ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 2 : Secret Demon :: My Paparazzi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 9 ส.ค. 54





 

 

1

My Paparazzi

 

 

“เข้าท่าดีที่นี่นา ฝีมือถ่ายรูปของเธอยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะ”

 

 

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะน่า”​ ฉันพูดด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะถามต่อ “ว่าแต่นายเถอะ รู้ได้ไงว่าหมอนั่นจะไปที่นั่นเมื่อคืน”

 

 

“ก็เพราะฉันคือจองมินซูไง J” มินซูตอบอย่างมั่นใจจนน่าหมั่นไส้อีกตามเคย ฉันชินแล้วล่ะกับคำตอบกำกวมไม่ได้ใจความของหมอนี่ -_- แล้วก็เรียนรู้ที่จะไม่ออกอาการหงุดหงิดให้เห็นเพราะหมอนี่มีชีวิตอยู่ด้วยความหงุดหงิดของคนรอบข้าง ไม่รู้ทำไมปาร์คซึงฮยอนถึงไม่ฆ่าเขาทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะเก็บสิ่งมีชีวิตที่กวนประสาทขั้นสูงสุดอย่างนี้ไว้ทำไมกัน T^T ถึงเขาจะหล่อจนแทบบ้าขนาดนี้ก็เถอะ

 

 

“ขอบคุณมากนะอึนเฮ ^^ เท่านี้ก็กำจัดเสี้ยนหนามได้แล้ว”

 

 

“เขาดังไม่ถึงครึ่งของนายสักหน่อย ทำไมจะต้องลำบากให้ฉันไปหาข่าวฉาวมาด้วย”

 

 

“เพื่อลดความดังของมันลงเหลือหนึ่งในห้าของฉันไง”

 

 

มาอีกแล้วไอ้คำตอบกวนประสาท -_-^^^ “แล้วรู้มั้ยกว่าฉันจะไปถ่ายรูปนี้มาได้มันลำบากแค่ไหน ต้องปีนรั้วแถมซุ่มรอตั้งหลายชั่วโมง”

 

 

“ดีแล้ว เธอจะได้เป็นนักข่าวที่มีทั้งความสามารถและความอดทนไง”

 

 

“เรื่องแบบนั้นฉันไม่ต้องให้นายมาฝึกสอนหรอกย่ะ =[]=^

 

 

“ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นน่ะ J เธอเป็นนักข่าวที่ยอดเยี่ยมมากตั้งแต่แรกแล้วล่ะควอนอึนเฮ ไม่เสียแรงที่จองมินซูคนนี้ไว้ใจที่สุด” มินซูพูดราวกับตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกพลางเคาะรูปที่วางกองอยู่บนโต๊ะด้วยปลายนิ้วยาวเรียวของเขา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววครุ่นคิดอะไรบางอย่าง และฉันก็รู้สึกว่าเวลาหมอนี่คิดอะไรฉันเป็นต้องเดือดร้อนทุกที -_-^^ เพราะหมอนี่เป็นผู้ชายที่เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาเลยน่ะสิ “จริงสิ...ฉันควรจะให้รางวัลเธอสินะ?”

 

 

“แหงล่ะสิ คราวนี้รางวัลต้องยิ่งใหญ่ด้วยนะ เพราะงานมันยากมาก”

 

 

“งั้นเหรอ เธออยากได้อะไรล่ะ”

 

 

“อืม...ให้ฉันสัมภาษณ์ปาร์คซึงฮยอนกับฮันนายุนไปทำสกู๊ปพิเศษได้มั้ย แฟนๆ กำลังจะตายเพราะอยากรู้เรื่องความรักของสองคนนั้นอยู่แล้ว แต่เขาไม่เคยให้ใครสัมภาษณ์อีกเลยหลังจากรายการ Strong Heart คราวก่อนน่ะ”

 

 

“เรื่องนั้นยากมากนะเพราะลีดเดอร์ของฉันรักความเป็นส่วนตัวสุดๆ แล้วยิ่งหลังจากรายการนั่นมีพวกโปรดิวเซอร์มาติดต่อนายุนไปแสดงหนังแสดงละครตั้งเยอะแยะ ลีดเดอร์มันหวงแฟนน่ะ ก็เลยไม่อนุญาตให้ปรากฏตัวในรายการไหนอีกเลย”

 

 

=^=ถ้างั้นนายไปสร้างข่าวฉาวสักข่าวแล้วให้ฉันสัมภาษณ์สิ”

 

 

“ฉันเป็นข่าวทุกวัน แฟนๆ คงไม่สนใจแล้วมั้ง” มินซูหัวเราะก่อนจะดีดนิ้วเปาะราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงด้วย ฉันนึกอะไรดีๆ ออกแล้ว”

 

 

“อะไรของนาย”

 

 

“หลับตาสิ J

 

 

“ว่าไงนะ ทำไมฉันต้องหลับตาด้วย”

 

 

“หลับตาเถอะน่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มีอำนาจบางอย่างให้ยอมทำตามแม้จะรู้ดีว่าปีศาจอย่างเขาไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด ฉันนั่งหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกว่าบางอย่างไม่ถูกต้องถึงได้ลืมตาขึ้นมา... แล้วตอนนั้นเองสิ่งที่เห็นก็ทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกแล้วเขยิบถอยหลังทันทีที่รู้สึกว่าใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจของมินซูเข้ามาใกล้...ใกล้จนเกินไป หัวใจฉันเกือบจะหยุดเต้นไปในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเฉียดใกล้ริมฝีปากฉันในระยะที่เกือบจะสัมผัสกัน

 

 

ฉันรีบก้มหน้าลงก่อนจะใช้ทั้งสองมือผลักเขาออกทันที “ทะ...ทำอะไรของนายน่ะ!?!

 

 

“ทำอะไรน่ะเหรอ ก็ให้รางวัลน่ะสิ เธอช่วยเหลือฉันมาหลายรอบแล้ว ยังไม่เคยให้รางวัลเป็นชิ้นเป็นอันกับเธอเลย” มินซูพูดด้วยท่าทางไร้เดียงสา (แน่นอนว่าเสแสร้ง) เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของฉันไปด้วยมือข้างเดียว แล้วใช้ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเชยปลายคางฉันให้เงยหน้าขึ้น “เธอเองก็น่าจะชอบไม่ใช่เหรอ จูบของฉันไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ตามจะได้รับไปง่ายๆ หรอกนะ สาวๆ ปรารถนามันด้วยกันทั้งนั้น J

 

 

“งะ...งั้นก็ไปจูบสาวๆ ของนายสิ! ไม่ต้องมาจูบฉันหรอก เสียดายของ!” ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่มินซูกลับไม่ยอมปล่อย ตรงข้ามเขากลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมเสียอีกราวกับจงใจจะแกล้ง...ไม่ใช่สิ เขา ตั้งใจ’ จะแกล้งฉันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลย! TOT “บอกให้ปล่อยไงจองมินซู!!

 

 

“ปฏิเสธเสียงสั่นเชียวนะ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะปฏิเสธใช่มั้ยล่ะ ไม่ต้องอายหรอกแมวน้อย”

 

 

“ใครอาย!? ฉันไม่ได้อายสักหน่อย!!” ฉันแว้ดใส่หน้ามินซูเสียงลั่น “ทีนี้ปล่อยฉันได้แล้ว!! ไม่งั้นฉันจะ...”

 

 

“ไม่งั้นเธอจะทำไมเหรออึนเฮ? จะไปเขียนข่าวว่าฉันจูบเธองั้นเหรอ”

 

 

“ไม่งั้นฉันจะตบหน้านาย!

 

 

“ดึงมือตัวเองออกจากมือฉันให้ได้ก่อนสิ แต่มันคงยากหน่อย เพราะข้อมือเธอเล็กซะจนฉันล็อคได้ด้วยมือข้างเดียวน่ะนะ” มินซูพูดหน้าตายก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเขาแตะปลายจมูกฉันอย่างแผ่วเบา ฉันหลับตาปี๋พร้อมกับพยายามเม้มปากแน่นแล้วหันหน้าหนีอย่างสุดความสามารถ แล้วก็ค้างอยู่ในท่านั้นนานมากซะจนฉันเริ่มเอะใจ... ก่อนจะกระจ่างแจ้งในที่สุดเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเขา ฉันลืมตาขึ้นทันทีด้วยความโกรธจัด แล้วก็เห็นว่ามินซูกำลังหัวเราะอยู่

 

 

แต่ที่น่าโมโหมากกว่าความจริงที่ว่าเขาแกล้งฉันเล่น...ก็คือแม้กระทั่งในเวลาแบบนี้ เขาก็ยังมีเสน่ห์จับใจเสียจนยากที่จะละสายตา...

 

 

“นาย!! นายมันคนนิสัยไม่ดี!!!

 

 

“ฮ่าๆๆๆๆ แค่คิดว่ามันน่าสนุกดีที่จะได้เห็นเธอทำท่าหวาดกลัวน่ะนะ J” มินซูพูดพลางยิ้มเผล่ที่มุมปาก สีหน้าร้ายกาจนั่นมันดูดีมาก...และเขาก็รู้ตัวดี ซึ่งนั่นทำให้ฉันหงุดหงิดจนอยากจะผลักเขาให้กระเด็นเลย “แล้วก็ตลกจริงๆ ด้วย หน้าเธอน่ะ”

 

 

“นาย!!!

 

 

“น่ารักดีด้วย”

 

 

“...” คำพูดถัดมาของเขาทำให้ฉันเงียบไป หัวใจเต้นแรงขึ้นกับถูกเขายื่นมือมากระตุก ฉันเผลอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขานิ่งงัน... แล้วตอนนั้นเองที่เขายื่นหน้าเข้ามาจูบเบาๆ ที่หน้าผากของฉัน OoO!!!!

 

 

“นั่นถือเป็นรางวัลของเธอก็แล้วกัน J ขอบคุณมากนะแมวน้อย~

 

 

“จองมินซู!! ฉันเกลียดนายที่สุด!! TTOTT

 

 

“อ้าวเหรอ นึกว่าเธอรักฉันซะอีก แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ...เป็นความผิดของเธอเองที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้” มินซูพูดด้วยน้ำเสียงเจือเสียงหัวเราะ ฟังดูราวกับกำลังเยาะเย้ยฉันอยู่งั้นแหละ TTOTT ฉันมองหน้าเขาอย่างเคียดแค้นตอนที่หน้าผากบริเวณที่ริมฝีปากของเขาสัมผัสเริ่มจะร้อนวาบขึ้นมาราวกับถูกเหล็กร้อนๆ นาบ

 

 

“ไอ้คนหลงตัวเอง!! =[]=^^ คอยดูเถอะ สักวันหนึ่งฉันจะแฉนาย!!

 

 

“แฉไปพวกเขาก็รักฉันอยู่ดี” มินซูตอบหน้าตายก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองดังขึ้น และ...จากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขามากในระดับหนึ่ง ฉันรู้ดีว่าคนที่จะโทรเข้ามาหาเขาในเวลาแบบนี้...ที่เบอร์นี้...และทำให้เขามีสีหน้าแบบนี้ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น... และคนคนนั้นก็คือ... “โทษทีนะอึนเฮ แต่ฉันต้องรับสายนี้...”

 

 

“อืม รับเถอะ ฉันเข้าใจ พวกนายไม่ค่อยได้เจอกันนี่นะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ถ้าอย่างนั้นฉันกลับเลยก็แล้วกัน ส่วนรูปพวกนั้นฉันจะลงในฉบับพรุ่งนี้ให้”

 

 

“โอเค ขอบคุณมากนะ J” เขาส่งยิ้มร้ายกาจมาให้ฉัน ฉันพยักหน้าตอบกลับไปก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตูห้อง... ตอนที่มือของฉันวางลงบนลูกบิดประตู ฉันก็ได้ยินเสียงของเขาดังแว่วมา... น้ำเสียงนั้นที่กำลังเรียกชื่อของใครคนหนึ่งฟังดูอ่อนหวานและนุ่มนวล แทบจะไม่เหมือนเสียงของเขาผู้ที่เป็นปีศาจร้ายของวง Secret-End คนนั้นเลยสักนิด

 

 

แน่ล่ะ...เพราะชื่อที่เขาเรียกคือชื่อ เธอคนนั้น’ นี่นา

 

 

ผู้หญิงคนนั้นที่ปีศาจร้ายอย่างเขาให้ความสำคัญมากที่สุด…

 

 

“...ฮโยริน...ฉันคิดถึงเธอ”

 

 

--------------------------------

 

 

เมื่อสามปีก่อน...นั่นคือตอนที่ฉันเริ่มทำอาชีพนักข่าวใหม่ๆ หลังจากเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ หนังสือพิมพ์ที่ฉันทำงานด้วยเป็นหนังสือพิมพ์บันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี แน่นอนว่างานแต่ละชิ้นที่บก.ให้มามันจะต้องยากอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ฉันไฟแรงมาก เรื่องยากไม่ยากไม่เป็นปัญหาสำหรับฉันเลยสักนิด

 

 

ปัญหาอยู่ที่ว่างานชิ้นแรกของฉัน...ก็คือการตามสืบเรื่องรักฉาวของจองมินซู

 

 

เขาคือสมาชิกคนสำคัญของวง Secret-End วงบอยแบนด์สุดฮอตที่ในขณะนั้นเพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นานแต่กลับทำสถิติยอดวิว MV สูงถึงห้าล้านวิวภายในเวลาสามวันเท่านั้น ชื่อของพวกเขาโด่งดังในเวลาข้ามคืนราวกับเรื่องโกหก ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับสมาชิกในวงแต่ละคน และแน่นอนว่าเรื่องความรักของพวกเขาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกจับตามอง...

 

 

ฉันแอบสะกดรอยตามเขาบวกกับตามสืบจากแหล่งข่าวต่างๆ แล้วก็เอาเรื่องมาปะติดปะต่อกันเอง จนกระทั่งรู้ว่าจองมินซูมักจะไปที่โรงแรม M ที่เขตคังนัมอยู่บ่อยๆ แม้จะไม่สามารถถามจากพนักงานโรงแรมได้เลยสักคนว่าเขาไปพบใคร...แต่ฉันก็มั่นใจว่านั่นจะต้องเป็นคนรักของเขาแน่ๆ แล้วดูจากที่ต้องระวังตัวกันขนาดนี้ แปลว่าคนคนนั้นก็น่าจะเป็นคนในวงการเหมือนกัน...เผลอๆ จะเป็นคนดังมากด้วยซ้ำไป

 

 

เพราะงั้นฉันถึงตัดสินใจจะแฝงตัวเข้าไปเพื่อจะสืบให้รู้ว่าผู้หญิงของจองมินซูเป็นใครกันแน่

 

 

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดของพวกเรา...

 

 

----------------------------------------

 

 

3 Years Ago…

 

 

ฉันหยิบหนังสือนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมานั่งอ่านเป็นรอบที่แปดล้าน อ่านกลับหัวกลับหางกลับจนไม่รู้จะอ่านท่าไหนได้อีกแล้ว...แต่คนที่ฉันรออยู่ก็ยังไม่โผล่ศีรษะมา TOT ตามปกติเขาจะมาตั้งแต่สามทุ่ม แต่นี่ห้าทุ่มเข้าไปแล้วเขาก็ยังไม่โผล่มาเลยอ่ะ L ใจคอจะให้ฉันรอไปถึงไหนกัน

 

 

เอ๊ะ แต่จริงๆ เขาก็ไม่ได้มาหาฉันนี่นา ลืมตัวไปหน่อย =.,=

 

 

มีดาราหลายคนเข้าๆ ออกโรงแรมนี้ เพราะข้างบนเป็นไนต์คลับชื่อดัง แล้วก็มีร้านอาหารหรูเยอะแยะเลยน่ะ จองมินซูกับชู้รัก(?) ของเขาก็คงเลือกที่นี่เพราะพวกเขาจะดูกลมกลืนไปกับเซเลบริตี้เหล่านั้นจนไม่ผิดสังเกตล่ะมั้ง

 

 

และในตอนที่ฉันกำลังจะตีลังกาอ่านหนังสือพิมพ์แก้เบื่อ...จองมินซูก็โผล่มา... ถึงแม้ฉันจะเคยเห็นเขาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เคยได้นั่งพินิจพิจารณาอะไรขนาดนี้ (พอดีฉันเป็นนักข่าวที่สนใจข่าวมากกว่าความหล่อของศิลปินน่ะ -_-;) ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแลดูร้ายกาจด้วยแววตาคมกริบราวกับเหยี่ยว นัยน์ตาสีเทาเข้มนั่นทำให้เขาดูเจ้าเล่ห์มาดร้าย แต่ก็น่าหลงใหลไปในเวลาเดียวกัน แววตานั่นเหมือนจะท้าทายให้เดินเข้าไปในเงื้อมมือของปีศาจเลือดเย็นยังไงยังงั้น... ผิวที่ขาวจนซีดของเขาตัดกับเส้นผมสีแดงเชอรี่และทำให้มันดูเด่นเจิดจ้าขึ้นมา... จองมินซูเปลี่ยนทรงผมแทบทุกวัน ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเขาถูกโหวตให้เป็นศิลปินชายที่แต่งตัวเก่งที่สุดในเกาหลี หนำซ้ำยังมีสไตล์ที่โดดเด่นจนกลายเป็นผู้นำแฟชั่นที่ผู้ชายทั้งเกาหลีพากันทำตามค่อนประเทศ...

 

 

อย่างตอนนี้ที่เขาทำผมสีแดงเชอรี่...วันต่อมาก็เห็นพวกวัยรุ่นหนุ่มน้อยทำผมสีนี้ทรงนี้ออกมาให้ว่อน ดูแล้วน่ากลัวพิลึกเหมือนมีร่างโคลนนิ่งของจองมินซูเดินอยู่ทั่วถนนงั้นแหละ T_T ไม่อยากจะบอกน้องๆ เลยว่าอีกไม่กี่วันเดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนทรง ไม่แน่อาจจะทำสีใหม่ด้วยซ้ำ เจอกันอีกทีอาจจะกลายเป็นหนุ่มผมบลอนด์ไปแล้วก็ได้

 

 

นอกจากทรงผมของเขาแล้วการแต่งกายของเขาก็ยังเป็นที่นิยมชมชอบ...เพราะเขาแต่งตัวดูดีมีสไตล์ชัดเจนมากเลยน่ะสิ ว่ากันว่าเขาเป็นหนุ่มเมโทรเซ็กชวลของแท้ที่หาได้ยากมาก และก็เป็นคนที่มีสไตล์จัดจ้านที่สุดในวง Secret-End ด้วยอีกต่างหาก ก็นะ...ดูจากตอนนี้ที่เขาเซ็ตผมมาอย่างเท่ ที่หูเจาะรูราวๆ สี่รูใส่หมุดเงินดีไซน์สุดเท่ กับสร้อยคอเส้นใหญ่ห้อยจี้สุดแนว ใส่กางเกงสีแดงสดและเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำและเสื้อเชิ้ตลายตาราง ดูเด่นในระยะสิบกิโลนั่น...ก็แสดงถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างถึงที่สุดของเขาแล้ว และก็คงมีแค่จองมินซูคนเดียวเท่านั้นที่สามารถดูดีในเสื้อผ้าทุกชิ้นและทรงผมทุกสไตล์แบบนั้นได้น่ะนะ

 

 

ฉันวางหนังสือพิมพ์แล้วทำเนียนเดินไปที่เคาน์เตอร์ข้างๆ เขาอย่างรวดเร็ว พนักงานต้อนรับเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม ฉันพูดส่งเดชไปว่าจะมาขอเปิดห้องในขณะที่หูก็แอบฟังคนข้างๆ ไปด้วยโดยพยายามไม่ให้มีพิรุธ

 

 

“ห้องที่จองไว้ครับ”

 

 

“คุณมินซูนะครับ นี่คีย์การ์ดครับ”

 

 

“ขอบคุณครับ” เขารับคีย์การ์ดสีทอง...ซึ่งฉันรู้ดีว่ามันเป็นคีย์การ์ดเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุด “แขกของผม...”

 

 

“มาถึงแล้วครับ”

 

 

มาถึงแล้วงั้นเหรอ! ฉันตั้งใจจะแอบดูว่าจะมีใครตามมาอีกแท้ๆ เลย =^= แบบนี้จะเอาไงล่ะเนี่ย เปลี่ยนแผนเหรอ...

 

 

“งั้นเหรอ ขอบคุณมากครับ อ้อ...ดินเนอร์กับไวน์ที่สั่งไว้ให้เอาขึ้นไปตอนเที่ยงคืนนะครับ”

 

 

“ได้ครับคุณมินซู” พนักงานโรงแรมที่ดูเหมือนจะเป็นระดับผู้จัดการพูดพร้อมกับโค้งส่งมินซูที่เดินจากไปแล้วพร้อมกับคีย์การ์ด ฉันมองตามหลังเขาไปก่อนจะถูกพนักงานที่หลังเคาน์เตอร์เรียก

 

 

“คุณ! คุณคะ!

 

 

“อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ถึงไหนแล้วนะคะ”

 

 

“ค่ะ เมื่อกี้คุณบอกว่าจะเปิดห้อง?”

 

 

“ฉันอยากได้ห้องชั้นบนสุดค่ะ”

 

 

“ขอโทษด้วยนะคะ ชั้นบนสุดเป็นเพนท์เฮาส์...มีแค่ห้องเดียวเท่านั้นค่ะ”

 

 

“งั้นเหรอคะ น่าเสียดายจัง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”​ ฉันตัดบทด้วยรอยยิ้มทันทีก่อนจะผละออกมาจากเคาน์เตอร์ทันที ในหัวคิดสะระตะอย่างเคร่งเครียด TOT ก็ถ้าผ่านคืนนี้ไปฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะมาที่นี่อีกเมื่อไหร่นี่นา แล้วหลังจากที่สะกดรอยตามเขามานานก็พบว่าเขาไม่ได้ไปพบกับผู้หญิงที่ไหนเป็นพิเศษเลยนอกจากแค่เล่นๆ ไม่จริงจัง มีแค่เวลาที่เขามาที่นี่เท่านั้นเอง... ถ้าพลาดไปฉันต้องโดนบก.ดุด่าว่ากล่าวรุนแรงแน่ๆ TTOTT แต่จะทำยังไงดีล่ะ อึนเฮ!! คิดสิ คิด...

 

 

ระหว่างที่ฉันกำลังทึ้งหัวตัวเองอยู่นั้นเอง สายตาฉันก็พลันเหลือบไปเห็นแม่บ้านเดินผ่านประตูบานหนึ่งเข้าไป... จริงสิ ฉันลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปสนิทเลย ยังมีวิธีนี้อยู่นี่นา! >O<!! ฉันรีบลุกขึ้นเดินอย่างแนบเนียนไปที่ประตูบานเดียวกันกับที่แม่บ้านคนนั้นเดินผ่านเข้าไปทันที

 

 

บานที่เขียนไว้ข้างหน้าว่า ‘STAFF ONLY’ น่ะนะ J

 

 

“อ้าว เธอเป็นใครน่ะ O_O” เมดสาวคนหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่หันมามองหน้าฉันด้วยสีหน้าคล้ายตกใจทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหญิง ฉันรีบส่งยิ้มหวานกลับไปก่อนจะตอบคำถามเธออย่างไหลลื่น

 

 

“ฉันเพิ่งมาใหม่น่ะ เค้าบอกให้เริ่มงานวันนี้เลย เห็นว่าคนขาดเยอะ”

 

 

“อ้อ ใช่ ขาดเยอะเลยล่ะ เมเนเจอร์กำลังปวดหัวเลย ฉันเองก็เพิ่งมาใหม่เหมือนกัน >_< ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันเยจิน”

 

 

“ฉันจีอึน ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ” ฉันตอบกลับยิ้มๆ พร้อมกับบอกชื่อปลอมออกไปก่อนจะเดินไปเปิดล็อกเกอร์ของใครสักคนแล้วหยิบเอายูนิฟอร์มออกมาสวม โชคดีที่เมดที่นี่รูปร่างไซส์เดียวกันหมดฉันก็เลยใส่ได้พอดีเป๊ะเลย

 

 

หลังจากที่เยจินเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเธอก็กลับออกไป คงเป็นเวลาเลิกงานพอดี ดีเหมือนกันเพราะฉันอยากให้คนจำหน้าฉันได้น้อยที่สุดน่ะนะ ฉันเอากล้องวิดีโอกับกล้องถ่ายรูปขนาดเล็กซ่อนไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนสีขาวที่เป็นส่วนนึงของยูนิฟอร์มก่อนจะเดินออกจากห้องแต่งตัวไปที่บริเวณห้องครัว ซึ่งบังเอิญอยู่ติดกันพอดี ในห้องครัวยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก ฉันหันมองนาฬิกาบนผนัง ห้าทุ่มห้าสิบแล้ว อีกสิบนาทีก็จะถึงเวลาที่รูมเซอร์วิสต้องขึ้นไปที่ห้องของมินซูแล้ว...

 

 

จำได้ใช่มั้ยล่ะที่เขาพูดไว้ตอนนั้น

 

 

อ้อ...ดินเนอร์กับไวน์ที่สั่งไว้ให้เอาขึ้นไปตอนเที่ยงคืนนะครับ’

 

 

ใช่แล้ว แผนที่ฉันบังเอิญคิดขึ้นมาได้อย่างฉุกละหุกก็คือปลอมตัวเป็นแม่บ้านขึ้นไปสืบนั่นเอง แสนจะฉลาดล้ำอะไรเช่นนี้ จริงมั้ยคะคุณผู้อ่าน >O<!!

 

 

แต่ว่าปัญหาคือทำยังไงฉันถึงจะขึ้นไปถึงบนนั้นได้ ทำยังไงถึงจะรู้ว่ารถเข็นคันไหนที่จะไปส่งที่เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุด... ฉันยืนหันรีหันขวางขณะที่ความคิดหลายอย่างวิ่งฉิวอยู่ในหัว ก่อนจะหยุดทันทีที่ฉันมองเห็นไวน์ขวดหนึ่งวางอยู่บนรถเข็นคันแรกสุด ไวน์ขวดนั้นถ้าจำไม่ผิดราคาเหยียบล้านวอนเลยทีเดียว แน่นอนว่าคงไม่มีใครเปิดไวน์ราคาแพงแบบนั้นบ่อยๆ แล้ววันนี้จองมินซูก็สั่งไวน์พอดีด้วย

 

 

ฉันหันมองนาฬิกาอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปเข็นรถเข็นคันนั้นออกไปที่ลิฟต์โดยที่ไม่มีใครหันมาท้วงติงอะไรสักคน ถือเป็นโชคดีของฉันที่ในห้องครัววุ่นวายมากจนไม่มีใครนั่งสังเกตสังกา >_<!! แสดงว่าพระเจ้าคงจะอยากให้ฉันได้สกู๊ปเด็ดเรื่องชีวิตรักของจองมินซูไปเซ่นบก.แน่ๆ ถึงได้รู้เห็นเป็นใจให้ขนาดนี้~

 

 

ลิฟต์มาถึงที่ชั้น 51 ที่เป็นชั้นบนสุดที่ต้องเปลี่ยนลิฟต์ตอนถึงชั้น 48 ไปยังลิฟต์พิเศษสุดไฮโซ สำหรับแขกวีไอพีเท่านั้นเลยสินะ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดด้วยความประหม่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเหมือนฝันไปเพราะฉันทำทั้งหมดนั่นตอนที่อะดรีนาลีนฉีดพล่านเลยลืมตื่นเต้นไปชั่วขณะ แต่ตอนนี้ตื่นเต้นแล้ว TOT ฉันทำผิดกฏหมายไปกี่ข้อไม่รู้แล้วเนี่ย เพราะฉะนั้นฉันต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาจับไม่ได้!!

 

 

ฉันซ่อนกล้องวิดีโอขนาดเล็กจิ๋วไว้ใต้ถาดบนรถเข็น ส่วนกล้องถ่ายรูปนั้นอยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน ถ้ามีโอกาสก็ค่อยหยิบออกมาแชะภาพมินซูกับคนรักลับๆ ของเขาเผื่อกล้องวิดีโอขัดข้อง ไงล่ะ แผนของฉันยอดเยี่ยมไร้ที่ติใช่ม้า? >O< ฉันเข็นรถเข็นไปเรื่อยๆ พลางมองนาฬิกาไปด้วย แล้วก็มาหยุดที่หน้าห้องเขาตอนเที่ยงคืนพอดีเป๊ะ เอาล่ะนะ...สู้ตายนะควอนอึนเฮ...เธอต้องทำได้!!

 

 

“รูมเซอร์วิสค่ะ”​ ฉันพูดขึ้นหลังจากเคาะประตูห้องไปเรียบร้อยแล้ว ถอยหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว คืนนี้ฉันจะต้องได้สกู๊ปกลับบ้านนนนนนน (กรีดร้อง)

 

 

ข้างในห้องใช้เวลาเพียงไม่นานประตูก็เปิดออก และเมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของจองมินซูในระยะประชิดหัวใจฉันก็พลันเต้นแรงขึ้นวูบหนึ่งเพราะไม่ทันได้ทำใจ หลังจากเผลอยืนจ้องหน้าเขาอยู่สองวินาทีฉันก็สำนึกได้ว่าตัวเองมาทำงาน “อะ เอ่อ...ดินเนอร์กับไวน์?”

 

 

“ครับ เชิญ” เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งพร้อมกับผายมือให้ฉันเข็นรถเข้าไปข้างในก่อนจะปิดประตูตามหลังฉันมา ฉันลอบสังเกตไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับห้องทานข้าวและห้องครัว (ไม่รู้ห้องมันจะใหญ่โตไปไหน) แต่ไม่เห็นว่าจะมีวี่แววของใครสักคนยกเว้นจองมินซูคนเดียว... ฉันเลยสรุปได้ว่าเธอคนนั้นคงจะอยู่ในห้องนอนหรือไม่ก็กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ...​ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถ่วงเวลาจนกว่าเธอจะออกมา

 

 

ฉันจัดการยกอาหารจากในรถเข็นไปไว้บนโต๊ะอย่างช้าที่สุดในโลก จองมินซูยืนกอดอกรออยู่ด้านหลังด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อยเหมือนอยากจะให้ฉันออกไปเร็วๆ คงไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ตอนผู้หญิงคนนั้นออกมาสินะ >_< เสียใจด้วยนะจองมินซู แต่ถ้าฉันไม่ได้เห็นหน้าคนคนนั้นฉันจะไม่กลับออกไปเด็ดขาด

 

 

“เอ่อ จะให้เตรียมแก้วไวน์กี่แก้วคะ”

 

 

“สองครับ” มินซูตอบกลับมาก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวผมจัดการต่อเองก็ได้ครับ ขอบคุณมาก คุณกลับไปเถอะ”

 

 

“ไม่ได้นะคะ ทำแบบนั้นหัวหน้าต้องดุฉันแน่ๆ” ฉันยืนกรานด้วยสีหน้าน่าสงสาร มินซูก็เลยเงียบไปเล็กน้อยแล้วปล่อยให้ฉันทำงาน (แบบไร้ประสิทธิภาพ) ต่อ ฉันจัดการใส่ไวน์ในถังน้ำแข็งก่อนจะหยิบแก้วไวน์ที่ก็มีวางไว้สองแก้วอยู่แล้วมาถือ... ถ้าหมดขั้นตอนนี้ฉันก็จะหมดข้ออ้างที่จะอยู่ต่อแล้ว TOT ทำไงดีล่ะ จะทำยังไงให้ผู้หญิงคนนั้นออกมา...

 

 

ฉันกัดริมฝีปากอย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปล่อยแก้วไวน์ที่อยู่ในมือให้มันร่วงลงไปบนพื้น เสียงแก้วแตกกระจายดังก้องไปทั่วห้อง และเสียงนั้นก็ดังผ่านประตูห้องนอนที่ปิดสนิท...แล้วก็ทำให้คนที่อยู่ในนั้นเปิดประตูก้าวพรวดออกมาทันที

 

 

“มินซู! เกิดอะไรขึ้นน่ะ ฉันได้ยินเสียงแก้วแต...” คำพูดของเธอหยุดอยู่แค่นั้นทันทีที่เธอมองเห็นว่าในห้องไม่ได้มีแค่เธอกับมินซูเท่านั้น และไม่ใช่แค่เธอกับมินซูที่ช็อค ฉันเองก็อึ้งกิมกี่ไปด้วยเช่นกัน เพราะว่า...เพราะว่าเธอคนนั้นคือลีฮโยริน ท็อปไอดอลหญิงอันดับหนึ่งของค่าย EX Entertainment และของเกาหลีด้วย

 

 

นี่มัน...ข่าวใหญ่เลยนี่นา

 

 

ระหว่างที่ทุกคนกำลังอึ้งฉันก็ถือโอกาสนั้นกวาดเศษแก้วยัดใส่ในรถเข็นก่อนจะชิ่งทันที “เอ่อ ขอประทานโทษเรื่องแก้วไวน์นะคะ ฉันจะรีบเอามาเปลี่ยนให้...”

 

 

“เดี๋ยวก่อน” มินซูเรียกไว้ทันทีตอนที่ฉันมุ่งหน้าไปที่ประตู แต่ฉันเดี๋ยวไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดถูกจับได้ขึ้นมาล่ะก็เรื่องใหญ่แน่ ฉันเลยเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นและนั่นก็ทำให้มินซูตัดสินใจกระโจนเข้ามาคว้าไหล่ฉันเอาไว้ “บอกให้หยุดก่อนไง!

 

ฉันพยายามจะสะบัดตัวหนีแต่กลับทำให้เรื่องยิ่งแย่ เพราะกล้องถ่ายรูปที่ซ่อนไว้มันร่วงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นซะงั้น =O= ระหว่างที่ฉันยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกอยู่นั่นเอง มินซูก็เดินไปยกถาดขึ้นแล้วก็เห็นกล้องวิดีโออันจิ๋วของฉันซ่อนอยู่ วินาทีนั้นเองที่ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย เพราะนัยน์ตาสีเทาเข้มของเขาส่องประกายวาววับน่ากลัวราวกับปีศาจขึ้นมาทันใด TTOTT

 

 

“เธอเป็นนักข่าวใช่มั้ย”

 

 

“อ่า...คือว่าฉัน... TTOTT”

 

 

“นั่นสินะ เป็นนักข่าวแน่ล่ะ ถึงได้มีทั้งกล้องวิดีโอและกล้องถ่ายรูปแบบนี้น่ะ” มินซูพูดเสียงเย็นเยียบโดยที่ยังไม่ปล่อยมือจากแขนฉัน กลับบีบแน่นกว่าเก่าอีก “ฮโยริน เข้าไปรอข้างในก่อนนะ”

 

 

ลีฮโยรินพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทิ้งให้ฉันยืนประจันหน้ากับปีศาจแห่งวง Secret-End สองต่อสอง น่ากลัวเป็นบ้าเลยอ่า TTOTT “คุณมินซูคะ คือว่าฉัน...”

 

 

“เธอแอบเข้ามาเหรอ คงไม่ได้เป็นแม่บ้านของที่นี่หรอกใช่มั้ย” เขาพูดเสียงเย็นเยียบโดยไม่สนใจเสียงสั่นๆ ขอความเวทนาของฉันเลยสักนิด “ตั้งใจจะมาสืบเรื่องของฉันสินะ”

 

 

“คือฉัน...”

 

 

“ถ้าฉันเรียกตำรวจตอนนี้เธอคงแย่หน่อยนะ ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุก แอบอ้าง ปลอมตัว ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แล้วก็อื่นๆ อีกมากมายเท่าที่ทนายของฉันจะคิดออก” เขาขัดฉันอีกแล้ว TOT “แบบนั้นคงต้องถูกยึดใบอนุญาต ถูกไล่ออก ติดคุก ถูกประณามไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ จบทั้งอาชีพนักข่าวแล้วก็อนาคตของเธอด้วย ยังสาวแท้ๆ น่าเสียดายนะ” เขาพูดเรื่องน่ากลัวแบบนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและใบหน้าเย็นชาจนน่าตกใจ ฉันรู้สึกว่าตัวเองซีดและแฟบลงเรื่อยๆ เหมือนลูกบอลยางถูกเจาะลม จนกระทั่งเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปากก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ราวกับปีศาจร้าย

 

 

“แต่ถ้าเธอเป็นเด็กดี ยอมทำตามที่ฉันบอก ฉันก็จะปรานีและไม่แจ้งความเอาผิดเธอ”

 

 

“ฉันยอมทำทุกอย่างเลยค่ะ!!

 

 

“อืม ดูท่าเธอจะเข้าใจอะไรง่ายดีนะ” มินซูหัวเราะ...ถึงแม้เสียงหัวเราะของเขาจะฟังดูเย็นเยียบเหมือนเสียงหัวเราะของยมทูต แต่เขาก็ยังหล่อจนหัวใจแทบละลาย ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระตุกวูบตอนที่เขายื่นมือมาเชยปลายคางฉันขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “เธอต้องเหยียบเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ห้ามบอกใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม...และก็ห้ามตามข่าวเรื่องนี้อีกเลยด้วย เธอเข้าใจมั้ย”

 

 

(- -)(_ _)(- -)(_ _)” ฉันพยักหน้าหงึกหงิก และมินซูก็ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะพูดต่อ

 

 

“ข้อสอง” มีข้อสองด้วย TOT “ต่อจากนี้ไปเธอต้องรายงานฉันทุกครั้งที่จะลงข่าวอะไรก็ตาม”

 

 

“วะ...ว่าไงนะ TTOTT

 

 

“ถ้าฉันไม่โอเค ก็ปัดข่าวนั้นลงจากโต๊ะไปตลอดกาลได้เลย” มินซูพูดหน้าตาเฉยราวกับนั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริงๆ มันไม่ธรรมดานะ แบบนั้นไม่ได้เข้าข่ายหลอกลวงหรอกเหรอ ก็นั่นมัน... “เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ฉันจะให้ ‘ข่าว’ กับเธอ”

 

 

=O=

 

 

“ใช่แล้วคุณเหยี่ยวข่าวสาว J เธอจะเป็นนักข่าวประจำตัวฉัน และฉันก็จะเป็นสายข่าวให้เธอเอง” มินซูพูดพลางหัวเราะด้วยน้ำเสียงและแววตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่สุดในโลก TOT ฉันได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนตั้งตัวไม่ติด ตอนที่เขาถอดเอาเมมโมรี่การ์ดจากในกล้องทั้งสองตัวของฉันออกแล้วใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ก่อนจะยื่นกล้องคืนมาให้ฉัน “เก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะครับ...เธอคงไม่อยากให้ใครรู้หรอกใช่มั้ยว่าเธอได้ข่าวมาจากไหนน่ะ”

 

 

“อะ...อ่า...”

 

 

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ ^^

 

 

-------------------------------------------

 

 

3 Years Later…

 

 

และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้เรากลายมาเป็นแบบนี้ -_-; ฉันได้ข่าวเด็ดๆ มากมายจากมินซู โดยที่เขาเองก็ยืมมือฉันทำงานแทนเขามากมาย หลายอย่างที่ฉันทำเอื้อประโยชน์ให้กับเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตอนที่มีข่าวรักสามเส้าของลีเฮซองกับฮันนาบีและปาร์คซึงฮยอน*...เขาก็ใช้ให้ฉันนี่แหละไปสะกดรอยตามฮันนาบีกับลีเฮซองแล้วเก็บภาพของสองคนนั้นตอนกำลังจูบกันมาให้เขา คนที่ช่วยเขากระจายคลิปวิดีโอที่เฮซองชกหน้าซึงฮยอนก็เป็นฉันอีกเหมือนกัน นอกจากนี้พอขยับมาถึงเรื่องของปาร์คซึงฮยอนกับฮันนายุน**...มินซูก็เป็นคนที่สั่งให้ฉันไปคอยตามติดซึงฮยอนแล้วถ่ายรูปตอนที่เขาอยู่กับนายุนไปให้อีกเช่นกัน

 

 

(NOTE* ติดตามเรื่องของลีเฮซองและฮันนาบีได้จากเรื่อง Sexy Beast สเต็ปสุดมันส์สั่นสะเทือนหัวใจนายหมาป่า) ((NOTE** ติดตามเรื่องของปาร์คซึงฮยอนและฮันนายุนได้จากเรื่อง Secret Leader สาวเท้าไฟทลายกำแพงใจราชามาดนิ่ง))

 

 

แน่นอนว่าสมาชิกคนอื่นของ Poison ก็เจอปีศาจวางยาพิษเข้าให้เช่นกัน ทั้งมักเน่ฮันยูซองกับฮวาซุน* ที่มินซูสั่งให้ฉันไปตามประกบเพราะเขามั่นใจว่าสองคนนั้นต้องมีลับลมคมในบางอย่างนอกจากแค่ถ่ายซีรี่ส์ หรือกระต่ายน้อยเชซอนมินกับนักเขียนชื่อดังคิมฮานึล**มินซูก็เป็นนกรู้อีกเช่นเคยว่าจะต้องมี ข่าวเด็ด’ ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนบทสาวกับพระเอกหนุ่มในหนังแน่นอน แล้วก็มีจริงๆ ด้วย -_-; สุดท้ายก็...นกอินทรีปาร์คจองฮวากับดีไซเนอร์สาวปาร์คซังอา*** ขานี้มินซูสั่งให้ฉันบินไปถึงปูซานเลยทีเดียว TTOTT ทำงานนอกสถานที่แต่ไม่เคยได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงเลยสักนิด ถึงฉันจะได้คำชมจากบก.จนแทบจะลอยได้จากภาพสองคนนั้นจูบกันในสวนก็เถอะนะ  

 

 

(NOTE* จากเรื่อง Secret Beast จัดฉากรักกิ๊กกั๊กหัวใจนายเสือดำ) (NOTE** จากเรื่อง Cutie Beast ขีดเขียนหัวใจให้รู้ว่ารักนาย...เจ้าชายกระต่ายป่า) (NOTE*** จากเรื่อง Charisma Beast ดีไซน์หัวใจให้พบรักนาย...คุณชายนกอินทรี)

 

 

ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ ยังมีอีกมากมายที่ไล่ไม่หมดเลยทีเดียว มีหลายคนที่เจอข่าวที่ฉันได้มาจากมินซูแล้วก็เจ็บหนักไปเลยทีเดียว สรุปแล้วหมอนั่นเป็นคนเบื้องหลังที่ไม่รู้ทำไมถึงได้แสนรู้เรื่องของคนอื่นได้ขนาดนี้ ส่วนฉันเป็นคนที่ต้องทำงานสกปรก TTOTT จริงๆ จะพูดว่าความสำเร็จของ Secret-End มีฉันเป็นผู้สนับสนุนอยู่ส่วนนึงก็ได้ เพราะข่าวของฉันก็มีส่วนช่วยให้พวกเขาดังเป็นพลุแตกแบบนี้นะ TT^TT แล้วทำไมนายปีศาจนั่นถึงชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อยเลยก็ไม่รู้

 

 

เราได้เจอกันหลายครั้ง…ฉันก็เลยพอรู้เรื่องส่วนตัวของเขามาบ้าง ตอนที่เขาอธิบายให้ฉันฟังแบบย่อๆ ถึงความสัมพันธ์ของเขากับลีฮโยริน…นักร้องสาวสุดฮอตคนนั้น ว่าพวกเขาต้องเก็บมันไว้เป็นความลับมาตลอดแม้กระทั่งคนในวงก็ยังไม่รู้ คนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงปาร์คซึงฮยอน ลีดเดอร์ของวงและเพื่อนสนิทของมินซูเท่านั้น และมินซูก็มั่นใจว่าซึงฮยอนไม่มีทางปริปากเรื่องนี้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้นความลับของเขาจึงปลอดภัย…ตราบใดที่ฉันไม่พูดมันออกไปน่ะนะ

 

 

ตอนแรกฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะปิดปากเงียบไปตลอดชีวิต แต่พอได้รู้จักผู้ชายคนนั้นมากขึ้น นิสัยชั่วร้ายดั้งเดิมของเขาก็เริ่มออกลายมากขึ้นทุกทีจนอยากจะบีบคอฆ่าทิ้งให้ตายคามือวันละหลายรอบเลยทีเดียว =_=^^^ จองมินซูเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมา และก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ร้ายกาจจนน่าโมโหที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาเช่นกัน!! ทั้งหลงตัวเอง ขี้แกล้ง เอาแต่ใจ เจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ฉลาดแกมโกง แล้วที่น่าโมโหที่สุดคือ เขาหล่อและมีความสามารถมากพอจะทำเรื่องแบบนั้นได้หน้าตาเฉยนี่สิ -_-^^ (พ่ายแพ้)

 

 

หมอนั่นขยันสร้างข่าวได้ทุกวันแถมยังไม่เคยลืมโทรบอกฉันล่วงหน้าทุกครั้งอีก แต่คงมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขาขยันเป็นข่าวแบบนั้นก็เพื่ออะไร...ถึงเขาไม่เคยบอกแต่เหตุผลมันก็ชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้ว ว่าจองมินซูต้องการจะเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมไปทางผู้หญิงพวกนั้น แทนที่จะมองเห็นความจริงว่าคนที่เขารักก็คือลีฮโยรินเพียงคนเดียวเท่านั้น...พวกเขาเล่นละครต่อหน้าทุกคนมาโดยตลอด มินซูสวมบทศิลปินจอมเจ้าชู้เจ้าคารม ส่วนฮโยรินก็เป็นราชินีแห่งวงการเพลง...ที่ไม่เคยมีข่าวกับใครที่ไหนมาก่อน เธอทั้งเพียบพร้อมและสมบูรณ์จนหาข้อติไม่ได้เลย...

 

 

เวลาสองคนนั้นยืนอยู่ด้วยกัน...พวกเขาดูดีและเหมาะสมกันราวกับภาพวาด... แต่กลับไม่เคยมีรูปถ่ายด้วยกันเลยสักใบ นอกจากรูปที่ฉันถ่ายไว้คืนนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์แปลกประหลาดของฉันกับเขาเท่านั้น และเขาก็เป็นคนเก็บมันเอาไว้เองด้วย

 

 

ฉันถอนหายใจยาวหลังจากเดินมาถึงรถและก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยเรียบร้อยแล้ว พูดกันตามจริงฉันไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้เดินเข้าออกแมนชั่นสุดหรูของศิลปินที่ดังที่สุดในเกาหลีในขณะนี้อย่างจองมินซู... พูดยังงี้ดูน่าอิจฉาใช่มั้ยล่ะ T_T อยากจะคิดว่าตัวเองน่าอิจฉาอยู่เหมือนกัน แต่พอนึกถึงรอยยิ้มเย้ยหยันกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของหมอนั่นเวลากลั่นแกล้งฉันได้แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองน่าเวทนาขึ้นมาเสียเฉยๆ เขาชอบรังแกฉันยังกะเป็นข้าทาสบริวารที่เขาจะทำยังไงก็ได้ แน่ละ เขาทำได้แน่เพราะเขากุมชะตาชีวิตฉันเอาไว้ในมือน่ะนะ TT_TT

 

 

คอยก่อนเถอะจองมินซู...อย่าให้ถึงตาของควอนอึนเฮได้แก้แค้นบ้างก็แล้วกัน!! =[]=^^

 

 

[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม

 

 

เปิดตัวนางเอกแว้ววววววววว >O<!! ใครชอบอย่าลืมเม้นนะจ๊ะ อิอิ ^^ ตอนแรกยาวสะใจเลยชิมิชิมิ?

ปกเสร็จแล้วด้วย อู้ววววว >3< หล่อมากขอบอกกกกกก >///< ถ้าเม้นกันเยอะๆ จะเอามาอัพให้ดูนะจ๊ะ~

 

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

460 ความคิดเห็น

  1. #123 รักเจ้าหญิง (จากตอนที่ 2)
    24 ต.ค. 54 / 12:46 น.
    ชอบมากกกกกก มินซู กรี๊ดๆ
    #123
    0
  2. #122 NoNAME (จากตอนที่ 2)
    9 ต.ค. 54 / 15:17 น.
    ชอบม้ากก^0^ ''
    #122
    0
  3. #121 firstforfun1 (จากตอนที่ 2)
    10 ก.ย. 54 / 12:10 น.
    มินซู!!
    #121
    0
  4. #120 pimsiri (จากตอนที่ 2)
    9 ก.ย. 54 / 17:58 น.
    หนุกอะอยากอ่านต่ออะ
    #120
    0
  5. #119 iLOveTVXQ kami (จากตอนที่ 2)
    9 ก.ย. 54 / 14:53 น.

    นางเอกน่ารักน่าเเกล้งมากๆอ่ะ>3<

    #119
    0
  6. #118 taetae2540 (จากตอนที่ 2)
    3 ก.ย. 54 / 18:54 น.
    อยากเห็นปก(มาก) -.,-
    #118
    0
  7. #117 `{ bummz .★ (จากตอนที่ 2)
    26 ส.ค. 54 / 18:08 น.

    แว้กกกกกกกกกก ! รอปกนะคะ > <'
    โอ้วววว รอรอรอออ จะซื้อให้ได้เล้ยเล่มเน้ -3-

    #117
    0
  8. #116 starmcherry (จากตอนที่ 2)
    25 ส.ค. 54 / 19:14 น.

    รอดูหน้าปกอยู่นะคะพี่อาย  กรี๊ดดดดดดด!!!!!!!!!

    #116
    0
  9. #115 กวาง (จากตอนที่ 2)
    25 ส.ค. 54 / 19:13 น.
    มินซูกับแฟนมาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง อย่างนี้แฟนของมินซูก็คงไม่ใช่คนดีมากมาย

    เพราะสามารถคบผู้ชายทีละหลายคนได้
    #115
    0
  10. #114 Silverleaf (จากตอนที่ 2)
    14 ส.ค. 54 / 21:27 น.
    ตอนนี้ยาวได้ใจมากเลยค่ะ


    เรื่องนี้ท่าจะมันส์มากกกกกกกกกกกก

    จองมินซูเป็นพระเอกที่ร้าย เจ้าเล่ห์ และฉลาดแกมโกงที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยค่ะ
    สุดยอดไปเลย จองมินซู!
    #114
    0
  11. #113 M h a i .. (จากตอนที่ 2)
    14 ส.ค. 54 / 11:24 น.
    รักพี่อายจัง >
    #113
    0
  12. #112 ~PrInCeSsMeLoDy~ (จากตอนที่ 2)
    13 ส.ค. 54 / 19:19 น.
    กี๊สสสๆๆ อยากเห็นปกค่ะ :'3
    #112
    0
  13. #111 niecekiku (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 23:37 น.
    รักและหลงทั้งพระเอกนางเอกมากๆ เลย

    อัพต่อเร็วๆ นะค้า >O
    #111
    0
  14. #110 I'm Say (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 21:28 น.
    เห็นแค่ชื่อนางเอกก็รักแล้ว(เกี่ยวไม่เนี้ย)

    แต่จะคอยติดตามนะคะ
    #110
    0
  15. #109 NoName (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 20:39 น.
    รออยู่นะค่ะ ^^
    #109
    0
  16. #108 kurojiro (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 20:39 น.
    มาอัพอีกนะ ^O^
    #108
    0
  17. #107 nutty (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 20:28 น.
    รอบนี้พล็อตเรื่องสนุกเว่อร์อ่ะ><

    จะรอเป็นเล่มนะคะ^^
    #107
    0
  18. #106 seadiary (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 20:17 น.
    ชอบแนวนี่อ่ะ พี่อายๆ ชอบให้นางเอกรักพระเอกก่อน ดราม่า ดี 555 เอาปกลงเร็วน้าๆๆๆ
    #106
    0
  19. #105 Cupcake (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 13:28 น.
    กรี๊ด! มีแฟนแล้วเหรอมินซู

    แล้วอึนเฮจะทำไงเนี่ย =_=
    #105
    0
  20. #104 Lentas (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 10:12 น.
     สนุกมากเลยค่ะพี่อาย อดใจรออ่านเต็มๆ ไม่ไหวเเล้วววว >_ #104
    0
  21. #103 new12978 (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 09:46 น.
    หนุกอ่าค่ะ ชอบทุกเรื่องของเจ้าหญิงเลย
    #103
    0
  22. #102 vajaเพลิน (จากตอนที่ 2)
    12 ส.ค. 54 / 08:25 น.
    สนุกมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ นะคะ
    #102
    0
  23. #101 kurojiro (จากตอนที่ 2)
    11 ส.ค. 54 / 21:23 น.
    สนุกมากๆเลยค่ะ เดี๋ยวจะรอซื้อ
    #101
    0
  24. #100 Trumpet_haha (จากตอนที่ 2)
    11 ส.ค. 54 / 21:08 น.
     up up!!! ><
    #100
    0
  25. #99 OJM (จากตอนที่ 2)
    11 ส.ค. 54 / 20:40 น.
    แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปเนี่ย -_-;;



    อยากเห็นปกอ่ะพี่อายยย >
    #99
    0