พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16 ภาคีอัศวินจอมเวทย์ ตอน ที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ม.ค. 56

บทที่ 16  ภาคีอัศวินจอมเวทย์ ตอนที่ 1

            ขณะที่คิลกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ยูรินก็ดึงปลายเสื้อของคิลเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า"พี่ชายค่ะพี่ชายเป็นอะไรมากไหม ทำไมจู่ๆถึงเงียบไปละค่ะ"

            คิลที่รู้สึกตัว เขาหันมาลูปหัวยูรินอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกมาว่า"ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ พอดีพี่ชายมีเรื่องบางอย่างต้องคิดนะ"

            ยูรินที่ได้ยินแบบนั้น เธอก็จ้องมองคิลอย่างสนใจ แต่ขณะที่เธอจะพูดอะไรออกมานั้นเสียงของรุกก็ดังขึ้นมาว่า

            "เออ ถ้าคุณ ไม่ทราบว่าผมจะเรียกคุณว่ายังไงดีครับ"

            "คิล เรเนอร์ ครับ คุณรุกจะเรียกผมว่าคิลก็ได้ "เสียงของคิลดังออกมาทันทีที่รุกถามจบ

            "ตกลงครับ คุณคิล ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรจะถามผมอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมว่าพวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะครับ เพราะถ้าไม่รีบพวกเราอาจจะไปถึงที่ด่านตรวจหลังตะวันตกดินแล้วก็ได้นะครับ"รุกบอกออกมา

            คิลได้ยินดังนั้น เขาพยักหน้าเป็นการเห็นด้วยกับรุก จากนั้นไม่นานเขาก็พูดออกมาว่า"ผมไม่คัดค้านอะไรครับ แต่ก่อนจะไปผมของเวลาสัก 5 นาทีนะ ผมอยากจะเตรียมอะไรบางอย่างก่อนเพื่อในกรณีฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ นะครับ"

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่า ลาล่า และยูรินต่างหันมาเขาเป็นตาเดียว ส่วนรุกเองก็ได้แต่พยักหน้าเพื่อเป็นการบอกว่าทำตามสบาย ขณะที่จะมีใครในกลุ่ม 3 สามสาวถามอะไรขึ้นมา คิลก็เดินไปเด็ดใบไม้จากต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดมา 4 ใบ จากนั้นเขาก็ขยับปากเพื่อพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงที่พูดนั้นเบามากจนแทบไม่มีใครจะได้ยินเลย  สักพักใบไม้ทั้งที่ใบในมือของคิลก็เปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆออกมา เมื่อแสงหายไปใบไม้ที่อยู่ในมือก็กลายเป็นเชือกสีเขียวจำนวน 4 แทน คิลที่เห็นแบบนั้น เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะคิดออกมาว่า

            (ยังถือว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย ที่พรแห่งป่ายังคงมีอยู่ในต้นไม้เหล่านี้ อย่างน้อยสถานการณ์ที่ผมคิดไว้คงไม่เลวร้ายมากนัก หรอกมั่ง)

            คิลที่คิดแบบนั้น เขาก็เดินไปหายูรินพร้อมยื่นเชือกสีเขียว 1 เส้นให้กับยูริน และพูดออกมาว่า"ยูริน หนูเอาเชือกเส้นนี้ผูกข้อมือไว้นะ มันอาจจะช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ได้นะ"

            ยูรินรับเชือกเส้นนั้นมาอย่างงงๆ แต่ไม่นานเธอก็พยักหน้าเป็นการรับคำ คิลที่เห็นยูรินรับคำแล้ว เขาก็ส่งเชือกให้รุก 1 เล้น และให้ลาล่า 2 เส้น(เนื่องจากเซร่าแสดงท่าทางว่าไม่รับออกมาอย่างชัดเจน คิลจึงส่งให้ลาล่าแทน) จากนั้นเขาก็พูดออกมาว่า

            "ผมจะไม่บังคับ หรือ ชักชวนให้พวกคุณผูกเชือกเส้นนี้ไว้ที่ข้อมือ แต่ผมคงต้องบอกว่าสถานที่ที่พวกเรากำลังจะไปนั้นอันตรายกว่าที่คิดเยอะ แถมในสถานการณ์แบบนี้ด้วยแล้ว ผมขอแนะนำว่า ถ้าไม่อยากตายจงผูกเชือกเส้นนี้ซะ ผมพูดจบแล้ว พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ"

            คำพูดของคิลทำเอาทุกคนที่ได้ยินต่างหน้าเสียไปทันที โดยเฉพาะยุรินด้วยแล้ว เธอถึงกับหน้าเสียไปพักใหญ่ จนกระทั้งคิลเป็นไปลูปหัวเธอพร้อมพูดออกมาว่า

            "`ไม่ต้องห่วงนะยูริน ไม่ว่าทุกอย่างจะเป็นแบบไหนพี่ก็จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จจนได้ ยูรินวางใจในเรื่องนี้เถอะ พี่ของสัญญาด้วย ชื่อของพี่เลย"

            ยูรินที่ได้ยินแบบนั้น เธอก็ยิ้มออกมา ไม่นานลาล่าที่ฟังคิลมาตั้งแต่ต้นก็พูดขึ้นมาว่า"คุณคิลค่ะ ทำไมคุณถึงได้พูดแบบนั้นละ หรือว่าคุณสัมผัสอะไรบางอย่างจากป่าแห่งนี้ได้ใช่ไหม คุณถึงได้พูดแบบนั้นออกมานะ "

            (ฉลาดเป็นกรดเลยนะ ยัยลาล่า ทำไมคนอย่างเธอถึงได้มาเป็นสาวใช้ได้นะ ผลละเสียดายความสามารถของเธอชะมัดเลย แต่คงว่าอะไรเธอไม่ได้หรอก เพราะไอ้คนตระกูลนี้ก็เป็นแบบนี้เกือบทั้งหมดนั้นละ ที่เห็นหินดีกว่าพลอย ) คิลคิดขึ้นมาทันทีที่ลาล่าพูดจบ ไม่นานคิลก็พูดออกมาว่า

            "ตอนนี้ผมไม่กล้าพูดอะไรออกไปครับ เพราะผมยังไม่แน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นมากนัก เอาไว้ผมมั่นใจแล้วจะบอกให้พวกคุณทุกคนฟังก็แล้วกัน เอาเป็นว่าตอนนี้พวกคุณช่วยเอาเชือกที่ได้ไปผูกข้อมือก่อนเถอะครับ"

            ลาล่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอพยักหน้าเป็นการแสดงว่าเข้าใจแล้ว สักพักเธอก็ผูกเชือกสีเขียวให้กับ           เซร่าซึ่งในตอนแรกเธอดูจะไม่ชอบใจนัก แต่พอเห็นสายตาของลาล่าที่ส่งมาต่อว่าเท่านนั้น เซร่าจึงต้องถอนหายใจออกมาอย่างเซ้งๆ  ก่อนที่เธอจะยอมให้ลาล่าผูกเชือกแต่โดยดี สักพักลาล่าก็ผูกเชือกให้กับตัวเอง ส่วนทางยูรินและรุกต่างก็ผูกเชือกสีเขียวที่ข้อมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิลที่เห็นแบบนั้นเขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่นานเขาก็หันไปพูดกับรุกว่า

            "เอาละในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เชิญคุณรุกนำทางได้เลยครับ"

            รุกที่ได้ยินแบบนั้น เขารีบออกเดินนำหน้าในทันที ไม่นานยูรินและเซร่าก็เดินตามไป โดยก่อนที่เดินจากไป เซร่ายังหันมาแลกลิ้นใส่คิลด้วยความไม่พอใจอีกด้วย  คิลที่เห็นเดินทั้งสองคนออกเดินตามไปแล้ว เขาก็หันมามองลาล่าที่ตอนนี้ยังคงสนใจเชือกที่เขาให้ไปอยู่ คิลจ้องมองลาล่าสักพักก่อนจะเดินตามพวก  เซร่าจังไป ไม่นานสีหน้าที่ลาล่ามองเชือกเส้นนั้นก็ถึงกับแสดงสีหน้าที่ตกใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เธอก็รีบเดินตามคิลไปด้วยสีหน้าตื่นเต้นในทันที

            เวลาผ่านไปอีกไม่นานลาล่าก็เดินตามคิลมาจนทัน ซึ่งตอนนี้คิลได้เดินตามหลังเซร่าและยูรินไปโดยเว้นระยะประมาณ 7-8 ก้าว พอลาล่าเดินตามมาทันเธอก็พูดออกมาเบาๆว่า

            "คุณคิลค่ะ นี่คุณใช้เวทย์คำอวยพรแห่งป่าได้ด้วยหรือคะ "

            คิลที่ได้ยินลาล่าถามแบบนั้น เขามองไปยังเซร่าและยูรินเพื่อดูว่าพวกเธอได้ยินในสิ่งที่ลาล่าพูดหรือไม่ เมื่อเขาแน่ใจว่าพวกเซร่าที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ได้ยินในสิ่งที่พวกเขาพูดแน่นอน คิลก็ใช้นิ้วชี้ซ้ายตวัดเป็นคำ 1 คำ ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้นิ้วชี้ข้างขวาก็ตวัดเป็นคำอีก 2 คำ สักพักแสงจากตัวอักษรจากมือซ้ายและมือขวาก็พุ่งตรงมารวมกันเป็นคำว่า

            ม่านผนึกเสียง

          แสงจากตัวอักษรสว่างขึ้นเล็กน้อย พอคิลเห็นแบบนั้น เขาก็หันไปพูดกับลาล่าว่า"คุณลาล่านี่ยอดเยี่ยมไปเลยนะครับ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะรู้จักเวทย์บทนี้ด้วย เพราะเวทย์บทนี้เป็นเวทย์ที่เก่าแก่มากๆ แถมยังมีคนใช้ได้น้อยมากอีกด้วย คุณนี้มีอะไรให้ผมประหลาดใจได้ตลอดเวลาเลยนะครับ"

            ลาล่ายังคงจ้องมองคิลอย่างไม่วางตาเลย สักพักเธอก็พูดออกมาว่า"ฉันว่าคนที่ยอดเยี่ยม มันน่าจะเป็นคุณคิลต่างหากละ ไม่คิดเลยว่าฉันจะมีโอกาสจะได้เห็นพฤษภาเวทย์บทนี้กับตาแบบนี้เป็นหนที่ 2  ที่สำคัญคนใช้กลับเป็นคนหนุ่มอย่างคุณอีก ตกลงว่าคุณเป็นใครกันแน่ และคุณเสี่ยงใช้เวทย์บทนี้เพื่ออะไรกันค่ะ"

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พูดออกมาว่า"ท่าทางคุณลาล่าจะรู้เรื่องเวทย์บทนี้เป็นอย่างดีเลยนะ แล้วไม่ทราบว่าคุณลาล่าพอจะเดาได้ไหมว่าทำไมผมถึงใช้เวทย์บทนี้ละ ถ้าคุณตอบถูกผมก็จะตอบคำถามของคุณให้เอง แต่ถ้าตอบไม่ถูกก็เป็นอันจบข่าวนะ"

            ลาล่าจ้องมองคิล ก่อนจะพูดว่า"ตกลงค่ะ เท่าที่ฉันทราบมาเวทย์คำอวยพรแห่งป่านั้นมีอีกชื่อว่าพรแห่งป่า ซึ่งเวทย์บทนี้ไม่ใช่เวทย์โจมตี รวมทั้งไม่ใช่เวทย์ป้องกันหรือเวทย์รักษาอีกด้วย ถ้าจะพูดให้ถูกมันไม่ใช่เวทมนตร์เลยด้วยซ้ำ แต่มันคือ คำวิงวอนต่อเหล่าภูติและวิญญาณแห่งป่า ต่างหากละ ไม่ทราบว่าฉันพูดถูกไหมละ"

            คิลยิ้ม ก่อนจะพูดออกมาว่า"ยอดจริงๆ ไม่คิดเลยคุณลาล่าจะมีความรู้เรื่องเวทย์บทนี้มากถึงเพียงนี้ แล้วไม่ทราบว่าคุณพอรู้คุณสมบัติเวทย์บทนี้ไหมละ "

            ลาล่ายังคงจ้องมองคิล ก่อนจะพูดออกมาว่า"ฉันไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างที่คุณคิลบอกหรอกคะ ที่ฉันทราบเรื่องเวทย์บทนี้ก็เพราะฉันเคยเห็นคนผู้หนึ่งใช้เวทย์บทนี้มาก่อนและเขาผู้นั้นก็เป็นคนสอนเรื่องพวกนี้กับฉันเองค่ะ"

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขามองลาล่าอย่างสนใจในสิ่งที่เธอพุด สักพักลาล่าก็พูดต่อว่า"คุณสมบัติของเวทย์บทนี้นั้นก็เป็นไปตามชื่อของมันคือ พรแห่งป่า หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆเวทย์บทนี้เป็นเวทย์ที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในป่าอวยพรแก่คนที่ได้รับ และ มันจะทำให้คนที่มีเวทย์บทนี้สามารถเข้าออกป่าได้อย่างปลอดภัย โดยพวกคนที่โดนเวทย์นี้จะไม่ได้รับผลจากป่าเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าการจะร่ายเวทย์บทนี้ออกมาได้นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ แถมผลของผู้ร่ายเวทย์ยังคงรุนแรงเกินกว่าเวทย์ทุกบทอีกด้วย"

            คิลยิ้มก่อนจะพูดออกมาว่า"ถูกต้องตามนั้นเลยครับ แล้วไม่ทราบว่าคุณลาล่ารู้ไหมว่าการร่ายเวทย์บทนี้ต้องสูญเสียอะไรบ้างละครับ"

            ลาล่าจ้องมองคิล ก่อนจะพูดออกมาว่า"รู้ค่ะ แถมรู้ดีเลยด้วย การร่ายเวทย์บทนี้ต้องอาศัยปัจจัย 2อย่างที่ขาดไม่ได้เลย ได้แก่

            1. คำยินยอมแห่งป่า ซึ่งการที่คนทั่วไปจะได้ยินคำพูดของป่านั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เท่าที่ฉันทราบมีเพียงคนที่เกิดในป่า และใช้ชีวิตอยู่กับป่าเท่านั้นจึงจะได้ยินเสียงของป่าได้ ไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีเชื้อสายภูติอยู่ในตัวจึงจะได้ยินเสียงนี้

            2. อายุของผู้ใช้ เวทย์บทนี้จะใช้อายุของตัวเองในการแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของผู้ที่โดนเวทย์บทนี้ เพียงแต่ว่าฉันไม่แน่ใจว่าคนที่ใช้เวทย์บทนี้ต้องเสียอายุเท่าไรต่อการใช้ 1 ครั้งก็เท่านั้นเอง

            ทั้งหมดนี้คือความรู้ที่ฉันทราบมาจากคนที่เคยใช้เวทย์บทนี้ให้ฉันดูค่ะ ไม่ทราบว่ามีตรงไหนผิดพลาดไหมค่ะ"

            คิลที่ฟังถึงตอนนี้ เขาก็ยิ้มพร้อมพูดออกมาว่า"ไม่มีครับ ทุกอย่างถูกต้องหมดเลย ผมไม่คิดเลยว่าสมัยนี้จะมีคนทราบเรื่องราวของเวทย์บทนี้อยู่อีก ผมคิดว่าคนที่สอนเรื่องเวทย์บทนี้กับคุณน่าจะเป็นคนที่เข้าใจถึงธรรมชาติแห่งเวทย์เป็นอย่างดีเลยนะ ไม่ทราบว่าคุณลาล่าพอจะแนะนำให้ผมรู้จักกับเขาคนนั้นได้ไหมครับ"

            พอสิ้นเสียงของคิล ลาล่าก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ แต่สีหน้าของเธอในเวลานี้ดูเศร้าสร้อยเป็นอย่างมาก คิลที่เห็นแบบนั้น มันก็พอเดาได้ว่าคนที่ลาล่าพูดถึงน่าจะตายไปแล้ว คิลเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดออกมาว่า

            "ขอโทษครับ ผมไม่น่าจะพูดเรื่องนั้นออกไปเลย"

            ลาล่าส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า"ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้คนผู้นั้นจะไม่อยู่แล้ว แต่เธอก็สอนอะไรกับฉันหลายๆอย่าง และสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้ฉันมีตัวตนจนถึงทุกวันนี้ค่ะ "

            คิลมองลาล่าก่อนจะพูดว่า "จากที่คุณลาล่าพูดมา คุณน่าจะมีอะไรซ่อนเอาไว้อีกเยอะสินะ สงสัยคราวหน้าผมต้องระวังการใช้เวทย์ให้มาขึ้นซะแล้วซิ ไม่เช่นนั้นความลับที่ผมเก็บเอาไว้อาจจะแตกขึ้นมาเมื่อไรก็ได้"

            "ความลับ! ไม่ทราบว่าคุณคิลมีความลับอะไรที่ไม่อาจจะบอกคนอื่นได้ด้วยหรือคะ"เสียงของลาล่าดังขึ้นมาทันทีเมื่อคิลพูดจบ

            คิลยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอานิ้วนี้ขึ้นมาที่ปาก ก่อนจะพูดออกมาว่า"ความลับครับ ถ้าผมบอกออกไปมันก็ไม่ใช่ความลับซิ อีกอย่างผู้ชายที่มีความลับนั้นดูมีเสน่ห์มากกว่านะ คุณลาล่าว่าจริงไหม"

            ลาล่าจ้องมองคิลด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเธอไม่มีทางบังคับให้คิลพูดเรื่องที่เขาปิดไว้แน่ๆ ไม่นานเธอก็ถอนหายใจออกมา พร้อมพูดว่า

            "ฉันเข้าใจแล้วคะ ถ้าเป็นเช่นนั้นฉันจะไม่ถามเรื่องนั้นอีกก็ได้ แต่คุณคิลต้องตอบคำถามที่ฉันเคยถามก่อนหน้านี้นะว่า ทำไมคุณถึงต้องใช้เวทย์บทนี้กับพวกเราทั้ง 4 คนด้วย คุณสัมผัสอะไรได้จากป่าต้องห้ามที่อยู่ข้างหน้าใช่ไหมคะ?"

            คิลจ้องมองลาล่า ก่อนจะพยักหน้าพร้อมพูดออกมาว่า"ใช่ครับ ผมสัมผัสอะไรบางอย่างได้จริงๆ แต่ผมไม่อาจจะเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นได้ ดังนั้นผมขอเตรียมตัวให้พร้อมไว้ล่วงหน้าท่าจะดีกว่านะครับ"

            "แล้วไม่ทราบว่าที่ป่าต้องห้ามมันเกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมคุณถึงได้ยอมเสี่ยงที่จะใช้เวทย์นี้ออกมาละ ฉันว่ามันต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดีแน่ ไม่เช่นนั้นคุณคิลคงไม่เลือกทำแบบนี้หรอก ไม่ทราบว่าคุณพอบอกฉันได้ไหมว่าคุณสัมผัสถึงสิ่งใดได้หรือคะ "

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า"คุณลาล่า ไม่ทราบว่าคุณรู้จักสิ่งที่เรียกว่าวัฎจักรแห่งชีวิตไหม"

            "วัฎจักรแห่งชีวิต! เออไม่ทราบว่ามันคืออะไรกันหรือคะ บอกตามตรงนะนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินคำพูดแบบนี้เลยนะ "เสียงของลาล่าพูดออกมาด้วยความมึนงง

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขายิ้มก่อนจะพูดว่า"วัฏจักรแห่งชีวิต เป็นอะไรที่เรียบง่ายและไม่วุ่นวายแต่ทุกสรรพสิ่งก็ไม่อาจจะหนีพ้น การที่คุณลาล่าไม่ทราบเรื่องนี้ก็เพราะคุณเพียงคิดลึกมากไปเท่านั้นเอง อีกทั้งวัฎจักรของชีวิตก็ยังมีชื่อเรียกแบบอื่นอีกมาก เอาเป็นว่าผมจะอธิบายวัฎจักรพวกนี้อย่างง่ายๆให้ฟังก็แล้วกัน ยกตัวอย่างมนุษย์ ทุกคนจะไม่พ้นคำว่า การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนี้ละคือ วัฎจักรชีวิตของมนุษย์ แน่นอนว่านอกจากมนุษย์แล้ว ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้ต่างก็มีวัฏจักรเหล่านี้เป็นของตัวเอง ไม่เพียงแค่นั้นทุกวัฏจักรล้วนสอดคล้องกันไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ผมพูดถึงตรงนี้คุณลาล่ายังคงตามทันนะครับ"

            ลาล่าที่ได้ยินแบบนั้น เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการยืนยัน สักพักคิลก็พูดต่อว่า"ไม่ว่าวัฏจักรไหนต่างก็หมุนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆ และทุกอย่างก็จะสอดคล้องกับไปตลอด และสิ่งเหล่านี้ละที่ทำให้ทุกสรรพชีวิตยังคงดำเนินตามปกติได้ แต่สมมุติว่าถ้าเกิดมีบางสิ่งเกิดไปทำลายวัฏจักรของอะไรบางอย่างขึ้นมาละ คุณลาล่าคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร"

            ลาล่าส่ายหน้าเล็กน้อยเพราะสิ่งที่เธอได้ฟังในเวลานี้นั้นดูเหมือนว่ามันจะมากเกินกว่าปัญญาของเธอจะย่อยสลายทั้งหมดได้ทัน คิลยิ้มอย่างเศร้าๆก่อนจะพูดออกมาว่า

            "ถ้าวัฏจักรที่ถูกขัดขวางนั้นเป็นเพียงสิ่งเล็ก หรือจุดเล็กๆ ทุกอย่างรอบๆตัวของสิ่งนั้นก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ แต่สิ่งที่ถูกขัดขวางจะหายสาบสูญไปจากโลกอย่างช้าๆ แต่ในกรณีที่วัฎจักรทีถูกขัดขวางเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่สิ่งนั้นที่จะหายไป แต่วัฏจักรที่เกี่ยวพันกันข้องก็จะหายไปด้วย และเมื่อวัฏจักรที่เกี่ยวข้องกันหายไป วัฏจักรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรนั้นก็จะหายตามไปแบบลูกโซ่  ซึ่งผลสุดท้ายสิ่งที่จะตามมาก็คือ วาระสุดท้ายของทุกสรรพสิ่ง เอาละผมพูดถึงตรงนี้คุณลาล่าพอจะตามทันนะครับ"

            ลาล่ามองคิลก่อนจะพูดว่า"ฉันบอกตามตรงฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวที่คุณพูดมาหรอกค่ะ แต่ฉันพอจะทราบแล้วว่าคุณคิลต้องการสื่ออะไร คุณต้องการจะบอกฉันว่าในป่าต้องห้ามที่พวกเรากำลังจะไปนั้น มีใครบางคนทำการขัดขวางวัฏจักรที่มันควรจะเป็นใช่ไหมคะ"

            คิลส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า"ไม่ใช่การขัดขวางวัฎจักรหรอกครับ แต่เป็นการตัด หรือ ทำลายวัฏจักรทิ้งไปเลยต่างหากละ แถมเป็นการตัดวัฏจักรที่ใหญ่มากๆด้วยครับ ส่วนผลที่ตามมาผมยังไม่อาจจะประเมินได้เลย เพราะแบบนี้ละผมจึงต้องเลือกที่จะใช้เวทย์แบบนี้ไว้ก่อน"

            ลาล่าที่ได้ยิน เธอถึงกับหน้าเครียดขึ้นมา ไม่นานลาล่าก็พูดออกมาว่า"ถ้าเรื่องที่คุณคิลพูดมาเป็นความจริง แสดงว่าคนที่ทำให้เกิดการตัดวัฏจักรอย่างที่คุณคิลพูดมาต้องเป็นใครบางคนในกลุ่มคนที่อยู่ในด่านข้างหน้าสินะ"

            "บอกไม่ได้ครับ เพราะนั้นอยู่นอกเหนือข้อตกลงของพวกเรา เอาละคุณลาล่ารีบเดินตามเซร่าจังไปได้แล้วละ อ้อ ส่วนคุณลาล่าจะเอาเรื่องที่ผมพูดไปบอกเซร่าจังก็ได้นะ ผมไม่ห้าม แต่ขอเตือนนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดมาเป็นแค่ความรู้สึกที่ผมสัมผัสได้เท่านั้น แน่นอนว่ามันอาจจะผิดพลาดก็ได้นะครับ "คิลพูดจบเขาก็เร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้นจนเดินตารุกที่นำหน้าทัน           

            ลาล่าที่เห็นคิลเดินจากไปแล้ว เธอจ้องคิลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินไปสมทบกับแซร่าพร้อมคิดขึ้นมาว่า

            (ผิดพลาด! ตั้งแต่ฉันพบคุณมา คำว่า ผิดพลาด ดูน่าจะห่างไกลจากตัวคุณเหลือเกิน ไม่ว่าจะมองมุมไหน คุณดูเก่งไปซะหมดอย่าง แถมยังมั่นใจตัวเองอย่างชนิดว่าคนเห็นแล้วอยากจะถีบให้กระเด็นเลยละ อีกอย่าง ถ้ามันเป็นความผิดพลาดอย่างที่คุณพูดมาจริงฉันว่าคุณคงไม่เสี่ยงใช้คำอวยพรแห่งป่าเพื่อปกป้องพวกเราแน่ๆ เนื่องจากเวทย์นี้ทุกครั้งที่ใช้จะต้องแลกเปลี่ยนกับอายุไขของตนเอง มีใครบางละที่ยอมอายุสั้นลงเพราะความไม่แน่ใจในสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้ คุณนี้ช่างต่างจากคุณฮีโร่แบบแสงกับเงาเลยนะ ฉันชักอยากรู้แล้วซิว่าผลสุดท้ายคุณหนูเซร่าจะเลือกใคร ระหว่างคนที่ปากร้ายแต่อ่อนโยนและช่างเป็นห่วงคนอื่น กับ คนที่ใจดีแต่แฝงไปด้วยความลับที่ไม่อาจบอกใคร)

ด่านตรวจที่ 4

          หลังจากพวกคิลเดินต่อมาได้สักพัก รุกก็หยุดเดินพร้อมชี้มือมาข้างหน้า ก่อนจะหันมาพูดกับคิลทที่เดินตามมาติดๆว่า

            "ถึงแล้วครับ ด่านต่อไปอยู่ด้านหน้านี้เองครับ คาดว่าเดินอีกไม่เกิน 10 นาทีก็น่าจะถึงแล้วครับ"

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาหันไปมองรอบตัว ก่อนจะมองไปตามนิ้วมือของรุก แต่พอเขาหันไปมองเท่านั้น สีหน้าของคิลต้องเปลี่ยนไปอีกครั้งเพราะสิ่งที่เขามองเห็นกลับเป็นป่าต้องห้ามที่ปราศจากเสียงร้องของสัตว์อสูรแม้แต่น้อย แถมรอบๆบริเวณที่คิลและรุกยืนอยู่ก็ไม่มีเสียงของสัตว์ป่า หรือ นกบินผ่านเลย สักพักคิลก็จ้องมองไปยังด่านตรวจที่4  ซึ่งรอบๆด่านแห่งนี้กับมีวงเวทย์สีดำ ไม่นานวงเวทย์สีดำก็เปลี่ยนเป็นสีขาว คิลที่เห็นแบบนั้น เขาก็ขึ้นมาว่า

            (นี่มันแย่ยิ่งกว่าที่คิดอีกนะ พลังชีวิตของป่าต้องห้ามกำลังถูกตัดขาดจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง ถ้าปล่อยไว้แบบนี้วัฏจักรแห่งป่าต้องห้ามจะต้องเสียลงอย่างถาวรแน่ จากนั้นวัฏจักรอื่นๆก็จะเสียตามๆไปด้วย แบบนี้ไม่ต้องรอจนครบอาทิตย์หรอก แค่ 2 วันทวีปนี้ก็กลายเป็นทวีปแห่งความตายแล้วละ แต่ถ้าดูจากรูปแบบของวงเวทย์ในเวลานี้แล้ว คนที่ใช้เวทย์ต้องมีมากกว่า 1 คน แน่ๆแถมระดับของเวทย์ที่สัมผัสได้ในเวลานี้ มันเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะมี แสดงว่าพวกเขาต้องใช้อุปกรณืบางอย่างเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ แต่ไอ้อุปกรณ์นั้นคืออะไรละ ดูจากวงเวทย์ในเวลานี้ เออ  ถ้านี่เป็นฝีมือของเรโชอย่างที่ผมคิดจริง งานนี้ไม่หมูแน่ๆ)

            ขณะที่คิลกำลังคิดแบบนั้น มือเล็กๆของยูรินก็กระตุ้กชายเสื้อของเขา พร้อมกับเสียงของยูรินที่ดังขึ้นมาว่า

            "พี่ชายค่ะ พี่ชายได้ยินที่หนูเรียกบ้างไหมคะ"

            คิลที่ได้ยินเสียยูริน เขาหันกลับมาพร้อมพูดว่า"ได้ยินจ๊ะ แล้วยูรินมาถึงตั้งแต่ตอนไหนหรือ ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่องเลยละ "

            "หนูมายืนอยู่ข้างพี่ชายพักใหญ่แล้วละ แต่หนูเรียกเท่าไรพี่ชายก็ดูเหมือนไม่ได้ยินเลยนะ ตกลงว่าพี่ชายไม่เป็นอะไรแน่นะค่ะ"

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาหันไปมองรอบๆตัวในเวลาซึ่งตอนนี้เขาได้ถูกสายตา 4 คู่จับมองอยู่ โดยสายตา 2 คู่แรกนั้นมองด้วยความเป็นห่วง ส่วสายตาอีก2 คู่ต่างมองต่างกันไป สายตาของเซร่ามองมาทางคิลด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจคิลในเวลานี้นัก ส่วนสายตาอีกคู่เป็นของลาล่าที่ดูกังวลกับสิ่งที่ทำให้คิลเป็นแบบนี้มากกว่าที่จะเป็นห่วงตัวของเขา คิลได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะสังเกตเห็นธงรูปร่างประหลาดอยู่เหนือด่านแห่งนั้น เขารีบพูดออกมาว่า

            "พี่ไม่เป็นอะไรหรอก เพียงแค่พี่กำลังสงสัยว่าธงทีปักอยู่ที่ด่านมันแสดงถึงอะไรนะ "

            คิลพูดจบเขาก็ชี้ไปยังธงที่เขามองเห็นเมื่อสักครู่ รุกหันไปมองธงตามนิ้วที่คิลชี้ก่อนจะพุดออกมาว่าคุณคิลหมายถึงธงที่มีดาบไขว้กัน และด้านบนยังมีหมวกจอมเวทย์อยู่ใช่ไหมครับ"        

            "ใช่ครับ" คิลรีบบอกออมาทันทีทั้งที่เขายังไม่ทันเห็นธงแผนนั้นอย่างเต็มตาเลยด้วยซ้ำ

            รุกที่ได้ยินคิลพูดแบบนั้นเขาก็พูดต่อทันทีว่า"อ้อ ถ้าเป็นธงผืนนั้น มันคือธงของภาคีอัศวินจอมเวทย์ นะครับ"
////////////////////////////////
ในที่สุดตอนที่ 16 แล้ว ตามที่เคยบอกไว้เรื่องนี้ 30 ตอนจบนะครับ แต่เพราะเนื้อความเก่าหายไปผมจึงต้องแต่งใหม่ ทำให้เรื่องนี้อาจจะต้องแบ่งเป็น 2 ภาค โดยแต่ละภาคอาจจะไม่เท่ากัน แต่ภาคแรกอาจจะจบลงในตอนที่ 30 นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #218 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 03:00

    เศร้าาาาา

    แด่เรื่องที่จบแล้ว แต่เราไม่มีวันรู้ตอนจบ

    RIP ค่ะไรท์เตอร์ ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆนะคะ

    การกลับมาอ่านซ้ำรอบนี้ คงอ่านจบแค่ตอนนี้ ถ้าอ่านต่ออีกคงค้างจนทนไม่ไหว

    #218
    0
  2. #178 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2556 / 23:36

    3คำนะ


    อยาก อ่าน ต่อ
    #178
    0
  3. #177 TeaT!m (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 03:41
    หายไปเลยแฮะเรื่องนี้ เมื่อไหร่ไรท์เตอร์จะว่างน๊า T^T
    #177
    0
  4. #176 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 09:56
    ตอนที่17 มาเร็วๆน่าคราบบบบ
    #176
    0
  5. #175 dark-karo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 05:46
    ตอน17เมื่อไหร่จะมาอะครับ
    #175
    0
  6. #174 TeaT!m (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 00:04
    เรื่องนี้สนุกและเข้าใจง่ายกว่า วาตะ อีกแฮะ (แห่ะๆ ก็มันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินไปนินา) แต่ก็ตามอ่านทั้ง 2 เรื่องนะคะ ^~^
    #174
    0
  7. #166 ZzSoHoSzZ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 02:42
    ถ้าเป็นผู้หญิงโง่เง่า...เอาแต่ใจแบบนี้ ก็เห็นด้วยถ้าหากไม่ต้องมีเลยก็ดี แม้ว่าสุดท้ายจะทำตัวดี ก็เหอะ (แค่อยากจะพูดถึิสัยตัว เซร่า น่ะคับ แต่ถ้าเป็นนิยายรื่องอื่น ๆ ก็เจอบ้างที่นางเอก น่าตบแบบนี้ โดยรวมอยากให้มีนางเอก...แต่นิสัยแบบเซร่านี้...น่าจะเอาไปเปลี่ยนตัวกับเสียวเล่งนึ่ง...มาก...อินจิงเลยกู)
    #166
    0
  8. #165 ชอบ... (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 19:52
    ยิ่งอ่านยิ่งชอบเรื่องนี้....................
    #165
    0
  9. #164 OniTheNext (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 17:54
    เซร่าหันมาแลกลิ้ันใส่คิล

    O_o "แลก"ลิ้นเลยเหรอครับ

    #164
    0
  10. #163 SouL Mate_ball (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 00:42
    ค้าบบ จะรออ่านตอนต่อไปนะคับ
    #163
    0
  11. วันที่ 20 มกราคม 2556 / 22:18
    อย่าสั้น อะ 30ตอนเองหรอ 5555 อยยากได้ยาวๆ

    เป็นกำลังใจให้ครับ อยากให้แต่ละตอนยาวกว่นี่หน่อย อิอิ ตนนี้สั้นไปนิส ครับ แต่ก็หนุกดี
    #162
    0
  12. #161 zZeRoz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 21:44
    สู้ๆคร้าบบ
    #161
    0
  13. #160 gokutara (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 19:51
    อ๊าาาาา ผ่านมาก็เลยครึ่งทางแล้วสินะคะ
    จะขออวยพรให้จบไวๆนะคะ รีบต่อตอนต่อไป เป็นกำลังใจให้ค่ะ:)
    #160
    0
  14. #159 liana (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 16:35
    มาต่อไว้นะค่ะ สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้
    #159
    0