[fic KHR 1806] จูบ (แรก) รักร้ายละลายหัวใจนายจอมโหด

ตอนที่ 9 : Nobody warned me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56

7

Nobody warned me

 

          “ไม่หนาวเหรอ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมกับอ้อมแขนแกร่งโอบกายจากด้านหลัง เรียกใบหน้าสวยของสาวน้อยผมสีท้องฟ้าให้หันไปมองเจ้าของอ้อมกอด

          “ไม่ล่ะ” บลูเบลส่ายหน้า นัยน์ตาสีน้ำเงินสดมองฮิบาริในชุดยูกาตะสีดำกำลังโอบกอดเธอ “ถ้าฉันหนาว ฉันคงไม่นั่งลอยชายตรงระเบียงนี่หรอก”

          “ผู้หญิงที่ปากบอกไม่หนาวน่ะ ใส่ชุดหนาน่าดูเลยนี่” หนุ่มหล่อแซวยิ้มๆ

          หญิงสาวย่นจมูกให้เขาอย่างน่ารักจนชายหนุ่มอดที่จะประทับจูบบนริมฝีปากได้รูบนั่นไม่ได้ บลูเบลหัวเราะก่อนจะบอก “ตั้งแต่มาญี่ปุ่นนี่ฉันก็ไม่ได้เห็นหิมะมานานแล้วน่ะ ฉันชอบบรรยากาศที่ถูกปกคลุมด้วยไอหนาว แล้วก็ทิวทัศน์ขาวๆ แบบนี้” ว่าจบ ดวงตากลมโตก็ทอดมองออกไปที่สวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งบัดนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นสีขาวทั้งหมด ราวกับหิมะจะชำระล้างทุกสิ่ง อ้อมกอดของฮิบาริเมื่อคืนก็เช่นกันสำหรับเธอแล้ว มันเหมือนอะไรบางอย่างที่ชำระล้างความเสียใจ ความกังวล ความอึดอัด ทุกอย่างนั้นหายไปเกือบหมด มีเพียงเสียงหัวใจ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเขาและอ้อมกอดแกร่งเท่านั้นที่เธอนึกถึง

          เธออกหักเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกเฮิร์ทเป็นยังไง

          ส่วนเรื่องระหว่างเธอกับฮิบาริเอาเป็นว่าบลูเบลไม่อยากคิดถึงมันก็แล้วกัน ชายหนุ่มชอบกอดจูบเธอ ปกป้องและหวงเธอหลายครั้งก็จริง แต่การกระทำบางครั้งของเขาก็ใจร้ายเกินไป อีกทั้งเขาไม่เคยออกปากพูดตรงๆ กับเธอเลยสักครั้งว่ารู้สึกอย่างไร อีกอย่าง ตัวบลูเบลเองก็ยังไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน เธอชอบฮิบาริ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นความรักรึเปล่า ชายหนุ่มเป็นคนมีเสน่ห์ หล่อเหลาและคุณสมบัติมากมายให้ชอบ ผู้หญิงคนไหนก็ปฏิเสธเขายากทั้งนั้น จะมีก็แต่จูบของเขานี่แหละที่บลูเบลเสพติดแทบบ้า วันไหนไม่ได้จูบกัน คงรู้สึกเหงาแปลกๆ

          เธอคงชอบแค่จูบน่ะแหละคนบ้าอะไรจะรักกันเพราะจูบ ครั้งแรกที่เจอหน้าก็แทบจะฆ่ากันด้วยซ้ำ

          “คิดอะไรอยู่”

          “คิดว่านายกอดฉันนานเกินไปแล้วน่ะสิ” บลูเบลเอนกายพิงไหล่กว้าง “อึดอัด”

          “หืม อึดอัดแต่เอนตัวเข้าหาที่หมายความว่ายังไง” ฮิบาริกระเซ้าแต่ก็ไม่ยอมคลายอ้อมกอดง่ายๆ “วันนี้ไปเที่ยวกันมั้ย ผมไม่มีงานด้วย ไปดูบรรยากาศญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยหิมะ อืม จะเรียกว่าเดทก็ได้ ผมอนุญาต”

          “บ้าสิ ใครจะอยากเดทกับคนอย่างนาย”

          “ผู้หญิงทั้งญี่ปุ่นล่ะมั้ง”

          “หลงตัวเอง”

          “พูดจริง”

          บลูเบลกลอกตาเซ็งกับความจริงที่เขาว่า ไม่ผิดหรอก ผู้หญิงทุกคน ใครๆ ก็อยากเป็น คุณนายฮิบาริทั้งนั้น

          “จะไปไหนน่ะ” ฮิบาริถามเมื่อหญิงสาวผละจากอ้อมกอดของเขาแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปข้างในห้อง

          “ก็ไปเดทกับผู้ชายคนนึง ก็ต้องแต่งตัวก่อนสิ ถามอะไรแปลกๆ” หญิงสาวหันมาบอก พวงแก้มขึ้นสีเรื่อเล็กๆ ดูน่ารัก คนฟังยิ้มมุมปากก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินตามร่างบอบบางเข้าไปในห้องบ้าง โดยไม่ลืมที่จะหันมาปิดประตูระเบียง

 

          อากาศเย็นเยียบจนผิวกายที่พ้นจากเสื้อกันหนาวของบลูเบลสัมผัสได้  หญิงสาวห่อไหล่นิดหนึ่งยามลมหนาวพัดมาตระกองกอดเธอ สักพักมือของบลูเบลก็รู้สึกถึงมือใหญ่แสนอบอุ่นกอบกุมมือเล็กๆ ของเธอ ใบหน้าสวยเงยมองเขา นัยน์ตาสีฟ้าสดเห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินคมกริบมองเธออยู่ ใส่ใจแต่ไม่รู้ความรู้สึกภายในมันช่างคล้ายกับดวงตาสีม่วงที่เธอเคยหลงรักอย่างเหลือเชื่อ

          บลูเบลหันหน้าหลบสายตาอ่านไม่ออกของฮิบาริแต่ก็ไม่สะบัดมือที่กอบกุมมือเธอไว้ มันอบอุ่นและน่าถวิลหาจนเธอไม่กล้าพอ นัยน์ตาสีฟ้าสดเปลี่ยนมาสนใจทิวทัศน์ข้างนอก เธอชอบฤดูหนาว เพราะอากาศมันเย็น เหมาะกับการซุกตัวนอนใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่ม ดื่มอะไรร้อนๆ ระหว่างนั่งอ่านหนังสือ โหยหาอ้อมกอดใครสักคน อ้อมกอดที่จะมาทดแทนอ้อมกอดจากพ่อแม่ที่เธอไม่เคยได้รับ เธอชื่นชอบต้นไม้ใบหญ้าและตึกอาคารที่ถูกย้อมเป็นสีขาวสะอาดตา ชอบเวลาที่ลมหายใจออกมาเป็นควันสีหม่น ชอบแม่น้ำที่ค้างแข็งเหมือนแผ่นคริสตัล แม้จะดูสวยแต่เงียบหงาลึกๆ ในใจ

          “หนาวดีนะวันนี้” ฮิบาริพูดขึ้นเหมือนจะชวนคุย มองร่างบอบบางในเสื้อโค้ตตัวใหญ่สีครีม ถุงมือสีแดงสด นัยน์ตาเธออ้างว้างแปลกๆ แล้วเธอก็ดูไม่ค่อยสดใส ไม่ค่อยแสบ ไม่ค่อยวีนเหมือนตอนแรกๆ ที่เขารู้จักหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวาน

          ฮิบาริไม่รู้ว่าบลูเบลไปทำอะไรมา เธอดูไม่สะดวกใจจะพูด และเขาก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้ แม้ว่าในใจเขากำลังอยากรู้มากๆ ก็ตามที

          “อื้อ แต่ฉันชอบนะ” หญิงสาวแย้มรอยยิ้มซึ่งชายหนุ่มมองว่ายังไงก็ยิ้มแบบฝืนๆ ชัดๆ

          “อืม นี่ก็เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

         “เอาสิ”

          เวลาผ่านไปไม่นาน ร่างสูงโปร่งในชุดโค้ตตัวยาวสีดำสนิทกับร่างบอบบางในชุดโค้ตสีครีมก็มาหยุดลงที่หน้าร้านราเมนเจ้าอร่อย ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนสะอาดตา สไตล์ของมันมีญี่ปุ่นเห็นธีมหลัก ทำให้บลูเบลไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮิบาริถึงเข้าร้านนี้ ก็แหมหมอนั่นมันพวกชาตินิยมนี่นานะ =_=

          “นายอยากกินอะไร”

          “คุณล่ะอยากกินอะไร”

          “ฉันถามนายอยู่นะเคียวยะ =  =

          “ก็รู้แล้ว ตกลงคุณอยากกินอะไร”

          หญิงสาวมองใบหน้าหล่อๆ ที่น่ากวนโอ๊ยแต่น่าจูบที่สุด (?) เซ็งๆ เธอถอนหายใจฮึดฮัด มือเรียวชี้ไปที่รูปราเมนหน้าตาหน้ากินในเมนู ก่อนจะหันไปบอกบริกรที่ยืนรอจดรายการอาหารอยู่ “เอาอันนี้ค่ะ”

          ฮิบาริบอกบริกรบ้าง “สองที่แล้วกัน”

          “คิดเองไม่เป็นรึไง” บลูเบลอดไม่ได้ที่จะแขวะคนกวนประสาทซึ่งนั่งตรงข้ามหลังจากบริกรรับออเดอร์พวกเขาเสร็จ

          “คิดเป็น แต่อยากกินคุณ เอ๊ย อยากกินแบบคุณ” ชายหนุ่มแกล้งพูดผิดแล้วสังเกตใบหน้าหวานซ่อนเปรี้ยวขึ้นสีแดงระเรื่อ

          ถ้าไม่ติดว่าการจูบกันในร้านอาหารโดยมีคนนั่งอยู่อย่างนี้ เขาก็อยากจะทำมันทันทีเลยล่ะ ทำยังไงได้ ยัยนี่น่ารักเป็นบ้า

          “ทุเรศ นี่มันในร้านอาหารนะยะ”

          “ก็แค่พูดผิด (ไม่ได้) ตั้งใจ” นัยน์ตาคมสีเข้มพราวระยับ

          “ในหัวนายนี่มีแต่เรื่องใต้สะดือรึไง อุบาทว์จริงๆ ให้ตายสิ”

          “จะด่าอะไรนักหนา ก็หยุดแล้วไงเล่า” คิ้วเข้มขมวดยุ่ง เขากับเธอเปลี่ยนเรื่องคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งราเมนร้อนๆ สองชามใหญ่ๆ มาเสิร์ฟ เมื่อความอบอุ่นของน้ำซุปและรสกลมกล่อมผ่านลิ้นสู่ร่างกาย ในใจบลูเบลก็อบอุ่นยิ่งขึ้น  เธอชอบเวลาเห็นหนุ่มหล่อซดราเมนเงียบๆ ท่าทางการกินของเขาเหมือนเด็กๆ น่าเอ็นดูเหลือเกินเป็นไปได้ บลูเบลก็อยากจะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะตัดใจจากเบียคุรันได้สมบูรณ์ ถึงตอนนั้นเธอจะจากเขากลับไปอิตาลี แล้วก็คงไม่มาที่นี่อีกคงมีแค่ความทรงจำดีๆ นี้ที่บลูเบลอยากจะเก็บมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ

          บลูเบลแทบไม่รู้ตัวเลยว่า จริงๆ แล้วเธอตัดใจจากผู้ชายผมสีเงินคนนั้นได้ตั้งนานแล้ว หรือไม่อาจจะไม่ใช่ตัดใจ เรียกได้ว่ามันไม่ใช่ความรักจะถูกกว่า เพราะที่เธอรู้สึกกับเบียคุรัน มันเป็นแค่ความหลงใหล ความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมานานมากกว่า เธออาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอจูบกับผู้ชายคนนั้นแล้ว

          ความรู้สึกคนเราซับซ้อนเสมอจู่ๆ เราจะชอบคนคนหนึ่งทั้งที่เราคิดว่าเราคนอีกคนมาก่อนหน้า บางคนแค่ไม่แน่ใจ บางคนแค่ไม่พร้อม แต่บางคนกลับไม่รู้ตัว และที่เลวร้ายที่สุดก็คือมีคนที่รู้ตัวตอนที่เขาคนนั้นไปเป็นของคนอื่น ทั้งที่เราเคยมีโอกาสแย่งเขามาได้

          บลูเบลไม่รู้เลยว่าเธออาจะเป็นกรณีนั้นกรณีที่อาจจะเสียเขาไปตอนที่ตัวเองไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นช้าๆ ราวกับต้นไม้ที่ค่อยๆ เติบโตในหัวใจ

          “นี่ เดี๋ยวกินเสร็จแล้ว ผมอยากพาคุณไปที่ที่นึง”

          “ที่ไหนอ่ะ”

          “เถอะน่า เดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

 

          “เคียวยะ ฉันลืมตาได้ยังงง”

          “เดี๋ยวสิ เฮ้ อย่าแอบมองนะคุณ”

          “เร็วๆ สิ”

          “โอเค ได้แล้ว”

          “โถ่ นายพาฉันมาที่ไหน เดินมายากชะมัด”

          สองข้าทางเงียบสงัด ไร้ซึ่งผู้คนเพราะอากาศหนาว เลยไม่ค่อยมีใครมาเดินเล่นทำให้บลูเบลสนใจเพียงแค่ภาพตรงหน้า

          ดวงตาสีฟ้าสดรับภาพทิวทัศน์ภายนอกทำให้รู้ว่าเธอออยู่ใต้สะพานลอยข้ามแม่น้ำ แต่ตรงที่เธอเหยียบคือพื้นดินที่ยังไม่ได้เป็นน้ำไปหมด เธอเห็นใบหญ้าสีเขียวถูกทับถมไปด้วยหิมะ แม่น้ำที่เคยไหลกรากถูกความเย็นให้กลายเป็นน้ำแข็ง เหมือนแผ่นคริสตัลใสๆ ส่องประกายวิบวับสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่ายของวัน

          “ชอบมั้ย”

          “ชอบสวยมากเลย เคียวยะ”

          “ที่นี่เป็นที่ลับอีกที่ของผม วันนี้ผมจะบอกคุณ” ร่างสูงสมส่วนเดินเข้ามากอดหญิงสาวจากด้านหลัง จูบกลุ่มผมนุ่มสีท้องฟ้าแผ่วเบา “อย่าเอาไปบอกใครล่ะ”

          นายทำแบบนี้ทำไม”

          “อะไรนะ”

          “นายทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องทำดีกับฉันขนาดนี้”

          “คุณไม่รู้จริงๆ เหรอ”

          ดวงตาสีฟ้ากลมโตมองนัยน์ตาคมสีเข้มเต็มๆ ตา สิ่งที่เขากำลังพูดมันคืออะไรกันแน่

          “ไม่รู้” เสียงเล็กหวานพูดขึ้นแผ่วๆ แต่ในใจมีแสงเล็กๆ เหมือนหิ่งห้อยปรากฏขึ้น แสงที่เรียกว่า ความหวัง

          “ผมก็ไม่แน่ใจ” ชายหนุ่มเริ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง มือใหญ่กุมมือเล็กๆ มันอบอุ่น หนักแน่นเหมือนดวงตาคู่สวยคู่นั้น “ผมไม่รู้ว่าเรื่องของเราเริ่มจากตรงไหน ผมก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครนอกจากนางิ”

          “รู้สึกแบบไหน” ในใจบลูเบลเต้นรัว แม้จะไม่ชอบที่ฮิบาริพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้น แต่ความรู้สึกของเขาต่างหากที่เธออยากรู้มากที่สุดในเวลานี้

          “บลูเบล” หญิงสาวไม่เคยรู้สึกอะไรกับชื่อตัวเองเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่ามันเป็นชื่อที่ไพเราะเหลือเกิน ยามที่คนที่เรียกมันคือฮิบาริ “ผม”

          “กรี๊ด! ปล่อยนะ ช่วยด้วย! อึ๊ก!!” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น สายตาสองคู่หันไปมองที่ต้นเสียง ภาพผู้หญิงผมสีม่วงยาว ผ้าปิดตาหนังคุ้นตาถูกผู้ชายกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไปไกลๆ ทำเอาบลูเบลหวีดร้องตกใจ ส่วนฮิบาริเบิกตากว้าง

          “โคลม!/นางิ!” ฮิบาริหันมามองบลูเบล หญิงสาวพยักหน้าเร็วๆ ชายหนุ่มกดจูบหนักๆ หนึ่งครั้งแล้วบอก “ผมจะรีบกลับมา รออยู่ตรงนี้นะ”

          “อืม ระวังตัวด้วย” ใบหน้าสวยพยักหน้าเข้าใจ กอดเขาแนบแน่น รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ฟังเขาพูดจนจบ แต่น่าแปลก ลึกๆ แล้วเธอรู้ว่าเขาจะพูดอะไร เพียงแต่ถ้าเขาพูดออกมาชัดๆ คำที่เธออยากได้ยินมาตลอดชีวิต สาบานได้ เธอยินดีจะเป็นของเขา ขอแค่พูดคำนั้นออกมาเท่านั้น เธอจะรอเขา รอเขากลับมาพูดคำนั้นกับเธอ

 

          เวลาที่ล่วงเลยทำให้บรรยากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ บลูเบลยังคงชะเง้อรอเขากลับมา รอแล้วรอเล่าจนเวลาปาเข้าไปสองทุ่ม

          ไม่อยากจะเชื่อ นี่เธออดทนรอผู้ชายคนหนึ่งกลับมาพูดคำไม่กี่คำที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำได้นานขนาดนี้

         บางทีการรอคอยก็ทำให้คนเราสิ้นหวัง

          นี่เธอหวังอะไรอยู่เหรอ บลูเบล

          “ฮึก” น้ำตาสีใสหยดลงเคลียพวงแก้มสีแดงจากสภาพอากาศ มือเล็กพยายามปาดออกไป แต่ดูท่ามันจะไม่หยุดไหลง่ายๆ สองขาพาร่างบอบบางเดินออกมาจากใต้สะพาน แต่หิมะทำเธอเดินลำบากจนสะดุดล้ม

          พลั่ก!

          นั่นสินะ ตอนนั้นฮิบาริคอยพยุงเธอนี่นา แต่ตอนนี้ไม่มีเขาแล้ว

          ไม่มี

          “บลูเบล”

          “ทาเคชิจัง?”

          ดวงตาสีสวยที่พล่าเลือนเพราะม่านน้ำตาเห็นชายหนุ่มร่างสูงแบบนักกีฬากำลังรี่ฝ่าหิมะมาหาเธอ นัยน์ตาสีดาร์กช็อกโกแลตมองใบหน้าสวยที่เลอะน้ำตาด้วยความกังวล มือใหญ่ยื่นมาฉุดแขนเล็กๆ เข้าโอบกอด ท่ามกลางหิมะสีขาวปรายโปรย บลูเบลซบใบหน้าอ่อนแอบนบ่ากว้าง ลืมความสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลที่ยามาโมโตะกอดเธอไว้แน่นอย่างนี้

          ยามาโมโตะเป็นคนดีเขาคงทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว

          “ใครทำอะไรเธอ บอกฉันมา”

          “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เธอบอกทั้งที่ยังซุกหน้าร้องไห้เงียบๆ

          “บลูเบล”

          “ฟังอยู่”

          “ฉันอยากเป็นคนที่ปกป้องเธอ”

          สิ้นคำ ริมฝีปากได้รูปของยามาโมโตะก็ฉกวูบลงมาประกบปากกับบลูเบล เสี้ยววินาทีนั้นเธอยืนนิ่งอย่างคนช็อค ไม่เห็นสิ่งรอบข้าง ไม่เห็นแม้กระทั่งร่างสูงที่หอบหายใจมายืนเห็นภาพตรงหน้าที่มุมสะพาน ไม่เห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเต็มไปด้วยคราบเลือดหรือรอยแผล ไม่เห็นแม้กระทั่งสายตาของเขาที่สะท้อนความรู้สึกของคนที่เจ็บปวดแสนสาหัส

          หนุ่มผมดำกับโค้ตสีเดียวกับซึ่งกลืนไปกับความมืดหันหลังกลับเมื่อได้เห็นภาพนั้น นัยน์ตาสีน้ำเงินคมกริบเย็นยะเยือกยิ่งกว่าหิมะที่หนาวที่สุดในรอบปี ในหัวใจของเขาได้ยินเสียงเพลงเพลงหนึ่งที่บลูเบลเปิดเมื่อตอนเช้าขณะเธอกำลังอาบน้ำ มันเหมือนจะตอกย้ำความรู้สึกของเขา ณ เวลานี้

 

Nobody told me we were too young
Nobody told me we couldn't love
Nobody warned me

ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลยว่าเรายังเด็กไป

ไม่เห็นมีใครบอกฉันเลยว่าเราไม่ควรรักกัน

ไม่เห็นมีใครเตือนฉันเลย



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 


TALK : ฮือออ ในที่สุดก็ได้มาอัพพพ TT^TT ขอโทษที่ดองนะคะ ขอโทษค่ะ ขอโทษ! // กราบงามๆ ร้อยที

     คือส่วนตัว ได้รับกำลังใจมากมายจากทุกคอมเม้นต์ค่ะ ยิ้มทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเม้นต์ แต่พอย้อนไปอ่านนิยายตอนก่อนหน้า รู้สึกว่าตัวเองเด็กเหลือเกิน หวังว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาจะทำให้ไรเตอร์เติบโตขึ้นนะคะ แล้วก็เวลาน่าจะมากกว่านี้ด้วย! ไรเตอร์ซาบซึ้งจริงๆ นะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ทุกข้อความที่มาตามให้อัพ มันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าสิ่งๆ ดีๆ ที่นักเขียนน้อยประสบการณ์คนนึงจริงๆ ค่ะ

     กล่าวถึงเรื่องนี้ ไรต์มีโครงการจะแต่ง ๒๐ ตอนจบค่ะ แต่หนักใจมากจริงๆ เพราะช่วงที่เขียนแรกๆ (ตอน ม.๒) ดำเนินเรื่องเร็วเกินไป ทำให้พระ-นางดูรักกันง่ายเกินไปซะงั้น ความสามารถ ณ ปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย หวังเหลือเกินว่าจะดึงเนื้อเรื่องกลับมาได้ดีกว่านี้ เพราะถ้าจะเอาแบบเพอร์เฟกต์จริงๆ คงต้อรีไรท์ใหม่ทั้งหมด แต่คงเป็นไปได้ยาก เพราะเรื่องจะเปลี่ยนไปมาก อีกทั้งจะเหนื่อยทั้งคนอ่านและคนอัพค่ะ แล้วอีกสองหนุ่มที่เหลือก็จะไม่ได้แต่เพิ่มเสียที

     สุดท้ายก็ขอบคุณอย่างยิ่งอีกครั้งนะคะ สำหรับรีดเดอร์ทุกคน อยากให้นิยายเรื่องนี้มีแนวเรื่องไปแบบไหน อย่างให้อัพเรื่องไหนเพิ่มก็เม้นต์ๆ บอกได้ ไม่ก็แอดเฟสมาคุยกันนะคะ เล่นบ่อย น่าจะเห็นบ้างแหละ ๕๕๕๕ *@มาขอเฟสทางข้อความลับนะคะ จิกทึ้ง (?) ลาก (?) มาอัพได้เรื่อยๆ เลย ๕๕๕๕๕๕๕

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #108 0945506352 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 00:24
    ต่อเถอะนะคะ
    #108
    0
  2. #105 `.Ninety_99 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 18:58
    ตะไมรู้สึกสะใจที่ฮิจังเจ็บปวด(?)
    งื้อออ ในที่สุดก็มาอัพแร้น ดีใจจุง Q A Q
    รอตอนต่อไปนะค้าา เป็นคู่ที่แปลกแต่รักมากมาย
    รอออออออออออออออออออออออออออออ !!
    #105
    0
  3. #104 Sono Chieri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 14:04
    เศร้าจังตอนนี้แต่สนุกดีนะ
    #104
    1
    • #104-1 Momoi Satsuki(จากตอนที่ 9)
      20 ธันวาคม 2558 / 04:10
      อยากให้อัพจัง เพราะชอบคู่นี้น่ารักมากๆเลยละ
      #104-1