I am normal ผมนี้ละคนธรรมดา

ตอนที่ 15 : บทที่ 12 คนธรรมดา กับ หนังสือนิยายที่(ไม่)ธรรมดา (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

บทที่ 12

                             คนธรรมดา กับ หนังสือนิยายที่(ไม่ )ธรรมดา

 

เวลา 21.00 น.

            แสงจันทร์สีเหลืองอ่อนส่องผ่านหน้าต่างมากระทบกับพื้นในห้องพักแห่งหนึ่ง แสงจันทร์ทำให้เห็นถึงบางส่วนของห้องพัก  ภายในห้องมีเพียงเตียงนอน โต๊ะและ เก้าอี้อีก 3 ตัว เมื่อเวลาผ่านไปแสงจันทร์ค่อยๆเคลื่อนตัวตามดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟ้า เมื่อมันเคลื่อนผ่านไปยังหัวเตียงทำให้เห็นชายหนุ่มกำลังนอนเอามือขวาก่าย หน้าผากอยู่บนเตียง สีหน้าของเขาสงบนิ่งเหมือนกำลังคิดเรื่องสำคัญอยู่ สักพักเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นว่า

            ริว ทำไมแกถึงไม่รีบพักผ่อนละ พรุ่งนี้แกยังมีสอบรอบที่ 3 อยู่อีกนะ

            ชายหนุ่มต่างโลกยังคงนอนอยู่ในท่าเดิมพร้อมพูดว่าเท็ดดี้ นายก็เห็นภาพวันนี้ใช่ไหม ภาพที่แม่กับลูกกอดกันพร้อมหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ มันไม่ได้เห็นกันง่ายๆนะ แต่ภาพที่เห็นก็สะท้อนให้พวกเราทราบถึงอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ในความสงบของริเดียอีกด้วย

            “......ริว เจ้าต้องการถามสิ่งใดกันแน่ จงถามออกมาเถอะ ถ้าข้าตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ได้ ข้าก็จะตอบให้เท็ดดี้เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังผิดกับที่แล้วมา

            ริวยกมือข้างที่สวมเท็ดดี้ขึ้นมามอง เขาจ้องมองมันอยู่พักใหญ่ “เฮ้อ......ไม่ดีกว่า  ขอบใจที่บอกนะ เท็ดดี้

            เท็ดดี้มองริวด้วยสายตาสงสัย “ทำไมถึงไม่ถามละ เรื่องที่เจ้าอยากจะรู้น่าจะมีมากมายเลยไม่ใช่หรือ? ขอเพียงถามออกมา ข้ายินดีตอบทุกเรื่องราว โดยเฉพาะเรื่องตัวตนของสิ่งที่เจ้าเป็นอยู่  ข้าพร้อมที่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เจ้าฟังอย่างเต็มใจเลย

            อืม ผมรู้ว่านายต้องทราบในสิ่งที่ผมอยากจะถาม และ รู้ด้วยว่าถ้าตัวเองถามไปแล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมจึงไม่ถามยังไงละ ริวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบซะจน เท็ดดี้ที่ฟังยังต้องอึ้งจนพูดไม่ออก

            ทำไมละ ถ้าเจ้ารู้ขนาดนั้นแล้ว ทำไมถึงไม่ถามออกมา

            ผมกลัว

            กลัว? เจ้ากลัวสิ่งใดละ ริว

            “.........”ริวได้แต่นิ่งเงียบ สักพักเขาก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะมองไปยังดวงจันทร์ที่ทอแสง  เท็ดดี้ได้แต่จ้องมองชายหนุ่มที่แสงจันทร์ส่องกระทบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศในตอนนี้ หรือเป็นเพราะสายตาของมันยังไม่ชินกับความมืด ริวในเวลานี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อ่อนโยนราวกับว่าชายคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ มันได้แต่จ้องมองภาพที่เห็นจนลืมที่จะถามต่อ แต่บรรยากาศนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ริวก็กลับเป็นคนเดิม เท็ดดี้ได้แต่ถามขึ้นว่า

            ริว เจ้าทำแบบนั้นได้ยังไง?”

ริวทำหน้างงๆ “ผมแค่ยืนมองดวงจันทร์เท่านั้นเอง นายต่างหากทำไมถึงถามแบบนั้น เมื่อสักครู่มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?

            เท็ดดี้ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่าไม่มีอะไร ข้าคงตาฝาดไปนะ จริงซิ เจ้ายังไม่ได้บอกเลยนะว่าเจ้ากลัวสิ่งใด

            ริวยังคงไม่ตอบ เท็ดดี้จึงพูดต่อว่า อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

            ไม่ใช่ แม้ผมจะไม่สามารถถอนคำสาปให้คุณมอนตาน่าได้ แต่ผมก็ยังสามารถยืดอายุเธอออกไปได้อีก 2 ปี ไม่แน่นะ ในช่วงเวลานี้พวกเราอาจจะมีหนทางอื่นในการถอนคำสาปก็เป็นได้

            เท็ดดี้พยักหน้าเห็นด้วย ถ้างั้น เจ้ากลัวเรื่องที่ตัวเองไม่มีพลังเวทหลุดออกไปหรือ?”

            ริวยิ้มเล็กน้อย เกือบถูก ผมกลัวเรื่องนี้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะปิดกั้นไม่ให้ผมอยากรู้ในสิ่งที่ควรรู้

            อืม แล้วเจ้ากลัวอะไรละ ความกลัวที่ทำให้เจ้าไม่กล้าถามแม้แต่สิ่งที่ตัวเองเป็น

            ริวหันไปมองพระจันทร์ด้วยสายตาที่ทอดยาวไปไกล ก่อนจะพูดออกมาเบาๆว่าความเปลี่ยนแปลงยังไงละ เท็ดดี้

            ความเปลี่ยนแปลงหรือ? เจ้ากลัวเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?”

            ใช่  นายอาจจะเห็นว่าผมบ้าที่กลัวเรื่องแบบนั้น แต่ผมกลัวจริงๆ ผมเติบโตมาในโลกที่ต่างจากริเดียโดยสิ้นเชิง มีเพื่อนและคนรู้จักอยู่ที่นั้น แม้แต่ความฝันที่คิดจะทำก็อยู่ที่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้ล้วนเรียนมาจากโลกมนุษย์ ถ้าทุกอย่างที่ผมรู้ต้องหายไปเพราะคำตอบที่ตัวเองต้องการ นายคิดว่าผมควรจะกลัวไหมละ

            เท็ดดี้มองริว พร้อมพูดว่า กลัวซิ ที่กลัวไม่ใช่เพราะสิ่งใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้น ที่กลัวไม่ใช่เพราะสิ่งเก่ากำลังจะหายไป แต่กลัวตัวเองที่กำลังจะเปลี่ยนไปเพราะสิ่งที่รับรู้ต่างหาก แถมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปในทางใดอีก ไม่ว่าใครก็กลัวทั้งนั้นล่ะ แต่เจ้าควรจะรู้ไว้อย่างหนึ่งนะ ไม่มีใครหนีตัวเองพ้นหรอก”

            ใช่ นายพูดถูกแล้ว แต่อย่างน้อยที่สุด ช่วงเวลานี้ผมขอได้ไหม ไม่ว่าเวลามันจะยาวนานเพียงใด ผมอยากจะเป็นอย่างนี้ให้ถึงที่สุดนะ เท็ดดี้

            ริว เจ้าเป็นคนดีนะ แถมยังรับรู้เรื่องราวด้วยใจไม่ให้วาจา  ทั้งยังรู้ว่าอะไรที่ควรถามและอะไรที่ไม่ควร แต่เจ้า.....เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้น ก่อนจะเงียบไปในช่วงท้ายของประโยค ริวจึงเสริมขึ้นต่อเองว่า

            ไม่เหมาะกับการแบกรับเรื่องราวต่างๆใช่ไหมละ

            อืม จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิด เจ้าเป็นคนที่ไม่เหมาะกับคำว่า ผู้กล้า หรือวีรบุรุษ ไม่เหมาะแม้แต่คำว่า อัศวิน จอมเวทหรือนักรบ เจ้าเหมาะกับการเป็นคนธรรมดามากที่สุด

            นั้นซินะ ผมไม่เหมาะกับการเป็นสิ่งที่นายว่ามาจริงๆ แต่ท่าทางโชคชะตากลับไม่คิดแบบนั้น นายคิดว่าผมควรจะทำยังไงดี

            หนีต่อไปเรื่อยๆจนกว่าตัวเจ้าจะทนไม่ไหว หรือไม่ก็รับมันซะเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อาจจะบอกได้ว่าเหมือนกันว่าทางไหนจะดีไปกว่ากัน  จงใช้ใจของตัวเองเลือกหนทางที่ต้องการเถอะ ไม่ว่านานแค่ไหนข้าก็พร้อมที่จะรอคำตอบจากเจ้านะ ริว

            ริวมองพระจันทร์อีกครั้ง ก่อนจะพูดว่า “ขอบใจนะ ที่เข้าใจผม เฮ้อ โล่งใจขึ้นเยอะเลย  ผมขอตัวไปอ่านนิยายต่อละกันนะ

            เท้ดี้ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจไม่แพ้ริว ตามใจเจ้าเถอะ แต่อย่าลืมนะ พรุ่งนี้ยังมีการสอบรอบ 3 รออยู่อีก ขืน นอกดึกมากๆ มีหวังไปสอบสายกันพอดี

            เท็ดดี้ นายพูดเหมือนผมอยากจะสอบผ่านเลย นายอย่าลืมซิว่าผมมาเพื่อสอบตก จากนั้นผมจะได้บอกลาโลกแห่งนี้ซะทีริวพูดออกมาอย่างยิ้มๆ

            เจ้าอยากสอบตกหรือไม่นั้น ใจของตัวเองย่อมรู้ดีที่สุด แม้ข้าจะอยู่ด้วยกันไม่นาน ข้าก็รู้ว่าเจ้ารู้สึกต้อยต่ำแค่ไหนเมื่ออยู่ในริเดีย  ในส่วนที่ลึกสุดของจิตใจ ตัวเจ้าเองก็ยังหวังที่จะสอบผ่านเหมือนคนอื่นไม่ใช่หรือ?”

            ริวยกเท็ดดี้ขึ้นมองด้วยสายตาที่ต่างออกไป คุยกับนายนี้ประหยัดเวลาดีจริงๆ ผมยอมรับว่าเคยรู้สึกแบบนั้นจริง แต่มันก็เพียงแค่ความรู้สึกของมนุษย์ที่อยากจะได้ หรืออยากจะมีคนอื่นบ้างก็เท่านั้นเอง นายสบายใจเถอะ ผมจะต้องสอบตกอย่างแน่นอน

            เท็ดดี้ส่ายหน้าเบาๆ“เจ้านี้มันดีได้ไม่ถึง 10 นาที กลับเป็นไอ้เด็กบ้าอีกแล้วนะ

            ริวได้แต่ยิ้มหน้าทะเล้น ก่อนเดินกลับไปนอนบนเตียง ชายหนุ่มหยิบหนังสือนิยายมาอ่านอีกครั้ง และดูเหมือนเท็ดดี้จะเต็มใจให้เขาอ่านหนังสือเล่มนี้ต่อเพราะพอริวเปิดหนังสือเท่านั้น ลูกบอลแสงขนาดเล็กได้ลอยออกจากปากของมัน บอลแสงนี้ส่องสว่างราวกับโคมไฟที่ใช้อ่านหนังสือ ริวยิ้มบางๆพร้อมก่อนว่า

            ขอบใจนะ

            เชอะ ........ไม่มีเสียงตอบรับจากเท็ดดี้ สิ่งเดียวที่ริวเห็นก็คือดวงตาของราชสีห์ที่ปิดลง ชายหนุ่มอมยิ้มพร้อมคิดขึ้นมาว่า

(ขนาดเป็นแหวนก็ยังหลับได้อีกนะ เอาเถอะ ปล่อยให้มันนอนไปละกัน เรามาสนุกกับนิยายของเราดีกว่า เอ่อ เมื่อกลางวันอ่านถึงหน้า 48 แล้วซินะ)

            ริวเปิดหนังสือไปหน้าที่อ่านค้างไว้ แต่ยังไม่ทันที่จะลงมืออ่าน เสียงกรนของเท็ดดี้ก็ดังขึ้น

            ครอก....ฟี้......ครอก ......ฟี้

            ไอ้แหวนบ้า  ขนาดหลับแล้วยังก่อกวนได้อีกนะริวโวยวายออกมาทันที เขามองไปเท็ดดี้ที่กำลังมีฟองลูกโป่งลอยขึ้นจากจมูก แถมปากก็มีน้ำลายไหลมาถูกนิ้วของเขา ชายหนุ่มจัดการเอาหมอนไปปิดแหวนเพื่อป้องกันเสียงกรนของเท็ดดี้

            “ครอก.......................ฟี้..............”

            “แบบนี้ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือ ได้หน่อย ใครจะไปคิดว่าแหวนจะกรนซะดังขนาดนี้ริวพูดจบก็ใช้มือข้างที่เหลือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แต่ยังไปทันที่จะได้เริ่มอ่าน กลิ่นไหม้ของอะไรบางงอย่างก็ลอยมาเตะจมูก เขาได้แต่ใช้จมูกสูดหาที่มาของกลิ่น จนกระทั่งเขาหันไปเห็นหมอนที่ปิดเสียงเท็ดดี้เริ่มมีแสงสีแดงปรากฏจากข้างใต้  ชายหนุ่มรีบดึงมือออกจากหมอน พอมือหลุดพ้นหมอนเท่านั้น ไอ้เท็ดดี้ก็พ่นไฟออกมา ดีที่หลบได้ทันไม่เช่นนั้น ริวคงมีผมติดไฟไปแล้ว เสียงของเท็ดดี้ละเมอขึ้นมาว่า

            ฮ่าๆๆ ข้านี้ละแข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่เชื่อดูนี้นะ

            พอสิ้นเสียงกรนและเสียงละเมอ ไอ้เท็ดดี้ก็พ่นไฟออกมาอีกครั้ง ริวรีบหันแหวนไปทางอื่น ก่อนที่เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจนปัญญาว่า

            “เวรกรรม ตกลงว่าไอ้แหวนบ้านี้ นอกจากนอนกรนแล้ว มันยังละเมอพ่นไฟได้อีกนะ ดูซิเล่นเอาหมอนกับกำแพงไหม้ไปส่วนหนึ่งเลย เฮ้อ ขืนเป็นอย่างนี้คงไม่ได้อ่านหนังสือแน่ๆ

            (สงสัยคงต้องเอาไอ้แหวนบ้านี้ไปไว้ในห้องน้ำก็แล้วกัน อย่างน้อยๆถ้ามันไฟไหม้ขึ้นมาก็ยังหาน้ำดับได้ทันนะ)ริวที่คิดได้แบบนั้น เขารีบถอดแหวน ก่อนจะนำมันไปไว้ในห้องน้ำ จากนั้นเขาก็กลับมาอ่านหนังสือที่เตียงต่อ ริวเริ่มอ่านหนังสือไปได้พักใหญ่ ทุกครั้งที่เปิดหน้าใหม่ สีหน้าของริวเริ่มจะตึงเครียดขึ้นมา ยิ่งอ่านมากเท่าไร เขาก็เริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมาจากใบหน้าและแผ่นหลัง ความรู้สึกหนาวไปทั้งตัว สีหน้าของชายหนุ่มในเวลานี้แทบจะซีดขาวจนไม่มีสีอย่างอื่นอีกเลย จนกระทั่งริวคิดจะเปิดหนังสือเพื่อที่อ่านต่อแต่จำนวนหน้าที่เหลือกลับเป็นเพียงกระดาษที่ว่างเปล่า จำนวนหน้าที่ว่างเปล่ามีด้วยกันกว่า 40 หน้า  ริวค่อยๆปิดหนังสือนิยายลงอย่างช้าๆ ชายหนุ่มได้แต่กลืนอย่างฝืดคอ

            ทำไมฉากที่บรรยายในหนังสือเรื่องนี้ถึงได้เหมือนกับริเดียนักละ ไหนจะเรื่องรัฐทั้ง 7  เรื่องเทพผู้คุ้มครองทั้ง 7 อีก ไหนจะเรื่องการทดลองคำสาปหายนะที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้อีก  แม้ในนิยายจะไม่บอกว่าคำสาปนี้ถูกเอาไปใช้อย่างไง แต่ผลการทดลองและปฏิกิริยาของตัวละครในเรื่องต่างๆบอกได้เลยว่า คำสาปหายนะน่ากลัวขนาดไหน ไม่คิดเลยว่าจะมีคำสาปที่ใช้ความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตเป็นสื่อในการกระจายคำสาปด้วย  ที่ร้ายกว่านั้นยิ่งตัวละครที่โดนคำสาปถูกฆ่าตายไปมากเท่าไร ผลของคำสาปก็ยิ่งแพร่ออกไปมากขึ้น  คำสาปนี้มันยิ่งกว่า เชื้อไวรัส ล้างโลกในภาพยนตร์อีก ใครกันที่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้

            ริวรีบเปิดไปยังหน้าคำนำ สารบัญ และคำอุทิศของหนังสือเล่มนี้เพื่อที่จะหาชื่อของผู้เขียนแต่เขาก็ไม่ทราบอะไรเพิ่มเติมเลยนอกจากนามปากกาที่เขียนว่า ลูน่า  ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนมาเริ่มต้นอ่านใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปก ริวอ่านรายละเอียดของสำนักพิมพ์ วันที่พิมพ์รวมไปถึงปีที่หนังสือเริ่มนี้วางขาย แต่ผลที่ได้คือ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นตั้งแต่ 300 ปีก่อน(สมัยนั้นมันมีโรงพิมพ์ที่ไหนฟะ) แถมยังพิมพ์ออกมาเล่มเดียวอีกด้วย(ใครมันจะบ้าพิมพ์เพียงเล่มเดียวแบบนี้) ส่วนชื่อสำนักพิมพ์ มีชื่อว่า ออร่าไลท์  ริวได้แต่อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

            เป็นไปได้ยังไง สภาพหนังสือแบบนี้เนี่ยนะ พิมพ์มากกว่า 300 ปีแล้ว ไหนจะจำนวนที่พิมพ์ออกมาอีก ที่แย่กว่านั้นชื่อสำนักพิมพ์ กับเป็นชื่อเดียวกับเมืองแห่งนี้เลย ตกลงว่าหนังสือเล่มนี้มันคืออะไรกันแน่

            ริวยังคงเปิดหนังสือเพื่อหาเบาะแสต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ชายหนุ่มต้องการหาให้ได้ว่าหนังสือนิยายเล่มนี้คืออะไรกันแน่ สักพักเขาก็เปิดมาถึงหน้า คำอุทิศ มันเขียนเอาไว้ว่า

 

 

ขออุทิศหนังสือเล่มนี้แต่ ผู้ที่เสียสละในสงครามและผู้ที่ได้รับความเสียหายจากมัน

                                                                                                         ลงชื่อ ฟรานเซ็ตก้า ลีโอ ดราฟ ที่ 2

 

 

            ฟรานเซ็ตก้า ลีโอ ดราฟ ที่ 2ไม่จริงน่า!!!  คนเขียนคำอุทิศของหนังสือเล่มนี้คือบรรพบุรุษของฟรานหรือ? ถ้าเช่นนั้นทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงไปอยู่ที่โลกมนุษย์ได้ ไหนจะถูกพิมพ์ขึ้นมาในสภาพหนังสือนิยายอีก นี้มันแปลกเกินไปแล้วนะริวที่กำลังอึ้งอยู่ เขารีบตรงเข้าในห้องน้ำเพื่อที่จะหยิบเท็ดดี้ออกมา แต่เท็ดดี้ยังคงหลับน้ำลายไหลยืดเหมือนเดิม ชายหนุ่มหยิบเท็ดดี้สวมไว้ที่นิ้วตามเดิม ก่อนจะหมุนแขนเป็นวงกลมอย่างเต็มแรง แต่มันก็ไม่มีท่าทีจะลืมตื่นขึ้นมาเลย ริวตะโกนอย่างเต็มเสียงว่า

            ไอ้เท็ดดี้ ขนาดเวลาสำคัญแบบนี้แกยังหลับลงอีกนะ ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย!!”

            ริวเขย่าแหวนไปอีกพักใหญ่ เสียงของเท็ดดี้ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาพูดอย่างงัวเงียว่า ไอ้ริว แกจะเขย่าทำบ้าอะไรฟะ แกรู้ไหมว่านี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว  หัดเกรงใจคนอื่นบ้างซิ หาว ครอก.....ฟี้.......ครอกฟี้

            ไอ้แหวนบ้า  แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ นี้ไม่ใช่เวลามานอนแล้วริวยังคงเขย่าแหวนต่อไป เพื่อปลุกให้เท็ดดี้ตื่นขึ้นมา สักพักมันก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าของมันบอกได้เลยว่ามันกำลังโกรธเพียงใด

            ไอ้เด็กบ้า แกจะมาปลุกข้าทำไมกันฟะ ข้ากำลังหลับฝันดีเลยนะโว้ย ขืน ไม่มีคำอธิบายดีๆละก็แกได้โดนดีแน่

            เฮ้อ เรื่องนั้นช่างมันก่อน แกบอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าชื่อจริงของมังกรปีศาจ 3 ตาที่เป็นเพื่อนของแก ชื่อว่าอะไร

            เท็ดดี้โวยวายขึ้นมาทันทีว่าไอ้ริว นี่แกปลุกข้าขึ้นมา เพื่อถามเรื่องบ้าๆแค่นี้เองหรือ? แกบ้าไปแล้วหรือไงกัน ข้าง่วงนอนนะโว้ย!!! 

            โธ่ ไอ้แหวนบ้า แกเลิกโวยวายสักทีเถอะ นี่เรื่องสำคัญนะ ไม่แน่ว่าสิ่งที่แกกับท่านหญิงมังกรฟ้ากำลังหา มันมาอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้  รีบตอบคำถามมาสักทีซิ

             เท็ดดี้ที่ได้ยินแบบนั้น มันทำหน้างงๆ เข้าใจแล้วนะ แกเองก็รู้ไม่ใช่หรือว่า หมอนั้นชื่อจริงว่าอะไร

            ริวชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ ผมรู้หรือ? นายหมายความว่ายังไงกัน

            แกลองนึกถึงชื่อของยัยหนูมอนตาน่า และยัยหนูฟรานดีๆซิ พวกเธอต่างใช้ชื่อเดียวกับเจ้านั้น เพียงแต่สิ่งที่ต่างกันคือจำนวนรุ่นที่ต่อท้าย

            ริวทำท่าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาว่าถ้าเช่นนั้นมังกรปีศาจ 3 ตาก็มีชื่อว่า ฟรานเซ็ตก้า ลีโอ ดราฟ ซินะ

            ใช่ แต่ข้ามันเรียกมันว่า ลีโอ นะ เนื่องจากมันเป็นคนสร้างตระกูลฟรานเซ็ตก้าขึ้นมา ชื่อของมันจึงต้องถูกส่งต่อไปยังผู้นำตระกูลรุ่นต่อๆไปด้วย เอาละ ทีนี้แกบอกได้หรือยังว่า แกปลุกข้าขึ้นมาด้วยเรื่องอะไรกันแน่

            ริวไม่ตอบ เขาพูดต่อว่าถ้าเช่นนั้น ฟรานเซ็ตก้า ลีโอ ดราฟ ที่ 2 ก็คือผู้นำตระกูลรุ่นต่อจากลีโอเพื่อนนายซินะ และอาจจะเป็นลูกของเพื่อนนายด้วยใช่ไหม

            เท็ดดี้ยังคงทำท่างงๆ พร้อมพูดออกมา มันก็อาจจะใช่ แต่ต่อให้ไม่ใช่ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับไอ้ลีโอไม่มากก็น้อยละ  ตกลงแกจะถามไปทำไมกัน ช่วยบอกข้าซักทีซิโว้ย ถ้าไม่บอกข้าจะหลับต่อแล้วนะ

            แทนที่ริวจะตอบ เขาเอามือข้างที่สวมเท็ดดี้ยื่นไปยังหน้าหนังสือนิยาย พร้อมพูดออกมาว่า “นายอ่านเอาเองเถอะ”

            เท็ดดี้ได้แต่อ่านหนังสือหน้านั้น พร้อมส่องแสงจากดวงตาออกไปเพื่อตรวจสอบ มันถึงกับอ้าปากค้าง ไม่นานมันก็พูดออกมาว่า

ไอ้ริว แกเอาหนังสือเล่มนี้มาจากไหนกัน

แผงขายหนังสือเก่าในโลกมนุษย์  บอกก่อนนะว่า ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้เลย แค่เห็นมันอยู่ในสภาพดีก็เลยซื้อมาอ่านเท่านั้นเอง แต่พออ่านเนื้อหาไปถึงจนกลางเรื่องถึงได้ตกใจ  คำอธิบาย เหตุการณ์ เนื้อเรื่อง และฉากต่างๆช่างดูราวกับกับริเดียไม่มีผิด

แสดงว่าแกอ่านหนังสือเล่มนี้จบหมดแล้วซินะ

ริวพยักหน้าอืม แต่จะเรียกว่าจบได้ไหมก็ไม่รู้นะเพราะเนื้อหา 40 หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ดูเหมือนจะเป็นกระดาษเปล่านะ ทางแกได้อะไรจากหนังสือนิยายเล่มนี้บ้างไหม

เท็ดดี้หันไปมองหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง ก่อนจะบอกให้ริวเอามันไปแนบกับกระดาษ ชายหนุ่มได้แต่ทำตาม ดวงตาของเท็ดดี้ส่องสว่างออกมาแวบหนึ่ง หนังสือนิยายเกิดส่องสว่างขึ้น สักพักมันก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสมุดเล่มสีดำ 1 เล่มแทน ริวได้แต่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น เสียงของเท็ดดี้ดังขึ้นว่า

นี้ละตัวตนที่แท้จริงของหนังสือเล่มนั้น

เอ๋!! นี้มันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมหนังสือนิยายถึงได้กลายเป็นสมุดไปได้ละ หรือว่านายสามารถเปลี่ยนสิ่งของให้กลายเป็นอะไรก็ได้

เท็ดดี้ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรออกมา ริวก็หยิบเอาลูกแก้ว 4-5 ลูก ออกจากกระเป๋าคาดเอว จากนั้นเขาก็พูดเสียงหวานว่า

            เท็ดดี้จ้า เท็ดดี้คนดี ช่วยเปลี่ยนลูกแก้วพวกนี้เป็นทองคำ ไม่ก็เพชรทีสิ ผมจะได้เอามันไปขาย และ จะเอาเงินไปซื้อของที่อยากจะได้นะ

ริวเริ่มเพ้อถึงของที่อยากจะได้ออกมาทีละอย่าง แถมยังหยิบกระดาษขึ้นมาจดรายการของที่อยากจะได้อีกด้วย เท็ดดี้มองการกระทำของชายหนุ่ม ก่อนจะตะโกนขึ้นว่า

ไอ้เด็กบ้า!!! แกคิดว่าข้าเป็นพระเจ้าหรือยังไงฟะ การเปลี่ยนของสิ่งของให้เป็นธาตุชนิดอื่นนั้นไม่สามารถทำได้ ที่โลกมนุษย์ก็เคยสอนมาไม่ใช่หรือ?”

อ้าว แล้วที่แกเปลี่ยนนิยายให้เป็นสมุดนี้มันอะไรกันละ อย่าบอกนะว่าแกเปลี่ยนสิ่งของได้แค่แบบเดียว แกนี้ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ

เท็ดดี้โกรธจนหน้าแดง แต่ไม่นานมันก็ถอนหายใจราวกับทำใจได้แล้ว ไอ้.....เอ่อ ข้าไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าแกดีแล้ว เอาเป็นว่าแกต้องใจฟังเรื่องต่อจากนี้ให้ดีหน่อยเถอะ ถือว่าข้าขอร้องก็ได้

ริวยังคงทำหน้างงๆ แต่เท็ดดี้ก็พูดขึ้นต่อว่าไอ้ริวฟังข้าให้ดีนะ สมุดเล่มที่แกกำลังเห็นอยู่นี้ได้ถูกใครบางคนจงใจร่ายเวท ไร้รูปร่าง เพื่อปิดบังตัวตนของสมุดเล่มนี้เอาไว้ สมุดเล่มนี้จึงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของตัวเองไปได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นดินสอ ปากกา หรือแม้แต่หนังสือนิยาย โดยทุกรูปร่างที่เปลี่ยนไปจะมีเรื่องราวภายในสมุดบันทึกเอาไว้บางส่วนด้วย บ้างอาจจะเป็นลายของดินสอ  อักษรที่สลักอยู่บนยางลบ  หรือ อาจจะกลายเป็นเนื้อหาในหนังสือนิยายก็ยังได้

ริวเอื้อมมือไปจับสมุดเล่มนั้น “เอ่อ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกนะ แต่สรุปว่าเนื้อหาในสมุดเล่มนี้ได้กลายเป็นเนื้อหาในนิยายที่ผมได้อ่านไปใช่ไหม

มันก็ประมาณนั้นละ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด นิยายเล่มนั้นอาจจะมีเรื่องราวที่เขียนอยู่ในสมุดผสมลงประมาณ 30%  50% ไม่ก็ 70 % แล้วแต่สิ่งที่มันเปลี่ยนรูปแบบไป  นอกจากนั้นชื่อตัวละคร รวมไปถึงฐานะของตัวละครอาจจะแตกต่างกันไปจากความเป็นจริงที่บันทึกเอาไว้ด้วย ที่เป็นแบบนี้ก็เพื่อป้องกันความลับที่อยู่ในสมุดเล่มนี้ยังไงละ

ปวดหัวโว้ย!! ตกลงว่าแค่อ่านสมุดเล่มนี้ใหม่ก็พอแล้วใช่ไหมริวตะโกนออกมา เพราะเขาแทบจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เท็ดดี้พูดเลย  สักพักริวก็เปิดสมุดในมือขึ้นทันที ขณะที่เป็นแบบนั้นเท็ดดี้ก็ตะโกนขึ้นว่า

ไอ้ริว รีบทิ้งสมุดเร็ว!!!

ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงของเท็ดดี้ดี เปลวเพลิงสีดำสนิทก็ลุกพรึบขึ้นมาจากสมุดอย่างรวดเร็ว ริวรีบทิ้งสมุดเล่มนั้นลงพื้น เปลวไฟสีดำยังคงเผาไหม้สมุดอย่างต่อเนื่อง ริวพยายามจะหาอะไรมาดับไฟ แต่เท็ดดี้ก็ได้พ่นน้ำออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฟู่

น้ำของเท็ดดี้ไม่อาจจะทำอะไรเปลวไฟสีดำได้เลย  ไม่นานสมุดสีดำก็กลายเป็นขี้เถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตาพวกริว  เท็ดดี้ได้แต่กล่าวขึ้นมา

เอ่อ ไม่คิดเลยว่าจะมีกับดักแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย ข้าประมาทเกินไปจริงๆ

เท็ดดี้ ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมสมุดถึงได้ถูกเผาได้ละริวถามออกมาด้วยความสงสัย

            ไอ้ริว ก่อนที่สมุดเล่มนี้จะมาถึงมือของเจ้า มีคนพบมันก่อนแล้ว และไอ้คนผู้นั้นน่าจะเป็นคนที่ต้องการจะทำลายสมุดเล่มนี้ เพียงแต่เจ้าของสมุดเล่มนี้ได้ใช้เวทปกป้องสมุดเอาไว้ คนที่พบจึงไม่อาจจะทำลายสมุดได้  มันจึงต้องเปลี่ยนแผนไปใช้ เวทไร้รูปร่าง เพื่อปกปิดตัวตนของสมุดเล่มนี้แทน และคนผู้นั้นก็คงเป็นตัวการส่งสมุดเล่มนี้ไปยังโลกมนุษย์ จากนั้นสมุดเล่มนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบไปอีกหลายครั้งจนในที่สุดมันก็เปลี่ยนไปเป็น หนังสือนิยาย และตกมาอยู่ในมือของเจ้านั้นเอง

ริวพยักหน้าเข้าใจล่ะ เนื่องจากคนผู้นั้นทำลายสมุดเล่มนี้ไม่ได้ มันจึงเปลี่ยนไปหาวิธีกำจัดด้วยวิธีอื่นแทนซินะ อืม เข้าใจคิดดีนะ การส่งสมุดมาที่โลกมนุษย์ เท่ากับตัดหนทางค้นหาสมุดเล่มนี้ต่อจริงๆนั้นละ เอ่อ แล้วทำไมสมุดถึงได้ถูกเผาแบบนั้นได้ละ

เท็ดดี้ทำหน้าเบ้ “กับดักยังไงละ คนที่คิดจะทำลายสมุดได้วางกับดักซ้อนเอาไว้อีก 1 ชั้น มันได้โรยผงเพลิงทมิฬลงไปที่หน้าปกสมุดเล่มนี้ จากนั้นมันจึงร่ายเวทไร้รูปร่าง ทับไปอีกชั้นหนึ่ง เมื่อใครก็ตามที่สามารถทำลายเวทชั้นแรกได้  สมุดเล่มนี้ก็จะกลับเป็นปกติอีกครั้ง แต่นั่นก็หมายถึง คนผู้นั้นจะต้องทำลายพลังเวทที่ปกป้องสมุดเล่มนี้ไปพร้อมกับเวทชั้นแรกด้วย

ริวรีบร้องออกมาว่า ช้าก่อน!! ผมตามไม่ทันแล้ว แกหมายความว่ายังไง การทำลายเวทไร้รูปร่าง มันไปเกี่ยวอะไรกับเวทที่ปกป้องสมุดด้วย เวททั้ง 2 อย่างไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเลยนี้”

เท็ดดี้ทำหน้าราวกับนึกขึ้นได้ว่า ริวยังไม่รู้เรื่องนี้ สักพักมันก็กล่าวว่าขอโทษที ข้าลืมอธิบายไปนะ เวทที่ปกปิดตัวตนของสมุดก็คือ เวทไร้รูปร่าง  ส่วนเวทที่ปกป้องสมุดก็คือ เวทชิล ซึ่งเป็นเวทป้องกันระดับสูงสุด  แม้เวททั้งสองบทจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งสองเวทก็จัดเป็นเวทระดับสูงเหมือนกัน การจะลบล้างเวทระดับสูงจำเป็นต้องใช้เวท Negate (ลบล้างเวท) และ การจะใช้เวทบทนั้นไม่สามารถเลือกได้หรอกนะว่าจะลบล้างเวทไหนก่อน หรือเวทไหนทีหลัง เวท  Negate (ลบล้างเวท) จะทำการลบล้างเวททุกอย่างไปพร้อมกันในครั้งเดียว

ริวได้แต่พยักหน้า สักพักเท็ดดี้ก็พูดต่อว่า “เมื่อเวทป้องกันถูกลบล้างไปแล้ว ใครก็ตามที่เปิดสมุดขึ้น ผงเพลิงทมิฬก็จะทำงาน และทำลายสมุดไปในที่สุดยังไงละ เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆที่ไม่ได้อ่านเนื้อหาที่อยู่ข้างในสมุด ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะทราบเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นก็ได้  ครั้งนี้ข้าประมาทเกินไปจริงๆ

            เอาน่า นายอย่ามาเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปเลย อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็ทราบแล้วว่า มีคนที่อยู่เบื้องหลังของสงครามในครั้งนั้น และผู้ที่คิดจะทำลายสมุดอาจเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดสงครามก็ได้

            เท็ดดี้ได้แต่มองริว อืม มันอาจจะเป็นอย่างที่เจ้าว่านั่นละ แต่มันก็น่าเสียดายอยู่ดีทั้งที่สิ่งนี้อาจจะเป็นเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่แท้ๆ   ข้ายังปล่อยให้หลุดมือไปได้อีก  เดี๋ยวก่อน  ไอ้ริว เจ้าบอกว่าอ่านนิยายจนหมดเล่มแล้วใช่ไหม”

            ใช่แล้วละ นายถามทำไมหรือ?”

            ถ้าเช่นนั้น เจ้าจำเนื้อหานิยายที่อ่านได้หมดไหม

            ริวทำหน้าครุ่นคิด ก่อนตอบออกไปว่าไม่ทั้งหมดหรอก แต่เนื้อเรื่องหลักๆกับผลการทดลองที่อยู่ด้านหลัง ผมก็พอจะจำได้บ้าง นายถามทำไมหรือ?”

            เท็ดดี้เริ่มยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง ถ้าเช่นนั้นก็มีทางแล้วละ เจ้าช่วยเล่าเรื่องราวที่อยู่ในนิยายเรื่องนั้นออกมาหน่อย แม้เรื่องราวจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว แต่มันอาจจะมีส่วนที่ช่วยให้ข้าทราบถึงเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นก็ได้

            ริวพยักหน้าอย่างเต็มใจได้เลย แต่บอกก่อนนะเรื่องราวในนิยายมันน้ำเน่าสิ้นดี เรื่องเริ่มจากหนุ่มสาว 2 คนเกิดพบกันโดยบังเอิญและทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน แต่หญิงสาวเป็นถึงชนชั้นสูงที่มีคนหมายตามากมาย ผิดกับชายหนุ่มที่เป็นแค่คนธรรมดาสามัญ เมื่อกาลเวลาผ่านไป หญิงสาวได้รับการยกย่องให้มีฐานะสูงขึ้น ขณะเดียวกันที่ชายหนุ่มต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ผลสุดท้ายเขาถูกคู่แข่งทางความรักใส่ความจนชายหนุ่มต้องถูกเนรเทศไปยังประเทศอื่น ด้านหญิงสาวกลับถูกยกย่องให้สืบทอดตำแหน่ง คนทรงแห่งแสงสว่าง ที่ว่ากันว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในประเทศ  เธอกลายเป็นที่นับถือของคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินแห่งนั้น

            หลังจากที่หญิงสาวดำรงตำแหน่งได้ 3 ปี ชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง ในฐานะคนทรงแห่งความมืด เขาได้มาพบกับหญิงอันเป็นที่รักอีกครั้ง ในฐานะที่เป็นศัตรูที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมฟ้าเดียวกัน ดังนั้นทั้งคู่ได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจ แต่ในขณะนั้นเอง คู่แข่งทางความรักของเขาก็ความบังเอิญไปล่วงรู้ความลับของทั้งสองคนเข้า  เขาที่หลงใหลในตัวของหญิงสาว ไม่ต้องการที่จะมอบเธอให้กับใคร เขาจึงได้วางแผนกำจัดชายหนุ่มขึ้นมาอีก แต่ไม่ว่าจะใช้แผนการเช่นไร ชายหนุ่มก็เอาตัวรอดไปได้แทบทุกครั้ง ในขณะที่คู่แข่งทางความรักกำลังจะหมดหนทาง ซาตานได้ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยให้ความฝันของเขาเป็นจริง โดยสิ่งที่ซาตานขอใช้แลกเปลี่ยนก็คือ ครอบครัวและสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา แน่นอนว่าชายคนผู้นั้นตกลงอย่างไม่มีความลังเล สิ่งที่ชายคนนั้นได้รับมาจากซาตานก็คือ ตำราคำสาปหายนะ ที่ใช้ความรู้สึกโกรธ เกลียดของมนุษย์เป็นพลังในการแพร่กระจายคำสาปออกไปนะ นี้คือเนื้อหาทั้งหมดโดยคราวๆ ส่วนที่เหลือก็เขียนถึงเรื่องราว และผลการทดลองที่ชายคนนั้นทดลองคำสาปกับคนทั่วไปเท่านั้นเอง แต่เนื้อหาสำคัญ 40 หน้าสุดท้ายกลับไม่ได้เขียนอะไรเอาไว้เลยนะ

            ขอบใจมากนะ แค่นี้ก็ช่วยให้ข้าเดาสภาพในตอนนั้นได้บ้างแล้ว เท็ดดี้พูดออกมา  ริวได้แต่พูดขึ้นมาว่า

            นี่เท็ดดี้ มันเป็นไปได้ไหมว่าหญิงสาวในเรื่องก็คือ เทพแห่งแสงสว่าง ชายหนุ่มก็คือ มังกรปีศาจ 3 ตานะ และคนที่คอยขัดขวางทั้งคู่คือ ผู้นับถือเทพแห่งสงครามที่แท้จริงนะ

            เท็ดดี้ได้แต่นิ่งเงียบไปเล็กน้อย แต่ไม่นานมันก็กล่าวว่า “……ข้าขอไม่ตอบคำถามนี้นะ ขอเวลาให้ข้าได้ครุ่นคิดเรื่องที่เจ้าเล่ามาก่อนละกัน

            ได้ซิ  ถึงยังไงผมก็ไม่รีบอยู่แล้ว จริงซินายว่าผมควรเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ฟราน กับคุณมอนตาน่าฟังดีไหม

            ใบหน้าสิงโตที่แหวนส่ายหน้าไปมา ข้าว่ารอก่อนเถอะ ถ้าเกิดเรื่องที่เจ้าคิดเป็นความจริงขึ้นมา นั่นหมายความว่า ตระกูลฟรานเซ็ตก้าถูกใส่ความมาตลอด 300 ปี เจ้าคิดว่าพวกเธอจะมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องนี้ละ

            ริวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “พวกเธอคงแค้นยิ่งกว่าผู้ใดเลยนะซิ ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ต้องถูกเหยียดหยามมาตลอด 300 ปี ถ้าพวกเธอเกิดทนต่อไปไม่ไหว คงต้องเกิดเรื่องใหญ่ตามมาแน่ๆ

           ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้นล่ะ เอาเป็นว่าเจ้าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครก็ละกัน รวมถึงยัยหนูเทียน่าด้วยนะ

            ผมเองก็ไม่คิดจะดึงเทียน่ามาร่วมในเรื่องแบบนี้หรอก”

            เท็ดดี้ยิ้มอย่างพอใจเอาละในเมื่อเรื่องราวจบแล้ว เจ้าก็ข้านอนได้แล้ว เมื่อวานก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลยนี้ แม้ไม่คิดจะสอบผ่าน แต่ก็ควรพักผ่อนเอาแรงไว้บ้างนะ ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา  เจ้าจะได้มีแรงไว้รับมือยังไงละ

            ริวรีบตอกกลับไปว่าไอ้แหวนบ้า แกอย่ามาแช่งกันซิโว้ย แค่ที่เจอมาใน 2 วันก็ถือว่าแย่มากแล้วนะ ขืนต้องไปรับมือกับอะไรที่หนักว่านี้มีหวังได้ตายพอดี

            เอ่อ ข้าผิดเองละที่พูดแบบนั้น เจ้ารีบไปนอนได้แล้ว

            ริวจัดการเก็บกวาดเศษขี้เถ้า รวมไปถึงหมอนที่ไหม้ไฟให้เรียบร้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนทันทีลง พอชายหนุ่มหลับไปแล้ว มือข้างที่สวมแหวนอยู่ก็ถูกยกขึ้นมา เท็ดดี้มองเขาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก มันคิดขึ้นมาว่า

            (ริว ท่าทางเวลาที่เจ้าขอนั้น มันจะไม่มีอีกแล้วละ โลกใบนี้ได้เลือกเจ้า โชคชะตาได้เรียกหาเจ้า วิญญาณของคนที่ตายเพราะคำสาปกำลังรอเจ้าไปปลดปล่อย ไม่ว่าเจ้าจะต้องการหรือไม่ ทุกอย่างก็บังคับให้เจ้าต้องเดินไปตามเส้นทางนี้ เฮ้อ ข้าแด่เทพผู้สร้างพื้นพิภพและโลกใบนี้ ได้โปรดประทานความมีเมตตา ความเอื้ออาทรแก่เด็กหนุ่ม ผู้ที่มีหัวใจที่บริสุทธิ์คนนี้ด้วยเทอญ )

            เท็ดดี้พูดจบ มันก็มองไปยังแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา ก่อนจะพูดเบาๆว่า “ลูน่า ถ้าในเวลานี้เจ้าอยู่ข้างเคียงข้าก็ดีซิ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

7,863 ความคิดเห็น

  1. #6884 mxxxigh (@mxxxigh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 20:58
    ชอบชื่นตอนและเนื้อหาของเรื่องนี้มากอ่ะ คือเหมือนจะพยายามสื่อตลอดเวลาเลยว่าริวเป็นแค่คนะรรมดาที่มีโชคชะตาหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาให้ในชีวิตไม่ธรรมดาเท่านั้นเอง 55555 แล้วแต่เราชอบที่ไรท์สื่ออกมาในความคิดของริวโดยตรงเลย มันทำให้รู้สึกเหมือนเราไปอยู่กับเขาในสถานะการณ์จริงๆเลยอ่ะ 555
    #6884
    0
  2. #6860 ไอซ์ น้ำแข็ง (@icekun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 10:57
    รออยู่นะ
    #6860
    0
  3. #6422 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 22:09
    สงสารริวอยู่นะ คนเขียนคือลูน่าไม่ใช่เหรอ ? 
    #6422
    0
  4. #4532 godgorge (@godgorge) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 16:26
    ติดตามๆ 
    #4532
    0
  5. #4196 PiLii (@pinepilins) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 12:28
    สำหรับคนที่ไม่ born to be hero แบบริว มันก้อน่าตกใจอยู่นะ ที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ เฮ้อ
    #4196
    0
  6. #4090 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 00:01
    น่าติดตามทุกตอนจริงๆ
    #4090
    0
  7. #3946 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 12:21
    โอ๊ย อีกนิดเดียวเเท้ๆ
    #3946
    0
  8. #3673 Kuroko Tetsuya_kun (@phingpin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 18:01
    น่าเสียดายอ่ะ เกือบจะรู้แล้วแท้ๆ
    #3673
    0
  9. #3180 Nunnally (@kuroyuri) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 18:04
    รักข้างเดียวหรอเท็ดดี้ ฮ่ะฮ่ะ--ฟู่--//นอนไหม้อยู่มุมห้อง
    #3180
    0
  10. #2883 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 07:27
    ลูน่านี้ใครหวา
    #2883
    0
  11. #2727 The Loner (@deartears) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 15:58
    มาแนวดราม่าเลยทีเดียวตอนนี้
    #2727
    0
  12. #2472 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 18:57
    เสียดายยยย
    #2472
    0
  13. #2365 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 16:54
    ตอนต่อไป...กำลังคึก
    #2365
    0
  14. #1991 Blue_Demons (@greatmormon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 17:21
    ง่วง แปป สาระเยอะ
    #1991
    0
  15. #1623 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 21:10
    ว่าจะถาม...คำว่า เออ ในเรื่องน่าจะหมายถึงการถอนหายใจสินะ...

    ควรใช้ เฮ้อ มากกว่าน่ะ
    #1623
    0
  16. #1594 ttdddt (@tpnd02) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 16:05
    สนุกมากมายครับ
    #1594
    0
  17. #1526 examiner (@examiner) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 20:12
    เออ... ไม่ดีกว่า เป็น เอ่อ...ไม่ดีกว่าค่ะ
    #1526
    0
  18. #1396 หมีธนู (@at1645s) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 16:23
    รู้สึกว่าริวเป็นอะไรที่งี่เง่ามาก
    #1396
    0
  19. #1374 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 09:39
    ว้า น่าเสียดาย เบาำแสไหม้หมดซะแล้ว แต่ริวอ่านจบแล้วนี่ถึงจะเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ว่าแต่ไม่ได้เข้าไปฝึกในประตูแสงแล้วหรือ
    #1374
    0
  20. #1319 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 18:26
    หนังสือแบบไม่ธรรมดาฮ้าาาาาา
    #1319
    0
  21. #1250 ChinSarLeon (@smith1739) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 01:14
    สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1250
    0
  22. #1183 fuzze (@kanraya123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 22:59
     
    เงิน คือ สิ่งที่ทุกๆคนปฏิเสธไม่ได้ LDS Thailand *** 

    ----------- เปิดรับสมัคร แล้ว ------------
    ส ร้ า ง เ งิ น ให้ กั บ ตั ว เอ ง แบบ ไ ม่ มี ขี ด จำ กัด ++++

    รับ !! 18 ++ หญิง&ชาย บริษัทจ่ายผลตอบแทนให้ 
    WeeK / WeeK ลงทะเบียนรับสิทธิ์ & สวัสดิการเที่ยวฟรี!! ทั้งในและต่างประเทศ 

    ***ดูรายละเอียดเพิ่ม ***

    ----
    http://www.work2income.com/?id=kanraya
     
     
    สนใจติดต่อ : 091-098-8087 (K'กิ๊ก)
     
    #1183
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. #843 Tpnd Zerothree Chopetgool (@tpnd) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 21:32
    เอิ๊กๆ หนังสือเล่มนั้นปล่าวหนอ
    #843
    0
  25. #787 เบสท์ ธนกฤต (@bestrukgame) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 00:43
    ป่ะ นอนกัน ว่าจะนอนแต่ตอนที่แล้วๆ แต่มันค้างซักเหลือเกิน
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะครับ
    #787
    0