|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 85 : Chapter 77 : Shopping With Dean

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 723 ครั้ง
    31 ส.ค. 62

CHAPTER 77

Shopping With Dean






" Too tight ? "

Dean Novier


     ผมใช้เวลาศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับไม้กวาดมาสักพัก ตั้งแต่เรื่องที่ว่าด้วย คุณสมบัติของไม้ต่างๆ การออกแบบไม้กวาดเพื่อความเหมาะสมด้านอากาศพลศาสตร์ คาถาที่ใช้ติดตั้งในไม้กวาดแต่ละส่วน จนไปถึง อุปกรณ์เสริมสำหรับไม้กวาด

     ข้อมูลมากมายผ่านตาผมขณะที่ผมคอยจดเนื้อหาและส่วนสำคัญลงในสมุด การออกแบบนั้นสำคัญ ผมกะจะออกแบบไม้กวาดที่เหมาะกับผม ดังนั้นจำเป็นจะต้องหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไม้กวาดที่เหมาะสมกับแนวทางและวิธีการเล่นสำหรับผมมากที่สุด เพราะฉะนั้นการเลือกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจหลักของการทำไม้กวาดทั้งหมด จึงต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถันอย่างมาก

     ทำไมถึงต้องเลือกให้ดีงั้นหรือ ? 

     แม้ว่าไม้ทุกไม้ที่นำมาทำเป็นไม้กวาดนั้น เวลาใส่คาถามันก็สามารถนำมาใช้เป็นไม้กวาดสำหรับบินได้เหมือนๆกันก็ตาม แต่ด้วยเพราะที่ว่าไม้แต่ละไม้นั้นมีลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ต้องมาคัดไม้กันตาเปียกตาแฉะแบบนี้น่ะสิ ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง ก็อย่างเช่น

     ถ้าคุณเลือกใช้ไม้โอ๊กในการทำตัวไม้กวาด ไม้กวาดของคุณจะมีความทนทานที่สูงลิบ ความแข็งของไม้โอ๊กนั้นทำให้ยากแก่การที่ตัวไม้กวาดจะเสียหาย น้ำหนักที่มากของตัวไม้จะเหมาะมากสำหรับการพุ่งและโฉบลงพื้น เพราะมันจะทำให้เกิดโมเมนตัมมากกว่าไม้กวาดที่ทำมาจากไม้อื่นๆ แต่ก็แลกมากับความที่ตัวไม้นั้นมีอัตราการเร่งที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน รวมไปถึงความเร็วของไม้กวาดอีกด้วย ตัวไม้โอ๊กจึงนิยมใช้ทำไม้กวาดที่เอาไว้ใช้สำหรับเดินทางไกลหรือท่องเที่ยว เพราะการที่มันทนไม้ทนมือ ทำให้ระยะการใช้งานนั้นยาวนานกว่าไม้อื่นๆ และไม่พังง่าย

     แม้ไม้โอ๊กจะเป็นไม้ที่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับการแข่งสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเอามาเสริมเฉพาะส่วนก็จะทำให้กลบจุดด้อยได้เช่นกัน เช่นนำมาใช้ในส่วนที่ค่อนข้างโดนกระแทกบ่อยๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และไม้ที่ผมสนใจในตอนนี้มีหลายชนิดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นไม้แอชที่เบา เนื้อไม้ละเอียดเหมาะมือ ทำให้ไม้แอชนั้นมีการควบคุมที่เป็นเลิศ สามารถหักเลี้ยวได้อย่างทันใจและนุ่มนวล หรือ ไม้มะเกลือ ที่ทั้งแข็ง ทนทาน แต่น้ำหนักเบากว่าไม้โอ๊ก ทำให้ตัวไม้ที่ทำมาจากไม้ชนิดนี้นั้นเสถียรอย่างมาก เวลาบินจะนิ่งไม่สะเทือนกับแรงลมแรงฝน และสามารถทนแรงต้านได้ดีระดับนึงเลยทีเดียว ทำให้เป็นอีกไม้นึงที่เหมาะกับพวกสิงห์สนามด้านความไว

     ผมเขียนไม้ที่น่าสนใจ พร้อมกับศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความเข้ากันได้ของแต่ละไม้ด้วย

     ในขณะที่ผมกำลังยุ่งกับการศึกษาข้อมูลผ่านหน้าจอโฮโลแกรมอยู่นี้ จู่ๆก็มีมารผจญส่งเสียงเรียกร้องความสนใจออกมา

     " นั่นเธอกำลังทำอะไร "

     เสียงอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมาพร้อมกับตัวด้วยสิน่า...

     ทอมที่โผล่ออกมาดูผมด้วยความสนใจ ด้วยความเป็นวิญญาณขี้เหงา และ ขี้เ*อก... ผิดๆ เอ่อ... ขี้สงสัย เลยเสนอหน้าเข้ามาอ่านสิ่งที่ผมกำลังเขียนอยู่

     " ไม้มะเกลือ ? ไม้แอช ? ไม้มะฮอกกานี ? ไม้ไซเปรส... เธอกำลังศึกษาไม้กายสิทธิ์วิทยาอยู่หรือยังไงกัน ? เธอจะทำไม้กายสิทธิ์อันใหม่งั้นหรือ ? "

     ทอมถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ผมจะพูดขึ้นอย่างไม่ได้แคร์อะไรมากนัก

     " ไม่ใช่หรอก ไม้กายสิทธิ์ที่มีอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ผมไม่คิดจะทำเพิ่มหรอกน่า ผมกำลังศึกษาไม้สำหรับทำไม้กวาดอยู่หรอก "

     ผมว่าแล้วพลางเพิ่มตัวเลือก ' ไม้เฟอร์ ' เข้าไปอีกอันนึง

     " แค่คิดขึ้นมาว่าอยากได้ไม้กวาดใหม่สักหน่อยน่ะ ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคุณวิญญาณขี้เหงา อยู่ในหินผลึกนานไปจนเบื่อเหรอ "

     ผมหันไปถามทอมที่ยืนอยู่ค้ำหัวอยู่ข้างๆ ทอมเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ ก่อนจะแค่นเสียงขึ้นมา 

     " ทำตัวไร้สาระเสียจริงนะ ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคงใช้ความสามารถนั้นหาทางเพิ่มพูนอำนาจให้ตัวเองเสียยังจะดีกว่า "

     ผมยักไหล่ ก่อนจะหันกลับไปวุ่นกับงานของตัวเองต่อ

     " อันนั้นก็มุมมองของคุณ สำหรับผมแล้ว มีอำนาจมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจสักเท่าไหร่ "

     ก็นะ อำนาจของผมนี่สูงลิบขนาดที่ถ้าทอมรู้ค่าพลังของผมแล้วละก็ เขาคงอิจฉาหนักกว่านี้เป็นแน่ เพราะกว่าที่โวลเดอมอร์จะมีอำนาจล้นฟ้าขนาดนั้นเขาต้องไปผ่านพิธีกรรมดำมืดชนิดที่คนธรรมดาไม่อาจจะจินตนาการถึงได้เลยทีเดียว

     " ผมสนใจแค่ อะไรก็ตามที่ทำให้ผมสนุกได้ ผมก็ทำก็เท่านั้นเอง "

     นอกจากทำไปเพราะสนุก ก็คงเป็นเรื่องที่ทำไปเพื่อช่วยเหลือคนที่อยากช่วยกับเพิ่มทักษะติดตัวก็เท่านั้นละมั้ง

     เอ... ว่าแต่นี่เราจะถูกจัดอยู่ในพวกไม่มีหลักแหล่งหรือเปล่านะ...

     พอมาโดนทอมทักว่าไร้สาระก็รู้สึกถึงความไร้แก่นสารของตัวเองตะหงิดๆ

     ไม่มั้ง... ผมว่าตัวผมก็เด็กที่ใช้ชีวิตได้เต็มที่ดีนี่นา คงไม่ได้เป็นพวกไร้แก่นสารหรอกมั้ง ?

     " เป็นชีวิตที่สงบสุขดีจริงนะ... ทั้งๆที่มีความสามารถดีๆแบบนี้ แต่ก็ทำตัวได้น่าเบื่อเสียจริง "

     ผมเลยหันไปย้อนใส่ทอมเมื่อโดนอีกฝ่ายวิจารณ์แบบนี้

     " เห้ ผมไม่ได้อยู่ในสงครามนะ อย่าลืมสิ ผมไม่จำเป็นต้องมีอำนาจล้นฟ้าแบบคุณหรอก ผมเป็นเด็กอายุ 13 ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ต้องการตำแหน่ง อำนาจ หรือ มักใหญ่ใฝ่สูงอะไร ไม่เหมือนกับคุณที่วางแผนร้ายกาจตั้งแต่เข้าเรียนฮอกวอตส์น่ะ ผมก็แค่ทำอะไรที่มันน่าสนใจสำหรับเด็ก 13 ขวบเขาทำกันก็เท่านั้นเอง "

     ทอมที่ได้ยินแบบนั้นก็แค่นยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างแดกดัน

     " หืม... เด็กอายุ 13 ธรรมดางั้นเหรอ... น่าสนใจนี่... เด็กอายุ 13 นี่ปกติมีความสามารถมากมายจนถึงขนาดใช้คาถาเกราะวิเศษได้เชียวเหรอ แถมยังไม่ต้องพูดถึงที่เธอเป็นอนิเมไจตั้งแต่อยู่ปี 2 ด้วยนะ รวมถึงพวกอุปกรณ์เวทมนตร์มากมายที่เธอมีนั้นล้วนมีค่าทั้งนั้น เด็กอายุ 13 ไปเอาของพวกนั้นมาจากไหนมากมายกัน แล้วเด็กอายุ 13 ที่แสนธรรมดาคนนี้ ยังใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมค้นคว้าวิจัยเรื่องการกลายร่างของมนุษย์หมาป่า แถมตอนนี้ยังคิดที่จะผลิตไม้กวาดเองเสียด้วย... ช่างเป็นเด็กอายุ 13 ที่แสนธรรมดาเสียเหลือเกิน "

     เออ... ไม่ธรรมดาก็ได้วุ้ย...

     ผมหลี่ตาลงเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่รู้จะเถียงเรื่องนี้ได้ยังไง ก็ในเมื่อมันเกินศักยภาพ เด็ก 13 ไปเยอะจริงๆด้วยนั่นแหละ

     " ธรรมดาในแบบของผมแหละน่า "

     " ธรรมดาในแบบของเธองั้นหรือ ? หึ... ฉันล่ะอยากรู้พิเศษในแบบของเธอเสียจริง "

     ทอมได้ทีก็แดกดันไม่เลิกเชียว ผมเลยบอกโวยวายโบกไม้โบกมืออย่างยอมแพ้

     " เออๆ ก็ได้ๆ ยอมแล้ว ไม่ธรรมดาก็ได้ คราวนี้พอใจหรือยังล่ะ "

     ทอมยกยิ้มอย่างมีชัย ก่อนจะพูดต่อ

     " แต่ก็ต้องยอมรับว่าอยู่กับเธอแบบนี้ยังจะดีกว่านั่งฟังสาวน้อยอายุ 10 ขวบ บ่นถึงชีวิตประจำวันอันแสนเบื่อหน่าย แถมยังต้องคอยปลอบคอยดูแลอีก "

     " เด็กสาวที่มีพี่ชายครึ่งโหลพร้อมกับฐานะทางบ้านขัดสนมันก็จะมีความทุกข์ราวๆนั้นแหละน่า "

     " ไร้สาระเสียจริง มาอยู่กับเด็กพิเศษแบบเธอยังดูน่าสนใจเสียกว่า "

     ผมนั่งจ้องมองทอมนิ่ง

     พิเศษงั้นสินะ... คุณก็แค่ต้องการพลังเท่านั้นละว้า...

     แล้วดูเหมือนทอมจะสัมผัสได้ว่าผมแอบบ่นทอมอยู่ในจน ทอมคิ้วกระตุกนิดๆเลยทีเดียว

     " เธอบ่นอะไรฉันอยู่ละสิ "

     " แหม รู้ใจผมเสียจริงนะ ผมก็แค่บ่นว่า คุณนี่เหมือนตาลุงที่ชอบหลอกลวงเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปทำมิดีมิร้ายจังเลยนะ ก็เท่านั้นเอง "

     ผมแสยะยิ้มพลางหัวเราะล้อเลียนทอมอย่างไม่นึกกลัว 

     ส่วนทอมในตอนนี้แค่ดูหน้าก็รู้ว่าอยากจะฆ่าผมแค่ไหน

     " เป็นเด็กที่อวดดีไม่เปลี่ยนเลยนะ เธอเนี่ย "

     " รักหรอกจึงหยอกเล่น... ก็แค่คิดว่า คุณนี่ชอบอะไรที่มันพิเศษเสียจริงนะ ของสำคัญทางประวัติศาสตร์บ้างล่ะ สายเลือดบ้างล่ะ แต่ละอย่างก็มีแต่ปัญหาน่าปวดหัวทั้งนั้นเลย "

     ทอมถอนหายใจระงับอารมณ์ก่อนจะตอบกลับมาด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นมาหน่อย... อย่างน้อยๆตาของเขาก็ไม่แดงแล้วล่ะนะ

     " ใครๆ ก็ชอบอะไรที่มันพิเศษอยู่แล้ว ไม่ใช่หรือยังไง "

     ผมยักไหล่อย่างยี่หระก่อนจะพูดขึ้น

     " ก็ไม่เสมอไป... อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์น่ะ คุณชอบเขาไหมล่ะ "

     พอพูดถึงแฮร์รี่ ปุ๊บ ทอมก็แค่นยิ้มอย่างเจ็บใจเหมือนไปกระทบแผลใจเข้า

     " อ้า... จริงสินะ แต่สำหรับฉันแล้ว เจ้าเด็กนั่นก็ไม่ได้พิเศษอย่างที่ร่ำลือสักนิด ไหวพริบก็ไม่มี พลังอำนาจก็งั้นๆ เทียบกับเธอยังไม่ได้เลยแม้แต่น้อย "

     ผมยิ้มบาง

     " นั่นสิ คุณไม่มีทางชอบเขาหรอก แต่ก็นะ ถึงเขาจะไม่พิเศษอะไรสำหรับคุณ แต่สำหรับคนอื่นๆแล้ว แฮร์รี่ถือว่าเป็นเด็กที่พิเศษมากเลยนา "

     " ก็แค่ฉันพลาดนิดหน่อยก็เท่านั้น ที่รอดมาได้ก็เพราะดวงล้วนๆ ส่วนที่ชนะบาซิลิสก์ได้ก็เพราะดัมเบิลดอร์กับนกฟินิกซ์คอยช่วยเหลือ ไม่งั้นเด็กนั่นก็ไม่รอดหรอก "

     " และนั่นก็คือความพิเศษของเขาล่ะ จริงไหม ? "

     ทอมไม่พูดอะไรออกมา อาจจะเพราะเถียงไปก็เสียเวลาละมั้ง

     " ก็อย่างที่เห็น แต่ละคนระบุสิ่งแต่ละอย่างนั้นไม่เหมือนกันจริงไหม ? บางคนเห็นสิ่งนั้นพิเศษ บางคนก็เห็นสิ่งนั้นธรรมดา คุณเองก็รู้นี่จริงไหมว่าเพราะอะไร "

     " จะบอกว่า สิ่งนั้นจะพิเศษหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งนั้นมีประโยชน์กับผู้ที่มองหรือเปล่างั้นสิ "

     ผมส่ายหัวให้ก่อนที่จะพูดขึ้น

     " พิเศษหรือไม่มันไม่ใช่ประโยชน์ คุณเองก็รู้ดี บางอย่างที่ไม่มีประโยชน์แต่ก็ยังพิเศษอยู่ดี เหมือนกับแฮร์รี่ ที่ใครๆก็เห็นว่าเขาเป็นเด็กพิเศษ แต่ก็เป็นผลเสียกับคุณมากทีเดียว "

     ทอมจ้องผมเขม็งเหมือนเขากำลังคิดว่าผมกำลังเหน็บแนมเขาละมั้ง

     ผมเลยยิ้มขำเบาๆ

     " ไม่เอาน่า แค่ยกตัวอย่างหรอก... แต่พิเศษหรือไม่ มันอยู่ที่ คุณค่า ของสิ่งนั้นที่มีต่อคนมองจริงไหม แม้ว่าจะไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณ แต่คุณค่าที่สิ่งนั้นมีต่อคนอื่นก็ไม่ได้หายไปเลย นั่นเลยทำให้มันเป็นสิ่งที่ พิเศษ "

     ทอมนิ่งคิดก่อนจะยกยิ้ม

     " ก็ถูกของเธอ "

     ผมยิ้มบางๆก่อนจะพูดขึ้น

     " ก็เหมือนๆกับที่คุณเห็นค่าในตัวผม นั่นทำให้ผมเป็นสิ่งพิเศษสำหรับคุณ ใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าผมจะเข้าร่วมกับคุณหรือไม่ คุณก็ไม่สามารถพูดได้ว่าผมไม่ได้พิเศษอะไร "

     " หึหึ... แอบเนียนชมตัวเองเสียด้วย หน้าด้านจริงนะ "

     ผมยักไหล่อย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่ทอมเอ่ยถามขึ้น

     " งั้นอะไรคือสิ่งที่พิเศษสำหรับเธอ "

     " สิ่งที่พิเศษสำหรับผมงั้นเหรอ มีเยอะแยะไป แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะพิเศษแค่ไหน ในความคิดส่วนตัวแล้ว ผมให้ค่ากับสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งที่พิเศษนะ "

     ทอมเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามขึ้น

     " สิ่งสำคัญงั้นหรือ ? มันก็จริงที่ปกติแล้วยังไงก็ต้องให้ค่าสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งพิเศษ "

     " แล้วสิ่งสำคัญสำหรับคุณคืออะไรล่ะ "

     ผมถามออกไปอย่างอยากรู้อย่างเห็นโดยสันดาน แต่ดูเหมือนทอมจะคิดว่าเป็นภัยคุกคามเสียมากกว่า

     " ทำไมฉันต้องบอกอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อนให้คนอื่นรู้ด้วย "

     " ก็ผมอยากรู้นี่ เท่าที่ผมรู้สิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ ก็มีแค่ฮอกวอตส์ ฮอร์ครักซ์ แล้วก็ ชีวิตคุณก็เท่านั้นเอง "

     ทอมได้ยินก็สบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

     " แค่เธอรู้เรื่องฮอร์ครักซ์ก็แย่พออยู่แล้ว... "

     " ใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นคุณก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ ไหนๆก็ไหนๆ ไม่บอกให้ผมฟังหน่อยเหรอ "

     ผมยังคงกดดันและตามตื้อไม่เลิก โดยไม่สนใจอารมณ์ที่เริ่มจะระเบิดของผีตรงหน้าแต่อย่างใด

     " บางทีฉันก็สงสัยเสียจริง ว่าเธอมีชีวิตอยู่รอดมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ในเมื่อชอบหาเรื่องใส่ตัวเสียขนาดนี้ "

     " ผมหาเรื่องแค่ในส่วนที่ ถึงผมไปยุ่งผมก็จะไม่ตายอย่างแน่นอนเท่านั้นแหละ "

     " ... "

     ทอมถึงกับพูดอะไรไม่ออกมาเลยทีเดียว สงสัยสติของเขาคงขาดผึงไปแล้วมั้งเนี่ย

     " เห้ๆ ตอบผมหน่อยสิ "

     ผมยื่นมือไปสะกิดทอม

     " ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่ฉันจะต้องตอบคำถามนั้น ในทางกลับกัน อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับเธอ "

     ผมเลิกคิ้วอย่างสนใจ

     " อยากรู้สิ่งสำคัญสำหรับผมเหรอ "

     ทอมมองผมนิ่ง ไม่ตอบอะไร แม้ผมจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเขาอาจจะพยายามเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในอนาคตอยู่ หรือจะเอาข้อมูลมาใช้เพื่อจะตะล่อมผมไปเข้าพวกด้วยกันนะ

     แต่ผมก็ไม่ได้แคร์อะไรถ้าเขาจะรู้ ถ้าเขาตะล่อมผมได้จริง ก็ต้องยกนิ้วให้แล้วล่ะ

     " เอาเถอะ ไหนๆผมก็รู้ของคุณมาบ้างแล้ว... สำหรับผมแล้ว... นั่นสินะ... เยอะแยะไปหมดเลยเชียว ครอบครัวและญาติๆก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผม แฮร์รี่ รอน เดรโก เฮอร์ไมโอนี่ พวกแฝด ครอบครัววีสลีย์ กิลเบิร์ต นิกซ์ ทุกคนก็เป็นคนสำคัญสำหรับผมทั้งนั้น... "

     รวมไปถึงเหล่าคนที่ผมยังไม่ได้มีโอกาสพบเจอด้วยเช่นกัน

     อ้อ นั่นรวมถึงคุณด้วย ทอม ริดเดิ้ล "

     ทอมเลิกคิ้วอย่างสงสัย

     " ฉัน ? อ้อ... เธอคงหมายถึง เพราะจำเป็นต้องใช้ฉันสำหรับแผนการในอนาคตสินะ ก็คงจะสำคัญสำหรับเธอจริงๆด้วย "

     " นั่นก็ส่วนหนึ่ง... แต่ถึงไม่มีส่วนนั้น คุณก็ยังสำคัญสำหรับผมจริงๆ "

     " หรือเพราะเป็นฮอร์ครักซ์ ? เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าแห่งศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่งั้นหรือ ? "

     " ไม่ใช่อะไรพวกนั้นหรอก ที่คุณสำคัญ นั่นก็เพราะ คุณคือ ทอม ริดเดิ้ล "

     " ฉันไม่เข้าใจที่เธอจะสื่อ "

     " คุณไม่มีทางเข้าใจไปมากกว่านี้หรอก เชื่อผมสิ "

     ทอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจความหมาย ในขณะที่ผมไม่ได้ตอบไปมากกว่านี้

     ใครจะบอกได้ล่ะ ว่าเพราะคุณคือ 1 ใน ตัวละครของเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันที่จะได้ทำความรู้จักตัวตนอย่างใกล้ชิดแบบนี้ จะให้จู่ๆก็บอกเขาไปว่านี่คือโลกในนิยายที่เคยอ่านมางั้นเหรอ ได้ยินก็คงหาว่าเพี้ยนแน่ๆ อธิบายไปก็เท่านั้น ดังนั้นไม่พูดอะไร ปล่อยให้เขางงต่อไปน่าจะดีเสียกว่า

     " แล้วทำไมจู่ๆ ก็มาพูดถึงเรื่องสิ่งสำคัญขึ้นมากันล่ะ "

     " เพราะเธอมันน่าสนใจ แค่อยากทำความรู้จักก็เท่านั้นเอง "

     " แถได้ไหลลื่นเชียวนะ "

     ยอมรับว่าเขาแถได้ลื่นไหลมากจริงๆ อยากเก็บข้อมูลก็ว่ามาเถอะ คงกะจะเอามาเป็นตัวประกันหรือกุมจุดอ่อนละสิท่า

     ผมยักไหล่ให้อย่างไม่ยี่หระก่อนจะพูดตัดบท

     " เอาล่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ออกไปพักสักหน่อยก็แล้วกัน "

     ผมบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไปข้างนอก แต่ก่อนที่จะได้ออกไปผมก็ต้องแปลกใจที่ทอมยังไม่ยอมกลับมาที่ผลึกสักที ผมหันไปมองทอมอย่างสงสัยว่าไม่กลับเข้าในผลึกหรือยังไง ผมบังคับไม่ให้เขาโผล่ให้ใครเห็นเท่านั้น นอกนั้นเขาสามารถเข้าออกได้เต็มที่เท่าที่เขาอยาก

     " เห้ คุณจะไม่กลับเข้ามาในผลึกเหรอ "

     " โอ้ เริ่มเห็นฉันเป็นสิ่งของขึ้นมาแล้วหรือยังไง "

     ทอมแสยะยิ้มอย่างสนใจ ก่อนที่ผมจะยักไหล่อย่างไม่ได้แคร์

     " ก็ไม่นะ ผมแค่ห้ามคุณออกมาให้คนอื่นเห็นก็เท่านั้น คุณอยากไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นเป็นสิทธิของคุณ คุณจะอยู่ในห้องนี้ต่อก็ได้ แต่คุณก็อยู่ห่างออกไปจากหินผลึกได้ไม่เกิน 200 เมตรอยู่ดี เพราะยังไง มันก็เป็นหินที่เอาผนึกคุณ ไม่ได้เอาไว้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยนี่นะ "

     ทอมหัวเราะออกมาเล็กน้อย

     " หึ... ยังไงสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งของ "

     " สิ่งของที่ไหนทำตามใจตัวเองได้ขนาดนี้กัน อีกอย่างนะ ถ้าไม่จำกัดอะไรเลย มันจะเรียกว่า ผนึก ได้ยังไงกันเล่า ผมไม่ได้ให้คุณกินฟรีอยู่ฟรีสักหน่อย มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขบ้างสิ แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่ห้ามคุณ มีหวังเรื่องวุ่นวายกว่านี้อีก แถมยังต้องหลบจากสายตาของดัมเบิลดอร์อีก รายนั้นตรวจจับก็เก่ง ถ้าเขาเจอว่าคุณยังอยู่สบายดี มีหวังโดนสอบสวนยับแน่ "

     " เธอกลัวฉันตายแล้วจะไม่ได้ใช้งานละสิ สุดท้ายเธอก็ห่วงแค่ปัญหาของเธอเองนั่นแหละ "

     " ถึงคุณตายไป ผมก็มีแผนสำรองอีกเยอะน่า คิดเสียว่าแค่บังเอิญโชคดีที่ช่วยคุณได้ก็เท่านั้นเองดีกว่านะ แน่นอนว่าผมก็ห่วงปัญหาของผม ผมไม่ได้ช่วยคุณมาเล่นๆหรอกนะ "

     " งั้นเหรอ ชักอยากรู้แล้วสิ ว่าต้องการให้ฉันทำอะไร "

     ผมมองทอมพลางเลิกคิ้วสูง

     แอบหลอกถามหรือเปล่าเนี่ย แม้เขาจะไม่เข้าใจก็เถอะถ้าหลอกถามเรื่องที่ผมต้องการจะได้อะไร ยังไงไม่ช้าก็เร็วผมก็ต้องบอกเขาอยู่แล้วนี่นะ

     " เอาเถอะ ฉันจะอยู่ที่ห้องนี้ต่ออีกสักหน่อย แต่ถ้าเธออยากบังคับให้ฉันกลับเข้าไปฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ยังไงฉันก็โดนเธอคุมอยู่นี่ "

     " ขี้ประชดประชันเสียจริงนะ... เออ ว่าแต่ผมเพิ่งสังเกตว่าคุณสร้างออกมาเป็นร่างได้ตลอดเวลาเลยนะ ไปเอาพลังมาจากไหนกันน่ะ ไม่ใช่ว่าที่ขโมยมาจากจินนี่มันน่าจะคืนไปให้เธอหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ? "

     " ก็เอามาจากเธอนั่นแหละ ฉันนึกว่าเธอรู้แล้วแต่ไม่ว่าอะไรเสียอีก "

     ทอมตอบมาด้วยสีหน้าแปลกใจ

     " หะ ? "

     สตั้นแปบ เดี๋ยวนะ การถ่ายเทพลังให้ฮอร์ครักซ์คือการที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับฮอร์ครักซ์เป้าหมาย ยิ่งใกล้ชิด ฮอร์ครักซ์ก็มีพลังในการขโมยพลังจากเป้าหมายมาใช้มากขึ้น ซึ่งผมตรงเงื่อนไขนี้ในทุกๆด้าน แต่จะบอกว่าตลอดเวลามานี้ผมโดนทอมขโมยพลังมาตลอดเลยงั้นเหรอ ? ไม่รู้สึกอะไรเลยนะเนี่ย

     " ได้ไง ? ผมตั้งเงื่อนไขว่าไม่ให้ทำร้ายใครแล้วนี่ ไม่งั้นข้อผูกมัดจะทำร้ายวิญญาณของคุณ... "

     " ฉันก็ไม่ได้ทำร้ายใครนี่ ? "

     " หือ ? "

     ผมยืนนิ่งค้างไป พลางใช้สมองน้อยๆคิดวิเคราะห์ ทอมเห็นแบบนั้นก็ยิ้มขึ้นมาน้อยๆที่มุมปาก

     " ฉันแค่ดื่มกินอาหารเท่านั้น และ ไม่ได้หวังจะทำร้ายเธอด้วย เพราะงั้นมันก็ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขข้อบังคับที่ฉันตกลงทำสัญญาด้วย ฉันก็ค่อยๆแทะเล็มเล็กๆน้อยๆก็เท่านั้นแหละ "

     " คุณ... เล่นใช้ช่องโหว่ของสัญญา... "

     ทอมยืนกอดอกผิงกับโต๊ะเขียนพลางส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ผม

     " พลังของเธอถือว่าอร่อยมากนะ ฉันขอชื่นชม คนปกติถ้าโดนฉันดื่มกินไปขนาดนี้ปกติต้องหน้าซีด หรือ ไม่ค่อยมีแรงเหมือนกับยัยเด็กวีสลีย์นั่นแล้ว แต่พลังของเธอนี่เยอะขนาดที่เธอไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ฉันล่ะอิจฉาเธอเสียจริง แถมอัตราฟื้นฟูก็สูงเสียด้วย "

     พลาดไปจริงๆแหะคราวนี้... ควรไปทบทวนอะไรอีกสักหน่อยดีไหมเนี่ย นี่พี่แกเล่นใช้ช่องโหว่มันทุกทางเลยด้วย เจ้าเล่ห์ไม่ทันพี่แกจริงๆ

     " เห้อ เอาเถอะ แค่อย่ามากเกินไปก็พอ อย่าดูดพลังไปจนฉันใช้ชีวิตประจำวันปกติไม่ได้ก็แล้วกัน "

     ผมไม่ได้ฟังต่อพลางโบกมือหยอยๆ เดินออกจากห้องไปอย่างขี้เกียจจะเถียง พลางปล่อยให้วิญญาณที่นับวันเริ่มทำตัวแปลกๆ ไว้ในห้องคนเดียว หวังว่าเมลตี้ กับ ก๊อดดี้จะไม่เข้ามาในห้องหรอกนะ

Tom's View

     แล้วจู่ๆ เด็กเจ้าปัญหาที่ชอบกวนคนอื่นไปทั่วก็ เดินออกไปหน้าตาเฉย

     ความรอบคอบ และ การวางแผนของเจ้าเด็กนี่ถือว่าสูงใช้ได้ แม้จะยังไม่ถึงระดับเท่ากับดัมเบิลดอร์ก็เถอะ

     แต่ในฐานะเด็กอายุ 13 ก็ถือว่าน่ากลัวในระดับนึงเลยทีเดียว

     พอพูดถึงดัมเบิลดอร์แล้ว... เด็กนี่ให้ความรู้สึกคล้ายๆกับไอ้แก่นั่นนิดหน่อยเลยเชียว

     เป็นความรู้สึกที่เหมือนโดนอ่านทะลุ เหมือนสมัยตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ฮอกวอตส์

     " เป็นความรู้สึกที่น่ารำคาญ แต่ไม่ได้ทำให้อึดอัดเหมือนดัมเบิลดอร์ "

     แล้วก็ไม่ได้เกลียดหรือระแวงเท่ากับตอนที่อยู่ในฮอกวอตส์... คงเพราะว่าฉันไม่มีอะไรจะต้องปิดบังนิสัยแล้วหรือเปล่านะ

     แต่ข้อมูลที่ได้มาในวันนี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

     " ต่อให้ไม่มีฉันงั้นเหรอ... อยากรู้จริงๆว่าทำไมถึงช่วยฉันไว้ "

     สถานการณ์แบบไหนกันนะ ที่อยากจะได้ความช่วยเหลือจากฉันคนนี้

     เขาลองกลับมามองมือของตัวเองพลางกำมือและกางมืออย่างทดสอบร่างกายที่ตัวเองสร้างขึ้น

     " ขนาดขโมยพลังมาจนเต็มเปี่ยมแบบนี้ เจ้าเด็กนั่นก็ยังไม่รู้สึกอะไรสักนิด ไม่มีสัญญาณว่าอ่อนแรงเลยด้วย ขุมพลังของเจ้าเด็กนั่นมีแค่ไหนกันนะ... "



     ผมเดินไปตามทางเดินในพลางคิดแผนรับมือ

     หรือว่าการตัดสินใจช่วยวิญญาณเจ้าเล่ห์มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดกันนะ ? นับวันพี่แกเริ่มหาเรื่องน่าปวดหัวมาให้เรื่อยๆไม่หยุดหย่อนเลยแหะ

     ว่าแต่เรานี่ก็สรรหาเรื่องมาให้ทำได้เรื่อยๆเลยนะเนี่ย งานวิจัยมนุษย์หมาป่า งานออกแบบไม้กวาดส่วนตัว แต่ละอันนี่ก็โปรเจคใหญ่ทั้งนั้นเลยแหะ วัตถุดิบก็ต้องหาให้ดีด้วยสิ แม้ว่างานวิจัยของมนุษย์หมาป่าจะทิ้งร้างไว้สักพักได้ก็เถอะ ก็นะ ยังไม่มีเลือดมนุษย์หมาป่าให้มาใช้งานเลยนี่นา

     หืม ?

     ผมหยุดเดินลงก่อนจะเห็นดีนทำตัวลับๆล่อๆ ในชุดแปลกๆ... 

     แปลกยังไงน่ะเหรอ

     ดีนในตอนนี้ใส่ชุดวัยรุ่นที่ ผมรู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นในนิตยสารแฟชั่นของมักเกิ้ลในช่วงนี้อยู่น่ะสิ กางเกงขายาวสีเข้ม เสื้อยืดคอกลมสีขาวลาย Fiesta - Val สีน้ำเงินอมเขียว พร้อมกับสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวแก่ พับแขนเหนือศอก

     เอาตรงๆมันก็เท่ไม่หยอกเลยนะ แต่นั่นมันแฟชั่นของมักเกิ้ลไม่ใช่เหรอเห้ย

     ดีนหันซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังเหมือนพยายามไม่ให้ใครจับได้ มันช่างมีพิรุธเสียเหลือเกิน

     " แต่งตัวแบบนี้กะจะไปไหนหืม ดีน "

     " เคราเมอร์ลิน! "

     ผมกอดอกทักอีกฝ่ายจนสะดุ้งก่อนจะหันมาผมด้วยสีหน้าซีดเซียว

     ผมเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะทาบหน้าอกอย่างใจหายใจคว่ำ

     " โธ่... ฟินน์เองเหรอ... "

     " แต่งตัวแบบนั้น... กะหนีเที่ยวเข้าเมืองหรือไง ? "

     ดีนได้ยินก็ยิ้มเผล่ออกมา

     " ใช่แล้ว พอดีมีอะไรสนใจนิดหน่อย ก็เลยกะจะเข้าเมืองน่ะ... จะว่าไปแล้ว นายสนใจไปด้วยกันมะ "

     ผมหลี่ตามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

     " มันก็ได้อยู่หรอก... แล้วไอ้ชุดนี่ นายไปซื้อมาตอนไหนกันหืม ? "

     ดีนยิ้มเผล่ ก่อนจะยืดอกแล้วใช้มือ 2 ข้างดึงเสื้อเชิ้ตกางออกอวดความเท่เต็มที่ แถมยักมีหน้ามายักคิ้วโชว์อีกด้วยนะ

     " นี่เหรอ ? คราวก่อนฉันแอบออกไปแล้วซื้อมาชุด 2 ชุด เป็นไง เท่ใช่ไหมล่ะ "

     เหอ...

     ไอ้เท่มันก็เท่อยู่หรอก แต่พอมาเห็นยิ้กคิ้วโชว์แล้วมันให้ความรู้สึกคันไม้คันมืออยู่ตะหงิดๆนะ

     " มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอไงน่ะ ชุดใส่อยู่บ้านปกติก็ยังโอเคนี่ "

     " ไม่ล่ะ ฉันว่าค่อนข้างแปลกสำหรับพวกมักเกิ้ลไปสักหน่อยละมั้ง คราวก่อนโดนมองใหญ่เลย เลยคิดว่าจะปรับตัวให้เข้ากับทางฝั่งนั้นสักหน่อยน่ะ "

     อืม... ไอ้เสื้อเชิ้ต กางเกงขายาวนั่นอะนะ ที่แปลกน่ะ... ฉันว่ามันก็ปกติดีนี่หว่า ขอแค่ไม่ใช่เสื้อคลุมพ่อมด อะไรๆก็โอเคทั้งนั้นล่ะ ไอ้ที่เขามองกันมันเพราะหน้านายรึเปล่า

     " อ้อ... เรอะ... ถ้าใส่แล้วพอใจก็ใส่ไปเถอะ... ว่าแต่ทำไมนายต้องทำตัวลับๆล่อๆด้วยล่ะ "

     " ก็ถ้าไดอาน่ามาเห็น เธอก็คงจะขอตามมาด้วยแน่ๆ อย่างงั้นฉันก็หมดสนุกพอดีน่ะสิ "

     มันก็ไม่ได้หมดสนุกหรอกมั้ง แค่นายจะไม่ได้ทำอะไรตามอำเภอใจรึเปล่า...

     " เห้ แล้วนายจะไปด้วยกันไหม "

     ผมนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าตกลง

     " เอางั้นก็ได้ งั้นขอไปเอากระเป๋าที่ห้องก่อนก็แล้วกัน "

     " ดี! งั้นเราไปเจอกันที่หน้าผิงห้องนั่งเล่นในอีก 5 นาทีนะ! "

     ว่าจบเจ้าตัวก็รีบวิ่งไปที่ทางห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว

     เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้ต้องไปเตรียมตัวอะไรหรอกนะ

     แค่ต้องไปเก็บวิญญาณขี้บ่นเข้าผนึกน่ะ

     ผมเดินกลับไปทางห้องของตัวเองก่อนจะไม่พูดพร่ำทำเพลงเรียกวิญญาณเข้าผนึกก่อนจะหยิบกระเป๋าตังมาพกติดตัวไว้

     โชคดีใช้คาถาขยายช่องกับคาถาปรับช่องกระเป๋าไว้ ทำให้สามารถปรับเป็นช่องใส่เงินของมักเกิ้ลหรือของพ่อมดตอนไหนก็ได้ ในช่องของเงินมักเกิ้ลผมยัดเผื่อไว้ 1000 ปอนด์ (Pound Sterling [1 PS : 37 Bath]) ซึ่งแลกมาจากเงินแกลเลียน

     1 แกลเลียนก็จะประมาณ 5 ปอนด์โดยเฉลี่ย (4.93) เลยแลกมาสักหน่อยเป็นค่ากินค่าอยู่ยามหิวโหย ส่วนในช่องของเงินพ่อมดนั้นผมเตรียมไว้ 1000 แกลเลียน เช่นกัน แน่นอนว่าเป็นเงินมหาศาล แต่ทำไงได้คนมันรวย *แค่กๆ*

     ผมหยิบเสื้อคอกลมแขนยาวสีดำมาสวมทับกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผมใส่ก่อนจะเดินออกไป พร้อมกับเสียงบ่นลอยๆของวิญญาณอายุ 60 กว่าปี

     " เอาน่า จะออกไปเที่ยวข้างนอกน่ะ ขอโทษละกันถ้าอยากอยู่ในห้อง "

     แม้เจ้าตัวดูจะไม่พอใจก็ตาม แต่ก็หยุดบ่นในที่สุด ผมเดินไปสักพักก็ถึงห้องนั่งเล่นรวมที่ดีนยืนรออยู่หน้าเตาผิงเรียบร้อย

     " เร็วเข้า รีบไปก่อนที่คนอื่นจะรู้เสียก่อน "

     " ถ้าไม่บอกคนอื่นว่าออกไปไหน เดี๋ยวก็เกิดเรื่องยุ่งหรอก "

     ดีนยักไหล่ให้เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ

     " ฉันบอกว่าจะออกไปเที่ยวข้างนอกให้ก๊อดดี้กับเมลตี้รู้แล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันออกไปเที่ยวข้างนอกเสียหน่อย แต่ถ้ารู้ว่าออกไปทำอะไรนั่นก็อีกเรื่อง "

     ผมหรี่ตามองอย่างเริ่มจะไม่ไว้วางใจขึ้นไปอีกระดับ

     " ตกลงนายตั้งใจไปทำอะไรกันแน่เนี่ย "

     ดีนตักเอาผงฟลูแล้วปาไปที่เตาผิงไฟอย่างรวดเร็วพร้อมกับพูดสถานที่ปลายทางเรียบร้อยก่อนจะจับผมเหวี่ยงเข้าเตาผิงไฟไป

     " เห้ย! เดี๋ยว...! "

     " แล้วเจอกันที่ปลายทาง! "

     ไม่ทันที่จะพูดจบภาพเบื้องหน้าผมก็หมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

     ผมจะฟ้องป้าดานิเอลล่า!



กรุงลอนดอน

     ผมโดนดีดออกมาจากเตาผิงในสถานีลอนดอนในสภาพน่าอนาถใจเหมือนเดิมแถมไถลออกมาไกลจนใครๆเขาเห็นหน้าชัดเจนอีกด้วย

     เยี่ยมนี่... เห็นทีคงต้องฝึกเรื่องการหายตัวไว้บ้างแล้วสิ ถ้าทุกทีจะออกมาแต่อีท่าน่าอับอายแบบนี้

     ผมมองเพดานของอาคารอย่างระเหี่ยใจ พลางได้ยินเสียงคนซุบซิบรอบข้าง ผมแอบได้ยินเสียงคนหัวเราะด้วยสิ 

     ไอ้คนไหนหัวเราะผมว่าเดินทางโดยใช้ผงฟลูไม่เป็นหะ ?! ในทางทฤษฎีผมนี่เป๊ะสุดแล้วนะ เห้ย!

     ผมบ่นอุบอิบในใจ พลางพยายามจะลุกขึ้น

     เปลวไฟสีเขียวผุดขึ้นมาอีกหนนึงก่อนที่ดีนจะเดินออกมา

     " ฟินน์ นายอยู่... เหวอ! "

     ดีนก้าวขาออกมาก่อนจะสะดุดกับเท้าผมแล้วล้มลงทับผมจนผมต้องไปนอนพื้นอีกรอบ

     เยี่ยมยอดที่สุด!

     ฟินนิแกนจะไม่ทน!!

     " ออกไป๊! "

     ผมพยายามดันร่างของดีนออกไปจากผม โชคดีที่ไอ้หมอนี่มันสูงเลยผมไปเป็นคืบ หน้าผมเลยโขกเข้ากับคอของอีกฝ่ายพอดี

     " แล้วนายจะมานอนพื้นเล่นทำไมกันละเนี่ย! "

     " อย่างกับว่าฉันอยากลงมานอนให้อับอายชาวบ้านเล่นอย่างนั้นแหละ ทุกทีที่ใช้ผงฟลูฉันก็โผล่มาในสภาพนี้ตลอดนั่นละโว้ย! ออกป๊าย! "

     ดีนลุกขึ้นก่อนจะดึงผมขึ้นไปตาม พลางปัดฝุ่นกันให้เรียบร้อย โดยมีเสียงรอบข้างหัวเราะคิกคักชอบใจกับเหตุการณ์ที่นานๆจะเจอที

     ที่นี่เป็นจุดเดินทางของพวกมดแม่มดเลยไม่ต้องใส่ใจว่าจะโดนมักเกิ้ลเห็น ผมชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาก่อนจะร่ายคาถา

     " สกอร์จิฟาย! "

     ฝุ่นเขม่ารอบตัวผมกับดีนค่อยๆถูกไม้กายสิทธิ์ของผมดูดเข้าไปจนกลับมาสะอาดใหม่เอี่ยมเหมือนเดิม

     ดีนเบิกตากว้างก่อนจะทักขึ้นมาเบาๆ

     " เห้! นายใช้คาถาตรงนี้ไม่ได้นะ! เดี๋ยวโดนกระทรวงส่งจดหมายมาหรอก! "

     ผมยิ้มมุมปากก่อนจะยกสร้อยขึ้นมาอวดเบาๆ

     " ไม่โดนหรอกน่า ฉันสวมเครื่องป้องกันการตรวจสอบแล้ว "

     ดีนก้มลงมองอย่างสนใจก่อนจะพูดขึ้น

     " เห้ นายซื้อมาจากไหนน่ะ ขอฉันเส้นนึงสิ "

     " ฝันไปเถอะ แพงตายชัก "

     " ไม่เป็นไรน่า ฉันมีเงินเก็บเยอะจะตาย "

     " 800 แกลเลียน ลดให้แล้ว ห้ามต่อราคา "

     ดีนเบิกตากว้างอ้าปากค้างก่อนจะพูดขึ้นอย่างรับไม่ได้

     " 800 ?! นั่นมันจะไม่แพงเกินไปสักหน่อยเหรอน่ะ! "

     " วัตถุดิบมันพิเศษ ก็ต้องแพงเป็นธรรมดาปะ อีกอย่าง สร้อยนี่ฉันสร้างเอง มันของทำมือ นายไปเดินหาให้ทั่วโลกก็ไม่มีหรอก ราคานี้ถือว่าถูกสุดแล้วนะ ถ้าให้ขายจริงๆ เผลอๆแพงกว่าไม้กวาดเสียด้วยซ้ำมั้ง "

     ดีนมองผมตาเป็นประกายเหมือนเจอของล้ำค่า

     ตาเป็นประกายเสียจริง

     " เห้~ ฟินน์ ไอ้น้องชาย~ "

     " ขอไม่นับญาติสักวันได้ไหม "

     ผมปัดหัวตัวเองพลางเก็บไม้กายสิทธิ์แล้วเดินออกไปตามทาง โดยดีนก็ยิ้มเผล่เดินมาล็อคคอผมแน่น

     " ไม่เอาน่า ไอ้น้องชายที่รัก พี่คนนี้เดือดร้อน อยากได้ของเล่นใหม่กับเขาบ้าง เจ้าน้องชายที่น่ารักของพี่ ไม่คิดจะช่วยพี่คนนี้สักหน่อยเหรอ~ "

     อือหือ ขนลุกเกรียว

     " หยุดเถอะน่า ไม่ต้องมางอแงเลย ตกลงนายเข้าเมืองมาจะซื้ออะไรหืม "

     ดีนที่เห็นว่าอ้อนไปก็ไม่ได้ผล เลยบ่นงึมงำเบาๆอยู่คนเดียว

     ขอให้สาวๆในสต็อกนายมาเห็นนายในตอนนี้ก่อนเถอะ เชื่อว่าร้อยละ 80 ต้องฝันสลายแน่ๆ ดันงอแงเป็นเด็กไปได้

     " เห้ ฉันถามนายอยู่นะ ดีน หยุดงอแงเป็นเด็กแล้วไปกันเถอะน่า "

     ดีนมองผมตาละห้อยพลางบ่นอุอิบ

     " นายเด็กกว่าฉันอีกนะ "

     ผมกรอกตามองบนอย่างระอาใจ

     " เด็กทั้งคู่นั่นแหละ แล้วตกลงนายจะมาซื้ออะไรกันล่ะ "

     ดีนยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

     " เรื่องนั้น... เอาเป็นว่าเดินไปหาไปก็แล้วกัน " 

     มันมีลับลมคมใน

     ของอะไรที่ดีนไม่อยากบอกผมกันนะ น่าสงสัยจริงๆเชียว

     " งั้นก็เดินไปทางย่านการค้าก่อนก็แล้วกัน "

     ดีนพยักหน้าตกลงก่อนจะออกเดินทางกัน พร้อมๆกับที่ดีนเริ่มเก๊กขรึม เมื่อเห็นสาวๆ วัยใกล้เคียงกันอยู่แถวๆนั้น

     ทีอย่างนี้ล่ะไวตล้อดด

     พวกเราเดินไปตามทางในถนนลอนดอน ร้านค้ามากมายตามท้องถนนที่คนเดินผ่านไป

     " จากเส้นทางที่ใกล้ที่สุดแล้ว... คงต้องเป็นถนน คิงส์ โร้ด (King's Road) หรือไม่ก็แถว พิคคาดิลลี่ (Piccadilly) ละนะ "

     เนื่องจากพวกเราออกมาจากเตาพิงไฟแถวๆสถานีคิงส์ครอส ผมเลยเลือกแหล่งย่านการค้าที่ใกล้ๆมา

     ดีนเห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างชอบใจ

     " คิดถูกจริงๆให้นายมาด้วยเนี่ย ถ้าฉันมาคนเดียวคงต้องเดินหลงนานแน่ๆ กว่าจะเจอร้านที่ต้องการ คราวก่อนหน้านั้นฉันก็เดินหลงไปจนถึงสวนสาธารณะที่ไหนไม่รู้แน่ะ "

     ผมเลิกคิ้วสูงก่อนจะถามกลับไป

     " หลงทางไปถึงนั่นแล้วนายกลับบ้านได้ยังไงเนี่ย "

     " ก็ถามทางกลับไปสถานีคิงส์ครอสสิ "

     " แล้วนายไม่ถามหาที่ขายของที่นายต้องการบ้างเรอะ "

     ดีนไม่ตอบพลางเสมองไปอีกทาง

     เริ่มรู้สึกว่าไอ้ของที่ดีนต้องการไม่ใช่ของที่น่าพึงประสงค์สักเท่าไหร่แล้วสิ...

     ผมไม่เซ้าซี้ดีนไปมากกว่านี้ก่อนจะโบกรถแท็กซี่ไปส่ง ดีนที่เพิ่งเคยขึ้นแท็กซี่ครั้งแรกก็ดูตื่นเต้นมากทีเดียว แต่ก็ยังคงเก็บอาการ พลางเก๊กขรึมต่อไป แม้สายตาจะหลุกหลิกไปมาก็เถอะ

     ตื่นเต้น แต่ก็ห่วงหล่อเรอะ ให้ตายสิ

     พวกเรานั่งรถแท็กซี่กันไปไม่นานก็ถึงถนนคิงส์โร้ด ก่อนจะจ่ายค่าแท็กซี่แล้วลงจากรถกัน

     " เห้ ฟินน์ ไอ้ที่นายเรียกว่าแท็กซี่นี่รับพาเราไปส่งทุกที่เลยเหรอ ? "

     " อ้อ... ก็ทุกที่นั่นแหละ ถ้าเขารู้จักน่ะนะ ปกติ ถ้าเป็นสถานที่ดังๆเขาก็พาไปถูกหรอก แต่ถ้าเป็นที่แปลกๆ เราอาจจะต้องนำทาง หรือบอกสถานที่ใกล้เคียงให้เขารู้แทน แล้วก็แท็กซี่ไม่ค่อยไปส่งไกลๆอย่างส่งข้ามเมืองหรอกนะ "

     ดีนพยักหน้าอย่างเข้าใจ คงกะไว้ว่าคราวหน้าจะใช้บริการละสิท่า

     " ถนนคิงส์โร้ดมีร้านค้าหลากหลาย หวังว่าคงมีของที่นายอยากได้บ้างนะ "

     แม้ว่าจะไม่คิดอย่างนั้นก็เถอะ

     " ร้านเยอะแบบนี้มันก็ต้องมีบ้างแหละน่า โอ๊ะ นั่นขายไอศกรีมด้วย สักหน่อยไหม ? "

     " เอาสิ "

     ว่าเสร็จแล้วพวกเราก็เดินไปที่ร้านขายไอศกรีมก่อนที่ผมจะสั่งไอศกรีมมากินอย่างรวดเร็ว

     " ไอศกรีมเลมอนเชอร์เบตครับ "

     " ได้เลย "

     คนทำไอศกรีมรับออร์เดอร์ก่อนที่ผมจะหันไปมองคนข้างๆที่จ้องมองรายการรสชาติอย่างตั้งใจ

     " มันต้องซีเรียสขนาดนั้นเลยเหรอ "

     " ก็ไม่หรอก... แต่ฉันไม่เคยเห็นรสชาติแบบนี้เลยนี่นา แต่ละอันน่าลองทั้งนั้นเลย "

     ก็นะ ปกติที่โลกเวทมนตร์ก็จะมีรสไอศกรีมเป็นของตัวเองเสียด้วย อย่างร้านไอศกรีมของฟลอเรี่ยน ฟอร์เตสคิว ที่ตรอกไดอากอน ก็จะเป็นพวกของที่หาได้จากท้องถิ่นอย่าง สตรอเบอร์รี่ ช็อกโกแลต เบอร์รี่ รวมไปถึงของอย่างเนยถั่ว แต่ของร้านไอศกรีมในลอนดอนรสชาติจะหลากหลายกว่ามาก

     " เอ่อ... งั้นเอา... รส องุ่น... เอ... หรือเอา เชอร์รี่ ดี... "

     รสต้นตำหรับเลยนะเชอร์รี่เนี่ย...

     " คนนี้เอารสองุ่นกับเชอร์รี่นะครับ "

     คนขายยิ้มให้ก่อนจะตอบรับ

     " ได้เลย "

     ดีนหันมามองผมก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

     " เห้ มันผสมกันได้ด้วยเหรอ ? "

     " จินตนาการบรรเจิดดีนะ แต่ไม่ใช่หรอก แค่ซ้อนกัน 2 ก้อนเท่านั้นแหละ ราคาก็จะแพงขึ้นมาหน่อย เพราะงั้นไม่ต้องซีเรียส "

     ดีนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่เราทั้งคู่จะได้ไอศกรีมมากิน ผมเลียกินไอศกรีมเลมอนเชอร์เบตอย่างเอร็ดอร่อย

     หวานเย็นดีจัง แม้อากาศจะค่อนข้างเย็นไปสักหน่อยสำหรับไอศกรีมก็เถอะ

     " เห้ ขอชิมหน่อยสิฟินน์ "

     ดีนยื่นหน้ามาหาก่อนจะกัดเข้าไปอย่างไม่ต้องรอคำตอบเจ้าของไอศกรีมแม้แต่น้อย

     " หวานเปรี้ยวดีแหะ "

     ไอศกรีมตู...

     " แย่งกินแบบไม่ต้องรอคำตอบจากเจ้าของเลยนะนายเนี่ย ไหนเอามาแลกกันหน่อยดิ้ "

     ผมว่าปุ๊บก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่ดึงมือที่ดีนถือไอศกรีมเข้ามาเลียอย่างเอาคืน

     " เห้ นายอยู่ฝั่งมักเกิ้ลตลอดอยู่แล้วนี่ ยังจะแย่งคนที่นานๆเข้าเมืองทีแบบนี้ได้ยังไง "

     ดีนบ่นออกมาอย่างเสียดาย พลางมองผมที่เลียริมฝีปากอย่างเอร็ดอร่อย 

     รสองุ่นนี่อร่อยไม่เปลี่ยนเลยนะเนี่ย

     ผมเป็นประเภทชอบเลียมากกว่าใช้ฟันกัดไอศกรีมเป็นคำๆ ก็นะ ทำแบบนั้นแล้วรู้สึกเสียวฟันจะตาย

     พวกเราเดินไปกินไปสักพักก่อนที่ผมจะกินหมด เหลือแต่ดีนที่มัวแต่ดูสาวไปมาจนมันเริ่มจะละลาย

     " เห้ มัวแต่มองสาวนั่นแหละ ละลายหมดแล้วนั่น "

     " โอ๊ะ จริงแหะ "

     ดีนเห็นดังนั้นก็รีบกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แม้จะมีบางส่วนย้อยเลอะมือก็ตาม

     " เลอะมือหมดเลยแหะ แถวนี้จะมีที่ล้างไหมเนี่ย "

     " ก็แค่เลียให้สะอาดก็ได้นี่นา "

     เอาจริงๆคือเสียดาย...

     " ไม่เอาหรอก สกปรกจะตาย หรือ นายจะเอาล่ะหืม ? "

     ไม่ว่าเปล่า ดีนยื่นมือมาให้อย่างท้าทาย ผมเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามว่าแน่ใจนะ

     " โห่... นี่กล้าท้าทายกับฉันคนนี้เลยอย่างนั้นรึ "

     อย่าดูถูกความด้านของฟินนิแกนคนนี้เชียว กล้าขอก็กล้าทำให้

     ไม่ว่าเปล่าผมจับมืออีกฝ่ายก่อนจะเริ่มเลียทำความสะอาด

     " เห้ย! เอาจริงดิ ?! "

     " กระจอก! ขนมตกพื้นที่ยังไม่ถึง 5 วินาที ฉันก็ยังกินได้ นับประสาอะไรกับแค่ไอศกรีมเลอะมือ! "

     " ทำไมมันน่าสังเวชแบบนั้นละวะ ?! "

     ดีนว่ากลับอย่างหนักใจ

     ใครสน! ปกติถ้าเป็นมือคนอื่น ผมไม่สนใจจะเลียหรอกนะ แต่ถ้ากล้าท้าทาย ผมก็กล้าน้อมรับ!

     ไม่ว่าเปล่า ผมเริ่มลงลิ้นเลียให้อย่างสะอาดหมดจดทุกเส้นทาง รวมไปศอกนิ้วด้วย

     " อุ... เดี๋ยว... "

     หน้าของดีนดูบิดเบี้ยวเล็กน้อย รู้สึกน้ำเสียงจะสั่นเล็กน้อยด้วย

     เออ ลืมไปเลย ไอ้นี่มันหื่นนี่หว่า แต่คนปกติโดนเลียแบบนี้มันก็น่าจะรู้สึกกันทุกคนนี่นะ

     " ...เซ็กซี่แหะ... "

     เห้ย เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ละ

     ผมเลียอีกนิดจนเรียบร้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างหนักใจ

     " นี่กับน้องกับนุ้งก็ไม่เว้นเหรอ จิตใจนายนี่เริ่มจะไม่ไหวแล้วนะฉันว่า "

     " เห้ ความผิดฉันที่ไหนกัน ก็ที่นายทำมันเซ็กซี่จริงๆนี่หว่า "

     ที่ผมกับดีนยืนอยู่เป็นตรอกที่ไม่มีคนเดินผ่าน เลยทำให้ผมไม่แคร์ที่จะรับคำท้าของดีน แต่การที่โดนคนท้ามาบอกว่าเซ็กซี่นี่มันก็รู้สึกหวิวๆอยู่นะเนี่ย

     " ไม่นึกเลยว่านายจะชมผู้ชายแถมยังเป็นญาติตัวเองว่าเซ็กซี่ได้นะเนี่ย "

     เอ... หรือว่าจริงๆแล้วไอ้หมอนี่มันเป็นไบ ? แต่ที่แน่ชีวิตเริ่มไม่ปลอดภัย

     ดีนที่ได้ยินก็เขินไม่กล้ามองหน้า เหมือนว่าใจจริงก็ไม่ได้กะจะพูดหรอก แค่เผลอพูดออกมาเท่านั้นเอง ในขณะที่ผมสามารถหน้าด้านมองอีกฝ่ายได้อย่างไม่ระแคะระคาย

     ก็นะ ประสบการณ์ในชีวิตก่อนผมก็ผ่านมาอย่างโชกโชนแล้วด้วยสิ การเซอร์วิสแฟนๆในไลฟ์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ มันช่วยหล่อหลอมให้ความด้านหนายิ่งกว่าปูนซีเมนท์เสียอีก

     หรือผมควรเขินไปด้วยดี ? แต่นั่นยิ่งทำให้น่าอึดอัดขึ้นกว่าเดิมรึเปล่านะ

     " เออ ช่างเหอะน่า ไปกันต่อเถอะ "

     ดีนตัดบทก่อนจะเอามือที่มีแต่คลาบน้ำลายเช็ดกางเกงตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินต่อ เหมือนกำลังบ่นอะไรเบาๆด้วยสิ

     เอ... หรือว่าจริงๆแล้วเราไม่ควรไปทำแบบนั้นหว่า เหมือนไปเปิดประตูอะไรสักอย่างให้ดีนรึเปล่าเนี่ย

     อืม...

     ไม่มั้ง สงสัยพี่แกอาจจะของขาดมานาน อาการเลยกำเริบ ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกับเรา

     เมื่อผมตัดสินใจโยนปัญหาทิ้งอย่างไม่ใยดี ก็เริ่มเดินตามดีนไป

     " เห้ ไปร้านขายเสื้อผ้านั่นหน่อยไหม "

     ดีนชวนผมไปร้านขายเสื้อผ้าผู้ชายที่ดูใหญ่ๆหน่อย ก่อนที่ผมจะตอบรับ

     " เอาสิ ว่าแต่มีเงินเท่าไหร่น่ะ "

     ดีนขมวดคิ้วคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบขึ้นมาลอยๆ

     " น่าจะประมาณ 400-500 ... "

     " เหลือเฟือแหละน่า "

     ว่าจบปุ๊บ ดีนก็เดินเข้าไปในร้านอย่างสนอกสนใจ

     พวกเราเดินไปตรงมุมแฟชั่นของเหล่าชายชาติ ก่อนที่ดีนจะจับนู่นจับนี่มาดูอย่างกระตือรือร้น ผมพลิกดูเสื้อผ้าแฟชั่นของสมัยนี้แล้วรู้สึกแปลกๆ สีสันมันสดตา จนผมไม่กล้าใส่เลยทีเดียว

     " เห้ ฟินน์ คิดว่าเสื้อ 2 ตัวนี้เป็นไงบ้าง เข้ากับฉันไหม ? "

     ผมหันไปดูดีนที่ยืนถือเสื้อไว้ 2 ตัว ตัวนึงก็เสื้อแจ็กเก็ตมันวาวสีแดงสด อีกตัวนึงก็เสื้อคอกลมแขนสั้นตัวใหญ่โคร่งสีแดง มีลาย สลับ ขาว ดำ พาดทั้งตัวเสื้อ

     " เอ่อ... ไม่เข้ามั้ง... ชอบแบบนี้เหรอ ? "

     ดีนส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้น

     " เปล่าหรอก เห็นอยู่ในหนังสือที่เพื่อนให้ยืมดูน่ะ ไม่ใช่ว่านี่เป็นแฟชั่นของพวกมักเกิ้ลเหรอ "

     เหอ...

     " ปกตินี่หยิบซื้อแต่ของนำแฟชั่นหรือไงนะนายน่ะ "

     " ก็ไม่หรอก แต่ไม่ใช่ว่ามันเท่สำหรับพวกมักเกิ้ลหรอกเหรอ "

     ไม่อะ ไม่สักนิด

     " แฟชั่นพวกนั้นไม่ต้องไปสนใจหรอกน่า นายหาที่นายชอบแล้วใส่เข้ากับนายยังจะดีกว่า อย่าง... "

     ผมหยิบเสื้อที่ดีนถือไปเก็บไว้ที่เดิมก่อนจะลากดีนหาชุด เมื่อเห็นอันที่เข้าท่าก็หยิบชึ้นมา ผมเลือกเสื้อคอกลมสีดำ กับ กางเกงยีนส์สีเข้มให้

     " การเลือกเสื้อง่ายๆ แค่นายจับมารวมกันแล้วดูดีไม่ว่าเสื้อจะราคาถูกหรือไม่เป็นที่นิยมแค่ไหน ก็ทำให้นายเท่ได้ทั้งนั้นแหละ เอ้า ลองเอาไปใส่ดูสิ "

     ดีน รับเสื้อที่ผมเลือกก่อนจะขมวดคิ้ว

     " เขาให้ลองได้ด้วยเหรอ "

     " ได้ไม่มีปัญหา "

     ดีนผงกหัวก่อนจะเลิกชายเสื้อตัวเองขึ้น

     " เดี๋ยวนะเดี๋ยว ไม่ใช่ตรงนี้สิโว้ยยย "

     ผมลากดีนไปตรงที่ลองเสื้ออย่างไว

     ไอ้เราก็ลืมไปว่าไอ้หน้าหล่อตรงหน้านี่มันพวกหลงวัฒนธรรม

     ผมอธิบายเรื่องที่การจะลองเสื้อต้องไปลองในห้องลอง จะได้ไม่ทำให้ชาวบ้านชาวช่องแถวนั้นรู้สึกเสียสายตา

     ดีนตอบรับก่อนจะเอาเสื้อเข้าไปลองในห้อง ก่อนจะเดินโต๋เต๋ดูเสื้อต่อ ก็เห็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำที่น่าจะเข้ากับดีนดีเลยหยิบมาเผื่อ แล้วหาเสื้อคอกลมสีขาวลายสีดำ ก่อนจะกลับไปที่ลองเสื้อที่เดิม แต่ขณะเดินกลับผมเห็นอะไรบางอย่างสะดุดตาเข้า

     แว่นกันแดด ?

     ผมนิ่งคิดก่อนจะยิ้มกริ่ม แล้วหยิบมาอันนึง

     พอไปถึง ดีนก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนเสร็จพอดี ก่อนจะเปิดออกแล้วถามความเห็น

     " เป็นไงบ้าง ? "

     ผมมองดูดีนที่ตอนนี้ยืนเก๊กให้ผมดู เสื้อคอกลมแขนสั้นกับกางเกงยีนส์สีเข้มง่ายๆ ก็ทำให้เท่ได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย

     " เท่ดี เพราะนายรักษาหุ่นด้วยแหละ มันเลยดูสมส่วน "

     น่าอิจฉาจังแหะ กล้ามกำลังสวยเลย

     ดีนที่ดูพอใจว่ามีคนชมก็ยกยิ้มขึ้น

     " งั้นเอาชุดนี้เลยก็แล้วกัน "

     " นายชอบสีแบบนี้งั้นเหรอ ? "

     ปกติดีนจะชอบใส่สีโทนเย็นอย่าง น้ำเงิน เขียว น้ำตาล มีบ้างจะเป็นสีขาว แต่ไม่ค่อยจะเห็นดีนใส่สีดำสักเท่าไหร่

     " สีดำฉันก็ชอบนะ แต่เพราะเสื้อคลุมพ่อมดสีดำเยอะแล้ว ก็เลยไม่ค่อยจะใส่น่ะ "

     ผมลูบคางตัวเองเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่ม

     " เห้ ดีน ลองชุดนี้หน่อยสิ "

     ผมโยนเสื้อผ้าไปให้ก่อนที่ดีนจะรับไปดู

     " เสื้อนี่ไม่ตัวเล็กไปหน่อยเหรอ ? "

     " ไม่หรอก เป็นสไตล์ของมันน่ะ ลองไปเปลี่ยนดูสิ "

     ดีนพยักหน้าก่อนจะกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดดู ไม่นานดีนก็ออกมาในชุดที่คล้ายกับขาร็อคมากเลยทีเดียว เสื้อคอกลมสีขาว กับ เสื้อแจ็คเก็ตหนังที่ชายเสื้อสั้นระดับสะดือ


[ประมาณนี้]

     แต่คนหล่อนี่ใส่อะไรก็หล่อวุ้ย เอาไอ้หมอนี่มาจับลองเสื้อนี่มันสนุกดีจริงๆแหะ

     " เอ่อ... พวกมักเกิ้ลนี่ชอบชุดแบบนี้งั้นเหรอ ? "

     ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะอธิบาย

     " เฉพาะบางกลุ่มน่ะ พวกชาวร็อคเขาชอบใส่กัน แต่บอกตรงๆนะนายใส่ค่อนข้างดูดีเลยล่ะ "

     " ชาวร็อค ? "

     " กลุ่มพวกชอบเพลงรุนแรง แหกปาก น่ะ ไว้จะให้ลองฟังสักเพลง "

     อ้าจริงสิ วงในตำนานอย่าง Linkin Park ยังไม่ก่อตั้งนี่นา... น่าเสียดายจริงๆ

     ดีนลองหันซ้ายหันขวาดูตัวเองในกระจกอย่างสนใจก่อนที่ผมจะทักขึ้น

     " เห้ ดีน ก้มหน้ามาหน่อยสิ "

     ดีนเลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็ก้มลงมาอย่างว่าง่าย ผมหยิบแว่นกันแดด สวมให้ดีนก่อนที่จะถามขึ้น

     " แว่นอะไรเนี่ย มืดชะมัด "

     " แว่นกันแดดน่ะ เวลาแดดแรงๆ แล้วจะช่วยให้ไม่แสบตา แต่ก็เป็นแฟชั่นได้เหมือนกันนะ... โห... เท่ดีจริงๆแหะ "

     ดูดิบเถื่อนขึ้นเป็นกองเลยวุ้ย

     " ดูดีแหะ แต่ถ้าให้แนะนำหาเสื้อแจ็คเก็ตที่ยาวกว่านี้ดีกว่า แบบนั้นจะใส่ได้หลายโอกาสกว่าเยอะ อันนี้แค่อยากให้ลองใส่เฉยๆน่ะ "

     แต่ดูเหมือนดีนจะชอบลุคนี้แหะ ก็นะมันอวดหุ่นกับทรวดทรงดีทีเดียว ดูสมส่วนและคล่องตัวใช้ได้

     " เห้ ไม่มีเสื้อสีอื่นบ้างเหรอ นายให้ลองแต่พวกสีดำ นายชอบแบบนี้เหรอ ? "

     " ก็นิดหน่อย ส่วนตัวแล้วชอบพวกสีเรียบๆ ไม่สดน่ะ แต่เสื้อพวกนี้ให้นายใส่โดยเฉพาะเลยนะ คิดว่ามันดูเข้ากับนายดี " 

     ผมหัวเราะชอบใจ ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม กับเสื้อคอวีสีเขียวแก่ให้ดีนใส่

     " อ่ะ ลองนี่ดู "

     ดีนรับไปลองอย่างว่าง่าย และไม่นานจากนั้นก็โผล่มา

     " ลองเอาแขนเสื้อขึ้นดูสิ มาเดี๋ยวช่วย "

     ผมเดินเข้าไปพับแขนเสื้อขึ้นให้เหนือข้อศอกทั้ง 2 ข้างก่อนจะดู



     " ใช้ได้ๆ คนหน้าตาดีนี่มันใส่อะไรก็ขึ้นจริงๆแหะ "

     ผมมองการลองผสมชุดเล่นอย่างพอใจ ดีนเองก็ดูชอบสไตล์นี้พอตัวเหมือนกัน

     " งั้นเอาชุดนี้อีกชุดก็แล้วกัน "

     ว่าจบปุ๊บเขาก็กลับไปเปลี่ยนชุด ผมยืนรอสักพักก่อนที่ดีนจะทักขึ้นจากในห้องลองเสื้อ

     " เห้ ฟินน์ ยังอยู่แถวนี้ไหม ? "

     " อยู่ มีอะไรเหรอ ? "

     " มานี่หน่อย "

     ผมเดินไปตรงห้องลองเสื้อแต่ก่อนจะได้ทำอะไร ดีนก็ดึงผมเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

     ว้อท ?!

     ผมยืนงงเล็กน้อย แต่ก่อนจะได้ถามอะไร ดีนก็พูดขึ้น

     " นายคิดว่า นี่มันคับไปไหม ? "

     ผมหันไปมองดูดีนที่ตอนนี้เหลือแต่กางเกงใน...

     ใช่ครับ...

     กางเกงในแบบเต็มตัว ที่ขามันยาวถึงรัดต้นขา

     เชี่ยยยยยยย

     ดีนโว้ย!

     " นายลากมาถามเรื่องกางเกงในเนี่ยนะ ?! "

     ผมโวยวายเสียงเบา ไม่อยากให้ใครได้ยิน

     " ฉันไม่เคยลองแบบนี้นี่นา ปกติฉันใส่แต่บ็อกเซอร์ คิดว่านายน่าจะคุ้นเคยกว่าก็เลยถามดู "

     ปวดขมับเลยครับท่านผู้ชม สถานการณ์ชักติดเรทขึ้นทุกที อยู่ในห้องลองเสื้อกับคนโป๊เกือบทั้งตัวแบบนี้

     ถึงผมจะหน้าด้าน แต่ไม่ใช่กับแบบนี้สิ! ไม่ใช่ในระยะประชิด แล้วโดนบังคับให้มองแบบเน้!

     ผมสงบสติอารมณ์ตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองดู หุ่นที่หนากำลังดี มีกล้ามกำลังสวย คงเพราะช่วงหลังนี้เริ่มฟิตกล้ามจากในคู่มือที่ได้มา เลยดูแน่นขึ้นกว่าแต่ก่อน

     อย่างกับนายแบบนิตยสารชุดชั้นในเลยวุ้ย เซ็กซี่เกินไปแล้ว!

     ผมก้มลงไปดูความพอดีของตัวกางเกง พลางพยายามไม่มองตรงเป้าที่ดูนูนอย่างยากลำบาก

     " เอ่อ... ฉันว่ามันกำลังพอดีนะ กางเกงในแบบนี้มันจะต้องทำให้ฟิตเพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกอยู่แล้ว "

     หรือก็คือ ไม่ให้แกว่งหรือเสียดสีโดยไม่จำเป็นนั่นเอง

     แม้จะดูอันตรายก็เถอะ ผมใช้มือไปเกี่ยวตะเข็บตรงขอบกางเกงเพื่อวัดความตึง ซึ่งปรากฏว่ากำลังพอดี

     แต่เดี๋ยวนะ... ตอนที่ผมลองดึงเพื่อวัดความตึงของขอบกางเกง ผมรู้สึกจะไม่เห็นอะไรซ้อนเลยสักนิด โดนแต่เนื้อล้วนๆ ไอ้นี่มันลองแบบไม่ใส่อะไรเลยงั้นเหรอ... น่าเกลียดโว้ยย

     " นายลองแบบไม่ใส่อะไรทับเลยเรอะ ?! "

     ดีนหยิบกางเกงบ็อกเซอร์ขึ้นมาโชว์ให้ผมดูก่อนจะพูดขึ้น

     " จะให้ใส่ทับกางเกงบ็อกเซอร์นี่เหรอไง "

     ซกมก!

     " แต่ก็ไม่ใช่ลองแบบแนบเนื้อสิเห้ย! คิดถึงใจคนหยิบไปซื้อต่อจากนายลองบ้าง! เวลาจะลองชุดชั้นใน นายควรสวมทับไม่ใช่ทำแบบนี้โว้ย! "

     ตูเหนื่อย! เป็นการพามาซื้อที่เหนื่อยทั้งจิตใจและร่างกายเหลือเกิน

     " อ้าว งั้นเหรอ ? ช่างเถอะ ฉันว่าตัวนี้กำลังดี งั้นซื้อไปด้วยเลยก็แล้วกัน "

     ผมเหล่ไปมองหน้าดีนที่ดูถูกใจกางเกงอวดทรวดทรงนี้

     " นายนี่ไร้ยางอายเกินคาดนะเนี่ย "

     " คิดอะไรมากล่ะ อย่างกับนายไม่เคยเห็นงั้นแหละ "

     เห็นอะไร ?! ไอ้คำถาม 2 แง่ 2 ง่ามแบบนี้นายไปจำมาจากไหน ?!

     " ถ้าเป็นนายที่โดนลากเข้ามาในห้องที่มีผู้ชายโป๊เหลือแต่กางเกงใน แถมยังบังคับให้มาดูเป้าอีก นายจะไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ ถามจริง "

     ดีนขมวดคิ้วพลางลูบคางแล้วคิดอย่างจริงจัง

     " ก็ไม่นะ ที่โรงเรียนตอนเปลี่ยนชุดก็เห็นออกจะบ่อย "

     ไอ้พวกไร้ยางอาย! นายควรเบือนหน้าหนี ไม่ใช่มองต่อโว้ย!

     " โอเค ฉันยอมแพ้ก็ได้ นายมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว " 

     " นายนี่คิดมากเกินไปนะ ผู้ชายเหมือนกันทำไมต้องซีเรียสอะไรขนาดนั้นด้วย ถ้าเจอผู้หญิงนมใหญ่ๆเหลือแต่ชุดชั้นในก็ว่าไปอย่าง "

     " จะอย่างไหนก็น่าอายทั้งนั้นแหละ! "

     " งั้นฉันเปลี่ยนชุดแปบนึง เดี๋ยวจะออกตามไป "

     ไม่ต้องรอให้พูดจบ ผมก็รีบออกจากห้องไปแล้วปล่อยให้ดีนที่กำลังจะเปลี่ยนชุดในห้องลองเสื้อคนเดียว

     อันตรายจริงๆ ถึงผมจะเป็นเด็ก 13 ปีก็เถอะ แต่ไส้ในมันไม่ใช่ไง ดีนเองก็อายุ 16 แล้ว ถึงนี่จะเป็นน้องชายก็ไม่ใช่จะทำแบบนี้ต่อหน้าน้องชายตัวเองได้อย่างไม่แคร์สื่อหรอกนะ

     รอได้ไม่นานดีนก็กลับมาในชุดปกติเรียบร้อย พลางถือเสื้อที่จะซื้อ 3 ตัว กางเกงยีนส์สีเข้ม 1 ตัว แล้วก็กางเกงในแบบที่ใส่เมื่อกี้อีก 3 เซ็ท

     ซึ่งโดยรวมแล้วหมดไปเกือบ 300 ปอนด์เลยทีเดียว 

     " ใช้จ่ายหนักเอาเรื่องเลยนะ "

     " ก็นานๆทีออกมาจะไปซีเรียสทำไมล่ะ "

     ดีนยิ้มร่าหันมากอดคอผมอย่างชอบใจ จากนั้นเราก็เดินดูตระเวนตามร้านค้าต่างๆ ผมซื้อใบชาแนะนำของร้านมาชุดนึง กับ สมุดบันทึกน่ารักๆ 1 เล่ม ดีนเองก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มนอกจากนั้น

     " แล้วตกลงนายได้ของครบรึยัง "

     " ฉันหาร้านไม่เจอเลย คงต้องรอดูครั้งหน้าละมั้ง "

     " งั้นก็กลับบ้านเลยแล้วกัน "

     เมื่อตกลงกันเสร็จ ผมก็โบกเรียกรถแท็กซี่ก่อนจะบอกคนขับให้ไปส่งสถานีคิงส์ครอส แต่ระหว่างทางนั้นดีนก็โวยวาย

     " หยุดรถก่อนครับ หยุดก่อน! "

     คนขับรถทำตามอย่างรวดเร็วก่อนจะหาที่จอดใกล้ๆ เมื่อรถจอดปุ๊บ ดีนก็เดินออกไปจากรถอย่างรวดเร็ว ผมเห็นดังนั้นเลยจ่ายตังค์ให้คนขับแท็กซี่ก่อนจะเดินตามดีนที่มุ่งตรงไปยังร้านค้านึงอย่างตื่นเต้น

     Sex Shop...

     ไอ้ดีนโว้ย!!!!!!!!!



Writer :: กลับมาอีกแล้ว กำลังหันเหไปแต่งเรื่องใหม่เปลี่ยนอารมณ์อยู่อะครับ 555 ตอนนี้แต่งไปได้แค่ 3 ตอน แต่ก็แต่งแบบว่างๆ ค่อยๆแต่งไป เรื่องของฟินน์เลยไม่ได้แต่งต่อสักเท่าไหร่ ระดับความเร็วก็เต่าคลานเหมือนเดิมเน้อ ทำใจๆ

Writer 2 :: มีนิยายกับเกมน่าสนใจออกใหม่เพียบเลย อยากแต่งนิยายย้อนยุคอย่างยุคหินงี้ แฟนตาซีเวทมนตร์ก็น่าแต่ง นิยายหลุดเข้าไปในเกม หรือ หลุดเข้าไปในนิยายก็น่าสนใจ แต่ก็ขี้เกียจอะ แถมถ้าจะแต่ง กว่าจะจูนกลับมาเรื่องเดิมก็ย้ากยาก แย่จริงๆ เชียว

Writer 3 :: ดีนในตอนนี้รับบทเป็นคนหมกมุ่นอย่างที่เด็กชายวัย 16 จะสามารถมีได้ คงจะต้องทนกับความต่ำตมนี้ไปสักพัก แต่ผมชอบความต่ำตมแบบเปิดเผยของไอ้หมอนี่ดี แม้จะสงสารตัว Original ก็เถอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 723 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,404 ความคิดเห็น

  1. #5276 duck1805 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 03:14
    กลับมาอ่านซ้ำเป็นรอบที่4 แล้วเกิดความสงสัยอย่างนึง ถ้าฟินน์เดินทางด้วยผงฟลูแล้วออกมาหน้าทิ่มขาชี้ฟ้าตลอด งั้นถ้าตอนเข้าเตาผิงที่ต้นทางตีลังกาขาชี้ฟ้าเข้าเตาผิงนี่ปลายทางจะออกมาเป็นยังไงอ่ะ.... จะหน้าทิ่มเหมือนเดิมหรือออกมาเหมือนคนปกติ...?
    #5,276
    0
  2. #5252 iddosiripon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 05:26
    ดีนโว้ยยยยยยยยยยยยยยทำไมเอ็งหมกมุ่นอย่างนี้หละห้ะ กามมากเลยดีนฮ่า ทอมเห็นฟินน์เป็นคนพิเศษ ฟินน์เห็นทอมเป็นคนสำคัญ เขาสองคนเป็นของกันและกัน อะแฮ่ม!!ว่าไปนั้น ไม่มีไรหร้อก
    #5,252
    0
  3. #5101 2maya13 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 22:11

    ฟหกด่าสว าดสหสกสไสไ ดีน!! สดสหสดสหกยำสสไสกสกสำสดสกสกสกส
    #5,101
    0
  4. #5024 iddosiripon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 03:56
    จริงด้วย!อะไรคือฉากเลียไอติมที่มือ แต่ก็...เซ็กซี่จริงๆนั้นแหละ
    #5,024
    0
  5. #5023 iddosiripon (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 03:55
    ดีนโว้ยยยยยยยฮ่าๆ หมกหมุ่นจริงๆนั้นแหละนายอะ
    #5,023
    0
  6. #4604 otaku73220 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 08:26
    ดีนว้อยยย555555
    #4,604
    0
  7. #4101 Peerada1648 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 13:02
    ยัยดี๊น!!!!! เธอจะชักชวนเด็กอายุ13เข้าเส้นทางที่เต็มไปด้วยความ18+แบบนี้ไม่ได้นะ ต่อให้เป็นลุงในร่างเด็กก็เถอะ
    #4,101
    0
  8. #4018 KumaSari (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 15:47
    โอ้ยยย5555555555555
    #4,018
    0
  9. #3934 hamony777 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 17:14
    ดีนว้อยยยยย555555
    #3,934
    0
  10. #3933 hamony777 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 10:29
    หูยย ตอนนี้แลงมากแม่ มีมุมตัดเพ้อ มีมุมกินเธอ มีมุมเธออร่อย กรี้ดดดดดด มันยังไงคะพี่ทอม! บะลั่กๆๆๆ
    #3,933
    0
  11. #3193 โสเภนีหมายเลข0 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 08:05

    ฟินนาเร่สุดๆ ยืน1เรือดีนค้ะกัปตัน

    อยากให้เปลี่ยนดีนเป็นบราค่อนจัง

    อยากมีพี่ชายแบบนี้บ้าง

    #3,193
    0
  12. #3188 fhcy (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 14:08
    ทอมเห็นเหตถการณ์มั้ยอ่ะ... อยู่ๆ ก็สงสัยขึ้นมา55
    #3,188
    0
  13. #3187 fhcy (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 14:08
    ทอใเห็นเหตถการณ์มั้ยอ่ะ... อยู่ๆ ก็สงสัยขึ้นมา55
    #3,187
    0
  14. #3100 Nuu_PaoL (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 18:51
    ดีนโว้ยยยยยยย!!!!
    #3,100
    0
  15. #3091 manaki-ne (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 17:05
    ฉันว่าแล้วววว555555555
    #3,091
    0
  16. #2999 sornsawanean (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 09:41
    โอเครับรู้
    #2,999
    0
  17. #2983 Lifia (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 22:15
    หมดคำจะพูดเลยเจ้า ดีนนายพาน้องชายไปสถานที่แบบนี้ไม่ได้นะ (เรือทอมฟินน์กับเรือดีนฟินน์แล่นอย่างรวดเร็ว)
    #2,983
    0
  18. #2982 Mikhasea (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:41
    มีแววฮาเร็ม
    #2,982
    0
  19. #2981 K715207 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 22:08
    เรือพี่น้องมันดีจริงๆ หึ่มมมม
    #2,981
    0
  20. #2975 Peerada1648 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 11:03
    เจ้าดีนนน ตอนนี้ฟินมากกกก เรือดีนพุ่งแรงแซงโค้งมากตอนนนี้
    #2,975
    0
  21. #2974 NightHeart (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 09:35
    ดีน! 55555 คนแต่งเอาใจเราไปเลยครับ! เรือดีนฟินน์ คือดีงามมมม นานๆมาทีแต่คือฟินน์มากมาย!
    #2,974
    0
  22. #2973 Rookie_King (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:59
    ก็พอเดาได้ว่าแม่งไม่ใช่ร้านดีๆ แน่ แต่พี่คะ โอ้โห 5555555555555
    แงงงง เรือฉันนนน ที่หนึ่งในใจเลยนะ เรือแล่นแบบพุ่งทะยานสุดๆ ไปเลยกัปต๊านนน พี่ดีนหลงเสน่ห์น้องแล้วล่ะสิ! ถึงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ไม่ต้องสนใจค่ะ จับกินไปเลยพี่ดีน ไม่ต้องสนคำว่าศีลธรรม ;-;!
    #2,973
    0
  23. #2972 onkchad (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 02:48
    ดีนนนนนนนน
    555555+
    #2,972
    0
  24. #2971 weareoneexo (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 01:40
    ดีนโว้ยยยยย
    #2,971
    0
  25. #2970 petchjeed (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 00:57

    ทำไมเดาหวยไม่แม่นแบบนี้นะ...

    #2,970
    0