Nippon Honey รักหวานละไมหัวใจสีใบไม้แดง

ตอนที่ 5 : 言い出せず、思い閉じ込めた。。。 (ไม่อาจพูดคำใด...ทำได้เพียงเก็บซ่อนมันเอาไว้...)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    22 ม.ค. 59





5

言い出せず、思い閉じ込めた。。。

(ไม่อาจพูดคำใด...ทำได้เพียงเก็บซ่อนมันเอาไว้...)






'หมอนั่นน่ะ...ใครเข้าหาก็จะรับเข้ามาเป็นเพื่อนทั้งหมด โดยไม่เคยคิดสงสัยอะไรใครเลย แล้วก็ใจกว้างเป็นมหาสมุทร ใจดีกับทุกคน เห็นทุกคนเป็นเพื่อน ก็เลยให้ความสำคัญกับทุกคนเท่าๆ กัน'



'ฉันเป็นคนสารภาพรักเองแหละ เพราะถ้าฉันไม่รุกไม่เริ่มก่อน ชาตินี้ก็คงไม่มีวันได้เป็นแฟนกันแน่ๆ เนื่องจากหมอนี่ทึ่มมาก ทึ่มเกินกว่าจะไปจีบสาว ทั้งชีวิตคงไม่เคยจีบใครเลยล่ะฉันว่า'




...

...

...



เรื่องของฮายาโตะที่ซาโอริซังเล่าให้ฟังยังคงวนเวียนไปมาอยู่ในหัวฉันราวกับเป็นปลาทองในโหลแก้วเล็กๆ ที่หนีไปไหนไม่รอดถึงแม้จะอยากหนีไปให้ไกลสุดขอบประเทศญี่ปุ่นก็ตาม



แต่สุดท้ายถึงจะรู้สึกมวนท้องอยากกรีดร้องแค่ไหน 'เดต' (ยังยืนยันจะมโนว่าเป็นเดต) ของเรา (สามคน) ก็จบลงด้วยดีนะ อยู่กันจนถึงพาเหรดปิดงานเลยทีเดียว ฉันเก่งแค่ไหนคิดดู U_U #ชมตัวเองทั้งน้ำตา



เพราะเธอรู้ว่าฉันชอบแฟนเธอ ก็เลยยังมีน้ำใจไม่สวีตกันออกนอกหน้าเกินหน้าเกินตา แต่ถึงอย่างนั้นอีกนายที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่ามีคนอื่นเขาแอบชอบตัวเองอยู่...ก็แสดงท่าทางหลงรักสุดๆ ออกมาอยู่่บ่อยๆ อาจจะไม่รู้ตัวเพราะทำจนเคยชินก็ได้ล่ะมั้ง



แต่เห็นแล้วมันจี๊ดที่สุด ไอ้บ้าเอ๊ย T^T ทำไมฉันต้องไปชอบเขาด้วยเนี่ย!?!



ฉันถอนหายใจรอบที่แปดพันล้านพลางเขี่ยๆ สมุดคัดคันจิอย่างเบื่อหน่าย คาอยู่กับตัวคันจิหมายเลขหนึ่งพันหกร้อยห้าสิบห้ามานานแล้วนะ U_U ชาตินี้จะจำมันได้มั้ย มีตั้งกี่เส้นก็ไม่รู้เนี่ย!?! #พาล



เอาเถอะ...ยังไงซะก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอีกแค่ไม่กี่วันฉันก็จะกลับไทยแล้ว...



พอกลับไปแล้วทุกอย่างก็จะกลายเป็นแค่ความฝัน แล้วฉันก็จะกลับไปเป็นคุณหนูสุดเริ่ด สุดเก่ง สุดฉลาด สุดน่ารักที่ใครๆ ก็ต้องหลง ใครๆ ก็ต้องอิจฉา...เป็นคุณหนูในฝันที่ไม่มีทางอกหัก มีแต่จะไปหักอกคนอื่นเค้ารัวๆ เพราะว่าสวยเลือกได้



#โหมดมโนรัวๆ ไม่มีหยุด



เปิดหนังสือบุงโป* ไปหน้าร้อยแปดสิบห้า...”

(NOTE* หนังสือเรียนแกรมม่า)



เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าการอกหักครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรกับฉันทั้งนั้น!!


















หลังเลิกเรียน



คาเอเดะซัง ไปหาอะไรกินกันมั้ย”



เพื่อนชาวไต้หวันสองสามคนที่นั่งแถวเดียวกันมาตั้งแต่วันแรกจนสนิทกันพอควรทักขึ้นมาหลังจากยืนทำความเคารพเซ็นเซย์เรียบร้อยแล้ว ฉันเล็งเห็นโอกาสดีที่จะเลิกหมกมุ่นกับฮายาโตะและแฟนของเขาได้ จึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล



ไปสิ~”



ดีจัง มีร้านใหม่ที่ฉันกับชินซังเพิ่งเดินผ่านไปเจอเมื่อวาน กะว่าจะไปกินกัน”



เพราะยังไงซะฉันก็ยังมีเพื่อน! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะเมินนากามุระ ฮายาโตะไปซะเลย จะไม่ไปเจอหมอนั่นอีก ซูชิก็จะไม่สั่งด้วย ความผิดนายคนเดียวเลยนะที่ทำให้คุระซูชิเสียลูกค้า! #พาล



ถึงจะใจดีแค่ไหนก็ต้องมีลิมิตบ้างรึเปล่า แล้วฉันก็ไม่ได้อายุน้อยกว่ามากมาย มีสิทธิ์อะไรมาจัดให้ฉันเป็นน้องสาวโดยไม่ถามความสมัครใจแบบนี้ เห็นฉันเป็นเด็กอายุห้าขวบหรือไงกัน เอะอะก็มาลูบหัวกันแบบนั้น...คิดบ้างมั้ยว่าฉันจะรู้สึกยังไง



สุดท้ายก็แค่บ้าไปเองคนเดียวชัดๆ...



อ๊ะ ถึงแล้ว~”



ฉันเงยหน้าขึ้นจากพ้ืนหลังจากเดินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเคียดแค้นมาตลอดทาง...ก่อนจะช็อกตาตั้งไปเลยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเป็นร้านอะไร



น่ากินมากเลยใช่มั้ยล่ะ ฉันกะว่าอยากกินข้าวห่อไข่ต้นตำรับสักครั้งก่อนกลับไต้หวันแหละ >_<”



'ยินดีต้อนรับสู่ร้านข้าวห่อไข่คุณแม่~'



สวัสดีค่า ยินดีต้อนรับสู่ร้านข้าวห่อไข่คุณแม่ค่ะ ^O^ วันนี้มากี่ท่านคะ?”



เสียงพนักงานสาวเดินเข้ามาทักซ้อนทับกับเสียงของฮายาโตะในวันที่เขาพาฉันมากินข้าวห่อไข่ฝีมือเขาที่นี่พอดี และเมื่อฉันหันไปมองตามเสียงนั้น...ก็ได้โป๊ะแตกกันอีกรอบ



ไม่ใช่แค่ฉันด้วย เพราะเธอคนนั้นเองก็อึ้งไปเหมือนกัน



สามคนค่ะ >_<”



ชะ...เชิญด้านในเลยค่า~”



ซาโอริซังถึงกับพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นหน้าฉัน เหมือนจะช็อกไปประมาณสามวินาทีเสียด้วย กว่าจะตั้งสติได้แล้วผายมือเชื้อเชิญพวกเราเข้าไปในร้าน แล้วนี่ฉันจะตามน้ำไปทั้งๆ อย่างนี้จริงๆ เหรอเนี่ย จะมานั่งกินข้าวห่อไข่ ณ ร้านที่ทั้งฮายาโตะแล้วก็แฟนของเขาทำงานอยู่จริงๆ น่ะเหรอ!?!



เธอน่าจะรู้ว่าเขาเคยพาฉันมากินข้าวที่นี่ คนอย่างฮายาโตะน่ะปิดบังอะไรไม่เป็นหรอก แล้วก็น่าจะเล่าให้ฟังทุกเรื่องด้วยเพราะว่าพวกเขาสนิทกันซะขนาดนั้น แล้วยังง้ี...ถ้าเธอคิดว่าฉันเป็นสตอล์กเกอร์ช่างตื๊อหน้าไม่อายที่ดั้นด้นมาเจอผู้ชายถึงที่ทั้งที่เขามีแฟนอยู่แล้วฉันจะทำยังไง...



ถ้าเลือกได้แล้วกดปุ่มนี้นะคะ ฉันจะมารับออเดอร์ทันที ^-^”



ค่าาา~”



กินอะไรกันดีน้า น่ากินทั้งหมดเลย >_<”



เอาซอสมะเขือเทศหรือเดมิกลาสดีนะ~”



คาเอเดะซังเลือกได้แล้วเหรอ หรือยังไม่ได้ดู?”



ตอนนี้เธอจะเข้าไปบอกฮายาโตะที่หลังร้านรึเปล่านะ ว่าฉันมาที่ร้าน หรือจะไปเตือนเขาว่ามีเด็กไทยช่างตื๊อมาตามรังควานเขาถึงที่ร้าน? ผู้หญิงไงก็ต้องหวงแฟนตัวเองอยู่แล้วล่ะ



แต่ว่านะ...ทำงานที่ร้านเดียวกันนี่เอง ฉันน่าจะเดาได้แต่แรกแล้วนะ...



สั่งอาหารหน่อยค่า~”



ค่า~”



ซาโอริซังเดินยิ้มแย้มกลับมา แม้กระทั่งตอนอยู่ในชุดยูนิฟอร์มสาวเสิร์ฟก็ยังน่ารักเลย ให้ตายเถอะ...อย่าทำให้ฉันรู้สึกแย่ไปกว่านี้ได้มั้ย U_U



รับอะไรดีคะ”



ขณะที่เพื่อนไต้หวันสั่งกันอย่างสนุกสนาน ฉันกลับจำได้แต่ข้าวห่อไข่ฝีมือฮายาโตะอย่างเดียวเท่านั้น... เป็นแค่ข้าวห่อไข่ธรรมดา แต่เนียนสวยแล้วก็นุ่มๆ ฟูๆ... เขียนข้อความลงไปได้ด้วย...



แล้ว...คุณลูกค้าจะสั่งอะไรคะ ^-^”



ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเธอหันมาถามฉันในที่สุด รอยยิ้มสดใสและสายตาเป็นมิตรนั่นมันทำให้ฉันรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ



เพราะฉันผิดเองที่ไปชอบแฟนเธอ



เอาข้าวห่อไข่เบสิกธรรมดาค่ะ”



ไซส์อะไรคะ”



อ่า... ไซส์ SS ละกันค่ะ”



รับทราบค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ ^_^”



เธอฉีกใบจ่ายเงินใส่ไว้ในไบน์เดอร์ที่ข้างโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปส่งออเดอร์ที่ครัว ฮายาโตะจะอยู่ในนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้...และถึงจะอยู่ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าเขากำลังทำงานอยู่



คาเอเดะซัง เป็นอะไรรึเปล่า วันนี้เงียบๆ นะ”



...หืม? เปล่าหรอก ฮ่าๆ คิดถึงคันจิวันนี้นิดหน่อยน่ะ >O<”



แหมมม ขยันไปแล้ว แค่นี้ก็เก่งจะแย่แล้ว เดี๋ยวก็ผ่าน N1 แล้วใช่มั้ย”



โชคดีที่ฉันเก่งเรื่องการแสดง ไม่งั้นบรรยากาศคงกร่อยแย่ เพื่อนไต้หวันคงคิดว่าไม่น่าชวนยัยบ้าที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ แผลยังไม่ทันแห้งนี่มาด้วยเลยแน่ๆ



แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหรือมองเห็นซาโอริซังอยู่ในสายตา ความรู้สึกขุ่นมัวในจิตใจก็จะไหลกลับมาทันที...และฉันก็พอจะรู้ว่ามันคืออะไร



มันคือความอิจฉา...ฉันอิจฉาเธอ



มาแล้วค่าาาา~ ขออภัยที่ให้รอนะคะ~”



เสียงของซาโอริซังดังมาอีกรอบปลุกให้ฉันตื่นจากวังวนความคิดของตัวเอง ขึ้นมาปะทะกับความหอมกรุ่นของข้าวห่อไข่ร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ



ว้าวววว น่ากินจัง >_<”



ข้าวห่อไข่ซอสครีมกุ้ง ด้านนี้นะคะ” เธอเสิร์ฟของสาวไต้หวันทั้งสองจานเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะหันกลับไปยังจานเล็กอีกจานที่วางอยู่สุดท้าย “ส่วนนี่...ข้าวห่อไข่สเปเชียลของคุณแม่่ค่ะ ^-^”



...เอ๊ะ แต่ว่าฉันสั่งข้าวห่อไข่ธรรมดา...”



พิเศษจากเชฟกิตติมศักดิ์วันนี้ค่ะ ^-^” ซาโอริซังว่าพลางขยิบตาให้ฉันพร้อมกับวางข้าวห่อไข่สุดสเปเชียลลงตรงหน้าฉัน “ที่จริงเชฟอยากจะออกมาทักทายคุณลูกค้าด้วยตัวเอง แต่วันนี้ยุ่งมากเลยออกมาไม่ได้...เพราะงั้นก็เลยส่งจานนี้มาให้แทนค่ะ”



นี่...นี่มัน...



เชฟตั้งใจเขียนมากเลยนะคะ เขียนนานกว่าผัดข้าวอีก”



โหหหห อะไรอ่ะ O_O ทำไมน่ารักจัง >////<”



น่าอิจฉาจังงงง ถ้ารู้ว่ามีงี้งั้นฉันก็อยากจะสั่งบ้าง~”



สาวไต้หวันทั้งสองพากันกรี๊ดกร๊าดข้อความและรูปที่เขียนอยู่บนข้าวห่อไข่ของฉันกันใหญ่โดยไม่ได้รู้ถึงความหมายที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่เลยสักนิด ขณะที่ซาโอริซัง...ไม่รู้ว่าไม่รู้หรือรู้แต่ไม่ได้แคร์อะไรกันแน่ เธอคงมั่นใจมากว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลยจริงๆ สินะ



ว่าแต่เป็นเชฟหรือนักวาดกันแน่คะเนี่ย วาดรูปเก่งมากเลย >_<”



นี่เทพจิ้งจอกที่ฟูชิมิอินาริรึเปล่านะ”



น่ารักจังน้าาาา~”



เชฟของเราน่ะเป็นทั้งเชฟแล้วก็ศิลปินเลยค่ะ! แถมยังหล่อมากด้วยนะคะ!”



เอ๊ะ หล่อด้วยเหรอเนี่ย อยากเจอจังเลย >///<”



ไว้คราวหน้ากลับมาอีกสิคะ ^-^” ซาโอริซังยิ้มกว้างก่อนจะพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นก็...เชิญทานให้อร่อยเลยนะคะ!”



ขณะที่ฉันได้แต่นั่งนิ่งอึ้ง กับรูปท่านเทพจิ้งจอก ที่มีใบ้เมเปิ้ลประดับอยู่ที่ข้างหู...กับข้อความที่คงเขียนมาด้วยความไม่รู้ และด้วยความใสซื่อจนเกือบจะเรียกได้ว่าซื่อบื้อของเขา...



'ポム チョッブ ター (ผม – ชอบ – เธอ)'



ฉันจ้องจนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรสักอย่างขาดผึงดังขึ้นในหัว



คาเอเดะซัง? เป็นอะไรไป O_o?”



เพื่อนไต้หวันถามอย่างแตกตื่นตกใจเมื่อจู่ๆ ฉันก็ลุกขึ้นยืนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันหยิบเงินค่าข้าวห่อไข่ออกมาวางไว้ก่อนจะก้มหัวขอโทษให้พวกเธอ



จู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมา...ขอโทษจริงๆ แต่ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ”



เอ๊ะ ไม่สบายเหรอ เป็นอะไรรึเปล่า...”



ไม่เป็นอะไรมากหรอก ขอโทษด้วยนะ!”



ฉันขอโทษพวกเธออีกรอบก่อนจะวิ่งหนีออกจากร้านมาเลยราวกับคนขี้ขลาด ก็อาจใช่...แต่พอเห็นข้อความที่เขาเขียนมาอย่างนั้นแล้วยิ่งรู้สึกจุกในใจอย่างบอกไม่ถูก



ทั้งจุก ทั้งเจ็บ...อกหักมันเป็นอย่างนี้นี่เอง... ฉันประมาทเกินไปที่คิดแค่ว่าจะไม่ไปเจอเขาอีก ทั้งที่จริงๆ ยังคิดถึงวนเวียนแต่เรื่องเขาไม่เลิก ขนาดวันนี้ยังไม่ทันได้เห็นหน้า มาแค่ตัวอักษรก็จะตายแล้ว...



และทั้งๆ อย่างนี้...ตอนที่มาถึงร้านก็ยังแอบหวังลึกๆ ในใจว่าจะได้เจอหน้าเขาสักหน่อย...



ฉันมันบ้า...บ้าที่สุดเลย...



ชาลาลาลาา~



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่ฉันกำลังจะข้ามถนนไปขึ้นรถไฟ...และเมื่อหยิบขึ้นมาดูก็อยากจะกระโดดลงไปให้รถทับประชดชีวิตให้มันรู้แล้วรู้รอดไป



'นากามุระ ฮายาโตะ'



คนที่เคยบอกว่าไม่ชอบโทรศัพท์...กลับโทรมาหาฉันไวกว่าใคร



ฉันรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ซาโอริซังคงจะเห็นฉันลุกพรวดแล้วกลับออกไปทั้งที่ยังไม่ได้แตะข้าวห่อไข่แม้แต่เม็ดเดียว ก็เลยเข้าไปบอกฮายาโตะ แล้วเขาก็คงจะเป็นห่วงจนต้องโทรมา



ห่วงน้องสาวของเขา...ที่โกหกแบบโง่ๆ ว่าไม่สบาย



ฉันกดตัดเสียงก่อนจะเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าแบบลึกที่สุด ลึกชนิดที่ว่าต่อให้เขารัวโทรมาอีกร้อยรอบฉันก็จะไม่ได้ยินสักรอบ จากนั้นจึงข้ามถนนไปขึ้นรถไฟกลับบ้านอย่างด่วนโดยที่ไม่ได้หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว



















23.47PM



ฉันพับแมคบุ๊คปิดหลังจากเห็นว่าใกล้จะเที่ยงคืนเข้าไปทุกที...ถึงจะไม่ง่วงเลยสักนิดแต่ก็คิดว่าควรจะนอนได้แล้วไม่งั้นพรุ่งนี้ตื่นไปเรียนไม่ไหวแน่ เพราะคุณหนูอย่างฉันควรจะพักผ่อนให้เต็มอิ่ม เพื่อไม่ให้เกิดถุงใต้ตาเป็นหมีแพนด้าไงล่ะ~



เปล่าหรอก จริงๆ คือฟุ้งซ่านมานานจนคิดว่าควรไปนอนซะให้จบๆ จะได้เลิกคิดสักทีต่างหาก T_T



ฉันนั่งมองหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองไม่สวยหรอก ถึงจะไม่ได้สวยมากกกกกแต่ก็ไม่ได้แย่



แต่พอมายืนตรงหน้าซาโอริซังฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่น่ารักเลยสักนิด เป็นแค่เด็กกะโปโลธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น...



ซึ่งจริงๆ แล้วต่อให้ฉันสวยขึ้นมา แต่ถ้าเขาไม่ได้ชอบไม่ได้มองฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งมันก็จบ



จบ...



จบ! พอได้แล้วยัยคุณหนูเมเปิ้ล! ไปนอนซะจะได้...



กิ๊งก่อง~



ฮะ? -O-; เมื่อกี้เสียงกริ่งเหรอ



ฉันหันไปมองนาฬิกาอีกทีเพื่อเช็กให้แน่ใจว่านี่เที่ยงคืนไม่ใช่เที่ยงวัน...แล้วก็ไม่ผิดจริงๆ แต่ถ้าเป็นเที่ยงคืนแล้วใครกันที่จะมาหาฉันตอนเที่ยงคืนแบบนี้...



กิ๊งก่อง~



กิ๊งก่อง กิ๊งก่อง กิ๊งก่องงง~



คะ...ค่า!! =[]=^ กำลังไปแล้วค่า!”



ฉันร้องตอบก่อนจะวิ่งทั่กๆ ไปที่ประตู...และเพื่อความชัวร์ ฉันก็เช็กผ่านตาแมวที่ประตูก่อนจะเปิด (เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะที่อยู่คนเดียวต้องระวังอย่างยิ่งก่อนจะเปิดประตูห้องให้ใครนะคะ)



แล้วคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ฉันหัวใจจะวายรอบที่ล้านของวัน



เฮ้! ยัยคุณหนู! ยังไม่หลับใช่มั้ย เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”



แค่ฉันไม่รับโทรศัพท์...ก็มาหาถึงห้องเลยงั้นเหรอ



ไม่งั้นฉันจะโทรหาตำรวจให้มาพังประตูห้องเธอนะ”



ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดเพื่อตั้งสติ สมาธิ และรวบรวมลมปราณ จากนั้นจึงเปิดประตูผัวะออกไป...



ให้ตายเถอะ...เธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหนน่ะ”



แล้วนากามุระ ฮายาโตะก็กลับมายืนอยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง



อยู่ดีๆ ก็วิ่งออกไปจากร้าน บอกว่าไม่สบาย แล้วก็ไม่ยอมแตะข้าวห่อไข่ที่ฉันทำให้เลยแม้แต่คำเดียว มันคืออะไรน่ะ เธอไม่สบายตรงไหนบอกมาซิ”



ราวกับท่านเทพอินาริจะไม่ยอมให้ฉันหนีไปจากเขา



อาจเป็นความผิดของฉันเองก็ได้ที่ดันไปเขียนคำอธิษฐานไว้อย่างนั้น มันเลยกลายเป็นผูกชะตาไว้กับนากามุระ ฮายาโตะตลอดกาลหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้...



เป็นไข้เหรอ”



ฮายาโตะถามด้วยสีหน้ากังวลหน่อยๆ เมื่อเห็นฉันยืนนิ่งเป็นรูปปั้น พร้อมกับยื่นมือมาแตะหน้าผากฉันอย่างถือวิสาสะ



อืม...ตัวร้อนหน่อยๆ แฮะ” ฮายาโตะพึมพำงึมงำก่อนจะถามต่อ “ไปหาหมอมั้ย ฉันเอามอเตอร์ไซค์มาด้วยพอดี”



เอามอเตอร์ไซค์มา...แถมยังใส่ชุดพนักงานเดลิเวอรี่่ของคุระซูชิ เขาคงจะแวะมาระหว่างทำงานสินะ



ไม่เป็นไรหรอก นายทำงานอยู่นี่” ฉันตอบก่อนจะยิ้มยิงฟัน “ฉันไม่ได้เป็นไรมาก นี่ก็หายแล้วด้วย กำลังจะไปนอนต่อ...ขอโทษที่ไม่ได้รับสายนะ เพราะกลับถึงห้องก็นอนตลอดเลย...”



อ้าว งั้นเหรอ ฉันมารบกวนการนอนของเธอเหรอเนี่ย” ฮายาโตะเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะหัวเราะฮ่าๆ “ขอโทษทีแล้วกันนะ ติดงานตลอดเลยเพิ่งปลีกตัวมาได้เนี่ย”



...”



อ๊ะ! นี่ฉันเอามาให้...ตอนเย็นไม่ได้กินอะไรใช่มะ กินซูชินี่ไปแทนละกัน” เขายื่นกล่องซูชิของคุระซูชิมาให้ฉันพร้อมกับยิ้มร่า “อาจไม่ใช่ซูชิคิงเซ็ตเหมือนที่เธอชอบสั่งแต่ก็นะ อร่อยเหมือนกันนั่นแหละ ดังนั้นกินๆ ไปซะ!”



เอาของลูกค้ามาให้ฉันจะไม่โดนด่าหรือไง”



อันนี้ฉันซื้อเตรียมไว้จะเอามาให้เธอตั้งแต่แรกต่างหากยัยบ๊อง” ฮายาโตะเขกหัวฉันเบาๆ ก่อนจะขยี้ผมฉันจนยุ่งฟูด้วยมือใหญ่ๆ ของเขาเหมือนที่ทำประจำ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นลูบๆ มันให้กลับเข้าที่ “อากาศเริ่มหนาวแล้ว แต่งตัวหนาๆ หน่อยแล้วก็ห่มผ้าหนาๆ ด้วยนะเดี๋ยวจะไม่สบาย”



...อะไร นายเป็นแม่ฉันเหรอ”



เธอควรจะบอกว่าฉันเป็นพี่ชายมากกว่าแม่นะ -3-”



...!!”



เอาล่ะ ฉันไม่กวนละ เธอนอนเถอะ อย่าลืมกินซูชิล่ะ หรือถ้าง่วงแล้วก็เก็บไว้กินพรุ่งนี้ก็ได้”



...”



โอยาสุมิ!”


ฮายาโตะพูดเสียงดังฟังชัดก่อนจะหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่ลิฟต์...ฉันเดินออกไปนอกห้องพลางยืนมองดูแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกขัดแย้งอย่างหนัก...



แผ่นหลังที่ฉันเคยกอดไว้แน่นตอนซ้อนท้ายจักรยานของเขา...



ที่จริงก็รู้อยู่แล้วว่านี่โลกแห่งความจริง ไม่ใช่นิยาย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะเจอกันอีกครั้งหลังจากนี้ เพราะฉันต้องกลับไทย และต่อให้ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ใช่ว่าเขาจะหันมามองฉัน



แต่...ถ้าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน...



ฮายาโตะ!”



เมื่อคิดว่าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วฉันก็เลยเผลอเรียกเขาออกไป...



ฮายาโตะหยุดเดินก่อนจะหันมามองหน้าฉันงงๆ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาทำให้ฉันรู้สึกราวกับหัวใจถูกกระชาก



อะไรเหรอครับ :)”



โธ่เอ๊ย...จนถึงตอนนี้ก็ยังใจเต้นกับเขาอยู่เลย บ้าชะมัด...



คาเอเดะ?”



ฉัน...จะกลับไทยแล้ว”



...อาฮะ”



วันอาทิตย์นี้”



กี่โมง?”



บ่ายสามขึ้นบัสจากนัมบะไปสนามบิน...”



บ่ายสาม...เอ...”



ตอนนั้นนายน่าจะทำงานอยู่ใช่มะ”



คิดว่านะ...” ฮายาโตะพึมพำก่อนจะฉีกยิ้มให้ฉัน “แต่น่าจะขอลาได้แหละ!”



...”



เดี๋ยวจะลองโทรไปถามเซมไปดูว่ามาขึ้นแทนหน่อยได้มั้ย พอฉันส่งเธอเสร็จแล้วค่อยกลับไปทำต่อ”



นี่นายจะลงทุนขนาดนั้นเลยหรือไง”



แหงสิ! จะไม่ไปส่งเธอได้ไงล่ะ”



...”



ยังมีที่ไหนอยากไปก่อนกลับไทยอยู่อีกมั้ย ^^”



...”



คาเอเดะ?”



...ไม่มีแล้วแหละ ช่วงน้ีต้องเก็บกระเป๋ากับซื้อของฝาก”



งั้นเหรอ” ฮายาโตะตอบยิ้มๆ ก่อนจะขยิบตาให้พร้อมกับยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่สองข้างแก้ม “ถ้ามีอะไรให้ช่วยหรือหาอะไรไม่เจอก็บอกนะ~”



อื้อ”



รีบเข้าไปนอนได้แล้ว ออกมานอกห้องทั้งที่อยู่ในชุดนอนได้ไง” ฮายาโตะทำมือชิ่วๆ ใส่ฉันก่อนจะยืนรออยู่อย่างนั้นจนฉันเปิดประตูห้องแล้ว ถึงได้ตะโกนใส่อีกรอบว่า 'โอยาสุมิ' แบบไม่แคร์คนในห้องอื่นๆ เลยสักนิด...



เพราะว่าเขาเป็นอย่างนี้ จนถึงวินาทีสุดท้ายฉันถึงได้ยังรู้สึกค้างคา...



เพราะว่าชอบ...



ถึงจะเพิ่งเจอกันแค่ไม่กี่วัน ไม่ได้รู้จักเขาดีอะไรขนาดนั้น แต่พอนึกว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็รู้สึกหน่วงในใจเหมือนมีหินถ่วง...



ดังนั้นถ้าเป็นครั้งสุดท้าย...



งั้นถ้าฉันจะบอกเขาว่าชอบ...ก็คงไม่ต่างอะไรกับการเขียนจดหมายบนผืนทรายแล้วปล่อยให้น้ำทะเลลบมันไปในวินาทีต่อมาใช่มั้ยนะ...



...



...












วันอาทิตย์



มาถึงไวยิ่งกว่าไฟป่า...ฉันลากกระเป๋าลงจากบันไดเลื่อนมาถึงท่ารถบัสไปแอร์พอร์ตด้วยความรู้สึกเหมือนสองขาก้าวไม่ไป...



อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงฉันก็จะไม่ได้อยู่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว จะต้องอยู่ไกลกับนากามุระ ฮายาโตะไม่รู้กี่พันกิโลเมตร กลับไปใช้ชีวิตของฉัน และเขาก็คงจะใช้ชีวิตเหมือนเดิม ทำงานพิเศษเป็นบ้าเหมือนเดิม ทำตามความฝันเหมือนเดิม แล้วก็มีซาโอริซังอยู่ข้างๆ เหมือนเดิมด้วย...



ทุกคนเก็บของมาเรียบร้อยนะ มีใครลืมของอะไรมั้ยเช็กซิ โอกาสสุดท้ายแล้วนะก่อนรถบัสจะมา”



ฉันกำของในมือแน่นทันทีที่ได้ยินเสียงคนดูแลของกรุ๊ปพูดขึ้น ของสำคัญที่สุดของฉัน ณ ตอนนี้...



เดี๋ยวเราจะขึ้นบัสไปนะคะ ลากกระเป๋าไปวางรอไว้ในแถว รับแท็กกระเป๋าแล้วก็ขึ้นไปบนรถ เลือกที่นั่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ...”



ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองครึ่งแล้ว อีกไม่นานบัสก็จะมา...แต่ฮายาโตะก็ยังไม่มา



เขาคงจะขอลางานไม่ได้ล่ะมั้ง ซึ่งก็อาจจะดีแล้วก็ได้ เพราะถ้าเขามาฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น...



มีใครจะแวะไปเข้าห้องน้ำก่อนมั้ยคะ”



ฉันจ้องนาฬิกาเหมือนจะมองให้มันทะลุไปเลย ขณะที่เข็มนาฬิกายังขยับไปเรื่อยๆ และฮายาโตะยังไม่มา ฉันไม่แน่ใจว่าอยากให้เขามาหรือไม่อยากให้มากันแน่



ไม่สิ...จริงๆ แล้วอยากให้มาต่างหาก...



เพราะถ้าต้องลากันไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เจอหน้ากัน...ฉันคงเสียใจไปอีกนานแน่



ยังไงซะเขาก็เป็นรักแรกของฉัน...



เอาล่ะ มาเรียงแถวรอขึ้นรถกันได้แล้วค่ะทุกคน!”



บ่ายสองสี่สิบเจ็ด...



ฉันยังยืนพะวักพะวงอยู่นอกแถว ขณะที่ทุกคนเข้าไปต่อคิวรับแท็กกระเป๋าเตรียมขึ้นรถกันแล้ว... เขามาไม่ทันจริงๆ สินะ หรือไม่ก็อาจเป็นซาโอริซังที่บอกว่าไม่ให้มา... ถ้าแฟนบอกไม่ให้มาเขาก็คงจะไม่ขัดใจเธออยู่แล้วล่ะ...



น้องเมเปิ้ลคะ ขึ้นรถได้แล้วนะคะ”



...ค่ะ”



ฉันถอนหายใจแผ่วเบาพลางกำจดหมายในมือแน่นจนกลายเป็นก้อนขยุกขยุยแบบที่ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นแค่ขยะธรรมดา เพราะไม่มีใครรู้ว่าฉันเขียนอะไรไว้บนกระดาษแผ่นนี้ไงล่ะ



แท็กกระเป๋าครับ หนึ่งใบใช่มั้ยครับ”



...ค่ะ”



ฉันรับแท็กกระเป๋ามาจากคุณคนขับรถบัส จากนั้นจึงเดินไปที่ประตูรถ... รู้สึกเหมือนเป็นฉากในหนังเลย ถึงฉันจะไม่ใช่นางเอกของเขา และเขาจะไม่ใช่พระเอกของฉันก็ตาม



แต่ถึงงั้นมันก็เป็นความทรงจำที่ดี...



คาเอเดะ!!”



...!?!”



ちょっと、待ったれや* (รอก่อน!)”

(NOTE* เป็นภาษาถิ่นคันไซ ถ้าเป็นภาษากลางจะพูดว่า 'ちょっと待ってくれよ')



เสียงของฮายาโตะทำให้สองเท้าของฉันหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกตอกตะปู และเมื่อหันไปก็เห็นเจ้าของเสียงกำลังวิ่งหน้าตั้งมาแต่ไกล



ขอโทษนะ!! งานมีปัญหานิดหน่อยเลยออกมาช้า!!”



เขามาจริงๆ ด้วย...



โชคดีชะมัดที่มาทัน... แฮ่ก... แต่ต้องไปแล้วใช่มั้ย”



...”



ฉันว่าจะหาของที่ระลึกมาให้เธอก่อนเธอกลับ แต่ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาเลย ขอโทษนะ!”



บ้าชะมัด...แค่เขามานี่ฉันก็ดีใจจะแย่แล้ว ไม่รู้อะไรเลยหรือไง



ไงดีนะ... เอ้อ! เดินทางปลอดภัยนะ! ยังไงก็ติดต่อมาด้วย! ถ้าจะกลับมาเที่ยวอีกก็บอกนะ!”



หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวินาที ทั้งที่ไม่มีเวลาเหลือแล้ว... มือก็กำแน่นจนจดหมายในมือแทบจะกลายเป็นผุยผงคามือ



ที่ผ่านมาฉันสนุกมาก ถ้าได้กลับมาเที่ยวด้วยกันอีกก็ดีนะ ^^”



อื้อ ฉันก็สนุกมากเหมือนกัน...ขอบคุณมากนะ”



อย่ามาทำซึ้งแถวนี้สิ เดี๋ยวก็ร้องไห้หรอก”



...ใครเขาจะร้องไห้กัน”



ฮ่าๆๆๆ” ฮายาโตะหัวเราะเสียงใสก่อนจะยื่นมือมาลูบหัวฉัน “ตั้งใจเรียนด้วยล่ะเด็กน้อย”



...ว่าใครเป็นเด็กน้อย”



เธอเป็นเด็กน้อยของฉันไง”



...”



เอาล่ะ ไปได้แล้ว! คุณคนขับเขาเรียกแล้วนั่นเห็นมั้ย”



...”



บ๊ายบายคาเอเดะ :) ไว้เจอกันอีกสักวันนะ”



สักวัน...



นี่...ก่อนไปฉันขออะไรอย่างนึงได้รึเปล่า”



หืม อะไรเหรอ”



มือฉันกำจดหมายแน่น แน่นทั้งที่ไม่คิดว่าจะแน่นไปกว่าเดิมได้แล้ว จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้เขา “กอดหน่อยดิ”



หา?”



กอดลาไง กอดอ่ะ รู้จักปะ”



ฮ่าๆ นึกว่าอะไร” ฮายาโตะหัวเราะก่อนจะกางแขนสองข้างออกโดยไม่หยุดคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก “มาสิ”



คนบ้า...ทำเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ทั้งที่คนอื่นเขากลัวแทบตายกว่าจะพูดออกไปได้



งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ~”



แต่ก็ช่างเถอะ...เพราะเขาก็เป็นของเขาแบบนี้



ฮายาโตะรับร่างฉันไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับกอดแน่นราวกับเป็น Bear Hug เวอร์ชั่นปีกเหยี่ยวพลางกระซิบที่ข้างหูฉันก่อนจะวางคางแหลมๆ ของเขาไว้บนหัวฉัน



อย่าลืมพกเครื่องรางติดตัวด้วยนะ”



อื้อ”



เดินทางปลอดภัยนะ”



...อื้อ!”



เขายังคงยืนยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือแรงๆ ให้ฉันหลังจากที่ฉันขึ้นไปนั่งบนรถแล้วท่ามกลางสายตาคนทั้งรถที่จ้องมองมาโดยไม่คิดจะปิดบัง รอยยิ้มสดใสที่ฉันว่าจากนี้ผ่านไปอีกหลายๆ ปีก็คงจะไม่ลืม



เขาเองก็คงจะไม่ลืมฉันเหมือนกัน ถึงจะได้เจอกันและอยู่ด้วยกันแค่ในช่วงเวลาไม่กี่วัน แถมยังเป็นแค่เรื่องบังเอิญ...



แต่เราก็บังเอิญผ่านมาเจอกันทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นก็กว้างแสนกว้าง



ดังนั้นฉันจึงเลือกที่ให้มันจบแบบนี้ เลือกจะไม่บอกไป แล้วก็บินกลับไทยไปพร้อมกับจดหมายยับยู่ยี่ที่ส่งไปไม่ถึงมือผู้รับ



ลาก่อนโอซาก้า...และ...



ลาก่อนนากามุระ ฮายาโตะ










[[ To Be Continued ]]

เจ้าหญิงผู้เลอโฉม










จบพาร์ทแรกแล้วค่ะ :P

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะคะ อ่านแล้วดีใจมากๆ

ขออภัยที่อัพช้า พอดีเรียนหนักมาก U_U แล้วอากาศก็หนาวมาก ไม่มีแรงจะอัพ 5555

ที่โอซาก้าตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 1-3 องศาค่ะ หนาวมากกกกกก

ใครอยากอ่านต่อ อย่าลืมเม้นกันนะคะ!! >_<

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

ขอบอกว่าคุณหนูเมเปิ้ลในพาร์ทสอง...สตรองกว่าพาร์ทแรกเสียอีก :P

และเรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เลย พลาดไม่ได้เด็ดขาด!!!



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

1,396 ความคิดเห็น

  1. #1387 II-Korra Kate (@korrakate) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:27
    หน่วงในใจ
    #1387
    0
  2. #1377 mll3 (@mll3) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 22:19
    สงสารเมเปิ้ล แงงง
    #1377
    0
  3. #1369 Meow_Mini (@Meow_Mini) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 08:00
    ทำไมร้องไห้??555รู้สึกชินแล้วกับการจากลาไปในที่ไกลๆTOT
    #1369
    0
  4. #1367 meepass (@meepass) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 07:47
    ฮืออออ น้ำตาไหลเลย ซึ้ง ;--;
    #1367
    0
  5. #1312 Namneung3300 (@Namneung3300) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 09:34
    รู้สืกเหมือนเราเป็นนางเอกจริงๆ#อินจัด
    #1312
    0
  6. #1107 Taiy12345 (@Taiy12345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:59
    เราร้องไห้หนักมากเลย????????????????????????????????????????
    #1107
    0
  7. #1100 FangFySama (@FangFySama) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 03:02
    ร้องไห้อ่ะT_T
    #1100
    0
  8. #873 Veronica_15407 (@Veronica_15407) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 17:53
    อยากจิร้องไห้TT
    #873
    2
    • #873-1 PARK-HOYEON- (@PARK-HOYEON-) (จากตอนที่ 5)
      18 มีนาคม 2559 / 18:10
      เราร้องไปแล้ว55
      #873-1
    • #873-2 -pampam (@-pampam) (จากตอนที่ 5)
      20 มีนาคม 2559 / 13:03
      ร้องเหมือนกัน ??
      #873-2
  9. #831 Applegrapes (@nanny002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 09:22
    น้ำตาซึมเลยอ่ะะ T^T สงสารนางงงงง
    #831
    0
  10. #647 STARBEADS (@paporn123567) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:07
    ฮืออออออ ซึ้งมาก สงสารคาเอเดะ ToT

    #647
    0
  11. #481 ponnnnn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 21:40
    รีบมาต่อด่วนเลยค่ะค้างคาTT
    #481
    0
  12. #480 Tot (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 21:21
    ฮายาโตะดูอบอุ่นมากกกก ชอบบย
    #480
    0
  13. #479 Eyp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 19:53
    เศร้าอะ จี๊ดเลยT^T

    อยากอ่านพาร์ท2ไม่ไหวแล้วววว
    #479
    0
  14. #477 aSeRU (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 15:52
    อ่านแล้วเกือบร้องไห้ สงสารเมเปิ้ลจังT^T #รีบมาอัพต่อไวๆนะคะ~~~&#9734;*:.&#65377;. o(&#8807;&#9661;&#8806;)o .&#65377;.:*&#9734;
    #477
    0
  15. #476 GGyguitar (@GGyguitar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 12:50
    เศร้าตามคาเอเดะ ???? รีบมาต่อนะคะะ
    #476
    0
  16. #475 ばかもの (@Jusuiaiei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 12:16
    อยากอ่านนต่อแย้ววววว
    #475
    0
  17. #446 PBT1234 (@Praew22022543) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 18:07
     รอไม่ไหวแล้วค่าาพี่อาย อยากได้เป็นเล่มมาอ่านแล้วอ่ะ ออกวันไหนจะรีบไปซื้อเลย เมเปิ้ลตรองเข้าไว้นะ T^T
    #446
    0
  18. #443 Retroah7 (@Retroah7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 12:01
    อ๊อยยยยย อ่านไปปิดปากปิดหน้าไป อธิบายมิถูกเลยคร่า มาต่อเลยพี่อาย
    #443
    0
  19. #441 Jessamine_Junior (@pier) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 22:00
    แล้วเมเปิ้ลจะคู่กับฮายาโตะยังไงเนี่ยยย ฮืออ ??
    #441
    0
  20. #440 sippyt (@sippytweewe) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 14:55
    มันเศร้า T^T
    #440
    0
  21. #438 กุ๊กกิ๊ก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 23:19
    สงสารคาเอเดะค่ะ เธอเก่งมาตริงมากกก #รออัพตอนหน้าอยู่น้าค้าาา ชอบมากเลยยยย &#128512;&#128512;&#128512;
    #438
    0
  22. #435 belarus2 (@belarus) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 20:59
    เมเปิ้ลของเราสตรองมากค่ะ
    ปล.ฮายาโต๊ะนี่แกล้งโง่ใช่ไหม//อุตสาห์เกิดมาหน้าตาดีมั้งทีTT
    #435
    0
  23. #434 Ping (@wipat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 20:39
    อยากอ่านมากค่ะ สนุก
    #434
    0
  24. #433 Pim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 19:23
    น้ำตาแตกค่ะพี่อาย ชอบคุณหนูของเรามากๆ โอ๊ย!!!! ค้างค่ะ ฮายาโตะก็บื้อซ่ะ
    #433
    0
  25. #430 มายูกิ (@matamayuki) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 18:14
    นี้ดตอนต่อไปมากกกกก มาต่อเร็วนะพี่อาย / พลีสสส TOT 
    #430
    0