พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 17 : ภาคีอัศวินจอมเวทย์ ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ส.ค. 56

 

"ภาคีอัศวินจอมเวทย์ เออ ไม่ทราบว่ามันคืออะไรหรือ ทำไมผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยนะ"เสียงของคิลถามขึ้นมา

            รุกมองคิลอย่างงงๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า"เออ คุณคิลไม่ทราบเกี่ยวกับ ภาคีอัศวินจอมเวทย์ จริงๆหรือครับ "

            คิลได้แต่พยักหน้าเป็นการยอมรับ  รุกที่เห็นถึงกับอึงไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดอกมาว่า"ภาคีอัศวินจอมเวทย์ เป็น 1 ใน 3 หน่วยอัศวินที่คอยดูแลความสงบภายในเมืองนะครับ อัศวินทั้ง 3 หน่วยจะขึ้นตรงกับกรมอัศวินพิทักษ์เมือง โดยหน่วยภาคีอัศวินจอมเวทย์นี้จะเน้นรับเฉพาะคนที่ใช้เวทมนตร์ได้ในระดับจอมเวทย์ขึ้นไปเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนในหน่วยงานนี้จะต้องมียศเป็นอัศวินพสุธาขึ้นไปด้วย ซึ่งนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อ ภาคีอัศวินจอมเวทย์ "

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พูดออกมาว่า"อ้อ ที่แท้มันก็เป็นอย่างนี้เอง แต่เท่าที่คุณรุกบอกมา ยังมีอีก2 หน่วยอัศวินที่คอยดูแลความสงบในเมืองนี้ด้วย  ไม่ทราบว่าเป็นหน่วยงานใดบ้างหรือ?"

            รุกที่กำลังจะตอบคำถามออกไปนั้น  ลาล่าก็พูดแทรกขึ้นมาว่า"หน่วยอัศวินอีก 2 หน่วยได้แก่ หน่วยแรก อัศวินกุหลาบขาว หน่วยนี้ขึ้นตรงกับกษัตริย์ ทุกคนในหน่อยต้องมียศต่ำสุดคือ อัศวินมหาสมุทร และ นอกจากหน้าที่อารักขา กษัตริย์แล้ว พวกเขาจะต้องคอยอารักษ์ขาองค์หญิงอีกด้วยนะ หน่วยอัศวินนี้จึงถือว่าเป็นหน่วยอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองเลยก็ว่าได้

 ส่วนอีกหน่วยคือ หน่วยอัศวินพิทักษ์เมือง หน่วยนี้จะไม่ได้กำหนดคุณสมบัติในการรับสมัครเหมือน 2 หน่วยแรก แต่ผู้ที่เข้าหน่วยนี้ทุกคนต้องเอาชนะสมาชิกในหน่วยให้ได้ก่อนจึงจะเข้าไปเป็นอัศวินเข้าประจำการได้ และ อัศวินผู้ที่แพ้ให้กับผู้สมัครจะถูกปลดจากหน่วยนี้เช่นกัน  ดังนั้นหน่วยอัศวินกลุ่มนี้จึงจัดว่ามีฝีมือแข็งแกร่งไม่แพ้อัศวินกุหลาบขาวเลย แต่ที่ต่างกันคือ อัศวินกลุ่มนี้จะคอยตรวจดูแลสิ่งแปลกปลอมต่างๆภายในเมือง รวมไปถึงการกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกจากเมืองในทันทีที่พบอีกด้วย "

            คิลจ้องมองลาล่า ก่อนจะคิดไปถึงอัศวิน 3 คนที่เขาเจอเมื่อคืนแรกที่เขามา อัศวินพวกนั้นเองก็น่าจะอยู่ในหน่วยนี้เช่น คิลเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

"สรุป ไอ้อัศวิน 2หน่วยนี้ หน่วยแรกเปรียบเสมือนกับพวกราชองค์รักษ์ที่คอยปกป้องพระราชา ส่วนหน่วยที่สองก็คงคล้ายมือสังหารที่จัดการผู้ไม่หวังดีซินะ แล้วไอ้หน่วยภาคีอัศวินจอมเวทย์ มันมีหน้าที่ทำอะไรหรือ?"

            ลาล่ายิ้ม ก่อนจะพูดออกมาว่า"สำหรับหน้าที่ภาคีอัศวินจอมเวทย์ คือการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับเวทมนตร์ต่างๆ รวมไปถึงการหาทางป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นนะ อย่างไม่คาดคิดด้วยนะ"

            "สรุปง่ายๆ ไอ้ภาคีบ้าๆนั้นคือหน่วยงานที่ทำการค้นคว้าเวทมนตร์ใช่ไหมครับ"คิลแทบจะพูดออกมาทันทีที่ลาล่าพูดจบ

            "ถ้าจะให้พูดแบบนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกค่ะ เพียงแต่ว่างานของพวกเขาค่อนข้างจะซับซ้อนกว่านั้นพอสมควร แถมทุกคนที่อยู่ในหน่อยนี้ต่างเก่งกาจด้านเวทมนตร์ ชนิดที่ว่าหน่วยอื่นๆสู้ในเรื่องเวทมนตร์ไม่ได้เลยนะ"

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาหันไปมองบริเวณที่ปักธงก่อนจะคิดขึ้นมาว่า(มิน่าละ ไอ้พวกนั้นถึงได้กางวงเวทย์แบบนั้นออกมาได้ แต่นี้ก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าอะไรเป็นต้นกำเนิดของพลังเวทย์ที่แผ่ออกมามันมาจากไหนกันนะ ถ้าบอกว่าเป็นพลังเวทย์ของมนุษย์ก็ไม่น่าจะใช่ซะทีเดียว มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างเจือบนอยู่ด้วย  เอาเถอะ ถึงไงก็ไปดูที่ด่านนั้นก่อนดีกว่า หวังว่ายังพอแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นทันนะ )

            คิลที่คิดแบบนั้น เขาก็บอกให้รุกเดินนำหน้าไปเลย รุกเองก็รีบพยักหน้าก่อนจะเดินนำขึ้น ไป โดยมีเซร่า ยูริน และลาล่าเดินตามไปติดๆ มีเพียงคิลเท่านั้นที่เดินไปสักพัก ก่อนจะหยุดเพื่อเขียนสัญญาลักษณ์บางอย่างที่ก้อนหิน ไม่ก็พื้นดิน ดังนั้นยิ่งเดินไปมากเท่าไร พวกรุกก็ห่างจากคิลไปไกลทุกขณะ คิลได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามไปให้ทัน แต่พอคิลจากไปแล้ว อักษรพวกนั้นก็เรืองแสงขึ้น ก่อนจะหายไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ หญ้าและดอกไม้ในบริเวณนั้นต่างเบ่งบานออกมา

สถานที่ตั้งค่ายด่านที่ 4

          รุกพาพวกคิลเดินมาถึงจนหน้าค่าย จากนั้นเขาก็แยกตัวออกไป ก่อนจะเดินตรงเข้าไปพูดกับนายทหารที่เฝ้าอยู่หน้า เขาหันกลับมาชี้ที่พวกเซร่าพร้อมพูดอะไรบางอย่าง ทหารที่อยู่หน้าค่ายถึงกับตกใจแล้วรีบวิ่งเข้าไปรายงานทันที พอทหารคนนั้นวิ่งเข้าไปแล้ว รุกก็เดินกลับมาหาทุกคน ก่อนจะพูดว่า

”ผมจัดการรายงานเรื่องของคุณเซร่าและคุณลาล่าให้กับทหารที่เฝ้ายามได้รับรู้แล้ว อีกเดี๋ยวท่าน อเล็กก็คงจะออกมาต้อนรับ ถ้ายังไงผมขอตัวกลับไปทำหน้าที่ก่อนก็แล้วกัน อ้อ ขอให้ทุกคนโชคดีในการทำภารกิจนะครับ”

รุกพูดออกมาเสร็จ เขาก็หันกลับไปในทางเดิมทันที ขณะนั้นเองยุรินก็ตะโกนออกมาว่า”พี่รุกคะ หนูฝากสวัสดีทุกคนด้วยนะ “

รุกหันมายิ้ม ก่อนจะพูดออกมาว่า”รู้แล้วละ ยัยตัวแสบ เดี๋ยวพี่จะบอกทุกคนให้เอง เราเองก็เหมือนกันระวังตัวด้วยละ ถ้าไม่ไหวก็รีบถอยกลับมานะ อย่าฝืนเป็นอันขาด“

เซร่าและลาล่าที่ได้ยิน พวกเธอต่างเดินมายืนข้างยูริน ก่อนจะได้ยินเสียงเซร่าพูดออกมาว่า”สำหรับเรื่องของยูริน คุณไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันขอรับรองความปลอดภัยของเธอให้เองค่ะ”

คิลที่กำลังมองสภาพโดยรอบอยู่นั้น เขาก็หันไปมองเซร่า ก่อนจะพูดว่า”เออ ชีวิตตัวเองเอาให้รอดก่อนเถอะ จากนั้นค่อยเป็นหว่งคนอื่นก็ไม่สาย“

เซร่าถึงหันมามองคิลด้วยสายตาโกรธๆ ลาล่าได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเอามือจับไหล่ของเซร่าเป็นการบอกให้เธอใจเย็นก่อน ลาล่าที่เห็นเซร่าใจเย็นลงแล้ว เธอก็พูดออกมาว่า

“คุณรุกไม่ต้องห่วงนะ ฉันของรับรองด้วยชีวิตเลยว่า ยูรินจะไม่มีทางเป็นอะไรอย่างแน่นอนค่ะ”

“เออ นี้ก็อีกคน ไม่รุ้จักประเมินตัวเองบ้างเลย คนแบบนี้ละที่มีจะตายก่อนเพื่อน”เสียงคิลพูดออกมาโดยที่ตอนนี้เขากำลังมองไปยังป่าต้องห้ามที่อยู่ไม่ไกลนัก

เซร่าแทบอยากจะกระโจนเข้าไปต่อยคิลสักหมัด เพียงแต่เธอกับถูกลาล่าจับตัวเอาไว้ รุกเองที่เห็นเหตุการณ์แบบนั้น เขาได้แต่ยิ้มแหยๆออกมา สักพักเสียงของคิลก็ดังขึ้นว่า

“ยูรินไม่เป็นอะไรแน่ครับ ถ้าจะให้ดีผมรบกวนคุณช่วยไปเตรียมอาหารมื้อดึกให้กับยูรินที่บ้านด้วยละกัน เพราะถ้าทำภารกิจเรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าเธอคงจะหิวแน่ๆ “

เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอจ้องมองคิลก่อนจะพูดออกมาว่า”เชอะ ทำเป็นวางท่าไปได้”

รุกได้แต่ยิ้มให้กับท่าทางของเซร่า ลาล่าและคิล ตอนนี้เขาทราบดีแล้วว่าคนกลุ่มนี้ห่วงยูรินมากแค่ไหน ไม่นานเขาก็โค้งตัวลงเพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนจะพูดออกมา

“เข้าใจแล้วครับ แค่ได้ยินพวกคุณพูดแบบนี้ผมก็สบายใจแล้วละ ถ้ายังไงผมขอตัวเลยนะครับ”

รุกเดินจากไปหลังจากที่พูดจบ แต่ขณะที่เดินจากไปนั้นคิลก็ตะโกนตามหลังมาว่า“คุณรุกอย่าถอดเชือกสีเขียวเส้นนั้นออกนะครับ มันจะช่วยให้คุณออกจากป่าได้อย่างปลอดภัยนะ”

รุกไม่ได้หันมาพูดอะไรอีก เขาได้แต่ยกมือเป็นสัญญาณว่าเขารับรู้แล้ว คิลจ้องมองรุกเดินจากไปจนลับสายตา จากนั้นเขาก็หันกลับมาจ้องมองค่ายแห่งนี้อีกครั้งอย่างไม่สนใจพวกเซร่าที่อยู่ใกล้ๆเลย คิล มองไปยังวงเวทย์ที่อยู่เหนือค่าย เขาพยายามจะอ่านอักษรที่วงเวทย์นั้นอย่างใจจดจ่อ พอเวลาผ่านไปได้สักพัก คิลก็มองไปยังป่าต้องห้ามอีกครั้ง

เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งจากนั้นก็เอามือวางที่พื้นดิน  ลาล่ามองการกระทำของเขาอย่างสนใจ เธอไม่กล้าที่แม้จะละสายตาจากเขาเลย ผิดกับเซร่าเดินไปอีกทางแถมยังพายูรินไปเดินเล่นด้วย  ไม่นานมือของคิลที่จับพื้นดินก็ปรากฏมีสายลมอ่อนๆแผ่ออกมาจากฝ่ามือ สายลมที่ออกมาจากฝ่ามือค่อยๆแผ่กระจายออกไปอย่างช้าๆ จนกระทั้งครอบคลุมพื้นที่ของป่าต้องห้าม รวมไปถึงค่ายแห่งนี้เกือบทั้งหมด ไม่นานคิลก็ลุกขึ้นก่อนจะคิดขึ้นมาว่า

( นี้มันแย่กว่าที่คิดมากเลยนะเนี่ย วงเวทย์ที่อยู่รอบๆค่ายทำหน้าที่กำลังดูดกลืนพลังงานทุกอย่างออกจากป่าต้องห้ามไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นวงเวทย์ที่อยู่เหนือค่ายก็ทำการจ่ายพลังด้านมืดที่ไม่ต้องการกลับคืนสู่ป่าไป สมดุลระหว่างพลังด้านมืดและพลังด้านสว่างกำลังจะถึงขีดสุด  นี้มันไม่ใช่แค่การตัดวงจรวัฏจักรของป่าต้องห้ามแล้ว แต่นี้คือ กลไกในการสร้าง น้ำอมฤตเทียม   ไอ้บ้าตัวไหนมันคิดทำแบบนี้กันฟะ ไม่ซิ ต้องบอกว่าไอ้โง่ตัวไหน มันคิดที่จะฆ่าตัวตายหมู่ด้วยวิธีบ้าๆแบบนี้ต่างหาก พวกมันไม่รู้หรือยังไงว่าผลเสียจากการสร้าง น้ำอมฤตเทียม จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาด้วย ขืนเป็นแบบนี้อย่าว่าแต่ทุกชีวิตในทวีปแห่งนี้เลย สัตว์น้ำที่อยู่ในทะเลรอบๆก็ไม่เหลือแน่  ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องป้องกันการเกิดของสิ่งนั้นให้ได้  ) 

ขณะที่คิลกำลังคิดแบบอยู่นั้น ทหารเฝ้ายามที่อยู่ด้านหน้าค่ายก็ทำท่าตัวตรง ก่อนจะแสดงความเคารพออกมา ไม่นานก็มีนายทหารบางคนเดินออกมาออกมาจากค่าย เขาไม่ได้มาเพียงคนเดียว ด้านหลังเขายังมีคนเดินตามมาอีก 4-5 คน คนที่เดินนำหน้านั้น เป็นชายหนุ่มผมสีทอง หน้าตาบอกได้ว่าเขาน่าอายุจะประมาณ 25 หรือ 26 ปี  ดวงตาขวาเป็นสีเขียวมรกตเหมือนฮีโร่ แต่ดวงตาซ้ายกลับเป็นสีดำสนิท รูปร่างสูงประมาณ 180-185 ซม. สวมเสื้อที่คล้ายกับชุดสูทสีดำ แต่ต่างกันตรงที่ชุดนี้มีผ้าคลุมสีดำที่ยาวจรดพื้น คลุมทับไว้อยู่ด้วย (แบบว่าเห็นแล้วร้อนแทนเลยคนใส่เลยละ) ที่เสื้อตรงต้นแขนขวา และ ผ้าคลุมมีตราของภาคีอัศวินจอมเวทย์  หน้าตาของชายคนนี้แม้จะดูอ่อนเพลีย แต่นั้นก็ไม่อาจจะปิดบังใบหน้าที่แสนหล่อได้เลย  ชายคนนี้รีบตรงมาที่ลาล่าด้วยท่าทางดีใจแบบสุดๆ ไม่นานเขาตรงไปจับมือเธอแล้วพูดว่า

“ลาล่า ทำไมคุณถึงไม่บอกผมว่าจะมาที่นี่ละ  ถ้าผมรู้แต่แรก ผมจะรีบตรงไปรับคุณด้วยตัวเองเลยนะ”

ลาล่าที่ถูกผู้ชายคนนั้นจับมือ เธอถึงกับหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว เซร่าที่เห็นแบบนั้น เธอเข้ามากระซิบลาล่าว่า

”พี่ลาล่าค่ะ  หน้าของพี่แดงเป็นลูกตำลึงแล้วนะ  ถ้าไม่รีบเก็บอาการเดี๋ยวพี่อเล็กก็รู้ตัวหรอกว่าพี่ดีใจขนาดไหนที่ได้เจอเขานะ”

“เดี๋ยวเถอะ!  เซร่าหุบปากไปเลยนะ ”ลาล่าหันไปพูดกับเซร่าด้วยสีหน้าที่แดงขึ้นกว่าเดิม เซร่าเองที่เห็นแบบนั้น เธอเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมา ยูรินที่อยู่ใกล้ๆ เธอมองเซร่าและลาล่า ก่อนจะพูดออกไปว่า

“พี่เซร่าค่ะ คนผู้นี้คือใครกันหรือ? แล้วทำไมพี่ลาล่าถึงได้หน้าแดงเพราะเขาด้วยละ”

เซร่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอก็ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะทำท่าก้มลงไปกระซิบข้างหูยูริน แต่ลาล่าก็พูดขึ้นมาก่อนว่า”เซร่า เธออย่าไปสอนอะไรผิดๆให้กับยูรินซิ “

เซร่าหันมายิ้มให้กับลาล่า ก่อนจะพูดว่า”เออ งั้นพี่ลาล่าก็แนะนำ คนรัก ของพี่ให้ยูรินรู้จักเองก็แล้วกัน หนูไม่ยุ่งด้วยแล้วละ”

ลาล่าหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก่อนจะตะโกนออกมาว่า”เซร่า!!!!!

เซร่ารีบวิ่งไปหลบหลังชายสวมสูทสีดำ ก่อนจะแลบลิ้นใส่ลาล่าแล้วพูดออกมาว่า”พี่อเล็กช่วยหนูด้วย พี่ลาล่าจะแกล้งหนูนะ”

            ชายสวมสูทสีดำ หรืออเล็ก เขายิ้มให้กับการกระทำของเซร่า ก่อนจะพูดออกมาว่า”สำหรับเรื่องนี้ พี่คงช่วยไม่ไหวหรอกนะ เซร่าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเวลาลาล่าโกรธนั้น น่ากลัวขนาดไหน พี่ขอบายละกันนะ”

            “อ้า ขี้โกงนี้พี่อเล็ก ไม่รู้ละงานนี้พี่ต้องช่วยหนูนะ ไม่งั้นหนูจะห้ามไม่ให้พี่ลาล่ามาพบพี่อีกตลอดกาลเลย”

อเล็กได้แต่ยิ้มให้กับคำพูดนี้ของเซร่า แต่ขณะนั้นเองคิลก็เดินตรงมาที่อเล็ก ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเครียดๆว่า

”ขอโทษที่ขัดเวลาแห่งความสุขนะครับ ผมชื่อ คิล เรนเนอร์ เป็นคู่หมั้นของเซร่า ส่วนคุณคือ อเล็ก แอสราช พี่ชายของฮีโร่ และยังเป็นหัวหน้าอัศวินประจำค่ายแห่งนี้ด้วยใช่ไหม”

อเล็กมองคิลที่แนะนำตัวแบบนั้นอย่างงงๆ แต่ขณะที่เป็นแบบนั้น เซร่าก็ชี้หน้าเขาก่อนจะพูดออกมาว่า

“นี่นายรู้จักคำว่า มารยาท บ้างไหมเนี่ย เวลาคนอื่นเขาคุยกัน อย่าได้มาสอ ใส่เกือกจะได้ไหม พ่อ-แม่นายไม่สั่งสอนเรื่องนี้หรือยังไงนะ”

คิลมองเซร่า ก่อนจะพูดออกมาว่า”ไม่เคยครับ เท่าที่ผมจำได้ผมเคยพบคุณพ่อเพียง 2 ครั้ง และทั้งสองครั้งก็ใช้เวลารวมกันไม่ถึง 2 นาที จากนั้นผมก็ไม่ได้เห็นหน้าท่านอีกเลย ส่วนคุณแม่เองก็เสียไปตั้งแต่ผมเกิด ดังนั้นพวกท่านจึงไม่ได้มีโอกาสสอนเรื่องที่คุณเซร่าว่ามาหรอกครับ แต่ถึงมีเวลา ผมว่าพวกท่านคงพูดเหมือนกันว่า มารยาทเป็นสิ่งสุดท้ายที่ควรเก็บไว้ตอนหลังสุด ยิ่งในเวลาแบบนี้ด้วยแล้ว เอาละผมตอบในสิ่งที่คุณเซร่าถามแล้วนะ จากนี้ไปคุณ จง–หุบ-ปาก–ไป-ซะ

เซร่าที่ได้ยินถึงกับหน้าเสีย เธอทำท่าจะว่าคิลออกไปอีกครั้ง แต่คิลไม่ใช้เธอได้มีโอกาสทำแบบนั้น เขาตวัดนิ้วออกเป็นอักษรคำว่า”เสียง “ จากนั้นแสงจากปลายนิ้วของเขาก็เปลี่ยนเป็นแสงสีแดง คิลจัดการกากบาทแสงสีแดงลงบนอักษรแสง ไม่นานแสงจากอักษรและแสงกากบาทก็พุ่งตรงไปหาเซร่า เธอพยายามจะเคลื่อนตัวหลบแสงที่พุ่งมาแต่ก็ไม่ทัน พอเซร่าโดนแสงจากอักษรเข้าไป คอของเธอก็มีเครื่องหมายกากบาทสีแดงปรากฏขึ้นมา ไม่นานเครื่องหมายนั้นก็หายไป เซร่าชี้หน้ามาที่คิล ก่อนจะทำถ้าขยับปากไปมา แต่มันก็ไม่มีเสียงออกมาแม้แต่น้อย เซร่าถึงกับหน้าซีดไปในทันที เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมาอีกหลายครั้ง แต่เสียงของเธอกลับไม่ออกแม้แต่น้อย คิลที่เห็นแบบนั้น เขาก็พูดต่อว่า

“คุณเซร่าช่วยเงียบไปสักพักละกัน พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมจะคลายเวทย์ให้ แต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังอีก ผมจะใช้คำสาปทำให้คุณกลายเป็นรูปปั้นไปเลย จากนั้นพอเรื่องราวเสร็จแล้วผมจะแก้คำสาปให้ทีหลัง”

เซร่าที่ได้ยิน เธอชี้หน้าเขาก็พูดอะไรบางอย่างออกมา แต่มันก็ไม่มีเสียงออกมาเหมือนเดิม ซึ่งจากท่าทางที่เธอแสดงนั้นเดาได้ไม่อยากว่าเธอโมโหขนาดไหน คิลมองเซร่าในเวลานี้ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองอเล็กที่ตอนนี้จ้องมองคิลด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็ยังไม่อาละวาดหรือพูดอะไรออกมา คิลจำเป็นต้องมองอเล็กซะใหม่เพราะจากที่เห็นท่าทางอเล็กจะควบคุมอารมณ์ได้ดีพอสมควร ถ้าเป็นคนอื่นคงอาละวาดไปแล้ว ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า

“ก่อนอื่นเลย ผมขอตอบคำถามของคุณคิลก่อนก็แล้วกัน ใช่ครับ ผม คือ อเล็ก แอสราช และผมก็เป็นหัวหน้าอัศวินของค่ายนี้อย่างที่คุณรู้ แต่สำหรับเรื่องอื่น พวกเราค่อยมาคุยกันทีหลังเถอะ ผมต้องการให้คุณคลายคำสาปให้กับเซร่าเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่ทำพวกเราก็ไม่ต้องพูดอะไรกันอีก ”

“เออ ท่าทางพวกเราจะคุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆซินะ แต่แบบนี้ก็ดีไปอย่าง ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายให้วุ่นวาย ผมยิ่งขี้เกียจพูดอยู่ด้วย “คิลพูดจบ เขาก็วาดนิ้วเป็นวงกลมเพื่อสร้างช่องว่างขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หยิบเขาการ์ดที่ทำจากหินออกมา 2 ใบ คิลพูดต่อว่า

“ผมจะนับ 1 ถึง 30 ระหว่างนั้นนายจงสั่งคนทั้งหมดของนายออกมาจากค่ายซะ ไม่งั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ผมไม่ขอรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นนะ”

อเล็กถึงกับอึงในสิ่งที่คิลพูด ขณะที่เป็นแบบนั้น นายทหารที่ติดตามอเล็กก็พูดแทรกขึ้นมาว่า

“นี่นาย ผมทนนายพูดมานานมากพอแล้วนะ ถ้านายยังปากเสีย และ ไม่มีมารยาทแบบนี้อยู่อีก ต่อให้ท่านอเล็กจะให้อภัยนาย  ผมและพวกก็จะต้องสั่งสอนนายบ้างแล้วละ ถ้านายไม่อยากเจ็บตัวจงขอโทษท่านอเล็กเดี๋ยวนี้นะ”

คิลจ้องมองทหารคนที่นั้น ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเซ็งสุดขีด ไม่นานเขาก็มองการ์ด 2 ใบที่เอาออกมาจากช่องว่าง ใบแรกเป็นการ์ดที่มีรูปมังกรเพลิง ส่วนอีกใบมีรูป เสาแสงที่พุ่งขึ้นตรงไปยังท้องฟ้า                   คิลมองการ์ดเหล่านั้น ก่อนจะจ้องมองอเล็กและพวกด้วยสายตาที่พวกเขาเห็นแล้วยังต้องถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว

ลาล่ามองคิลจากจุดที่ไม่เห็นหน้าของเขา เธอมองคิลด้วยสีหน้าไม่เข้าใจว่าทำไมคิลถึงต้องทำแบบนี้  แต่เธอก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะบรรยากาศที่เธอสัมผัสได้นั้มันแย่งขึ้นทุกขณะ  สิ่งเดียวที่เธอทำได้ตอนนี้คือดึงตัวยูรินไปอยู่ใกล้ตัวเพื่อเวลาที่เกิดเรื่องขึ้นยูรินจะได้ปลอดภัย  ส่วนเซร่าเองก็คิดไม่ถึงว่าคิลจะทำถึงขั้นนี้ ตอนนี้เธอลุ้นให้อเล็กอัดคิลให้หอบ จากนั้นเธอจะเข้าไปกระทืบเข้าซ้ำให้คิลตายไปเลย ขณะที่ทุกคนต่างคิดไปคนละทิศคนละทาง  คิลก็ได้แต่มองพวกอเล็ก ก่อนจะเริ่มนับเลขทันที

“1...2...3...4....10 ..”

“โธ่โว้ย ผมทนไอ้บ้านี้ไม่ไหวแล้ว ไม่ว่ายังไงผมก็ขออัดไอ้หมอนั้นสักทีเถอะ จากนั้นท่านอเล็กจะลงโทษยังไงผมก็เต็มใจ ”นายทหารคนเดิมตะโกนออกมา พร้อมดึงคทาเวทย์ออกมาจากข้างเอว เขารีบร่ายเวทย์ทันที แต่คิลกลับมองทหารคนที่พูด ก่อนจะตวัดนิ้วเป็นคำว่า

“หิน”

แสงจากอักษรพุ่งตรงหาทหารคนนั้น ซึ่งขณะเดียวกันทหารคนนั้นก็สะบัดคทาเวทย์ในมือออกไปทันที ซึ่งสิ่งที่ออกมาจากคทาเวทย์คือลูกบอลไฟขนาดเท่าตัวคน เวทย์ของคิลตรงเขาปะทะลูกบอลไฟ

“ฟิ้ว”

ตุบ

ลุกบอลไฟที่ทหารคนนั้นร่ายออกมาถึงกับล่วงหล่นกับพื้นในสภาพที่กลายเป็นหินทั้งหมด ขนาดเปลวไฟยังกลายเป็นหินเลย ไม่เพียงแค่นั้นแสงจากเวทย์ของคิลยังคงไม่หยุดมันพุ่งผ่านลุกไฟไปเหมือนไม่เคยปะทะกับอะไรมาก่อน มันพุ่งตรงเข้าหาทหารคนนั้นทันที แน่นอนว่าทหารคนนั้นรีบร่ายเวทย์เพื่อต้านทานเวทย์แสงของคิล แต่ยังไม่ทันที่เขาจะร่ายเวทย์เสร็จ เวทย์แสงของคิลก็พุ่งตรงเข้าใกล้ตัวเขาแล้ว ขณะที่เป็นแบบนั้น อเล็กก็สะบัดแขน 1 ครั้ง ก่อนจะพูดออกมาเบาๆว่า

Anti Magic Wall

แสงจากมือของอเล็กพุ่งออกมาบังหน้าทหารคนนั้นเอาไว้ จนเกิดเป็นกำแพงแสงสีแดง ขึ้นต่อหน้าทหารคนนั้นพอดี เวทย์แสงของคิลปะทะเขากับกำแพงนั้นก่อนจะกลืนหายไปในกำแพงแสงสีแดง ขณะที่เป็นแบบนั้นทหารคนนั้นก็หยุดร่ายเวทย์ ก่อนจะหันไปพูดอเล็กว่า

“ขอบคุณมากครับ ท่านอเล็ก”

อเล็กที่เห็นเวทย์ของตนป้องกันเวทย์แสงของคิลไว้ได้ทันเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่นานเขาก็หันไปมองคิลด้วยสายตาไม่ชอบใจขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรออกมา คิลก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า

“น่าผิดหวังจริงๆ นี่นะหรือจอมเวทย์อัจฉริยะในรอบ 10 ปี เด็ก 5 ขวบที่อยู่ใกล้บ้านผมยังให้เวทย์ได้กว่าแกเลย “

คำพูดของคิลทำเอาอเล็กหน้าเสียไปเลย ไม่เพียงแค่นั้นคิลยังชี้ไปที่ทหารคนที่อเล็กช่วยไว้ อเล็กได้แต่หันไปมองตาม พอเขาเห็นเท่านั้น อเล็กรีบตะโกนออกไปว่า

“รีบหลบเร็ว”

“หา!!”เสียงร้องของนายทหารคนนั้นดังขึ้นมาด้วยอาการงงๆ กับคำพูดของอเล็ก แต่ยังไม่ทันเขาจะรับรู้อะไร ร่างกายเขาก็กลายเป็นหินไปอย่างช้าๆแล้ว ทหารคนนั้นถึงกับพูดไม่ออกเพราะเวทย์แสงของคิลได้ทำให้กำแพงเวทย์กลายเป็นหินไปแล้ว ไม่เพียงแค่นั้นรัศมีการกลายเป็นหินยังลามมาจนถึงตัวเขาที่อยู่ใกล้ๆอีกด้วย แต่ขณะที่ทหารคนนั้นจะพูดหรือขยับตัวหนี เขาก็กลายเป็นหินไปแล้ว  คิลมองทหารที่กลายเป็นหินไปแล้ว เขาก็พูดต่อว่า

“ในที่สุดก็เงียบซักที เมื่อกี้นับถึงไหนแล้วนะ อ้อ 16 ...17....18....19..20...”

คิลยังคงนับต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทหารที่ติดตามอเล็กทุกคน ต่างมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรทันที พวกเขาไม่สนว่าอเล็กจะออกคำสั่งหรือไม่ พวกเขาทั้ง 6 คนต่างพุ่งเข้าโจมตีคิลทันที อเล็กรีบตะโกนออกไปว่า

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!

เสียงร้องตะโกนของอเล็กทำให้ทหารทั้งหมดงงไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่อเล็กจะอธิบายอะไรออกมา คิลได้ตวัดนิ้วอีกครั้งเพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นคำว่า

“เฮอริเคน”

แสงจากอักษรต่างแยกออกเป็น 6 สายเข้าโจมตีทหารของอเล็กในทันทีที่พวกเขาหยุดนิ่งเพื่อฟังสิ่งที่อเล็กพูด ซึ่งพอแสงสัมผัสกับทหารเท่านั้น พายุหมุนขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมารอบๆตัวของทหารเหล่านั้นจนพวกเขาไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย อเล็กที่เห็นแบบนั้น เขาพยายามสะบัดมืออีกหลาย 10 ครั้งเพื่อสลายเวทย์แต่มันก็ดูไม่เป็นผลเลย

คิลยิ้ม ก่อนจะตวัดนิ้วออกไปเป็นคำว่า”เย็น” แสงจากอักษรพุ่งตรงเข้าไปในพายุทั้ง 6 ลูก ไม่นานไอเย็นจากพายุทั้งหกลูกก็แผ่กระจายไปทั่ว คิลดีดนิ้ว 1 ครั้ง ลมพายุที่ล้อมรอบทหารอยู่ก็ค่อยๆเบาลงจนหายไป แต่สิ่งที่หลงเหลือกับเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ 6 ก้อนที่มีทหารอยู่ภายใน  อเล็กแทบพูดอะไรไม่ออกกับสิ่งที่เห็น เขาจ้องมองคิลด้วยสายตาโกรธขึ้นไปอีก แต่เขาก็ไม่กล้าจะลงมืออะไรเพราะจากที่เห็นฝีมือการใช้เวทย์ของคิลดูจะเหนือกว่าเขาค่อนข้างมาก คิลมองอเล็ก ก่อนจะพูดออกมาว่า

“ เหลืออีก 10 วินาที  21...22....23....24....25...”

“เดี๋ยวก่อนซิ ผมผิดเอง พวกเรามาพูดกันให้รู้เรื่องก่อนเถอะ”อเล็กรีบพูดออกมา คิลส่ายหน้าก่อนจะพูดออกมาว่า

“ไม่เอา  26...27....28....29...30 หมดเวลา”

คิลที่นับถึง 30 เขาก็ชูการ์ดที่มีรูปเสาแสงขึ้นฟ้า ก่อนจะพูดออกมาว่า

รูนการ์ด prison light on

สิ้นเสียงของคิลเท่านั้น แสงจากการ์ดหินก็พุ่งตรงขึ้นฟ้า ก่อนจะมีเสาแสงกว่า 100 ต้นพุ่งออกมาจากพื้นดินรอบๆค่าย แถมมันยังพุ่งตรงขึ้นไปถึงบนท้องฟ้าอีกด้วย อเล็กและพวกลาล่าที่เห็นแบบนั้น พวกเขาต่างอ้าปากค้างเพราะเสาแสงพวกนั้นได้ทำให้ค่ายทหารกลายเป็นห้องขังไปแล้ว แต่ขณะที่เป็นแบบนั้น คิลก็ชูการ์ดอีกใบขึ้นฟ้า ก่อนจะพูดออกมาว่า

“รูนการ์ด Magic Flame Dragon Card On

การ์ดที่คิลชูขึ้นส่องแสงขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง ไม่นานท้องฟ้าด้านบนเสาแสงก็ปรากฏ มังกรเพลิงขนาดยักษ์ มันคำรามก้องออกมา เซร่าที่เห็นถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นด้วยความกลัว ส่วนยูรินเธอรีบกอดลาล่าอย่างรวดเร็ว ลาล่าได้แต่เอามือโอบกอดยูรินไว้ ทั้งที่มือข้างนั้นกำลังสั่นไปทั้งหมดเช่นเดียวกับเซร่า  อเล็กมองมังกรเพลิงที่กำลังแหวกว่ายไป-มาบนท้องฟ้าด้วย เขาหันมามองการ์ดในมือคิล ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า

“การ์ดแห่งรูน เป็นไปไม่ได้!!!  ถ้ามังกรเพลิงตัวนี้พุ่งลงมามีหวัง ...“

คิลมองมังกรเพลิง ก่อนจะโบกมือไป-มา มังกรเพลิงก็ดูเหมือนจะเข้าใจสัญญาณของคิล มันพุ่งตัวเขาไปในกรงแสง เขาที่เห็นแบบนั้นก็พูดออกมาว่า

”เออ จบเรื่องทุกอย่างในพริบตาเลยละกัน”

คิลพูดจบเขาก็ตวัดมือที่มีการ์ดลงทันที มังกรเพลิงที่อยู่บนท้องฟ้ารีบพุ่งลงตามเสาแสงเพื่อไปยังค่ายในทันที อเล็กที่เห็นแบบนั้นถึงกับหน้าซีดเป็นไข่ต้ม เขารีบพูดออกมาว่า

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ !!!! ในค่ายมีคนเกือบ 100 คนเลยนะ ไหนจะอุปกรณ์เวทย์อีก ตำราและวงเวทย์อีกละ แกกำลังจะทำลายมันทั้งหมดเลยนะ”

คิลมองอเล็ก ก่อนจะพูดออกมาว่า”ช่างมันซิ ผมเตือนคุณแล้วแต่คุณไม่ฟังเอง อีกอย่างผมเคยบอกแล้วนี้ว่าพวกเราหมดเวลาคุยกันแล้ว“

คำตอบของคิลทำเอาอเล็กยิ่งซีดขึ้นไปอีก เขาเห็นมังกรเพลิงพุ่งตรงเข้ามาใกล้ทุกขณะ เขาได้แต่หันมองคิลก่อนจะตะโกนออกมาอีกครั้งว่า

 “ผมผิดไปแล้ว ไม่ซิ ผมยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว และพร้อมจะชดใช้ทุกอย่างด้วย ได้โปรดหยุดเถอะนะ”

“สัญญามาก่อนซิว่าตั้งแต่นี้ไปคุณจะทำตามที่ผมบอก“

“ได้ๆๆ ผมสัญญา คุณรีบหยุดเวทย์พวกนั้นเถอะ ไม่งั้นมังกรตัวนั้นต้องทำลายทุกอย่างแน่ๆ”

คิลตวัดการ์ดในมืออีกครั้ง กรงขังที่เกิดจากเสาแสงและมังกรเพลิงต่างพุ่งกลับมาในการ์ดทันที ไม่เพียงแค่นั้นทหารที่กลายเป็นหิน กับ ทหารที่อยู่ในก้อนน้ำแข็งต่างกลับเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงอย่างเดียวที่เปลี่ยนไป คือ สายตาของทุกคนที่อยู่นอกค่ายต่างมองมาที่คิลด้วยอาการกลัวสุดๆ  อเล็กรีบสั่งให้พวกเขากลับมายืนประจำตำแหน่ง พวกเขาทั้งหมดต่างวิ่งไปเข้าแถวด้านหลังอเล็กในทันที(ความจริงไม่ต้องสั่งไอ้พวกนั้นก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว ) คิลที่เห็นแบบนั้น เขาก็ตวัดมือเป็นอักษรอีกครั้งว่า

คลาย”

แสงจากอักษรตรงเข้าหาเซร่าที่ยังนั่งอยู่กับพื้น ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า”เอาละเรื่องจบแล้ว เชิญคุณเซร่าพูดได้ตามปกติ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #192 _fiona_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 16:47
    สนุกนะ เเต่เป็นใครจะฟังละ
    #192
    0
  2. #187 ชอบ... (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 00:01
    เข้ามาเจอตอนใหม่สองตอน ตอนนี้สนุกมาก.............
    #187
    0
  3. #185 The Memorial (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 14:20
    เป็นใครก็คงไม่ฟกังละครับ
    #185
    0
  4. #180 zZeRoz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 18:28
    โอ้ววววววววว นึกว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วอะ อ่านแล้วขนลุก น้ำตาจะไหล T T
    #180
    0