One Night Stand [ตีพิมพ์กับสนพ.แจ่มใสแนว JLS+]

ตอนที่ 8 : เจ้าของรอยจูบนั้น...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    15 มี.ค. 62



บทที่ 8 : เกล

เจ้าของรอยจูบนั้น...






“ที่รัก โอเครึเปล่า” 


เสียงของทอยปลุกฉันให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ ฉันกะพริบตาสองสามทีก่อนจะนั่งนิ่งอยู่สักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเขาพาฉันมาถึงหน้าคณะเรียบร้อยแล้ว จริงสิ เมื่อเช้าทอยไปรับฉันที่บ้านนี่นา...


เพราะว่าเมื่อคืนตอนทอยรับฉันจากสถานีตำรวจไปส่งบ้าน แม่ที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องของฉันก็คร่ำครวญฝากฝังให้ทอยช่วยดูแลฉันให้ดียิ่งกว่าทุกที ได้ยินคร่าวๆ ประมาณว่าฉันในตอนนี้สภาพจิตใจเปราะบางอ่อนไหว เป็น ‘สาวน้อยที่กำลังโศกเศร้าเพราะเพิ่งสูญเสียเพื่อนสนิทที่สุดไป’ แม่เลยกลัวว่าฉันจะคิดสั้นหรือทำอะไรลงไปโดยไม่มีสติ


และแน่นอนว่าทอยที่ไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ก็รับคำแม่ฉันเป็นมั่นเป็นเหมาะ เหมือนที่เขาทำมาตลอดนั่นแหละ


“เค้าโอเค... แค่ยังไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง”


“นั่นสินะ ใครจะไปคิดว่าอย่างควีนจะจากไปแบบนั้น” ทอยพึมพำพลางยื่นมือมาลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน ก่อนจะถามคำถามที่ฉันไม่ทันได้คาดคิดในจังหวะที่ไม่ทันตั้งตัว “แล้ว...ตำรวจเขาว่าไงบ้างล่ะ”


“…ก็ไม่อะไรมาก เค้าก็ถามว่าคืนก่อนหน้านั้นเราไปไหนกันมา แยกกันตอนไหน ควีนคุยกับใครเจอกับใครบ้าง แล้วก็...ใครกันที่น่าจะมีความแค้นกับควีน”


ทอยนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ “แล้วตำรวจเขามีผู้ต้องสงสัยในใจแล้วหรือยัง”


คำว่าผู้ต้องสงสัยทำให้ฉันนึกถึงพะแพงขึ้นมา ดูจากการที่เธอบุกมาโวยวายถึงที่บ้านฉันเมื่อคืนนี้ ท่าทางตอนผู้หมวดออยสอบปากคำเธอคงจะแตกต่างจากตอนที่คุยกับฉันอยู่ไม่น้อย และแววตาตื่นตระหนกของเธอก็บอกให้รู้ว่าเธอจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้เลยจริงๆ คล้ายกับว่าความทรงจำขาดหายไปตั้งแต่ก่อนหน้าที่เธอจะทะเลาะกับควีน


แต่ไม่ใช่แค่พะแพงคนเดียว...เพราะฉันเองก็มีช่วงเวลาที่หายไปเช่นกัน แต่เรื่องนั้นจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด


“ไม่รู้สิ ถึงมีตำรวจก็คงไม่มาบอกเค้าหรอก”


“แต่ถึงยังไงเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเกลอยู่ดี เพราะคืนนั้นเกลอยู่กับเค้าทั้งคืนอยู่แล้วจริงมั้ย” ทอยยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาจูบฉันเบาๆ ที่ริมฝีปาก ที่เขากล้าทำอย่างนี้ทั้งที่จอดอยู่หน้าคณะก็เพราะมั่นใจในฟิล์มราคาแพงที่ติดกระจกรถรอบด้านอยู่


ส่วนฉันนั้นไม่มั่นใจเลย...ว่าสิ่งที่เขาพูดมันคือเรื่องจริงหรือเปล่า แต่จะจริงหรือไม่มันก็เป็น ‘ความจริง’ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดแล้วล่ะ 


เพราะถ้าฉันให้การกับตำรวจว่าจำอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่ช่วงตีหนึ่งไปจนถึงแปดโมงเช้า...มันคงดูไม่ดีสักเท่าไหร่หรอก 


บอกว่าเมาอยู่ห้องแฟนจนถึงเช้าฟังดูดีกว่าตั้งเยอะ


“…อื้อ นั่นสินะ”


“รีบไปเรียนเถอะ วันนี้มีควิซไม่ใช่หรือไง” ทอยถอยห่างไปเล็กน้อยพลางก้มมองนาฬิกา Patek Philippe Aquanaut 18kt Rose Gold เรือนหรูของเขา “แล้วเย็นนี้จะกลับกี่โมงก็โทรหาเค้านะ”





—————




 

สิ่งที่ยากกว่าการโกหกต่อหน้าตำรวจก็คือการเดินเข้าไปนั่งในห้องเลกเชอร์โดยมีสายตาของทุกคนจับจ้องมองมานี่แหละ ฉันรู้ว่าทุกคนอยากเดินเข้ามาถามใจจะขาดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะตั้งแต่เมื่อวานทวิตเตอร์ก็แทบระเบิดไปด้วยข่าวของควีน กับแฮชแท็ก #GoodbyeMyQueen ที่กลายเป็นกระแสจนติดเทรนด์ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว 


สำหรับทุกคนในตอนนี้ ฉันก็คือสิ่งที่ใครๆ เรียกกันว่า ‘วงใน’ ที่น่าจะรู้เรื่องคดีของควีนมากที่สุด ต้นเหตุเป็นเพราะข่าวเรื่องที่ว่าฉันเป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปยืนยันศพควีนมันหลุดออกไป คนทั้งในและนอกคณะก็เลยพากันมาให้ความสนใจฉันกันใหญ่


แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รับรู้ได้ว่าสายตาของคนส่วนใหญ่มีความเห็นอกเห็นใจเจือมากับความอยากรู้อยากเห็นด้วย ซึ่งก็คงไม่แปลก เพราะตอนนี้หน้าตาฉันน่าจะบวมช้ำไม่น้อยจากการร้องไห้จนนอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืน 


การไม่มีควีนอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมาไม่เคยมีสักวันที่ไม่มีเธอ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่มีส่วนหนึ่งของฉันหายไป...หายไปแบบไม่มีวันกลับ 


และอาจไม่มีวันได้คืนกลับมา จนกว่าฉันจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับควีนกันแน่





 

‘น้องเกล...ที่บอกว่ารู้ตัวฆาตกรแล้วหมายความว่ายังไงจ๊ะ’ 


‘…ขอโทษค่ะ หนูใช้คำพูดผิดไปหน่อย หนูไม่ได้ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างนั้น... 


‘ไม่เป็นไรจ้ะ พูดมาได้เลย อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเรื่องคืนนั้น ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ช่วยบอกพี่มาทีว่านึกอะไรออกบ้าง’


‘คืนนั้นพวกเราไปเที่ยวที่ Hype ทองหล่อเพราะเป็น Lady Night ค่ะ ทอย...แฟนหนูเป็นคนไปส่ง แล้วเขาก็แยกไปเที่ยวกับเพื่อนตัวเองต่อ ควีนกับพะแพงเดินไปทั่วร้านตามปกติ สองคนนั้นเค้าชอบไปเต้นไปชนแก้วกับคนอื่นๆ น่ะค่ะ ส่วนใหญ่หนูก็อยู่เฝ้าโต๊ะ...แล้วตอนประมาณห้าทุ่ม หนูไม่แน่ใจว่ากี่โมง...


‘คร่าวๆ ก็ได้จ้ะ’ 


‘ค่ะ คือควีนเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วก็ลากหนูไป บอกว่าจะพาไปเจอเพื่อนสักคนที่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่ยังไปไม่ถึงไหนก็มีคนส่งรูปมาให้เธอซะก่อน’


‘รูปอะไรจ๊ะ’ 


‘รูปของเอเธนส์ แฟนเก่าของควีนกำลังจูบกับพะแพง...


‘พะแพง เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในกลุ่มของพวกน้องเหรอ’


‘ค่ะ คือควีนยังตัดใจจากเอเธนส์ไม่ได้ เธอก็เลยโกรธมาก...นั่นคงเป็นสาเหตุทำให้สองคนทะเลาะกันอยู่ที่หน้าผับ’ 


‘ตอนนี้รูปนั้นอยู่ที่ไหน ควีนได้ส่งให้หนูมั้ย’


‘…เปล่าค่ะ’


‘แล้วหนูพอจะรู้มั้ยว่าตอนนี้โทรศัพท์ของควีนอยู่ที่ไหน’ 


‘…’


‘น้องเกล?’


‘…ไม่รู้เลยค่ะ’ 





ฉันพยายามนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้นมาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ไม่ว่าจะคิดจนหัวแทบแตกก็เรียงลำดับเหตุการณ์แทบไม่ได้ ไม่รู้ว่าอันไหนเกิดก่อน อันไหนเกิดหลัง...และอันไหนที่เป็นความจริง 


ฉันจำได้ว่าคืนนั้นหลังจากดื่มเหล้าอยู่กับอาร์เจได้สักพักก็เริ่มเป็นห่วงเลยออกไปตามหาควีน แล้วก็เลยเห็นควีนกับพะแพงทะเลาะกันพอดี แล้วหลังจากนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ควีนก็เอาโทรศัพท์มือถือของเธอมาให้ฉัน ตอนไหนกันนะ แล้วให้ทำไมกัน...


ทว่าถึงจะจำอะไรไม่ได้ก็มีอย่างหนึ่งที่ฉันมั่นใจ นั่นคือฉันจะให้ใครเอามือถือเครื่องนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด หรือถ้าจะพูดให้ถูก...ก็คือไม่สามารถให้ใครเห็นสิ่งที่อยู่ ’ในนั้น’ ได้ 


แต่ไม่เป็นไร ถ้าฉันไม่บอกใคร ก็จะไม่มีใครรู้...


และมันก็จะเป็นแค่ความลับของฉันกับควีนตลอดไป






‘จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี อย่าลืมซะล่ะเกล’



...


“…!?!”


ฉันชะงักมือที่กำลังขีดๆ เขี่ยๆ จดโน้ตตามอาจารย์ที่ยืนอยู่บนโพเดียมหน้าโปรเจกเตอร์ เมื่อจู่ๆ เสียงของใครสักคนก็ดังขึ้นมาในหัว เสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันไม่รู้จัก ไม่ใช่ทั้งทอยแล้วก็อาร์เจ...แต่เป็นคนอื่น


คนที่อยู่ด้วยกันกับฉันในช่วงเวลาที่ความทรงจำขาดหายไป...​ ใช่แล้ว เขากระซิบที่ข้างหูฉัน น้ำเสียงแหบเซ็กซี่เย้ายวน กับสัมผัสร้อนจัดจนแทบละลาย...แบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และแน่นอนว่าฉันไม่มีวันลืมวิธีที่ฝ่ามือร้อนจัดของเขาลูบไล้ปลุกเร้าอย่างช่ำชองจนความปรารถนายากจะต้านทานแผ่ซ่านไปทั่วร่าง...

...

...

...


(เซ็นเซอร์เลิฟซีนเพื่อไม่ให้ผิดกฏเว็บค่ะ กรุณาติดตามอ่านในเล่มนะคะ~)


ราวกับอยากจะขย้ำฉันให้สยบอยู่ใต้ร่างเขา


และย้ำให้ฉันจดจำความรู้สึกนั้นไว้ตลอดไปจริงๆ...







——————






วันต่อมา  


งานศพของควีนถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่วัดใกล้กับมหาวิทยาลัย ทำให้แขกส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากม.เรา ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะควีนก็ถือเป็นคนดัง มีแต่คนรักเธอ ใครๆ ก็อยากมาบอกลาเธอเป็นครั้งสุดท้ายอยู่แล้ว แต่โลงที่ตั้งอยู่ในงานให้ทุกคนเข้าไปเคารพศพนั้นเป็นเพียงโลงเปล่า...เพราะการชันสูตรศพควีนของไม่เสร็จสิ้นนั่นเอง 


นอกจากนักศึกษาแล้วก็ยังมีเพื่อนๆ จากสมัยม.ปลายมากันบ้างประปราย แล้วก็คิดว่าน่าจะมีตำรวจปะปนมาด้วย ส่วนที่ยืนอยู่รอบนอกเข้ามาในงานไม่ได้ก็คือเหล่านักข่าวนั่นเอง...เพราะการตายของควีนเป็นที่สนใจของประชาชนไม่น้อย แต่ตำรวจยังไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรมาก ทำให้นักข่าวต้องมาตามหาสกู๊ปเด็ดเอาจากคนที่ยังอยู่แบบน้ี


“เกล เป็นไงบ้าง เสียใจด้วยนะเรื่องควีน...” 


บางคนที่เคยเรียนด้วยกันและรู้จักกันก็มีแวะเข้ามาแสดงความเสียใจบ้าง และฉันก็ทำได้แค่ฝืนยิ้มรับแล้วกล่าวขอบคุณสั้นๆ เพราะทุกครั้งที่มีคนเข้ามาพูดแบบนี้ก็เหมือนการตอกเข็มอัดความจริงที่ว่าควีนไม่อยู่แล้วเข้ามาในหัวใจฉันลึกขึ้นเรื่อยๆ 


ไม่เคยคิดเลย...ว่าวันหนึ่งจะได้เลือกรูปถ่ายหน้าศพให้ควีนจริงๆ 


ฉันมองดูรูปของควีนที่กำลังส่งยิ้มสดใสราวพระอาทิตย์มาจากในรูปซึ่งฉันเป็นคนเลือกแล้วส่งไปให้คุณป้าของควีนที่ไม่มีรูปเธอเก็บไว้เลยสักใบ รูปนี้เป็นรูปที่ฉันชอบที่สุด และเธอเองก็ยังเคยตั้งรูปนี้เป็นรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กทีนึงด้วย ก็คงชอบอยู่ล่ะมั้ง หวังว่าเธอจะมองมาจากบนฟ้าแล้วไม่โมโหฉันนะที่เลือกรูปนี้


“แต่ทำไมญาติๆ ของควีนไม่เห็นมากันเลยล่ะ” 


“นั่นสิ เห็นในทวิตเตอร์บอกว่าญาติควีนที่ตำรวจติดต่อได้ก็มีแค่ป้าเท่านั้นเอง” 


“เคยได้ยินว่าพ่อของควีนเป็นนักธุรกิจใหญ่นี่นา หรือว่าอยู่ต่างประเทศนะ?”


ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังมาจากด้านหลังช่วงก่อนพิธีจะเริ่ม แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าควีนบอกกับทุกคนอย่างนั้น ตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยมา...เมื่อฉันถามว่าทำไมเธอถึงต้องโกหก ควีนก็เพียงแต่หัวเราะแล้วตอบมาว่า 


‘ก็แบบนี้มันสะดวกกว่านี่นา’


แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะเธอไม่อยากเล่าถึงอดีตของตัวเองให้คนที่ไม่ได้สนิทกันฟังก็ได้ เพราะตอนม.ปลาย กว่าเธอจะยอมตอบฉันว่าทำไมถึงขาดเรียนไปดื้อๆ ตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ...ก็ต้องถามกันอยู่นานเลย 


และเธอก็ตอบเพียงสั้นๆ ด้วยสีหน้าเฉยชาว่าต้องไปเตรียมงานศพแม่ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย หลังจากนั้นก็ไม่พูดถึงมันอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงน่าจะไม่มีใครอื่นรู้เรื่องนี้อีกแล้วนอกจากฉัน


เสียงสวดพระอภิธรรมศพทำให้ฉันรู้สึกหัวใจหนักอึ้ง วันนี้ฉันมาคนเดียวเพราะทอยติดธุระกับที่บ้านเลยมาด้วยไม่ได้ อาจเพราะนั่งอยู่คนเดียวด้วย เลยยิ่งสัมผัสได้ถึงความเดียวดายอย่างแท้จริง ฉันเพิ่งรู้สึกชัดๆ ก็ตอนนี้เอง ว่าในชีวิตฉันมีควีนอยู่ข้างๆ มาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เธอเลือกฉันเป็นเพื่อนสนิท


และในงานนี้ก็ไม่มีใครเลยที่รู้จักควีนจริงๆ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในแบบที่ฉันรู้จัก


“เกล จะกลับยังไงเหรอ หรือว่าทอยจะมารับ?”


เพื่อนในคณะหันมาถามหลังจากพิธีจบลงและแขกในงานก็เริ่มทยอยกันออก มีเสียงอื้ออึงของนักข่าวที่พยายามจะสัมภาษณ์เพื่อนๆ ของควีนดังแว่วมา บางคนก็ดีใจที่จะได้ออกสื่อ ส่วนบางคนก็ก้มหัวงุดๆ เดินหนี ถ้าฉันออกไปจะโดนรุมมั้ยนะ...ยังไงซะสื่อก็รู้จักหน้าค่าตาของฉันแล้ว เพราะเป็นคนที่ไปยืนยันศพที่โรงพยาบาล แถมนามสกุลยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ดีมหาเศรษฐีเก่าอีกต่างหาก


“อืม เรียกทอยมารับดีกว่า” ฉันตอบเพื่อนก่อนจะหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า ตั้งใจจะกดโทรหาทอย ตอนที่เหลือบมองไปเห็นบางอย่าง ไม่สิ บางคน...คนที่นั่งก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่ตรงมุมสุดของงานแทบจะกลืนหายไปกับฉากหลัง ที่ฉันไม่ได้สังเกตเห็นเขาตั้งแต่ทีแรกอาจเป็นเพราะเขาสวมแจ็กเก็ตสีขาวมีฮู้ดคลุมปิดหน้าจนแทบมองไม่เห็น แถมเขายังนั่งอยู่ข้างหลังตลอดไม่ได้ออกไปเคารพศพด้วย


อะไรบางอย่างทำให้ฉันมองผ่านเลยไปไม่ได้ ไม่รู้เป็นเพราะบรรยากาศและท่าทางของเขาดูเศร้าสร้อยยิ่งกว่าทุกๆ คนในงานรวมกัน หรือเพราะรู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูกกันแน่


เด็กในมอเราเหรอ ไม่น่าใช่ ดูไม่เหมือนคนที่จะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเราเลย แถมไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษามาด้วย...แต่ฉันมั่นใจมากว่าเคยเห็นเขาที่ไหนสักแห่ง แต่ที่ไหนกันล่ะ...


ที่ไหน...


‘…ไปที่ห้องผมมั้ยล่ะ’ 


จู่ๆ ก็มีเสียงและภาพใบหน้าเลือนรางของผู้ชายคนหนึ่งแวบเข้ามาในหัว นี่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเจ็ดชั่วโมงที่ขาดหายไป... 


หรือว่าผู้ชายสวมฮู้ดสีขาวคนนั้นจะอยู่ในนั้นด้วย? 


ความบังเอิญที่ไม่รู้ว่าใครจงใจให้เกิดทำให้หัวใจฉันพลันเต้นถี่รัวขึ้นมา ฉันจองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ในหัวคิดว่าควรจะเข้าไปทักเขาหรือว่าปล่อยให้เขาจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วลืมเรื่องคืนนั้นไปซะ...ลืมว่าเราเคยมีคืนที่ร้อนแรงด้วยกัน 


ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ ผู้ชายสวมฮู้ดสีขาวคนนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกศาลาเสียก่อน และสองขาของฉันก็ออกเดินตามเขาไปโดยอัตโนมัติ ลืมไปเลยว่าที่ด้านนอกมีกลุ่มนักข่าวยืนรออยู่ 


“คุณเกวลิน รบกวนขอสัมภาษณ์หน่อยครับ!”


“ทางนี้ครับ! คุณเกวลินเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายใช่มั้ยครับ พอทราบมั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น”


“ปมสังหารคืออะไรครับ เป็นเรื่องหึงหวงหรือเปล่า” 


“ใครเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งตอนนี้หรือคะ ทางตำรวจกำลังสืบสวนไปในทิศทางไหน...”


ไมค์และเครื่องอัดเทปมากมายจากสื่อหลายช่องหลายหัวถูกยื่นมาจ่อตรงหน้าฉัน พร้อมๆ กับกองทัพนักข่าวที่พุ่งเข้ามาล้อมกรอบฉันจนถอยหนีไปไหนไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงการไล่ตามผู้ชายคนนั้นไป และคำถามที่ถูกยิงใส่ไม่ยั้งก็ทำให้สมองฉันแบลงค์ไปเลย 


“…ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีอะไรจะพูด” 


“นิดนึงครับ”


“ทางนี้ค่ะ!”


“คิดว่าทำไมผู้ตายจึงถูกฆ่าครับ” 


“ผู้ตายมีความแค้นกับใครหรือเปล่า” 


“…ไม่มี…” ฉันส่ายหน้าแต่พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ทนความกดดันขนาดนี้ได้ยังไง...อยากจะขอให้ใครเข้ามาช่วย ถ้าเป็นพะแพงก็คงจะตัดบทแล้วพาฉันฝ่าวงล้อมออกไปได้ทันที แต่วันนี้พะแพงก็ไม่อยู่ และถึงอยู่...เธอก็คงไม่คิดจะช่วยเพื่อนที่เอาเรื่องเธอไปฟ้องตำรวจอย่างฉันหรอกมั้ง 


หรือถ้าเป็นควีน เธอคงสยบนักข่าวทุกคนได้ด้วยรอยยิ้มฟาดๆ เพียงอย่างเดียว เพียงแค่เอ่ยปาก...ทุกคนก็พร้อมจะเปิดทางให้เธอเสมอ 


“ขอโทษนะครับ! ขอทางด้วยครับ! อย่าดันนะครับ!” 


เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นมาปลุกฉันที่สติหลุดลอยไปที่อื่นให้กลับมาใหม่ เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากนั้นก็มีมือของใครคนหนึ่งยื่นมาคว้ามือฉันเอาไว้ 


มือใหญ่ที่กุมมือฉันไว้จนมิด ชวนให้รู้สึกว่าเขาสามารถปกป้องฉันได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 


“ขออนุญาตนะครับ เปิดทางด้วย”


“พวกเราขอสัมภาษณ์นิดนึงครับ นิดเดียวก็ได้ ห้านาที...”


“บอกให้ถอยไปไง! พวกคุณอยากได้อะไรจากเด็กผู้หญิงที่เพิ่งเสียเพื่อนไปกันแน่ ถ้าเป็นเรื่องความคืบหน้าของคดีแนะนำให้ถามจากตำรวจนะครับ ในงานก็มากันหลายคน ตามหากันเอาเองนะ”


เขาไม่ได้ตะโกนหรือตะคอก แต่พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ดังพอให้นักข่าวทุกคนได้ยิน จากนั้นจึงถือโอกาสที่ทุกคนกำลังตกใจ จูงมือฉันเดินแหวกฝูงนักข่าวออกมาข้างนอก 


แม้แต่ฉันเองก็ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนเผลอปล่อยให้เขาจูงมือเดินออกมาไกลจนถึงลานจอดรถ ถึงได้สติแล้วร้องบอกเขา 


“คุณ! เดี๋ยวก่อน...”


“รีบขึ้นรถก่อนเถอะ เดี๋ยวนักข่าวก็ตามมาอีกหรอก”


“แล้วคุณเป็นใคร จะพาฉันไปไหน” 


คราวนี้เขาหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉัน ด้วยแววตากึ่งประหลาดใจกึ่งเอือมระอา 


“ทำไมถามแบบนั้น เมื่อกี้เธอก็จำฉันได้ไม่ใช่เหรอ ถึงได้เดินตามออกมาน่ะ”


“…!?” แปลว่าเขาเห็นตอนฉันลุกตามเขาไปเหรอ เลยกลับมาช่วยฉันไว้จากนักข่าวสินะ “ฉัน...คิดว่าจำได้แต่ก็จำไม่ได้...ก็เลยตั้งใจว่าจะไปถาม”


“เหรอ จำได้ว่าอะไรบ้างล่ะ” เขาหยักยิ้มมุมปากเหมือนกำลังสนุก และขณะที่ฉันพยายามเค้นสมองหาคำตอบมาให้เขา...เขาก็ยื่นมือมาทางฉัน ก่อนจะแตะปลายนิ้วเรียวตรงบริเวณใต้ไหปลาร้า...ส่งสัมผัสที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าไปทั่วร่างฉัน ทั้งที่ยังมีเสื้อผ้ากั้นกลางไม่ได้สัมผัสผิวเนื้อโดยตรง 


ราวกับร่างกายฉันยังจำได้ดีว่ามันเคยถูกใครลิ้มลองมาก่อน 


“ใบ้ให้ก็ได้...ฉันเป็นเจ้าของคิสมาร์กที่อยู่ตรงนี้ แล้วก็น่าจะอีกหลายๆ ที่ด้วย”


“...!?!”


“นึกออกหรือยัง...หรือว่าอยากให้เล่าต่ออีก?” เขาเลื่อนมือขึ้นมาเชยปลายคางฉันที่กำลังช็อกกับความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาราวกับปลายนิ้วของเขาคือสิ่งเร้า ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบต่ำเซ็กซี่เย้ายวนใจ...แบบเดียวกับเมื่อคืนนั้น 


“บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้จำให้ดีน่ะ…”






[[ To Be Continued ]] 

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม & ใบสน 





สวัสดีวันศุกร์ค่ะ มาอัพตอนใหม่ตามสัญญาาาาาา 

ขอบคุณทุกคนที่คอมเม้นต์เข้ามากันนะคะ 

อ่านแล้วแฮปปี้มาก 55555 ชอบความวิเคราะห์จริงจังนี้ 

แต่วันนี้มีตัวละครลับตัวใหม่โผล่มาแล้ว 

สงสัยจะต้องวิเคราะห์กันใหม่อีกรอบนะคะ :P

เกมแจกนิยายยังเปิดอยู่เรื่อยๆ นะค้า คอมเม้นต์กันเข้ามาเลยยยย~

ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

155 ความคิดเห็น

  1. #101 Lolicon^^ (@ployloli-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 11:49
    คิดว่าน่าจะเป็นทอย
    #101
    0
  2. #86 chacoal9 (@chacoall) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 06:22
    ทำไมทอยดูน่าสงสัย???
    #86
    0
  3. #85 sunnyMin9409 (@sunnyMin9409) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:10

    ปักรอออออ
    #85
    0
  4. #84 sunnyMin9409 (@sunnyMin9409) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:09
    ทำไมนานนักล่ะคะ รอน้าาาาาาาา
    #84
    0
  5. #83 yasamin0648 (@yasamin0648) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:54

    มีประเด็นต่างๆ ให้คิดเยอะไปหมด

    1.ใครเป็นคนส่งรูปให้ควีน ส่งเพื่ออะไร?

    2.ใครคือเจ้าของกลิ่นน้ำหอมสดชื่น

    3.ปฏิกิริยาของทอย

    จริงจังไปไหมเนี่ยยย5555555555555

    #83
    0
  6. #82 BellWB (@lalylove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 13:05
    เดาเรื่องไม่ออกเลย สนุกดี ชอบๆ
    #82
    0
  7. #81 PIMDEEPIM (@PIMDEEPIM) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:19
    คิดว่าทอยนะคะมีพิรุธมากๆ ส่วนชายคนนั้นของเกลคือใครนะอยากรู้แล้วตื่นเต้นๆๆ
    #81
    0
  8. #78 hamtaroaee (@hamtaro_aee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:40
    ยังเดาไม่ออกเลย อ่านไปแล้วเริ่มเครียดละ 5555 ในหัวมีแต่ “ใครฆ่าควีนวะ” ถ้าให้เดาเราว่าน่าจะเป็นทอย หรือเปล่าอ่ะ เพราะควีนเคยแหย่ทอย ว่าคืนนี้เกลอาจจะไม่กลับ เลยหึง แล้วปฏิกิริยา ตอนที่เช้าวันถัดมาก่อนจะรู้เรื่องว่าควีนตาย เกลเห็นสายตาอะไรบางอย่างนัยตาของทอยพาดผ่านสายตาไป และเมื่อรู้ว่าควีนตาย ทอยถามเรื่องการให้ปากคำของเกล มีกิริยา แปลกๆนะ
    #78
    0
  9. #76 Lalie (@irischan00) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:26

    รู้สึกว่าเหมือนทุกอย่างคือควีนเซตไว้หมดแล้ว เหมือนรู้แต่แรกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตั้งแต่จองร้าน นัดเพื่อน พูดถึงเรื่องงานศพตัวเองอีก ตอนนี้มีหลายประเด็นมากที่ต้องรออีกสักตอน สองตอน (มั้งคะ555555) เพราะข้อมูลทุกคนตอนนี้น้อยจัด ยังไม่อยากเดาไรมากเลยค่ะกลัวผิดจากที่คิด???? ไว้รออ่านในเล่มให้จบทีเดียวเลยดีมั้ยน้าาา เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ทั้งคู่นะคะ

    #76
    0
  10. #74 De'Vils_Fairy'SeCret (@devils-58) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 20:03

    รู้สึกว่าทอย จะน่าสงสัยขึ้นมา มีความรู้สึกว่าทอยน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 ตอนนี้

    #74
    0
  11. #72 Ktya7 (@Ktya7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:05
    มีความเป็นแนวสืบสวนสอบสวน
    #72
    0
  12. #71 Jamyjii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:01

    เอ่อ นี่คิดว่าทอยเป็นคนฆ่านะ ทอยน่าจะรู้ว่าควีนตั้งใจจะพาเกลไปเจอใครสักคน ซึ่งคนๆนั่นน่าจะเป็นผู้ชายฮูดขาวซึ่งอาจจะสนิทกับควีนมากๆแล้วก็คงจะเป็นคนดีด้วยควีนถึงอยากให้เกลรู้จัก ซึ่งเราคิดว่าทอยอาจจะรู้ว่าเกลไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นซึ่งเป็นผู้ชายคนที่ควีนอยากให้ไปเจอเลยโกรธควีนเผลอทำควีนตกน้ำตายอันนี้เดา เพราะว่าทอยอะไม่ได้อยู่กับเกลจริงๆแต่กลับบอกว่าเกลอยู่กับตัวเองทั้งคืนเพื่อที่จะได้มีพยานว่าตัวเองนอนอยุ่กับแฟนปะ ข้อสงสัยแรกเราคิดว่าควีนรักเพื่อนมากเลยอยากให้เพื่อนเจอกับคนดีๆซึ่งคนนั้นไม่ใช่ทอย 555 หรือข้อสงสัยที่สองคือควีนอาจจะมีความสัมพันธ์อะไรสักอย่างกับทอยเลยพยายามดึงเกลออกไปจากทอย อันนี้คือเดาล้วนๆอะ

    สุดท้ายนิยายสนุกเราคิดว่าต้องหักมุมแน่ๆคิดไม่ตกเลยว่าควีนหนูไปอยู่ในน้ำได้ไงลู้กกก

    #71
    0
  13. #70 วาเลน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:51

    เอ้าาา ทำไมเรารู้สึกผิดกับทอยอ่าาา นี้เดาทางไม่ออกเลย แล้วเกลจะลงเอยกับใครเนี่ยยยยยยย

    #70
    0
  14. #69 Earn's Kingdom (@sweetkimchi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:49

    เพิ่มปมอดีตของควีน + ผู้ชายคนใหม่ที่น่าจะเป็นวันไนท์สแตนด์ของเกลมาอีก โอยยยยย เรียกโคนันมาสิงร่างด่วนๆๆ 55555 ????


    สนุกกกกกกก ติดตามทุกตอนเลย จะติดตามไปเรื่อยๆค่าาา ❤

    #69
    0
  15. #68 TBC.. (@hawksmiled) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:49
    เกลียดความเดาไม่ถูกซักกะอย่างของตัวเองอ่ะ 5555555555555555555555555 สรุปจริงๆแล้วควีนยังไม่ตาย ศพที่เจอไม่ใช่ควีน ทุกอย่างคือแผนชั้นเอง /ควีนกล่าว เอิ้กอ้ากกกกๆๆๆ เอพลิวฟูลเดย์ไปจ้า

    #ทีมเลิกเดา 555555555555 ฮือ
    #68
    0
  16. #67 tpsfchsmohkgrk (@tpsfchsmohkgrk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:46
    สนุกกกก รอต่อไปค่าา
    #67
    0
  17. #66 isme1234 (@isme1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:41
    ทอยฆ่าเเน่เลย มีแอบถามข้อมูล ละตัวละครใหม่คือผัวใหม่เจ้เกล5555
    #66
    0
  18. #65 Ttyys (@Ttyys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:28
    มีคนมาเพิ่มอีกเเล้วเเค่นี้ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าใครฆ่าควีน55555
    #65
    0
  19. #64 sunnyMin9409 (@sunnyMin9409) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:12
    เดาต่อไม่ถูกแล้วฮืออออ ต้องรอคลายปม-ปู้ชายคนใหม่นี้ก่อน
    #64
    0