     ผมเดินไปจนกระทั่งสะดุดที่ร้าน ร้านหนึ่งที่ชื่อ ' ร้านขายเครื่องดนตรีของโดมินิค ไมซ์โทร (Dominic Maestro's Music Shop) ' ในร้านนั้นเต็มไปด้วยเครื่องดนตรีต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่าทองเหลืองขนาดเล็กอย่าง คอร์เน็ต (Cornet)* หรือ ใหญ่ยักษ์อย่าง ทูบา (Tuba)** ต่างส่องประกายแวววาวอย่างสวยงามในตู้ตั้งโชว์



     เพียงแค่มองเท่านั้น ตัวผมก็เกิดมีความคิดบางอย่างขึ้น ซึ่งถ้าให้พูดก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่กับกระเป๋าเงินสักนิด

     แต่มันก็น่าลอง...

     กว่าจะรู้ตัวอีกทีขาผมก็ก้าวเข้าไปในร้านเครื่องดนตรีคลาสสิคนี่ไปเสียแล้ว...



     พอผมได้สติกลับมาอีกที ผมก็หมดไปแล้วเป็นหมื่นเกลเลียนเลยทีเดียว... แม้ว่าจะขายด้วยเรทราคาเครื่องดนตรีในยุคนี้ที่ถูกกว่าสมัยอีก 30-40 ปีต่อมาก็ตาม แถมรวมไปถึงราคาที่ถูกกว่าโลกมักเกิลไปมากโขเพราะวิธีการผลิตที่น่าจะใช้เวทมนตร์ในหลายๆขั้นตอน แต่มันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าผมทุ่มเงินไปกับการซื้อเครื่องดนตรีคุณภาพดีนี้ด้วยเงินเป็นหมื่นอย่างเต็มใจ โดยเฉพาะภายในร้านนี่มีเครื่องดนตรีเยอะผิดคาด ไม่นึกว่าจะมีกระทั่งกลอง เบส และกีต้าร์ครบเซ็ทเลยด้วยซ้ำ

     แต่ถึงกับต้องหายตัวไปตรอกไดแอกอนเพื่อเบิกเงินเพิ่มนี่ อาการผมค่อนข้างจะหนักอยู่พอสมควร... แต่เอาเถอะ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกขาดหายไปตอนนี้คือ ผมไม่ได้ฟังเพลงอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยตั้งแต่เกิดมา เพลงในยุคก่อนที่เข้าหูผมก็มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ปกติจะเล่นดีดเองเล่นเองทั้งหมด ไม่เหมือนในชาติที่แล้วที่เปิดยูทูปก็ฟังได้ทั้งวันทั้งคืน การได้ซื้อเครื่องดนตรีมาก็ชวนให้นึกถึงตอน Cover เพลงเลยเชียว ถ้าจะให้ตามนึกถึงเนื้อเพลงและโน้ตเมื่อตอนนั้นๆ ก็คงจะต้องใช้คาถาดึงความทรงจำออกมาดูให้แน่ใจอีกที นอกจากนั้นก็คงต้องรื้อฟื้นและวิธีเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกสักหน่อย แม้ ผมจะเคยจับหลักๆ ก็มี เบส กีต้าร์ กลอง เปียโน และ ไวโอลีน มาแล้วก็ตาม แต่คิดว่าเครื่องดนตรีอื่นๆ ก็คงไม่ยากเกินไปถ้าจะฝึก

     จากนั้นก็จะลองทดลองอะไรอีกสักเล็กน้อย...

     ถึงจะล้มเหลวก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ต้องการก็แค่เอาไปขายต่อให้พวกมักเกิลอัพราคาก็เหลือเฟือ...

     แม้เจ้าของร้านจะตกใจก็ตามที่เด็กอายุ 13 ปีเข้ามาเหมาซื้อของมากมายขนาดนี้ ถึงขนาดให้ส่วนลดกันยกใหญ่ แต่ก็ดี ตรงที่ผมมีเครื่องดนตรีมากพอไปตั้งวงใหญ่ๆ ได้เลยเชียวล่ะ ส่วนจะเอาไปเก็บไว้ไหนนั้น...

     " มอนโต้มาหาผมหน่อย "

     ผมพูดขึ้นก่อนที่จะเกิดเสียงดังเปรี้ยงขึ้นตรงอากาศว่างเปล่าตรงหน้าผม

     " คุณหนูเรียกหาผมงั้นหรือครับ "

     มอนโต้ในร่างเอลฟ์ประจำบ้านคำนับอย่างนอบน้อม เจ้าของร้านเองก็ไม่ได้ตกใจอะไร คงเพราะคิดว่าถ้ามีกำลังซื้อขนาดนี้การจะมีเอลฟ์ประจำบ้านสักตนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ก่อนที่ผมจะพยักหน้า

     " ครับ ช่วยเอาของพวกนี้ไปเก็บที่ห้องของผมทีสิ เดี๋ยวถ้าผมทำที่เก็บเสร็จเมื่อไหร่จะให้ย้ายที่เก็บทีหลังนะ "

     ห้องของผม ที่ว่าก็คือห้องที่เอาไว้ทดลองนั่นล่ะครับ ผมใช้คาถาขยายพื้นที่และคาถาป้องกันหลากชนิดไว้แล้ว ยังไงก็มีพื้นที่เหลือเฟือให้เก็บเครื่องดนตรีนี้ได้ทั้งร้านแหละ

     มอนโต้พยักหน้าเข้าใจก่อนจะดีดดังเป๊าะแล้วพาของทั้งหมดไปกับตนด้วย ก่อนที่เจ้าของร้านจะพูดขึ้น

     " คราวหน้าถ้ามีอะไรต้องการอีกบอกผมได้นะครับ "

     " ขอบคุณครับ เอาไว้โอกาสหน้าจะแวะมาใช้บริการใหม่นะครับ "

     ผมโบกมือลาก่อนจะออกจากร้านไปด้วยใบหน้าแจ่มใส  

     รู้สึกชอบใจความร่ำรวยของตัวเองจังครับ แม้เงินในบัญชีตอนนี้จะตกไปเหลือ 2XX,XXX เกลเลียนแล้วก็ตาม...

     แต่ก็เท่านั้น! ยังไงก็เหลือเงินอีกเยอะ! ไม่แคร์!

     เงินหนาจงเจริญ!

     ว่าแต่ว่า... ไอ้เรานี่ก็สรรหาอะไรใหม่ๆให้ทำได้เยอะแยะดีเหมือนกันนะเนี่ย... แถมแต่ละอันนี่หาเรื่องเสียตังค์เป็นว่าเล่นทั้งนั้นเลยเนอะ... 

     ...

     เอาเห๊อะ... เอาไว้ค่อยโตเมื่อไหร่ค่อยไปหาตังค์ทดแทนก็แล้วกัน ตอนนี้มีทุนอยู่ก็ใช้ให้เต็มที่ดีกว่าเนอะ

     จากนั้นไม่นานผมก็เดินออกไปท่องเที่ยวต่อจนกระทั่งได้เวลาที่เด็กๆควรจะกลับฮอกวอตส์กันได้แล้ว เพราะตอนค่ำเขาไม่ให้คนเพ่นพ่านกันเนื่องจากจะให้พวกผู้คุมวิญญาณออกมาลาดตระเวน



     พอพวกเด็กๆกลับถึงปราสาทกันหมดแล้ว ผมก็ตรงไปยังโรงเลี้ยงนกฮูกก่อนจะเขียนจดหมายสั่งซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สักใบ เพื่อจะได้เอาไว้ใช้ในอนาคต ก็เลยสั่งไป 3 กระเป๋าไปเลย

     เมื่อส่งจดหมายเสร็จก็กลับไปที่หอคอยกริฟฟินดอร์ก่อนจะพบกับ 3 หน่อที่ตอนนี้กำลังคุยกันด้วยสีหน้าคิดหนัก

     " เอ่อ... ทำอะไรกันอยู่เนี่ย "

     ผมทักออกไปก่อนที่รอนจะหันมาถาม

     " ทำไมนายกลับมาช้าจังน่ะ "

     " อ้อ พอมาถึงปราสาทแล้วฉันแวะไปส่งจดหมายมาน่ะ แล้วพวกนายทำอะไรกันอยู่น่ะ ทำไมดูเครียดๆ "

     ไม่ว่าเปล่า ผมเดินเข้าไปหาก่อนจะเข้าไปร่วมนั่งสุมหัวกันอยู่ใกล้ๆ แฮร์รี่ที่เห็นดังนั้นก็พูดขึ้น

     " กำลังคุยเรื่องที่สเนปต้มยาให้ลูปินดื่มตอนช่วงบ่ายน่ะ ตอนนั้นฉันถูกลูปินให้ไปดื่มชาด้วย แต่เรื่องนั้นช่างเถอะ ปัญหามันอยู่ตรงที่เขากลับดื่มน้ำยานั่นเข้าไปด้วยนะ คือ... นายก็รู้ใช่ไหมว่าสเนปน่ะ ร้ายกาจขนาดไหน "

     แฮร์รี่สาธยายออกมาอย่างไม่เข้าใจก่อนที่รอนจะพูดเสริมขึ้น

     " แถมยังดื่มต่อหน้าแฮร์รี่ด้วยนะ... คือ แบบว่า... ถ้าเขาพยายามจะ... เอ่อ... จะวางยาลูปิน... เขาก็ไม่น่าจะทำต่อหน้าแฮร์รี่นี่ "

     " ฮื่อ ก็อาจจะใช่ "

     แฮร์รี่พยักหน้า ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะทักขึ้น

     " ฉันว่าพวกเราไปกันเถอะ อีกไม่กี่นาทีงานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว... "

     พวกเราพยักหน้าก่อนจะพากันเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นกัน แล้วมุ่งตรงไปยังห้องโถงใหญ่ ในขณะที่เดินไปผมก็พูดขึ้น

     " ส่วนเรื่องน้ำยาที่ลูปินดื่มก็ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเขาไว้ใจที่จะดื่มขนาดนั้น คิดว่าคงจะเป็นเพราะดัมเบิลดอร์ไม่ก็มาดามพอมฟรีย์เป็นคนสั่งแน่ๆล่ะ แค่ดูสีหน้าของสเนปก็รู้ว่าไม่มีทางที่สเนปจะต้มน้ำยาให้ลูปินดื่มฟรีๆหรอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาน่ะเกลียดลูปินจะตายถ้าไม่ใช่เพราะคนใหญ่คนโตสั่ง สเนปก็คงไม่คิดจะสนใจลูปินด้วยซ้ำมั้ง "

     " ฮื่อ... ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น... แต่ฉันก็ไม่เห็นจะเข้าใจ ลูปินเป็นอะไรถึงขนาดที่ต้องให้สเนปต้มน้ำยาให้กันนะ "

     รอนพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจก่อนที่ผมจะตอบสั้นๆ

     " อาการส่วนตัวของเขานั่นแหละ "

     " เธอรู้อาการของลูปินงั้นเหรอ ? "

     เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้นอย่างสงสัย ก่อนที่ผมจะยักไหล่ให้

     " เรื่องส่วนตัวของเขา ฉันไม่บอกหรอก อีกอย่างฉันคิดว่าถ้าเธอสังเกตสักหน่อยก็น่าจะรู้นะเฮอร์ไมโอนี่ "

     เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้างง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

     ก็คงพยายามไขปริศนาอยู่มั้ง แต่เอาเถอะ ข้อมูลให้เดาของเฮอร์ไมโอนี่ยังน้อยอยู่นี่นะ คงจะยังเดาไม่ออกแน่ๆ คงต้องรอให้สเนปมาสอนเรื่องมนุษย์หมาป่าก่อนละมั้ง

     " ว่าแต่นายไปเที่ยวไหนบ้างเนี่ย พวกเราน่ะ ไปเที่ยวกันมาทุกที่เลยนะ! "

     รอนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนที่ผมจะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

     " ก็ไม่ได้เที่ยวอะไรหรอก ฉันเดินตามหาร้านซื้อของน่ะ ก็ได้มาเยอะพอสมควรเลย โชคดีที่ได้มาครบทุกอย่างพอดี "

     " แล้วตกลงเธอไปซื้ออะไรกันน่ะ ฉันสงสัยจริงๆนะ "

     เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้น ก่อนที่ผมจะยิ้มกริ่ม

     " วัตถุการทำของทดลองของฉันเอง เอาไว้เสร็จเมื่อไหร่ฉันจะให้พวกเธอดูก็แล้วกัน "

     พวกเด็กๆได้ยินดังนั้นก็ทำท่าสนใจทีเดียว ในขณะที่รอนพยายามอ้อนวอน (?) ถึงสิ่งที่ผมพยายามทดลอง ซึ่งผมก็ไม่ยอมบอกแต่อย่างใด

     ถ้าได้รู้สิ คงอาการหนักกว่าเดิมแหงๆ แฮร์รี่เองก็สนใจมากพอๆกันเลยทีเดียว เพราะรายนี้รู้อยู่แล้วว่า ถ้าผมพูดถึงการทดลอง ผลงานหรือของที่ได้มันจะอยู่ในระดับไหน เมื่อเจ้าตัวได้เห็นร่างแมวของผม รวมไปถึงแว่นตากันลมอันใหม่นั่นด้วย

     พวกเราเดินกันมาจนกระทั่งถึงห้องโถงใหญ่ที่ตอนนี้ถูกประดับไปด้วยฟักทองพร้อมกับเทียนไขหลายขนาดวางกระจัดกระจายไปทั่วงานนับร้อยนับพันลูก ฝูงค้างคาวกระพือปีกดังพึ่บพับไปทั่วห้องโถงใหญ่ (ก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ทิ้งลูกระเบิดลงมา ไม่ก็หวังว่ามันจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เอาไว้ใช้สำหรับตกแต่งเท่านั้น) กระดาษสีส้มบิดพริ้วไปทั่วทั้งเพดานที่ตอนนี้ฉายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เหมือนกำลังจะมีสายฟ้าท่ามกลางพายุที่กำลังจะมาอยู่ก็ไม่ปาน



     อาหารในงานถือว่าอร่อยล้ำมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งของคาว ของหวาน ต่างหลากหลายกว่าทุกๆที เรียกได้ว่าเปรมปรีดิ์กันทั่วหน้า 

     ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้นหลังจากนี้ก็คงไม่รู้ว่าจะขึ้นเอาตอนไหนแล้วล่ะ

     หลังงานเลี้ยงก็มีการแสดงโชว์ต่างๆ นาๆ โดยเฉพาะพวกผีของฮอกวอตส์ที่ลงมาจัดเต็มอย่างที่ทุกวันไม่เคยได้มีโอกาสทำมาก่อน ทั้งการบินโชว์เป็นขบวนของพวกผี หรือ การแสดงของนิกหัวเกือบ... ไม่สิ นิกหัวขาดไปแล้ว และดูเหมือนว่าสภาพก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะกลับไปเป็นเกือบขาดแต่อย่างใด เขาในตอนนี้ทำการแสดงฉากที่ตัวเองถูกตัดหัวให้ได้ชื่นชมกัน

     บางทีก็สงสัยว่าทำไมถึงเลือกฉากการประหารตัดหัวให้คนอื่นๆดูในขณะที่กำลังนั่งกินข้าวในงานเลี้ยงแบบนี้ด้วยนะ... แต่ดูเหมือนว่าเด็กๆจะชื่นชอบกันเป็นอย่างดีนะเนี่ย...

     ก่อนจะออกจากงานเลี้ยง เดรโกยังแอบหยอดพวกผมด้วยการส่งเสียงออกมา

     " ผู้คุมวิญญาณส่งความรักมาให้แน่ะ พอตเตอร์! "

     แต่ดูเหมือนแฮร์รี่จะอารมณ์ดีถึงขนาดไม่สนใจคำล้อเลียนของเดรโกแต่อย่างใด แต่สำหรับผมน่ะเหรอ ?

     " ขอบคุณมากนะ เดรโก! งั้นช่วยส่งความรักของพวกเราให้ผู้คุมวิญญาณคนนั้นให้พวกเราหน่อยได้ไหม! "

     " นายก็ส่งกลับไปให้เองสิ ไอ้บ้า! "

     แต่โดนแหวกลับมาซะงั้น

     ว้า~ แย่จังนะ 

     พวกรอนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างชอบใจ ก่อนที่ผมจะทำท่าเจ็บปวดหัวใจปลอมๆ ขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

     " อ้า... เจ็บปวดใจจังน้า  "

     ก็อยากเล่นกลับให้มากกว่านี้หน่อยอะนะ แต่เดี๋ยวยืดเยื้อเกินไป ตอนนี้ท้องตึงมากขี้เกียจยืนแกล้งเดรโกนานๆ มันเมื่อยน่ะ

     พวกเราบ้านกริฟฟินดอร์ต่างเดินกันเป็นกลุ่มเพื่อตรงไปยังหอคอย จนกระทั่งพวกเราไปถึงก็พบกับกลุ่มเด็กที่มาถึงก่อนหน้านี้กำลังออกันอยู่หน้าทางเข้าประตูลับของบ้านกริฟฟินดอร์

     " ทำไมไม่มีใครเข้าไปล่ะ "

     รอนถามขึ้นอย่างสงสัย ในขณะที่ผมเริ่มนึกถึงความผิดปกติในช่วงเวลานี้ ก่อนจะถึงบางอ้อ เมื่อจำได้ว่า ซีเรียสบุกเข้ามาในตัวปราสาทวันนี้เหมือนกัน

     ฉะนั้นที่เด็กๆ มาออทางเข้าโดยยังไม่เข้าไปกันแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า...

     " ขอฉันผ่านหน่อย มาออ อะไรกันตรงนี้ ไม่น่าจะลืมรหัสผ่านกันหมดทุกคนนี่นา... ขอทางหน่อย ฉันเป็นประธานนักเรียน... "

     เพอร์ซี่แหวกฝูงคนไปยังด้านหน้าก่อนจะยืนนิ่งค้างไปอีกคน ความเงียบเริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วกลุ่มนักเรียน จนกระทั่งเพอร์ซี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเฉียบขาด

     " ใครก็ได้ ช่วยไปตามศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เร็ว! "

     พวกเด็กๆที่อยู่ข้างหลังที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่างพากันเขย่งดูเหตุการณ์ ในขณะที่จินนี่ที่เพิ่งมาถึงถามขึ้นอย่างสงสัยอยู่ข้างๆ ผม

     " เกิดอะไรขึ้น ? "

     " เกิดเรื่องขึ้นน่ะ... คิดว่าวันนี้คงไม่ได้นอนเตียงอุ่นๆแล้วสิ... ว้า... เสียดายจังแฮะ "

     ผมพูดขึ้นพลางถอนหายใจอย่างเสียดาย ในขณะที่เพื่อนๆ ของผมต่างพากันมามองผมด้วยความสงสัย รอนที่อยู่ใกล้ๆก็ถามขึ้น

     " นายรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น ? "

     ผมไม่ตอบพลางยักไหล่ให้อย่างไม่ยี่หระ ไม่นานหลังจากนั้นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็มาถึงและรีบเดินแทรกผ่านเด็กนักเรียนเพื่อตรงไปยังรูปภาพของสุภาพสตรีอ้วน ในขณะที่พวกกริฟฟินดอร์เบียดตัวกันเข้าหากันเพื่อเปิดทางให้พวกผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ได้ เฮอร์ไมโอนี่เมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วก็อุทานออกมาพลางคว้าแขนของแฮร์รี่ที่เผอิญอยู่ใกล้สุดเข้ามาอย่างผวา

     " โอ้ ตายจริง... "

     ก็นะ ถ้าให้มองก็ดูน่าผวาจริงๆนั่นแหละ

     ผมมองตรงไปยังภาพเบื้องหน้าที่ มีรูปภาพของสุภาพสตรีอ้วนอยู่ ภาพวาดของเธอในตอนนี้นั้นเหมือนถูกอะไรคมๆกรีดจนขาดกระจุย จนเศษผ้าใบร่วงเกลื่อนพื้นไปหมด แต่ก็ไม่ปรากฏสุภาพสตรีอ้วนอยู่ในนั้นแต่อย่างใด

     ดัมเบิลดอร์กวาดสายตาดูรูปภาพที่ขาดกระจุยอย่างรวดเร็วก่อนจะเบนสายตาเคร่งขรึมมองไปยังศาสตราจารย์มักกอนนากัล ลูปิน และ สเนปที่กำลังรุดตรงมาอย่างรวดเร็ว

     ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า เหมือนดัมเบิลดอร์เองก็แอบเหล่มาทางผมหน่อยนึงด้วย

     เดี๋ยวนี้เวลาเกิดเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องมองมาทางผมตลอดด้วยนะ... ถึงผมจะรู้ก็เถอะ แต่อย่ามองแบบนั้นสิ ผมไม่ใช่คนทำสักหน่อยนะ

     ดัมเบิลดอร์เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นก็เริ่มสั่งงานทันที

     " เราจะต้องหาเธอให้พบ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ช่วยกรุณาไปหาฟิลช์เดี๋ยวนี้เลย แล้วบอกให้เขาตรวจหาสุภาพสตรีอ้วนตามรูปภาพทุกรูปในตัวปราสาทด้วย... "

     " คงจะโชคดีหรอก! "

     เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นมาเหนือหัวของพวกเรา ก่อนจะปรากฏให้เห็นถึง พีฟส์ ที่ผมไม่ได้แวะเวียนไปใช้บริการปาของมานาน

     พีฟส์กำลังลอยเด้งดึ๋งอยู่เหนือหัวของกลุ่มนักเรียนพลางทำท่าพอใจเมื่อได้เห็นภาพของสุภาพสตรีอ้วนและความตื่นตระหนกของเด็กๆ 

     " หมายความว่าอะไร พีฟส์ "

     ดัมเบิลดอร์พูดขึ้นมาเรียบๆ แต่ก็ทำให้พีฟส์ที่กำลังดูเหมือนจะมีความสุขอยู่นั้นแหยลงไปได้พอสมควรทีเดียว พีฟส์เปลี่ยนท่าทีไปใช้เสียงประจบประแจง ก่อนจะพูดขึ้น

     " คงจะอายอยู่น่ะขอรับ ท่านหัวหน้าใหญ่ หล่อนไม่อยากให้ใครพบเห็น หล่อนอยู่ในสภาพดูไม่ได้ กระผมเห็นหล่อนวิ่งผ่านทุ่งขึ้นไปบนชั้น 4 ขอรับ หลบอยู่ระหว่างต้นไม้ ปากตะโกนอะไรน่ากลัวเชียวขอรับ... น่าสงสารเสียจริง "

     พีฟส์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสำราญจนไม่อาจมองเห็นถึงความสงสารจอมปลอมที่พูดออกมาได้แม้แต่น้อย

     " เธอบอกหรือเปล่าว่าใครทำ "

     ดัมเบิลดอร์เอ่ยขึ้นค่อยๆ ก่อนที่พีฟส์จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวังเหมือนกำลังพูดเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่

     " อ๋อ บอกขอรับ ท่านหัวหน้าศาสตราจารย์... เขาโกรธมากเลยตอนที่เธอไม่ยอมให้เขาเข้าไปน่ะขอรับ  "

     ก่อนจะตีลังกากลางอากาศแล้วห้อยหัวยิงฟันให้ดัมเบิลดอร์แล้วก็ทิ้งบอมบ์ลงมา

     " หัวเสียน่าดูเลยเชียวล่ะ ซีเรียส แบล็ก นั่นน่ะ "

     เมื่อพีฟส์พูดจบก็เกิดระเบิดเสียงฮือฮากันขึ้น ในขณะที่แฮร์รี่ที่ยืนอยู่ข้างผมนั้นนิ่งค้างไปแล้ว



Writer :: ไรต์ติดเกมอีกเช่นเคย (Yesss) ตอนนี้ปั่นแต่ My time at Portia จนไม่ได้แต่งนิยายเลย วะฮ่าๆๆๆ (LOL กิจกรรม Coven อีกด้วยแน่ะ แย่ๆ)



     เย้ ตอนนี้เล่นไปถึงฤดูหนาวที่ 8 แล้ว เป็นเกมแดกเวลาที่ดี (Good Good) เป็นเกมที่ดีที่จีบ NPC ไหนก็ได้ ถ้าไม่ใช่เด็ก คู่แข่ง กับ แต่งงานแล้ว (เอาจริงๆ ถึงมีกี่ตัวก็จีบไม่กี่ตัวเท่านั้นแหละ) ปัญหาอีกอันคือไอ้เกมนี้โมหน้าให้หล่อสวยนั้นยากมาก ทรงผมดีๆก็มีไม่กี่ทรง ไอ้ทรงที่เหลือดันดูไม่เข้าซะงั้น แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ทุกอย่างก็โอเคเลย ภาพสวย มีอะไรให้ทำเยอะอยู่ Story ก็กำลังดี แต่ถ้าเยอะได้อีกก็เอา
 
Writer 2 :: แว่นพังครับผม เผลองีบไปละตื่นมาทับแว่น เลนส์หลุดเฉยเลย เลยทำอะไรไม่ได้เลย 5555 ทำได้แค่เล่นมือถือเอง แย่จีจี แถมช่วงนี้นี่ไม่มีอารมณ์แต่งนิยายเลย มัวแต่ไปเล่นเกมอย่างเดียว แย่เนอะ

Writer 3 :: อันเนื่องมาจาก บทพูดของ เซดริกใน Harry นั้นมีน้อยมาก เลยไม่ค่อยแน่ใจนิสัยชัดๆของไอ้หมอนี่เท่าไหร่ เพราะงั้นเวลาพูดคุยของพี่แกก็เลยค่อนข้างจะ OC มากๆ 

Writer 4 :: ช่วงนี้อากาศเริ่มดีขึ้นละ แต่อากาศดันร้อนจนไม่มีอารมณ์แต่งสะงั้น แย่จังเนอะ 

* = คอร์เน็ต (Cornet) เป็นเครื่องเป่าทองเหลือง ( Brass Wind Instruments ) ที่คล้ายกับทรัมเป็ต แต่สั้นกว่า มีเสียงนุ่มนวล กลมกล่อม แต่ให้ความสดใสน้อยกว่าทรัมเป็ต ปัจจุบันเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญในวงโยธวาทิตและแตรวง



** = ทูบา (Tuba) เป็นเครื่องเป่าทองเหลือง ( Brass Wind Instruments ) ในตระกูล แซ็กฮอร์น ซึ่งจะถูกเรียกด้วยชื่อต่างๆ ตามขนาด เช่น บาริโทน ยูโฟเนียม การผลิตหลายๆขนาดเพื่อจะให้เสียงแตรในระดับที่ต่างกัน เพื่อใช้ในวงโยธวาทิตและวงแตรวง ส่วนที่ใช้ในออร์เคสตร้า ที่มีมาแต่เดิมและนิยมใช้มากสุดนั้น คือ ทูบา ซึ่งมีท่อลมขนาดใหญ่สุด และ มีความยาวตั้งแต่ 9 - 18 ฟุต ทูบานั้นมีเสียงต่ำ ลึก นุ่มนวล ไม่แตกพร่า ซึ่งปกติจะทำหน้าที่เป็นแนวเบสของกลุ่มเครื่องเป่าทองเหลือง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 593 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,404 ความคิดเห็น

  1. #5262 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 01:59
    เงินหนาจงเจริญ~ฮ่าๆ ฟินน์นายใช้เงินเก่งเหมือนกันนะ แต่บังเหลือเยอะสบายใจได้
    #5,262
    0
  2. #5039 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:36
    โอ้ววววกับเซดริกเป็นตัวเป็นตนซักที แต่แบบฟินน์แกเขินหรอ?แต่เป็นชั้นก็เขินนะฮ่าๆ ไม่รู้สิประโยคแบบนั้นมันก็ทำให้เก้อเขินได้นะ เหมือนว่าชั้นอยู่ในสายตาเค้าตลอดเวลาอะในตอนแข่ง ตายจริงเข้าข้างตัวเองไปมั้ยเนี้ย
    #5,039
    0
  3. #4385 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 15:52
    ย้อนมาถามมไรท์้เกมไรอ่าา
    #4,385
    2
    • #4385-1 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 98)
      1 มิถุนายน 2563 / 15:53
      อ่อเคเราตาบอดตรงชื่อเกม5555
      #4385-1
    • #4385-2 Nainate (@blue-labels) (จากตอนที่ 98)
      1 มิถุนายน 2563 / 16:09
      อ้อ... นี่ผ่านมาจะเป็นเดือนแล้วเพิ่งจะเห็นเรอะะะ นึกว่ารู้แล้วนะเนี่ยยย ลองเล่นเลย สนุกๆ
      #4385-2
  4. #4037 NutwaraSirikhate (@NutwaraSirikhate) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 01:15
    คิดถึงกิลนะ แต่คิดถึงไรท์กว่า
    #4,037
    0
  5. #4035 WrsrNNoi (@0835784794asdf) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 15:45
    คิดถึงไรท์จังTT
    #4,035
    0
  6. #4033 Alisona Janes Curse (@gif05-hime) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:44
    แต่ละปีใช้เงินซื้อหนังสือเพิ่มนะเห้ยยย ไปขายของเลยเจ้าฟินน์ ไม่เชื่อไปดูตอนซื้อของครั้งแรก เดี๊ยนคำนวณให้เสร็จสรรพละ
    #4,033
    0
  7. #4032 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 09:00
    ชอบความรวยๆของฟินน์จังค่ะ เสียเงินเยอะแล้วงัย มั่ยแคร์คับบบ5555555
    #4,032
    0
  8. #4027 Nu pe (@Peerada1648) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 09:28
    หนูมารอพี่ที่หน้าจอทุกวันเลยนะเคอะ//ส่งสายตาวิ้งๆ
    #4,027
    0
  9. #4025 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:37
    แทบล่ะสายตาไม่ได้ หมายความว่ายังไงคะเซด 555555 เรือนี้มาช้าแต่แซงทางโค้งมากนะ วางระเบิดตู้มเดียวน้องเขินเลย แงงง น่ารักกก เซดเค้าสมกับฮัฟเฟิลพัฟ ดูนุ่มฟู ละมุนๆ ขอมม.เรือนี้เยอะๆ ได้มั้ยคะ น้องดูเหมาะกับเซดสุดๆ อยากเห็นน้องเขินบ่อยๆ 55555
    พี่ดีนคะ หนูขอโทษที่ขึ้นเรืออื่นก่อน เรือเซดมันแรงจริงๆ ไว้ปีสี่พี่มาแล้วหนูจะกลับไปพายเรือต่อนะ 555
    #4,025
    0
  10. #4021 Sari-Sama (@KumaSari) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 01:16
    งืออออ ซีเรียสมาแล้ววว
    #4,021
    0
  11. #4017 kuku_kuku (@1379900212725) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 07:40
    ค้างมากคุณไรท์มาต่อให้น้องอ่านอีกบ่อยๆนะเป็นนิยายที่ชอบสุดในเด็กดีนะเนี้ย..ฟินน์เราจะลงเรือของเทอทุกละไม่ได้นะเทอจะทำกับช้านอย่างนี้ม่ายด้ายยยย😂😖
    #4,017
    1
    • #4017-1 UL_NN-CCN (@042591375) (จากตอนที่ 98)
      16 พฤษภาคม 2563 / 00:40
      ชอบมากเลยคุณไรททททททท์ ปกติพ้มน่ะไม่โดนนิยายocตกง่ายๆหรอกนะ แต่เรื่องนี้คืออ่านวนตั้งหลายรอบ รอคุณไรท์มาอัพ55555555 (อันนี้ไม่ได้กดดันคุณไรท์นะเผื่อเข้าใจผิด ;-; ชอบก็เลยอ่านหลายรอบคั้บ) รอตลอดนะคะ แบบว่า ตั้งตารอคอย

      ('^' )
      #4017-1
  12. #4015 Zero100548 (@Zero100548) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 20:35

    รอตอนต่อไปเน้ออออออ
    #4,015
    0
  13. #4014 L0SER (@L0SER) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 11:06
    ไรท์แอลชื่อรายยยย
    เล่นโด้ยยย
    #4,014
    0
  14. วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 01:33

    ในที่สุดของในที่สุด นิยายที่ดิฉันรอคอยที่สุดในชีวิตและลุ้นที่สุดว่าไรท์จะขยันในเวลาใด ในที่ฮาฮ่าฮ้าาา.....ของรัก..ของข้า.... คึ่..คึ..คุคุ

    ข้ามเม้นนี้ไปเถอะค่ะไรท์555
    #4,013
    0
  15. #4012 Chalita1743 (@Chalita1743) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    ไรท์เกมที่ไรท์เล่นคือเกมไรหรอคะ?
    #4,012
    0
  16. #4011 Gae_Sawaros (@Gae_Sawaros) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 16:48
    คิ้วท์บอยเว่อๆ
    #4,011
    0
  17. #4008 vco9uhgTv8y[ (@tomkamcham) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 12:47

    กลายเป็นนิยายรายเดือนตั้งแต่เมื่อไหร่นะ555555 แต่เรื่องนักทำนายคือตัวเองชอบหลุดบ่อยๆอยู่แล้วนะฟินน์ไม่แปลกที่พวกแฮร์รี่จะชิน555555

    #4,008
    1
    • #4008-1 Nainate (@blue-labels) (จากตอนที่ 98)
      5 พฤษภาคม 2563 / 14:20
      ก็ตั้งแต่ที่ไรต์เริ่มขี้เกียจเนี่ยแหละ รีดเอ้ยย
      #4008-1
  18. #4007 prajaree2003 (@prajaree2003) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 11:17

    ติดนิยายเรื่องนี้มากกกรักเลยย
    #4,007
    0
  19. #4006 PB4515 (@PB4515) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 09:52
    กรี๊ดดดด ฟินน์เขินเซดดริก จิ้นๆ
    #4,006
    0
  20. #4005 shino13 (@shino13) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 08:13
    จะได้เจอซีเรียสแล้วว
    #4,005
    0
  21. #4004 3sandy (@hamony777) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 07:58
    รักความกระเป๋าหนักของฟินน์จริงๆว้อย555555
    #4,004
    0
  22. #4001 MinsMe (@middleway) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 01:57
    เซดริก: "...แทบจะละสายตาไม่ได้เชียวล่ะ..."

    Me: "เอาล่ะ...รอบนี้ฉันจะไปล่องมหาสมุทรกับเรือลำนี้" //กดซื้อตั๋ว
    #4,001
    0
  23. #3998 blacxexo (@blacxexo) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 00:30

    ซีเรียสสมาแร้วววววว...และ....ค้างอีกแร้วววววววววววววววววววววววววววววววววววว..

    ปล.เซดริกคือมาความหลัวแรงสูงมัก เอิกกกกกกกกก =..,=

    #3,998
    0
  24. #3997 baifearn25382 (@baifearn25382) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 00:17
    ไม่เจ๊อกันนาน คิดถึงจั๊งเลย
    #3,997
    0
  25. #3996 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 23:58

    สนุกก อ่านจุใจมากก จะอ่านกี่ครั้งก็รู้สึกว่าไรท์สุดยอดจริงๆ เนื้อหายาวเหยียด รายละเอียดเพียบ น้องนี่เคมีสาธารณะจริงๆ ตอนแรกๆก็จับจิ้นกับสองแฝดอยู่หรอก แต่ตอนนี้เพิ่มเรือเซดริกมาอีกลำละ หวังว่าจะยังไม่มีใครในใจนะ ชอบตอนน้องอยู่กับเซดริกนะดูเคมีเข้ากันดี แถมยังให้น้องอายจนไปไม่เป็นได้นี่ก็สุดยอดละ ปกติเห็นน้องแกล้งคนอื่น โดนแบบนี้มั่งก็น่ารักดี คำว่า "กลอกตา", "เสิร์ฟ" เขียนแบบนี้น๊า สู้ๆค่ะ ไรท์
    #3,996
    0