|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 7 : Chapter 05 : Nine and Three - Quarters Platform

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,494 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63



CHAPTER 05

Nine and Three - Quarters Platform



     
" Not to worry , all you have to do 
is walk straight at the barrier 
between platforms nine and ten. 
Don't stop and don't be scared
 you'll crash into it, that's very 
important. Best do it at a bit 
of a run if you're nervous. "

Molly Weasley




     หลังจากกลับไปที่บ้าน ผมก็ทำตัวตามปกติ พอถึงเวลาที่จะต้องไปโรงเรียน ผมก็บอกกับพวกเพื่อนๆว่าต้องไปเรียนต่อที่อื่นอย่างกะทันหัน โดนกิลด่ากราดเลยล่ะ แถมโดนงอนอีกด้วย พยายามหลบหน้าผมเกือบอาทิตย์แน่ะ

     จะว่าไปแล้วก็เพิ่งเคยเห็นกิลสติแตกก็คราวนี้แหละ

     ต้องใช้เวลาตั้งหลายวันกว่ากิลจะยอมคุยด้วย แต่พอหลังจากนั้น กิลก็ทำตัวติดผมหนักกว่าเก่าอีกอะ

     แม้จะทำตัวติดแจ ไม่ค่อยยอมปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวเท่าไหร่เลย เพื่อนๆ ในห้องเห็นแล้วก็แซวกันบ้างล่ะ บอกให้ดูแลกิลให้ดีๆบ้างล่ะ อะไรของพวกนั้นกันละนั่น ? ทางนี้ก็เพิ่งรู้ตัวว่าต้องไปฮอกวอตส์เมื่อวานซืนเองนะเออ

     หึ่ย... กิลนะกิล เป็นลูกเป็ดเหรอไง เดินตามต้อยๆ เชียว

     แม้ในใจก็รู้แหละว่ากิลอยากใช้เวลาที่เหลือนั้นอยู่ด้วยกันนานๆ ก็เป็นเพื่อนสนิทกันนี่น้า ถึงในใจจะสงสัยก็ตามว่าเพื่อนสนิทมันตัวติดกันขนาดนี้เลยรึเปล่า

     แต่เขาก็ไม่เคยมีเพื่อนสนิทแบบนี้นี่นา คงปกติแหละ อืมๆ

จากนั้นก็ผ่านมา 2 เดือนกว่าๆแล้ว

     ช่วงนี้ทางโรงเรียนผมปิดเทอมไปแล้วแต่กิลก็มาหาทุกวันเลย เขาคอยตามติดเป็นเงา เกาะติดหนึบยิ่งกว่าปลิง ถึงจะรู้สึกว่ามันจะมากเกินไปหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ก็ส่วนใหญ่จะมาคอยเล่นกันนั่นล่ะ จนกระทั่งวันนี้

     ผมต้องไปโรงเรียนฮอกวอตส์!

     ช่วงที่ผ่านมาผมเอาหนังสือที่ซื้อมาอ่านเล่นเอาจริงๆมันน่าสนใจมากเลยนะ แม้ว่าเรื่องส่วนใหญ่ผมรู้อยู่แล้ว เพราะต้องเอามาประกอบเขียนนิยาย แต่หลายเรื่องผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมแอบฝึกซ้อมคาถาบางคาถาโดยให้มอนโต้ช่วยดูแล รู้สึกคาถาที่ผมจะใช้ได้อย่างถนัดดูท่าจะเป็น โพรเทโก้ (Protego)ผมใช้คาถาอื่นๆได้อีกนิดหน่อย พวกคาถาในชีวิตประจำวันอย่างทำความสะอาด สกอร์จิฟาย (Scourgify)** หรือ คาถาซ่อมสิ่งของ อย่าง เรปาโร (Reparo)*** กับคาถาป้องกันตัวอีก 3-4 อย่าง ฝึกให้ชิน

     มอนโต้ก็เข้ามาถามอย่างเป็นห่วงว่าไม่จำเป็นจะต้องฝึกหนักขนาดนั้นก็ได้ แต่ก็แหม... คนที่จู่ๆก็มีโอกาสได้ใช้คาถาและเวทมนตร์มันก็อยากจะใช้บ่อยๆใช่ไหมล่ะ เอาจริงๆ มันก็สนุกดีนะ

     ผมเก็บของเตรียมไปเรียนเรียบร้อย แพคห่อใส่ของเสร็จสรรพพร้อมไปสถานีรถไฟคิงส์ครอส (Kings cross) ซึ่งเพื่อนๆ แต่ละคนของผมก็ทยอยกันมาบอกลาผมที่กำลังจะเดินทาง ผมขอบคุณพวกเขาไปทีละคน จนกระทั่งผมเพิ่งจะสังเกตเห็นว่ากิลไม่อยู่ในกลุ่มเลยต้องถามพวกเพื่อนๆ ซึ่งแต่ละคนก็ส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน

     ไปไหนของเขากันนะ ?

     ตอนที่แม่เตรียมของเรียบร้อยแล้วซึ่งพร้อมกับที่มอนโต้เอาสัมภาระของผมยัดเก็บไว้ในหลังรถเสร็จพอดี ก็มีเสียงวิ่งมาไวๆจากด้านหลัง พอผมหันไปดูก็เห็นกิลวิ่งหน้าตั้งมาหาอย่างเอาเป็นเอาตาย

     หูย... อย่าทำหน้าตาน่ากลัวอย่างนั้นซี้

     " ไงกิล นึกว่าจะไม่มาซะแล้วนะเนี่ย "

     ผมยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นสภาพกิลที่เหงื่อแตกพลั่ก เต็มตัว สงสัยวิ่งตรงมาจากบ้านยันมาถึงนี่เลยมั้ง

     ผมให้เวลากิลหอบหายใจสักพักก่อนที่กิลจะยืนตัวตรงแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ

     " ไปทำอะไรมาเนี่ยหืม ทำไมมาสาย "

     ผมถามออกไปอย่างสงสัย

     " พอดีไปเอาไอ้นี่มาให้ เกือบไม่เสร็จแล้วเชียว "

     กิลยื่นของมาให้ใส่ในมือผม ผมมองดูของในมือ ซึ่งปรากฏว่าเป็น สร้อยข้อมือที่ทำจากหนัง เห็นความเป็นมือสมัครเล่นในงานที่ทำได้ด้วยตาเปล่าเลย แต่ก็ถือว่าประณีตพอสมควรเลยเชียวล่ะ กิลนี่มีพรสวรรค์ด้านงานละเอียดอ่อนจริงๆแหะ โตมาไปเป็นช่างฝีมือได้เลยนะเนี่ย



     " ตอนแรกก็อยากให้สร้อยคออยู่หรอก แต่เห็นนายใส่สร้อยไปแล้ว ก็เลยทำสร้อยข้อมือมาให้แทน "

     ผมมองดูสร้อยอีกสักพักก่อนจะยิ้มตาหยี

     โอ๊ย น่ารักชะมัดเลย กิลนี่เป็นเด็กที่น่ารักจังน้า ขนาดของจากลายังดูคลาสสิคเลย น่าเอ็นดูจริงๆ แม้ตอนนี้จะเริ่มตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้วก็ตามที ชักจะสูงเกินหน้าเกินตาไปแล้วนะเจ้าเปรตนี่

     " ขอบใจมากนะกิล "

     " อืม ใส่มันทุกวันด้วยล่ะ "

     " เอ๋~ ขี้เกียจอะ ดูเกะกะด้วย เก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้เหรอ "

     ผมเอ่ยอย่างขัดใจ โอ้! ผมเห็นคิ้วของกิลกระตุกด้วยแหละ ตาจ้องเขม็งเลย

     " ไม่! นายต้องใส่ เอามา เดี๋ยวใส่ให้ "

     แล้วกิลก็แย่งสร้อยในมือผมแล้วใส่เข้าที่ข้อมือซ้ายแล้วรัดให้เรียบร้อย ซึ่งผมก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรหรอก ที่พูดไปนั่นก็หยอกเล่นเอาขำเฉยๆหรอก 

     " ฉันใส่ให้ที่ข้อมือซ้ายจะได้ไม่ทำให้เกะกะตอนเขียน ก็นายมันถนัดขวานี่นะ "

     " กิลนี่ใส่ใจในรายละเอียดดีจัง "

     ถึงว่าทำของแบบนี้ได้เนี้ยบดีจริงๆ

     " หวายๆ ดู 2 คนนั้นสิ หวานกันจังเลยนะโรเส่ "

     " อ้า ความรักของกิลนี่มันช่างร้อนแรงเหลือเกิน "

     กลุ่มสาวๆ มองมาด้วยสายตาล้อเลียน แม้ผมจะฟังไม่ชัดก็เถอะว่าพูดถึงอะไรกัน ได้ยินแต่หวานๆ ร้อนแรงๆ อะไรเนี่ยแหละ หมายถึงอากาศร้อนแล้วอยากหาของหวานๆกินรึเปล่านะ ? เดี๋ยวก็อ้วนหรอกพวกเธอน่ะ แต่พอมามองกิลที่ได้แต่ก้มหน้างุดพลางขมวดคิ้วแน่นแล้ว ก็รู้สึกเหมือนพลาดอะไรสักอย่างไป แต่ช่างมันเถอะ

     " ขอบใจมากนะกิล ทุกๆคนด้วย เดี๋ยวว่างๆ จะส่งจดหมายไปหานะ "

     คนอื่นๆ ก็มาจับมือ ตบบ่า กอดลาบ้าง กิลเองก็กอดผมแน่นเลย กระดูกจะหักแล้วนะกิล!

     " ตอบจดหมายกันบ้างนะ ฟินน์ ไม่มีนายอยู่ที่นี่ แล้วมันเหงานะ "

     พอผมฟังที่กิลพูด ผมก็หัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับกอด แล้วลูบหลังปลอบ แต่ตัวสูงจังนะ นี่ต้องเริ่มแหงนหน้ามองแล้วนะเนี่ย ไม่ดีแล้วสิ ศักดิ์ศรีของตาลุงอายุ 40 เหมือนจะโดนเหยียบย่ำ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

     " ไม่ลืมอยู่แล้วน่า ฉันอาจจะส่งของแปลกๆไปให้นายด้วยนะ ฮ่าๆๆ "

     " แค่ส่งมาก็ดีใจแล้วล่ะ อย่าลืมกันนะ "

     " โหยนายนี่ละก็ ช่วงปิดเทอมกับวันคริสต์มาสฉันก็กลับบ้านมาฉลองอยู่แล้ว ไม่ได้ย้ายหนีไปไหนสักหน่อย ไว้เจอกันตอนวันคริสต์มาสนะ กิล "

     กิลผงกหัวก่อนจะกอดแรงๆอีกสักครั้งแล้วจึงจะปล่อยผมออกมาอย่างเสียดาย ผมโบกมือลาพวกเพื่อนๆ ก่อนจะ ขึ้นรถ ก็เห็นสายตาล้อเลียนที่ส่งมาอย่างไม่ปิดบังของคุณนายโนเวียร์เข้า

     " มองแบบนั้นหมายความว่ายังไงเนี่ย แม่ "

     " ก็ไม่มีอะไรนี่จ๊ะ ก็แค่เห็นว่าลูกสนิทกับหนูกิลกันดี กอดกันกลมเชียว "

     " อือ ก็สนิทกันดีนะ ก็กิลเป็นเพื่อนสนิทผมนี่นา "

     คุณนายโนเวียร์ได้ยินก็มองด้วยสายตาที่ดูสงสารพลาง...เอิ่ม... สมเพช ? เดี๋ยวนะแม่ ทำไมดูรุนแรงจังเลยครับ

     " ต๊าย สงสารหนูกิลนะแบบนี้ เชื้อสมองทึบจากเฟริคหรือเปล่าเนี่ย มอนโต้ว่างั้นไหม ? "

     แม่หันไปขอกำลังเสริมด้วยอะ! อ้อ เฟริค นี่ชื่อพ่อของผมเองครับ เฟริค โนเวียร์

     " เรื่องนี้ผมขอไม่ออกความเห็นจะดีกว่าครับ คุณนาย "

     มอนโต้ยิ้มออกมาอย่างลำบากใจ

     " เดี๋ยวสิแม่! ผมสมองทึบที่ไหนกัน นี่ลูกไง ลูกคนที่ใช้สมองน้อยๆอันนี้สอบทุกวิชาได้ A รวดอะ จำไม่ได้เหรอ "

     แม่ต้องถอนใจแรงอีกครั้ง อย่างขัดใจ ก่อนจะไม่ตอบอะไรอีกเลย ได้ยินแต่คำพูดว่า สงสารหนูกิลจริงจริ้ง หรือ ไม่ก็ ทำไมหัวสมองถึงได้ทึบนัก อะไรแบบนี้

     ผมผิดอะไรเนี่ย!




สถานีคิงครอส

     ผมลงจากรถก่อนที่คุณแม่จะบอกว่าจำเป็นจะต้องไปทำงานต่อ ดังนั้นเธอเลยจะส่งถึงแค่นี้ ที่เหลือให้มอนโต้ไปส่ง เพราะถึงยังไงแม่ก็ไม่สามารถไปส่งถึงที่สถานีของเหล่าผู้วิเศษได้ เพราะที่นั่นมีไว้สำหรับพวกมีเวทมนตร์ มักเกิ้ลไม่สามารถทะลุผ่านกำแพงนั่นได้ มอนโต้เลยต้องมาส่งผมแทน

     ผมเข็นรถไปตามทาง เพื่อไปยังชานชาลาที่ 9... หืม ? เหมือนผมเห็น.. อะไรสักอย่างตัวใหญ่ๆ

     ผมมองไปยังสะพานข้ามฝั่งด้านบน มีคนตัวสูง ผมยุ่งๆ เคราหนาๆ ตัวใหญ่ๆ ยืนอยู่นิ่งเหมือนกำลังคุยกับใครสักคน ผมคิดไปสักพักก็รู้สึกเหมือนมีชื่อๆนึงโผล่ขึ้นมาในหัว นั่นคือลูเบอัส แฮกริด (Lubeus Hagrid) เขามองดูอีกสักพักก่อนที่ร่างตรงหน้านั้นจะหายไป... น่าจะใช่แล้วแหละมีเวทมนตร์ด้วย...

     แต่เอ... ทำไมดูคุ้นๆจังเลยนะ

     ผมพยายามคิดสักพักก่อนจะถึงบางอ้อ

     นั่นมันฉากที่แฮกริดส่งแฮร์รี่ที่ชานชาลานี่นา!

     แล้วผมก็ชะงัก

     ประเดี๋ยวก่อนนะ... ถ้างั้นแสดงว่า... ผมเกิดในช่วงเวลาเดียวกันกับแฮร์รี่ และอายุเท่ากับพวกแฮร์รี่ด้วยงั้นเหรอ! แต่พอมาคิดดูดีๆแล้ว ก็เป็นปีเดียวกันกับที่แฮร์รี่เริ่มเข้าโรงเรียนจริงๆ...

     งั้นแสดงว่าผมจำเป็นจะต้องไปเสี่ยงชีวิตกับเหตุการณ์การกลับมาของจอมมารโวลดี้! ฉิบ***

     โลกที่สงบสุขของผมลาลับหายไปแบบไม่กลับมาแล้วครับผม!

     ผมได้แต่ยืนวิตกจริตอยู่สักพักก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงใสๆของเด็กวัยเดียวกันดังขึ้นใกล้ๆ

     " ...ครับ "

     หืม ?

     " ขอโทษครับ ช่วยบอกหน่อยได้ไหม ว่าชานชาลาที่ 9 เศษ 3 ส่วน 4 อยู่ตรงไหน "

     บิงโก! มีเด็กใส่แว่นเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่อ้วนๆตรงนั้นเรียบร้อย!

     " 9 เศษ 3 ส่วน 4 ? คิดว่าตัวเองตลกเหรอไง "

     แล้วเด็กน้อยก็ทำหน้าเสียขวัญใหญ่ 

     โธ๋... เด็กตรงหน้านั้นใส่ชุดม่อต้อเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวเหมือนคนตัดอ้อย... เออน่า ก็มันเหมือนนี่ กางเกงขายาวที่ไม่เข้ากับตัวที่ผอมแห้งนั่นสักนิด หน้าตาก็ใสสะอาดอยู่หรอก ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะใสได้ขนาดนี้ทั้งๆที่อยู่ในบ้านของพวกเดอร์สลีย์ คงโดนพวกนั้นสั่งให้ดูสะอาดเท่าที่จะเป็นไปได้ละมั้ง ผมเผ้าที่ไม่เป็นทรงบอกให้เห็นว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับมันเลย ซึ่งรวมไปถึงครอบครัวของเด็กคนนั้นด้วย

     แฮร์รี่ที่ตอนนี้ ผมเห็นเป็นเด็กจำพวกที่ขี้กลัวและอมทุกข์อยู่พอสมควรเลยทีเดียว

     เอาล่ะ ถ้าจำไม่ผิด พวกวีสลีย์ก็จะโผล่มาแทบจะทันทีหลังจากนี้

     " --พวกมักเกิ้ลแน่นไปหมดเลยเชียว-- "

     ตรงประเด็นด้วยโชคมหาศาลของตัวละครเอกของเรื่องทำให้เจอะเจอกับพวกวีสลีย์พอดี ที่กำลังพูดด้วยคำศัพท์แปลกๆอยู่พอดีเชียว หนำซ้ำรถเข็นของพวกนั้นอีก ดูก็รู้ว่าไม่ใช่พวกมักเกิ้ลแหงๆ 

     จากนั้นแฮร์รี่ก็เดินเข็นรถไปตามพวกวีสลีย์อย่างรู้งาน

     " ไปกันเถอะครับ มอนโต้ "

     " ครับคุณหนู "

     ผมลากรถตามหลังแฮร์รี่ไป

     " ชานชาลาหมายเลขที่เท่าไรนะ "

     " 9 เศษ 3 ส่วน 4 ค่ะ! "

     เด็กสาวตัวเล็กน่ารักตรงนั้นคงเป็นจินนี่แน่ๆเลย ผู้ผ่าเหล่าออกมาจากพี่น้องวีสลีย์ที่มีแต่ดุ้น... *แค่กๆ* ที่มีแต่ผู้ชายทั้งหมด ทำให้จินนี่ที่น่ารักซึมซับความดิบเถื่อนของพวกพี่ๆมาได้อย่างเต็มเปี่ยมจน กลายเป็นสาวแกร่งที่มีนิสัยเหมือนพร้อมจะต่อยกับผู้ชายได้แบบตัวต่อตัว 

     อ่าวไม่ใช่เหรอ ? แค่สาวแกร่งเฉยๆเหรอ ไม่เอาน่า พวกนายก็รู้นี่ว่าจินนี่มือไม้หนักขนาดไหนในนิยายเนี่ย คำพูดคำจายังดูดิบเถื่อนกว่าสาวปกติเยอะเลยนะผมว่า

     เด็กน้อยน่ารักยังคงงอแงอยากไปด้วย แต่คุณนายวิสลีย์ก็ยังคงปฏิเสธ หลังจากนั้นมีพี่ของรอนคนนึงวิ่งพุ่งเข้าไปตรงกำแพงแล้วหายไปเลย ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพอร์ซี่ที่เป็นพรีเฟ็คของบ้านกริฟฟินดอร์ เพราะดูจากการแต่งตัวที่ค่อนข้างจะเนี้ยบกว่าพวกพี่น้องที่เหลืออยู่ หลังจากนั้น 2 แฝดประจำตระกูลวีสลีย์ เฟร็ดกับจอร์จ ก็พุ่งทะลุไปในกำแพงอีกคู่นึง แฮร์รี่เห็นดังนั้นก็เข้าไปถามถึงวิธีการไปยังอีกฝั่ง ซึ่งผมก็เข้ามาฟังข้างๆแฮร์รี่ด้วย พอคุณนายวีสลีย์เห็นก็หันมาทักทายอย่างเป็นมิตร

     " อ้าว หนูก็จะไปฮอกวอตส์ด้วยอีกคนหรือจ๊ะ ? "

     " ใช่แล้วครับ ผมรู้วิธีไปครับ ให้เขาไปก่อนก็แล้วกันนะครับ "

     " เอางั้นก็ได้จ้ะ "

     มอลลี่ว่าก่อนจะหันมาบอกแฮร์รี่

     " เอาล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เธอต้องเดินตรงไปแผงที่กั้นระหว่างชานชาลาที่ 9 กับ 10 ห้ามหยุดนะ และไม่ต้องกลัวว่าจะชนด้วย ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ถ้าเธอมัวแต่กล้าๆ กลัวๆ ฉันแนะนำให้ใช้วิธีวิ่งตรงดิ่งไปเลยเป็นดีที่สุด ไปสิ ไปก่อนรอน "

     " เอ่อ... ตกลงฮะ "

     แฮร์รี่ตอบเสียงอ่อย ก่อนจะประจำที่ เขาลังเลอยู่สักพักก่อนจะหลับตาพุ่งเข้าไป 

     พรึ่บ

     อืม ก็ถือว่าเก่งหรือเปล่านะ สำหรับครั้งแรกของเด็กที่ไม่เคยเข้ามาโลกเวทมนตร์

     " เชิญก่อนเลยครับ "

     ผมพูดอย่างสุภาพก่อนที่รอนจะวิ่งเข้าไป ซึ่งตามด้วยมอลลี่และจินนี่ ผมบอกลามอนโต้ก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าไปตามพวกนั้น

     เอาจริงๆ มันก็ค่อนข้างจะน่าตื่นเต้นจริงๆนั่นแหละ เพราะมันดูจะทำลายสามัญสำนึกเกินไปสักหน่อยอะนะ หือ ? สามัญสำนึกผมโดนทำลายไปตั้งแต่เห็นกองเงินกองทองในธนาคารกริงกอตส์นั่นแล้วเหรอ ? ฮ่า! ตลกน่า ไม่มีท๊างไม่มีทาง พวกนายน่ะคิดไปเองกันทั้งนั้น

     พอมาโผล่อีกด้านนึงของสถานี ผมก็รีบเอาของให้นายสถานีไปเก็บบางส่วนก่อนจะขึ้นรถไฟไป

     เขาเดินผ่านตู้โบกี้ตู้แล้วตู้เล่า จนสุดท้ายก็ไม่เจอตู้ว่างสักที ยกเว้นก็เพียงแค่ตู้ ตู้หนึ่ง...

     เขาเข้ามาถึงตอนที่พวกเด็กแฝดกำลังจ้องมองแฮร์รี่แน่นิ่ง ก่อนจะมีเสียงของคุณนายวีสลีย์เรียกคู่แฝด จากนั้นแฝดคู่นั้นก็หันมามองเขา

     ก็เหมือนเรื่องเมื่อวันวานที่เจอกับคนคุ้นเคย เหตุการณ์ต่างๆ ในหนัง และ จากในนิยายตีขึ้นมาเหมือนวิดีโอ ก่อนจะจบไปที่เฟร็ดเสียชีวิต

     มันเป็นความรู้สึกปวดใจข้างในลึกๆเหมือนโดนกรีดเป็นแผล เขาชอบคู่แฝด แฝดคู่นี้เป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะและปะติดปะต่อเรื่องได้ดี เขาเคยร้องไห้เมื่อรู้ว่าเฟร็ดได้ตายไปแล้ว ซึ่งทิ้งให้แฝดอีกคนมีชีวิตเพียงลำพัง ตอนนั้นเขาโวยวายอย่างรับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น จนถึงขนาดที่เขาโอดครวญขอความเห็นใจจากป้าโจ ว่าขอบทที่เหล่าตัวละครไม่ตายจะได้หรือไม่ แน่นอนว่าป้าแกก็ปฏิเสธไป พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ตัดสินใจฆ่าเฟร็ดลง หลังจากนั้นมา เขาก็ยังคงสิงตามบอร์ดกระดานต่างๆ บางครั้งก็เคยเผลอไปอ่านฟิค อ่านบทความหรือข้อความที่พวกชาวเน็ตแต่งกันเล่นๆอีก มันทั้งเศร้าและขมขื่นจริงๆ 

     1 ในแฝดมองผมอย่างงุนงงก่อนจะวิ่งไปหาคุณนายวีสลีย์

     " สวัสดี ขอนั่งด้วยได้ไหม ? ตู้อื่นเต็มหมดแล้ว... "

     อันที่จริงก็ไม่ทุกตู้หรอก แต่จะนั่งอะ

     " เอาสิ "

     แฮร์รี่อนุญาตก่อนที่ผมจะเอาของไปเก็บไว้บนตู้ด้านบน ซึ่งแน่นอนว่ายากลำบากหน่อยๆ จนแฮร์รี่ต้องเข้ามาช่วย จากนั้นพวกเราก็กลับไปนั่งประจำที่ แล้วหันออกไปมองพวกวีสลีย์ด้านนอกหน้าต่างนั่น แฮร์รี่เองก็หันไปมองด้วยเช่นกัน เห็นการเข้าขากันดีของ 2 ฝาแฝด กับวีรกรรมต่างๆที่คุณนายวีสลีย์บ่นให้ฟัง เขาก็อดที่จะหัวเราะออกมาเสียไม่ได้เลยจริงๆ แล้วหลังจากนั้นพวกแฝดก็พูดถึงเรื่องของแฮร์รี่ เท่าที่ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากเลยทีเดียว คุณนายวีสลีย์ดุพวกเด็กๆ ก่อนจะสั่งห้ามพวกเด็กๆบางเรื่อง แล้วจึงปล่อยพวกเด็กๆขึ้นไป 

     ซึ่งทิ้งจินนี่ที่กำลังหัวเราะไปด้วย ร้องไห้ไปด้วยไว้ตรงชานชาลาพร้อมกับคุณนายวีสลีย์ ช่างเป็นเด็กที่น่ารักจังเลยน้า แถมยังวิ่งตามรถไฟมาด้วยแน่ะ รอน น้องนายน่ารักอะ อยากได้! 

     จากนั้นรถไฟก็ออกตัวมา

     แฮร์รี่เห็นว่าชานชาลาหายไปแล้ว เขาก็หันมาถามผม

     " เอ่อ สวัสดี... นายชื่ออะไรเหรอ ฉันแฮร์รี่... แฮร์รี่ พอตเตอร์ "

     " สวัสดี ฉัน ฟินนิแกน... ฟินนิแกน โนเวียร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ "

     แฮร์รี่พยายามทักทายอย่างเป็นมิตร ซึ่งผมก็ตอบรับและพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น

     " นายคนที่เจอกันตอนมาที่ชานชาลาใช่ไหม ? "

     ผมยกยิ้มให้เขาก่อนจะผงกหัวตอบ

     " ใช่แล้ว เพิ่งรู้จักโลกเวทมนตร์ครั้งแรกละสิ "

     แฮร์รี่พยักหน้า

     " ใช่ เพิ่งรู้ได้เมื่อเดือนก่อนหลังวันเกิดเอง ฉันเลยยังไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ "

     หลังจากพูดจบ รอน วีสลีย์ก็โผล่หน้าเข้ามาขอนั่งด้วย

     " มีใครนั่งตรงนี้หรือเปล่า ที่อื่นๆเต็มหมดแล้ว " 

     แฮร์รี่ผงกหัวให้ ซึ่งผมเองก็ยิ้มให้เป็นเชิงอนุญาต รอนเข้ามานั่งข้างๆ ผม ก่อนจะแอบชำเลืองมองดูแฮร์รี่ แล้วแสร้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง 

     หืม ? นายยังมีรอยดำๆติดอยู่บนจมูกอยู่นะ ฉันว่า

     " เฮ้ รอน "

     แล้วต่อจากนั้นเด็กแฝดก็โผล่มาอีกครั้ง เห็นว่าจะชวนรอนไปดูแมงมุมยักษ์ของลีจอร์แดน ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่ารอนกลัวแมงมุมอะนะ แน่นอนว่ารอนไม่ไป

     แล้วหลังจากนั้น 2 แฝดก็หันมาทักทายแฮร์รี่

     " เฮ้ แฮร์รี่ เราแนะนำตัวเองหรือยัง เราคือเฟร็ดกับจอร์จ วีสลีย์ แล้วนั่นก็รอน น้องชายเรา เดี๋ยวไว้เจอกันนะ "

     " ฮะ "

     แฮร์รี่กับรอนตอบรับ แต่ก่อนที่ 2 แฝดจะไป 1 ในนั้นก็หันมามองผมด้วยก่อนจะเดินเข้ามาถาม

     " เฮ้ นายน่ะ ทำไมตอนนั้นมองพวกฉันด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ ? "

     ผมนิ่งค้างไป พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

     " สายตาแบบไหนเหรอ ? "

     " ไม่รู้สิ แต่ดูเศร้าแปลกๆนะ "

     " เฮ้ มีอะไรเหรอเฟร็ด "

     จอร์จหันมาถามอย่างสงสัย คงเพราะตอนแรก จอร์จไม่ได้หันมามองเขามั้ง

     " ไม่มีอะไรหรอก เฟร็ดสินะ มันแค่... ช่างเถอะ อ้อ ผมชื่อ ฟินนิแกน เจ โนเวียร์นะ ยินดีที่ได้รู้จัก "

     " โอ้ โอเค "

     จากนั้นเฟร็ดกับจอร์จก็หนีไปดูแมงมุม แม้ผมจะยังเห็นเฟร็ดกับจอร์จแอบหันมามองผมอย่างสงสัยก็ตาม



1 ใน คำพูดของชาวเน็ตที่แต่งเล่นๆ หลังจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของเฟร็ด วีสลีย์

" For George Weasley , every mirror is the Mirror of Erised**** "

สำหรับจอร์จ กระจกทุกบานคือกระจกแห่งแอริเซด 

(กระจกแอริเซดคือกระจกเงาแห่งความปรารถนา ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นในสิ่งที่อยากเห็น จอร์จที่เสียเฟร็ดไป นั้นมีความปรารถนาเดียวคือการที่อยากจะเจอเฟร็ดอีกครั้ง และด้วยความที่พวกเขาทั้งคู่นั้นเป็นแฝดกัน ทำให้ไม่ว่าเขาจะส่องกระจกบานไหน เขาก็เห็นเฟร็ดอยู่ในนั้น แม้ในความจริงแล้วนั่นก็เป็นเพียงภาพเงาของตัวเองก็ตาม)




= โพรเทโก้ (Protego) คาถาเกราะวิเศษ เป็นคาถาที่ร่ายได้เร็ว และสามารถใช้ปกป้องผู้ร่ายจากคาถาที่เป็นอันตรายต่างๆได้ ถ้ามีพลังที่มากกว่าผู้โจมตีจะสามารถสะท้อนคาถากลับไปได้ แต่ถ้าน้อยกว่า อาจจะลดทอนพลังของคาถาลงไปได้ เป็นคาถาที่สะดวกซึ่งใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ แม้ว่าจะป้องกันทางกายภาพไม่ได้ก็ตามที

** = สกอร์จิฟาย (Scourgify) คาถาทำความสะอาด ใช้ทำความสะอาดคราบและรอยต่างๆได้ดี

*** = เรปาโร (Reparo) คาถาซ่อมแซมวัตถุ ซ่อมได้ทุกอย่างถ้าชิ้นส่วนยังอยู่ครบ แต่ถ้าส่วนที่เสียหายนั้นหายไป เวลากลับคืนสภาพเดิม จุดที่หายไปจะยังคงถูกเว้นว่างไว้

**** = The Mirror of Erised หรือ กระจกแห่งแอริเซด เป็นกระจกแห่งความปรารถนา ซึ่งจะสะท้อนภาพความปรารถนาในส่วนลึกในใจที่สุดของผู้มองออกมา

Writer :: ตัวเอกของเรา ฟินนิแกน ด้วยเนื้อในเป็นวิญญาณอายุ 40 ปี เลยทำให้มองการกระทำรอบตัวเป็นเหมือนลุงมองหลานๆ ทำให้เลยยังไม่ค่อยได้คิดถึงเรื่องแบบนั้นสักเท่าไหร่ คิดว่าคงต้องให้เขาสำนึกด้วยตัวเองว่า ตอนนี้เขาเป็นเด็กอายุ 11 ได้เสียที
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.494K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,404 ความคิดเห็น

  1. #5156 iddosiripon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 01:03
    แฝดดด!!เรือเทียบท่า//กระโดดลง
    #5,156
    0
  2. #4943 iddosiripon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 01:20
    อ่าาาาากิลไม่ซื่อบื้อหละ ฟินน์เป็นแทนหละ เฟรนด์โซนสินะ//หุหุ
    ส่วนเรื่องแฝดพูดแล้วเจ็บนม//ฮืออออ
    #4,943
    0
  3. #4927 timeline3009 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:46
    กลับมาอ่านกี่รอบก็เสียน้ำตากับประโยคสุดท้ายตลอดเลย ยิ่งอ่านคอมเม้นท์ยิ่งเศร้า ชั้นทำใจไม่ได้จริงๆ;-;
    #4,927
    0
  4. #4588 otaku73220 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 16:46
    ตอนดูหนังนี่นั่งซึมเลยค่ะตอนเฟร็ดตาย
    #4,588
    0
  5. #4266 khim-aroon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:56
    แรงมาก ตรงกระจกแรงมากจนไปไม่เป็น
    #4,266
    0
  6. #4002 RuliyaChitnok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 02:15
    กำลังอินดี้กับหนูฟินน์ เจอประโยคสุดท้ายนี่ไปไม่เป็นเลยค่ะ

    ปล.แม้จะเคยอ่านตอนนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบก็ตาม แต่มันไม่ชิน!

    T^T
    #4,002
    0
  7. #3882 Jecelyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:24
    เราก็ชอบคู่เเฝดมากไม่ยากให้ตายเลยเหมือนกัน
    #3,882
    0
  8. #3787 JADEMERIT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 20:54

    #มันคือของแทนใจจ้าาา เกลียดความซื่อของนายจังฟินนิแกน

    #เข้าใจเรื่องแฝดนะ ชอบทั้งสองคนเหมือนกัน

    #3,787
    0
  9. #3214 mumuninnin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 16:09
    เรากลับมาย้อนอ่านอีกรอบ ประโยคสุดท้ายท้ายสุดคือเศร้ามากแม่ แงงงงงงงงง
    #3,214
    0
  10. #3055 morakot3014 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 01:40
    ชอบการแต่งของไรท์จังการวางบท สำนวนใช้ได้เลย #เรื่องกระจกเห็นแล้วเศร้าา
    #3,055
    0
  11. #3050 mybaby123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 08:27

    ชอบค่ะ ทุกอย่างเลย ( ˶ ❛ ꁞ ❛ ˶ ) เป็นฟิคที่ทำให้เราอยากกลับไปดูหนังอีกครั้ง (เพราะจำไม่ได้แล้ว)

    และไม่รู้ทำไมทุกตอนเราต้องดิ้นไปมาอย่างบ้าคลั่ง(~‾▿‾)~

    #3,050
    0
  12. #2929 Parichat1009 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 15:11
    เพื่อนสนิทนี้น่ารำคาญเลยอะ
    #2,929
    1
    • #2929-1 ฟักทองทอด (จากตอนที่ 7)
      24 สิงหาคม 2562 / 19:59
      มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แนะนำว่าถ้าคุณอยากอ่านนิยายเรื่องนี้ให้หัดเปิดใจแล้ววิเคราห์ตาม หรือคุณจะบอกว่าคุณไม่เคยมีโมเม้นแบบนี้ 'ไม่อยากใหเเพื่อนที่เราสนิทด้วยไปสนิทกับใครมากกว่า' เราว่าเธอไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น
      #2929-1
  13. #2766 manaki-ne (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 23:21
    คือตอนแรกที่อ่านคืองงๆ แต่พอนึกถึงภาพแล้วก็...
    จอร์จจะเจ็บปวดแค่ไหนกันนะ ที่ต้องนึกถึงคนที่จากไปแล้วทุกครั้งที่เห็นเงาสะท้อนของตัวเอง
    #2,766
    1
    • #2766-1 blue-labels(จากตอนที่ 7)
      25 มิถุนายน 2562 / 09:25
      เจ็บขนาดที่ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ได้ล่ะ
      #2766-1
  14. #1806 rebornmini (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 20:26
    จริงๆแล้วโพรเทโก้เป็นคาถาขั้นสูงนะ เเต่เห็นในนิยายเขาเอามาใช้ตั้งแต่แรกๆตั้งแต่ยังไม่เทพกันทั้งนั้น ความคิดเราก็เริ่มจะสั่นคลอนแล้วสิ
    #1,806
    1
    • #1806-1 Nuu_PaoL(จากตอนที่ 7)
      24 มิถุนายน 2562 / 23:41
      เออใช้ โพรเทโก้เป็นคาถาป้องกันชั้นสูง แต่นี้เห็นเข้าร.ร.มาก็เสกกันเป็นว่าเล่นเลย> <
      #1806-1
  15. #1641 gif05-hime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 06:39
    เห็นประโยคนี้อีกครั้งแล้วก็สะเทือนใจ
    #1,641
    0
  16. #1368 CB---- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:33
    มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสะเทือนใจเราอยู่นะค่ะ สำหรับเรื่องสองแฝดที่ต้องเฟร็ดไป ( ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้หักมุมแบบให้ฟินไปช่วยเฟร็ดแบบนี้อ่ะ ได้ม่ะอ่ะ ) พรีสสสสส ¡-¡
    #1,368
    0
  17. #1342 Sasistar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 13:34

    แต่มีกฎว่า underage wizards cannot use their wands outside of Hogwart มิใช่หรือ? แล้วเหตุใด Finnigan ถึงฝึกเวทมนต์ได้ล่ะเพคะ? His wand will be confiscated and destroyed by the Ministry of Magic if he breaks the rule นะเพคะ!

    #1,342
    2
    • #1342-1 blue-labels(จากตอนที่ 7)
      3 กรกฎาคม 2561 / 13:41
      มันมีกฏข้อยกเว้นอยู่น่ะครับ ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างพวกคาถา lumos , nox สามารถใช้ได้โดยไม่มีการตักเตือน และ จะยิ่งอลุ่มอะล่วย ถ้าเป็นในครอบครัวของพ่อมดแม่มด อาจจะมีลักลอบแอบใช้บ้าง โดยไม่มีการตักเตือน ในหนังภาค 3 เราจะเห็นแฮร์รี่ใช้ lumos อยู่ แม้ว่าเขาจะอยู่ในบ้านของพวกมักเกิ้ลก็ตาม ในส่วนตัวแล้วเลยให้แอบมีการฝึกนิดๆหน่อยๆพอประมาณ #เพื่อนำไปสู่ฉากลุงแกล้งหลาน
      #1342-1
    • #1342-2 blue-labels(จากตอนที่ 7)
      3 กรกฎาคม 2561 / 13:44
      โอ้ ฉาก 7 งั้นเหรอครับ แฮร์รี่แอบใช้เวทมนตร์แกล้ง ดัดลีย์ได้ เลยคิดว่า ถ้ายังไม่เข้าโรงเรียน ก็คงจะยังไม่โดนกระทรวงหมายหัวเท่าไหร่ เลยใช้ loop-hole ตรงนี้เป็นการฝึกฟินน์ครับ 555 #แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจใช้ก็เถอะ แล้วก็มีเฮอร์ไมโอนี่ก็ลองใช้เวทมนตร์เหมือนกันครับ คาดว่า ก่อนเข้าโรงเรียนจะไม่ได้โดนเวทมนตร์ตรวจสอบจากกระทรวง
      #1342-2
  18. #1291 bigbowka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 08:22
    ยังดีมีคนไปส่ง นึกว่าจะไม่มี
    #1,291
    0
  19. #1202 8-9-8 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 00:10
    อะไรคือชมว่ากิลน่ารักแบ้วเรียกว่าเจ้าเปรต?5555//งื้อออเค้าก็เศร้าเรื่องเฟร็ดTT
    #1,202
    0
  20. #1049 T1101 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 08:48
    เศร้ามากเลย ตอนที่เฟร็ดจากไป
    #1,049
    0
  21. #673 MitsukiCarto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 06:14
    อูยยยยยย ประโยคนั้นช่างกินใจ
    #673
    0
  22. #322 poonyaweepengjan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:22
    สงสารคู่เเฝด ประโยคสุดท้ายกินใจมากTT
    #322
    0
  23. #321 eye044951 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 22:19
    เศร้าอ่ะ สงสารคู่แฝดจริง
    #321
    0
  24. #307 RayGuard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 13:53

    เจอประโยคสุดท้ายเข้าไปร้องไห้เลย มันใช่!

    #307
    0
  25. #294 6beem6 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 04:59
    เห็นประโยตสุดท้ายแล้วซึมเลย TT
    #294
    0