FROM MY HEART - MARKNO

ตอนที่ 4 : จากใจครั้งที่ 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 พ.ย. 60



จากใจครั้งที่ 4





ไออุ่นๆจากแสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาผ่านบานกระจกใสของห้องนอนชั้นบนจนเจ้าของกายขาวต้องพลิกตัวหนี มือเล็กควานหาเจ้าแมวตัวน้อยทั้งที่ยังไม่ลืมตากลับพบแต่ความว่างเปล่า เปลี่ยนมาเป็นมืออีกข้างหนึ่งก็ยังไม่พบเจ้าตัวดื้อจนเจโน่จำใจลุกจากกองผ้าห่มนุ่มนิ่มแสนอุ่นมามองหาแทน


“มินฮยอง~”


“...” พบแต่ความว่างเปล่าตอบกลับมา ดวงตารีเรียวสวยสอดส่ายสายตาหาจนทั่วห้องอีกครั้งก็ไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ เจ้าดื้อของเขาไปไหนกันนะ


“ทำไมชอบหายไปแบบนี้นะ ทั้งคนทั้งแมวเลย หึ่ย” ปากบางสีพีชยู่เข้าหากันอย่างคนขัดใจก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงหลังใหญ่เพื่อไปหาผู้เป็นแม่ชั้นล่าง

 




วันนี้เป็นวันเสาร์ดังนั้นเจโน่จึงไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าๆเพื่อไปให้ทันบัสหน้าปากซอย ลงมาชั้นล่างทั้งที่ยังอยู่ในเสื้อนอนสีเหลืองอ่อนลายลูกสิงโตตัวน้อยกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเข้าชุดกัน เส้นผมสีเข้มฟูฟ่องชี้ไปมาไม่เป็นทรงเท่าที่ควร ก้าวขาลงบันไดมาเอื่อยๆโดยไม่ลืมตามองทาง ทุกครั้งที่เผลอเจโน่ชอบทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆชอบอ้อนผู้เป็นมารดาเหมือนครั้งเยาว์วัยและครั้งนี้ก็เช่นกัน หญิงวัยกลางคนมองลูกชายตัวเองพรางส่ายหน้าหน่ายๆให้กับความเป็นเด็กของเจ้าตัว เรียวขาขาวก้าวลงมาถึงชั้นล่างและชนเข้ากับบางอย่าง บางอย่างที่นุ่มทว่าแน่นทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกับพี่ชายคนสนิทของเขา ปลายจมูกรั้นฟุดฟิดดมสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คนเป็นพี่เห็นเช่นนั้นกลับนึกออกแค่เพียงสิ่งเดียวและคำว่า หมันเขี้ยว คงเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับการกระทำของมาร์ค


“โอ๊ย!! เจ็บนะ!” ร้องเสียงหลงเพราะความเจ็บจี๊ดๆแล่นมาจากปลายจมูกที่ขึ้นสีเล็กน้อย ลูกแก้วกลมใสสบกับอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เจโน่กำลังเดินลงมา ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อรู้ว่าตนเองทำเรื่องน่าอายเอาไว้ แก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อเป็นที่เรียบร้อยน่ารักน่าชมเสียจนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดูก่อนจะละมือออกจากใบหน้าอีกคน


“อ่า..พี่มาร์ค ผม.. เอ่อ...คือ”


“วันนี้ไปคาเฟ่แมวกัน”


“ห๊ะ?” น้ำเสียงสั่นเครือหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อคนตรงหน้าพูดประโยคที่เจโน่ไม่ได้ยินมาร่วมสามเดือน


“ไปคาเฟ่แมวกัน พามินฮยองไปหาเพื่อนๆไง”


“อ่า...ก็ได้ครับ งั้นโน่อาบน้ำเป็นนึงนะครับพี่มาร์ค”

 

 


.

.

.


“โน่เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น”


“เปล่าครับ พี่ขับรถต่อเถอะครับ” เจโน่เอนกายพิงกับเบาะหลังไปอย่างเซ็งๆ  ไม่ทันได้ปิดตาหลับสนิทกลับต้องเปิดเปลือกตาสีสวยขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคขัดใจจากหญิงสาวเบาะข้างคนขับ


“น้องไม่เป็นอะไรหรอกค่ะมาร์คไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ามีอะไรเดี๋ยวลามิดูแลเองค่ะ”


“ไม่ต้อง” พลั้งปากพูดออกไปได้ผลตอบกลับมาเป็นท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยของเจ้าหล่อนและประโยคติเตียนของพี่ชายคนสนิทพร้อมกับดวงตาคมที่จ้องมองผ่านกระจกมองหลัง ลูกแก้มกลมใสทั้งสองคู่สบกันอีกครั้งและเป็นเจ้าของเรือนกายขาวเองที่หลบสายตาก้มหน้าจนคางแทบชิดอกกดสายตามองพื้นแทน


“เจโน่ ทำไมพูดกับลามิแบบนั้น เขาเป็นพี่เรานะ”


“...”


“ยังอีก ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้”


“...”


“เจโน่ลี”


“ขอโทษครับ”


“จะดื้อกับพี่หรอ เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้นี่”




 

เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ดุผมต่อหน้าคนอื่นแบบนี้เหมือนกัน สายตาตัดพ้อส่งไปให้เพียงแวบเดียวเท่านั้นก่อนเจโน่จะปรับสีหน้าตนเองให้ปกติและเลือกหยิบหูฟังในกระเป๋าเป้ขึ้นมาเสียบฟัง มือเรียวสวยลูบเส้นขนนุ่มนิ่มสีอ่อนของสัตว์เลี้ยงตัวเล็กไปพราง


20%


ใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย คาเฟ่แมวร้านประจำที่เจโน่ชอบพาสัตว์เลี้ยงไปหาเพื่อนเล่น ทั้งสามเข้ามาในตัวร้านที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นโดยมุมหนึ่งของร้านจัดเป็นบาร์ของหวานให้ลูกค้าได้ลองทานกัน


“เดี๋ยวพี่เข้าไปหาที่นั่งให้นะ เราก็เลือกขนมแล้วตามมาล่ะ”


“มาร์คคะเดี๋ยวลามิช่วยน้องเลือกแล้วตามเข้าไปนะคะ” เสียงแหลมเล็กโพล่งขึ้นมาก่อนมือเรียวสวยของเจ้าหล่อนจะคว้าหมับเข้าที่ไหล่ลาดเล็กของคนอายุน้อยเพียงคนเดียวตรงนั้น ออกแรงดันให้เจ้าตัวเดินไปข้างหน้าทว่าเจโน่กลับขืนตัวเอาไว้ไม่ยอมขยับ สองมือนั้นจึงออกแรงบีบมากขึ้นจนอีกคนมีสีหน้าเหยเกอย่างเห็นได้ชัด


“เป็นอะไรรึเปล่าทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”


“ผมเจ็-” มาร์คที่อุ้มมินฮยองไว้ในอ้อมอกทำท่าจะเดินเข้ามาดูอาการน้องชายคนสนิท แต่ก็หยุดการกระทำนั้นเพราะเสียงของแฟนสาว


“มาร์คคะรีบไปสิคะเดี๋ยวจะไม่มีที่ให้นั่งนะคะ” ลามิแทรกประโยคขึ้นมาทันที หล่อนตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจทว่าไม่มีใครเห็นนอกจากเจโน่


“อ่า โอเคๆ” หมุนตัวกลับไปทางเดิมเพื่อหาที่นั่งเหมาะๆ หากเป็นการทำข้อสอบมาร์คคงเลือกคำตอบผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้งที่ทิ้งเจโน่ไว้กับหญิงสาวคนนี้

 



“นายคิดจะทำอะไร” เจ้าหล่อนคลายยิ้มหวานก่อนกลีบปากเล็กนั่นจะคว่ำลงในทันที ดวงตาเย่อหยิ่งดูถูกดูแคลนฉายออกมาชัดเจน เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันทีที่แฟนหนุ่มรูปหล่อหันหลังให้ มาร์คจะรู้บ้างรึเปล่าว่าคนรักเป็นแบบไหนเมื่ออยู่ลับหลัง


“อะไร?”


“ก็ทำตัวอ่อนแอเรียกคะแนนน่าสงสารแบบที่ทำอยู่นี่ไง” มือสองข้างที่เคยจับไหล่ลาดของเจโน่ละออกมาก่อนจะเช็ดที่ชายกระโปรงสีอ่อนของเจ้าหล่อน


“ห๊ะ?”


“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่านายคิดอะไรกับมาร์คน่ะ”


“...”


“เหอะ จะบอกอะไรให้นะ คนอย่างนายน่ะเป็นได้แค่น้องชายข้างบ้านเท่านั้นแหละ เพราะตัวจริงของมาร์คก็คือฉัน


“...”


“อีกอย่างนะ มาร์คเขาก็รักฉันมาก ไม่มีวันไปมองเด็กผู้ชายอย่างนายหรอก” มือคู่เล็กกำแน่นข่มอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้ เขารู้สึกว่าตัวเองยังเด็ก เด็กที่ยังควบคุมอารมณ์ตนเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร เจโน่ไม่ได้อยากใส่ใจคำของหญิงสาวตรงหน้าแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อสิ่งที่เจ้าหล่อนพูดมาเป็นความจริงทุกอย่าง แต่ก่อนที่เจโน่จะได้ตอบกลับหรือพูดอะไรบ้างเสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นมา

 

 



Rrrr


จวิ้นดื้อ!

 




 

“ฮัลโหลว่าไงจวิ้น”


“เฮ้ย! จริงด้วย เราลืมอ่ะ ขอโทษนะ ฮืออ เดี๋ยวเราจะรีบกลับบ้านไปจัดกระเป๋าเดี๋ยวนี้แหละ จวิ้นรอเราแปปนึงนะ” วางสายเสร็จก็จ้ำอ้าวไปหามาร์คที่นั่งอยู่ในสุดของร้าน


 


“พี่มาร์คครับ คือผมลืมว่าวันนี้ต้องไปค่ายกับจวิ้นอ่ะ ผมฝากมินฮยองด้วยนะ บายครับ”


“อ้าว เดี๋ยวสิ แล้วจะไปยังไง”


“เจโน่! เจโน่ลี! กลับมาตอบพี่ก่อน!!


“น้องหาทางกลับเองได้แหละค่ะ มาร์คไม่ต้องเป็นห่วงน้องหรอกน้องโตแล้วนะคะ”


“..แต่”


“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เชื่อลามิสิคะ น้องดูแลตัวเองได้”


“อ่า โอเคๆ”




 

 

ร่างบอบบางกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านมาด้วยความรีบร้อนกลัวเพื่อนจะรอนาน แท็กซี่ที่กำลังจะผ่านมาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว ณ เวลานี้ 

 



.

.

.




“ลืมนัดขนาดนี้เราคงไม่สำคัญเลยสินะ” ยังไม่ทันที่เจโน่จะก้าวลงจากรถดีๆ เพื่อนตัวเล็กกว่าก็เอ่ยประโยคน้อยอกน้อยใจยืนกอดอกเชิดหน้าหนีอีกคนเล็กน้อยแกล้งทำเป็นงอนเพื่อนตัวขาว


“จวิ้นอ่า เราขอโทษจริงๆนะ”


“อีกสิบนาทีเจโน่ เราให้อีกสิบนาที ให้ว่องเลยนะ”



.

.

.


 

“ไงมึง กว่าจะเสร็จมาได้นะ ต้องให้กูโทรจิกเป็นร้อยๆรอบ ห่านี่” เสียงหนึ่งดังขึ้นทันทีที่มาร์คเดินเข้ามาในลานหินอ่อนใต้คณะ


“เออน่า กูก็มาแล้วนี่ไงจะบ่นไรนักหนา”


“จ้าพ่อมึง ไปเลยมึงไปช่วยไอ้ลูคัสกับไอ้พี่แจฮยอนตรงนู้นเลย” เจ้าของผิวสีแทนสวยชี้นิ้วไปทางโต๊ะลงทะเบียนอีกฝั่งหนึ่งของจุดที่พวกเขายืนอยู่ มีกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมปลายยืนรุมอยู่จนแทบจะมองไม่เห็นตัวคนที่ถูกพูดถึงถ้าพวกมันไม่บังเอิญเห็นเขาจากช่องใต้วงแขนน้องผู้ชายคนหนึ่งแล้วลุกขึ้นยืนเรียกฉายาเขาเสียงดังฟังชัดชนิดที่ว่าไม่ต้องพึ่งเครื่องขยายเสียงเลยแม้แต่น้อย


“ไอ้มะลิ!!!!!

 


สัสลู - -* ’

 


“นั่นๆไอ้ลูของมึงเรียกหาแล้ว ไปเร็วๆ”


“พ่อมึงไอ้แฮช แซวไปเรื่อยอ่ะมึงอ่ะ”


“แหนะ เขินหรอคะน้องมะลิ”


“แฮ-ชาน” มาร์คกดเสียงต่ำลงกว่าเดิมน้ำเสียงแข็งปนดุทำให้แฮชานหยุดการกระทำของตนเองลง


“โอเคๆกูยอมแล้ว เชิญคุณชายมาร์คลีด้านนั้นเลยครับ เชิญคร้าบบบบบ” ผายมือออกไปทางด้านโต๊ะลงทะเบียนที่เหมือนมีฝูงอะไรสักอย่างลงเข้าไปทุกทีเพราะเด็กๆเริ่มมากันเยอะขึ้นขณะที่พี่ประจำโต๊ะกลับมีแค่สองคนเท่านั้น


“แล้วคนอื่นไปไหนวะ คนที่ต้องอยู่ตรงนั้นอ่ะ”


“อ๋อ ไอ้แจมอ่ะหรอ ยังไม่มาอ่ะ กูละเบื่อแม่งจริงๆจะเฝ้าร้านไรนักหนาพี่ยูตะก็อยู่” แฮชานกรอกตาวนกลับไปกลับมาขณะเอ่ยแกมบ่นถึงบุคคลที่สาม


 “แจม? ผู้หญิงแงะ”


“ผู้หญิงก็เหี้ยละ แม่งชื่อแจมินแต่เขาก็เรียกกันแจมเนี่ยแหละ”


“แจมิน? แจมินไหนวะ? ชื่อคุ้นๆ”


“อ่าวมึงจำมันไม่ได้หรอ ไอ้แจมินเดือนปีหนึ่งคณะเราไง”


“ปีหนึ่งเลือกดาวเดือนแล้วหรอวะ ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่อง” ทันทีที่มาร์คพูดจบประโยค ชายหนุ่มผิวแทนสวยถึงกับต้องยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองดังแปะ เอือมระอากับความไม่สนใจโลกของเพื่อนตัวดี


“รู้ก็เหี้ยละ วันๆมึงขลุกอยู่แต่กะลามิ สนใจอะไรที่ไหน เฟรชชี่ไนท์ก็ไม่ไป อะไรก็ไม่เอาอ่ะมึงอ่ะ จัดค่ายนี่มาได้เพราะจารย์บังคับมึงหรอก”


“สัสพูดงี้ด่ากูเลยมั้ย”


“กูก็ด่าอยู่”


“เชี่ยแฮช!


“พอๆ มึงไปช่วยไอ้ลูกะพี่แจได้ละสัส ลีลาอยู่ได้”


“เออ ไปก็ได้วะ” ขายาวใต้กางเกงแสลกดำเนื้อผ้าดีก้าวเดินเอื่อยๆคล้ายไม่รีบร้อนอะไรจนถึงโต๊ะอีกฝั่งหนึ่งแต่ไม่ทันได้ทิ้งตัวลงนั่งก็มีชายอีกคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีชิงนั่งเก้าอี้ที่เขาเพิ่งไปลากมาเมื่อครู่


“ขอบคุณสำหรับเก้าอี้นะครับ” น้ำเสียงทะเล้นตามแบบฉบับเจ้าตัวส่งมาให้มาร์คพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

 



ไอ้นี่มาได้ไงวะ!’

 



“สวัสดีครับ ผมแจมิน นาแจมินเดือนปีหนึ่งยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับพี่-มาร์ค” ราวกับว่าเขาคนนั้นอ่านใจมาร์คออก แจมินหรือนาแจมินเจ้าของประโยคแนะนำตัวส่งยิ้มตายิบหยีมาให้ทั้งน้ำเสียงที่ใช้ยังบอกได้อีกว่าคนอ่อนกว่าตรงหน้าของมาร์คเป็นคนเช่นไร


“กวนตีน”


“ครับ? พี่-มาร์คว่าไงนะครับ”


“อ๋อ เปล่า บอกนายหล่อดี”


“อ้อออ หรอครับ”


“นายคือคนที่เป็นเจ้าของร้านไอติมนั่นใช่มั้ย”


“อ่า ใช่ครับ ทำไมหรอครับ”


“เปล่า”


“ว่าแต่สองคนนั้นที่มากับพี่ด้วยนี่เขามีแฟนรึยังครับ” 


“สองคนไหน?”


“เจโน่กับแจมินน่ะครับ”


“ยัง ถามทำไม”


“ก็... เปล่าครับไม่มีอะไร :)” คำพูดของคนตรงหน้าคงถูกใจแจมินมากเสียจนเรียวปากกระจับบางคลี่ยิ้มออกมาอีกทั้งดวงตาคู่หวานนั้นระยิบระยับเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ


“ยิ้มอะไร”


“เปล่านี่ครับ อ้อ ขอทางให้น้องๆด้วยนะครับพี่-มาร์ค” ฝ่ามือหนาออกแรงดันคนแก่กว่าให้หลบไปอีกทางก่อนจะหันไปผายมือให้นักเรียนมัธยมปลายสองสามคนตัดแถวขึ้นมาตรงหน้าตัวเอง ส่งยิ้มกว้างแสนหวานตามแบบฉบับจนลูคัสที่นั่งข้างๆกันเบ้ปากให้เล็กน้อย ดวงตาคมของเจ้าตัวมองเห็นใครบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี ผิวขาวกับดวงตายิ้มพระจันทร์เสี้ยวนั่นจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากเจโน่น้องชายคนสนิทของเพื่อนเขาเอง ลูคัสละสายตาจากภาพตรงหน้าเปลี่ยนทิศทางมาคุยกับมาร์คแทน


“มึง”


“ว่า”


“เจโน่มา”


“ห๊ะ? เจโน่? มาได้ไง”


“เจโน่มาหรอครับ” เจ้าของรอยยิ้มหวานละความสนใจจากการลงชื่อ ผุดลุกผุดนั่งจนถูกรุ่นพี่ผิวสวยที่นั่งข้างกันเอ็ดเข้าให้


“กูไม่ได้คุยกับมึงไอ้แจม ทำงานไป”


“กูก็ไม่รู้ นู่นเดินดุ้กดิ้กมากะเพื่อนน่ะ” ดุรุ่นน้องตาหวานเสร็จก็ไม่ลืมที่จะตอบคำถามเพื่อนสนิท


“มาได้ไงวะ หรือว่า..”


“อ้าวพี่มาร์คทำไมมาอยู่ที่นี่ละครับ” เสียงเล็กดังขึ้นขณะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกไม่ทันได้มองว่าตรงหน้าตนนั้นเป็นคนคนเดียวกับต้นเหตุให้หัวใจดวงน้อยของเหรินจวิ้นเต้นไม่เป็นจังหวะแถมยังหน้าขึ้นสีจนโดนเพื่อนตัวขาวแซวอยู่บ่อยๆ ละสายตาจากรุ่นพี่ที่รู้จักมามองคนตรงหน้าลูกแก้วกลมใสเบิกขึ้นในทันที พลันพวงแก้มทั้งสองข้างเจือสีระเรื่อน่ามองจนอีกคนเผลอยกยิ้มบางๆมาให้ แจมินยื่นปากกาให้รุ่นน้องที่เพิ่งเจอกันที่ร้านของเขาเมื่อไม่นานมานี้ ท่าทีเขินอายจนสังเกตได้ยิ่งทำให้ร่างโปร่งหลุดยิ้มครั้งแล้วครั้งเล่า

 


ทำไมน่ารักแจมินคิด

 


“พี่มาร์คจัดค่ายนี้ด้วยหรอครับ”


“อ่า..ก็ไม่เชิงน่ะ พี่แค่มาช่วยๆเขาเท่านั้นแหละไม่ได้เป็นตัวหลักหรอก”


“อ่า..ครับ”


“แล้วนี่เราสมัครตอนไหนทำไมพี่ไม่เห็นจะรู้เลย”


“ที่จริงผมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนเองครับ คนแถวนี้มัดมือชกผมน่ะ”


“ว่าเราหรอ”


“เราเปล่านะ แค่พูดลอยๆ”


“เจโน่! เราจะโกรธจริงๆนะ”


“อ่า..อย่าเพิ่งทะเลาะกันนะครับ น้องเหรินจวิ้นลุกให้เพื่อนมาเซ็นชื่อได้แล้วครับ” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยปรามเบาๆพรางส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจใครๆแถวนั้นมาให้อีกระรอก


“..ก็ได้ครับ”





talk2

100%แบบงงๆแถมช้าด้วย ขอโต้ดดด 

ไม่รู้คนอ่านจะงงแบบเรามั้ยนะแต่ก็ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ .TWENTY III



talk1 

กราบขอโทษแบบเบญจางคประดิษฐ์ ขอโทษจริงๆค่ะที่หายไปนานมากกกกกกก จะไม่แก้ตัวอะไรทั้งสิ้นเพราะเราขี้เกียจเอง (อย่าตบเรา) จะพยายามมาอัพเรื่อยๆนะแต่อาจจะไม่บ่อยอ่ะ ;^; ตอนนี้อ่านแก้คิดถึงไปก่อนเนอะ เร็วๆนี้จะ100% 

พูดคุยติชมกันได้ในแท็กหรือจะมาทวงฟิคก็ได้เราไม่กัด เลิฟยูว .TWENTY III


comment & tag, pls ;)

#จากใจmarkno


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #43 Charno_ting (@patita_cream) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 21:37
    -.- อยากตบคนพี่ แค่นี้แหละจบ!
    #43
    0
  2. #42 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 16:07
    ?สงสารน้องงงง
    #42
    0
  3. #41 Sasi03878454 (@Sasi03878454) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 16:07
    ?สงสารน้องงงง
    #41
    0
  4. #40 Blauer Himmel`♡ (@emmy_bubbletea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 18:44
    แงงง ยัยน้องงง
    #40
    0
  5. #39 nsnenee (@nsnenee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:12
    โอ้ยยย อิพี่่่ ชัดเจนเถอะค่าาา
    #39
    0
  6. #38 jxnsjdhdjaaid (@33553355) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 03:11
    ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ขออภัยกันเซนเซอร์ค่ะฉันกำลังใช้คำหยาบที่มีทุกคำบนโลกใบนี้^-^) โอ้โหหหหหหหหหห มันจะหักหน้าอะไรขนาดนี้คะพี่ ขอบคุณนะคะพี่มาร์คฉันซึ้งในน้ำใจพี่จริงๆ ชวนลูกฉันไปให้พี่กับหล่อนรุมด่า ฉันประคบประหงมลูกฉันมาอย่างดี(ทางทวีตเตอร์) อวยเสมอไม่เคยแม้แต่ดุเรื่องไม่ดีซึ่งน้องชอบ แต่พี่ดันมาทำแบบนี้กับเด็กผู้ชายลูกฉันที่รักพี่สุดหัวใจ มันเป็นเพราะความโง่เขลาเบาปัญญาของพี่ที่ไม่มองสิ่งที่น้องจะสื่อจะแสดงออก แต่กลับกันยังไปคบกับผู้หญิงชั้นต่ำดูจากคำพูดก็รู้แล้วด้วยว่าไม่น่าจะรักเด็ก ฉันนี่หน่ายใจกับคนแบบพี่จริงๆเลย สงสารลูกฉันจริงๆที่มารักคนแบบพี่เนี่ย
    #38
    0
  7. #33 ✖ Psчcнo. (@giftss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:25
    อหมาร์คลี ทำแบบนี้โคตรเหยียบกันอะ
    เอาเหอะถึงจะไม่รู้ว่าน้องชอบ แต่การชวนน้องไปไหน ละมีใครไปด้วยงี้ ก็ควรบอกให้เป็นช้อยส์ในการตัดสินใจหน่อยโว้ยยย /พ่นไฟ
    ละลามิ ใสซื่อเชื่อใจได้แค่ไหนนนนน โกรธๆๆๆๆๆ
    ถ้าจะไม่พอใจน้องก็ไม่ต้องพาน้องมา ไม่ต้องทำให้น้องคิด เข้าใจไหมตะม้าค!!

    รอนะคะ มาเมื่อไหร่ก็รอค่า
    #33
    0
  8. #31 toki000 (@toki000) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:15
    พกลามิมาด้วยอีก ไปกับลามิสองคนดีกว่ามะ เฮ้ออออ
    #31
    0
  9. #30 the wutz (@wut_sesooyon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:00
    โอ๊ยยยยยยสงสารน้องเว้ยยยยย เบื่อมาร์คแล้วรำคานนนนนนนนนนน เฮ้อแต่ก็อยากให้น้องโน่สมหวัง
    #30
    0