|| Fic Harry Potter || Am I a Wizard ? [ BL/Yaoi ]

ตอนที่ 102 : Chapter 94 : Deal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 679 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

CHAPTER 94

Deal






" Yes... definitely... "

Remus Lupin





     เช้าวันจันทร์ ตอนที่พวกผมได้รับอิสรภาพคืนมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ผมกับแฮร์รี่เห็นหลังจากออกจากห้องพยาบาลมาคือ เดรโก ต้อนรับด้วยการโชว์ท่าล้อเลียนตอนที่แฮร์รี่ตกจากไม้กวาดด้วยแขนที่ไร้ผ้าพันแผลเหมือนทุกทีที่โต๊ะกินข้าวบ้านสลิธีรินในห้องโถงใหญ่

     ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพอใจกับผลที่ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเลยถอดมันออกนะ 

     และ เดรโกเองก็ดูเหมือนจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้แกล้งแฮร์รี่แบบนี้ แถมยังทำท่าล้อเลียนทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ขนาดที่ตอนกำลังเรียนวิชาปรุงยา ก็ยังพยายามล้อเลียนแฮร์รี่อีกหลายๆรอบด้วยการแสดงเป็นผู้คุมวิญญาณอย่างสนุกสนาน

     ดูเป็นเด็กที่มีความอดทนดีจริงๆ... ให้ตายเถอะ... ไม่ใช่แฮร์รี่นะ ผมหมายถึงเดรโกมันน่ะ... เล่นใช้ทุกจังหวะที่แฮร์รี่หันไปทางนั้นพอดีพยายามล้อเลียนอย่างสุดความสามารถ เท่านั้นยังไม่พอ พอแฮร์รี่เมิน ก็หาอะไรโยนใส่ หรือ พูดล้อเลียนให้ได้ยินอีกต่างหาก

     ผมว่าจริงๆแล้วเดรโกอาจจะอยากเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่มากกว่าที่คิดก็ได้แหะ... แต่คงเพราะศักดิ์ศรีกับความเคืองที่เคยโดนตอกหน้าตอนครั้งแรกที่เจอกันเลยไม่ยอมญาติดีด้วยง่ายๆหรือเปล่าเนี่ย...

     แต่ถึงอย่างนั้น ผมในตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้สนใจเดรโกกับแฮร์รี่มากนัก เพราะผมต้องทำการปรุงน้ำยาไปด้วยและสังเกตท่าทีของคู่กรณีของผมไปด้วยอย่างสงสัย

     คู่กรณีของผมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

     สเนปนั่นเอง...

     คือ... นิ่งมาก... นอกจากพี่แกจะไม่มีการลอยเฉียดมาใกล้ผมแล้ว พี่แกยังคงหน้านิ่งพร้อมกับอ่านรายงานของพวกผมไปด้วยอย่างไม่แยแส

     ความสงบที่ดูแปลกๆนี่มันอะไร นี่ผมเพิ่งไปเล่นพี่แกมาเมื่อ 3 วันที่แล้วเองนะ ทำไมวันนี้เจอกันมันดูนิ่งได้แบบนี้ล่ะ

     นี่ใช่สเนปผู้ที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอันดับ 1 แห่งฮอกวอตส์จริงหรือเปล่าเนี่ย ?

     ไม่ดิ... คิดว่า ฟิลช์ น่าจะเป็นพวกแค้นอาฆาตมากกว่าสเนปเสียอีก... แต่เรื่องนั้นไว้ก่อน ผมคิดว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง

     ในขณะที่ผมกำลังคิดไปพลางต้มน้ำยาไปพลาง รอนที่ทนการล้อเลียนของเดรโกไม่ไหว ก็ถึงกับปาหัวใจจระเข้ไปใส่จนแปะเต็มหน้าของเดรโกพอดิบพอดี

     แม่นดีนี่

     เดรโกพอโดนปาหัวใจจระเข้มาใส่ก็รีบหยิบมันลงไปบนโต๊ะพร้อมกับโวยวายเสียงดัง ในขณะที่ผมหันไปมองสเนปว่าเจ้าตัวจะจัดการปัญหานี้ยังไง

     ซึ่งสเนปเองก็แค่ส่งเสียงออกมาแบบไม่เงยหน้าขึ้นมามองแม้แต่น้อยว่า

     " หักกริฟฟินดอร์ 50 แต้ม และถ้าเธอยังปาวัตถุดิบเล่นอีกล่ะก็... วีสลีย์... คิดว่าการที่ฉันจะให้เธอไปขัดกระโถนเพิ่มอีกสัก 1 เดือน คงเป็นอะไรที่เหมาะสมกับโทษของเธอนะว่าไหม ? "

     เท่านั้นแหละ รอนถึงกับต้องกำหมัดแน่น บ่นอุบอิบอยู่เงียบๆ ในขณะที่ผมหรี่ตามองสเนป อย่างไม่เข้าใจ

     ฤทธิ์เหมือนเดิม... นิ่งเหมือนปกติ... แต่ก็ไม่ปกติ...

     มันต้องมีอะไรแน่ๆ 

     อะไรสักอย่างที่ไปดับความโกรธเคืองส่วนใหญ่ของสเนปลง จนทำให้สามารถเมินเฉยกับเรื่องที่ผมเคยทำลงไปได้... ผมไม่คิดว่าคนอย่างสเนปจะเป็นพวกยอมแพ้เพียงแค่ผมเอาเรื่องแบบนี้มาข่มขู่เขาหรอก 

     ขนาดตอนที่ผมเผลอไปเปลี่ยนบ็อกการ์ตให้กลายเป็นสเนปทำท่าสุดแบ๊ว เขายังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนจะฆ่าผมเลย แล้วนี่เล่นขู่จนสู้ไม่ได้ขนาดนี้มันก็ต้องมีการเอาคืนบ้างแหละน่า มันต้องมีการอาฆาตบาดหมางกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างเวลาที่ผมเอาวัตถุดิบมาผิดตำราปุ๊บก็หักคะแนน เดินไปในที่ไม่สมควรเดินก็ต้องโดนหัก และ ข้ออ้างอื่นๆอีกหลากหลายประการที่เหตุผลแบบสเนปจะหักผมได้ ซึ่งแบบนี้แหละคือสิ่งที่ผมคิดว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ

     แต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดขึ้นเลย

     ขนาดที่ท้ายคาบมาสเนปเดินมาตรวจน้ำยาของผม เขาก็แค่มองแล้วหรี่ตาลงนิดหน่อย ก่อนจะเดินจากไปแบบไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย คำถากถางเหมือนทุกทียังไม่มี

     นี่มันอะไร ? สเนปงอนไม่ยอมพูดไม่ยอมคุยด้วยงี้เหรอ ? บ้าบอ ไม่น่าใช่

     ผมได้แต่คิดหาเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันเหตุ ที่ทำให้สเนปกลายเป็นแบบนี้ ในขณะที่พวกผมชาวกริฟฟินดอร์เริ่มเคลื่อนตัวไปกินข้าวเที่ยงเพื่อเตรียมตัวไปเรียนวิชาต่อไป

     วิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด...

     ในขณะที่พวกเรานั่งลงบนโต๊ะกินข้าว เฮอร์ไมโอนี่ที่เห็นขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปมก็ถามขึ้น

     " เป็นอะไรของเธอน่ะ ฟินน์ ทำหน้าเครียดอยู่ได้ "

     ผมได้ยินดังนั้นก็เลยพูดขึ้นอย่างไม่ปิดบัง

     " ก็คิดเรื่อง สเนป อยู่น่ะ "

     " สเนป ? มีอะไรงั้นเหรอ "

     รอนถามออกมาอย่างเคืองๆ ในขณะที่แฮร์รี่หยิบเอาขนมปังมากินไปด้วยนั่งฟังไปด้วย

     " เขา... นิ่งไปน่ะ... "

     " ก็ปกตินี่ ? แถมยังหักคะแนนรอนเป็นปกติด้วย "

     เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นมาอย่าง งงงวย ในขณะที่รอนทำหน้าบูดขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินดังนั้น ผมเลยส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับไป

     " ไม่สิเฮอร์ไมโอนี่ ลืมไปแล้วหรือยังไง เมื่อวันศุกร์ฉันเพิ่งจะไปท้าทายเขาอยู่เลยนะ คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้น ไม่แม้แต่จะลงมือหรือพูดจาถากถางฉันเลยตั้งแต่ต้นจนจบคาบเลยนะ เฮอร์ไมโอนี่ "

     พอผมพูดได้ดังนั้น พวกแฮร์รี่ก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ก่อนที่รอนจะออกความเห็น

     " นายไปทำอะไรสเนปมาล่ะ ถึงคิดว่าเขาจะเจ้าคิดเจ้าแค้นจนถึงขั้นลงมือกับนาย "

     " เอ่อ... มันก็... คิดเสียว่าเป็นเรื่องที่สเนปไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตก็แล้วกัน... แต่เพราะแบบนั้นแหละ สเนปก็ควรจะหาเรื่องฉันสิ นี่มันอะไร ไม่แม้แต่จะส่งสายตาเกลียดชังมาให้เลย ขนาดแฮร์รี่แค่ทำตัวเป็นแฮร์รี่ ก็ยังโดนไม่เว้นวัน นี่มันไม่สมเหตุสมผลเกินไปแล้วนะ "

     แฮร์รี่ได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย

     " ฉันทำตัวเป็นฉันเนี่ยนะ ? "

     พวกผมเลยหันไปมองแฮร์รี่กันด้วยสายว่า ผิดตรงไหน

     " ก็นายหน้าตาเหมือน... เอ่อ.. ฉันหมายถึง... ก็เพราะนายเป็นแฮร์รี่คนดังนี่นะ "

     แฮร์รี่ได้ยินก็ถึงกับคิ้วขมวด ในขณะที่ผมแอบเช็ดเหงื่อตัวเองอยู่เงียบๆ

     เกือบไปแล้ว... เกือบเผลอลืมตัวบอกว่าหน้าตาเหมือนพ่อนายไปแล้ว... คนที่รู้ว่าสเนปเกลียดแฮร์รี่เพราะหน้าเหมือนพ่อเขา ก็มีแค่ตัวแฮร์รี่เองนี่นะ ถ้าผมเผลอพูดไปมีหวังโดนซักยาวแหง

     " มันก็ใช่... แต่ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ... "

     ผมหยักหน้าก่อนจะพูดต่อ

     " แล้วดูสิ สเนปกลับนิ่งขนาดนี้ ปกติ มันต้องส่งสายตาเหมือนกำลังบอกฉันว่า ฉันเกลียดแกนะโว้ย เกลียดมากๆด้วย เหมือนที่แฮร์รี่โดนอยู่เป็นประจำเนี่ย แต่ฉันกลับได้รับแค่ความเงียบ ไม่แต่จะพูดจาถากถางฉันเหมือนทุกทีด้วยซ้ำ... นี่มันแปลก... แปลกมาก... มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ฉันพลาดไปสิ... 3 วันที่ผ่านมานี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ฉันล่ะสงสัยจริงๆ... "

     ว่าจบผมก็จับน่องไก่มากิน เฮอร์ไมโอนี่ที่คิดดูแล้วก็พูดขึ้น

     " จะว่าไปแล้วมันก็แปลกจริงๆนะ ปกติเขาไม่เคยปล่อยให้เด็กคนไหนรอดไปเลยนี่ ยิ่งกับเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ แถมยังไปท้าทายเขาด้วย... มันไม่สมเหตุสมผลจริงๆนั่นแหละ "

     รอนได้ยินดังนั้นก็เอ่ยปากออกความเห็น

     " อาจจะกลัวนายจนไม่กล้าเถียงหรือเปล่า ? "

     " หะ ? "

     ผมได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วสูง รอนที่เห็นอย่างนั้นก็ยักไหล่ให้

     " เอ้า ก็คิดดูสิ ฉันยังไม่เคยเห็นใครคนไหนเถียงนายชนะสักที จนนายน่ะกลายเป็นของแสลงสำหรับพวกสลิธีรินไปแล้วนะ... เพราะงั้นถ้าสเนปจะไม่อยากยุ่งกับนาย นี่ก็เป็นประเด็นเลยล่ะ "

     พวกผมหันไปมองรอนด้วยสายตาแปลกใจ รอนที่เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว

     " อะไรล่ะ ? "

     พวกเราหันมาสบตากันเองเล็กน้อยก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะค่อยๆพูดขึ้น

     " เอ่อ... ฉันรู้สึกแปลกใจน่ะที่เธอพูดอะไรที่มันดูเข้าท่าขึ้นมา... "

     " นี่เธอต้องการจะสื่ออะไรกันเนี่ย! "

     รอนโวยกลับอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ผมพูดขึ้น

     " แต่ไม่น่าจะใช่หรอก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อย่างน้อยเขาก็ต้องหาเรื่องหักคะแนนฉันบ้างล่ะน่า แต่นี่กลับไม่ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ "

     รอนได้ยินดังนั้นก็บอกปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ

     " จะสนใจไปทำไม ถ้าเขาจะไม่อยากยุ่งกับนายน่ะ! ไม่โดนสเนปยุ่งด้วยน่ะ ดีจะตาย ดูอย่างฉันสิ... โดนไปตั้ง 50 แต้ม! ให้ตายเถอะ! ถ้าแม่ฉันรู้เข้ามีหวังฉันโดนจดหมายกัมปนาทรอบ 2 แน่! "

     จากนั้นรอนก็กลับไปกินข้าวต่ออย่างเกรี้ยวกราด 

     เมื่อคิดไม่ออกแล้วดูไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะคิดสินะ สมเป็นรอน

     ผมถอนหายใจก่อนที่เฮอร์ไมโอนี่จะถามขึ้น

     " เขาไม่วุ่นวายกับเธอ แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ? "

     ผมยักไหล่

     " มันก็ใช่หรอก เฮอร์ไมโอนี่ แต่ว่ามันอดคิดไม่ได้นี่นา... "

     แล้วมันก็ทำให้รู้สึกไม่ดีด้วย... เวลาที่อะไรๆ มันไม่เป็นไปตามที่คิดไว้แบบนี้น่ะ... โดยเฉพาะกับสเนปที่มีบทบาทสำคัญในด้านต่างๆของเหตุการณ์ด้วยแล้ว...

     จากนั้นพวกรอนก็หันไปคุยกันเรื่องอื่นอย่างไม่คิดจะสนใจเรื่องของสเนปอีกเลย

     เห้อ...

     ก็คงได้แต่ต้องดูสถานการณ์ไปอีกทีก็แล้วกัน... ถ้าเหตุการณ์มันเพี้ยนไปจริงๆ ก็คงต้องรับผลกรรม แล้วออกโรงเองอีกที...

     ชักอยากจะรู้ซะแล้วสิเนี่ยว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

     ในขณะที่ฟินน์บ่นสาปแช่งอยู่ในใจ สเนปที่กำลังจัดเรียงวัตถุดิบอยู่ในห้องปรุงยาก็จามออกมาอย่างรุนแรงทีนึง ก่อนจะบ่นกับตัวเองเงียบๆว่า สงสัยต้องทำความสะอาดเสียหน่อยแล้ว 

     ส่วนทางด้านตัวการนั้นก็กำลังกินฟัดจ์แมลงวันพลางอ่านนิตยสารแปลงร่างวันนี้อยู่ที่ห้องทำงานอย่างเป็นสุข

     พอพวกเรากินข้าวเที่ยงกันเสร็จแล้วก็พากันยกขบวนไปห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ระหว่างทางที่พวกเรากำลังมุ่งตรงไปยังห้องเรียนอยู่นั้นเอง รอนก็พูดออกมาอย่างเด็ดขาด

     " ถ้าสเนปสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอีกล่ะก็ ฉันจะลาป่วย... เธอลองไปดูให้หน่อยนะว่าใครอยู่ในนั้นน่ะ เฮอร์ไมโอนี่ "

     เฮอร์ไมโอนี่ที่ได้รับคำไหว้วานก็ได้ลองชะโงกหน้าเข้าไปดูตรงประตู ก่อนที่เธอจะทำหน้าโล่งใจ

     " รอดตัวไป! "

     ลูปินหันมายิ้มให้พวกผมด้วยร่างกายที่อ่อนล้าถึงขนาดที่ใต้ตาก็ยังคล้ำมากกว่าเก่า ส่วนเด็กๆที่ได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาลูปินพร้อมกับบ่นโอดครวญถึงคาบที่แล้วที่สเนปมาสอนกันยกใหญ่

     " ไม่ยุติธรรมเลยครับ เขาแค่มาสอนแทน ทำไมต้องสั่งการบ้านกับเราด้วย "

     " พวกเราไม่รู้เรื่องมนุษย์หมาป่าเลย... "

     " ...แถมให้เขียนตั้ง 2 ม้วนกระดาษ "

     ลูปินที่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ

     " พวกเธอไม่ได้บอกศาสตราจารย์สเนปหรือว่าเรายังเรียนไม่ถึงน่ะ "

     พอเด็กๆได้ยินดังนั้นก็โวยวายหนักกว่าเดิม

     " บอกแล้วค่ะ! แต่ศาสตราจารย์สเนปบอกว่าเราเรียนกันช้ามาก... "

     " ...เขาไม่ฟังครับ... "

     " ...ให้เขียนตั้ง 2 ม้วน!! "

     ลูปินได้ยินเด็กๆโวยวายดังนั้นก็ยิ้มขำก่อนจะค่อยๆพูดไกล่เกลี่ยขึ้น

     " เอาล่ะๆ... ไม่ต้องห่วง ครูจะพูดกับศาสตราจารย์สเนปให้เอง พวกเธอไม่ต้องเขียนเรียงความหรอก "

     เด็กๆที่ได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นมาอย่างเสียดายด้วยท่าทีผิดหวัง

     " โธ่ อย่าเลยค่ะ... หนูอุตส่าห์เขียนเสร็จแล้ว! "

     แต่ก็ไม่มีใครสนใจคำผิดหวังของเธอเลยแม้แต่น้อย แม้ผมจะเข้าใจความรู้สึกของเฮอร์ไมโอนี่ก็ตาม เพราะผมเองก็เผลอทำมันเสร็จไปแล้วเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่ได้บ่นเสียดายหรืออะไรออกมา ยังไงมันก็เป็นการบ้านที่ผมทำในระหว่างที่พักฟื้นอยู่แล้วน่ะนะ จะออกไปเดินเล่นยังทำไม่ได้สู้นั่งทำการบ้านให้เสร็จยังจะดีกว่า... ถึงจะไม่ได้เอามาส่งตอนนี้ ยังไงตอนเรียนเรื่องมนุษย์หมาป่ากับศาสตราจารย์ลูปินอีกทีก็ต้องมาทำเรียงความส่งให้อยู่ดี 

     จากนั้นพวกเราก็เริ่มวิชานี้อย่างสนุกสนาน โดยวันนี้ลูปินได้เอาตัว ฮิงกี้พังก์ มาด้วย

     ลูปินเอากล่องกระจกที่ใส่ตัวฮิงกี้พังก์มาวางไว้ตรงโต๊ะด้านหน้าสุดเพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นร่างกายขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายๆกับกลุ่มหมอกควันถือตะเกียงอยู่นั้น ให้เห็นได้ชัดขึ้น

     " นี่แหละนักล่อเหยื่อเข้าไปในหนองน้ำล่ะ เธอเห็นตะเกียงที่ห้องอยู่ที่มือของมันไหม ? มันจะกระโดดนำหน้าไป... เหยื่อก็จะเดินตามแสงนำทาง... แล้วจากนั้นก็... "

     ตัวฮิงกี้พังก์ส่งเสียงจี๊ดแหลมๆใส่กระจก ไม่พอใจอย่างมากที่อยู่ในที่แคบแบบนั้น ในขณะที่เด็กๆต่างดูมันอย่างใจจดใจจ่อ

     พอเสียงระฆังดังขึ้น ทุกคนก็เก็บรวบรวมข้าวของแล้วเดินออกจากประตูไป ขณะที่ผมใช้มนตร์บังตาซ่อนตัวเองกะจะแอบเจรจาทำข้อตกลงอะไรเล็กน้อยกับลูปินสักหน่อย แต่ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะออกไปได้ทั้งหมด ลูปินก็ทักขึ้นมา

     " รอเดี๋ยว แฮร์รี่ ครูขอคุยด้วยหน่อย "

     แฮร์รี่หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเข้าไปหาลูปิน ในขณะที่ผมได้แต่จ้องมองดูเด็กๆที่พากันออกไปจากห้องหมดแล้ว...

     แล้วกัน... ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนนี้นะเนี่ย... อุตส่าห์ว่าจะพักเรื่องไม้กวาดมาทำอย่างอื่นสักหน่อย ดันมาเข้ารูทเหตุการณ์แฮร์รี่ซะงั้น

     " ครูรู้เรื่องการแข่งขันแล้ว... ครูเสียใจด้วยเรื่องไม้กวาดของเธอ... พอจะซ่อมได้ไหม ? "

     ลูปินถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนที่แฮร์รี่จะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

     " ไม่ได้ฮะ... ต้นไม้นั่นขยี้มันจนแหลก "

     ลูปินถอนหายใจก่อนจะเล่าให้แฮร์รี่ฟัง

     " เขาปลูกต้นวิลโลว์จอมหวดในปีเดียวกับที่ครูเข้าโรงเรียนฮอกวอตส์ พวกเด็กนักเรียนเคยชอบไปเล่นกันแถวนั้น พยายามจะเข้าไปใกล้ๆ เพื่อแตะลำต้นกัน ผลสุดท้าย เด็กผู้ชายที่ชื่อ เดวี่ กั๊ดเจี้ยน เกือบจะต้องเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง... นับแต่นั้น เราเลยถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใกล้มัน ไม้กวาดก็คงไม่รอดเหมือนกันล่ะ "

     ขณะที่ลูปินกับแฮร์รี่คุยกัน ผมก็เดินสำรวจรอบห้องเล่นแก้เซ็ง รอจนกว่าทั้งคู่จะคุยกันเสร็จ

     ตอนนั้นเองแฮร์รี่เริ่มกระสับกระส่ายเล็กน้อยก่อนจะถามคำถามขึ้นมาอย่างยากลำบาก

     " ศาสตราจารย์รู้เรื่องผู้คุมวิญญาณด้วยหรือเปล่าฮะ ? "

     ลูปินหันไปมองดูแฮร์รี่นิ่งก่อนจะพูดขึ้น

     " รู้สิ ครูว่าไม่เคยมีใครเห็นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์โมโหขนาดนั้นเลย... พวกนั้นคงกระสับกระส่ายกันมาสักพักแล้ว... โกรธที่เขาไม่ยอมให้เข้ามาข้างในตัวโรงเรียนน่ะ... ครูเดาว่าพวกนั้นคือสาเหตุที่ทำให้เธอตกลงมาใช่ไหม ? "

     แฮร์รี่อึกอักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าลงอย่างช้าๆ

     " ฮะ... "

     แฮร์รี่นิ่งไปสักพักก่อนจะระเบิดคำถามออกมาอย่างห้ามใจตัวเองไม่อยู่

     " ทำไมฮะ! ทำไมพวกนั้นถึงทำให้ผมเป็นแบบนี้ ทำไมคนอื่นพวกมันถึงไม่สนใจ หรือว่า เพราะผมมัน... "

     " มันไม่เกี่ยวกับเรื่องอ่อนแอ "

     ลูปินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ในขณะที่แฮร์รี่พูดขึ้นมาอย่างหดหู่

     " เพื่อนผมก็บอกแบบนั้น... "

     " ซึ่งที่เพื่อนของเธอพูดนั้นก็เป็นความจริง แฮร์รี่... ที่ผู้คุมวิญญาณมีอิทธิพลกับเธอมากกว่าคนอื่นๆนั้นก็เพราะว่าเธอมีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นในอดีตของเธอ ซึ่งคนอื่นไม่มี "

     แฮร์รี่นิ่งเงียบไป แม้เขาจะไม่อยากยอมรับมันก็ตาม ผมเดินไปนั่งลงบนโต๊ะทำงานของลูปินด้วยความที่เริ่มจะเมื่อยแล้ว ก่อนจะแกว่งขาไปมาแก้เซ็งแล้วนั่งฟังลูปินเล่าเรื่อง

     " ผู้คุมวิญญาณเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำทรามที่สุดเท่าที่มีอยู่ในโลก มันแพร่พันธุ์ได้ในที่ที่มืดมิดที่สุด โสโครกที่สุด มันรุ่งโรจน์อยู่ได้ท่ามกลางความเน่าเปื่อยและความสิ้นหวัง พวกมันดูดกลืนความสงบ ความหวัง และ ความสุขออกไปจากอากาศรอบๆตัว แม้แต่พวกมักเกิลเองก็ยังรู้สึกถึงมันได้ถึงจะมองไม่เห็นก็ตามที ถ้าเข้าใกล้พวกผู้คุมวิญญาณมากเกินไป ความรู้สึกดีๆ ทุกอย่าง ความทรงจำแสนสุขทั้งหลาย จะถูกดูดออกไปจากตัวเธอ และถ้าทำได้นะ พวกมันจะดูดเธออยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเธอกลายเป็นตัวอะไรสักอย่างที่เหมือนกับพวกมัน... ไร้วิญญาณและชั่วร้าย... เธอจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากประสบการณ์อันเลวร้ายที่สุดในชีวิต... และเรื่องเลวร้ายที่สุดซึ่งเคยเกิดขึ้นในชีวิตของเธอนั้นน่ะ... แฮร์รี่... มันก็หนักหนาพอที่จะทำให้ใครก็ตามพลัดตกลงมาจากไม้กวาดได้ทั้งนั้น เธอไม่มีอะไรจะต้องอับอายเลย "

     แฮร์รี่หลบสายตาลูปินแล้วหันมาทางผมที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานจนผมเองก็แอบสะดุ้งอยู่เบา ๆ นึกว่าแฮร์รี่จะรู้ตัว แต่สุดท้ายก็แค่หลบตาลูปินเฉยๆ เท่านั้นเอง จนผมต้องแอบปาดเหงื่ออยู่เงียบๆ

     " เวลาพวกนั้นเข้าใกล้ผม... ผมได้ยินเสียงโวลเดอมอร์ฆ่าแม่ผมฮะ... "

     ผมนั่งฟังแฮร์รี่สารภาพบาป ในขณะที่ลูปินขยับมือเหมือนจะเอื้อมไปบีบไหล่ของแฮร์รี่ แต่สุดท้ายเขาก็ค้างไว้แบบนั้นก่อนจะเอามือลงมากำมือ คลายมืออยู่ข้างลำตัว จนสถานการณ์ดูน่าอึดอัดขึ้นชอบกล

     ไม่ดีมั้ง... ถ้าอยากจะบีบไหล่ให้กำลังใจก็น่าจะทำๆ ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ลูปิน ขนาดคนดูแบบผมยังรู้สึกอึดอัดตามเลยนะนั่นน่ะ...

     เกิดความเงียบอยู่ชั่วขณะก่อนที่แฮร์รี่จะพูดออกมาอย่างขมขื่น

     " ทำไมพวกนั้นต้องมาดูการแข่งขันด้วยฮะ "

     " พวกมันเริ่มหิว... ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมให้พวกนั้นเข้ามาในโรงเรียน เพราะฉะนั้นมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อของผู้คุมก็เลยแทบจะไม่เหลือเลย ครูคิดว่าพวกนั้นทนเสียงคนจำนวนมากที่อยู่รอบๆ สนามควิดดิชไม่ไหว บรรยากาศน่าตื่นเต้นแบบนั้น เร้าใจขนาดนั้น... นั่นล่ะคืองานเลี้ยงสำหรับพวกมันเลยแหละ "

     ลูปินอธิบายขึ้น ก่อนที่แฮร์รี่จะพูดพึมพำ

     " คุกอัซคาบันต้องร้ายกาจมากจริงๆ... "

     ลูปินพยักหน้ากับคำพูดนั้นอย่างเห็นด้วย

     " ตัวป้อมตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางทะเล แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องมีกำแพงหรือผืนน้ำมาป้องกันนักโทษหลบหนีหรอก ในเมื่อพวกนักโทษทั้งหมดนั้นถูกขังอยู่ในความคิดของตัวเอง ไม่สามารถระลึกถึงความร่าเริงไหนก็ตามได้แม้แต่เพียงเรื่องเดียว ส่วนใหญ่แล้ว ก็เป็นบ้าไปภายในไม่กี่อาทิตย์หรอก "

     " แต่ว่าซีเรียส แบล็กหลบหนีพวกนั้นออกมาได้ เขาหนีออกมาได้... "

     ลูปินได้ยินดังนั้นก็เผลอถอยหลังจนไปชนกับกระเป๋าข้างๆที่ผมนั่งอยู่จนตกลงไป แต่ลูปินก็เร็วพอจะตะครุบมันเอาไว้ได้ทัน จนผมต้องแอบขยับตัวหนีออกห่างๆจากจุดนั้นเงียบๆ

     ใจเย็นนะครับศาสตราจารย์... ไม่มีใครว่าคุณนะ อย่าเพิ่งร้อนตัว ไม่มีใครคิดว่าคุณช่วยเขาหรอกน่า...

     แม้ผมคิดว่าลูปินอาจจะคิดทฤษฎีวิธีการหลบหนีของซีเรียสออกมาได้ก็เถอะ แต่คิดว่าเจ้าตัวก็คงไม่อยากจะพูดถึงเรื่องที่ซีเรียสและเพื่อนๆของเขาเป็นอนิเมจัสให้ดัมเบิลดอร์ฟังหรอก นั่นก็เพราะว่ามันก็จะโยงไปถึงเรื่องของเขาที่แอบหนีออกไปสนุกข้างนอกตอนคืนจันทร์เพ็ญกับเพื่อนๆด้วยนั่นแหละ 

     มันคงจะทำให้ลูปินรู้สึกผิดมากแน่ๆ ถ้าดัมเบิลดอร์ที่อุตส่าห์ไว้ใจให้มนุษย์หมาป่าอย่างเขามาเข้าเรียนได้เหมือนเด็กปกติ แต่กลับทำลายความเชื่อใจนั้นแล้วออกไปเล่นสนุกกัน คนที่จะซวยตอนที่ลูปินเผลอไปทำร้ายคนอื่นได้สำเร็จก็จะตกไปที่ผู้อนุมัติอย่างดัมเบิลดอร์ทั้งหมด

     เพราะงั้นลูปินคงทำใจบอกเรื่องนี้ให้กับดัมเบิลดอร์ไม่ได้แหงๆ

     เอ... หรือว่าจะรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่ยอมบอกดัมเบิลดอร์เรื่องนี้ มันก็เหมือนกับช่วยซีเรียสกลายๆหรือเปล่านะ

     งั้นก็คงกลายเป็นว่าไม่ว่าจะบอกหรือไม่ ลูปินก็จะรู้สึกผิดอยู่ตลอดเลยงั้นสิ ?

     งานหยาบชะมัด...

     ผมแอบถอนหายใจมองดูลูปินอย่างสงสารอยู่เงียบๆ ในขณะที่ลูปินพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว

     " ใช่... แบล็กคงหาวิธีต่อสู้กับพวกนั้นได้ ครูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำได้... พวกผู้คุมวิญญาณน่ะ น่าจะดูดเอาพลังของพ่อมดไปหมดแล้วถ้าอยู่กับพวกมันนานพอ "

     " แต่ศาสตราจารย์ทำให้ผู้คุมบนรถไฟนั่นถอยไปได้นี่ฮะ "

     แฮร์รี่พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกขึ้นได้

     " มี... คาถาป้องกันตัวบางบทที่เราสามารถใช้ได้... แต่บนรถไฟมีผู้คุมวิญญาณแค่คนเดียวเท่านั้น ยิ่งมีมากก็ยิ่งต้านทานได้ยาก "

     ลูปินพูดขึ้นมาอย่างยากลำบาก เหมือนกับว่าคาถานี้เป็นคาถาแสลงที่เขาไม่อยากจะพูดขึ้นมาสักเท่าไหร่ แต่แฮร์รี่ที่ได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     " คาถาอะไรฮะ ? แล้วศาสตราจารย์สอนผมได้ไหมฮะ ? "

     " ครูไม่อยากแกล้งทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้กับผู้คุมวิญญาณหรอกนะ แฮร์รี่... ตรงกันข้ามเลย... "

     ลูปินพยายามพูดปฏิเสธ แต่แฮร์รี่ที่เห็นหนทางรอดก็ไม่ยอมตัดใจ

     " แต่ถ้าผู้คุมวิญญาณมาที่การแข่งควิดดิชอีก ผมจำเป็นจะต้องสู้กับพวกเขาให้ได้... "

     ลูปินกับแฮร์รี่มองกันนิ่ง ในขณะที่ตัวผมเองก็ลุ้นตามอยู่นิดๆ เพราะถ้าลูปินเผลอปฏิเสธไปนี่งานหยาบมาก

     หยาบชนิดที่แฮร์รี่อาจจะจบได้แค่ภาค 3 นี้ก็ได้... ผมไม่อยากจะต้องออกตัวช่วยสอนคาถานี้กับแฮร์รี่หรอกนะ... 

     นั่นขอให้เป็นทางออกสุดท้ายเถอะ...

     สักพักไม่นาน ลูปินก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ก่อนจะพูดขึ้น

     " เอ้า... ก็ได้... ครูจะลองช่วยดู แต่คงต้องรอจนเทอมหน้านะ ครูมีอะไรหลายอย่างต้องทำก่อนปิดเทอม... เห้อ... ครูเลือกเวลาป่วยได้ไม่เหมาะเอาเสียเลย "

     ผมได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอยู่เงียบๆ

     พอลูปินสัญญาแบบนั้นแล้วแฮร์รี่ก็ยิ้มออกมาอย่างยินดีก่อนจะพูดขึ้น

     " จริงหรือฮะ! "

     " จริงสิ เอาไว้ครูเคลียร์สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จแล้ว ครูจะค่อยนัดเวลากับเธออีกทีก็แล้วกันนะ เอาล่ะ... ไว้เจอกันคาบหน้านะ "

     " ขอบคุณฮะ ศาสตราจารย์ลูปิน... งั้นผมขอตัวก่อนนะฮะ "

     ลูปินส่งยิ้มให้แฮร์รี่เล็กน้อย ก่อนที่แฮร์รี่จะปิดประตูออกไปเรียบร้อยแล้ว ลูปินถึงจะค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ผมที่เห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้วก็คลายมนตร์คาถาออกก่อนจะพูดขึ้น

     " เลือกเวลาป่วยเนี่ยนะครับ ? เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ค่อยขึ้นเอาเสียเลยนะครับน่ะ "

     ลูปินได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันมาหาผมที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ

     " ฟินนิแกน ?! เธอมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? แล้วก็อย่านั่งบนโต๊ะทำงานสิ มันไม่ดีนะ "

     ผมทำหน้าบูดเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " ก็ตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละครับ... แต่ก็เพราะผมเมื่อยนี่ จะไปนั่งบนเก้าอี้ก็ดูไม่ดีเท่าไหร่ เวลานั่งมันไม่เงียบเหมือนนั่งบนไม้นี่นา เดี๋ยวแฮร์รี่จะตกใจเอา "

     " แล้วเธอ... "

     " มนตร์บังตาครับ พอดีว่าผมมีเรื่องจะมาคุยกับอาจารย์อยู่นิดหน่อย แต่เห็นว่าอาจารย์อยากคุยกับแฮร์รี่ ผมเลยไม่เข้าไปกวนก็เท่านั้นล่ะครับ "

     ลูปินถอนหายใจสงบอารมณ์ตัวเองก่อนจะยิ้มให้ผมแล้วพูดขึ้น

     " ได้สิ... แต่ก่อนอื่นเธอช่วยลุกออกจากโต๊ะของครูก่อนจะได้ไหม "

     ผมยิ้มให้ก่อนจะลุกขึ้นยืนประชันหน้ากับลูปินที่ค่อนข้างสูงมาก... มากกว่าทอมอีก... ราวๆ 180 เห็นจะได้... ซึ่งส่วนสูงที่ต่างกันมาก ผมเลยจำเป็นจะต้องเงยหน้าขึ้นไปมองจนชักปวดคออยู่หน่อยๆ ด้วยความต่างเกือบ 30 เซ็นฯนี้

     อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ... จะว่าไปแล้วทำไมมีแต่คนตัวสูงกันเนี่ย... สูงราวๆ ปีเตอร์สักหน่อยก็ไม่ได้หรือไง ? คนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วเตี้ยกว่าพวกผมเห็นทีจะมีแค่ศาสตราจารย์ฟลิตวิกละมั้งเนี่ย ?

     " เอาล่ะ... มีเรื่องอะไรจะพูดอย่างงั้นหรือ ฟินนิแกน "

     ลูปินพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ก่อนที่ผมจะพูดเข้าเรื่องทันทีด้วยรอยยิ้มธุรกิจ

     " ผมขอเลือดของคุณหน่อยสิครับ "

     " ... เลือดครู ? "

     ลูปินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่ผมจะพูดขึ้น

     " ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ได้ขอมันฟรีๆหรอก ผมจะซื้อเลือดของคุณในราคาครั้งละ 10 เกลเลียน ส่วนเอาไปเท่าไหร่นั้นก็... เอ... คุณน้ำหนักราวๆ 75 กก. คงได้ราวๆสัก 400 - 450 cc. ... แต่จะให้เอาตามค่าการบริจาคเลือดสากลก็ดูไม่ไหว ผมไม่มีเครื่องมือขนาดนั้น... งั้นก็คงจะประมาณ 1 หลอดก็พอแล้วล่ะครับ "

     เป็นไงล่ะ น่าสนใจใช่ไหม ? ตั้ง 10 เกลเลียนเลยนะ เงินดีขนาดนี้ใครจะปฏิเสธลงกัน

     ลูปินที่ขมวดคิ้วอยู่นั้นก็พูดขึ้น

     " แล้วเธอจะเอาเลือดครูไปทำไม... ไม่สิ... ทำไมต้องเลือดด้วย ? เธอจะเอาไปให้แวมไพร์หรือยังไงกัน ขอบอกไว้ก่อนนะว่าไม่มีแวมไพร์ตัวไหนชอบเลือดของครูหรอก ครูออกจะขี้โรคเสียขนาดนี้ "

     ผมเลิกคิ้วสูงก่อนจะเผลอหลุดขำออกมาเล็กน้อย

     " ไม่ใช่งั้นเหรอ ? "

     ลูปินพูดขึ้นอย่างสงสัยอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะโบกมือหยอยๆ พลางหันไปกลั้นขำอีกนิด

     " ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่... ว่าแต่ทำไมผมจะต้องเอาไปให้แวมไพร์ด้วยล่ะนั่นน่ะ "

     " ไม่รู้สิ เพราะครูคิดอย่างอื่นไม่ออกว่าเธอจะต้องการเลือดของครูไปทำไม "

     ผมเลยพูดจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา

     " ไม่ครับ ผมจะเอาเลือดของคุณไปทำการทดลองเล่นนิดหน่อยน่ะ "

     ลูปินขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมก่อนจะพูดขึ้น

     " ทดลอง ? จริงสิ... ได้ยินมาว่าเธอเก่งเรื่องปรุงยาเสียจนศาสตราจารย์สเนปเผลอหลุดปากบ่นออกมาได้เลยนี่ ถ้างั้นครูคิดว่าเธอเองก็คงรู้ดีใช่ไหม ว่าการใช้เลือดในการทำการปรุงยาน่ะอันตรายขนาดไหน เลือดไม่ใช่ตัวทดลองที่ดีหรอกนะ และมันก็อันตรายมากด้วย... โดยเฉพาะมนตร์คาถาและพิธีกรรมบางอย่างที่อาจทำอันตรายต่อผู้ให้เลือดที่ใช้ในการทำพิธีน่ะ "

     ผมได้ยินก็พยักหน้ายอมรับ ก่อนจะพูดขึ้น

     " ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ได้เอาทำการทดลองในแนวนั้นหรอกครับ ผมแค่จะใช้เป็นตัวทดสอบปฏิกิริยาก็เท่านั้นเอง ไม่ได้เอาไปทำพิธีสาปหรือน้ำยาแปลกๆหรอกครับ "

     ลูปินได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

     " งั้นทำไมต้องเป็นเลือดของครูด้วยล่ะ ครูไม่คิดว่าเลือดของครูมันจะพิเศษกว่าของใครหรอกนะ "

     ผมเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ ก่อนจะยิ้มให้

     " ไม่พิเศษงั้นหรือครับ ? "

     ลูปินได้ยินผมพูดดังนั้นก็นิ่งเงียบมากกว่าเดิม ในขณะที่ผมยังคงยิ้มเหมือนเดิม

     " ไม่เอาสิครับ คุณคิดว่าแถวนี้จะหามนุษย์หมาป่าที่คุยง่ายขนาดนี้ได้ที่ไหนกัน ผมว่ายังไงเลือดของคุณก็ดูพิเศษออก "

     ลูปินถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะถามออกมา

     " ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ ฟินนิแกน... เพราะศาสตราจารย์สเนปงั้นหรือ ? "

     ผมยักไหล่ให้ก่อนจะตอบไป

     " ก็ไม่เชิง อันที่จริง ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้วครับ "

     " ตั้งแต่แรก ? "

     ลูปินถามออกมาอย่างสงสัย ผมเลยขยายความ

     " ก็ตั้งแต่ที่เจอกันบนตู้รถไฟนั่นแล้วแหละครับ "

     ลูปินได้ยินก็ตาโตก่อนจะถามออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

     " ตั้งแต่ตอนนั้นเลยงั้นเหรอ ? เธอรู้ได้ยังไงกัน "

     " อืม... เหตุผลก็... รอยแผลบนหน้าของคุณ... "

     ลูปินหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " รอยแผลงั้นหรือ ? บางคนเองก็มีรอยแผลคล้ายๆ สัตว์ทำร้ายเหมือนกันนี่ เธอไม่คิดเหรอว่ามันจะรีบด่วนสรุปเร็วเกินไปหน่อยน่ะ "

     " มันก็ใช่ครับ แต่อย่าเพิ่งแทรกสิครับ ให้ผมอธิบายก่อน "

     ลูปินเลยนิ่งเงียบรับฟัง แม้ท่าทีจะดูกระวนกระวายอยู่บ้างก็ตาม ก็พอเข้าใจได้นะ การที่บอกว่าเจอปุ๊บรู้ปั๊บแบบนี้ คนเป็นมนุษย์หมาป่าแบบลูปินก็ต้องอยู่ไม่สุขเป็นธรรมดาล่ะ

     " ก็ว่ากันง่ายๆคือ... นี่เราอยู่ในโลกที่มีเวทมนตร์เพียงแค่ตวัดไม้กายสิทธิ์ก็ทำให้แผลต่างๆหายได้ในพริบตาแล้วนะครับ แล้วแผลแบบไหนกันที่เวทมนตร์ปกติรักษาไม่ได้ ?.... ใช่ครับ บาดแผลต้องคำสาปนั่นเอง "

     ลูปินยืนฟังเงียบๆ ก่อนที่ผมจะอธิบายต่อ

     " รอยแผลลากยาวเหมือนกรงเล็บสัตว์ แต่ดูเหมือนรอยจะเล็กกว่า แต่ห่างกันมากและลากยาวอย่างน่าประหลาด ถ้าให้สันนิษฐานก็คิดว่าคงโดนมาตั้งแต่เด็กแล้วแน่ๆ ก็นะ... รอยแผลเป็นไม่ขยายตามขนาดร่างกายที่โตขึ้นนี่นา... "

     ผมเงยหน้าขึ้นไปมองดูบาดแผลที่ลากยาวของลูปินอย่างพิจารณา

     แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะรู้มาก่อนอยู่แล้ว แต่ที่ผมพูดมาก็เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้จริง

     " แล้วก็... คุณดูค่อนข้างจะเหนื่อยล้ามากตอนที่อยู่บนรถไฟ ประกอบกับที่ช่วงนั้นเองก็เพิ่งผ่านจันทร์เต็มดวงมาได้ไม่นาน ก็ทำให้อาจโดนสงสัยว่าเป็นมนุษย์หมาป่าได้ ถ้าเอาเหตุผลนี้มาประกอบกับแผลเป็นบนหน้านั่น... แม้มันอาจจะด่วนสรุปไปบ้าง แต่ถ้าดูจากสภาพเสื้อผ้าของคุณแล้วก็สามารถสรุปได้ว่า คุณคงหางานไม่ได้มาสักพัก... น่าจะพักใหญ่ๆเลยล่ะ... ก็นะ ช่วงมกราคมนี้ ก็ดูเหมือนจะมีกฏหมายต่อต้านมนุษย์หมาป่าเพิ่มขึ้นจากกระทรวงด้วยนี่เนอะ เพราะงั้นสภาพที่ซอมซ่อพร้อมกับรอยแผลเป็นคล้ายกับโดนสัตว์ป่าทำร้าย และถ้าเราตรวจดูช่วงข้างขึ้นข้างแรมอีกสักหน่อย ก็เดาได้ไม่ยากหรอกครับ "

     ลูปินที่ฟังอยู่เงียบๆ ก็แย้งขึ้น

     " สรุปไวไปหน่อยนะ ฟินนิแกน ครูอาจจะแค่ไม่มีจะกินจนหิวโซก็ได้นี่ แล้วอีกอย่างเธอไม่คิดเหรอว่าคนอย่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะจ้างมนุษย์หมาป่าเข้ามาสอนจริงๆน่ะ "

     ผมพยักหน้าอย่างยอมรับ

     " มันก็ใช่ครับ ซึ่งมันก็เป็นความจริงที่คุณไม่มีจะกินจนถึงขั้นหิวโซจริง... แต่ก็นะ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็เป็นคนแปลกๆอยู่แล้ว เขาคงไม่สนใจหรอกครับว่าคุณเป็นมนุษย์หมาป่าหรือเปล่า ถ้าดูแลให้ดี ยังไงก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แล้วถึงขนาดที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์รับเข้ามาทำงานเป็นครูสอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดทั้งที จะไร้ฝีมือได้ยังไง ? คนที่มีความสามารถขนาดนี้... แต่ทำไมถึงตกอับขนาดนั้นได้ มันก็ต้องคิดอยู่ทางเดียวก็คือ ปัญหาส่วนตัว จริงไหมครับ ? แล้วต้องตกอับขนาดไหนถึงต้องมานั่งเย็บชุดเองขนาดนี้ยังไม่พอ ยังต้องมานั่งรถไฟมากับนักเรียนอีก... ขนาดครอบครัวจนๆอย่างวีสลีย์ยังไม่ถึงขนาดที่ต้องเย็บซ่อมชุดแบบนี้เลยนะครับ "

     ลูปินได้ยินเรื่องทั้งหมดนั้นก็ถอนหายใจยอมแพ้

     " ถูกต้อง... เธอเก่งมากนะ เก่งจริงๆ... ไม่แปลกใจเลยที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ถึงพูดว่า อย่าแปลกใจในตัวเธอน่ะ "

     ผมขมวดคิ้วก่อนจะถามออกไป

     " ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์พูดเกี่ยวกับผมงั้นหรือครับ ? "

     ลูปินพยักหน้าก่อนจะเอาตัวไปพิงโต๊ะข้างๆผม ผมเลยถือโอกาสกลับไปนั่งบนโต๊ะอีกครั้ง

     " ใช่... ตอนที่มาถึงแล้ว อาจารย์ใหญ่พูดกับครูว่า ถ้าเธอทำตัวแปลกๆใส่ ก็อย่าไปคิดมากและอย่าถือสาเธอเลยน่ะ ตอนนั้นครูเองก็ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ เขาก็เลยบอกกับครูแค่ว่า เธอนั้นเชื่อใจได้ จากนั้นก็ไม่ได้คุยเรื่องของเธออีกเลย "

     " หืม... ควรจะขอบคุณดีไหมเนี่ยแบบนี้... เอ... เดี๋ยวนะ... ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์งั้นเหรอ... "

     ผมนิ่งคิดก่อนจะรู้สึกนึกอะไรขึ้นมาได้

     ถ้าเป็นดัมเบิลดอร์... ก็อาจจะมีผลให้สเนปเปลี่ยนแปลงได้...

     น่าจะใช่... ไม่น่ามีใครหรือเหตุการณ์อะไรที่ทำให้สเนปเปลี่ยนใจได้เร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เขาออกตัวเข้าช่วยเอง...

     หึ่ย... ตัวการอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เองงั้นเรอะ... มันก็น่าขอบใจอยู่หรอกที่ไม่โดนสเนปเล่นงาน แต่มันก็เสี่ยงทำให้แผนเพี้ยนด้วยเนี่ยสิ... ถ้าตอนหลังๆ มีข่าวหรืออะไรก็ตามบอกว่า ผมกับสเนปญาติดีกันขึ้นมา ตัวสเนปเองอาจจะเคลื่อนไหวได้ลำบากขึ้นก็ได้แบบนี้... แต่ข้อดีก็คือ ทางฝั่งนู้นอาจจะใช้สเนปเป็นตัวชักชวนผมเข้าร่วมแทนก็ได้...

     แต่มันก็นะ... เห้อ... สงสัยต้องไปบ่นใส่หน่อยแล้วล่ะมั้งแบบนี้

     " เป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ ฟินนิแกน "

     ลูปินถามอย่างสงสัย ก่อนที่ผมจะถอนหายใจเล็กน้อย

     " ก็รู้สึกเหมือนโดนอาจารย์ดัมเบิลดอร์แกล้งเล่นเข้าให้แล้วน่ะสิครับ น่าปวดหัวจริงๆเชียว "

     " ดูเธอกับศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์จะสนิทกันดีนะ "

     ลูปินยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ผมจะบอกปัดไป

     " ก็... จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ... แต่ถึงขนาดให้เครดิตผมมากขนาดนี้ ผมควรจะดีใจไหมเนี่ย หื้ม... "

     " ครูว่าเธอควรจะยินดีนะที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ยอมรับในตัวเธอมากขนาดนี้น่ะ "

     ผมยักไหล่ให้อย่างไม่ยี่หระ

     " ยังไงก็ตาม คุณตกลงรับข้อตกลงของผมรึเปล่าครับ ? "

     ลูปินทำท่านิ่งคิดพิจารณา ก่อนจะพูดขึ้น

     " มันก็ได้อยู่หรอก แต่ครูอยากรู้ว่าเธอจะเอาเลือดของครูไปทดลองอะไรก่อน "

     ผมพยักหน้าตกลง ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องลับอะไรมากมายอยู่แล้ว

     " ผมอยากได้เลือดของมนุษย์หมาป่าไปทดลอง เพื่อหาสาเหตุและวิธีการลบล้างคำสาปของมนุษย์หมาป่าน่ะครับ "

     ลูปินได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

     " ลบล้าง... คำสาปมนุษย์หมาป่า... "

     " ครับ ผมคิดว่าคำสาปมนุษย์หมาป่านี่ ก็เหมือนคำสาปชั้นสูงทั่วไป แต่ที่ยังอยู่ถึงทุกวันนี้ เพราะ สังคมหวาดกลัวมนุษย์หมาป่าจนไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วยเสียมากกว่า... เอาจริงๆ ก็เพราะมนุษย์หมาป่าเองก็อันตรายด้วยแหละ... คนทดลองก็นับวันยิ่งน้อยลง เพราะ กระทรวงกีดกันหนักข้อขึ้นไปอีก... การพัฒนาเรื่องวิธีแก้ หรือ ของป้องกันก็เลยน้อยตาม... ดังนั้นผมเลยคิดว่า มันเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ สำหรับทำการวิจัยดี เพราะงั้นคุณจะยอมช่วยขายเลือดส่วนหนึ่งให้ผมจะได้หรือเปล่า "

     ผมหันไปมองลูปินที่ก้มลงมามองผมอยู่ข้างๆด้วยสายตานิ่ง

     เกิดความเงียบขึ้นพักใหญ่ ก่อนที่ลูปินจะเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

     " ฉะ... ฉัน... "

     ลูปินพูดต่อไม่ไหวก่อนจะเอามือมาปิดปากตัวเอง เขานิ่งอยู่อย่างนั้นสักพัก หายใจระส่ำ ก่อนที่เขาจะพยายามหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆพ่นออกมา

     " ได้สิ... ได้เลย... ให้เธอฟรีๆ ยังได้เลย... ถ้าเธอไม่รังเกียจน่ะนะ "

     ลูปินหันมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ผมจะยิ้มอย่างยินดี

     " ไม่สักนิดเลยครับ แล้วก็ไม่ต้องให้ฟรีหรอกครับ มันเป็นการซื้อขาย ผมไม่ชอบเอาเปรียบคู่ค้าของผมอยู่แล้วล่ะ "

     เมื่อผมพูดจบผมก็ยื่นมือไปตรงหน้าของลูปินก่อนจะพูดขึ้นสั้นๆ

     " ตกลงไหมครับ ? "

     ลูปินพยักหน้าให้น้อยๆ ก่อนจะยื่นมาจับมือด้วย

     " ฝากตัวด้วยนะ "

     ผมยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ ที่ได้รับความไว้วางใจขนาดนี้ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

     " งั้นก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า "

     ผมว่าจบ ก็หันไปค้นของในช่องอุปกรณ์ทำการทดลองขึ้นมา ก่อนจะเข็มฉีดยาขึ้นมา ลูปินเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะชี้ไปที่เข็มฉีดยาอย่างไม่ไว้ใจ

     " เธอเคยใช้สิ่งนี้มาก่อนหรือเปล่า ? "

     " อ้อ... อุปกรณ์ของมักเกิ้ลนี่สินะครับ... ก็เคย... อืม... เคยซ้อมมาอยู่นิดหน่อยครับ "

     " ซ้อม ? ซ้อมกับอะไร ? "

     ผมไม่พูดพลางหยิบเชือกออกมาจากกระเป๋ามารัดต้นแขนของลูปิน ก่อนที่ลูปินจะพูดขึ้น

     " เธอ... แน่ใจนะ ว่านี่จะปลอดภัยน่ะ... "

     ผมเลยชูนิ้วโป้งมาให้ก่อนจะพูดขึ้น

     " ไม่มั่นใจสักนิดเลยครับ! "

     " ฟินนิแกน... เธอนี่มัน... "

     " ไม่ต้องห่วงครับ! ถึงไม่เคยมีประสบการณ์จริง แต่อะไรๆ มันก็ต้องมีครั้งแรกเสมอ! เพราะงั้น ถ้าผิดพลาด เดี๋ยวร่ายคาถารักษาให้แป๊บเดียวก็หายแล้ว! "

     ลูปินได้ยินก็เบือนหน้าหนีไปพร้อมกับเอามืออีกข้างมากุมขมับ ในขณะที่ผมใช้ทักษะค้นหาเปิดวิธีการเจาะเลือดอย่างถูกต้องมาอ่านอีกครั้ง

     วิธีการเจาะเลือดนั้น ไม่มีอะไรมาก ใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อตรงผิวที่จะเจาะก่อน จากนั้นก็ทิ่มเข็มไปจุดที่เส้นเลือดใกล้ผิวและเจาะง่ายที่สุด ซึ่งส่วนนี้ใช้ทักษะค้นหาจุดที่สมควรเจาะได้ สบาย!

     จากนั้นก็แค่จับตัวกระบอกฉีดยาให้ดี เพราะแรงดันเลือดในร่างกายนั้นแรงพอให้เข็มพุ่งหลุดออกมาได้ แล้วช่วงที่สูบเลือดออกมา ก็ดึงเอาสายรัดออก พอเก็บเลือดเสร็จแล้ว ที่เหลือก็แค่ร่ายมนตร์ เอพิสกี้ รักษาบาดแผลก็จบ!

     แต่ปัญหาสำคัญก็คือ... กลัวทิ่มไม่ตรง...

     ใจเต้นตึกตักเลยเว้ยยยย! ไม่ใช่แค่ใจด้วย มือเองก็สั่นอย่างกับผีเข้า จนขนาดลูปินยังมองแบบไม่ไว้ใจเล้ยยย!

     นี่มันเป็นครั้งแรกที่ผมจะใช้เข็มฉีดยาใส่คนเป็นๆ ดิ้นได้ของจริงเลยนะ! มันต้องสั่นกลัวพลาดกันบ้างแหละน่า!

     ผมก็หายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้หยุดอาการสั่นก่อนจะตั้งสมาธิ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็จ่อเข็มไปตรงเป้าหมาย

     เอาล่ะ... ลุย!!



พักรับชมโฆษณา กันสักครู่

เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงร้องโหยหวน

ของมนุษย์หมาป่าที่โดนเข็มทิ่มผิดจุด





     " ได้แล้ว!! "

     ผมมองเลือดที่อยู่ในกระบอกสูบอย่างปลื้มปริ่ม ในขณะที่ลูปินนั่งกุมขมับอยู่ตรงเก้าอี้นักเรียน

     " 3 ครั้ง... ต้องเจาะไปตั้ง 3 ครั้ง... "

     ผมเลยหันไปพูดแก้ตัว

     " น่าาา ก็มันครั้งแรกของผมนี่นา อีกอย่างร่างกายคุณก็ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อยด้วย ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะครับ "

     ลูปินถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะขยับแขนตัวเองเช็คสภาพร่างกายดู ก่อนที่ผมจะถามอย่างสงสัย

     " แต่ผมก็รู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อยนะครับ ที่คุณยอมรับข้อเสนอของผมเร็วขนาดนี้น่ะ... ในตอนแรกนึกว่าจะต้องคุยกันนานกว่านี้ซะอีก "

     " ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เชื่อมั่นในตัวเธอ... ศาสตราจารย์สเนปก็ยอมรับฝีมือในการปรุงยาของเธอ... และครูเองก็คิดว่า คนที่มีความสามารถสูงแบบเธอ คนที่สามารถดูออกว่าครูนั้นเป็นมนุษย์หมาป่าได้ตั้งแต่แรกเห็น แต่ทั้งๆที่ครูเป็นแบบนี้ เธอก็ยังยอมรับในตัวครู ไม่รังเกียจครูแบบที่คนอื่นๆเป็น... เธอยังปฏิบัติกับครูเหมือนเดิม เธอยังคงยิ้ม ยังคงหัวเราะได้อย่างปกติ เหมือนว่าการที่ครูเป็นมนุษย์หมาป่านั้น เป็นเพียงแค่คำๆหนึ่ง ไม่ใช่คำสาปร้ายที่ทุกคนต่างเกลียดชัง... ถ้าไม่ใช่เธอ ครูว่าก็ไม่มีใครคนไหนอยากจะสุงสิงกับมนุษย์หมาป่าอย่างครูอีกแล้ว... เพียงแค่นี้ก็มากพอต่อความไว้วางใจนี้แล้วล่ะ ฟินนิแกน "

     " ไม่เอาสิครับ คนที่เขาไม่คิดมากเรื่องที่คุณเป็นมนุษย์หมาป่าก็ยังมีนะครับ อย่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ไงครับ "

     ลูปินยิ้มให้บางๆ ก่อนจะพูดขึ้น

     " นั่นสินะ... จะว่าไปก็เคยมีพวกคนแบบนั้นอยู่เหมือนกัน... "

     พวกเรานิ่งเงียบกันไปสักพัก ก่อนที่ลูปินจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะพูดขึ้น

     " อันที่จริงเธอเอาเลือดของครูไปฟรีๆ เลยก็ได้นะ ไม่ต้องให้เงินครูหรอก "

     ผมหยิบเงินออกมา 10 เกลเลียนพลางยื่นให้ลูปินอย่างไม่ยอมแพ้

     " ไม่ได้ครับ การแลกเปลี่ยนต้องเท่าเทียมครับ ถ้าผมเอาเลือดไปฟรีๆ แล้วมันก็รู้สึกเอาเปรียบศาสตราจารย์ชอบกล... "

     " แต่โดยรวมแล้วครูคิดว่าครูได้ประโยชน์มากกว่าเธอนะ ฟินนิแกน "

     ผมได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิด

     " มันก็จริงอยู่หรอกครับ ที่คุณน่าจะได้ประโยชน์ส่วนนี้มากกว่าผม... แต่ในมุมมองผม... ผมเองก็ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ไม่ด้อยไปกว่าคุณหรอกครับ... "

     " แต่ว่า... "

     ลูปินพยายามปฏิเสธก่อนที่ผมจะปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้

     " งั้นเอาเป็นว่า ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี งั้นคุณก็ช่วยสอนคาถาต่อต้านผู้คุมวิญญาณให้แฮร์รี่ให้เต็มที่ด้วยนะครับ ถ้าคุณรับคำขอนี้ มันก็ช่วยผมได้เยอะเลยล่ะ "

     ลูปินได้ยินก็ขมวดคิ้ว

     " ทำไมต้องเป็นแฮร์รี่ด้วยล่ะ "

     " ก็เพราะว่า แฮร์รี่ จำเป็นจะต้องใช้นี่ครับ ถ้าแฮร์รี่ใช้ได้ โอกาสที่กริฟฟินดอร์ชนะก็แทบจะตายตัวเลยล่ะครับ "

     ผมยิ้มให้อย่างขำขัน แม้ในใจจริงแล้ว อยากจะบอกว่า ถ้าแฮร์รี่ใช้ไม่ได้สิ มีคนตายเป็นเบือแน่ๆล่ะ

     " เอางั้นก็ได้... แล้วเธอล่ะ ไม่สนใจมาฝึกกับแฮร์รี่งั้นเหรอ ? "

     เมื่อลูปินรับเงินนั้นไว้แล้ว ผมก็หันไปเก็บอุปกรณ์อีกเล็กน้อย เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็หันไปยิ้มให้ศาสตราจารย์ลูปินแล้วพูดขึ้น

     " เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอกครับ "

     ก่อนจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมา

     " เอกซ์เปกโต พาโตรนุม! "

     เมื่อร่ายจบผู้พิทักษ์ของผมก็ออกมากระโดดโลดแล่นอย่างสนุกสนาน ปล่อยให้ลูปิน มองตามมันอย่างประหลาดใจ

     " เธอร่ายคาถาผู้พิทักษ์ได้ ? "

     " เพราะงั้น ผมก็เลยไม่จำเป็นจะต้องฝึกกับแฮร์รี่จริงไหมครับ ? "

     ผมตวัดไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง ก่อนที่ผู้พิทักษ์ของผมจะสลายหายไป จากนั้นผมจึงเก็บไม้กายสิทธิ์ของผมเข้าเสื้อคลุม ลูปินที่เห็นดังนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

     " งั้นทำไมเธอถึงไม่สอนแฮร์รี่ ล่ะ... จะว่าไงดี... คือครูน่ะ... "

     ผมยกมือห้ามลูปินไว้ก่อนจะพูดขึ้น

     " ศาสตราจารย์ลูปินครับ... คุณคือครูสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่ดีที่สุดตั้งแต่พวกผมเคยเรียนมา... เพราะงั้น ไม่จำเป็นจะต้องดูถูกตัวเองไปหรอกครับ... ผมรู้ครับ ว่าคุณมีความสามารถพอที่จะเสกผู้พิทักษ์ที่แท้จริงได้... แต่ที่คุณเสกคาถาได้แค่ก้ำกึ่งแบบนั้น เป็นเพราะคุณกลัวรูปร่างผู้พิทักษ์ของตัวเองใช่ไหมครับ "

     " เธอรู้ ? "

     ผมพยักหน้า

     " โดยปกติแล้ว ผู้พิทักษ์มักจะมีลักษณะคล้ายกับตัวตนของผู้ร่าย ซึ่งกรณีของคุณก็คงเป็น หมาป่า นั่นแหละครับ... ผมรู้ครับ ว่าคุณไม่ชอบรูปร่างของผู้พิทักษ์คุณ แต่ว่า... อย่าได้ปฏิเสธมันเลยครับ ยังไงมันก็คือตัวตนของคุณนะครับ "

     ลูปินนิ่งเงียบไปอย่างพิจารณาก่อนที่ผมจะพูดเสริม

     " อีกอย่าง... ผมไม่อยากให้แฮร์รี่เอาตัวผมกับตัวเขามาเทียบกัน... เดี๋ยวจะทำให้เขาเสียเซลฟ์ไปเสียเปล่าๆ ผมอยากให้แฮร์รี่มั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ครับ เวลาถึงคราวคับขัน เขาจะได้พึ่งพาตัวเองได้ ผมน่ะ... ดูแลแฮร์รี่ไม่ได้ตลอดหรอกนะครับ... ผมไปก่อนนะครับ ศาสตราจารย์ลูปิน ไว้คราวหน้าผมจะมาเอาเลือดใหม่นะครับ "

     ผมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนจะเดินจากไป



     ผมเดินมาถึงห้องต้องประสงค์เป็นที่เรียบร้อยแล้วก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม

     " เอาล่ะ... ส่วนสำคัญของโปรเจค ในที่สุดก็ได้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! "

     ผมว่าขึ้นพลางชูหลอดทดลองที่มีเลือดของลูปินอยู่เต็มหลอดอย่างเทิดทูน ก่อนที่ทอมจะค่อยๆโผล่ออกมาลอยกลางอากาศ

     " ตกต่ำมาก... ตกต่ำเสียจริง... ดัมเบิลดอร์ไม่น่าคิดสั้นจ้างมนุษย์หมาป่าแบบนี้มาเป็นครูสอนเลย... เสื่อมเสีย... ตกต่ำ... ใช้ไม่ได้... น่ารังเกียจที่สุด... ถ้าเป็นฉันก็คงฆ่าสัตว์ชั้นต่ำแบบนั้นตายไปนานแล้ว "

     ผมได้ยินก็ส่งเสียงจุ๊ๆ

     " ไม่ต่ำสักหน่อยน้า~ รู้ไหมว่ามนุษย์หมาป่าจัดอยู่ในหมวด XXXXX อันตรายระดับสูงสุดเลยนะบอกให้ สูงพอๆกับมังกรและบาซิลิสก์เลยนะ รู้รึเปล่า~ "

     ทอมได้ยินก็กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

     " น่าแปลกใจนะ "

     " อีกอย่างนะ ทอม ถ้าเรารักษาพวกเขาได้ มนุษย์หมาป่าเองก็ไม่ต่างอะไรจากผู้วิเศษทั่วๆ ไปหรอกนะ พวกเขาน่ะ ก็แค่ผู้ป่วย ที่ถูกรังเกียจเดียจฉันท์ก็เท่านั้นเอง "

     ซึ่งก็เหมือนๆกับผู้ป่วยโรคเอดส์ช่วงแรกๆ ที่คนพยายามหลีกเลี่ยง ไม่กล้าสัมผัส...

     แม้ในยุคที่ผมเคยจากมานั้นจะก้าวหน้าไปมาก แต่ยาที่รักษาโรคเอดส์นั้นก็ยังไม่สำเร็จสักที เพราะตัวโรคที่มันกระจายได้ดี ผสมกับการที่ตัวยานั้นค่อนข้างรุนแรงเกินไป เวลาใช้จริง อาจจะทำให้ร่างกายเกิดผลข้างเคียงหรือถึงขั้นรับไม่ไหวจนผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เลยทำให้ยังไม่มียารักษาที่แน่นอนจนถึงปัจจุบัน

     พูดง่ายๆคือ ยาฆ่าเชื้อโรคนั้นทำได้ไม่ยาก แต่การทำยารักษาที่เวลาฉีดหรือกินเข้าไปในร่างกายแล้ว จะฆ่าเพียงเชื้อโรคนั้นยากมาก ถ้ายาแรงเกินไปร่างกายก็จะพังไปตามโรค ถ้ายาอ่อนเกินไปตัวโรคอาจจะวิวัฒนาการจนต้านยาได้มากขึ้น ดังนั้นการผลิตวัคซีนหรือยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในร่างกายได้จึงเป็นเรื่องยากมาก

     นอกจากจะต้องใช้เวลานานในการเพาะเชื้อหรือผสมตัวสารที่เหมาะแก่การรักษา พอได้ตัวยาก็ต้องไปทดสอบกับหนูทดลอง จากนั้นก็ต้องดูปฏิกิริยาของหนู ตัวยาอาจจะเห็นผลทันที หรือ ใช้เวลานานก็มีความเป็นไปได้ทั้งคู่ และถ้ามันเกิดล้มเหลวก็ต้องกลับไปทำใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นยุ่งยาก ทำให้มันกินเวลาไปมาก ทำให้ปัจจุบันของผมในตอนนั้นยังไม่เกิดยารักษาขึ้น

     แต่ถ้าเป็นทักษะของผมแล้ว ผมสามารถข้ามขั้นตอนเหล่านั้นไปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการอ่านข้อมูลที่ตัวทักษะได้วิเคราะห์มาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นส่วนที่ต้องรอผล และ ประมวลข้อมูลนั้นจึงทำได้เพียงแค่นึกคิด

     ดังนั้นผมจึงเชื่อว่า ตัวผมนั้น... สักวันหนึ่ง... ผมจะสามารถผลิตสิ่งที่ผมต้องการได้

     " เอาล่ะ... มีของให้ต้องทำเยอะแยะไปหมดเลยแหะ... กระเป๋าเดินทางที่สั่งก็ได้มาสักพักแล้ว ยังต้องไปขยายพื้นที่ข้างในอีก... ไม้กวาดก็ต้องทำก็จริง... แต่ค่อยเริ่มช่วงคริสต์มาสก็ได้... เอ้อ จริงสิ... เดือนหน้าก็จะคริสต์มาสแล้วก็ต้องเริ่มทำของขวัญให้ด้วยนี่นะ... แล้วไหนจะโปรเจคเครื่องดนตรีพวกนั้นอีก... หื้ม... คงมีอะไรให้ทำไม่รู้เบื่อเลยละมั้งเนี่ย "

     ผมหัวเราะขำเบาๆ ก่อนจะหันไปมองดูทอมที่มองมาทางผมพลางกอดอกนั่งไขว่ห้างกลางอากาศอย่างทุกที

     " เอาล่ะ ทอม... คุณไม่คิดว่ามันน่าสนใจเหรอ ถ้าผมหาทางสร้างยาหรือวิธีแก้คำสาปได้ขึ้นมา มนุษย์หมาป่าที่คุณรังเกียจเหล่านั้นก็จะหายไปได้อย่างถาวรเลยนะ "

     ทอมได้ยินก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา

     " น่าสนใจสิ แล้วถ้าทำสำเร็จขึ้นมาเธอจะทำอย่างไรล่ะ ขายในราคาสูงงั้นเหรอ ? หรือจะเอาไปใช้เป็นข้อต่อรองเพื่อเพิ่มกองกำลังกันล่ะ ? "

     ผมได้ยินก็หัวเราะขำออกมา จนทอมต้องหรี่ตามองอย่างไม่พอใจ

     " โอ้ยยย... ไม่ต้องมองเขม็งแบบนั้นก็ได้ทอม ผมไม่ใช้เป็นข้อต่อรองหรืออะไรแบบนั้นหรอก "

     ผมปาดน้ำตาออก พลางส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อกับความคิดของทอม ก่อนจะพูดขึ้น

     " ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะทอม แต่ขายงั้นเหรอ ? คนที่เป็นมนุษย์หมาป่าเองก็แทบไม่มีใครรับเข้าทำงานอยู่แล้วด้วยซ้ำ แล้วเขาจะเอาเงินมาจากไหนกันล่ะ จริงไหม ? "

     ทอมมองผมนิ่งไม่ตอบอะไร ผมเลยพูดต่อ

     " แล้วตั้งกองกำลังเพื่อเพิ่มอำนาจ ? ขอทีเถอะครับทอม... ผมจะอยากได้คนเยอะแยะแบบนั้นไปทำไมกัน วุ่นวายตายชัก ไม่เอาด้วยหรอก "

     " งั้นเธอมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ "

     ทอมถามกลับก่อนที่ผมจะยักไหล่ให้

     " ไม่รู้สิครับ เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ผมก็ทำในสิ่งที่ผมอยากทำก็เท่านั้นแหละครับ ไม่ได้คิดอะไรให้มากมาย "

     ผมว่าก่อนจะหยิบเอาจานทดลองออกมา พร้อมกับยาที่ผมเคยประดิษฐ์ไว้เมื่อครั้งก่อน 

     " แต่ที่แน่ๆ... เมื่อทำสำเร็จแล้ว ผมก็อยากทำให้พวกคนที่ผมรักมีความสุข... ผมอยากให้พวกเขาเหล่านั้นมีความหวัง... มีอนาคต... เพราะงั้น... "

     ผมหยดเลือดลงไปในจานทดลอง 2-3 หยด ก่อนจะปิดฝาหลอดเลือดนั้นเก็บไป แล้วหยิบเอาสารทดลองที่ 1 ขึ้นมา

     " ผมจำเป็นจะต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้! "

     ว่าจบ ผมก็หยดน้ำยานั้นลงไปตรงเลือด 1 หยด ก่อนจะใช้ทักษะเปิดดูผลไปด้วย วิเคราะห์ด้วยสายตาไปด้วย

     ทันทีที่น้ำยาโดนเลือดของลูปิน น้ำยาก็เริ่มกัดกินเลือดกองนั้นจนมันสลายกลายเป็นสีเดียวกับตัวน้ำยาไป...

     ผมกับทอมมองดูผลการทดลองนั้นอย่างสงบนิ่ง

     ก่อนที่ผมจะหยิบไม้กายสิทธิ์แล้วท่องคาถา

     " อีวาเนสโค (Evanesco)*... "

     ตัวน้ำยาได้หายไปอย่างไม่เหลือร่องรอย จากนั้นทุกสิ่งก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

     ทอมเหล่หันมามองผมด้วยสายตาเรียบนิ่ง ผมที่ทนสายตานั้นไม่ได้ก็กระแอมไอออกมาเบาๆ

     " อะแฮ่ม... สมกับที่มันบอกว่า สามารถกัดกินคำสาปมนุษย์หมาป่าได้... แม้มันจะกินไปทั้งหมดเพราะตัวเลือดเต็มไปด้วยคำสาปก็ตาม... แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่น่าจดจำ! "

     " ช่างเป็นก้าวแรกที่น่าเป็นห่วงเสียจริง... "

     " ยุ่งน่า! ผมรู้หรอก! "

     ผมโวยวายก่อนจะหันไปทดลองกับตัวน้ำยาตัวถัดไป ในขณะที่การทดสอบนั้นล้มเหลวไปเรื่อยๆ ทอมก็ได้แต่ส่ายหน้าให้อย่างเหนื่อยใจ
 


Writer :: ตอนแรกกะจะว่าจะเอาอีกส่วนมาลงด้วย แต่ไม่คิดว่าเขียนไปเขียนมาแค่ส่วนของพบปะกับลูปินก็ดันเยอะเกินไปซะงั้น ก็เลยจับแยกไปตอนหน้าก็แล้วกัน ดังนั้นตอนนี้เลยเป็นตอนของลูปินเกือบทั้งตอนเลยทีเดียว #ฮา

Writer 2 :: รู้สึกเหมือนยืดตอนยังไงไม่รู้แหะ แต่ทำไมเขียนส่วนของตอนลูปินยาวขนาดนี้ก็ไม่รู้ ยังงี้ต้องเขียนอีกกี่ตอนกว่าจะจบซีซั่นนี้เนี่ย เอื้อ...

* = อีวาเนสโค (Evanesco) จัดอยู่ในหมวด มนตร์แปลงกาย (Transfiguration) ทำให้เป้าหมายหายไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 679 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,400 ความคิดเห็น

  1. #5266 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 03:32
    น้องไม่ปลื้มกับสเนปเวอร์ชั่นนี้ น้องต้องการอยู่ในสายตา ฮ่าๆว่าไปนั้น
    #5,266
    0
  2. #5043 Bibliophile.ize (@iddosiripon) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 00:32
    น่ารักจริงๆเลยน้าาาา ขอให้การทดลองสำเร็จลุล่วงน้าาา เอาหละรู้ตัวการที่ทำให้สเนปเปลี่นนไปแล้ว ดู.ฟินน์จะทำยังไง
    #5,043
    0
  3. #4609 Rain The Frist (@zegdansk) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 19:37
    ขอให้น้องฟินน์ทำสำเร็จด้วยเถิด คุณลูปินกับคนอื่นๆที่ต้องถูกคำสาปหมาป่าจะได้หายและมีชีวิตดีๆแบบคนิื่นๆบ้าง
    #4,609
    0
  4. #4547 Aconite_ (@Rookie_King) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 11:58
    ล่ะทำไมฉันต้องเกร็งตามลูปิน 55555
    #4,547
    0
  5. #4544 Lifia (@Lifia) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:45
    มีพักโฆษณาด้วยเจ้า5555555
    #4,544
    0
  6. #4498 Ya? pumpkin? cat? (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 14:02

    ชอบตอนพักโฆษณาจังเลยค่ะ

    #4,498
    0
  7. #4492 NightHeart (@NightHeart) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 21:30

    ภาคก่อนทอมดูร้ายมากกกก แต่ภาคนี้ดูสงบเสงี่ยมมาก5555 น่ารักจริงๆ

    #4,492
    0
  8. #4491 InGGy_IM (@InGInG) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 05:08
    ทอมน่ารักเนอะ ภาคที่แล้วมาร้ายๆ ภาคนี้มาเล่นมุกโบ๊ะบ๊ะกะน้องฟิน555555 เอ็นดู
    #4,491
    0
  9. #4488 ZhangQiwen (@SK_is_me) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 08:21
    ขอให้สำเร็จเร็วๆนะฟินน์
    #4,488
    0
  10. #4485 **Music** (@fhcy) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 08:45
    อ่านตินนี้จบก็ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกๆต่อ...5555
    #4,485
    0
  11. #4484 Sari-Sama (@KumaSari) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 23:46
    มีการพักเข้าโฆษณาด้วย55555
    ทำไมกันนะ ทำไมถึงได้ชอบตอนเจาะเลือดเเปลกๆนะ รู้สึกอยากให้น้องเจาะพลาดไปเรื่อยๆหล่ะเนี่ย55555555556
    #4,484
    0
  12. #4483 varzea (@varzea) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 17:35
    ขอให้ฟินน์รีบทำให้สำเร็จเถอะไม่งั้นลูปินคงพรุนแน่ๆ
    #4,483
    0
  13. #4482 7' 7 3 l (@L0SER) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 13:51
    เราคงจะอยู่กับเรื่องไปจนเราเรียนจบงะ
    #4,482
    0
  14. #4480 charixxi (@falove11) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 08:18
    อ่ยมีพักโฆษณาด้วยนะ เอ็นดู
    #4,480
    0
  15. #4479 MinsMe (@middleway) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 05:47
    แม้ย่อตอนก็จะอ่าน! แม้ยืดตอนก็จะอ่าน! ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ยังอยากจะอ่าน! ทุกคนรู้ แฟนคลับนิยายเรื่องนี้รู้ พวกเราจะตามเกาะติดนิยายเรื่องนี้ยาวนานไปอีกเป็นร้อยปีไปด้วยกันครับ--แค็ก ๆ
    #4,479
    1
    • #4479-1 Paperdoll2 (@Paperdoll2) (จากตอนที่ 102)
      5 มิถุนายน 2563 / 15:47
      จริงค่ะ ไม่ว่านิยายเรื่องนี้จะยาวแค่ไหนก็จะอ่านค่ะ😀
      #4479-1
  16. #4478 PACHALAM (@Aitsuka) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 02:15
    เป็นครั้งแรกที่เห็นด้วยกับทอม55555 จากจะทำให้หายจากคำสาป น่าจะหายไปจากโลกนี้แทนมากกว่า

    แต่มันก็เป็นก้าวแรกที่ถือว่าก้าวใหญ่เลยแหละ ขอให้ทำสำเร็จ (สำเร็จอยู่แล้วมั้ง ก็สกิลตัวเอกไง)
    #4,478
    0
  17. #4477 Luciano_aummy (@Luciano_aummy) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 01:58
    ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ นิยายสนุกตลอดเลยค่ะ
    #4,477
    0
  18. #4476 mumuninnin (@mumuninnin) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:54
    มันดีจริงๆนะ สนุกมายอ่ะ เรารัก
    #4,476
    0
  19. #4475 lego098707 (@lego098707) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:53
    นี่ๆ พลังของมันอะที่ใช้ค้นหาอะไรก็ได้น่ะถ้าทำได้มสกกว่านี้คงเจ๋งไปเลย ใช้หาหนังสือได้ ใช้ตรวจสอบได้ ใช้หาดูคนเหมือนกล้องวงจรปิดได้ แต่ถ้าใช้ดูเหมือนกล้องวงจรปิดแบบระบุเวลาได้คงดี แบบว่ามันสามารถใช้หาข้อมูลต่างๆในอดีตได้ และ ยังใช้ในการหาคนได้ ถ้าระบุเวลาในการค้นหาได้ก็คงเหมือนกล้องวงจรปิดที่ย้อนดู ใครที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วถ้าทำได้จริงๆนะ ลองมองในมุมกลับกัน ถ้าฟินล์อยู่ในอนาคตแล้วใช้พลังพิเศษนี้ดูภาพในอดีต เท่ากับว่าตัวฟินล์ในอดีตก็จะสามารถดูภาพจากตัวฟินล์ในอนาคตได้แบบนี้มันไม่ต่างกับมันมีพลังมองอนาคตจริงๆเลย แบบว่าพลังพิเศษของมันเชื่อมต่อกันอดีตปัจจุบันอนาคตก็เลยหาสิ่งต่างๆได้ ถ้าพลังมันเป็นแบบนั้นนะ มันจะได้เป็นนักทำนายจริงๆไปเลย
    #4,475
    1
    • #4475-1 Nainate (@blue-labels) (จากตอนที่ 102)
      4 มิถุนายน 2563 / 23:05
      พลังของฟินน์จะคือ ดูสถานะและค้นหา ซึ่ง นอกจากดูค่าสถานะและการวิเคราะห์ของเป้าหมายที่ฟินน์ต้องการแล้ว นั่นก็คือ การค้นหา (Search) อะไรก็ตามที่มีอยู่ในโลกครับ คล้ายๆกับท่อง Google ที่ถ้าเคยมีข้อมูลนี้อยู่ก็จะสามารถเรียกขึ้นมาดูได้ตลอดเวลา และ ซึ่งเป็นการเล่นคำ ของคำว่า ค้นหา (Find) ซึ่งหมายถึงการเสาะหาเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งสามารถบอกตำแหน่ง และ ข้อมูลคร่าวๆ ของสิ่งที่ฟินน์ต้องการจะรู้ได้ครับ

      การค้นหาข้อมูลที่เหมือนดูภาพกล้องวงจรปิดเลยไม่ได้ เพราะว่าข้อมูลรูปภาพเหล่านั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นข้อมูลลงในสิ่งอะไรก็ตามที่สามารถบันทึกได้อย่างหนังสือ ผนัง ข้อมูล ความเชื่อต่างๆ อะไรประมาณนั้นที่เคยปรากฎออกมา

      เพราะงั้น คิดซะว่า ความสามารถของฟินน์ก็คือ Google เคลื่อนที่ก็ได้ครับ 555
      #4475-1
  20. #4474 PinogoTH (@PinogoTH) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:49
    ขำลั่นบ้านตรงพักโฆษณา555555555 โธ่หนูฟินน์เจาะตั้งสามเข็ม ลูปินพรุนแล้วมั้งนั่น55555
    #4,474
    0
  21. #4473 shino13 (@shino13) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 22:34

    ชอบการทดลองซะจริง
    #4,473
    0
  22. #4471 guinw55 (@guinw55) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:39
    สงสารลูปินก็อิตอนโดนเจาะเลือดนี่แหละ พรุนไปเลย
    #4,471
    0
  23. วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 19:46

    โอ้ยน้อออ ช่วงพักโฆษณานี่อะไร!? มองคุณผีเสื้อหรอ? ขำมากค่ะแม่-- หนูไม่รู้จะสงสารลูปินก่อนหรือขำเขาก่อนดี 55555+ รอตอนต่อไปนะคะไรท์!
    #4,469
    0
  24. #4468 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 19:37
    ชอบความเจาะหลายรอบ เอาน่าศาสตราจารย์ลูปิน คิดดีๆฟินน์ก็เด็กอายุเท่าไหร่เอง เด็กจะเจาะเลือดได่ตั้งแต่ครั้งแรกก็อัจฉริยะไปนะ555
    #4,468
    0
  25. #4467 Mypari (@Mypari) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 19:35

    รักเลยคั้บคูมไรท์
    #4,467
    0