พันธนการรัก สัญญาแห่งนิรันดิ์

ตอนที่ 10 : ภารกิจแรก ขนมปัง เด็กสาว ป่าต้องห้ามและจอมมาร ตอนที่ 2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 ส.ค. 55

ตอนที่ 10

คิลมองปู่รอน ก่อนจะพุดออกมาว่า”ภารกิจของยูริน? เด็กคนนั้นชื่อว่ายูรินหรือครับ แล้วภารกิจของเธออยู่ระดับไหนกันแน่ครับ”

            ปู่รอนมองหน้าคิลก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าเป็นคำตอบแทบจะในทันที จากนั้นปู่รอนก็พูดออกมาว่า

            “ภารกิจของเด็กคนนั้นอยู่ในระดับ D เท่านั้น เพียงแต่ว่า...”

            ปู่รอนที่พูดออกมาเงียบไปพักใหญ่เหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะพูดต่อ คิลที่เห็นแบบนั้นจึงพูดออกมาว่า

            “พูดออกมาเถอะครับ แล้วผมจะตัดสินเองว่าภารกิจของเด็กคนนั้นควรทำ หรือไม่ควรทำแต่ถ้าคุณปู่ไม่ยอมพูดดี ผมจะทำให้คุณปู่พูดออกมาเองนะครับ คุณเองก็คงรู้ว่าผมเป็นคนอย่างไง และผมก็มีหลายร้อยหลายพันวิธีที่จะทำให้ผมได้สิ่งที่ต้องการ”

            คำพูดของคิลทำเอารุยด้าทนไม่ไหวแล้ว เธอจึงตะโกนออกมาว่า”ไอ้บ้า แกมีมารยาทหน่อยจะได้ไหม อย่างไงคุณปู่ของฉันก็เป็นถึงเจ้าของร้านภารกิจแห่งนี้นะ แถมในอดีตเขาก็ยังเป็นถึงแม่ทัพอัศวินของเมืองแห่งนี้ด้วยนะ และ แกเป็นใครมาจากไหนกันถึงได้กล้าเสียมารยาทกับท่านปู่แบบนี้  แกอยากจะตายใช่ไหม”

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองปู่รอนพร้อม พูดออกมาว่า”ท่าทางคุณปู่รอนจะมีหลานที่รักคุณจริงๆนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผมว่าเธออาจจะอายุไม่ยืนนะ ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เธออาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้”

            ปู่รอนที่ได้ฟังแบบนั้น เขาถึงกับหน้าซีดขึ้นมาทันที สักพักเขาก็ลุกขึ้นไปตบหน้าของรุยด้าอย่างแรงก่อนจะพูดออกมาว่า

            “รุยด้า! อย่ามาพูดสอดเวลาที่พวกผู้ใหญ่ เขาจะคุยกันได้ไหม ถ้าหลานทนฟังไม่ได้ก็ไปทำงานอย่างอื่นซะ ที่สำคัญหลานต้องของโทษท่านคิลก่อนไปด้วยละ “

            รุยด้าและพวกเซร่าถึงกับอึงไปเลยเพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเธอเห็นคุณปู่รอนผู้สุขุมเยือกเย็น มีอาการเดือดดาลแบบนี้ แถมคุณปู่รอนที่ไม่เคยต่อว่ารุยด้าก็ถึงกับลงมือตบหน้าเธออย่างไม่สมเหตุสมผลอีกด้วย  รุยด้าที่โดยคุณปู่รอนดุเข้าไป เธอก็ก้มหน้าลงด้วยความสำนึกผิดแต่ตอนนี้เธอก็ยังไม่พูดขอโทษออกมาเลยสักคำเพราะเธอไม่คิดว่าเธอพูดอะไรผิดไป ส่วนพวกเซร่าเองก็ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ปู่รอนก็ยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้พวกเธอพูด ไม่นานปู่รอนก็ออกมาว่า

            “หนูเซร่า หนูลาล่า อย่าขอโทษแทนรุยด้าเลยเพราะไม่ว่ายังไงปู่ก็ต้องให้เธอขอโทษคุณคิลให้ได้ ไม่เช่นปู่อาจจะต้องตัดปู่ ตัดหลานกันเลยละ”

            คำพูดของปู่รอนทำเอารุยด้าหน้าซีดขึ้นไปอีกเพราะเธอแทบไม่คิดเลยว่าคุณปู่ของเธอจะพูดแบบนี้ออกมา รุยด้าได้แต่จ้องมองมาทางคิลด้วยสายตาที่โกรธสุดๆแทน แต่ไม่นานเธอก็เดินเข้ามาหาคิลพร้อมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจว่า

            “ขอโทษที่ฉันเสียมารยาทในเหตุการณ์เมื่อสักครู่คะ คุณคิล ได้โปรดยกโทษให้แก่คนที่ไม่มีมารยาทแบบฉันด้วยเถอะ”

            คิลที่มองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาว่า

            ”ฮ่าๆๆ แบบนี้สินะถึงจะเรียกว่าขิงยิ่งแก่ก็ยิงเผ็ด คุณปู่รอนยอมตบหลานสาวตัวเองเพราะต้องการช่วยชีวิตของหลานสาวเอาไว้สินะ คุณยอมให้หลานสาวเกลียดดีกว่ายอมให้เธอตายซินะ ได้ในเมื่อคุณปู่จงใจแสดงออกแบบนั้น ผมก็จะไม่เอาเรื่องละกัน แต่คุณปู่ต้องเล่าเรื่องของเด็กที่ชื่อยูริออกมาให้หม ไม่เช่นนั้นผมจะถือว่าสิ่งที่ผมพูดไปนั้นเป็นโมฆะนะครับ อ้อ สำหรับหลานสาวของคุณปู่ ถ้าเธออยากจะอายุยืนยาวกว่านี้ ผมว่าคุณปู่ควรสอนเธอหน่อยนะว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด ไม่เช่นนั้น ต่อให้คราวหน้าคุณปู่รอนเป็นคนออกรับแทนหลานสาวอีก ผมก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ”

            คำพูดของคิลทำเอาปู่รอนเริ่มหน้าซีดขาวขึ้นมาอีกครั้ง  ส่วนรุยด้าและพวกเซร่าเองก็เริ่มหันมามองปู่รอนและคิลสลับไปมาเพราะพวกเธอเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าชายคนนี้คือใครกันแน่ และ ทำไมคนที่เคยเป็นถึงอัศวินฝีมือเก่งกล้าอย่างปู่รอนถึงได้กลัวผู้ชายคนนี้ถึงขนาดนี้ แต่ขณะที่พวกเธอกำลังคิดกันอยู่นั้น ปู่รอนที่เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพูดออกมาว่า

            “ได้ครับผมจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเพียงแต่ว่าผมอยากให้คุณคิลสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเด็กคนนั้นอย่างเด็ดขาด เพราะปู่ของเด็กคนนั้นกับผมเป็นเพื่อนสนิทกัน แถมปู่ของเด็กคนนั้นก่อนตายก็ฝากฝังผมให้ช่วยดูแลลูกสาวและหลานสาวด้วย ปู่จึงไม่อยากจะให้เด็กคนนั้นเดือดร้อนมากไปกว่านี้แล้วละ”

            คิลจ้องมองปู่รอนก่อนจะพูดออกมาว่า”วางใจได้ครับผมไม่ได้มีรสนิยมรักเด็กแบบนั้น แม้เด็กคนนั้นน่ารักมากขนาดไหนก็ตาม อีกอย่างสิ่งที่ผมต้องการจากเด็กคนนั้นก็เป็นอย่างอื่นต่างหาก เอาละผมให้คำสัญญาไปแล้ว ถึงคราวคุณปู่เหล่าเรื่องของเธอบ้างแล้วนะครับ”

            ปู่รอนที่ได้ฟังดังนั้นก็ถอนหายใจพร้อมพูดออกมาว่า”เอาละถ้าได้อย่างนั้นปู่ก็ตกลง เรื่องแรกเลย ภารกิจที่คุณคิลถามนั้นอยู่ระดับ D อย่างแน่นอน แถมเป็นภารกิจที่เก็บดอกไม้เพียงดอกเดียวเท่านั้นเอง เพียงแต่ภารกิจนี้มันมีอันตรายยิ่งกว่าระดับ S เสียอีกนะครับ”

            คำพูดของปู่รอนทำเอาพวกเซร่าอึงไปตามกัน ผิดกับคิลที่จ้องมองปู่รอนต่อไปโดยไม่ถามอะไรออกมาเลย ไม่นานปู่รอนก็พูดต่อว่า

            “โดยปกติแล้วพวกเราจะแบ่งระดับของงานตามความยากง่าย ดังนั้นตามระดับของงานภารกิจของยูรินก็คือระดับ S เพียงแต่ว่าเมื่อระดับความยากมากขึ้นค่าตอบแทนก็ต้องมากขึ้นไปด้วย ซึ่งครอบครัวของยูรินในเวลานี้ไม่มีเงินมากขนาดนั้น ในการจ้างวานอัศวินที่มาทำภารกิจระดับ S ได้ สุดท้ายเงินที่ครอบครัวของเธอพอจะจ่ายได้คือ ภารกิจระดับ E เท่านั้น ปู่เห็นว่าระดับแค่นั้นไม่มีใครยอมรับทำงานแน่ ปู่ก็เลยออกเงินรางวัลเพิ่มเข้าไปพอที่จะให้ภารกิจของยูรินอยู่ในระดับ D นะ แต่ ผลสุดท้ายก็ไม่มีใครยอมรับภารกิจของยูรินอยู่ดีเพราะเนื้อหาของงานที่ต้องทำกับเงินที่ได้รับนั้นมันต่างกันมากเกินไป ยูรินที่ทนรอคนมารับภารกิจต่อไม่ไหวจน เธอต้องออกไปคอยถามหาคนที่ผ่านไป-มา เพื่อข้อร้องให้ช่วยทำภารกิจของเธอให้หน่อย ส่วนที่เธอต้องทำแบบนั้นเพราะเวลาของแม่เธอนั้นเริ่มน้อยลงทุกขณะแล้วนะครับ”

            คิลยังคงเงียบอยู่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่นานเซร่าก็พูดออกมาว่า”คุณปู่รอนค่ะ ไม่ทราบว่าภารกิจของยูรินคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงบอกว่ามันยากยิ่งกว่าระดับ S อีกเหรอ? ไม่เพียงแค่นั้น ทำไมถึงไม่มีอัศวินคนไหนคิดจะรับทำภารกิจนี้เลยละ  ทั้งที่อัศวินคือผู้ที่ต้องคอยช่วยเหลือคนตกยากไม่ใช่เหรอ?“

            คิลที่ได้ฟังก็หันไปมองเซร่า ก่อนจะพูดออกมาแบบยิ้มๆว่า”ถ้าเป็นเรื่องภารกิจผมไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นอย่างไง แต่ถ้าเป็นเรื่องของอัศวินที่ไม่ยอมรับงานละก็ผมรู้ดีเลยละ “

            เซร่าที่ได้ยินเสียงของคิล มันทำเอาเธอหันมามองเขาทันที คิลเห็นเซร่าหันมา เขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า

            “นั้นก็เพราะค่าตอบแทนของภารกิจนี้มันน้อยเกินไปนะสิ และ คนที่จ้างวานก็ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชาย ทั้งยังไม่ได้เป็นคนใหญ่คนโตอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะรับงานที่ทำแล้วขาดทุนแบบนี้ยังไงละ เพราะถึงทำงานนี้สำเร็จเรียบร้อย พวกเขาก็ไม่ได้ทั้งเงินและชื่อเสียงเลยแม้แต่น้อย แถมพวกเขาอาจจะต้องตายในการทำภารกิจด้วย เมื่อทราบแบบนี้แล้วใครบ้างจะทำภารกิจแบบนี้ให้โง่ละ คุณว่าจริงไหม  คุณคู่หมั้นผู้แสนโง่เง่า”

            คำพูดของคิลทำเอาเซร่าโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งคำพูดนี้ทำเอาลาล่าและรุยด้าหน้าเสียไปเหมือนกันจะมีก็แต่ปู่รอนที่ตกใจในสิ่งที่คิลพูดออกมาเหมือนกับเขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลย ไม่นานเซร่าก็ตะโกนออกมาว่า

”ไอ้บ้าโรคจิต! แกกำลังดูถูกเกียรติแห่งอัศวินอยู่นะ แกรีบพูดขอโทษออกมาเลยนะ ไม่เช่นนั้น ฉันในฐานะอัศวินคนหนึ่งจะขอเล่นงานคนปากเสียอย่างนายแน่ๆ”

            คิลส่ายหน้าก่อนจะพูดออกมาว่า”ไม่ครับ ผมไม่จำเป็นต้องขอโทษเพราะที่ผมพูดมามันเป็นความจริงแน่ๆ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ถามคุณปู่รอนดูเองก็แล้วกันว่าที่ผมพูดมานั้นมันถูกต้องไหม ส่วนเรื่องเกียรติของอัศวินที่เซร่าจังพูดออกมานั้น ผมว่ามันหายไปกาลเวลานับพันปีแล้วละมัง ถ้าคุณยังเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ผมขอถามหน่อยเถอะ ทำไมไม่มีคนมารับภารกิจนี้เลยละทั้งๆที่เด็กนั้นก็ออกไปยืนหาอัศวินเพื่อมารับภารกิจนี้”

            เซร่าเห็นคิลไม่ยอมพูดขอโทษแถมยังพูดจาดูถูกเพิ่มขึ้นไปอีก เธอรีบเลื่อนมือของเธอไปที่ดาบทันที การที่เธอทำแบบนี้เพราะเธอไม่มีปัญญาแก้ข้อกล่าวหาให้กับสิ่งที่คิลพูดออกมาต่างหาก คิลที่เห็นเธอเป็นแบบนั้นเขายืนนิ้วชี้ของมือซ้ายไปที่พื้นก่อนจะตวัดนิ้วชี้เป็นคำว่า

            มัด

            เซร่าที่เลื่อนมือไปจับดาบ เธอพยายามจะชัดดาบออกมาเพื่อจัดการกับคิล แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้เลยเพราะดาบของเอในเวลานี้มีโซ่แสงเส้นใหญ่มาพันธนาการดาบของเธอเอาไว้จนเธอไม่สามารถชักดาบออกมาได้เลย เซร่าที่เห็นแบบนั้น เธอแทบจะโยนดาบทิ้งพร้อมกระโจนเข้าไปสั่งสอนคิลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แตทันทีที่เธอจะก้าวขาออกมา โซ่แสงก็ตรงเข้าไปมัดขาทั้งสองข้างของเธอไว้กับพื้นด้วย เซร่าพยายามจะดึงขาออกจากโซ่แสงเหล่านั้น แต่มันก็ไม่เป็นผลเลย ลาล่าที่เห็นแบบนั้น เธอยกมือขึ้นมาแตะไหล่เซร่าเพื่อขอให้เธอควบคุมอารมณ์กไว้ก่อน แต่ขณะลาล่ายกมือขึ้นมานั้น เสียงของปู่รอนก็ดังขึ้นมาอีกครั้งว่า

            “ใช่แล้วละ มันมาจากสาเหตุนั้นจริงๆ ถ้าปู่ตัดเรื่องภารกิจที่ต้องทำออกไปก่อน คนที่หลงเข้ามาถามเรื่องภารกิจนี้มีด้วยกัน 20 กลุ่ม  แต่พอฟังเรื่องค่าจ้างเท่านั้น คนทั้ง 13 กลุ่มแรกก็ถอนตัวออกไปในทันทีเลย ส่วนกลุ่มอีก 7 กลุ่มนั้นพอทราบว่า คนจ้างวานคือใคร พวกเขาก็ถอนตัวออกไปเช่นกัน เรียกได้ว่าคนทั้งหมดที่มาถามเรื่องภารกิจก็ไม่มีใครสักคนอยู่ฟังเรื่องราวของภารกิจนี้จนจบเลยนะ แถมยิ่งเป็นพวกอัศวินระดับสูงยังสั่งห้ามให้ปู่เอาภารกิจของยูรินไปติดที่กระดานภารกิจอีกด้วย นั้นก็เพราะไม่มีอัศวินคนไหมมันจะหน้าโง่รับทำงานนี้แน่ๆ”

            เซร่าที่ได้ยินแบบนั้นเธอถึงกับหน้าเสียไปทันที ไม่นานเธอก็ถามออกมาว่า”ในเมื่อเป็นแบบนี้ทำไมคุณปู่ถึงได้ไม่บอกหนูละ หนูรับรองเลยว่ากลุ่มของหนูจะต้องเต็มใจยอมรับภารกิจนี้แน่ๆ แต่ถ้าระดับพวกหนูยังทำไม่ได้ หนูก็จะไปวานคุณพ่อ คุณแม่ และคุณย่าให้หาทางช่วยทำภารกิจนี้เอง หนูรับรองว่าภารกิจนี้ต้องสำเร็จแน่ และใครบางคนแถวนี้จะได้รู้ว่าเกียรติแห่งอัศวินนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด”

            ขณะที่เซร่าพูดจบ ปู่รอนก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้งก่อนจะพูดออกมาว่า”สำหรับเรื่องที่หนูพูดมานั้น อย่างแรกเลยกลุ่มของหนูที่รับงานงานโดยฮีโร่ ได้ทำการปฎิเสธงานนี้ไปตั้งแต่ได้ยินเรื่องค้าจ้างแล้ว ดังนั้นไม่ใช่ว่าปู่ไม่อยากบอก แต่ปู่บอกไปแล้วซึ่งพวกของหลานก็ไม่รับงานอีกด้วย ส่วนเรื่องเกี่ยวกับพ่อแม่ของหนูนั้น ปู่ไม่สามารถเอาเรื่องภารกิจนี้ไปพูดด้วยได้ เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวเรื่อง การเคลื่อนไหวแปลกๆของทวีปแห่งความมืดนะ ปู่ก็เลยไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปรบกวนพ่อ-แม่ของหลาน ”

            คำพูดของปู่รอนทำเอาพวกเซร่า ลาล่า รวมไปถึงรุยด้าหน้าเสียไปตามๆกันเพราะสำหรับทวีปแห่งความมืดแล้วไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องจาก 25 ปีก่อนคนจากทวีปแห่งความมืดที่อยู่ห่างจากทวีปแห่งนี้ไม่ไกลนัก ได้ยกกองทัพมาบุกทวีปแห่งนี้และการบุกครั้งนั้นทำให้เกิดสงครามชนิดที่ว่าร้ายแรงที่สุดก็ว่าได้เนื่องจากมีคนตายไปมากว่า 5 แสนคน ทวีปนี้เกินกว่าครึ่งถูกยึดครองได้แล้วจนทุกคนต่างคิดว่าทวีปนี้จะต้องถูกยึดครองเป็นแน่แล้ว แต่ผลสรุปของสงครามนั้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น นั้นก็เพราะกลุ่มอัศวินกลุ่มหนึ่งที่ถือกำเนิดจากเมืองแห่งนี้ได้ทำการรวบรวมคนที่เหลืออยู่และช่วยกันขับไล่กองทัพของทวีปแห่งความมืดจากไปได้ หลังจากสงครามจบลงไป 13 ปี ทวีปแห่งความมืดก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรอีกเลย การที่มีข่าวลือว่าทวีปแห่งความมืดเคลื่อนไหวนั้นจึงจัดว่าเป็น ข่าวร้ายอย่างมากนั้นเอง ปู่รอนที่เห็นพวกเซร่าหน้าซีดแบบนั้น เขาก็พูดต่อว่า

            “สำหรับเรื่องนี้พวกหลานไม่ต้องกังวลใจไปหรอกนะ เพราะทางแม่ทัพร็อครับปากแล้วว่าจะดูเรื่องนี้ให้อย่างเร่งด่วนนะ มันอาจจะเป็นแค่ข่าวลือก็ได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นปู่ก็ขอให้พวกหลานๆปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนนะ ไม่เช่นนั้นผุ้คนอาจจะแตกตื่นกันได้นะ”

            พวกเซร่าที่ได้ยินแบบนั้นต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ผิดกับปู่รอนที่กำลังกังวลใจกับคิลที่นั่งนิ่งๆมาตลอดเวลาที่เขาพูด ไม่นานปู่รอนก็หันไปพูดกับรุยด้าว่า

            “รุยด้า หลานช่วยไปตามยูรินเข้ามาพบปู่ทีนะ อ้อ แล้วบอกเธอด้วยว่ามีคนมารับภารกิจของเธอแล้วนะ”

            รุยด้าที่ได้ยินคุณปู่พูดแบบนั้น เธอหันกลับไปมองคิลอย่างไม่ชอบใจนัก ไม่นานเธอก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ปู่รอนที่เห็นรุยด้าไปแล้ว เขาก็หันมามองคิลต่อ จากนั้นไม่นานปู่รอนก็พูดออกมาว่า

            “เออ ไม่ทราบว่า ท่านคิลต้องการจะฟังรายละเอียดของภารกิจนี้เลยไหม หรือว่าท่านต้องการจะพบยูรินก่อนแล้วค่อยว่ากันดีละครับ”

            คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็พูดออกมาว่า”เอาเป็นว่าผมขอฟังรายละเอียดทั้งหมดก่อนละกัน ส่วนเดี๋ยวพอเด็กคนนั้นมาแล้ว ผมค่อยคุยเรื่องของรางวัลของภารกิจที่ผมต้องการจากเธอก็แล้วกัน”

            คำพูดของคิลนั้นทำเอาปู่รอนหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ไม่นานปู่รอนก็พูดออกมาว่า

”สำหรับภารกิจนี้ไม่มีอะไรวุ่นวายมาก เพียงแค่ท่านคิลเข้าไปยังป่าต้องห้ามที่ห่างออกไปจากเมืองไม่ไกลนัก ที่ใจกลางป่าแห่งนั้นจะมีดอกไม้สีเงินเบ่งบานอยู่ ขอเพียงท่านคิลเด็ดดอกไม้ดอกนั้นกลับได้ก็ถือว่าเป็นการเสร็จภารกิจครับ”

พอปู่รอนพูดจบ สีหน้าของลาล่าและเซร่าถึงกับซีดไปทันทีเพราะ ป่าต้องห้ามถือได้ว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามของผู้คนก็ว่าได้เพราะป่าแห่งนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรจำนวนมาก แถมยิ่งลึกเข้าไปในป่าแห่งนั้น สัตว์อสูรก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นชนิดว่าต่อให้เอาไปทั้งกองทัพเพื่อหาดอกไม้ที่อยู่ใจกลางป่านั้นยังไม่ทราบว่าจะมีคนรอดกลับมาได้ไหม นอกจากนั้นการที่จะเข้าป่าแห่งนั้นได้จะต้องเป็นอัศวินในระดับนภาขึ้นไปเท่านั้นเนื่องจากรอบๆป่าแห่งนั้นมีวงเวทย์ขนาดใหญ่ปกป้องอยู่ ที่ต้องมีวงเวทย์ก็เพราะไม่ต้องการให้สัตว์อสูรภายในป่านั้นออกมาทำร้ายผู้คนนั้นเอง ขณะที่พวกเซร่ากำลังหน้าซีดขาวเพราะรายละเอียดที่ปู่รอนพูดออกมาอยู่นั้น เสียงของคิลก็ดังขึ้นมาว่า

ดอกหญ้าแสงจันทร์ สิ่งที่ภารกิจนี้ต้องการจริงๆคือดอกหญ้าแสงจันทร์ที่เบ่งบานยามพระจันทร์เต็มดวงซินะ ไม่ทราบว่าผมพูดถูกไหม“

คำพูดของคิลทำเอาพวกเซร่าที่กำลังหน้าซีดอยู่ต้องหันไปมองเขาและปู่รอนอีกครั้งด้วยสายตาที่ไม่อาจจะประเมินได้เลย แม้มันจะเป็นสายตาที่แสดงถึงความสงสัยมากกว่าความหวาดกลัวในสิ่งที่ได้ยินก็ตาม ปู่รอนเองที่ได้ยินคำพูดของคิล เขาก็พยักหน้าพร้อมพูดออกมาว่า

“ใช่แล้วครับ สิ่งที่ภารกิจครั้งนี้ต้องการคือดอกหญ้าแสงจันทร์ที่ขึ้นอยู่กลางบึงเย็นยะเยือกที่อยู่ใจกลางป่าต้องห้ามนะ และวันนี้ก็เป็นวันเดียวในรอบเดือนที่ดอกหญ้าแสงจันทร์จะบานออกมาด้วยนะครับ เออ ผมไม่รู้แล้วว่าการที่ท่านคิลมาสนใจภารกิจในวันนี้นั้น มันเป็นโชคดีของยูริน หรือ โชคร้ายของเธอกันแน่“

คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็ทำหน้าเครียดก่อนจะพูดออกมาว่า”ถ้าผมจำไม่ผิด ดอกหญ้าแสงจันทร์มีคุณสมบัติในการรักษาคำสาปแห่งทวยเทพนะครับ การที่เด็กคนนั้นต้องการดอกหญ้าแสงจันทร์ก็แสดงว่าเธอโดนคำสาปแห่งทวยเทพเข้าไปเหรอ? แต่จากอายุของเด็กนั้น เธอไม่น่าจะโดนคำสาปพวกนั้นเข้าไปได้นี่ ที่สำคัญคำสาปพวกนั้นก็แทบจะหายสาปสูญไปจากโลกนี้แล้วนี่นะ”

ปู่รอนที่ได้ยินคิลพูดแบบนั้น เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า”คนที่โดนคำสาปนั้นไม่ใช่เด็กคนนั้นหรอกครับ แต่เป็นแม่ของยูรินต่างหาก ปู่เคยพยายามถามเธอตั้งหลายครั้งแล้วว่าเธอโดนคำสาปแห่งทวยเทพได้ยังไง แต่แม่ของยูรินก็ไม่เคยตอบคำถามนี้เลย เธอพูดแค่ว่าทั้งหมดเกิดจากเธอก็ให้จบลงที่เธอละกัน ยิ่งช่วงนี้คำสาปที่เธอโดนเข้าไปนั้นยิ่งออกฤทธิ์หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปู่คำนวณไม่ผิดชีวิตของแม่ของยูรินน่าจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 1 เดือนนะ นี่จึงอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่แม่ของยูรินจะรอดตายก็ได้”

พอปู่รอนพูดจบ เสียงของเซร่าก็ดังขึ้นมาว่า”เออ คุณปู่รอน ไอ้คำสาปแห่งทวยเทพมันคืออะไรกันเหรอ? แล้วทำไมคุณปู่ไม่พาแม่ของยูรินไปรักษากับพวกจอมเวทย์รักษาขั้นสูงละ ไม่ก็ไปรักษากับพวกจอมเวทย์ดำที่เชี่ยวชาญคำสาปก็ได้นี่ หนูว่าแบบนั้นมันไม่ง่ายกว่าไปหาดอกไม้แบบนั้นในป่าต้องห้ามเหรอ?”

คิลที่ได้ยินแบบนั้น เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่า”เซร่าจังครับ ถ้าคุณไม่พูดก็ไม่มีคนว่าคุณเป็นใบ้หรอกนะ แถมไอ้การที่คุณพูดโง่ๆแบบนั้นออกมา มันก็แสดงให้เห็นว่าคุณงี่เง่ามากแค่ไหน ผมว่าทีหลังคุณควรหัดหุบปากฟังเงียบๆอย่างคุณลาล่าน่าจะดีกว่านะ เพราะมันจะได้ทำให้คุณดูฉลาดขึ้นมาบ้างนะ“

เซร่าจังที่ได้ยินคิลพูดแบบนั้นเธอแทบจะกระโดดเข้าไปอัดผู้ชายปากเสียคนนี้อีกครั้งในทันที แต่คิลที่เห็นแบบนั้นเขาก็พูดต่อว่า

“เซร่าจัง คุณลาล่า คุณรู้ไหมว่าคำสาปแห่งทวยเทพคืออะไร”

เซร่าจัง ลาล่าที่ยืนอยู่ด้วยกันต่างส่ายหน้าปฏิเสธในทันที คิลที่เห็นแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาพร้อมพูดต่อว่า

“สำหรับคำสาปแห่งทวยเทพนั้นเป็นการเรียกในสมัยก่อนของเวทย์แห่งพันธะสัญญาที่ผมเคยพูดไป ซึ่งถ้าเปลี่ยนคำสาปนั้นเป็นการเรียกในสมัยปัจจุบันละก็มันก็จะเรียกว่า เวทย์โบราณพันธะสัญญาเป็น-ตายยังไงละครับ การที่เราเรียกนั้นก็เนื่องจากคนที่ผิดคำสัญญากับเทพหรือภูตนั้น พันธะสัญญานั้นจะเปลี่ยนเป็นคำสาปที่ไม่มีวันรักษาหายได้ไปจนวันตายยังไงละ ไม่สิต้องบอกว่าไม่มีวันหายไปแม้จะตายไปแล้วก็ตามต่างหากเพราะผลของพันธะนี้จะตามไปยังวิญาญที่ถือกำเนิดใหม่ได้ด้วย ส่วนดอกไม้ที่พวกเราต้องไปเก็บนั้นไม่ได้ใช้ในการสลายพันธะสัญญานี้ แต่มันจะช่วยทำให้เวทย์พันธะสัญญากลับไปเริ่มต้นที่จุดเริ่มใหม่ หรือพูดง่ายๆคือมันจะรักษาอาการเจ็บปวดและอาการข้างเคียงต่างๆให้ แต่มันไม่ได้คลายพันธะสัญญานั้นเอง เอาละตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหม คุณหมั้นผู้แสนโง่เง่า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

219 ความคิดเห็น

  1. #190 _fiona_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 14:39
    มาจาก i am normal ค่ะ 

    เขียนสนุกเเต่ไม่สู้เรื่องนั้นค่ะ รู้สึกไม่ชอบนางเอกเลย เปลึ่ยนเป็นลาล่ายังดีกว่า

    เเล้วพระเอกก็ดูอวดเก่ง เหยียดคนสุดๆอะ
    #190
    0
  2. #111 นักพจภัย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 14:05
    อยากให้แต่งต่ออะครับ
    #111
    0
  3. #110 ชอบ... (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 01:47
    สนุกดีครับ อยากให้อัพเรื่องนี้คู่กับเรื่อง มหาสงครามสองโลก(เทพยุทธ อ่อนหัด ออนไลน์) ไปพร้อมๆกันเลย...
    #110
    0
  4. #106 perzero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 16:43
    อัพอีกครับอยากอ่านมากกก
    #106
    0
  5. #104 dark-karo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2555 / 22:17
    เยสหลังจากรอคอยร่วม3เดือน 555+
    #104
    0
  6. #103 gokutara (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 17:22
    ท่านไรท์แต่งแล้ว.....
    แต่งให้คิลพูดได้ใจมากๆ หวนไปนึกถึงเมื่อตอนกลางวัน
    เราก็พูดอริเราแบบนี้แหะ แต่เปลี่ยนคำพูดหน่อยๆ
    มันโดนใจมากกกกก

    ปล.หน้าแรกของนิยายท่านไรท์บอกว่าจะมาลงในวันที่ 19
    แต่วันที่ท่านลงมันวันที่28 แต่ช่างเถอะ ขอแค่ท่านไรท์ไม่ลืมและกลับมาอัพเรื่องนี้ก็ดีใจแล้ว^^
    #103
    0
  7. #102 WING13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 12:57
    อ่านจบแล้ว คนแต่งติด Aqulen หรือเปล่าเนี่ยบทพูดมันชักไปทาง Aqulen evo แหะ
    #102
    0
  8. #100 สาคูปากหม้อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 20:33
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #100
    0
  9. #99 V-Point (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 20:20
    คิลคะ ปากนายช่าง.... =O=;;
    #99
    0
  10. #98 [~ZanLighT~]! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 20:19
    โหววว ตอนนี้คิลออกลายเต็มทีแล้วสินะ แต่เจ้าฮีโร่มันก้อดีแต่หน้าอย่างเดียวแหล่ะน้า
    #98
    0
  11. #97 sky123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 19:08
    สนุกมากครับ กำลังลุ้นสุดๆ
    #97
    0
  12. #96 WING13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 16:30
    ยังไม่ได้อ่าน แต่ดีใจก่อน โอ้วๆๆๆๆๆมาแล้วๆๆๆๆๆๆ
    #96
    0