|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 77 : Chapter 69 : Quest [Follow The Spiders] Begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 603 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

CHAPTER 69

Quest [ Follow The Spiders ] Begin






" Follow the spiders"

Ronald Weasley



     เมื่อดัมเบิลดอร์จากไป ความหวาดกลัวก็ปกคลุมไปทั่วปราสาท ถึงขนาดที่มาดามพอมฟรีย์ไม่ยอมให้ใครเข้ามาเยี่ยมเลย เธอจะเปิดประตูแง้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " เราไม่ยอมเสี่ยงเด็ดขาด ฉันเสียใจ แต่เป็นไปได้ว่าผู้ร้ายอาจจะกลับมาจัดการพวกนี้ให้ถึงตายได้... "

     คำให้ท้ายของแฮกริดดูมีประโยชน์ดีซึ่งมันติดก็แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแมงมุมเหลืออยู่ในปราสาทเลยแม้แต่ตัวเดียว พวกผมต่างพยายามเสาะหาแมงมุม ซึ่งขนาดรอนที่ขยาดแมงมุมเป็นอย่างมากยังพยายามช่วยกันหาเลย

     ในปราสาทตอนนี้พวกเราไม่ได้รับอนุญาตให้เดินไปไหนมาไหนตามลำพังอีกแล้ว ต้องเดินเป็นกลุ่มใหญ่ๆ โดยมีอาจารย์พาไปไหนต่อไหน เวลาจะย้ายที่เรียนอาจารย์ของวิชาที่เพิ่งเรียนเสร็จก็จะพาเด็กไปส่งถึงห้อง ซึ่งเป็นที่ถูกใจสำหรับเด็กๆ ทั่วไปมาก เพราะมันรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

     แม้ใจจริงอยากจะบอกว่ามันเปล่าประโยชน์ก็เถอะ ก็ถ้ายังคิดไม่ออกก็ลองคิดว่าถ้าบาซิลิสก์ปรากฏออกมาตรงหน้าปุ๊บไม่ว่าใครก็ตายทันทีถ้าจ้องตามันดูสิ สิ่งที่คุณจะได้เห็นคงเป็นการฆาตกรรมหมู่เท่านั้นแหละ

     เด็กๆ ในโรงเรียนไม่มีใครเลยที่มีสีหน้าดีใจหรือสบายใจนอกไปเสียจากเดรโก ช่วงหลังๆ มานี้เดรโกเดินอาดๆ วางก้ามไปทั่วโรงเรียนอย่างภาคภูมิ

     ทำไมน่ะเหรอ ? 

     ก็เพราะพี่แกเพิ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานนักเรียนน่ะสิ

     นั่นเล่นเอาผมปวดหัวกับระบบความคิดของเจ้าตัวจริงๆ

     นี่เดรก... นายเป็นเด็กน้อยหรือไงกันน่ะ... อ้อจริงสิ ไอ้นี่มันก็เด็กจริงๆ นี่หว่า... หืม... เดี๋ยวก่อนนะ... เราเองก็เด็กด้วยนี่... ว้า... ลืมอายุร่างกายตัวเองไปแล้วนะเนี่ย แย่จริงๆเลย

     ในคาบเรียนวิชาปรุงยาพี่แกก็โอ้อวดถึงเรื่องนี้ใหญ่

     " ฉันคิดอยู่เสมอว่าพ่อคงเป็นคนที่จัดการให้ดัมเบิลดอร์ออกไปได้ ฉันจะบอกอะไรให้นะ พ่อคิดว่าดัมเบิลดอร์เป็นอาจารย์ใหญ่ที่ห่วยที่สุดที่โรงเรียนเคยมีมาเลย บางทีเราอาจจะได้อาจารย์ใหญ่ดีๆ บ้างคราวนี้ คนที่ไม่ต้องการให้ห้องแห่งความลับปิด มักกอนนากัลน่ะอยู่ได้ไม่นานหรอก "

     เดรโกหันไปคุยกับพวกแครบและกอยล์อย่างออกรส ส่วน 2 เยสแมนก็พยักหน้าเห็นด้วยมันเสียทุกเรื่อง ช่างทำตัวเป็นลูกสมุนที่ดีจริงๆ เชียว

     ตอนนี้ดัมเบิลดอร์ไปแล้ว ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็รักษาการแทนคอยควบคุมความเรียบร้อยในโรงเรียนไม่ให้เกิดอะไรขึ้น ยังดีที่ไม่ได้เลือกอาจารย์ใหญ่ใหม่

     " อาจารย์ครับ ทำไมอาจารย์ไม่สมัครเป็นอาจารย์ใหญ่ล่ะครับ "

     เดรโกพูดเสียงดังถามสเนปที่กำลังเดินดูหม้อต้มยาของเด็กๆ อยู่ ซึ่งสเนปก็หันมาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างชอบใจ

     " ไม่เอาน่า มัลฟอย ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์แค่ถูกคณะกรรมการขอให้พักงานเท่านั้น ฉันเชื่อว่าท่านจะได้กลับมาในไม่ช้านี้หรอก "

     ผมแอบเหล่ไปดูสเนปที่ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ค่อนข้างจะยิ้มเหยียดมากกว่ายิ้มพอใจ

     ไม่รู้สิ เหมือนสเนปแค่อยากกวนประสาทพวกแฮร์รี่มากกว่าอยากได้ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ไปจริงๆ แฮะ แต่ก็นั่นแหละ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า บางทีอาจจะอยากจริงๆ ก็ได้ แค่คิดน่ะ

     " อ้อ คงใช่ครับ แต่ผมคิดว่าอาจารย์คงได้เสียงสนับสนุนจากพ่อของผมครับ ถ้าอาจารย์ต้องการสมัครตำแหน่งนี้ผมจะบอกพ่อว่าอาจารย์เป็นครูที่ดีที่สุดของที่นี่ครับ "

     แหม... มีการเจรจาติดสินบนกันต่อหน้าต่อตาเลยครับท่านผู้ชม แต่เอาจริงๆก็สมกับเป็นมัลฟอยดีจังเลยวุ้ย

     ผมแอบเห็นเด็กๆหลายคนทำหน้าเหม็นเบื่อกันเพียบ โดยเฉพาะเชมัสนี่ถึงกับทำท่าอ้วกกันเลยทีเดียว โชคดีของนายนะ ที่สเนปไม่ได้มองอยู่ไม่งั้นคงโดนหักสัก 10 คะแนน เหนาะๆ ไม่ขาดไม่เกิน

     จากนั้นสเนปก็ยิ้มกริ่มก่อนจะเดินจากไป เอาจริงๆ นะเดรโก สเนปอะ ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งของอาจารย์ใหญ่หรอก พี่แกแค่อยากได้หน้าที่สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเท่านั้นเอง แค่ตำแหน่งนั้นตำแหน่งเดียวเลย

     เดรโกเห็นแบบนั้นก็ได้ใจใหญ่ ก่อนจะหันมาพูดขึ้นลอยๆ อย่างเพลินปาก

     " ฉันแปลกใจจริงๆ ที่ตอนนี้พวกเลือดสีโคลนไม่ยักจะเก็บข้าวของใส่กระเป๋าไปกันให้หมด พนันกัน 5 เกลเลียนเลยว่าคนต่อไปต้องตายแหงๆ น่าเสียดายที่ไม่ใช่ยายเกรนเจอร์... "

     ผมเห็นแบบนั้นถึงเหล่ตาไปมองเดรโกนิ่ง

     ถึงผมไม่ค่อยว่าไอ้นิสัยปากพล่อยนี้ของเดรโก แต่ผมก็มีลิมิตให้ว่าอยู่นะ คนเราจิตใจต้องเป็นแบบไหนกันถึงอยากให้คนอื่นตายไปแบบนั้นได้ ถึงจะไม่ใช่เพื่อนก็เถอะ แต่การจะอยากให้ใครบางคนตายเพราะชาติกำเนิดนี่ผมว่ามันออกจะเกินไปหน่อยรึเปล่า

     หรืออาจจะเป็นเพราะผมเป็นพวกแนวคิดหัวสมัยใหม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเพราะชินกับสภาพแวดล้อมในชาติก่อนเยอะไปหน่อยจนมันเป็นนิสัยละมั้ง นอกจากการเคารพสิทธิ์ของกันและกันแล้ว ความเสมอภาคและความเท่าเทียมก็เป็นอีกปัจจัยที่ถูกสอนอยู่เสมอในสังคมของผม การเห็นเดรโกทำแบบนี้บอกตามตรงผมก็ไม่ได้ปลื้มอะไรนักหรอก

     แต่ก็นั่นแหละ เพราะยุคนั้นคือยุคนั้น ส่วนยุคที่ผมอยู่ตอนนี้คือยุคของพ่อมดแม่มด ที่ความเท่าเทียมของสายเลือดกำลังค่อยๆ ปรับตัวกันอยู่ ผมเลยพออะลุ่มอล่วยได้ แต่การแช่งกันหรือการขู่ฆ่าเป็นผักปลานี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะรับได้หรอกนะ

     เสียงระฆังดังขึ้นพอดี ผมเแอบเห็นรอนรีบพุ่งตัวไปหาเดรโกด้วย แต่โดนแฮร์รี่ห้ามไว้ ผมที่ไม่ได้โดนห้ามก็เดินเข้าไปหาเดรโกที่กำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ผมจะจ้องเขม็ง จนเดรโกเลิกคิ้วสงสัย

     " เป็นอะไรของนาย "

     ผมเลยพูดขึ้นมาเบาๆ

     " ฉันไม่อยากบ่นอะไรนายหรอกนะเดรก ถึงนายจะดูถูกใครแค่ไหนฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากในเรื่องนั้นหรอก แต่นายรู้ไหม การที่นายเห็นความตายเป็นเรื่องตลกนั่นน่ะ มันไม่ตลกเลยนะ "

     เดรโกขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ก่อนจะข่มเสียงพูดขึ้นเพื่อไม่ให้ใครคนอื่นได้ยิน

     " ฉันไม่เห็นว่าพวกที่เกิดจากมักเกิลมันจะมีดีตรงไหนสักนิด ตายๆ ไปเสียให้หมดนั่นแหละ "

     ผมยังมองเดรโกด้วยความเฉยชา 

     โดยส่วนมากแล้วผมไม่ค่อยซีเรียสนักหรอก ก็เดรโกเองยังเป็นแค่เด็กอายุ 12 ขวบเท่านั้นเองนี่นะ เด็กๆ ทุกคนก็อยากเติบโตไปในแบบบุคคลที่ตัวเองนับถือกันทั้งนั้น การที่เดรโกที่เทิดทูนลูเซียสได้ขนาดนั้น มันก็เป็นเพราะลูเซียสมีความสามารถและสถานะที่ใครๆ ต่างก็อิจฉา ไม่ว่าจะเลือดที่บริสุทธิ์ที่สุดในหมู่พวกผู้วิเศษด้วยกัน หรือสถานะทางสังคม และอำนาจทางการเงิน ของพวกมัลฟอยนั้นมันก็ทำให้เหล่าผู้วิเศษในแวดวงเดียวกันต่างอิจฉาตาร้อนกันทั้งนั้น 

     การที่เดรโกน้อยเห็นรอบข้างชื่นชมผู้เป็นพ่อของเขา มันก็ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวตนของลูเซียสมากถึงขนาดที่ไม่ว่าลูเซียสจะพูดเรื่องอะไรออกมา เดรโกเองก็จะหลับหูหลับตาเชื่อสิ่งนั้นอย่างไม่สนเหตุผลหรือมนุษยธรรมใดๆ แถมยิ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น มันก็สมควรที่เขาจะกลายเป็นเด็กแบบนี้อยู่แล้ว

     แล้วอะไรที่จะแก้นิสัยผิดๆ ที่สืบมารุ่นสู่รุ่นของพวกมัลฟอยได้ล่ะ ? นั่นก็เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร แต่ถ้าเกิดหาคนที่เดรโกเกิดความรู้สึกนับถือหรือเทิดทูนขึ้นมาได้ล่ะ ?

     มันคงจะเป็นอะไรที่น่าสนใจพอตัวทีเดียว ยิ่งเดรโกยังเด็กอยู่ด้วย การจะปรับพฤติกรรมและความคิดของเขาก็ยังไม่สายเกินเยียวยาเหมือนดั่งพ่อของเขาลูเซียส

     และในตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าเดรโกก็ยอมรับผมมากพอสมควรแล้วด้วย เพราะเหมือนอะไรหลายๆ อย่างของเดรโกเริ่มเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นเล็กน้อยในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นแล้วที่เหลือก็เพียงแค่ให้เวลาเดรโกค่อยๆ เก็บประสบการณ์เอา ค่อยๆ ให้เดรโกเห็นสภาพแวดล้อมใหม่ๆ มุมมองใหม่ และ ความคิดของคนอื่นๆ บ้าง แค่รับฟังก็พอ ผมเชื่อว่าเดรโกเองก็คงสนอกสนใจบ้างแหละ ตั้งแต่ที่ผมเริ่มเห็นเดรโกถามไดอาน่าไป

     แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่อยากให้เดรโกเปลี่ยนไปในเร็วๆ นี้หรอกนะ เพราะนิสัยแบบนี้ยังจำเป็นจะต้องใช้งานอยู่ และเพื่อความปลอดภัยในอนาคตตอนที่เขาอยู่กับกลุ่มผู้เสพความตายนั่นด้วย

     ผมคิดอยู่เงียบๆ แต่ก่อนจะได้พูดอะไร สเนปก็ตะคอกข้ามหัวพวกเด็กๆ มาอย่างดุร้าย

     " เร็วๆ เข้า! ฉันต้องพาพวกเธอไปชั้นเรียนสมุนไพร! "

     ผมเห็นดังนั้นเลยพูดกับเขาเบาๆ

     " อย่างนั้นเหรอ... นายอย่าลืมไปเสียล่ะ ว่าฉันก็เป็นลูกที่เกิดจากมักเกิ้ลครึ่งนึง และ ฉันภูมิใจอย่างมากที่ได้เธอคนนั้นเป็นแม่ของฉัน "

     ก่อนจะหันกลับไปเอากระเป๋ามาสะพายพาดไหล่แล้วพูดขึ้นสั้นๆ เป็นครั้งสุดท้าย

     " แสดงว่าถึงฉันตายไป นายก็คงจะยินดีสินะ "

     เดรโกทำสีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่ผมไม่รอฟังเขาพูดต่อก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกแฮร์รี่ที่มองผมอยู่ห่างๆ แฮร์รี่ที่เห็นดังนั้นก็พูดขึ้น

     " นายไปพูดอะไรกับมัลฟอยน่ะ ดูเขาไม่พอใจมากเลยนะ "

     รอนเห็นดังนั้นก็เหยียดยิ้มอย่างพอใจ พลางหัวเราะออกมาเบาๆ

     " ไม่ว่าจะเรื่องอะไร การที่เขาทำหน้าบิดเบี้ยวแบบนั้นก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่ายินดี "

     ผมเลยยักไหล่ให้รอนเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " ดุนิดๆ หน่อยๆ น่า เอ้า ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวเรา 3 คนก็โดนสเนปหักคะแนนกันหมดนี่หรอก "

     พวกเราเดินตามสเนปไปกันอย่างเป็นระเบียบเป็นแถวทางยาวเหมือนงู พอมาถึงเรือนเพาะชำปุ๊บสเนปก็ทิ้งพวกเราไปทันที

     ในคาบเรียนที่เงียบสงบนี้ ศาสตราจารย์สเปราต์ให้นักเรียนตัดแต่งต้นมะเดื่อจากอะบิสสิเนีย (Abyssinian Shrivelfig)* ตอนที่พวกเรากำลังทำการตัดแต่งอยู่นั้นเองจู่ๆ เออร์นี่ ก็โผล่มาหาแฮร์รี่ พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดขอโทษขึ้นมาอย่างเป็นการเป็นงาน

     " แฮร์รี่ ฉันต้องการบอกว่าฉันเสียใจมากจริงๆ ที่เคยสงสัยนาย ฉันรู้ว่านายไม่มีวันทำร้ายเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์หรอก... และฉันขอโทษทุกอย่างที่ฉันเคยพูดไป ฉันควรจะเชื่อที่พวกนายพูดกันตั้งแต่แรก... ตอนนี้เราทุกคนอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว และ เอ่อ... "

     เออร์นี่พลางยื่นมาออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ความกลัวในที่นี้ไม่ใช่เพราะว่ากลัวแฮร์รี่จะทำร้ายเขา แต่กลัวว่าแฮร์รี่จะไม่ยอมยกโทษให้เสียมากกว่า ซึ่งดูๆไปแล้วเออร์นี่ก็เป็นเด็กที่ดีอยู่หรอก กล้าทำกล้ารับผิด เป็นคนตรงๆ ที่โง่... เอ่อ... ใสซื่อไปหน่อยเท่านั้นเอง

     แฮร์รี่รับคำขอโทษนั้นก่อนจะจับมือเขย่ากันเบาๆ จากนั้นเมื่อเห็นว่าเรื่องจบลงด้วยดีแล้ว แฮนนาห์ ก็โผล่มาเข้าร่วมด้วยอีกคน พร้อมกับช่วยกันตัดแต่งต้นมะเดื่อต้นเดียวกับพวกเรา

     อืม... 1 ต้น 5 คนมันออกจะแปลกอยู่หน่อยๆ นะฉันว่า...

     " เจ้าเดรโก มัลฟอยนั่น... เขาดูพอใจกับเรื่องนี้ ว่าไหม นายรู้ไหมว่าฉันคิดว่าเขาอาจะเป็นทายาทของสลิธีรินก็ได้ "

     จู่ๆเออร์นี่ก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ซึ่งรอนก็ตอบอย่างขอไปที

     " นายฉลาดนี่ "

     ดูเหมือนรอนจะยังไม่ยอมยกโทษให้กับเออร์นี่นะ ก็นะ เขาเป็นพวกจองล้างจองผลาญพอๆ กับเดรโกเลยนี่นะ

     จากนั้นเออร์นี่ก็เงยหน้าขึ้นมามองแฮร์รี่พร้อมถามออกมาอย่างสงสัย

     " นายคิดว่าเป็นมัลฟอยหรือเปล่า แฮร์รี่ "

     แฮร์รี่นิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

     " ไม่หรอก "

     ผมเลยเสริมขึ้น

     " ใช่... ไม่ใช่เดรโกหรอก "

     เออร์นี่กับแฮนนาห์อึ้งกับคำตอบของแฮร์รี่ได้ไม่นานก็มาอึ้งกับคำตอบของผมต่อ

     " อะไรกันล่ะ จะอึ้งทึ่งอะไรกันขนาดนั้น "

     ผมถามออกมาอย่างขำๆ ก่อนที่แฮนนาห์จะถามมาอย่างไม่แน่ใจ

     " ไม่ใช่ว่าพวกนายไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอ พวกเธอกับพวกมัลฟอยน่ะ "

     ผมยักไหล่ให้ก่อนจะตอบไป

     " ไม่หรอก แค่พวกแฮร์รี่น่ะ ฉันยังไงก็ได้ เดรโกน่ะ ก็เหมือนๆ กับพวกนายนั่นแหละ "

     เออร์นี่ขมวดคิ้วถามออกมาอย่างสงสัย

     " เหมือนกันยังไงล่ะ "

     เด็กเหมือนกัน...

     ผมเกือบจะเผลอพูดมันออกไปแล้ว ยังดีที่ยั้งตัวเองได้ทัน

     ผมเลยกระแอมไอออกมานิดหน่อยก่อนจะพูดขึ้น

     " พวกนายน่ะ ถ้าเกลียดใครแล้วพวกนายไม่สนเหตุผลหรอก จริงไหม ? "

     เออร์นี่กับแฮนนาห์หัวเราะแห้งๆ ให้ ส่วนรอนที่ไม่รู้ตัวว่าโดนด่าก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

     นายน่ะตัวดีเลยนะรอน อย่าทำมาเป็นเห็นด้วยกับเขาเลยนะ ฉันรับไม่ได้

     สักพักแฮร์รี่ก็สะกิดผมกับตีมือรอน จนรอนหันมาด่า

     " โอ๊ย! อะไรกัน "

     แฮร์รี่ไม่พูดอะไรพลางชี้ไปที่พื้นที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร แมงมุมหลายตัวกำลังเดินอย่างรวดเร็วแต่คราวนี้ไม่ได้หนีตาย มันแค่เดินไปธรรมดา แค่มีเป้าหมายอยู่ที่เดียว

     รอนเห็นดังนั้นก็พยายามอย่างมากที่จะแสดงความดีใจออกมา แต่ก็ดูตึงไปหน่อย

     " เออ ใช่... แต่เราตามมันไปตอนนี้ไม่ได้หรอก "

     เอาน่า สำหรับรอน พยายามดีใจเมื่อเจอสิ่งที่ตัวเองเกลียดขนาดนี้ถือว่าโอเคแล้ว

     เออร์นี่กับแฮนนาห์หันมาดูที่ๆ พวกเรามองดูกันอย่างสนใจ แฮร์รี่กับผมมองตามเส้นทางที่แมงมุมเดินไป ก่อนที่แฮร์รี่จะพูดขึ้น

     " ดูเหมือนพวกมันมุ่งไปที่ป่าต้องห้ามนะ "

     เมื่อรอนได้ยินดังนั้น หน้าของเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยวกว่าเดิม

     นอกจากเจอสิ่งที่เกลียดแล้วยังเข้าไปในสถานที่ที่เขากลัวอีกด้วย เจริญพร

     พวกเราต่างตัดแต่งกิ่งต้นอะบิสสิเนียกันจนกระทั่งหมดชั่วโมง ก่อนที่สเนปจะมาคุมพวกเราไปเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดต่อ ขณะที่พวกเราเดินไปเรียนชั่วโมงต่อไปแฮร์รี่ก็เริ่มวางแผนหนีเที่ยวกลางคืนอีกครั้ง

     " เราต้องใช้ผ้าคลุมล่องหนอีกแล้วล่ะ คราวนี้เราเอาเจ้าเขี้ยวไปด้วย มันเคยเข้าไปในป่ากับแฮกริด มันอาจช่วยได้ "

     รอนที่ได้ยินดังนั้นใช้นิ้วหมุนเล่นไม้กายสิทธิ์สัปปะรังเคของตัวเองอย่างกังวลใจ

     " ดี... เอ่อ... แต่ดูเหมือนว่าจะมีมนุษย์หมาป่าในป่านั่นไม่ใช่เหรอ "

     แฮร์รี่เงียบไปเหมือนไม่อยากตอบคำถามนั้น ก่อนจะพูดขึ้น

     " มีสิ่งดีๆ ในป่าด้วยนะ พวกเซ็นทอร์ครึ่งคนครึ่งม้านั่นก็ใช้ได้ แล้วยูนิคอร์นอีก "

     ผมได้ยินดังนั้นก็เลยแทรกความเห็นขึ้น

     " แน่ใจเหรอแฮร์รี่ ถ้าจำไม่ผิด นอกจากฟิเรนเซ่แล้ว เซนทอร์คนอื่นไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่ช่วยนายจากควีเรลล์เท่าไหร่เลยนะ "

     แฮร์รี่ถึงกับขมวดคิ้วคิดหนัก

     หรือผมไม่ควรพูดกัน ?



     ช่วงนี้ห้องนั่งเล่นรวมมีคนแน่นเสมอ ก็แน่ล่ะ... หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้วทางโรงเรียนก็ไม่ให้ใครออกไปเดินเพ่นพล่านกลางดึกแล้วนี่ แล้วมันก็ยังไม่ดึกมาก แต่ละคนก็เลยมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพื่อจับกลุ่มคุยหรือเล่นกัน ดังนั้นห้องนั่งเล่นรวมเลยไม่เคยเงียบเลยจนกระทั่งเที่ยงคืน

     ตั้งแต่หลังอาหารเย็นทั้งแฮร์รี่และรอนต่างเตรียมพร้อมกันอย่างมาก แฮร์รี่หยิบผ้าคลุมมาเตรียมรอไว้ตั้งแต่กลับมาจากกินข้าวเย็น แต่เพราะคนเยอะเลยไม่มีโอกาสจะใช้ ไม่นานพวกแฝดก็มาท้าแข่งไพ่ขานชื่อแบบระเบิดกัน ซึ่งผมขอผ่าน เพราะผมอยากดูมากกว่า ถ้าปกติแล้วผมอยากนั่งดีดกีต้าร์เล่นชิลๆ อยู่หรอก แต่เพราะว่าต้องออกไปข้างนอกการทิ้งกีต้าร์ไว้อยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมเลยไม่ใช่อะไรที่ดีนัก

     พวกแฝดเลยไปนั่งเล่นกับรอนและแฮร์รี่กัน 4 คน ส่วนผมก็นั่งเก้าอี้และมีจินนี่นั่งอย่างสงบเสงี่ยมตรงที่นั่งประจำของเฮอร์ไมโอนี่

     จินนี่ดูเงียบสงบอย่างมาก แต่ผมรู้ว่าในใจของเธอคงเจ็บปวดเหลือทนแล้ว ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าที่นั่งอยู่นี่ใช่จินนี่จริงๆ หรือเปล่า พอใช้ทักษะตรวจสอบเช็คดูก็ปรากฏว่าเป็นจินนี่อยู่

     จินนี่หันมามองผมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนที่ผมจะยิ้มให้บางๆ เธอเห็นดังนั้นก็ถามขึ้น

     " หน้าหนูมีอะไรติดงั้นเหรอคะ ? "

     " อ้อ เปล่าหรอก ฉันแค่คิดว่าเธอดูสงบจังเลยนะช่วงนี้ "

     ผมพูดขึ้นไปเพื่อไม่ให้มันดูผิดสังเกตสักเท่าไหร่ จินนี่ไม่ว่าอะไรก่อนจะหันกลับไปดูแฮร์รี่แล้วพูดขึ้น

     " หนู... ไม่รู้จะทำอะไรน่ะค่ะ "

     " อืม... ฉันเองก็เหมือนกัน "

     จากนั้นเราทั้ง 2 คนต่างก็เงียบกันไปจนกระทั่งพวกแฝดกับจินนี่ขอตัวไปนอน แต่ก่อนที่จินนี่จะขึ้นไปผมเห็นแอบมองมาทางผมด้วยนิดนึง ผมเลยโบกมือลาให้พร้อมกับบอกฝันดี

     ผมคิดไปเองหรือเปล่าว่าจินนี่มองผมด้วยสายตาแปลกๆ น่ะ

     คงไม่มั้ง ?

     ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ในห้องนั่งเล่นรวมก็ว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน แฮร์รี่เลยเริ่มแผนการ เขาเอาผ้าคลุมล่องหนที่ทนนั่งทับมานับชั่วโมงคลุมพวกเราทั้ง 3 คน

     แม้ผมจะไม่อยากพูดแบบนี้ แต่ผมมั่นใจว่ากลิ่นมันดูอับพอสมควรเลย

     พวกเราค่อยๆ พากันออกไปนอกรูปภาพ พวกเราเดินหลบผ่านยามและอาจารย์ รวมไปถึงพวกผีจนกระทั่งเราออกไปข้างนอกได้สำเร็จโดยไม่มีอะไรให้หวาดเสียวเล่นเท่าครั้งแรก ดูเหมือนรอนจะพัฒนาขึ้นแล้ว

     ระหว่างทางรอนก็พูดขึ้นออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

     " มันแน่อยู่แล้ว... เราอาจไปถึงป่าแต่ไม่พบอะไรเลย พวกแมงมุมอาจไม่ได้ไปที่ป่านั่นก็ได้ ฉันรู้ว่ามันทำท่าเหมือนไปทางทิศนั้น แต่... "

     รอนเงียบไปเหมือนไม่อยากพูดต่อ เขายังคงหวังอย่างลมๆ แล้งๆ ว่าเราจะไม่เข้าป่านั่นไปตามแมงมุมที่เขาเกลียด

     แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีทางเป็นจริงหรอก บทมันให้มาแบบนี้นี่รอน จะโทษก็ไปโทษเจเคนู่นนะ ดูเหมือนเธอจะสนุกในการแกล้งนายพอสมควรเลยล่ะ

     พอมาถึงกระท่อมของแฮกริด แฮร์รี่ก็เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่รอช้า เจ้าเขี้ยวเห็นดังนั้นก็เห่าออกมาอย่างดีใจที่เห็นพวกเรา แฮร์รี่กับรอนเห็นดังนั้นก็รีบไปหาอะไรมาอุดปากเจ้าเขี้ยวไม่ให้เห่าต่อ เพราะกลัวว่าจะมีใครมาพบเข้า

     แต่แฮร์รี่... จะมีใครอยากมากระท่อมแฮกริดกันนอกจากพวกเราน่ะ... ยิ่งตอนนี้มีแต่เจ้าเขี้ยวตัวเดียวแล้วด้วย

     แฮร์รี่เอาผ้าคลุมล่องหนไปวางไว้ตรงโต๊ะของแฮกริด ในขณะที่รอนกำลังป้อนขนมฟัดจ์น้ำตาลข้นให้เจ้าเขี้ยวกิน และแน่นอนว่าได้ผลชะงัก เพราะว่าไอ้ขนมฟัดจ์บรรลัยนั่นทำให้เขี้ยวของมันติดกันจนยากที่จะเคี้ยวต่อ

     แฮร์รี่ตรวจอีกเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " ไป เขี้ยว เราจะไปเดินเล่นกัน "

     จากนั้นก็ตบขาเจ้าเขี้ยวเบาๆ ซึ่งเจ้าเขี้ยวก็ดูดีใจอย่างมาก มันกระโดดลุกขึ้นมาโลดเต้นสักพักก่อนจะเดินออกมาข้างนอกตามพวกเราไป

     โดยหารู้ไม่ว่า ไอ้การเดินเล่นที่ว่าน่ะ เข้าไปหาเพชฌฆาตอย่าง อโครแมนทูล่า นับพันๆ ตัวในป่าต้องห้ามน่ะ...

     พวกเราเดินมาตรงชายป่าก่อนที่ผมกับแฮร์รี่จะชักไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน

     " ลูมอส (Lumos) "

     แสงไฟดวงเล็กปรากฎออกมาตรงปลายไม้กายสิทธิ์ของเราทั้งคู่เพื่อจะหาร่องรอยของแมงมุม ถึงผมจะใช้ทักษะค้นหาจะเร็วกว่าก็ตาม รอนที่เห็นดังนั้นก็พูดขึ้นมา

     " ช่างคิดดีนี่ ฉันน่าจะจุดของฉันด้วย แต่พวกนายก็รู้... มันอาจจะระเบิดออกมาหรืออะไรทำนองนั้น "

     " เห็นด้วยอย่างยิ่ง "

     ผมพยักหน้าให้รอนไม่ต้องชักไม้กายสิทธิ์ของเขาขึ้นมาใช้งาน ก่อนที่แฮร์รี่จะตบบ่าผมแล้วชี้ไปที่หญ้าใกล้ๆ ซึ่งมีแมงมุม 2 ตัวกำลังเร่งเดินหนีแสงของพวกผมอยู่ รอนหันไปมองก่อนจะถอนหายใจยาวๆ อย่างยอมรับชะตากรรม

     ถอนหายใจมากไปเดี๋ยวก็แก่เร็วหรอกรอนเอ้ย

     " เอาล่ะ... ฉันพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ "

     ผมตบบ่ารอนให้กำลังใจก่อนที่พวกเราจะเริ่มเดินทางกันโดยมีเจ้าเขี้ยววิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน

     ผมเดินไปหาพวกแมงมุมและใช้ทักษะค้นหาสมุนไพรใกล้ๆ ด้วย ยิ่งเข้าไปในป่าลึกเท่าไหร่ พืชก็เริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ

     ผมไม่ค่อยจะเจอพืชสมุนไพรที่น่าสนใจสักเท่าไหร่เลย ดูเหมือนพวกแมงมุมจะทำให้ระบบนิเวศน์แถวนี้เปลี่ยนไปอยู่บ้างแฮะ เพราะยิ่งลึก พวกพืชและหญ้ายิ่งน้องลงจนเห็นได้ชัด

     สักพักพวกเราก็หยุดลงเพราะว่าแฮร์รี่หาแมงมุมไม่เจอ ซึ่งผมใช้ทักษะตรวจสอบดูก็เห็นได้ว่าแถวนี้แมงมุมบางตามาก ก่อนที่แฮร์รี่จะทักขึ้น

     " พวกนายว่าไง "

     รอนตอบกลับมาเสียงเบา

     " เราก็มาไกลถึงขนาดนี้แล้วนี่ "

     " ทางนั้นเลย "

     ผมชี้ไปทิศที่มีแมงมุมกำลังมุ่งหน้าตรงไปอยู่ ซึ่งพวกเราก็พากันเดินหน้าต่อไป ยิ่งเดินหน้าไปลึกเท่าไหร่ เจ้าเขี้ยวเริ่มไม่ร่าเริงด้วยแล้ว มันเริ่มไม่เดินเถลไถลไปไหน แต่กลับมาเดินข้างๆตัวแฮร์รี่แทน บางครั้งมันก็ใช้จมูกของมันแตะมือของแฮร์รี่พร้อมส่งสายตาขอความเห็นใจว่าไปทางอื่นไม่ได้เหรอ แน่นอนว่าแฮร์รี่ไม่รู้ว่าเจ้าเขี้ยวต้องการจะสื่ออะไรก็ได้แต่ปล่อยผ่านไปแล้วเดินหน้าต่อ

     ราวๆ สักครึ่งชั่วโมงได้ เจ้าเขี้ยวเปลี่ยนท่าที ก่อนจะเห่าดังๆ สะท้อนก้องไปทั่วจนทำให้พวกผมสะดุ้งโหยง

     ก่อนที่รอนจะถามขึ้นมาอย่างหวาดกลัวพลางมองไปรอบๆ ในความมืืดและยึดข้อศอกของผมและแฮร์รี่ไว้แน่น

     " อะไรเหรอ ?! "

     แฮร์รี่ที่เห็นอะไรบางอย่างก็หรี่เสียงลง

     " อะไรบางอย่างเคลื่อนที่อยู่ตรงนั้น... ฟังสิ... เสียงเหมือนตัวอะไรใหญ่ๆ "

     พวกเราเงี่ยหูฟัง ในขณะที่ผมใช้ทักษะค้นหาก็พบกับสิ่งที่คุ้นเคยจนผมเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดกลัว

     " ฟินน์ จะไปไหนน่ะ! กลับมา! "

     แฮร์รี่รีบพูดขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งมาดึงแขนผมไว้แน่น ผมหันไปยิ้มให้แฮร์รี่ก่อนจะพูดขึ้น

     " เห้ ไม่เป็นไร รอน มานี่สิ "

     " ฉัน ? "

     รอนขมวดคิ้วสงสัยแม้จะมีความกลัวเจือปนอยู่ก็ตาม  ผมพยักหน้าก่อนที่รอนจะค่อยๆ เดินมาหาผม ผมเลยจับรอนลากไปกับผมด้วยเลย รอนที่เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วสงสัย

     " นะ... นาย จะพาฉันไปหาเจ้านั่นเรอะ ?! "

     ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

     " รอน ตั้งสติก่อน นั่นรถนาย "

     ว่าจบปุ๊บ เจ้ารถที่ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าข้างหน้าเป็นใคร ก็เปิดไฟหน้าของมันขึ้น ทำให้เกิดแสงสว่างจ้าตัดผ่านความมืดมาหาพวกเราจนพวกผมต้องยกมือขึ้นมาบังไว้ พร้อมๆ กับเจ้าเขี้ยวเห่าออกมาอย่างหวาดกลัว

     โอ้... เจ้าเขี้ยวไม่เคยเห็นรถนี่นะ... เอ๊ะ หรือว่าเคยเห็นกัน... ไม่ใช่ว่าแฮกริดก็ใช้รถมอเตอร์ไซต์ของซีเรียสอยู่เหรอ ?

     จากนั้นพวกเราก็วิ่งตรงไปยังรถที่อยู่ไกลๆ ซึ่งจากที่ตอนแรกพวกผมนำอยู่ด้านหน้า กลับเป็นว่ารอนวิ่งแซงพวกผมไปหารถของตัวเองแล้ว...

     ทีงี้ละไวนัก...

     รถยนต์ของคุณวีสลีย์จอดอยู่กลางลาน ไฟหน้ารถส่องสว่าง เมื่อรอนเข้าไปหามัน มันเองก็ค่อยๆ ขยับมาหารอนเหมือนกัน เหมือนหมาตัวใหญ่ที่ต้อนรับเจ้านายของมัน

     ในที่สุดเราก็หากันจนเจอ...

     เอ้ย ผิดๆ แต่บรรยากาศมันให้มากนี่นา 

     รอนที่เห็นว่าเป็นรถที่ทำหายไปตั้งแต่ต้นเทอม ก็เดินสำรวจรอบตัวรถอย่างดีใจ

     " มันอยู่ที่นี่ตลอดเวลาเลย! ดูสิ! ป่าทำให้มันดูโทรมซะจน... "

     ตัวรถสภาพก็ดูโทรมจริงๆ นั่นแหละ นอกจากรอยขูดขีดไปทั่วตัวรถแล้ว ล้อและส่วนที่ไม่สูงมากต่างเปื้อนโคลนเต็มไปหมด คิดว่ามันน่าจะท่องไปในป่าตอนกลางคืนมาตลอดหลายเดือนนี้

     ว่าแต่มันเดินเครื่องยังไงน่ะ... ปกติแล้วน้ำมันกับแบตของมันควรจะหมดได้ตั้งแต่เดือนแรกแล้วมั้ง ? บางทีผมควรกลับไปถามคุณวีสลีย์สักหน่อย เผื่อได้คำตอบของพลังงานที่อยู่ยงคงกระพันมามากกว่า ครึ่งปีนี้นะ

     รถตรงหน้าดูดีใจที่ได้เจอพวกผมมากถึงขนาดขยับตัวมาอ้อนพวกผมพร้อมเครื่องยนต์ที่สั่นครืนๆ

     ตกลงนี่คุณวีสลีย์เสริมฟังก์ชั่นสัตว์เลี้ยงไว้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย

     รอนพูดขึ้นออกมาอย่างเบาใจ ก่อนจะยืนพิงรถแล้วตบมันเบาๆ

     " แล้วเราก็คิดว่ามันจะทำร้ายเรา! ฉันนึกสงสัยมาตลอดว่ามันหายไปไหน "

     และรถยนต์ก็ดูชอบใจมากทีเดียวที่รอนแสดงความรักมาให้มันแบบนี้

     ตกลงนายเป็นหมาจริงๆ ใช่ไหมเจ้ารถฟอร์ดแองเกลีย...

     แฮร์รี่ที่ดูจริงจังกับการหาแมงมุมต่อก็พูดขึ้น

     " เราคลาดกับแมงมุมแล้ว... มาเถอะ ไปหาแมงมุมกันต่อ "

     แฮร์รี่หันมาหาพวกเราซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ผมและรอนเห็นอะไรด้านหลังแฮร์รี่ จนรอนต้องแข็งค้าง

     อโครแมนทูล่าที่ตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง...

     มันส่งเสียงดังกริ๊กๆ จนแฮร์รี่รู้สึกตัวว่ามีอะไรอยู่ด้านหน้าเขา แต่ไม่ทันที่จะหันไปแฮร์รี่ก็โดนอโครแมนทูล่าตรงหน้าจับตัวไป ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะโดนจับตัวไปด้วยตามระเบียบ ไม่เว้นแม้แต่รอนและเจ้าเขี้ยว

     ในหนังมันไม่ใช่แบบนี้นี่!

     ในหนังคือพวกเด็กๆ เดินไปตรงที่อยู่ของพวกแมงมุมเลยไม่ใช่เรอะ ?!

     ผมรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นประทับใจเล็กๆ ที่เห็นแมงมุมตัวใหญ่กำลังใช้ขาหน้าของตัวเองถือเหยื่อเข้าไปในรัง

     บางทีผมก็คิดนะว่าทำไมไม่ใช้ใยของมันแล้วลากไป แต่เอาเถอะ แบบนี้ดูซอร์ฟกว่าเยอะ

     ผมได้ยินเสียงรอนกรี้ดดังลั่นอย่างไม่กลัวผีสางนางไม้พร้อมๆ กับเสียงเจ้าเขี้ยวเห่าและขู่เหมือนพยายามต่อสู้ แม้เจ้าตัวก็รู้ว่าตัวเองสู้มันไม่ได้ก็ตาม ส่วนแฮร์รี่ดูเหมือนจะพูดอะไรไม่ออกแล้ว

     หลังจากนั้นไม่นานนัก พวกเราก็ถูกพามาที่หลุมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นรังของเหล่าครอบครัวอาราก็อกที่พวกเราตามหา ซึ่งในรังก็มีแมงมุมขนาดใหญ่ตัวเท่ารถอยู่เต็มไปหมด เล่นเอาผมรู้สึกขนแขนแสตนด์อัพมากทีเดียว

     บางทีการที่จู่ๆ ก็โดนยกไปแบบไม่ต้องไปจ้องมันต่อก็เป็นอะไรที่ดีนะ แต่พอมาเจอกับรังแมงมุมที่พวกมันอยู่เต็มไปหมดไม่พอยังเดินยั้วะเยี้ยะอย่างรวดเร็วแล้วนี่ ความรู้สึกขนพองสยองเกล้าก็น่าจะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ได้บ้างล่ะ..

     แมงมุมรอบข้างต่างขยับปากเป็นเสียงกริ๊กๆ อย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าพวกแมงมุมที่กลับมาขนอะไรกลับมาด้วย รอนที่เงียบไปตั้งนานแล้วไม่แน่ใจว่าสลบหรือช็อคค้างไปแล้ว แฮร์รี่อ้าปากค้างแบบไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา เจ้าเขี้ยวที่กลัวเกินไปกว่าที่จะดิ้นหรือส่งเสียงออกมา ก็ถูกโยนลงไปตรงกลางลานโล่ง

     จากนั้นแมงมุมที่ขนแฮร์รี่มาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังยาก

     " อาราก็อก! อาราก็อก! "

     เช็ดเข้ แมงมุมตัวเล็กพูดได้ด้วยว่ะเห้ย...

     ตอนแรกผมก็ไม่สงสัยหรอกนะที่อาราก็อกจะพูดได้ แต่ไอ้ตัวเล็กพวกนี้มันยังไงกันเนี่ย ใครเป็นคนสอนพวกนายพูดกัน อาราก็อกงั้นเหรอ ? เอาจริงดิ ? ทำไมพวกเอ็งไม่พูดภาษาแมงมุมกันละวะเห้ย

     จากที่อ่านมาตั้งนานก็ไม่เห็นมีส่วนไหนบอกเลยว่าพวกอโครแมนทูล่าสามารถพูดภาษามนุษย์ได้...

     แฮกริด... บางทีผมก็สงสัยนะว่านายไปเลี้ยงอีท่าไหนถึงสามารถสอนภาษาให้แมงมุมที่มีความอันตรายระดับ XXXXX นี้พูดกัน...

     เป็นครูฝึกสัตว์ที่ยากจะหยั่งถึงจริงๆ เลยคนๆ นี้

     ไม่นานเกินรอ แมงมุมตัวใหญ่ยักษ์ขนาดเท่าช้างก็ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาอย่างเชื่องช้าแล้วพูดขึ้น

     " นี่อะไร... "

     แมงมุมตัวเล็กที่ไม่เล็กสักเท่าไหร่ก็พูดขึ้น

     " มนุษย์ "

     เมื่อได้ยินดังนั้นอาราก็อกก็ดูเหมือนสนอกสนใจขึ้นมา

     " ใช่แฮกริดรึเปล่า ? "

     " คนแปลกหน้า "

     แมงมุมตัวเล็กตอบกลับไปด้วยเสียงเล็กๆ ที่มาพร้อมกับเสียงกริ๊กๆ ของปากกระทบกัน

     ว่าแต่ว่าแมงมุมมีลิ้นด้วยเหรอ ถึงพูดได้ขนาดนี้เนี่ย...

     สงสัยจริงๆ แฮะ อยากได้อโครแมนทูล่าสักตัวมาวิจัยจริงๆ...

     " ฆ่ามัน "

     เดี๋ยวนะ เดี๋ยว...

     " ฉันกำลังนอนหลับอยู่เชียว... "

     อาราก็อกออกคำสั่งมาอย่างหงุดหงิดแต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรขึ้นมา แฮร์รี่ที่เห็นท่าไม่ดีก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

     " เราเป็นเพื่อนของแฮกริด! "

     จากนั้นก็เกิดเสียงกริ๊กๆ ไปทั่วทั้งลาน อาราก็อกก็หยุดนิ่งก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ

     " แฮกริดไม่เคยส่งมนุษย์มาที่หลุมของเรามาก่อน "

     แฮร์รี่รีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

     " แฮกริดกำลังเดือดร้อน เพราะเหตุนี้เราถึงมา "

     อาราก็อกได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างตกใจ

     " เดือดร้อนงั้นหรือ ? แต่ทำไมเขาถึงส่งเธอมา ? "

     แฮร์รี่ที่ทำท่าเหมือนจะลุก แต่ก็ตัดสินใจกลับมานั่งลงแล้วเงยหน้าขึ้นไปเคยแทนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

     " ที่โรงเรียน พวกเขาคิดว่าแฮกริดปล่อย... อะไร... บางอย่าง... ออกมาทำร้ายนักเรียน พวกเขาจับแฮกริดไปที่อัซคาบัน... "

     จากนั้นอาราก็อกก็ส่งเสียงกริ๊กๆ ดังๆ อย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมๆ กับทั่วทั้งหลุมดูเหมือนจะขานรับกับอารมณ์ของอาราก็อก พวกมันเองต่างก็ส่งเสียงกริ๊กๆ กันระรัวจนน่ากลัว

     จากนั้นอาราก็อกก็สงบสติอารมณ์ลงมาได้หน่อย แล้วพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

     " แต่นั่นหลายปีมาแล้ว! หลายๆปีมาแล้ว! ฉันจำได้ดี นั่นเป็นสาเหตุที่พวกเขาไล่แฮกริดออกจากโรงเรียน พวกเขาเชื่อว่าฉัน เป็นสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ในที่ที่พวกเขาเรียกว่าห้องแห่งความลับ พวกเขาคิดว่าแฮกริดเปิดห้องและปล่อยฉันออกมาเป็นอิสระ "

     แฮร์รี่ได้ยินดังนั้นก็ถามขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง

     " แต่คุณ... คุณไม่ได้ออกมาจากห้องแห่งความลับหรือฮะ "

     อาราก็อกได้ยินดังนั้นก็ฉุนโกรธขึ้นมาอีกรอบ

     " ฉัน ?! ฉันไม่ได้เกิดในปราสาทด้วยซ้ำไป! ฉันมาจากแดนไกล นักเดินทางคนหนึ่งยกฉันให้แฮกริดตอนที่ฉันยังเป็นไข่อยู่ แฮกริดยังเป็นแค่เด็กผู้ชาย แต่เขาดูแลฉัน ซ่อนฉันไว้ในตู้เก็บของในปราสาท เลี้ยงฉันด้วยเศษอาหารจากโต๊ะ แฮกริดเป็นเพื่อนที่ดีของฉันและเป็นคนดี เมื่อมีคนพบฉันและหาว่าฉันฆ่าเด็กผู้หญิงเขาก็ปกป้องฉัน! ฉันมาอยู่ที่นี่ในป่าแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา แฮกริดมาเยี่ยมฉันที่นี่ เขายังหาคู่ให้ฉันด้วย ชื่อโมแซ็ก (Mosag) เธอก็เห็นแล้วว่าครอบครัวของฉันขยายตัวใหญ่ขึ้น ทั้งหมดก็ด้วยความดีของแฮกริด... "

     แฮร์รี่รวบรวมความกล้าหาญเท่าที่จะเหลือพูดขึ้นอย่างช้าๆ

     " ถ้างั้น... คุณก็ไม่เคย... ไม่เคยทำร้ายใครหรือครับ ? "

     อาราก็อกตอบเสียงแห้ง

     " ไม่เคย... แม้ว่ามันน่าจะเป็นสัญชาตญาณของฉัน แต่ด้วยความนับถือแฮกริด ฉันไม่เคยทำร้ายมนุษย์เลยสักครั้ง ร่างของเด็กผู้หญิงคนที่ถูกฆ่าพบในห้องน้ำ ฉันไม่เคยเห็นส่วนอื่นๆของปราสาทเลย ยกเว้นตู้เก็บของที่ฉันโตขึ้นมา พวกเราชอบที่มืดๆ และความเงียบ.... "

     แฮร์รี่เห็นดังนั้นก็รีบถามขึ้นทันที

     " แต่ถ้าอย่างนั้น... คุณรู้ไหมว่าอะไรที่ฆ่าเด็กผู้หญิงคนนั้น ? เพราะไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม ตอนนี้มันกลับมาแล้ว และทำร้ายผู้คนอีก... "

     เมื่อแฮร์รี่พูดคำนั้นออกมา ก็เกิดเสียงกริ๊กๆ ขึ้นกันทั่วลาน ฟังจากเสียงที่ดุดันพวกนั้นแล้วผมเชื่อว่าพวกแมงมุมต่างทั้งโกรธและกลัวในเวลาเดียวกัน อาราก็อกนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะตอบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเจือปน

     " สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในปราสาท... เป็นสัตว์โบราณที่พวกเราเหล่าแมงมุมต่างกลัวมากที่สุด ฉันยังจำได้ว่าฉันเฝ้าขอร้องแฮกริดให้ปล่อยฉันออกไปเมื่อฉันรู้ว่าสัตว์ร้ายนั่นตระเวนไปทั่วโรงเรียน "

     " มันคืออะไรฮะ ? "

     แฮร์รี่ถามออกมาอย่างร้อนรน ก่อนที่อาราก็อกจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุร้าย

     " เราไม่พูดถึงมัน ! เราไม่มีชื่อให้มัน ! ฉันไม่เคยบอกชื่อเจ้าสัตว์ร้ายนั่นกับแฮกริด แม้ว่าเขาจะถามฉันหลายครั้งหลายหนก็ตาม "

     แฮร์รี่ไม่พูดต่อพลางมองไปรอบๆ ที่เหล่าแมงมุมเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในขณะที่อาราก็อกเริ่มขยับถอยหลังเข้ารัง ผมค่อยๆ ชักไม้กายสิทธิ์ออกมาเตรียมพร้อมไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก่อนที่แฮร์รี่จะตะโกนบอก

     " ถ้างั้นเราจะไปแล้วนะฮะ "

     อาราก็อกตอบกลับมาเสียงเบา

     " ไปอย่างนั้นเหรอ ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอก... "  
 
     แฮร์รี่กับรอนที่ได้ยินดังนั้นก็ตื่นตกใจ ก่อนที่แฮร์รี่จะพูดขึ้น

     " แต่... แต่... "

     " บรรดาลูกๆ ของฉันไม่เคยทำร้ายแฮกริดตามคำสั่งของฉัน แต่ฉันไม่อาจห้ามพวกเขาจากเหยื่อที่เข้ามาถึงที่นี่เอง ลาก่อนเพื่อนของแฮกริด... "

     " ถ้าแฮกริดได้ยินแบบนี้เขาต้องเสียใจ! "

     ไม่ทันที่อาราก็อกจะพูดจบผมก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเหล่าแมงมุมต่างหยุดกึก อาราก็อกเองพอได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบไป ผมเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีจึงพูดขึ้นต่อ

     " แฮกริดอยู่ในคุกอัซคาบัน! ถ้าพวกเราตายที่นี่ แฮกริดจะยิ่งมีความผิดเพิ่มขึ้น ฐานพาพวกเรามาตายที่นี่ เขาจะต้องถูกทรมาณ! เขาจะต้องโทษตัวเองตลอดเวลาว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราตาย! และยิ่งเขาเศร้ามากเท่าไหร่ พวกผู้คุมวิญญาณที่อยู่ที่อัซคาบันก็จะยิ่งทำให้แฮกริดตายเร็วขึ้นเท่านั้น! "

     ผมพูดขู่ออกมา พอพวกแมงมุมตัวเล็กได้ยินดังนั้นต่างหันมาส่งเสียงกริ๊กๆ กันอย่างไม่เป็นจังหวะ ผมไม่แน่ใจว่าพวกมันรู้สึกยังไง กังวล สับสน หรือ ไม่ใส่ใจกันแน่ แต่อาราก็อกที่ได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้น

     " แฮกริดจะตายอย่างงั้นหรือ ? "

     " ใช่ เพราะแฮกริดส่งพวกเรามาที่นี่ เพื่อขอความช่วยเหลือจากคุณ เขาเชื่อว่าคุณจะช่วยพวกเราตามจับคนร้ายได้ คนที่โรงเรียนรู้ดีว่าพวกเรามานี่ ถ้าพวกเราไม่ได้กลับไป พวกเขาก็จะโทษแฮกริดที่ส่งพวกเรามาตาย ดังนั้นแฮกริดต้องรับผิดชอบความผิดที่ส่งเด็กมาตาย และ ตายด้วยฝีมือของเพื่อนที่แฮกริดไว้ใจมากที่สุด แฮกริดจะติดอยู่ที่อัซคาบันตลอดชีวิต และตายลงด้วยความเสียใจ แฮกริดจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตทั้งเรื่องสาเหตุการตายของพวกผมและเรื่องที่ความเชื่อใจที่มีให้คุณ อาราก็อก! "

     ผมพูดขึ้น โดยเน้นไปที่ความเสียใจ ความตาย และความผิดที่แฮกริดจะได้รับ พวกแฮร์รี่นิ่งเงียบไป ก่อนที่อาราก็อกจะพูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

     " จะให้พวกฉันช่วยอะไร... "

     ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     " ปล่อยพวกเราไป พวกเราได้ข้อมูลมาพอแล้ว ข้อมูลเหล่านี้เพียงพอต่อการจับตัวคนร้ายแล้ว เมื่อจับตัวคนร้ายได้ แฮกริดก็จะหลุดพ้นข้อกล่าวหา และเมื่อถึงเวลานั้นแล้วฉันจะบอกให้แฮกริดมาคุยกับคุณเอง รวมไปถึงอาหารที่พอแลกกับชีวิตของพวกเรา "

     เรื่องอาหารเพียงแค่ไปที่โรงครัวแล้วบอกพวกเอลฟ์รับรองว่าอยากได้เท่าไหร่ให้มาไม่ยั้งแน่ๆ 

     อาราก็อกเงียบไป ในขณะที่พวกลูกๆ ของอาราก็อกต่างส่งเสียงร้องกริ๊กๆ กันดังระงม ผมเลยกระตุ้นเขาอีกนิด

     " คิดให้ดีนะครับ อาราก็อก ผมรู้คุณสามารถออกคำสั่งให้พวกลูกๆ ของคุณไม่ทำร้ายพวกเราได้ ชีวิตของแฮกริดขึ้นอยู่กับพวกเรา พวกเราจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเรา แฮกริด เช่นเดียวกับที่เขาเคยช่วยเหลือคุณ พวกเราจะไม่ทิ้งเพื่อนของเราไว้ข้างหลัง แม้แต่คนเดียว "

     ผมพูดเสียงเรียบ อาราก็อกเลยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

     " ปล่อยพวกเขาไป "

     พวกตัวเล็กบางตัวต่างหงุดหงิดพลางส่งเสียงกริ๊กๆ กันดังระงมก่อนจะถอยหลังกลับไปในที่ๆ เคยอยู่ และก่อนที่อาราก็อกจะกลับลงไป เขาก็ถามผมอีกครั้ง

     " ชื่ออะไร เพื่อนของแฮกริด "

     ผมตอบเสียงกลับไปอย่างสงสัย

     " ฟินนิแกน... เรียกว่า ฟินน์ ก็ได้ "

     อาราก็อกค่อยๆ ถอยกลับไปจนกระทั่งพูดขึ้นเสียงเบา

     " ครั้งหน้าเอาอาหารที่เทียบเท่ากับชีวิตของพวกเธอมาให้ลูกๆ ของฉันด้วย รับรองว่าพวกเขาจะไม่ทำร้ายเธอ "

     ผมพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

     " ได้แน่นอนครับ "

     จนกระทั่งอาราก็อกหลบเข้าไปในมุมมืดเสร็จแล้วก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้

     " นี่เพื่อแฮกริด... ช่วยเขาแทนฉันด้วย... "

     ผมเลยอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มออกมาเบาๆ

     " จะช่วยสุดชีวิตเลย "

     จากนั้นก็เสียงต่างๆ ก็เงียบไป แม้จะมีดวงตาเป็นพันๆ ดวงจ้องพวกเราอยู่ก็ตาม

     และไม่นานจากนั้นก็มีเสียงปี๊นยาวๆ ของรถฟอร์ดแองเกลียและแสงไฟสว่างจ้า ก่อนจะมาจอดข้างๆ พวกผมอย่างซื่อสัตย์ พวกเราไม่ว่าเปล่ารีบๆ พาตัวเองเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับลากเจ้าเขี้ยวและรอนเข้ามาด้วย ซึ่งมันก็รู้ตัวดีว่าอยู่ในรถยังดีกว่าอยู่ในรังแมงมุม และในไม่ช้าตัวรถก็พาตัวมันเองออกจากรังแมงมุมยักษ์นี้ไป

     ในขณะที่นั่งอยู่ในรถ แฮร์รี่ก็หันมาชมผมยกใหญ่

     " นายยอดไปเลย ฟินน์ ฉันนึกว่าพวกเราจะตายอยู่ในนั้นแล้วนะ "

     ผมเลยหัวเราะแห้งๆส่งไปให้ก่อนะพูดขึ้น

     " เอาจริงๆ ก็ไม่นึกว่าจะราบรื่นขนาดนี้หรอก อาราก็อกสนแต่แฮกริดเท่านั้น โชคดีที่ยังคุยกันได้ "

     แม้ผมจะสามารถถ่วงเวลาจนกว่ารถจะมารับได้อยู่หรอก แต่ก็ยากลำบากเอาการนั่นแหละ ยังดีที่ยังเจรจากันได้ ผมจะได้ไม่เหนื่อยด้วย

     แฮร์รี่หันไปมองรอนก่อนจะหยุดกึก

     รอนยังอยู่ในท่าช็อคอยู่ เขาอ้าปากค้างในท่ากรีดร้องอยู่ ผมเชื่อว่าเขาอยู่ในสภาพนี้ตั้งแต่โดนจับมาแล้ว ก่อนที่แฮร์รี่จะถามออกมาอย่างสงสัย

     " นายยังโอเคอยู่รึเปล่า ? "

     รอนไม่ตอบ รอนช็อคอยู่

     จนกระทั่งรถพาเราไปออกมานอกชายป่า พอรถเปิดประตูให้ปุ๊บ เจ้าเขี้ยวก็พุ่งออกไปแล้วกลับเข้าไปในกระท่อมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แฮร์รี่จะเดินลงไปเพื่อไปเอาผ้าคลุมที่วางอยู่ในกระท่อม ผมแอบเหล่มองดูรอนที่ยังแข็งค้างอยู่ ผมเลยเดินออกมาก่อนจะอ้อมไปที่นั่งคนขับแล้วพารอนออกมานอกรถ และไม่ช้ารอนก็อ้วกพุ่งออกมาตอนที่ผมพาไปตรงแปรงฟักทอง ซึ่งแฮร์รี่ได้ทันออกมาเห็นท่าอ้วกที่สวยงามของรอนพอดี พวกเราต่างมองดูรอนอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี

     รอนอ้วกจนเพลียก่อนจะพูดขึ้น

     " ตามแมงมุมไป... ฉันไม่มีวันยกโทษให้แฮกริดเลย เราโชคดีเป็นบ้าที่รอดตายมาได้ "

     แฮร์รี่กระแอมไอเล็กก่อนจะพูดขึ้นแก้ต่างให้แฮกริด

     " ฉันพนันได้ว่าเขาคิดว่าอาราก็อกคงไม่ทำร้ายเพื่อนของเขา "

     รอนเลยตะโกนออกมาอย่างเหลืออด

     " นั่นล่ะคือปัญหาของแฮกริดเลยล่ะ! เขาคิดเสมอว่าสัตว์ร้ายน่ะไม่ร้ายอย่างที่มันเป็น แล้วดูซิว่ามันทำให้เขาเจออะไรบ้าง! ห้องขังในคุกอัซคาบันไง! มีประโยชน์อะไรที่ส่งเราเข้าไปในนั้น เราได้รู้อะไรบ้าง ฉันล่ะอยากรู้นัก ถ้าไม่ใช่เพราะฟินน์กล่อมมันให้ยอมปล่อยเราออกมา เราคงตายไปแล้ว! "

     แฮร์รี่เงียบไปก่อนจะพูดขึ้น

     " อย่างน้อยที่เรารู้... คือแฮกริดไม่เคยเปิดห้องแห่งความลับ และเขาบริสุทธิ์มาตลอด "

     " แม้เราจะไม่รู้ว่าสัตว์ร้ายเป็นตัวอะไร แต่ฉันก็รู้สึกดีใจที่มันไม่ได้บอกแฮกริด "

     ผมพูดขึ้นมา ก่อนที่แฮร์รี่จะถามอย่างสงสัย

     " แล้วมันดีตรงไหนกัน ? "

     ผมเลยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

     " ถ้าเขารู้ว่าสัตว์ร้ายตัวนั้นคืออะไร บางทีฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าแฮกริดจะตามหามันแล้วจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนทุกทีไหม... ฉันคิดภาพตอนแฮกริดเดินไปทั่วปราสาทเพื่อตามหาสัตว์ร้ายนั่นออกเลยนะเนี่ย... "

     นั่นเล่นเอารอนกับแฮร์รี่เงียบเลยทีเดียว และผมเชื่อว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างจินตนาการถึงภาพที่แฮกริดวิ่งตามหาสัตว์ร้ายออกเหมือนกัน



Writer :: ไรต์เพิ่งสอบวิชาตัวแรกเสร็จไปเมื่อวานล่ะ เพราะงั้นเลยอัพช้าหน่อย แต่ก็จะอัพเรื่อยๆ จนจบภาคเลย กะจะเคลียร์ภาคนี้จบก่อนจะสอบตัวที่ 2 ก็จะดีมาก อยากเริ่มภาค 3 แล้ว อยากเจอลูปิน อยากเจอซีเรียสแล้ว ใกล้จะจบแล้ว ใกล้แล้วววว

Writer 2 :: ตอนแรกกะจะปรับบทให้ฟินน์กับแฮร์รี่ต่างช่วยกันใช้คาถาไล่แมงมุมอยู่หรอก แต่ปรับมาเป็นแบบนี้แทนเพื่อการใช้งานในอนาคต ส่วนจะใช้ยังไงนั้นก็รอดูกันต่อไปอีกที ฮี่ๆๆ

* = ต้นมะเดื่อจากอะบิสสิเนีย (Abyssinian Shrivelfig) เป็นสมุนไพรเวทมนตร์ ซึ่งผลมะเดื่อสปีชีย์ที่ดีที่สุดนั้นพบได้จากต้นอะบิสสิเนีย ดอกจากลูกมะเดื่อเติบโตอยู่ในผลของมัน ซึ่งมีสีม่วงทั้งผลและดอก มันเป็นไม้ผลัดใบซึ่งนั่นแปลว่าใบมันจะเริ่มร่วงในฤดูใบไม้ร่วงและจะไร้ใบในฤดูหนาว แต่เนื่องจากรากที่พิเศษของมันทำให้มันสามารถอยู่รอดแม้จะอยู่อากาศที่มีหิมะตกหนักก็ตาม ใบของมันมีสรรพคุณทางยาก็ต่อเมื่อเวลาที่ปอกผลออกมาดูข้างในแล้วดอกที่อยู่ภายในของผล ผลิตของเหลวสีม่วงที่มีสรรพคุณทางยาออกมา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 603 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,400 ความคิดเห็น

  1. #5244 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 02:32
    ตามแมงมุมไปฮ่าๆ😂😂แมงมุมเป็นมิตรมากมั้งนั้น ดีนะรอดกันมาอย่างปลอดภัย
    #5,244
    0
  2. #5015 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 23:58
    ฟินน์เจรจาได้แจ๋ว สติดีมักๆ ต่อไปๆจะเจอทอมแล้ววววพ่อทูนหัวววว
    #5,015
    0
  3. #4797 me-love-yaoi- (@me-love-yaoi-) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 18:49
    ฟินน์: รอน รถเป็นไรอะ
    รอน: รถเสียอะ สตาร์ทไม่ติดเลย
    ฟินน์: ทำไมไม่ใช้น้ำมันทูทีดีดีล่ะ เดี๋ยวนี้เขาใช้เเต่ไดเกียวทั้งนั้นเเหละ เพราะใช้เเล้วเครื่องฟิต สตาร์ทติดง่าย

    ปล. อ้างอิงจาก คุณวิสลีย์ ;)
    #4,797
    2
    • #4797-1 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 77)
      25 กันยายน 2563 / 23:57
      แหมมมมมีอารมณ์ขันจังนะฮะ คริคริ พักเข้าโฆษณาใช่มั้ยนั้น
      #4797-1
  4. #4088 Nu pe (@Peerada1648) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 21:51
    ทำไมแฮกริดดูปุ๊กปิ๊ก ความวิ่งทั่วตามหาสัตว์ร้ายนี่มันอัลไลกัล
    #4,088
    0
  5. #2549 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 10:26
    ลุงเก่งมาก! สมกับเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กจริงๆ!
    #2,549
    0
  6. #2493 Kuntida Tanaree (@kuntidas22) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 09:56
    พระเอกคือใครเรอะเอาจริง5555
    #2,493
    0
  7. #2492 Kmmii1st (@Kmmii1st) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:27
    ไรท์ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #2,492
    0
  8. #2491 คุณมะม่วง (@Peerada1648) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:09
    555 คิดภาพออกเลย ส่วนฟินน์ฉลาดมากๆ
    #2,491
    0
  9. #2490 baoge (@baozigege) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 22:53

    น้องฟินน์เก่งมากๆ สนุกมากๆเหมือนเดิมเลยค่า ไรท์สู้ๆน้า
    #2,490
    0
  10. #2489 blacxexo (@blacxexo) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:36
    ตลก ความแฮกริค 555
    #2,489
    0
  11. #2488 BlackyC (@poonyaweepengjan) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:12

    สนุกมากเลยค่ะ
    #2,488
    0
  12. #2487 pagim234 (@pagim234) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 16:46

    จะจบภาคแล้ว คึคึคึ

    สู้ๆนะ
    #2,487
    0
  13. #2486 AuMarinkakung (@JibKung) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 14:51
    สู้ๆจ้าาาาา รอนะค่าา
    #2,486
    0
  14. #2485 Riminkdaw (@tomkamcham) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 14:46
    สงสารรอนและใช่ไม่ว่าจะป้าเจเคหรือเหล่านักเขียนสมัครเล่นก็ชอบแกล้งรอนทั้งนั้นแหละน่า ภูมิใจเหอะ //ตบบ่ารอน
    สู้นาจาไรต์ ขอให้จำเนื้อหาที่จะสอบได้5555
    #2,485
    0
  15. #2484 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 13:35

    ภาพแฮกริดเลี้ยงงูบาสิลพุดขึ้นมาเลยยยยย

    #2,484
    0
  16. #2483 Puifai20 (@puifai20) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:33
    คิดถึงหนูฟินน์มากๆ
    #2,483
    0
  17. #2482 **Music** (@fhcy) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:22
    เราชอบเรื่องตรงที่ไรท์แต้งยาวและเนื้อเรื่องโดนใจนั่นแหละ ช้าหน่อยไม่ว่า เรายังมีนิยายเรื่องอื่นอีกเป็นพัน(?) เรารอได้55
    #2,482
    1
    • #2482-1 SParnzaza (@SParnzaza) (จากตอนที่ 77)
      5 พฤษภาคม 2562 / 14:06
      เราเปนพวกเดี่ยวกานนนน555+
      #2482-1
  18. #2481 mumuninnin (@mumuninnin) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:04
    พูดถึงเดรโก มันต้องเจอฟินน์เนี่ยแหละ เด็กนัก ไม่ฟังใครเลย ให้ฟินน์ดัดนิสัยซะให้เข็ด //ฟินน์คือมีอิทธิพลกับเดรโกมากจริงๆ นี่คิดว่าเดรกคงเก็บไปคิดแหงๆ และอาจจะคิดได้ แต่คีพลุคหยิ่งไว้
    #2,481
    0
  19. #2480 mumuninnin (@mumuninnin) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:03
    ไรท์แบบ เก่งมากอ่ะจริงๆ สนุกมากเลย เรายังยืนยันว่าฟินน์คือตัวเอกที้เราชอบมาก ฉลาด ไม่กระโตกกระตาก ดูสุขุมมีความคิด มันต้องแบบนี้แหละเว้ย! รักเลยไรท์!
    #2,480
    0
  20. #2479 RIKU-K (@RIKU-K) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 11:52

    ยาวจุใจมาก ~~
    #2,479
    0
  21. #2478 Kmmii1st (@Kmmii1st) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 11:45
    รอซีนของเดรโกจ้าา อยากรู้ว่าฟินน์จะจัดการกับเดรโกยังไงต่อ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #2,478
    0
  22. #2477 Yamasaki Yumiko (@48263019537) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 11:23
    รอตอนต่อไปนะคะะะ
    #2,477
    0
  23. #2476 NightHeart (@NightHeart) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 11:08
    หวังว่าในอนาคตจะไม่มีฉากฟินน์เดินเข้าป่าต้องห้ามเพื่อดื่มน้ำชากับอาราก็อกหรอกนะ -.,-
    #2,476
    1
    • #2476-1 ไลค์ๆๆ (จากตอนที่ 77)
      5 พฤษภาคม 2562 / 14:46
      ชอบอ่ะ 55555555555555555
      #2476-1
  24. #2475 海亀/อุมิงะเมะ (@24222) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:57

    สนุกมากค่า:)
    #2,475
    0
  25. #2474 Kamollad Yamsopee (@minemoon) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 10:49
    โว้ยยยยย ลุงงงง!!!!
    #2,474
    0