พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 8 : เวทย์พันธนาการแห่งพันธะสัญญา ตอนที่ 2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 พ.ค. 55

ตอนที่ 8 เวทย์พันธนาการแห่งพันธะสัญญา ตอนที่ 2

 

แม้สายตาของทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นจะไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย แต่คิลก็ยังยิ้มเล็กน้อยเหมือนกับว่าทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวของเขาเลย ยิ่งยูไลท์ที่ยืนต่อหน้าต่อตาของคิล เขาก็แทบจะทำไม่เห็นยูไลท์เลยด้วย ไม่นานยูไลท์ทนไม่ไหวจึงหยิบถุงมือสีขาวโยนใส่คิลเพื่อเป็นการท้าประลองให้เขาลุกขึ้นมาสู้ตามกฎของอัศวิน คิลมองยูไลท์ที่โยนถุงมือมาก่อนจะยิ้มและเก็บถุงมือข้างนั้นลงกระเป๋าจากนั้นคิลก็พูดออกมาว่า

“คุณยูไลท์นี่ท่าทางจะรวยนะครับถึงได้ชอบโยนถุงมือทิ้งแบบนี้ แต่ถ้าจะให้ดี คุณช่วยโยนมาอีกข้างได้ไหม แบบว่ามีข้างเดียวแล้วมันใช้งานอะไรไม่ได้นะ”

ยูไลท์มองคิลด้วยสายตาที่โมโหสุดๆ ไม่นานเขาก็ตะโกนออกมาว่า”ไอ้โรคจิต ฉันไม่ได้ให้ถุงมือกับแกเฟ้ย ฉันกำลังท้าแกประลองในแบบของอัศวินชั้นสูงอยู่นะ แกรีบลุกจากโต๊ะขึ้นมาประลองกับฉันเลยนะ”

คิลถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายใจ ก่อนจะใช้สายตาเวทนามองไปยังยูไลท์ ไม่นานเขาก็ปัดมือไปมาก่อนจะพูดออกมาว่า

“เอาเป็นว่าผมจะปล่อยคุณยูไลท์ไปก็แล้วกัน เพราะผมเป็นพวกไม่ชอบการต่อสู้นะที่ไม่ได้ผลประโยชน์นะ เอาละคุณรีบไสหัวไปเถอะครับ ไม่งั้นคุณเองจะต้องเสียใจ “

ยูไลท์ที่ได้ฟังถึงกับควันออกหูแต่เขาก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรลงไป คิลที่เห็นแบบนั้นถึงกับยิ้มเพราะเขาทราบดีตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าอัศวินที่ท้าประลองแล้วไม่ถูกรับคำท้าห้ามลงมืออย่างเด็ดขาดเพราะจะเป็นเสื่อมเสียเกียรติของอัศวิน แถมอัศวินก็ห้ามทำร้ายคนไม่มีอาวุธด้วย สรุปว่าตอนนี้ยูไลท์ทำอะไรไม่ได้เลยยังไงละ จริงอยู่การคิลไม่รับการท้าดวลจะทำให้ถุกว่าเป็นคนขี้ขลาด แต่ถ้าเทียบเอาอีกฝ่ายในคณะนี้แล้ว เขาถือว่าดีกว่าเยอะ คิลยิ้มอย่างสบายใจกับสีหน้าที่ทำอะไรไม่ได้ของยูไลท์ ไม่นานเซร่าก็ตะโกนด่าขึ้นมาว่า

“ไอ้คนขี้ขลาด ไอ้คนตาขาว ไอ้งี่เง่าไม่ยอมสู้คน แกมันก็เป็นได้แค่นาคตัวเมียที่ปากกล้าเท่านั้นเอง โคตรเง่าตระกูลของแกเป็นคนขี้ขลาดหรือยังไงกันถึงได้ทำแบบนี้”

บลุยิ้มเล็กน้อยเหมือนเป็นการยอมรับ ซึ่งการที่เขาทำแบบนั้นทำเอาเซร่าเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จากนั้นคิลก็พูดออกมาว่า

”ไม่ใช่ผมไม่อยากสู้นะ แต่ผมจะไม่สู้เมื่อไม่ได้ผลประโยชน์ต่างหากละ  ถ้าคุณเซร่ามีข้อเสนอดีๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมอาจจะคิดดูใหม่ก็ได้นะครับ “

เซร่าแทบจะโกรธจนหน้าแดงไปอีกคน ยูไลท์ที่ได้ยินแบบนั้นรีบหยิบถุงเงินกระแทกกับโต๊ะพร้อมพูดอกมาว่า

“ไอ้โรคจิต ในถุงเงินนั้นมีเงินอยู่ 100 เหรียญทอง กับ 40 เหรียญเงิน ถ้าแกชนะชั้นได้ แกก็เอามันไปเลย แค่นี้พอไหมละสำหรับผลประโยชน์แบบที่แกต้องการ”

คิลมองถุงเงินก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ  เขามองดูเสื้อที่ยูไลท์ใส่จากหัวจรดเท้า สักพักเขาก็พูดออกมาว่า

”มันน้อยเกินไปครับ แต่ถ้ารวมกับชุดทั้งหมดที่คุณยูไลท์สวมอยู่ และดาบที่เอวด้วย ผมก็ตกลงที่จะเล่นกับคุณก็ได้นะครับ”

ยูไลท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาว่า”ได้เลย ไอ้โรคจิต ถ้าแกเอาชนะชั้นได้ แกจะเอาชุดนี้ไปได้เลย แม้แต่ดาบประจำตำแหน่งของอัศวินนี้แกก้เอาไปได้ แต่ถ้าแกแพ้ แกต้องแก้ผ้าของตัวเองให้หมดละ “

ฮีโร่ที่ได้ยินคำพูดของยุไลท์ เขารีบท่ำท่าห้ามทันทีแต่คิลกับยิ้มและพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า

 “ผมว่าแค่นั้นน้อยไปไหม เอาแบบนี้ก็แล้วกันถ้าผมแพ้ ผมจะสะบัดหน้าไปจากเมืองนี้ในสภาพนั้นเลยและผมไม่กลับหยีบเมืองมาอีกเลย แต่ในทางกลับกันถ้าคุณยูไลท์แพ้ นอกจากเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่แล้ว ผมขอลงโทษคุณนิดๆหน่อยเพื่อเป็นการลงโทษคุณก็แล้วกันตกลงไหมละ”

คำพูดของคิลทำเอายูไลท์และพวกเซร่าอึงไปตามกัน ฮีโร่เองก็เงียบไปเพราะเขาเองก็เริ่มอยากทราบฝีมือของคิลบ้างแล้ว ที่สำคัญเขาคิดว่ายูไลท์ไม่มีทางแพ้คนที่อยู่ข้างหน้าแน่ๆ ไม่นานเซร่าก็พูดออกมาว่า”ที่นายพูดออกมาเมื่อสักครู่เป็นความจริงนะ”

คิลมองเซร่าด้วยสายตาที่จริงจังผิดกับสายตาที่ผ่านมาเป็นคนละคนเลย ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า

“ผมไม่เคยโกหกครับ ยิ่งอยู่ต่อหน้าคุณด้วยแล้ว ผมจะไม่มีวันโกหกอย่างเด็ดขาด”

คำพูดของคิลทำเอาเซร่าอึงไปเล็กน้อยเพราะเธอไม่คิดว่าคิลจะกล้าพูดแบบนี้ออกมาแต่ขณะที่เซร่ากำลังอึงอยู่นั้น ยูไลท์ตะโกนขึ้นมาว่า

“ไอ้บ้าโรคจิต ในเมื่อแกตอบตกลงแล้ว แกก็ต้องออกมาประลองกับฉันซิโว้ย แต่ถ้าแกกลัวตายละก็ แกก็รีบไสหัวไปซะ”

คิลมองยูไลท์ด้วยสายตาเวทนาอีกครั้ง ก่อนจะยกเก้าอี้ไปตั้งหน้ายูไลท์พร้อมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่เขาหยิบมา จากนั้นเขาก็ใช้มือขวาเปิดหนังสือเกี่ยวกับกฎต่างๆขึ้นมาอ่าน และมือซ้ายของคิลก็มีปากกาขนนกที่คอยขีดเส้นใต้ประโยคที่สำคัญในหนังสือเล่มนั้น แน่นอนว่าคิลเองก็ไม่มีท่าทางที่สนใจยูไลท์แต่อย่างไงเลย ยูไลท์ที่เห็นแบบนั้น เขาก็ชักดาบที่ข้างลำตัวจากนั้นเขาก็ชี้ดาบมาที่คิลที่กำลังทำท่าอ่านหนังสืออยุ่หน้าเขา ไม่นานเขาก็ตะโกนออกมาอย่างหัวเสียว่า

“ไอ้บ้าที่แกกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ในเมื่อแกรับคำท้าของฉันไปแล้ว แกก็รีบจับอาวุธขึ้นมาสู้กับฉันสิโว้ย ไอ้โรคจิตงี่เง่า”

คิลวางปากกาลงที่หนังสือ ก่อนจะหันหน้าไปมองยูไลท์ด้วยสายตาเวทนาอีกครั้ง พร้อมพูดออกมาว่า

“คุณยูไลท์ต่างหากละที่ทำอะไรอยู่ การประลองเริ่มขึ้นตั้งนานแล้วต่างหาก อ้อ อีกอย่างอาวุธของผมก็คือ ปากกาและหนังสือเล่มนี้ยังไงละ เอารีบเริ่มซะที เดี๋ยวอาหารมาผมก็ไม่ได้กินกันพอดีหรอก”

คำพูดและการกระทำของคิลทำเอาคนที่อยู่ในห้องอึงไปตามกัน โดยเฉพาะยูไลท์ที่ประกาศจะละเลงเลือดคิลนั้น เขาถึงโกรธจนหน้าแดงไปเลย ไม่นานยูไลท์ก็พูดขึ้นมาว่า

            “ไอ้โรคจิต นี่แกจะตายอยู่แล้วยังคิดจะกินอีกเหรอ? ได้ถ้าแกรอดตายมาได้ ฉันคนนี้จะเป็นเจ้ามือให้กับแกเอง แต่นั้นหมายความว่าแกรอดตายนะ”

            คิลมองยูไลท์ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดออกมาว่า”งั้นผมขอขอบคุณล่วงหน้าก็แล้วกันนะครับ เพียงแต่ว่ามื้อนี้ผมมีเจ้ามือแล้ว เอาเป็นว่าคราวหน้าผมจะให้คุณยูไลท์เลี้ยงก็แล้วกันนะ”

            คิลที่พูดจบก็ก้มลงไปอ่านหนังสือต่อ เรียกได้ว่าเขาไม่สนใจยูไลท์อีกเลย ยูไลท์ที่ได้เห็นและได้ยินดังนั้น เขาปักดาบลงพื้นก่อนจะพูดออกมาว่า

            “ได้เลย ในเมื่อแกไม่ใช้อาวุธ  ฉันก็จะไม่ใช้ ดูซิว่าเวลาที่แกแพ้ แกจะได้ไม่มีข้อแก้ตัวยังไงละโว้ย”

ยูไลท์พุดจบก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับต่อยหมัดขวาเข้าที่หน้าของคิลทันที คิลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะวางปากกาลงที่หนังสืออีกครั้ง จากนั้นเขาก็ใช้มือซ้ายปัดหมัดขวาของยูไลท์ พร้อมเอนตัวเล็กน้อยเพื่อเป็นการหลบหมัดซึ่งการทำแบบนั้นของคิล มันทำให้หมัดของยูไลท์ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย ยูไลท์ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขายกขาซ้ายมาเตะก้านคอของคิล แต่คิลก็ใช้มือข้างเดิมปัดขาข้างนั้นให้เปลี่ยนทิศทางในการโจมตีอีกครั้ง  ยูไลท์ที่โจมตี 2 ครั้งยังไม่สามารถทำให้คิลลุกจากที่นั่งได้เลย เขารีบดึงขากลับมา ก่อนจะตั้งท่าเตรียมโจมตีอีกครั้ง

ยูไลท์ยกมือซ้ายตั้งฉากขึ้น ก่อนจะกำหมัดขวาเอาไว้ข้างเอวไม่นานแสงสีแดงก็ถูกรวบรวมที่หมัดขวา สักพักหมัดนั้นก็มีแสงที่ค่อยๆขยายมากขึ้น โรสที่เห็นแบบนั้นก็ร้องออกมาด้วยความดีใจว่า

“เพลงหมัด 9 ราชสีห์ ท่าทางยูไลท์จะโกรธจริงๆ ถึงได้ใช้เพลงหมัดนี้ออกมา งานนี้เจ้าโรคจิตนั้นอ่วมแน่ๆเลย”

เซร่าและฮีโร่พยักหน้าเห็นด้วยทันที แต่ขณะพวกฮีโร่เริ่มจะดีใจที่เห็นยูไลท์ที่ใช้เพลงหมัดนี้ออกมา เสียงของยูไลท์ก็ตะโกนออกมาว่า

”ไอ้โรคจิต แกตายด้วยหมัดราชสีห์ คำรามซะเถอะ”

ยูไลท์ต่อยหมัดที่มีแสงสีแดงเข้าใส่คิลอย่างรวดเร็ว แถมเพลงหมัดนี้ก็มีคลื่นพลังเป็นรูปราชสีห์สีแดงกระโจนเข้าใส่คิลอีกด้วย คิลที่เห็นแบบนั้นเขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาชูนิ้วชี้และนิ้วกลางในลักษณะของดรรชนี พอหมัดของยูไลท์และคลื่นพลังราชสีห์สีแดงตรงเข้ามาเขา คิลเบี่ยงตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้นิ้วทั้งสองนิ้วจี้ไปที่ข้อศอกของหมัดข้างที่ยูไลท์ต่อยมาทันที

            “ตุบ”

            “อ๊าก”

            เสียงร้องของยูไลท์ดังขึ้นมาแทบจะในทันที แต่สิ่งที่ทำร้ายยูไลท์กลับไม่ใช่นิ้วของคิล เพราะคิลแค่เอานิ้วไปสัมผัสข้อศอกของยูไลท์เท่านั้นเอง และพอคิลเอานิ้วไปสัมผัสข้อศอกเท่านั้น หมัดแสงสีแดงพร้อมด้วยคลื่นพลังของยูไลท์ก็พุ่งตรงเข้าไปทำร้ายไหล่ซ้ายของยูไลท์แทน  ไม่นานยูไลท์ก็ทรุดลงนั้นกับพื้น สีหน้าของพวกฮีโร่แทบแสดงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าพวกไม่เชื่อสิ่งที่เห็นแม้แต่น้อย คนเพียงคนเดียวที่ยังคงรักษาสภาพความเยือกเย็นเอาไว้ได้คือลาล่า เธอมองมาที่คิลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอึงเล้กน้อยที่เขาสามารถทำแบบนั้นได้ ยูไลท์เองก็มองคิลด้วยสายตางงเพราะเขาไม่เข้าใจว่ามันเป็นแบบนี้ได้ยังไง คิลที่เห็นแบบนั้นก็พูดออกมาว่า

            “พอเถอะครับ คุณสู้ผมไม่ได้หรอกครับ ยิ่งไอ้หมัดแมวร้อง เมื่อกี้ยิ่งไม่มีทางใช้กับผมได้เลย ถ้าคุณเปลี่ยนไปใช้ดาบมันอาจจะทำอะไรได้บ้างแต่ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้หมัดแมวขี้เรือนอีก ผมว่ามันไร้ประโยชน์นะ”

            ยูไลท์ที่ได้ยินเสียงของคิลเขารีบลุกขึ้นยืนก่อนจะมองคิลด้วยสายตาโมโหสุดๆ ยูไลท์รีบพุ่งเข้าไปหาคิลอีกครั้ง  ยูไลท์รวบรวมพลังไว้ที่หมัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นสองหมัดแทน จากนั้นเขาก็ตะโกนออกมาว่า

            “ไอ้บ้าเพลงหมัดนี้คือหมัดราชสีห์โว้ย ในเมื่อแกดูถูกมันดีนัก แกก็รองรับท่านี้ดูสิฟะ กระบวนท่าไม้ตาย หมัดราชสีห์คู่ทลายฟ้า

ยูไลท์ใช้หมัดแสงทั้งสองมือเข้าหากันที่หน้าอก ก่อนรวบรวมแสงสีแดงให้ขยายใหญ่ขึ้นเลื่อยจนกลายเป็นบอลแสงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 60 ซม.จากนั้นยูไลท์ก็ใช้หมัดขวาต่อยบอลแสงนั้นเข้าหาคิลทันที การต่อยในครั้งนี้ทำให้เกิดคลื่นพลังอย่างรุนแรงที่พุ่งตรงเป็นเส้นตรงเข้าหาคิลที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ แต่สิ่งที่คิลทำคือการตวัดปากกาเป็นคำว่า

สลาย 

คลื่นพลังของยูไลน์ไปทันทีที่อักษรปรากฏออกมา ยูไลท์เห็นแบบนั้น เขาอึงไปเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาประชิตคิล จากนั้นยูไลท์ก็ชกหมัดออกมาด้วยจังหวะ 1-2 ทันที แต่ทุกครั้งที่ต่อยออกมาหมัดของยูไลท์กับต้องชกกลับไปที่หน้าของตัวเองทุกครั้ง เพราทุกครั้งคิลจะใช้นิ้วสัมผัสข้อศอกทั้งสองข้างของเขา เพื่อเป็นการบังคับให้เขาชกหมัดใส่หน้าตัวเอง

            “ตุบๆๆๆ”

            เวลาผ่านไปสักพักยุไลท์ก็แทบจะไม่เหลือสภาพที่ดูได้อีกเลย เพราะไม่ว่าเขาจะชกได้อย่างรวดเร็วเพียงใดหมัดของเขาก็จะชกมาที่หน้าของเขาทุกครั้งไป แม้จะเป็นแบบนั้นแต่สายตาของยูไลท์ยังจ้องมองคิลอย่างตาไม่กระพริบเลยเหมือนจะบอกว่าเขายังไม่แพ้นะ ที่สำคัญคนที่อยู่ในห้องต่างทั้งอึงและพูดไม่ออกไปตามกันเพราะพวกเขาเพิ่งเคยเห็นการต่อสู้แบบนี้เป็นครั้งแรก คิลมองยูไลท์ในสภาพนี้เขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า

            “คุณยูไลท์ที่อึดจริงๆ แต่ผมชักเบื่อที่จะเล่นเกมส์นี้แล้วละ เอาเป็นว่าผมจะของรางวัลและทำการลงโทษคุณไปเลย จากนั้นผมค่อยทำการปิดเกมส์ทีหลังก็แล้วกันนะ”

            คำพูดของคิลทำเอายูไลท์ตั้งท่าขึ้นมาป้องกันทันที แต่ก็แค่ตั้งท่าป้องกันเท่านั้นเพราะเพียงแค่ยูไลท์ตั้งท่า คิลก็ตวัดปากกาออกเป็นคำว่า

            หลุด

          คำว่าหลุดที่ปรากฏออกมากลายเป็นแสงกว่า 20 สายพุ่งเข้าไปหายูไลท์ทันที และพอแสงสัมผัสยูไลท์เท่านั้น เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ก็หลุดออกจากร่างกาย จนกระทั้งเขาเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว พวกเซร่ารีบเอามือปิดตาในทันที ส่วนคนที่ลืมตาดูอยู่คือลาล่าและฮีโล่เท่านั้น ส่วนยูไลท์เองก็ถึงกับมองคิลอย่างอึงๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าใจอะไรดี คิลก็พูดออกมาว่า

            “ต่อไปเป็นบทลงโทษที่คุณต้องได้รับ”

            คิลพูดจบก็ตวัดปากกาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บลูตวัดปากกาเป็นคำว่า”โง่   บ้า   งี่เง่า”

          คำทั้งสามกลายเป็นแสงอีกครั้งพร้อมพุ่งตรงไปยังแก้มทั้งสองข้างของยูไลท์ ส่วนอีกหนึ่งก็พุ่งเข้าไปที่หน้าผากของเขา ซึ่งพอแสงทั้งหมดสัมผัสหน้ายูไลท์ก็ปรากฏขึ้นมาเป็นคำว่า บ้าที่แก้มขวา โง่ที่แก้มซ้าย และงี่เง่าที่หน้าผาก พอคำทั้งสามปรากฏออกมา คิลก็พูดว่า

            “คำที่อยู่บนหน้าคุณยูไลท์นั้นจะอยู่บนหน้าคุณประมาณ 3 เดือนจากนั้นก็จะหายไป นะครับ อ้อไม่ต้องคิดจะไปลบมันนะเพราะว่าที่ผมเขียนลงไปเป็นหมึกแบบพิเศษซึ่งนอกจากผมแล้วไม่มีใครลบได้นะครับ”

            คำพูดของคิลแทบจะทำให้ยูไลท์เป็นลมเพราะการที่คิลพูดแบบนั้นไม่เท่ากับว่าเขาไม่สามารถพบผู้คนได้ได้ถึง 3 เดือนเลยเหรอ? ยูไลท์รีบพุ่งตัวไปหยิบดาบโดยไม่สนใจสภาพตัวเองในตอนนี้เลย พอยูไลท์หยิบดาบได้ เขาวิ่งเข้าไปคิลอีกครั้งด้วยอาการโมโหถึงขีดสุด ไม่นานยูไลท์ก็กระโดดขึ้นไปด้านบนในสภาพกางเกงในตัวเดียว ก่อนจะตะโกนออกมาว่า

            “ไอ้โรคจิต แกตายซะเถอะ ! ดาบราชสีชน์ทะลวงพิภพ

            คลื่นพลังดาบตรงมาที่คิลอย่างรวดเร็วและรุนแรง คิลที่เห็นว่าเห็นอย่างนั้นเขาวางปากกาในมือลงก่อนจะใช้มือซ้ายสะบัดเบาๆซึ่งพอคิลสะบัดซ้ายเท่านั้น คลื่นพลังที่ยูไลท์โจมตีมาก็หายไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ยูไลท์ที่เห็นแบบนั้น เขาถึงกับหน้าซีดไปเลยเพราะท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของเขายังไม่สามารถทำอะไรคิลได้เลย แต่ขณะที่ยูไลท์กำลังคิดหาทางอยู่นั้น คิลก็ไปปรากฏที่ด้านหลังของยูไลท์เป็นที่เรียบร้อย คิลรีบใช้นิ้วชี้จี้ไปตรงต้นคอของยูไลน์ทันที แน่นอนว่ายูไลท์ถึงกับสลบไปทันที พอยูไลท์สลบไปแล้ว คิลเองก็เดินกลับไปอย่างช้าๆพร้อมดึงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่เมื่อสักครู่ไปที่เดิมที่เขานั่งในตอนแรก จากนั้นคิลก็เอื้อมมือไปจับถุงเงินของยูไลท์ใส่ลงในกระเป๋าอย่างสบายใจ

            ส่วนทางพวกฮีโร่นั้นต่างรีบไปดูอาการของยูไลท์ โดยฮีโร่ไปดูอาการของยูไลท์ ส่วนแอนและโรสไปเก็บเสื้อแต่พอพวกเธอคิดจะเก็บเสื้อผ้าให้ยูไลท์เท่านั้น พวกเธอทั้งสองคนก็ถูกอะไรบางอย่างที่เสื้อช๊อตจนเธอไม่สามารถจับเสื้อผ้าของยูไลท์ได้เลย ไม่นานคิลก็ยิ้มแล้วพูดออกมาว่า

            “พวกคุณอย่ามาโกงผมสิครั้ง ตอนนี้ไม่ว่าเสื้อผ้า รองเท้า ดาบในมือเขา รวมไปถึงกางเกงในของคุณยูไลทน์ล้วนเป็นของผมหมดแล้ว ดังนั้นอย่างคิดเอาไปโดยไม่ได้รับอนุญาตสิ ที่ผมยังเหลือกางเกงในเอาไว้ก็เพราะผมไม่อยากจะให้มันทุเรศเกินไปนะครับ เอาละในเมื่อการละเล่นจบลงแล้ว ตกลงว่าพวกคุณที่เหลือคิดจะฟังเรื่องราวที่ผมจะเล่าหรือยังละ พวกคุณยิ่งไม่มีเวลาอยู่ด้วยนะ”
///////////////////////////////////50%//////////////////////////

 

            คำพูดของคิลที่พูดออกมาทำเอาพวกเซร่าจำเป็นต้องหันมามองเขาด้วยสายตาที่โมโหสุดๆอีกครั้ง แต่พวกเธอก็ไม่อาจจะวู่วามแบบนั้นได้อีกแล้วเพราะฝีมือที่คิลแสดงออกมานั้นได้บอกแล้วว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหนกัน ไม่นานฮีโร่ก็ตัดสินใจถอดเสื้อของตัวเองออกเพื่อให้โรสเอาไปให้ยูไลท์สวมใส่ แต่ขณะที่ฮีโร่กำลังจะถอนเสื้อนั้นคิลก็พูดออกมาว่า

            “ถ้าผมเป็นคุณฮีโร่ ผมไม่ทำแบบนั้นแน่เพราะเสื้อแค่ตัวเดียวคงจะไม่สามารถปกปิดสิ่งที่หน้าอายของคุณยูไลท์แน่ๆ แถมถ้าคุณฮีโร่ให้เขาสวมใส่เสื้อแล้ว เท่ากับว่ากางเกงในตัวนั้นก็คงไม่จำเป็นแล้วสิครับ งั้นผมจะได้เอามันไปเลยก็แล้วกันนะ”

ฮีโร่ถึงกับหยุดมือทันทีเพราะถึงแม้เสื้อของเขาจะช่วยปิดจุดพวกนั้นได้แต่ท่าทางของคิลในตอนนี้คงมีแผนอะไรอีกแน่ ฮีโร่จึงหยุดถอดเสื้อพร้อมพูดออกมาว่า

“แล้วคุณคิลต้องการจะให้พวกผมทำอย่างไงละ ขนาดเสื้อผ้าคุณคิลยังไม่ให้เขาใส่แล้ว คุณคิลจะให้คุณยุไลท์อยู่ในสภาพนี้ต่อไปหรือยังไงกัน”

คิลยิ้มก่อนจะพูดว่า”ผมไม่ได้บอกว่าจะให้เขาอยู่ในสภาพนั้นซักหน่อย ผมแค่บอกว่าคุณฮีโร่ไม่ควรทำแบบนั้นต่างหากละ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าผมจะคืนให้ก็ได้เพียงแต่ว่าผมอยากจะให้คุณเซร่ารับปากอะไรผมสักอย่างก็เท่านั้นเอง”

คำพูดของคิลทำเอาเซร่าจังหน้าเครียดไปเลย ไม่นานเธอก็พูดออกมาว่า”ไม่มีทาง ไม่ว่าไอ้ขี้ขลาดอย่างนายจะวางแผนอะไรไว้ ฉันก็ไม่มีทางยอมทำตามที่นายขอแน่ๆ”

ฮีโร่ ลาล่และโรสต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเซร่า ซึ่งตอนนี้ฮีโร่เริ่มจะถอนเสื้อให้ยูไลท์อีกครั้งแล้ว ส่วนโรสเองก็เริ่มมองไปรอบๆห้องก่อนจะวิ่งไปดึงม่านหน้าต่างลงมาเพื่อห่อหุ้มร่างยูไลท์ คิลที่เห็นแบบนั้นก็พูดออกมาว่า

“ไอ้เราเรอะ อุตส่าห์พูดด้วยความหวังดี แต่ในเมื่อผู้หญิงไม่เล่นด้วยผมก็จะไม่ตื้อละ ถ้าคุณยูไลท์ถูกลงโทษ ถึงขึ้นไล่ออกจากอัศวินพวกคุณก็อย่างมาต่อว่าผมก็แล้วกันนะ เพราะผมเตือนพวกคุณแล้วนี่”

คำพูดของคิลทำเอาพวกเซร่าที่กำลังจะผ้าม่านห่อตัวยูไลอยู่นั้นต้องหยุดลงทันที  ฮีโร่หันมามองคิลก่อนจะพูดออกมาว่า

“คุณคิลที่คุณพูดเมื่อสักครู่หมายความว่ายังไงกันครับ ทำไมยูไลท์ถึงต้องถูกไล่ออกจากอัศวินด้วยละ”

คิลไม่ตอบ แต่ชี้ไปที่ดาบของยูไลท์แทน ฮีโร่มองไปที่ดาบอย่างงงก่อนที่เขาจะนึกบางอย่างออกมาๆ ไม่นานฮีโร่ก็พูดออกมาเบาๆว่า

ตราอัศวิน”

คำพูดของฮีโร่แม้จะเบาแต่ก็พอจะทำให้เซร่า ลาล่า และโรสต่างหันมามองฮีโร่อย่างงงกับสิ่งที่ฮีโร่พูดออกมา ไม่นานฮีโร่ก็หันไปมองคิลก่อนจะพูดว่า

“นี่สินะสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คุณรู้ว่าดาบของยูไลท์คือตราอัศวินประจำตัวของเขา คุณจึงประลองเดิมพนันกับเขาเพื่อสิ่งนี้ ผลสุดท้ายสำหรับอัศวินที่ทำตราหายคือเขาจะต้องถูกไล่ออกสถานเดียว แถมเขายังต้องรับโทษอื่นๆอีกมากมายด้วย “

คำพูดของฮีโร่ทำเอาโรสตกใจจนหน้าซีด เธอรีบวิ่งเข้าไปจับดาบอัศวินของยูไลท์ แต่พอจับเท่านั้น ร่างกายของเธอก็ถูกไฟช๊อตไปจนกระทั้งเธอถือดาบไม่ไหว ลาล่าที่ยืนอยู่รีบเข้าไปประคองเธอเอาไว้ไม่ให้ล้มลงพื้น แต่โรสก็ยังพยายามเอาเอื้อมมือไปหยิบดาบของยูไลท์อีกครั้งด้วยท่าทางที่ดูเวทนาเป็นอย่างมาก เซร่าเข้ามาจับมือของเธอเอาไว้เพราะไม่ต้องการให้เธอทำแบบนั้นอีก จากนั้นเซร่าก็เริ่มร่ายเวทย์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของโรสแต่ พอแสงสีขาวซึ่งเป็นลักษณะของเวทย์รักษาขั้นกลางสัมผัสกับโรสเท่านั้น โรสก็ร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวดซึ่งเสียงร้องในครั้งนี้ทำเอาเซร่าต้องรีบหยุดใช่เวลารักษาทันที ไม่ว่าฮีโร่และลาล่าต่างอึงไปกับเหตึการณ์ที่เกิดขึ้นมา ส่วนตัวเซร่าเองนั้นแทบพูดไม่เป็นภาษาแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังอึงอยู่นั้นเสียงของคิลก็พูดออกมาว่า

“เออ ไอ้เราเรอะ อุตส่าห์บอกไปแล้วว่าอย่าไปจับของพวกนั้นแต่ก็มีคนโง่ขนาดที่ว่าผมอุตส่าห์บอกไปแล้วยังดื้อด้านไปจับมันอีก คุณโรสก็สมควรเป็นแบบนั้นแล้วละ อ้อ สำหรับคุณเซร่าผมว่าคุณอย่าเปลืองแรงใช้เวทย์รักษาเลยเพราะสิ่งที่เธอโดนไปไม่มีเวทมนตร์ หรือยาชนิดใดในโลกอะไรรักษาเธอได้หรอกครับ”

คำพูดของคิลทำเอาเซร่าหันมามองเขาเป็นตาเดียว แถมสายตาของเธอยังเต็มไปด้วยความโมโหอย่างชนิดว่าเธอจะไม่ให้อภัยคนที่เธอกำลังดูอยู่แน่ๆ แต่ไม่นานสายตาของเธอก็อ่อนลงก่อนจะมองไปที่โรสที่ตอนนี้กำลังแย่สุดๆ เธอจ้องมองโรสอยู่พักใหญ่ไม่นานตาของเธอก็มีน้ำซึมออกมา คิลเห็นแบบนั้นก็แบบมือออกแบบจนปัญญา ไม่นานเซร่าก็หันมาจ้องมองคิลอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกมาว่า

“ไอ้โรคจิต แกทำอะไรกับโรสกันแน่ ทำไมเวทย์รักษาถึงไม่มีผลกับโรสเลยละ “

คิลยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า”เธอโดนผลของจากเวทย์พันธะสัญญาเข้านะครับ ซึ่งสิ่งเดียวที่จะรักษาเธอได้นั้นก็คือ....”

คิลที่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ใช้ปากกาตวัดเป็นอักษรคำว่า “ รักษา

แสงจากคำว่ารักษาตรงเข้าไปสมานบาดแผลให้กับโรสทันที ไม่นานแผลทั้งร่างกายของโรสก็หายไปทันที เซร่าที่เห็นโรสหายแล้ว เธอก็ดูดีขึ้นทันที คิลที่เห็นแบบนั้นก็พูดต่อว่า

“เอาละผมว่าเรื่องของคุณยูไลท์และคุณโรส เอาไว้ทีหลังเถอะ เพราะถึงอย่างไงพวกเขาก็คงจะไม่ตายแล้วละ  แต่ท่าทางพวกคุณคงสงสัยเรื่องเวทย์พันธะสัญญา สินะ ว่าไงละพวกคุณอยากจะฟังเรื่องนี้ไหมเพราะมันเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงด้วยนะครับ คุณเซร่า อ้อ ผมต้องบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณฮีโร่ด้วยก็ได้มัง”

คำพูดของคิลทำเอาพวกฮีโร่มองเขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะเซร่านั้น เธอดูสนใจในสิ่งที่คิลบอกเป็นอย่างมากเพราะนี่เรียกว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เวทมนตร์รักษาของเธอไม่ได้ผล เมื่อคิลเห็นทุกคนมองมาที่เขาแล้วคิลก็เริ่มพูดขึ้นมาว่า

“สำหรับมนุษย์ในโลกนี้แล้วพวกเขาได้รับพรจากราชามังกรองค์แรก ซึ่งนั้นทำให้พวกมนุษย์สามารถใช้พลังเวทย์ได้ และพลังเวทย์ที่ได้รับมานั้นแบ่งออกมาตามแบบของมันได้ 4 แบบใหญ่ ซึ่งได้แก่

1.เวทย์ขาว หรือเวทย์สำหรับนักบวช ที่ใช้สำหรับรักษา หรือถอนคำสาป

2.เวทย์ดำ หรือเรียกง่ายๆว่าเวทย์สำหรับโจมตีต่างๆไม่ว่าเวทย์ดิน น้ำ ลม ไฟ ความมืด น้ำแข็ง สายฟ้า และคำสาปสายต่างๆเป็นต้น

3.เวทย์เทา เวทย์นี้ถูกเรียกว่าเวทย์อัญเชิญ ซึ่งสามารถใช้อัญเชิญสัตว์ปีศาจ มังกร รวมไปถึงเทพได้อย่างง่ายๆเพียงแต่เวทย์นี้จะสามารถใช้อัญเชิญได้ก็ต่อเมื่อมีคู่ทำพันธะสัญญากันแล้วเท่านั้น หรือ อาจจะเป็นการตกลงกันระหว่างเทพและผู้รับใช้

4.เวทย์แดง เวทย์ที่ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มทั้งสามข้างต้นนั้นจะรวมกันเรียกว่าเวทย์แดง ซึ่งถ้าเรียกง่ายๆก็คือเวทมนตร์ประยุกต์นั้นละ ถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือเวทย์อักษรรูนที่บันทึกอยู่บนการ์ดต่างๆ หรือเวทย์อักษรแสงที่ผมใช้เป็นต้นยังไงละ”

พอคิลพูดจบเขาก็หันมาถามพวกเซร่าว่า”เอาละผมพูดถึงตรงนี้แล้วไม่ทราบว่ามีใครไม่เข้าใจบ้าง”

เซร่าที่ได้ยินคำถามของคิล เธอก็ตะโกนออกมาทันทีว่า”ไอ้เรื่องที่นายพูดมานะ ต่อให้เป็นเด็กที่เพิ่งเริ่มเรียนเวทย์ยังรู้จักเลย ที่สำคัญนายจะพูดเรื่องแบบนั้นออกมาทำไมกันยะ“

คิลมองเซร่า ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมพูดออกมาว่า”เออ หัดมีมารยาทหน่อยจะได้ไหมครับ  อย่างน้อยผมอยากให้เซร่าจังมีมารยาทต่อคู่หมั้นอย่างผมหน่อยก็ยังดีนะW

เซร่าจ้องมองคิลด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา คิลที่เห็นเธอเป็นแบบนั้นเขาก็ยิ้มพร้อมพูดต่อว่า

“ การที่ผมพูดออกมาทั้งหมดก็เพราะผมต้องการจะบอกว่าสิ่งที่พวกคุณรู้ตั้งแต่แรกนั้น มันผิดอย่างมากเลย อย่างแรกสุดเวทย์ที่ราชามังกรประทานมาให้ไม่ได้มี 4 แบบอย่างที่พวกคุณเข้าใจกัน  ความจริงแล้วมันยังมีเวทย์แบบที่ 5 อยู่ด้วยและเวทย์แบบที่ 5 นั้นก็คือ เวทย์พันธะสัญญานั้นเองละครับ”

คำพูดของคิลทำเอาเซร่า ฮีโร่ และลาล่า ต่างมองมาที่คิลอย่างพูดไม่ออกเพราะนี่เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รับรู้ถึงเวทย์นี้ คิลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า

“เวทย์นี้เป็นเวทย์ที่แทบจะไม่มีมนุษย์คนไหนใช้ได้มา 30 ปีแล้วเพราะเวทย์บทนี้ผู้ที่สามารถจะใช้มันได้ต้องไม่เคยโกหกมาชั่วชีวิต ไม่เคยผิดสัญญามาทั้งชีวิต และเขายังต้องผ่านการทดสอบที่หนักหนาอีกไม่ต่ำกว่า 100 อย่างจึงจะสามารถใช้เวทย์บทนี้ได้ และถ้าเขาผิดสัญญา หรือโกหก เพียงเล็กน้อยเวทย์บทนี้ก็หายไปจากตัวเองทันที ดังนั้นเวทย์บทนี้จึงค่อยๆเลือนหายไปจากมนุษย์ยังไงละ”

พวกเซร่าต่างมองมาที่คิลเหมือนจะถามว่าแล้วแกรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันฟะ คิลยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า

“เวทย์บทนี้แบ่งย่อยๆออกเป็น 5 ระดับได้แก่

 1 ระดับสามัญ ซึ่งระดับนี้นั้นเป็นการใช้เวทย์พันธะสัญญาด้วยปากเปล่า และเวทย์ระดับนี้ผู้ทำต้องยินยอมทั้งสองต่างต้องเต็มใจที่จะยอมรับในสัญญาที่เกิดขึ้นนี้  ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือเรื่องที่ผมพนันกับยูไลท์ยังไงละครับ ถ้าผมแพ้ผมก็ต้องไปจากเมืองนี้ทันทีเหมือนกัน และถ้ายูไลท์แพ้ เขาก็ต้องทำตามสิ่งที่พูดกับผมเอาไว้ และอย่างที่พวกคุณเห็นไม่ว่าของต่างๆที่ของคุณยูไลท์พวกคุณก็ไม่อาจจะแตะต้องมันได้เพราะของพวกนั้นอยู่ในเวทย์พันธะสัญญายังไงละ และการที่คุณโรสฝืนไปจับดาบที่อยู่ในพันธะสัญญาเข้าสิ่งที่ตามาจึงเป็นอย่างที่พวกคุณเห็นยังไงละ ส่วนวิธีรักษาเวทย์พันธะสัญญาระดับนี้ได้มีเพียงเวทย์อักษรแสงเท่านั้น ส่วนเวทย์อื่นๆจะไม่มีทางให้อะไรได้เลย เอาละนี้คือระดับแรกของเวทย์พันธะสัญญาเท่านั้น ผมหวังว่าพวกคุณคงเข้าใจนะ

หน้าของพวกฮีโร่เริ่มซีดไปแล้วเพราะแค่ระดับแรกของเวทย์ยังส่งผลได้ถึงขนาดนี้ คิลที่เห็นแบบนั้นจึงพูดต่อว่า

เวทย์ระดับ 2 เรียกว่าระดับสัญญา เวทย์ระดับนี้ส่วนใหญ่ก็เหมือนระดับก่อน แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือระดับนี้ต้องให้กระดาษคำสัญญาเพื่อการร่ายเวทย์แน่นอนว่าเวทย์ระดับนี้จะต่างกลับเวทย์ระดับแรกราวกับฟ้าและดินเพราะเวทย์นี้มีหลักฐานในการยืนยันอย่างชัดเชน ดังนั้นถ้าฝ่ายในฝ่ายหนึ่งคิดจะผิดสัญญา ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องตายสถานเดียว และคนที่คิดจะทำลาย หรือ เข้ามายุ่งเกี่ยวแบบคุณโรสเมื่อสักครู่นั้น คนผู้นั้นจะต้องชดใช้ด้วยความตายเช่นเดียวกัน ดังนั้นเวทย์นี้จึงมีคนเรียกว่า เวทย์โบราณพันธะสัญญาเป็น-ตายนะ ซึ่งเวทย์สัญญานี้มักจะใช้กับพวกภูติ หรือเทพ ระดับสูงตอนที่มีการทำพันธะสัญญากับมนุษย์ยังไงละ อ้อ สำหรับบทลงโทษของเวทย์ระดับนี้นั้นไม่มีทางรักษานะครับ ดังนั้นถ้าผิดสัญญาคือตายสถานเดียว

เวทย์ระดับ 3 เรียกว่า ระดับโลหิต เวทย์ระดับนี้ต้องใช้พันธะสัญญาพิเศษ ที่เรียกว่า สัญญาโลหิต ซึ่งสัญญานี้จะทำขึ้นมาจากโลหิตของผู้ร่ายเวทย์และโลหิตของผู้สัญญา ดังนั้นสัญญานี้จึงมีผลร้ายแรงมาก ผู้ที่ผิดสัญญาจะต้องรับเปลวไฟแห่งคำสัญญาแผดเผาไปกาลนานและคนผู้นั้นจะไม่มีวันตายจนกว่าจะทำตามสัญญาที่ให้เอาไว้ได้ ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ที่มีสายโลหิตเดียวกับผู้ผิดสัญญาก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้ผิดสัญญาด้วย ดังนั้นเวทย์ระดับนี้นั้นจึงเรียกว่าไม่มีใครที่กล้าจะทำมันซักคนเพราะผลของมันร้ายแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้ ไม่เพียงแค่นั้นสำหรับคนที่คิดจะทำลายมัน คนผู้นั้นและสายโลหิตของเขาจะต้องถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งคำสัญญาด้วย

เวทย์ระดับสุดท้าย เรียกว่า สัญญาแห่งนิรัดน์ เวทย์ระดับนี้ ไม่สิผมไม่สามารถเรียกมันว่าเวทย์ได้เพราะมันเป็นเพียงสัญญาระหว่างมนุษย์และราชามังกร ซึ่งผู้ที่ร่ายสัญญานี้ได้คือชนเผ่าเทพมังกรในตำนานของพวกมนุษย์เท่านั้น พวกเผ่าเทพมังกรจะร่ายสัญญาได้เพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตของเขา และเขาก็จะทำตามมันตลอดชีวิตของเขาด้วย ดังนั้นผู้ที่รับสัญญาจะถูกผูกมัดด้วยสัญญาของเทพมังกรไปชั่วนิรัดน์ไม่มีทางผิดพลาดได้ เพราะถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาผลร้ายแรงชนิดว่าคุณไม่มีทางจินตนาการได้จะบังเกิดขึ้นมา ส่วนเรื่องสัญญานี้เท่าที่ผมทราบมามันเคยถูกทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

ครั้งแรกอย่างที่พวกคุณทราบในตำนานของพวกคุณได้มีบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อโลกเริ่มต้นมนุษย์สาวคนแรกได้ทำสัญญานี้ขอพลังเวทย์กับราชามังกรองค์แรก ซึ่งท่านราชามังกรที่เห็นมนุษย์เป็นสิ่งที่อ่อนแอจึงมอบพลังเวทย์ให้มนุษย์แก่มวลมนุษย์ตามคำของเธอ ซึ่งสิ่งแลกเปลี่ยนในสัญญาครั้งนี้คือ เธอต้องมอบชีวิตที่มีอยู่แก่ราชามังกรองค์แรก และต่อมามนุษย์ผู้นั้นก็กลายเป็นภรรยาของราชามังกรองค์แรก จากนั้นเธอก็ถูกยกย่องให้เป็นเทพธิดาผู้ปกป้องมนุษย์เป็นการต่อมา ถ้าผมจำไม่ผิดพวกคุณเรียกเธอด้วยชื่อที่เรียกว่า เทพธิดาแห่งการก่อกำเนิด ทีน่าเรีย

ส่วนครั้งที่ 2 นั้นถูกร่ายโดยราชามังกรคนปัจจุบัน กับ สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ลูน่า ส่วนเนื้อหาที่ในการที่เธอทำพันธะในครั้งนี้ก็คือ เธอต้องการขอร้องให้เผ่ามังกรช่วยปกป้องมนุษย์จากสิ่งที่ดำมืดยิ่งกว่าสิ่งใด ส่วนของที่เธอตอบแทนนั้นกับราชามังกรองค์ปัจจุบันนั้นไม่ได้มีในบันทึกอยู่ในบันทึกเล่มใดเลย เอาละนิทานจบแล้วไม่ทราบว่ามีใครจะถามอะไรไหมครับ”

เงียบนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคิลพูดจบ พวกเซร่าต่างเงียบไปทันทีเพราะพวกเธอไม่คิดว่ามีเวทย์อย่างนี้อยู่ด้วยแต่พวกเธอจะไม่เชื่อได้เหรอ? ในเมื่อมันปรากฏให้พวกเธอเห็นอยู่ต่อหน้าแล้ว แม้เรื่องการทำสัญญาของมนุษย์และราชามังกรนั้น พวกเธอก็พอจะทราบเพราะมันเป็นนิทานก่อนนอนที่พ่อแม่มักจะเล่าให้เด็กก่อนนอน  แต่ที่พวกเธอคิดไม่ถึงก็คือมันจะกลายเป็นความจริงไปแล้ว  ไม่นานลาล่าเป็นคนแรกที่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องขึ้นมาได้ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า

“งั้นแสดงว่าการหมั้นหมายของคุณคิลและเซร่าก็เกิดจากเวทย์บทนี้ด้วยใช่ไหมค่ะ”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #114 nile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2555 / 02:07
    บลูกับแอนมาไงครับ
    #114
    0
  2. #70 ประกฤติ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 16:34
    ขอบคุณมากครับ

    สนุกมากครับ รอตอนต่อไปนะครับ
    #70
    0
  3. #58 V-Point (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 22:55
    เข้มข้นๆๆๆ สนุกมากเลยค่ะ
    อัพไวๆๆๆ
      
    รักไรเตอร์ =.,=
    #58
    0
  4. #57 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 19:45
    เอ่่อ..พระเอก..รู้สึกว่ายิ่งใหญ่จังเลยนะ
    #57
    0
  5. #56 สายลมที่แผ่วเบา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 16:08
    ในที่สุดก็มีคนพูดจะ "คะขา" กับพระเอกเราสักที 555+

    เอาแต่หลงตัวเองกันทั้งนั้น เจอของจริงกันไปทีหงอยเลย -w-



    ปล.ไปเที่ยวพัทยากลับมาหวังว่าจะได้อ่านตอนใหม่นะครับ สู้ๆครับไรท์เตอร์
    #56
    0
  6. #55 แก่นเพชร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 13:05
    มาต่อไวๆนะ
    #55
    0
  7. #54 หมูบิน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 12:48
    บลูมายังไงครับไรท์เตอร์ !!! 555
    #54
    0
  8. #53 อนันตนภา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2555 / 23:40
    ค้างมากมาย =[]=!!
     
    #53
    0
  9. #52 V-Point (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 10:33
    สนุกมากๆเลยค่าาา
    ไรเตอร์สุดยอดดดด
     
    แอบค้างนิดๆ หุหุ
    #52
    0
  10. #51 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 13:59
    โอ้ว...โชว์เทพเเล้วสินะ ก้อเเหงสิฆ่ามังกรได้แต่มาเล่นกับพวกนี้ผลมันรู้กันอยู๋แล้วล่ะนะ
    #51
    0
  11. #50 OniTheNext (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 08:26
     มันส์มากไรท์เตอร์เอามาลงอีกหน่อยดิ อย่าทำค้างสิ
    #50
    0
  12. #49 gokutara (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 07:14
     อดใจรอไม่ไหวแล้ว>O<
    กำลังจะเริ่มก้าวสู่ความเข้มข้น อ๊ากๆๆ>[ ]<+++
    #49
    0
  13. #48 แก่นเพชร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 22:53

    หนุกหนานมาต่อไวๆนะครับ

    #48
    0