|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 81 : Chapter 73 : Contract

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 759 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

CHAPTER 73

Contract






" I don't know... I think...
It's kinda sad ? "

Finnegan Novier




     " สวัสดี ลูเซียส "

     ดัมเบิลดอร์กล่าวทักทายอย่างมีมารยาท ก่อนที่ลูเซียสปรี่ตรงเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจทั้งผมและแฮร์รี่ที่ยืนเกะกะขวางทางอยู่เลยแม้แต่น้อย ด๊อบบี้ที่รีบเดินตามเข้ามามีสีหน้าหวาดหวั่น พลางหมอบราบไปกับชายผ้าคลุมของเจ้านาย

     " อ้อ! คุณกลับมาแล้ว คณะกรรมการสั่งพักงานคุณ แต่คุณยังเห็นว่าเหมาะสมที่จะกลับมาที่ฮอกวอตส์นี่อีกนะ "

     ลูเซียสเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพลางส่งสายตาเย็นชาจ้องมองไปยังดัมเบิลดอร์ที่กำลังนั่งเขียนจดหมายอยู่บนโต๊ะ

     ดัมเบิลดอร์ไม่ได้โกรธแม้แต่น้อย เพียงแค่เอ่ยขึ้นมาอย่างราบเรียบเหมือนกำลังเล่านิทานสักเรื่อง

     " ลูเซียส รู้ไหม... กรรมการที่เหลืออีก 11 คนติดต่อผมมาวันนี้ บอกตรงๆ นะ ว่าผมรู้สึกเหมือนถูกลมพายุนกฮูกพัดผ่านเลย พวกกรรมการได้ข่าวว่าลูกสาวของอาเธอร์ วีสลีย์ ถูกฆ่าและต้องการให้ผมกลับมาที่นี่ทันที ดูเหมือนว่าในที่สุดพวกกรรมการจะคิดว่าผมเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานนี้ และเรื่องที่พวกเขาเล่าให้ผมฟังก็แปลกมากเลย หลายคนดูจะคิดว่าคุณขู่จะสาปครอบครัวของพวกเขาถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ผมพักงานในตอนแรก "

     ลูเซียสหน้าซีดเผือดลงนิดหน่อย แต่ความโกรธแค้นน่าจะมีมากกว่า เพราะผมแอบเห็นเขากัดฟันอย่างไม่พอใจอีกด้วย

     แต่ถึงหน้าตาจะเคียดแค้นมากขนาดไหน ลูเซียสก็ยังคงเป็นลูเซียสเขายังคงเก็บน้ำเสียงไว้ได้ดี

     " อ้อ... แล้วคุณยุติการทำร้ายนั้นได้หรือยังล่ะ คุณจับคนทำผิดได้หรือยัง "

     น้ำเสียงเย้ยหยันของลูเซียสเอ่ยขึ้นมาอย่างอดกลั้น แต่ดัมเบิลดอร์ก็ตอบกลับไปอย่างยิ้มๆ

     " ได้แล้ว "

     " งั้นเรอะ ? ใครล่ะ "

     ลูเซียสเอ่ยขึ้นมาเสียงห้วนเหมือนไม่อยากเชื่อ ในขณะที่ดัมเบิลดอร์ก็ตอบกลับไปอย่างสบายๆ

     " คนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วนั่นแหละ ลูเซียส แต่หนนี้ ลอร์ดโวลเดอมอร์กระทำผ่านคนอื่น โดยใช้สมุดบันทึกเล่มนี้ "

     ดัมเบิลดอร์ชูสมุดบันทึกสีดำเล่มเล็กที่ตอนนี้มีรูอยู่ตรงกลางสมุดขึ้นมาให้ลูเซียสดู ในขณะที่แฮร์รี่สะกิดผมให้หันมาดูด๊อบบี้

     ตอนนี้ด๊อบบี้กำลังจ้องมองมาทางพวกผมก่อนจะแอบชี้นิ้วไปที่สมุดบันทึกแล้วจากนั้นก็แอบไปชี้ที่ลูเซียสอีกที ก่อนจะทุบหัวตัวเองแรงๆ จนน่าขัน

     สรุปด๊อบบี้โดนสั่งห้ามเอาไปบอกใครสินะ แต่ไม่ได้ถูกสั่งให้ห้ามใบ้โดยการใช้สัญญาณมือ

     เอ็นดูแท้...

     ผมมั่นใจว่าดัมเบิลดอร์ก็ต้องแอบสังเกตเห็นแน่นอน หรือไม่ก็รู้เรื่องหมดแล้วจากท่าทางของลูเซียส 

     " อ้อ... เข้าใจล่ะ... "

     ลูเซียสเอ่ยขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะกล่าวออกมาเสียงเรียบ

     " เป็นแผนที่ฉลาดมาก เพราะถ้าแฮร์รี่คนนี้... และ รอนเพื่อนของเขาไม่พบสมุดบันทึกเล่มนี้ คุณวิสลีย์คงต้องรับความผิดทั้งหมดไป โดยไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้ทำไปเพราะถูกบังคับ... "

     ลูเซียสไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแต่อย่างใดกลับกันเขากลับนิ่งเงียบเหมือนกับสวมหน้ากากอยู่เลยทีเดียว 

     มันก็เนียนดีอยู่หรอก แต่เขาคงไม่รู้ว่าการนิ่งผิดธรรมชาติมันก็ดูไม่เป็นธรรมชาติด้วยเช่นกัน 

     " และคิดดู... จะเกิดอะไรขึ้น... เพราะพวกวีสลีย์เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ที่สำคัญมากครอบครัวหนึ่ง คิดดูว่าจะเกิดผลลัพธ์อะไรขึ้นกับอาเธอร์ วีสลีย์และกฎหมายป้องกันพวกมักเกิลของเขา ถ้าเรื่องราวปรากฏออกมาว่าลูกสาวของเขาเองเป็นคนทำร้ายและฆ่าพวกที่เกิดจากพวกมักเกิล โชคดีมากที่พบสมุดบันทึกนี้เข้าก่อนและความทรงจำของริดเดิ้ลก็ถูกลบไปจากสมุดแล้ว ใครจะรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรถ้า... "

     " โชคดีมาก "

     ดูเหมือนลูเซียสจะทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปขัดไม่ให้ดัมเบิลดอร์พูดต่อ ดัมเบิลดอร์ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับที่ลูเซียสพูด ในขณะที่ด๊อบบี้ยังคงชี้นิ้วไปที่สมุดบันทึกและที่ลูเซียส อย่างเป็นงาน ซึ่งเป็นงานพอๆ กับที่มันลงโทษตัวเอง ทุกๆ ครั้งที่มันชี้นิ้วเสร็จ

     จะไม่สังเกตเห็นเอลฟ์ของตัวเองสักหน่อยเหรอครับ คุณมัลฟอย...

     " คุณไม่อยากรู้หรือว่าจินนี่ได้สมุดบันทึกมาได้ยังไง คุณมัลฟอย "

     แฮร์รี่โพล่งปากพูดขึ้นมา จนลูเซียสหันหน้ามามองแฮร์รี่อย่างพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน

     " ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่ายายเด็กโง่คนนั้นได้สมุดมายังไง "

     " เพราะคุณเป็นคนให้เธอน่ะสิ "

     ลูเซียสได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกนิดๆเลยทีเดียว แฮร์รี่ไม่ยอมละทิ้งโอกาสนั้นก่อนจะอธิบายให้จบ

     " ที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก คุณหยิบตำราแปลงร่างเล่มเก่าๆ ของเธอขึ้นมา แล้วสอดสมุดบันทึกเล่มนี้เข้าไปข้างใน ใช่ไหมล่ะฮะ "

     ลูเซียสได้ยินดังนั้นก็แยกเขี้ยวออกมาเคียดแค้นก่อนจะแค่นเสียงออกมาอย่างเกลียดชัง

     " พิสูจน์สิ "

     " ไม่มีใครทำได้หรอก "

     ดัมเบิลดอร์แทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม

     " ทำไม่ได้แล้วในเมื่อตอนนี้ริดเดิ้ลก็หายไปจากสมุดบันทึกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอเตือนคุณนะ ลูเซียส อย่าเที่ยวแจกของเก่าๆ ของลอร์ดโวลเดอมอร์สมัยที่เขาเรียนหนังสือที่นี่ใครๆ อีกล่ะ ถ้ามีของพวกนี้ตกไปอยู่ในมือผู้บริสุทธิ์อีกละก็ ผมคิดว่าอาเธอร์ วีสลีย์คนหนึ่งล่ะ ที่จะทำให้แน่ใจว่ามันจะย้อนรอยกลับไปหาคุณได้แน่ๆ ... "

     ลูเซียสที่โดนจู่โจมทุกทางก็เกิดอาการมือกระตุกขึ้นมาเหมือนอยากจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมาใช้แต่หยุดมือไว้ก่อน

     ลูเซียสกางมือเข้าออกนิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปเรียกเอลฟ์ประจำบ้านแล้วเดินจากไป

     " กลับกันได้แล้ว ด๊อบบี้! "

     ลูเซียสกระชากประตูเปิดออกมาก่อนที่ด๊อบบี้จะวิ่งออกไปตามอย่างรวดเร็ว พอไปถึงข้างตัวนาย ด๊อบบี้ก็โดนเตะเล่นระบายอารมณ์ไปตลอดทางเดิน

     แฮร์รี่คิดหนักก่อนจะทำท่าเหมือนจะนึกอะไรออกสักอย่างนึง

     " ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ฮะ ผมเอาสมุดบันทึกคืนให้คุณมัลฟอยได้ไหมฮะ "

     ดัมเบิลดอร์ยิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะพูดขึ้น

     " ได้สิ แฮร์รี่ แต่รีบหน่อยนะ อย่าลืมงานเลี้ยงล่ะ "

     แฮร์รี่คว้าสมุดบันทึกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะออกไปข้างนอกห้อง พลางหันมามองผมด้วยความสงสัย เหมือนอยากจะบอกว่าตามมาสิ

     ผมยิ้มแฮร์รี่เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " ไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป ฉันมีเรื่องจะพูดกับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์สักหน่อยน่ะ "

     แฮร์รี่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

     ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ดัมเบิลดอร์ก็กล่าวขึ้นมาเสียงเรียบ

     " เอาล่ะ... ผมคิดว่าคุณคงอยากจะถามอะไรสักอย่าง 2 อย่างใช่หรือเปล่าครับ "

     ผมหันไปถามดัมเบิลดอร์ที่วางปากกาขนนกลงและนั่งรับฟังอย่างเต็มที่

     " โอ้ ใช่สิ แต่ก่อนอื่นเลยนะ อะไรอยู่ในห่อผ้านั่นล่ะ "

     ดัมเบิลดอร์จ้องไปยังห่อเสื้อของผมที่ผมถือติดตัวมาด้วย ซึ่งผมก็หัวเราะออกมาหน่อยพลางตอบไปอย่างสบายๆ

     " ของที่ระลึกนิดหน่อยจากห้องแห่งความลับน่ะครับ เขี้ยวงูกับเกล็ดและลูกตาที่เสียหายของบาซิลิสก์ ผมคิดว่าแต่ละอย่างคงหามาได้ไม่ง่ายแน่ๆ ล่ะ บางทีถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะไปเอาให้เยอะกว่านี้อีกหน่อยเหมือนกัน "

     ดัมเบิลดอร์แสดงสีหน้าอย่างประหลาดใจพร้อมกับถามขึ้นมาอย่างสงสัย

     " เอาไปทดลองงั้นรึ ? ฉันว่าของแต่ละอย่างก็อันตรายและทรงอานุภาพมากเลยนะ "

     " ก็จริงครับ เพราะแบบนั้นล่ะถึงน่าสนใจ "

     ผมยิ้มให้อย่างน้อยๆ ก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะแสดงสีหน้าออกมาอย่างสนอกสนใจ

     " ก็น่าสนใจ จริงๆ ล่ะนะ... งั้นมาเข้าเรื่องกันเถอะ ฉันมีคำถามที่อยากจะถามเธอแค่ข้อนึง... ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไหม "

     ผมพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น

     " ยังเป็นไปตามทางที่ควรครับ "

     แม้ว่าการที่ผมถูกจับไปที่ห้องนั่นพร้อมกับที่เดรโกออกมาตามหาผมนั่นจะนอกเหนือเหตุการณ์ไปสักหน่อยก็เถอะ

     ดัมเบิลดอร์นิ่งเงียบก่อนจะหลี่ตาลงอย่างครุ่นคิด ผมเลยถือโอกาสถามกลับบ้าง

     " กำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอครับ "

     " อ้อ... นิดหน่อยน่ะ เกี่ยวกับความทรงจำของริดเดิ้ล ฉันติดใจอะไรนิดหน่อย "

     ผมยิ้มอย่างเข้าใจก่อนจะเปลี่ยนเรื่องอื่น

     " ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมคิดว่าผมไปเตรียมตัวไปงานเลี้ยงดีกว่าครับ นอกจากข้าวเช้าแล้ว ผมยังไม่ได้แตะอาหารเลยด้วย "

     " ฉันก็คิดว่านั่นก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ "

     ดัมเบิลดอร์ออกความเห็นก่อนที่ผมจะขอตัวออกจากห้องไป เหมือนแค่ดัมเบิลดอร์ต้องการคำยืนยันจากผมเพียงเท่านั้น ไม่ได้คิดจะก้าวก่ายอะไรสักเท่าไหร่

     เอาเถอะ  แบบนั้นจะเป็นการดีกับผมเสียมากกว่า

     ตอนนี้เวลาประมาณเที่ยงคืนแล้ว กว่างานเลี้ยงจะเริ่มก็คงต้องรออีกสัก ชั่วโมงครึ่ง ผมว่าผมควรจะไปจัดเตรียมอะไรสักหน่อยก่อนจะดีกว่า

     เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็ตรงดิ่งไปทางห้องต้องประสงค์ทันที

     ก็นะ ตอนแรกผมก็ไม่ได้ว่าจะสำเร็จหรอก แต่ไหนๆ มันก็สำเร็จแล้ว ผมคงต้องทำขั้นตอนต่อไปให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย

     ก็อีกฝ่ายนั้นมียศเป็นถึงเศษเสี้ยววิญญาณของลอร์ดมืดนี่นา มันก็ต้องระมัดระวังกันให้มากหน่อย

     เมื่อเข้าไปในห้องปุ๊บ ผมก็ตรงดิ่งไปที่โต๊ะทำงานของผมทันที ก่อนจะเอาผนึกลาพิส ออกมาวางไว้

     ผมใช้ไม้กายสิทธิ์ออกมาก่อนจะแตะไปที่ลูกแก้วนั่นทีนึง ผนึกลาพิสเปร่งแสงสีน้ำเงินวูบไหวไปมาก่อนจะระเบิดกลายเป็นร่างของทอมที่ดูขาดๆ หายๆ ไปบางส่วน

     ทอมลืมตาขึ้นก่อนจะจ้องมองผมตาเขม็ง

     " แก... แกทำอะไรฉัน "

     ผมยิ้มให้ทอมเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอธิบายให้ฟัง

     " ก็ตอนที่ภาชนะของคุณถูกทำลาย ผมก็ใช้จังหวะที่วิญญาณของคุณไม่มั่นคงนั้น ดึงคุณมาใส่ในภาชนะใหม่ แต่ไม่ได้เหมือนกับวิธีที่คุณเคยทำหรอกนะ วิธีของผมคล้ายกับผนึกมากกว่าสิงสถิตแบบที่คุณใช้เสียอีก เพราะฉะนั้นตราบเท่าที่ผมไม่อนุญาต คุณก็ไม่สามารถออกไปจากผนึกที่ผมสร้างขึ้นมาได้ "

     ทอมขมวดคิ้วแน่น ตาของเขาเปร่งเป็นสีแดงก่ำก่อนจะทำให้อากาศรอบข้างสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ผมคิดว่าเขาคงพยายามจะสลัดให้หลุดออกจากผนึกลาพิสที่ผมสร้างขึ้นมาแหงๆ แต่ขอแสดงความเสียใจด้วย กับวิญญาณที่เป็นแค่เศษเสี้ยวและพลังร่อยหรอขนาดนี้ ผมคิดว่าต่อให้ใช้พลังจนตัวเองสูญสลาย ก็คงไม่สามารถทำอะไรกับผนึกของผมได้อยู่ดีอะนะ

     " เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจริงนะ แล้วแกต้องการอะไร "

     ดูเหมือนเขาจะยอมแพ้ไปแล้วแฮะ แต่ก็ดี นั่นเข้าเรื่องง่ายกว่าเดิมเสียอีก

     " มาทำข้อตกลงกับผมสักหน่อยไหม "

     ผมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะสะบัดไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาทีนึง แสงสีน้ำเงินของลาพิสจะก่อตัวกลายเป็นโซ่แสงสีน้ำเงินเข้มพุ่งเข้าไปรัดข้อมือทั้ง 2 ข้างของทอม

     ทอมมองมือทั้ง 2 ข้างของตัวเองอย่างโกรธแค้นก่อนจะส่งสายตาอาฆาตมาให้ผม

     " ข้อตกลงงั้นรึ ? หึ... ว่ามาสิ ฉันฟังอยู่ "

     ผมยิ้มให้อย่างพอใจก่อนจะพูดขึ้นมา

     " ข้อตกลง 3 ข้อที่ผมอยากให้คุณยอมรับมัน นั่นก็คือ... อย่างแรกทำตามที่ผมสั่ง อย่างที่ 2 คือห้ามทำร้ายสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และ อย่างสุดท้าย ห้ามติดต่อและส่งข้อมูลให้แก่คนอื่นซึ่งรวมไปถึงวิญญาณหลักและวิญญาณส่วนอื่นๆ ของคุณด้วย " 

     " ไร้สาระสิ้นดี! ใครมันจะไปทำตามคำสั่งของแกกัน! คิดเหรอว่าฉันจะยอมรับข้อตกลงที่แสนจะน่ารังเกียจนี้กัน ?! "

     ทอมตวาดลั่นอย่างเหลืออด 

     ก็นะ ถ้าเปลี่ยนมาเป็นผม ผมเองก็คงไม่ยอมแน่ๆ ล่ะ แต่ก็นะ...

     ผมยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " คุณคิดว่าคุณมีสิทธิต่อรองอย่างนั้นเหรอ ? อย่าคิดนะว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณนะ ทอม... ผมน่ะ รู้อะไรหลายๆ เรื่องมากเสียจนคุณอาจจะกลัวผมมากกว่าดัมเบิลดอร์เลยเชียวล่ะ ถ้าจะให้ยกตัวอย่างสักเรื่อง งั้นเอาเป็นเรื่องที่คุณเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกนั่นก็ดูเข้าประเด็นเร็วดีนะ หรือคุณคิดว่าไง "

     ทอมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากแย้ง

     " ทำไมแก... เดี๋ยวนะ... วิญญาณหลัก... วิญญาณส่วนอื่นๆ ... นี่แก... แกรู้จักมันได้ยังไง! แล้วแกรู้ได้ยังไงว่ายังมีอันอื่นอีก! "

     ผมยังคงยิ้มและไม่ตอบคำถามเหล่านั้นก่อนจะพูดขึ้นเรียบๆ

     " เห็นไหม คุณไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะต่อรองผมสักนิด ก่อนอื่นก็เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็คงจะทำลายชิ้นส่วนวิญญาณนี้ไป แล้วอาจจะไปหาชิ้นส่วนต่อไปอย่างเช่น... ไอ้นั่นเป็นไง แหวนของตระกูลก๊อนท์ที่ฝังอยู่ในบ้านของปู่คุณน่ะ นั่นน่าสนใจมากเลยนะ ว่างั้นไหม ? "

     ทอมดูเหมือนจะหวาดกลัวผมไปเลยเมื่อผมดันไปรู้ถึงความลับเหล่านั้น แม้ดวงตาของเขายังเป็นสีแดงก่ำอยู่ก็ตาม พนันได้เลยว่า เขาคงอยากจะฆ่าผมให้พ้นๆ แหงๆ แต่ก็เอาเถอะ ถ้าไม่ใช่ว่าผมอยากจะใช้ความสามารถของเขาละก็ ผมคงไม่ต้องมานั่งลำบากขนาดนี้หรอก การไว้ชีวิตตัวตนที่สมควรถูกกำจัดอย่างนี้มันน่าปวดหัวจะตาย

     " เอาล่ะ ผมไม่ได้มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ เพราะคุณดันเล่นจับผมขังไว้เป็นวันเลย ผมหิวข้าวมากเลยนะเนี่ยตอนนี้ บางทีถ้าคุณยังเล่นตัวอีก ผมอาจจะทำลายคุณทิ้งไปเลยก็ได้นะ "

     ผมยิ้มขู่ ก่อนที่ทอมจะสบถออกมาอย่างแค้นเคือง เขาพูดขึ้นมาอย่างลังเล

     " ถ้าฉันยอมรับข้อตกลงนั่น... แกจะไม่ทำอะไรกับชิ้นส่วนที่เหลือใช่ไหม... "

     ทอมจ้องมองผมด้วยสายตาอาฆาต แต่เขาคงรู้สถานะของตัวเองแล้วล่ะ

     " ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอะไรกับชิ้นส่วนอื่นๆ ของคุณ "

     เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องจัดการพวกชิ้นส่วนเหล่านั้นล่ะนะ

     " ก็ได้... ฉันยอมรับข้อตกลงนั่น "

     ทันทีที่ทอมยอมรับข้อตกลงเหล่านั้น ตัวอักษร ' X ' ก็ผุดขึ้นมาจากผลึกลาพิส ก่อนจะล้อมตัวของทอมไว้แล้วจึงประทับลงตัวของทอม ตัวอักษรนั้นเรืองแสงอีกเล็กน้อยก่อนจะจางหายไป

     " นี่มัน... "

     ทอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่ผมจะอธิบายอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้

     " คาถาพันธสัญญาเล็กๆ น้อยๆ ของพวกนอร์ดิก (Nordic)* ที่จะประทับลงในวิญญาณของผู้ทำพันธสัญญานี้ เพื่อเป็นการรับประกันว่าคุณจะทำตามข้อตกลงน่ะ... และในกรณีที่คุณผิดข้อตกลงนั้น... คาถาก็จะฉีกวิญญาณคุณจนสลายหายไปทันที เรียบง่าย และ รวดเร็วดีด้วย คุณไม่คิดงั้นเหรอ ? "

     ผมยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ทอมสบถออกมาอย่างเจ็บแค้น

     เอาน่า ทีใครทีมันหรอกนะ

     " ก่อนอื่นเลย ผมไม่อนุญาตให้คุณโผล่ออกมาตอนที่มีคนอื่นอยู่รอบๆ ถ้าตอนที่ผมอยู่คนเดียวหรืออยู่กับใครที่ผมอนุญาตคุณแล้ว คุณค่อยโผล่มาก็แล้วกัน และห้ามส่งเสียงด้วย "

     ทอมจ้องมองอาฆาตผมนิ่งก่อนที่จะพูดขึ้นมาอย่างลอยๆ

     " แกจะไม่ได้ตายดีแน่ ฟินนิแกน โนเวียร์ ฉันสาบานต่อสถานะของจ้าวแห่งศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกเวทมนตร์เลยว่า แกจะไม่... "

     " ทำไมต้องจ้าวแห่งศาสตร์มืดด้วยล่ะ ? "

     " อะ... อะไรนะ ? "

     ผมถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ไปขัดความโกรธที่พุ่งพล่านของทอมลงถนัดตา

     " คืองี้นะ ทำไมต้องศาสตร์มืดด้วยล่ะ มีศาสตร์ตั้งหลากหลาย แต่ทำไมถึงเลือกศาสตร์มืดด้วยล่ะ "

     ทอมยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะพูดขึ้น

     " อย่างแกไม่มีทางเข้าใจหรอก กับศาสตร์ที่มีความลึกลับมากที่สุด น่าสะพรึงกลัวมากที่สุด ขนาดที่พ่อมดแม่มดหลายๆ คนไม่กล้าที่จะศึกษา ฉันจะเป็นคนแรกที่จะขยายขอบเขตความรู้ของศาตร์มืดให้ไปไกลยิ่งกว่าพ่อมดแม่มดคนไหนๆ ในประวัติศาสตร์เคยทำมา และ เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าพ่อมดแม่มดหน้าไหนที่ได้ยินชื่อของฉันนั้น ทุกคนจะต้องหวาดกลัว... "

     " ทำไมต้องการให้คนอื่นๆ กลัวคุณด้วยล่ะ ? "

     ผมถามแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งทอมก็อดไม่พอใจไม่ได้ เมื่อถูกขัดซ้ำแล้วซ้ำอีก

     " อย่างแกจะไปเข้าใจอะไร! "

     " ก็ผมไม่เข้าใจจริงๆ นี่ ? ทำไมต้องการให้คนอื่นหวาดกลัวคุณด้วยล่ะ ทำไมไม่ทำอะไรที่ทำให้คนอื่นนับถือคุณและเกรงใจในอำนาจและผลงานของคุณแทนเหมือนอย่างดัมเบิลดอร์ หรือ บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ล่ะ อย่าง นิโคลัส เฟลมเมล หรือ นิวท์ สคามันเดอร์ อะไรแบบนี้น่ะ คุณเองก็เป็นเด็กนักเรียนชั้นนำที่เก่งพอที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เลยด้วย แถมหน้าตาของคุณน่ะ... เอาตรงๆ นะ หน้าตาดีจนใครๆ ต่างอิจฉาเลยด้วย คุณมีทั้งหน้าตา และ ความสามารถแล้วแท้ๆ ทำไมไม่ใช้ข้อดีเหล่านั้นให้ดียิ่งกว่าเดิมล่ะ "

     ทอมเหยียดตามองผมอย่างที่ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก ว่าทำไมถึงส่งสายตาดูถูกแบบนั้นมาด้วย

     " หน้าตามันก็แค่ของไร้สาระ แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าการมีหน้าตาที่ดีมันช่วยทำให้ฉันทำอะไรหลายๆ อย่างได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะ "

     " อย่าง เฮปซิบาห์ สมิท ที่คุณไปฆ่าทิ้งไปเพื่อขโมยถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟและล็อกเก็ตของซัลลาซาร์ สินะ "

     ทอมจ้องมองที่ผมตาเขม็งพลางพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ

     " ฉันไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอก "

     " เป็นวิญญาณที่ตกยุคไปเยอะเลยนะเนี่ย "

     ผมบ่นขึ้นลอยๆ สงสัยหลังจากที่ได้เป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกปุ๊บก็ไม่ได้รับข่าวสารจากโลกภายนอกเพิ่ม ได้ข้อมูลอีกทีก็คงเป็นตอนที่จินนี่เอามาเล่าให้ฟังงั้นสินะ แม้ดูเหมือนทอมจะไม่สนใจมาก ซึ่งผมคิดว่าเขาน่าจะกำลังเก็บข้อมูลอยู่ 

     ในขณะที่ผมจ้องมองดูวิญญาณตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ จนทอมอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

     " สายตาแบบนั้น แกต้องการจะสื่ออะไร "

     ผมมองดูอีกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

     " ผมแค่ไม่เข้าใจ ต้องการเป็นจ้าวแห่งศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ต้องการให้พ่อมดแม่มดทุกคนต่างหวาดกลัวตัวตนของคุณ ต้องการปฏิวัติโลกเวทมนตร์ให้ปราศจากพวกมักเกิล สร้างศัตรูไว้มากมาย ปกครองโลกเวทมนตร์ และ อยู่เหนือความตาย... "

     ผมเงียบลงขณะมองดูทอมด้วยความรู้สึกหลากหลาย

     " ทำไม... คุณถึงต้องลงทุนทำอะไรแบบนั้นด้วย... คุณก็รู้ว่าวิธีการของคุณมันชั่วร้ายมาก แม้ผมจะไม่อาจพูดได้เต็มร้อยว่านั่นเป็นทางที่ผิดก็เถอะ แต่การสร้างความหวาดกลัวไปทุกหย่อมหญ้า ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงตลอดเวลา แถมคลุกอยู่กับพวกที่หวังแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัว แล้วยังต้องคอยระวังคนทรยศอีกด้วย... ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการปกครองโลกเวทมนตร์ที่ปราศจากพวกมักเกิลงั้นเหรอ "

     แล้วจู่ๆ ทอมก็พูดขึ้นมาเสียงเรียบ

     " และมันสมควรจะต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าฉันไม่พลาดท่าให้กับเด็กพอตเตอร์นั่น "

     น้ำเสียงของทอมดูเกลียดชังตัวตนของแฮร์รี่พอสมควร ผมเลยถามคำถามขึ้นมาใหม่

     " แล้วหลังจากนั้นล่ะ หลังจากที่ปกครองโลกเวทมนตร์ได้แล้วล่ะ ไม่มีใครสามารถต่อต้านคุณได้แล้ว และคุณก็เป็นที่สุดแล้วในเวลานั้น... แต่ว่า... แล้วต่อจากนั้นล่ะ ? "

     " แกต้องการจะสื่ออะไร "

     ทอมขมวดคิ้วมองผมอย่างไม่เข้าใจ

     " ก็หลังจากที่คุณทำตามความฝันของคุณเสร็จแล้ว... หมายถึงคุณปกครองโลกเวทมนตร์ทั่วโลกสำเร็จแล้ว และกำจัดพวกมักเกิลไปจนหมดสิ้น... แล้วจากนั้นคุณจะทำอะไรต่อล่ะ คุณมีชีวิตที่อมตะแล้ว มีชีวิตอยูไปด้วยความหวาดระแวง ว่าเมื่อไหร่จะมีคนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านคุณอีกครั้ง จากนั้นคุณก็ต้องไปกำจัดคนที่ลุกต่อต้านนั้นทิ้งไป ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่างั้นเหรอ ? "

     " คุณทำตัวราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายต่อทุกคน และใช้ชีวิตไปในทางที่มีตัวเลือกแค่ 2 ตัวคือไม่ฉันตาย ศัตรูของฉันก็ต้องพินาศ... แถมคุณยังสร้างศัตรูขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่กับพวกเดียวกับคุณ... คุณใช้ชีวิตราวกับว่า... คุณต้องการใครสักคนที่มีค่าพอเพื่อมาปราบคุณให้พินาศไป... เหมือนคุณต้องการแค่ให้คนจดจำคุณในฐานะของลอร์ดโวลเดอมอร์เพียงช่วงเวลาหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์เท่านั้น... ในมุมมองผมน่ะ คุณมีชีวิตอย่างหวาดกลัว ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ไม่มีช่วงไหนมีความสุขหรือได้พักผ่อน ต้องต่อสู้ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายที่คุณสูญสิ้นอำนาจทั้งหมดไป... ไม่รู้สิ... ผมว่า... มันดูน่าเศร้าน่ะ "

     ทอมนิ่งไปเหมือนใช้ความคิดก่อนจะแสยะยิ้มให้ผมแล้วเอ่ยขึ้นมาสั้นๆ

     " แกไม่มีทางเข้าใจหรอก "

     " งั้นผมก็คงไม่มีทางเข้าใจจริงๆ นั่นแหละ... คุณรู้อะไรไหม ที่จริงแล้วผมเจาะจงเลือกคุณ... ผมหมายถึงชิ้นส่วนวิญญาณของทอมที่เป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกนี้ โดยเฉพาะเลยนะ "

     " ทำไมต้องเป็นฉัน ที่เป็นชิ้นส่วนแรกสุดด้วย "

     ทอมถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ ผมจึงอธิบายให้เขาเข้าใจมากขึ้น

     " เพราะคุณมีความเป็นมนุษย์ที่สุดจากวิญญาณทั้งหมด มีความเป็นมนุษย์มากกว่าร่างหลักของคุณด้วย "

     " ความเป็นมนุษย์ ? "

     ทอมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ผมก็พยักหน้ายืนยัน

     " ใช่ คุณรู้ใช่ไหม ว่าการทำฮอร์ครักซ์นั้นคือการฉีกวิญญาณของตัวเองไปใส่ไว้ในวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตเป้าหมายเพื่อรักษาชิ้นส่วนวิญญาณนั้นให้อยู่รอด ยิ่งการทำฮอร์ครักซ์เยอะขึ้น ก็ยิ่งทำลายความเป็นมนุษย์ขึ้นไปอีก ร่างหลักของคุณน่ะ ตอนนี้ยังไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ได้เลยด้วยซ้ำไป "

     ทอมยืนฟังอย่างนิ่งสงบ ผมเห็นว่าเขาสนใจก็พูดขึ้นต่อ

     " ซึ่งแตกต่างจากคุณที่เป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นแรกที่เคยสร้างไว้ตอนที่อายุ 16 คุณยังใส่ความทรงจำทั้ง 16 ปีของคุณลงไปในสมุดบันทึกนี้เข้าไปอีกด้วย ถ้าไม่นับว่าคุณเป็นชิ้นส่วนวิญญาณของลอร์ดโวลเดอมอร์แล้วล่ะก็ คุณก็คล้ายกับทอมที่ดูเป็นมนุษย์ที่สุดในบรรดาฮอร์ครักซ์ทั้งหมดด้วย "

     " แล้วถ้าฉันคล้ายกับมนุษย์ที่สุดแล้วมันจะเป็นยังไง ฉันยังไม่เข้าใจว่าแกต้องการอะไรอยู่ดี "

     " ที่ผมต้องการคือ หลังจากนี้ผมอยากได้ความช่วยเหลือจากคุณนิดหน่อย และ อีกอย่างคือผมอยากรู้จักกับคุณนะ "

     " อยากรู้จักกับฉัน ? "

     ทอมขมวดคิ้วแน่น เหมือนไม่เข้าใจที่ผมจะสื่อ

     " ใช่ ผมอยากรู้จักกับทอมที่ไม่ใส่หน้ากากเวลาไปคุยกับคนอื่นๆ ... ทอมที่แสนชั่วร้าย ที่สามารถใส่ร้ายแฮกริดได้... ทอมที่ทำให้คนติดอกติดใจได้ง่ายๆ ... ทอมที่มีความทะเยอทะยานแรงกล้า... ทอมที่เพิ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่หนทางแห่งการเป็นจ้าวแห่งศาสตร์มืดน่ะ "

     ทอมที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว ผมเลยหัวเราะแห้งๆ ให้ก่อนจะพูดขึ้น

     " เพราะงั้นนะ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ ทอม ริดเดิ้ล หลังจากนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยล่ะ หวังว่าในช่วงเวลานี้คุณจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ บ้าง และหวังว่า... ผมจะเป็นเพื่อนคนแรกที่คุณไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหาเหมือนทุกๆ ทีนะครับ หรืออย่างน้อยๆ ... ก็เป็นศัตรูที่คุณจะพูดคุยได้อย่างเป็นกันเองก็ยังดี "

     ทอมนิ่งไปจนผมแอบเห็นคิ้วเขากระตุกเหมือนรับอะไรในคำพูดของผมไม่ได้ สักจุดนึง... บางทีอาจจะทุกจุด.. เขาจ้องผมเขม็งก่อนจะพูดขึ้น

     " เป็นเด็กที่น่าขยะแขยงจริงๆ ... ทั้งน่ารังเกียจและน่าสะอิดสะเอียน... น่าสะอิดสะเอียนเสียจนอยากฆ่าทิ้งเสียเมื่อมีโอกาส... "

     ผมยิ้มให้อย่างพอใจก่อนจะพูดขึ้น

     " ถือว่านั่นเป็นคำตอบตกลงก็แล้วกันนะครับ "

     ทอมหลับตาก่อนจะกลับเข้าไปในผนึกด้วยคำพูดสั้นๆ

     " พิลึกชะมัด "

     หลังจากที่ทอมกลับเข้าไปในผนึกเอง ผมก็ได้แต่ยิ้มให้กับตัวเองพลางพูดเปรยขึ้นมาเบาๆ

     " พิลึกงั้นเหรอ... บางทีอาจจะจริงละมั้งนะ ? "

     จากนั้นผมก็ใช้เวลาที่เหลือในการจัดเก็บผนึกของทอมใส่เข้าไปในสร้อยประจำตระกูลและเสริมอาคมและคาถาบางบทลงในไม้ที่หุ้มผนึกไว้ด้วย อย่างน้อยมันจะได้ไม่สะดุดตาดัมเบิลดอร์มากนัก ยิ่งรายนั้นเซนส์ดีกว่าชาวบ้านชาวช่องเสียด้วย แม้จะทำมาแบบไม่ได้ดีมาก แต่ก็คิดว่าน่าจะพอใช้ได้สำหรับการปกปิดแบบเร่งด่วนล่ะนะ เอาไว้มีเวลาก่อนแล้วค่อยลงรายละเอียดให้มากขึ้นก็แล้วกัน



     ผมกลับไปที่หอนอนของกริฟฟินดอร์ที่ตอนนี้หลายๆคนตื่นมารองานเลี้ยงกันหมดแล้ว และสภาพของทุกคนในตอนนี้ต่างคนต่างใส่ชุดนอนกันทั้งนั้น ซึ่งต่างจากพวกผมที่ยังคงแต่งชุดนักเรียนกันอยู่ แน่นอนว่าผมขอตัวไปเปลี่ยนเป็นชุดอื่นก่อน เพราะว่าผมค่อนข้างที่จะเละไปกว่าคนอื่นนิดหน่อยที่ใช้เสื้อของตัวเองไปห่อวัตถุดิบกลับมา ก็แหม... มันไม่มีทางเลือกนี่นา เสื้อตัวนั้นมันหนาสุดแล้วด้วย เขี้ยวงูมันอันตรายนะ

     ระหว่างทางผมก็มีคนทักมากมายพอๆ กับจินนี่และแฮร์รี่เลยทีเดียว ก็นะ เป็นประเด็นโดนลักพาตัวไปนี่...

     ส่วนแฮร์รี่เพราะสภาพที่เหมือนไปรบมา ก็ต้องเตะตาเป็นธรรมดา ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถเดาได้ว่าการที่ผมกับจินนี่กลับมาได้ก็คงเป็นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากแฮร์รี่แน่ๆ

     เด็กๆ ที่รู้ข่าวว่า เรื่องเลวร้ายนี้จบลงแล้ว ต่างก็ฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยดาวเด่นหลักอย่างพวกผมก็ไม่ได้ถูกปล่อยไปจนกระทั่งพวกแฝดดึงผมกับจินนี่ไปกอดอย่างดีใจ จินนี่ที่ไม่ค่อยโดนพี่ๆ กอดนั้นก็พยายามดิ้นให้หลุด แต่การโดนมือปลาหมึก 2 คนนี้พร้อมกันมันยากที่จะสลัดให้หลุดเสียจริงๆ

     จินนี่ เธอจงรับรู้ไปซะให้ดี ว่าทำไมผมถึงไม่ยอมให้ไอ้ 2 หน่อนี่กอด นั่นก็เพราะว่า ด้วยแรงอันมหาศาลของไอ้เด็กโข่ง 2 คนนี้รวมกัน ผมไม่มีทางชนะมันเลยไงเล่า!

     " จินนี่! ฟินน์! พวกเธอยังปลอดภัย! "

     จอร์จพูดขึ้นมาอย่างดีใจ ในขณะที่เฟร็ดกอดอีกด้านนึงก็พูดขึ้น

     " ฉันนึกว่าพวกเธอตายไปแล้วเสียอีก! "

     " หยุดพูดแบบนั้นจะได้ไหม พวกแกน่ะ "

     เพอร์ซี่ที่ดูเหมือนจะเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุที่ไปขัดตอนที่จะมาบอกตอนเช้า รอบตาเขาดูบวมเล็กน้อย คงร้องไห้มาแน่ๆ และตอนนี้ดูเหมือนเพอร์ซี่จะบ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว

     ผมกับจินนี่โดนรุมทึ้งจากพวกพี่ๆ 3 ตัว นี้ไปสักพักก่อนที่ผมจะโดนวู้ดเข้าไปกอดต่อ

     ฮ่วย! ทำไมมีแต่คนกอดวะเห้ย! ไม่กลัวเด็กๆ ช้ำตายกันรึไง!

     " เคราเมอร์ลิน! ฟินน์! นายยังปลอดภัย! นายรู้ไหม ฉันเครียดมากแค่ไหนที่นายโดนจับไปน่ะ! ฉันนึกว่าฉันจะเสียผู้เล่นมือดีไปแล้วเสียอีก "

     มันไปกังวลที่ตรงนั้นเหรอวะ เห้ย ?! ให้มันน้อยๆ หน่อยสิ ไอ้บ้าควิดดิชนี่!

     ผมที่โดนวู้ดกอดอย่างแรงก็ต้องแอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเหตุผลบ้าควิดดิชนี้ แต่ก็นะ อย่างน้อยวู้ดก็เป็นห่วงอย่างแท้จริงนั่นล่ะ หยวนๆ ให้ก็ได้

     จากนั้นสักพักเด็กๆ ก็พากันเดินไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อไปฉลองกันในชุดนอน ของกินมากหน้าหลายตาต่างถูกส่งมาเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ผมซึ่งที่อดอยากมานานก็สวาปามของทุกอย่างโดยไม่สนว่าจะเป็นของคาวหรือหวาน ขอแค่อยู่ใกล้มือก็เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลให้ยัดลงท้องได้แล้ว

     ในขณะที่กินอยู่นั้น พวกที่ถูกสาปให้เป็นหินต่างพากันเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่ ซึ่ง 3 ใน 6 นั้นวิ่งตรงเข้ามาหาแฮร์รี่อย่างรวดเร็ว

     คอลิน... เหยื่อรายที่ 2 นั้นเข้ามาส่งเสียงเย้วย้าวอย่างชื่นชมที่แฮร์รี่แก้ไขสถานการณ์พวกนี้ไปได้ เมื่อได้ข่าวตอนที่จินนี่เข้ามาบอกเหตุการณ์ทั้งหมด

     จัสติน... เหยื่อรายที่ 3 ที่โดนสาปพร้อมกับ นิก ผีประจำบ้านกริฟฟินดอร์ วิ่งเข้ามาเขย่ามือของแฮร์รี่พลางพูดขอโทษขอโพยไม่หยุดปากที่เคยสงสัยในตัวแฮร์รี่ พร้อมทั้งมีการขอโทษผมด้วย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความขัดแย้งของทั้งคู่เลยด้วยซ้ำ น่าแปลกใจจริงๆ

     และสุดท้าย เฮอร์ไมโอนี่ เธอวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับร้องลั่นว่า

     " เธอไขปริศนาได้! เธอไขมันได้! "

     เธอเข้ามากอดพวกผมอย่างรวดเร็ว จนน่าแปลกใจที่เธอเอื้อมมากอดพวกเราทั้ง 3 คนได้ แม้จะดูเหมือนทรมาณเธอไปสักหน่อยก็เถอะ

     " ยินดีต้อนรับกลับนะ เฮอร์ไมโอนี่ "

     ผมพูดขึ้นต้อนรับเธอให้เธอนั่งข้างๆรอน ผมแอบเห็นจินนี่กับไดอาน่ากำลังคุยกันอยู่ตรงโต๊ะกริฟฟินดอร์ด้วย สงสัยไดอาน่ามาดูอาการของจินนี่ละมั้ง

     " ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะไขปริศนานี้ได้นะ แฮร์รี่! รู้ไหม ในตอนแรกที่ฉันรู้ว่าเป็นตัวอะไร ฉันกลัวแทบตายแน่ะ โชคดีที่ฉันพกกระจกเงามาด้วย ไม่นึกเลยว่าเธอจะสังเกตเห็นจนไขปริศนาทั้งหมดได้ "

     เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งตักมันฝรั่งบดเข้าปาก แฮร์รี่เองก็พูดกลับบ้าง

     " เป็นเพราะเธอช่วยไขปริศนาเรื่องสัตว์ประหลาดนั้นได้นั่นแหละ ไม่งั้นฉันก็คงไม่รู้หรอกว่าอะไรอยู่ในนั้น นั่นทำให้ฉันเกือบตายเลยล่ะ แล้วเธอต้องไม่เชื่อแน่ว่า ฟินน์น่ะ ไขปริศนาได้พร้อมๆ กับเธอเลยด้วย นี่ยังไม่นับถึงตอนที่รอนยอมไปหาแมงมุมตัวใหญ่เท่ารถเพื่อช่วยเหลือเธออีกนะ "

     เฮอร์ไมโอนี่มองรอนอย่างชื่นชม ในขณะที่รอนหน้าเริ่มอมชมพูแล้วด้วย

     " นั่นกล้าหาญมากเลยนะรอน "

     " ก็ถ้าไม่รีบช่วยเธอ แล้วใครจะติวฉันให้ผ่านการสอบที่จะถึงนี่ล่ะ "

     รอนบอกอ้อมแอ้มอย่างขัดเขิน ก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ

     " ถึงฉันจะถูกสาปไปเป็นเดือน แต่ฉันคิดว่าฉันยังน่าจะอ่านหนังสือทันอยู่ ถ้าจัดเวลาดีๆ คงต้องรีบติวให้ไวที่สุดแล้วล่ะ "

     ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ เฮอร์ไมโอนี่... เทอมนี้ไม่มีสอบ

     แฮร์รี่ที่เห็นว่าได้โอกาสแล้วก็เล่าถึงเรื่องของด๊อบบี้ให้พวกเราฟัง

     " นี่ พวกนายยังจำ ด๊อบบี้ ได้ไหม ที่เป็นเอลฟ์ประจำบ้านที่พยายามจะช่วยชั้นตลอดเทอมนี้น่ะ "

     " จำได้สิ "

     เฮอร์ไมโอนี่ตอบรับก่อนที่ แฮร์รี่จะเล่าต่อ

     " ปรากฏว่าด๊อบบี้เป็นเอลฟ์ประจำบ้านของครอบครัวมัลฟอยล่ะ และดูเหมือนที่มันได้ข่าวว่าปีนี้จะมีการทำร้ายก็เพราะว่าสมุดบันทึกนั่น... สมุดบันทึกที่เป็นต้นเหตุนั่นน่ะ ไปอยู่กับจินนี่ได้ เพราะพ่อของมัลฟอยแอบใส่ไว้ในตำราแปลงร่างของจินนี่ตอนที่เจอกันที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึก เจ้าตัวเลยรีบหายตัวมาบอกฉัน เพื่อให้ฉันปลอดภัย "

     " มัลฟอยงั้นเหรอ ?! "

     รอนร้องขึ้นมาอย่างประหลาดใจ สงสัยเพราะว่าไม่นึกว่าไอ้เด็กที่เพิ่งจะอาสาตัวเองลงไปที่ห้องแห่งความลับนั่นด้วย จะเป็นส่วนหนึ่งในต้นเหตุที่เกิดขึ้นนี้

     " อืม... แต่สุดท้ายแล้ว ฉันหลอกคืนสมุดบันทึกนั่นได้ แล้วในสมุดบันทึกนั่นฉันแอบใส่ถุงเท้าไว้ ตอนที่เขาเปิดขึ้นมาเห็นเข้าเขาก็หยิบมันโยนทิ้งทันทีเลยแต่ดูเหมือนว่าด๊อบบี้บังเอิญจะรับได้พอดี เลยทำให้ด๊อบบี้เป็นอิสระได้สำเร็จ "

     " แหม น่ายินดีอะไรอย่างนี้ "

     เฮอร์ไมโอนี่ร้องขึ้นมาอย่างดีใจให้กับอิสระของด๊อบบี้ ซึ่งดูเหมือนเธอจะไม่ชอบใจที่เอลฟ์ประจำบ้านนั้นถูกทำให้เป็นทาสของพ่อมดแม่มดนั่นแหละ

     เราคุยกันไปสักพักเพราะไม่ได้คุยกันมานาน ช่วงเวลาตี 3 ครึ่ง ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกเปิดอีกครั้งพร้อมกับร่างยักษ์ใหญ่ของแฮกริดเดินตรงเข้ามาหาพวกเรา ก่อนจะเข้ามาตบบ่าพวกผมคนละ 2-3 ที อย่างหนักหน่วงจนไหล่แทบหลุด ก่อนจะพูดคุยอะไรอีกเล็กน้อยก่อนจะไปนั่งประจำที่ของเขาที่โต๊ะของคณาจารย์

     หลังจากนั้นไม่นานดัมเบิลดอร์ก็ประกาศถึงเรื่องที่กริฟฟินดอร์ได้คะแนน 400 แต้มแล้วทำให้พวกกริฟฟินดอร์ชนะไปในปีนี้ รวมไปถึงหลังจากนั้นที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลประกาศว่าจะยกเลิกการสอบทั้งหมด เพื่อเป็นรางวัลสำหรับการที่เรื่องเลวร้ายนี้จบไป

     " โอ๊ย! ไม่น่าเลย! "

     เฮอร์ไมโอนี่ได้กล่าวไว้อย่างหัวเสีย ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆต่างดีใจที่ไม่ได้สอบ แต่เสียงของเด็กๆ ก็ยังดังไม่เท่าของคณาจารย์เมื่อตอนที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ประกาศว่า ศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตไม่อาจกลับมาสอนได้ในปีหน้าเนื่องจากเขาต้องออกเดินทางไปค้นหาความทรงจำให้กลับคืนมา

     " น่าเสียดาย ฉันกำลังจะชอบเขาแล้วเชียวนะ "

     รอนได้กล่าวออกมาด้วยความเสียดายจอมปลอม



     เวลาที่เหลืออีกไม่ถึง 1 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมที่ใช้เวลาว่างในการทดลองเกี่ยวกับของเล่นใหม่... ผมหมายถึงพวกเกล็ดงูเขี้ยวงูพวกนั้นน่ะ ส่วนลูกตาผมเอาไปดองเก็บไว้แล้วล่ะ เพราะผมยังไม่เห็นว่ามันสามารถทำอะไรได้ เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรงเล็บของฟอกส์ แต่เกร็ดงูนั้นเอาไปทำอะไรได้เยอะเลยทีเดียว ทำเป็นเครื่องป้องกันก็ได้ ทำเป็นของใช้ก็ได้ เพราะลักษณะเกร็ดงูที่ทนทานและยืดหยุ่นของบาซิลิสก์ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทางกายภาพหรือทางเวทมนตร์ต่างมีค่าความต้านทานสูงลิบทั้งคู่ ผมเลยเลือกที่จะทำเป็นถุงมือหนังบาซิลิสก์ไว้คู่นึง หนังมังกรก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าให้เทียบแล้ว เกล็ดบาซิลิสก์นั้นคุณภาพดีกว่าเยอะ แถมบาซิลิสก์ตัวเต็มวัยอายุ 1000 ปีแล้วด้วย คุณสมบัตินั้นโดดเด่นมากทีเดียว

     ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ ผมแอบลงไปที่ห้องนั้นเอาวัตถุดิบมาเพิ่มด้วย ขึ้นลงโดยการใช้ไม้กวาดช่วย และ การพูดก็ลองเลียนเสียงของแฮร์รี่ดู ซึ่งยากชะมัด กว่าจะทำได้ก็เสียเวลาไปตั้งหลายนาที

     ขั้นตอนการแปรสภาพวัตถุดิบก็ยาก เลยทำได้แค่ถุงมือเท่านั้น

     ข่าวในช่วงนี้ก็จะมีพูดถึงเรื่องของลูเซียสที่ถูกไล่ออกจากการเป็นคณะกรรมการของโรงเรียน และ เรื่องที่เดรโกผิดหวังจนไม่อยากคุยกับผมไปพักนึงเลยทีเดียว แม้หลังจากนั้นไม่นานเดรโกก็ยอมคุยกับผมเหมือนเดิม พร้อมกับบอกเรื่องที่เดรโกไม่ได้คะแนนหลังจากที่ไปกับพวกแฮร์รี่ให้ฟังด้วย

     ซึ่งเดรโกก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจอะไรกับคะแนนเหล่านั้นมากนัก พลางบอกผมว่าดีแล้วที่ไม่ให้ ไม่งั้นยุ่งยากแน่

     ก็ยังดีล่ะนะ ที่ยังแค่งอแงแค่นี้ 

     ส่วนทอมที่ช่วงนี้ชอบผลุบๆ โผล่ๆ มาแต่เสียง ส่วนมากพี่แกมักจะโผล่มาตอนที่ผมกำลังทดลองอยู่ เขาดูสนใจพวกที่ผมกำลังทดลองอยู่มากทีเดียว นอกจากนั้นแล้วเขามักจะพูดขึ้นมาลอยๆ อย่าง ตอนเดรโก เขายังบ่นออกมาลอยๆเลยว่า เป็นเด็กที่น่ารำคาญ เสียจริง หรือไม่ก็ตอนที่ผมแยกจากแฮร์รี่ ก็จะมีเสียงเรียกชื่อแผ่วๆ ว่าแฮร์รี่ บ้างล่ะ ฉันต้องฆ่าแก บ้างล่ะ

     เล่นเอาผมแอบปวดหัวหน่อยๆ เลยทีเดียว

     ทำตัวอย่างกับวิญญาณอาฆาตแน่ะ

     กว่าจะรู้ตัววันพรุ่งนี้ผมก็ต้องขึ้นรถไฟกลับบ้านแล้ว

     วันนี้ผมกะจะเดินเล่นในร่างแมว เหมือนกับที่เคยทำเมื่อปีที่แล้ว

     ในปีนี้ทุกอย่างก็ดูเหมือนปกติ แม้ว่าบางจุดผมแอบเห็นของใช้บางอันที่คิดว่าน่าจะเอามาซ่อนก็เถอะ พอใช้ทักษะตรวจสอบดูก็พบได้ว่าเป็นของ ลูน่า...

     ไม่น่าแปลกใจ...

     ตอนแปลงร่างเป็นแมวในทีแรก ทอมดูแปลกใจมากซึ่งฟังได้จากน้ำเสียงของเขาตอนที่ผมแปลงร่างเสร็จ ผมบอกได้แค่ว่าเขาประหลาดใจมากขนาดที่ถ้ามีร่างเขาก็คงอ้าปากค้างแหงๆ แต่เพราะผมอยู่ในร่างนี้ผมเลยคุยกับเขาไม่ได้ เว้นแต่ถ้าเขาจะฟังภาษาแมวออกน่ะนะ 

     " หืม ? ฟินน์ ใช่ไหมน่ะ "

     ผมหันไปมองต้นเสียง ซึ่งก็พบกับแฮร์รี่ที่กำลังเดินอยู่ จากทิศทางแล้ว คิดว่าน่าจะกำลังไปที่หอคอยกริฟฟินดอร์นะ สงสัยไปเข้าห้องน้ำมาละมั้ง

     " มี้~ "

     ผมร้องตอบรับก่อนที่แฮร์รี่จะก้มลงมาคุยด้วย

     " ทำอะไรอยู่น่ะ เดินเล่นงั้นเหรอ ? "

     ผมพยักหน้าให้แฮร์รี่ ก่อนที่แฮร์รี่จะเอามือมาลูบหัวและลูบขนผมเล่นสักพักก่อนจะลาจากไป

     " งั้นเดี๋ยวฉันกลับไปที่หอคอยกริฟฟินดอร์ก่อนนะ กำลังเล่นหมากรุกกับรอนอยู่น่ะ "

     ผมพยักหน้าก่อนจะเดินเที่ยวเล่นต่อ ก็เป็นช่วงที่สงบสุขดีนะ นิกซ์ที่หลังจากเรื่องของบาซิลิสก์จบไป พวกแมวก็เริ่มกล้าที่จะออกมาเที่ยวเล่นบ้างแล้ว นิกซ์ที่ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้ากลุ่มแมวใหญ่ประจำชั้น 3 ก็ยังทำตัวเรื่อยเปื่อยอย่างนอนตากแดดเล่นหรือเดินเล่นเรื่อยเปื่อย

     และในขณะที่ผมพอใจที่ได้เดินเล่นในร่างแมว กำลังจะมุ่งตรงไปที่ห้องครัว เพื่อจะแอบไปจิ๊กเอาอะไรมากินที่ห้องนั่งเล่นสักหน่อย แต่ขณะที่กำลังมุ่งตรงไปอย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ผมก็โดนอุ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     " ว่าไง เจ้าตัวเล็ก "

     เด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่เหมือนจะเคยเห็นหน้าเมื่อปีที่แล้ว ในตอนนี้เขาโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อว่า 1 ปี ที่ผ่านมาทำให้เค้าโครงใบหน้านั้นเปลี่ยนไปมากทีเดียว ดวงหน้าที่เริ่มปรากฏถึงความหล่อเหลาให้เห็นนั้น มันชักจะเริ่มคุ้นแปลกๆ แล้วแฮะ

     เด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟตรงหน้าพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะอุ้มผมขึ้นมาชูเล่นเต็มความสูง ประหนึ่งว่ากำลังเล่นกับเด็กทารกก็ไม่ปาน

     สูงมาก...

     คนตรงหน้าดูเหมือนจะสูงขึ้นมาหลายเซนฯ เลยทีเดียว

     " มี้~ "

     " ยังตัวเล็กเหมือนเดิมเลยนะ ตกลงที่นายตัวเล็กแบบนี้เป็นเพราะพันธุ์หรอกเหรอ ฮะๆ "

     เด็กตรงหน้าหัวเราะผมเล็กน้อยก่อนจะลดมือลงจนเหลืออยู่ตรงระดับอก ผมเลยเห็นหน้าของเขาได้ชัดเจน ผมสีดำที่เข้าเค้ากับดวงตาสีเทาสว่าง ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเผลอคิดไปว่าคนตรงหน้าน่าจะมีเชื้อสายของชาวเอเชียบ้างหรือนะ เพราะปกติแล้วพวกยุโรปมักจะมีสีโทนสว่างมากกว่า

     " ตอนแรกฉันแปลกใจอยู่นะที่ปีนี้ไม่เจอแก นึกว่าเป็นแมวของพวกปีที่จบไปแล้วเสียอีก ที่หายไปนี่คงเป็นเพราะเรื่องการทำร้ายสินะ เพราะตัวอื่นๆ ที่บ้านฮัฟเฟิลพัฟเองก็ไม่ค่อยจะออกมาข้างนอกกันเลย พวกสัตว์นี่คงมีสัญชาตญาณดีล่ะสิ "

     เด็กตรงหน้าพูดเองเออเองอย่างมีความสุขจนผมอดไม่ได้ว่าไปเจออะไรดีๆ มาหรือเปล่าถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น

     " เพราะการทำร้ายแท้ๆ ทำให้ปีนี้ไม่มีการจัดแข่งควิดดิช รู้ไหม ฉันอุตส่าห์ฝึกซ้อมการเป็นซีกเกอร์มาเพื่อปีนี้โดยเฉพาะเลยนะ แต่สุดท้ายก็แข่งได้แค่เกมเดียว แม้จะเป็นการลงสนามแรกของฉัน แต่ฉันว่ามันโอเคอยู่ล่ะ แต่กัปตันทีมฉันบ่นเสียดายมากเลย ที่ปีนี้ต้องยกเลิกควิดดิชไป แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เกิดการทำร้ายขึ้นแบบนั้น จะถูกสั่งห้ามเล่นก็ไม่แปลกอะไรหรอก แล้วปีนี้เป็นปีสุดท้ายของกัปตันทีมฉันด้วย น่าสงสารเขาเหมือนกันนะ เขาทุ่มเทกับปีนี้มากจริงๆ "

     อ้อ... ปีนี้ได้เป็นตัวจริงสินะ เมื่อปีที่แล้วก็บ่นราวๆ นี้ว่าเป็นได้แค่ตัวสำรองนี่เนอะ ว่าแต่... ซีกเกอร์เหรอ ?

     เอ... ชักแหม่งๆ แฮะ...

     ในขณะที่ผมเริ่มสงสัยตัวตนของเจ้าเด็กตรงหน้านี้จนคิดว่าน่าจะใช้ทักษะตรวจสอบสักหน่อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อจากนี้เล่นเอาทำให้ผมชะงักไปเลยทีเดียว

     " แต่ก็เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายของเขาด้วยล่ะ ทำให้ปีหน้าฉันได้เป็นกัปตันทีมแทนเขาด้วย! ข่าวดีสุดยอดเลยจริงไหม ? ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงส่งไม้ต่อให้ฉัน แต่ฉันดีใจนะ ที่ได้เป็นกัปตันทีมของบ้านฮัฟเฟิลพัฟนะ "

     เดี๋ยวนะ...

     กัปตันทีมปีหน้า... ซีกเกอร์...

     ไม่จริงน่า...

     ไม่ว่าเปล่าผมใช้ทักษะตรวจสอบคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
  


     ชื่อ : เซดริก ดิกกอรี่
     อายุ : 15 
     เผ่า : มนุษย์
     พลังกาย : B+
     พลังเวทย์ : A
     ความฉลาด : A
     ความเร็ว : B
     สถานะ : ปกติ
     อุปกรณ์ : เนคไทด์ ชุดคลุมพ่อมด กางเกง เข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ไม้กายสิทธิ์ ชุดชั้นใน



     พรู่ดดดดด

     เซดริก!

     ให้ตายสิ ตอนแรกก็นึกว่าตัวประกอบริมทาง ตอนแรกที่ไม่ได้เอะใจมันก็เพราะว่าผมดันไปติดหน้าของโรเบิร์ต แพตตินสัน มากเกินไปหน่อย พอเจอตัวจริงอยู่ตรงหน้าเลยนึกว่าแค่ไอ้ตัวประกอบหน้าหล่อเฉยๆ

     ไม่นึกไม่ฝันว่าจะเป็นเซดริกที่ร่ำลือ

     ถ้าเป็นในหนังนี่ เซดริกจะมีผมเป็นลอนสีน้ำตาลทอง กับ ดวงตาสีเขียว พอมาเจอคนผมดำตาสีเทา เลยนึกว่าเป็นคนละคน

     ให้ตายสิ ผิดพลาดไปแล้วจริงๆ แต่เอาเถอะ จะให้ตรวจเช็คทุกคนที่เจอก็น่ารำคาญจะตายชัก

     ผมมองเซดริกที่ยิ้มหน้าระรื่นอย่างอารมณ์ดี พลางเล่นหัวเล่นตัวผมไปทั่ว นี่ลูบแมวจริงดิ ? นึกว่าลูบหมา หนักมือฉิบเป๋ง

     ว่าแต่พี่แกเป็นพวกหล่อเพื่อนคบเยอะไม่ใช่เรอะ แล้วมาบ่นมาอะไรกับแมวข้างทางวะเห้ย จิตใจสาวน้อยหรือไร ?

     หรือเพราะว่าเอาไปคุยอวดคนอื่นแล้วมันรู้สึกไม่ดี เลยมาพูดกับสัตว์ที่ผ่านทางเพื่อระบายความอัดอั้นกันนะ ?

     จะอย่างไหนก็ตาม... ตอนแรกกะจะไม่อะไรมาก เพราะยังไงกว่าจะได้พูดคุยกันจริงจังก็คงต้องรอปีหน้าที่อาจจะได้แข่งกัน แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าทำความรู้จักฝ่ายเดียวแบบไม่ได้ตั้งใจก็แล้วกัน

     เซดริกเล่นผมจนพอใจก่อนจะวางผมลงกับพื้นเหมือนเดิม แล้วค่อยๆ ลูบหัวผมเบาๆ พลางพูดไปด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

     " ช่วงเวลาของฉันกำลังจะมาแน่ๆ เลย ปีหน้าฉันก็ต้องเตรียมตัวสำหรับ ว.พ.ร.ส. แล้วด้วย ต้องไปเตรียมตัวเพื่อที่จะได้คะแนนดีๆ กับเขาบ้าง ถ้าได้วิชาแปลงร่างกับวิชาคาถาเกินความคาดหมายขึ้นไป พ่อคงเอาไปคุยฟุ้งอีกแน่เลย ฮะๆ "

     เซดริกดูมีความสุขมากจริงๆ ฉันจะช่วยนายยังไงดีนะ เซดริก...

     " รู้อะไรไหม เจ้าตัวเล็ก หลังจากที่พบกับแกในวันนั้น ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีขึ้นเยอะเลย ไม่แน่ใจว่าเพราะได้ระบายให้นายฟังหรือว่าเพราะได้เจอกับนายในวันนั้น แต่ก็ขอบคุณนะ "

     " มี้~ "

     ผมร้องตอบรับให้ ก่อนที่เซดริกจะยิ้มให้ผมอย่างมีความสุข เขาลูบหัวผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะอุ้มขึ้น จุ๊บหน้าผากผมแล้วเอาจมูกของเขามาถูกับจมูกผมเล่น

     นี่มันการละเมิดทางเพศเกินไปแล้วว้อย!

     ผมที่ฝึกฝนมาอย่างดี กางเล็บมือที่ใกล้ที่สุดก่อนจะข่วนเซดริกไปหนึ่งทีอย่างแค้นเคือง

     " อ๊าว! นายนี่ก็ยังดุเหมือนเดิมเลยนะ "

     เซดริกว่าขึ้นมาเบาๆ พลางลูบคางที่มีรอยข่วน 3 รอยเล็กๆ เลือดซึมหน่อยๆ อย่างเบาๆ

     เขาวางผมลงโดยดีก่อนจะบอกลากัน

     " หวังว่าปีหน้าฉันจะยังเจอแกอยู่นะ เจ้าตัวเล็ก "

     เขาโบกมือให้หยอยๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้ใส่ใจกับแผลรอยข่วนนั้นอีกต่อไป

     ให้ตายสิ ความน่ารักนี่มันเป็นบาปจริงจริ้ง

     ผมมุ่งตรงไปยังห้องครัวเพื่อไปทำเป้าหมายเดิมของผมต่อ ในขณะที่มีเสียงลอยขึ้นมาเบาๆ

     " ทำตัวสมกับเป็นแมวดีจริงนะ "

     ก็ผมเป็นแมวนี่ ? 



     วันนี้ก็ถึงเวลากลับบ้านกันแล้ว ในห้องๆ หนึ่งของรถด่วนฮอกวอตส์ พวกผมทั้ง 8 คน...

     ฟังไม่ผิดหรอกครับ... 8 คน... บอกได้เลย ถ้าไม่ใช่เด็กนะ รับรองว่าอัดกันไม่ได้ขนาดนี้หรอก นี่ขนาดยกที่กั้นออกแล้วด้วย ยังดูแออัดเลยทีเดียว

     ในห้องนี้มี แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ และผม นั่งฝั่งหนึ่ง และอีกฝั่ง มี เฟร็ด จอร์จ รวมไปถึง ไดอาน่า และ จินนี่นั่งอยู่

     จินนี่ในตอนนี้กลับมามีความสุขเต็มที่อีกครั้ง เธอนั่งคุยฟุ้งกับไดอาน่าอย่างสบายใจ ไดอาน่าเองก็ดูไม่ลำบากใจอะไรที่ต้องมานั่งแออัดแบบนี้ด้วย เธอดูสนุกสนานดี มีพูดถึงเรื่องที่ว่าปีนี้ไม่มีการสอบด้วย ดูเหมือนเธอจะพอใจที่ไม่ต้องได้สอบวิชาปรุงยาพอสมควรทีเดียว...

     พวกเราใช้เวลาที่เหลือที่จะได้ใช้เวทมนตร์อย่างอิสระ เพื่อเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทั้งขานชื่อไพ่แบบระเบิด จุดดอกไม้ไฟฟิลิบัสเตอร์ หรือแม้กระทั่งฝึกใช้คาถาปลดอาวุธกัน ซึ่งจากที่ดูแล้วแฮร์รี่ทำได้ดีมากทีเดียว เฟร็ด กับ จอร์จถือว่าอยู่ในระดับดี รอนยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม้หักไปแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ ทำได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรก แม้ว่าจะต้องฝึกเรื่องฝีมือก็ตาม จินนี่ดูมีพรสวรรค์พอตัว แต่เทียบไม่ได้กับไดอาน่าที่ดูคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้จนน่าแปลกใจ

     ในตอนที่พวกเราใกล้จะถึงสถานีคิงส์ครอสแล้ว แฮร์รี่ก็เอ่ยทักขึ้นมา

     " จินนี่ เธอเห็นเพอร์ซี่ทำอะไรที่เขาไม่อยากให้เธอบอกใครเหรอ "

     จินนี่ได้ยินก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างขำขัน

     " อ๋อ เออ... พี่เพอร์ซี่มีแฟนล่ะ "

     พวกเด็กๆ ต่างแปลกใจกันมากทีเดียว ขนาดเฟร็ดยังทำที่ตั้งหนังสือหล่นใส่หัวจอร์จก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อ

     " อะไรนะ ?! "

     ผมเลยตอบเฟร็ดกลับไป

     " ก็พรีเฟ็คบ้านเรเวนคลอไง จำได้ไหม ที่โดนทำร้ายพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่น่ะ ชื่อ เพเนโลพี เคลียร์วอเทอร์ ตอนนั้นที่เพอร์ซี่ช็อคไปเพราะเธอโดนทำร้ายหรอก ไม่ใช่เพราะตำแหน่งพรีเฟ็ค "

     " เดี๋ยว ทำไมนายถึงรู้ได้ล่ะ ฟินน์ ?! "

     รอนถามขึ้นมาอย่างสงสัย ผมก็ยักไหล่อย่างไม่หยี่ระ

     " ออกไปเที่ยวตอนกลางคืน เห็นพวกเขาออกจะบ่อย กอดบ้าง จูบบ้าง พลอดรักกันไปทั่วโรงเรียนเชียวล่ะ "

     พวกเฟร็ดได้ยินก็อ้าปากค้างอย่างไม่อยากเชื่อ จินนี่ได้ยินก็หัวเราะต่อ

     " ใช่คนนั้นล่ะ พี่เพอร์ซี่เขียนจดหมายถึงเธอตลอดหน้าร้อนเลยด้วย อย่างที่ฟินน์ว่า พี่เพอร์ซี่แอบไปพบเธอทั่วทุกแห่งในโรงเรียนโดยไม่ให้ใครรู้ วันหนึ่งหนูเดินไปเจอเขา 2 คนจูบกันในห้องเรียน พี่ถึงเสียใจมากเมื่อเพเนโลพีถูกทำร้าย พวกพี่ๆ อย่าไปแหย่พี่เพอร์ซี่นะ "

     เฟร็ดได้ยินก็ตอบกลับไปอย่างนึกสนุก

     " โอ๊ย ไม่เคยคิดเลย "

     " รับรองไม่ทำแน่นอน "

     จอร์จเสริมขึ้นมา พลางหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ

     " สงสัยมีหวังโดนล้อตลอดหน้าร้อนแหงๆ ... "

     ผมเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะโดนเฟร็ดลากเข้าไปนั่งตัก ผมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แต่ก็โดนเฟร็ดพูดดักขึ้นมา

     " นายเองก็เถอะ เรื่องสนุกแบบนี้ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ หืม ?! "

     จอร์จเอี้ยวตัวเข้ามาหาผมพลางกอดไหล่เฟร็ดแล้วมองผมอย่างกดดัน

     " นั่นสิ ทั้งๆ ที่รู้แล้วแต่ไม่ยอมบอกพวกฉันเลยนะ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ "

     " แล้วทำไมฉันต้องบอกพวกนายด้วยล่ะ นายก็ออกไปผจญภัยรอบดึกออกจะบ่อย ทำไมไม่เคยเจอบ้างเลยหืม "

     เฟร็ดกับจอร์จมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะร่วน ผมหรี่ตามองอย่างจับผิด

     สงสัยเพราะใช้แผนที่ตัวกวนคอยหลบหนีทุกสายตาล่ะสินะ... เลยเผลอไปหลบเพอร์ซี่ตอนอยู่กับเพเนโลพี ก็เลยไม่เคยจะได้เจอ

     " พอเลย ปล่อยฉันไปนั่งที่เดิมได้แล้ว นี่ก็ใกล้จะถึงที่หมายแล้วด้วย "

     ผมแอบเหล่ไปมองไดอาน่าที่มองมาทางผมตาเป็นประกาย

     ชักจะอันตรายขึ้นนะเธอน่ะ...

     เฟร็ดยอมปล่อยผมให้ไปนั่งตามเดิม ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น รถไฟก็ชะลอความเร็วลงจนหยุดนิ่งลงในที่สุด

     แฮร์รี่ดึงปากกาขนนกและเศษกระดาษออกมา ก่อนจะเขียนเบอร์โทรเข้าบ้านไปให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่

     " นี่เรียกว่าหมายเลขโทรศัพท์ ฉันบอกวิธีใช้โทรศัพท์ให้พ่อนายเมื่อหน้าร้อนปีที่แล้ว พ่อนายรู้วิธีแล้วล่ะ โทรหาฉันที่บ้านพวกเดอร์สลีย์นะ ตกลงไหม "

     รอนและเฮอร์ไมโอนี่รับมันไว้ก่อนที่พวกเราจะขนของลงไป เฟร็ดกับจอร์จเดินไปรวมกับลี ส่วนไดอาน่ากับจินนี่ก็เดินคุยกัน พูดถึงช่วงหน้าร้อนที่จะถึงนี้

     เฮอร์ไมโอนี่ทักขึ้นหลังจากที่เราลงจากรถไฟเดินไปสมทบกับผู้คนที่ต่อแถวคอยผ่านแผงกั้นอยู่

     " ถึงยังไงป้าและลุงของเธอคงภูมิใจมาก ไม่ใช่หรือ ? เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเธอทำอะไรบ้างในปีนี้น่ะ "

     ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ในขณะที่แฮร์รี่ร้องออกมาเสียงหลง

     " ภูมิใจเหรอ ? เธอเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ! หลายครั้งหลายหนที่ฉันน่าจะตาย แล้วยังไม่ตายน่ะนะ พวกเขาต้องโกรธสุดๆ แน่ๆ ล่ะ.. "

     " ใช่ ตามนั้นเลยล่ะ พวกเดอร์สลีย์เกลียดแฮร์รี่ พอๆ กับที่พวกนายเกลียดเดรโกเลยล่ะ "

     ผมพูดขึ้นมาพลางกลั้นขำไปพลาง เฮอร์ไมโอนี่ที่ได้ยินก็พูดขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

     " ขนาดนั้นเชียว ? "

     " อาจจะยิ่งกว่านั้นหน่อย แต่ก็ไม่เกินจริงนักหรอก "

     แฮร์รี่ตอบกลับมาอย่างหนักใจ ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะเดินทะลุผ่านผนังไปโผล่อีกด้าน แล้วแยกย้ายกลับไปบ้านของแต่ละคน และผมคิดว่า ผมคงต้องไปเคลียกับแม่ให้เรียบร้อยด้วยล่ะ...



Second Year

Ending



Writer :: จบไปจริงๆ กับภาคที่ 2 นี้เสียที ได้เวลาขึ้นภาคต่อไปแล้ว เย้ ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าถึงตัวละครอย่างทอมได้เท่าไหร่ มันค่อนข้างที่จะยากไปสักหน่อยกับความคิดแปลกๆแบบนี้น่ะ แต่หวังว่ามันคงจะไม่ขัดมากหรอกนะ 5555

Writer 2 :: จากความเห็นที่ว่า ให้ฟินน์ไปตามเก็บวิญญาณในชิ้นอื่นๆ มารวมกันนั้น ผมว่าคงต้องตัดมันออกไปนะ เพราะการที่จะรวมชิ้นส่วนวิญญาณกลับเข้าร่างหลักได้นั้นก็คือการที่วิญญาณหลักนั้นสำนึกผิดในสิ่งที่ทำไปจริงๆ และ ขั้นตอนการหลอมรวมวิญญาณกลับให้กลายเป็นหนึ่งนั้น ทรมาณมาก ซึ่งอาจจะทำให้ตายได้เลยทีเดียว กับการที่ต้องรวมวิญญาณที่เหลืออีก 6-7 ชิ้นนี่ผมคิดว่าน่าจะเล่นถึงตายเลยล่ะ แล้วผมยังคิดไม่ออกว่าจะแต่งให้ลอร์ดโวลเดอมอร์นั้นสำนึกผิดได้ยังไง เพราะงั้นคิดว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นล่ะนะ

Writer 3 :: ภาค 2 ดูวุ่นวายขนาดนี้ ชักสงสัยแล้วแฮะว่า ภาค 4 มันจะเละเทะขนาดไหน การเอาหนุ่มเกือบทั้งหมดไปยัดในภาคเดียวนี่มันก็... อู้วส์... คงต้องเริ่มเลือกที่รักมักที่ชังในช่วงนั้นนั่นล่ะนะ 5555 อาจจะมีพังเรือเล่น หรือ ช่วยดันเรือก็แล้วแต่สถานการณ์แล้วล่ะ

Writer 4 :: ดัมเบิลดอร์เป็นคนร้ายเหรอ ? ผมไม่มีความคิดแบบนั้นนะ ผมว่าดัมเบิลดอร์เป็นนักวางแผนที่เก่งก็จริง และเขาก็ห่วงใยพวกแฮร์รี่อย่างแท้จริง ถ้าอ่านอย่างละเอียด ดัมเบิลดอร์จะแคร์แฮร์รี่มากจริงๆ ซึ่งเขาจะบอกในภาคที่ 5 เขาพยายามรักษาความสุขของแฮร์รี่ไว้โดยปิดบังความจริง เขาอยากให้แฮร์รี่ได้มีความสุขอีกสักนิดก็ยังดี ผมคิดว่า ดัมเบิลดอร์ดูเป็นคุณปู่ที่แสนใจคนหนึ่งเลยล่ะ เขารู้วิธีการทำให้แผนการดำเนินไปในทางที่ดีที่สุด แต่เขากลับเลือกให้แฮร์รี่ได้มีความสุขต่ออีกสักหน่อย 

* = นอร์ดิก (Nordic) ชาวนอร์ดิก ซึ่งเรียกเป็นภูมิภาคนอร์ดิก เป็นคำเรียกของกลุ่มภูมิภาคในยุโรปทางตอนเหนือ ประกอบไปด้วย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และ สวีเดน

...แถมท้าย...



" ของรักของข้า... "

ด๊อบบี้ไม่ได้กล่าวไว้ แต่ไรต์เตอร์มั่นใจว่ามันคิดอย่างนั้นจริงๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 759 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,404 ความคิดเห็น

  1. #5248 iddosiripon (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 04:17
    ทอมอยู่นิ่งๆและทำตัวดีๆน่ารักๆกับฟินน์หน่อยนะ เพื่ออยากได้อะไรฟินน์จะได้เปย์ ได้ตามใจได้ ลดความร้ายกาจลงหน่อยนะพ่อฮ่าๆ อยู่กับฟินน์มีแต่เรื่องสนุกทั้งนั้น แล้วพ่อจะติดใจแหละบอกเลย
    #5,248
    0
  2. #5019 iddosiripon (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 02:16
    ถึงตอนนั้นชั้นต้องนั่งทำใจดูไรต์ที่รักพังเรือชั้นเป็นว่าเล่นแน่ๆเจ็บปวดอยู่เด้อนั้นหนะ เจ็บจี๊ดๆ โธ่น่าสงสารเรือทั้งหลายลำจริงๆ ชั้นต้องมานั่งคิดให้แน่ใจว่าเรือไหนมีโอกาสที่จะเป็นเรือหลวงจริงๆตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถึงตอนนั้นชั้นจะได้พอทำใจได้ ฮ่าๆ
    ก็จบไปแล้วกับภาคสองสนุกจริงๆ หวังว่าไรต์จะมาต่อเรื่อยๆนะ ต่อทั้งเนื้อเรื่อง ต่อทั้งเรือ มาเถอะฮะมาสร้างเรือกัน คริคริ
    #5,019
    3
    • #5019-2 iddosiripon(จากตอนที่ 81)
      28 ตุลาคม 2563 / 04:14
      โอ้โหเรือเฟรนด์โซนฮ่าๆ คิดว่าไม่ใช่แฮร์รี่หรอก เห็นฟินน์ดูเชียร์จินนี่กับแฮร์รี่ ออกจะเป็นเพื่อนรักซะมากกว่า กิลด้วยฮ่าๆละมั้งนะ แต่เดรโกนี่มีลุ้นโมเมนต์ จัดอยู่ในคนพิเศษ อ่าาายากจังแหละมีเรือเป็นร้อยๆลำเลือกลำเดียว ส่วนตัวลงเรือเฟร็ดเรือแฝด เรือทอม (ส่วนล่างอะนะ) ส่วนบนก็พาดๆไปเรื่อยๆหลายลำ
      #5019-2
    • #5019-3 0881173699(จากตอนที่ 81)
      16 พฤศจิกายน 2563 / 15:38
      ภาค2 สนุกมาเลย ชอบความคิดของฟินมาก สมอายุโลกก่อนเลย ชอบมากๆค่ะ
      #5019-3
  3. #4801 me-love-yaoi- (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 22:55
    เเหมๆ เเหมมมมม~~~ ถึงปากจะบอกว่าเกลียด เเต่จริงๆเเล้วในใจกำลังถูกเติมเต็มอยู่ใช่มั้ยลาาา~ รู้นะว่าหนูฟินน์เป็นคนเเรกที่เข้ามาทำเเบบนี้ด้วยน่ะพี่ทอม! ฮึ ชอบเค้าเเล้วล่ะสิ! ใช่อ๊ะป่าว! อะฮึๆ~(

    ^///^)
    #4,801
    0
  4. #4415 solitaryalone (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 22:16

    พี่ธ่อมมมมมมมมม งื้อออออ โคตรน่ารักอ่ะ


    เพื่อนหน้าคล้ายกับนายหน้าหนา

    #4,415
    0
  5. #4253 Kate2549 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 22:37
    เห็นคอมเมนท์ข้างล่างพูดถึงเมนท์เก่าตัวเอง เราเลยเลื่อนลงไปดูบ้าง.... ตายจริง ฉันพิมพ์อะไรลงไปเนี่ยยยยย
    #4,253
    0
  6. #4229 kaowwwww (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 20:00
    กางขาลงเรือเซดริกกับเฟร็ดค่ะ ชั้นแน่วแน่ ชั้นสุ้
    #4,229
    0
  7. #4095 Peerada1648 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 09:32
    ชอบตอนอัลบัสคุยกับฟินน์มาก ชอบความทำตัวไม่รู้เรื่องราวทั้งๆที่ในใจของทั้งสองคนก็รู้ดีว่า ไ อ้ คนที่คุยอยู่อ่ะมันรู้มาก!!!รู้เยอะ!!!รู้ไปหมด!!!รู้ทุกเรื่อง!!! แต่ก็ยังทำหน้าเอ๋อๆอะไรนะ? ไม่รู้สิ?ต่อไปปปป เกลียดจริมๆ(เกลียดที่แปลว่าชอบ)
    ปล.เซดริกหล่อโฮกกกก ทอมก็หล่อแต่%การได้เป็นพระเอกยากไปหน่อย ดังนั้นเชียร์เซดริกคนหล่อดีกว่า แต่ๆเฟร็ดก็ดีนะเออออ//หลายใจนะเราอ่ะ
    #4,095
    0
  8. #3928 hamony777 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 01:04
    เซดริกที่รักก ปล.พอเห็นเม้นเก่าตัวเองก็แอบตกใจตัวเองที่เม้นอะไรแบบนี้อีกแล้ว55555

    ช่วยไม่ได้นี่ นั้นเซดริกนะ!
    #3,928
    0
  9. #3807 hamony777 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 03:20
    เซดริกสุดหล่อออ
    #3,807
    0
  10. #3728 pattee2544 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 13:13
    งั้นให้วิญญาณทอมยึดครองร่างหลักแทนไปเลย!
    #3,728
    0
  11. #3350 gif05-hime (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 05:02
    เรือทอมโผล่ค่ะ!!
    #3,350
    0
  12. #3189 mumpam (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:03
    ชื่นชอบเรือคู่แฝดมากๆ แต่เรือทอมก็ดี... ถึงจะตายแล้วก็เถอะ
    #3,189
    0
  13. #3027 Luckyneem (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 21:39

    ขอเรือคู่แฝดกับทอมเถอะค่ะ
    #3,027
    0
  14. #2915 the01yunosama (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 22:44
    ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนักตลอดสองภาคที่ผ่านมานะคะ จะคอยอ่านผลงานดีๆของคุณไรท์ต่อไปเรื่อยๆ
    #2,915
    0
  15. #2893 Rookie_King (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:57
    ฉันเลือกเรือไม่ถูกเลย แง ลำบากใจมากแม่ เรือนั้นก็ดี เรือนี้ก็โดน ไหนจะเรือพี่ดีนตอนปีสี่ที่รอคอยนั้นอีก ฉันอยากไปสิงเป็นไดอาน่าแทนแล้ว ;-;
    #2,893
    0
  16. #2741 Kmmii1st (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 23:14
    รอภาคต่อไปอยู่นะคะไรท์ มาต่อเร็วๆนะคะ อยากอ่านหนูฟินน์ต่อแล้ว
    #2,741
    0
  17. #2740 Peerada1648 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 08:49
    วั้ยยย อย่าพังเรือหนูน้า ตอนนี้เหยียบหลายเรือเช่นกัน
    #2,740
    0
  18. #2737 NoTTo5549porgtbs (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 17:57
    #เหยียบหลายเรือ วอนท่านไรท์อย่าพังเรือเลยนะคะ เรารู้สึกอยากกระอีกเลือดตายตอนเห็นคำว่งพังเรือ อะเฮือก!
    #2,737
    0
  19. #2736 thetheifofdark (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 23:30
    เลือกลงเรือยังไม่ถูกเลยตอนนี้ เยอะไปหม๊ดดดด5555 แต่ว่านิยายสนุกมากเลยค่ะไรต์ ภาษาดีเนื้อหาก็ละเอียดเว่อๆๆ รอไรต์มาแต่งต่ออยู่นะคะ
    #2,736
    0
  20. #2735 Lifia (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 18:39
    เราลงเรือทอมเจ้า รู้สึกคู่นี้มันน่ารักแปลกๆอ่ะคู่นี้คือฟินมากมาย
    #2,735
    0
  21. #2734 ชอบๆ (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 10:55

    เราเรือเดรกกับพวกแฝด แฮรี่ ทอม เซดดริก ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมากมาย หวังว่าแฮรี่จะไม่คู่กับทอมนะ ในเรื่องนี้มันไม่ลงตัวจริงๆ ???????? เรือผีของเราคือคู่แมว นิกซ์ฟินน์ น่าร้ากกก

    #2,734
    1
    • #2734-1 Goosethecat(จากตอนที่ 81)
      12 มิถุนายน 2562 / 17:44
      #ทีมนิกซ์ฟินน์
      #2734-1
  22. #2733 shierichi (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 00:46
    ลูกเรือกเดรกกับลุงฟินน์คนนี้ยังหนักแน่นค่ะฮือ ถึงเซดริกสุดหล่อมาแล้ว เราก็ไม่หวั่นไหว ฟินน์เอาเดรกไปนะ เดี๋ยวเซดริกเราดูแลเอง คิคิ
    #2,733
    0
  23. #2732 weareoneexo (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 00:42
    เรายังเชียร์พ่อหน่มเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่บ้านอยู่นะ ส่วนเรื่องทอนนี่ว่าแบบนี้โอเคเลย การที่จะให้ทอมในเวอร์ที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีมากลับตัวกลับใจมันก็ไม่เมคเซนท์อ่ะ รอน้าาาา
    #2,732
    0
  24. #2730 JibKung (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:35
    ฟินเวอร์!!!!!!!
    #2,730
    0
  25. #2728 MPPYTHPMN (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:17

    เลือกเรือไม่ถูกเลยยยย

    #2,728
    0