The way to go !,,★

ตอนที่ 5 : None [ไม่มีชื่อตอน]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 เม.ย. 56



-5-

None

 

ฉันไม่เข้าใจจริงๆเลยว่าทำไมพระเจ้าชอบเล่นตลกให้คนที่เราวิ่งหนีโดนเหวี่ยงเข้ามาหาเรา

 

 

            “ฮาย...” ฉันยืนจ้องหน้านายแว่นที่กำลังโบกมือทักทายฉัน

 

            “....” ทั้งช็อกและมึน โลกช่างกลมดีแท้

 

          “อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้ ความจำสั้นจัง” หมอนั่นพูดพร้อมกับเอานิ้วม้วนผ้าพันคอเล่น ใครกันล่ะที่จะจำคนที่เกือบทำให้อีริคฆ่าฉันตายคาสนามบินไม่ได้...

 

            “..จำได้สินายเทเลอร์ เนิร์ดนรก”

 

            “=[ ]=

.

.

.

.

.

.

.

 

            อืม..เราย้อนจากเหตุการณ์เมื่อกี๊มาซัก 10 นาทีได้มั้ย?

 

            สวัสดีฉันชื่อเอลซ่า แพทเทนเนอร์ อายุ 18 ปี ตอนนี้ฉันอยู่นิวยอร์กเพราะโดนพี่ชายบังเกิดเกล้าลักพาตัวมาจากลอนดอนโดยมีพ่อเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่ที่อพาทเมนท์ของอีริค แต่ก็แค่พักชั่วคราวเพราะฉันคิดว่าฉันอาจจะได้ย้ายออกจากที่นี่..ถ้าอีริคยอมนะ

 

            เช้านี้เป็นเช้าที่สองที่ฉันตื่นขึ้นมาในนิวยอร์ก แน่นอนว่าฉันต้องทำตัวเป็นน้องสาวที่ดีเพื่อที่จะได้ไม่โดนพี่ชายตำหนิว่ามาอยู่บ้านเขาแล้วแต่ไม่ทำตัวเป็นประโยชน์อะไรเลยเพราะฉะนั้นฉันจึงตัดสินใจจะออกไปซื้อของมาทำอาหารเช้าด้วยเหตุผลสามประการคือ 1.ฉันไม่อยากถูกพี่ชายตำหนิ 2.ในตู้เย็นมันไม่มีอะไรเลย 3.ฉันไม่อยากกินอาหารฝีมืออีริค

 

 

          เอ่อ...แต่ถ้าคุณถามว่าฉันกลับมาที่อพาทเมนท์ของอีริคได้ยังไง ฉันก็คงต้องบอกขอบคุณคอร์เนอร์เพื่อนของอีริคไว้ตรงนี้เลยละกัน ใช่!ระหว่างทางที่ฉันเดินมาจากสนามบินพร้อมกับกระเป๋าใบโตเพื่อจะมาที่อพาทเมนท์ของอีริคฉันก็เจอคอร์เนอร์เข้า เขาเลยอาสามาส่งฉันที่นี่และแน่นอนว่าฉันไม่ปฏิเสธเพราะสภาพของฉันตอนนั้นเรียกได้ว่าอิดโรยสุดๆ อ้อ! ฉันได้เจอกับเวเนสซ่า น้องสาวของคอร์เนอร์ด้วยนะ เธอน่ารักมากๆเลยล่ะ พอกลับมาถึงที่นี่อีริคก็กลับมาก่อนแล้ว เขาขอโทษขอโพยฉันใหญ่เลยล่ะ ส่วนฉันก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดจะไม่ให้อภัยพี่ชายตัวเองหรอกนะ...ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาทีเขาจะบ่นให้ฉันเหมือนเดิมก็เถอะ -*-

 

            ฉันหยิบกระเป๋าตังค์(ของอีริค)พร้อมกับกุญแจห้องออกมาด้วย จุดหมายของฉันคือซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ตรงข้ามกับอพาทเมนท์นี้ สะดวกดีนะตรงข้ามก็เป็นซุปเปอร์ฯ เลี้ยวขวาเดินไปอีกหน่อยก็เป็นย่านการค้า เลี้ยวซ้ายก็สถานีรถไฟฟ้า ฉันจัดการล็อคห้องแล้วกดลิฟต์เพื่อลงไปชั้น 1 แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับนายแว่น..นายแว่นเทเลอร์

 

            โลกมันกลมจังโว้ยยยยยย!!!

 

“ฮาย...” เขาทักฉันโดยไม่มีแววตาประหลาดใจที่เห็นฉันอยู่ที่นี่

 

            “....” ส่วนฉันก็ทั้งช็อกทั้งมึน

 

          “อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้ ความจำสั้นจัง” หมอนั่นพูดพร้อมกับเอานิ้วม้วนผ้าพันคอเล่น ใครกันล่ะที่จะจำคนที่เกือบทำให้อีริคฆ่าฉันตายคาสนามบินไม่ได้...

 

            “..จำได้สินายเทเลอร์ เนิร์ดนรก”

 

            “=[ ]= เขาทำหน้าตกใจเล็กน้อยกับฉายาที่ฉันตั้งให้ ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นหน้ายิ้มเหมือนเดิม

 

            “ฉายาน่ารักนะ..”

 

แต่กว่าเขาจะพูดจบประตูลิฟต์ก็ปิดลงแล้ว ส่วนฉันก็วิ่งกลับห้องทันที ไขกุญแจห้องแบบเร็วๆ วิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดน้ำล้างหน้าตัวเองทันที

“ความฝัน..มันเป็นแค่ความฝันนะเอลซ่า หมอนั่นจะมาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน ไหนลองหยิกแก้มตัวเองดูสิ..ให้ตาย!เจ็บเป็นบ้าเลยเว้ยยย! “ ฉันพูดกับตัวเองยังกะคนบ้า ไม่เอานะ ไม่เอาๆๆ ฉันไม่เอานายเทเลอร์เนิร์ดนรก!!!

 

          “เป็นบ้ารึไงพูดอยู่คนเดียว...”

 

            “เฮ้ย!” เมื่อฉันหันหน้าไปพบกับต้นเสียงก็ถึงกับผงะ...อีริคมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

 

            “ทำหน้ายังกะเห็นผี” พูดจบก็เดินเข้ามาในห้องน้ำหน้าตาเฉย

 

            “ออกไปก่อนเด้ ฉันยังไม่เสร็จธุระนะ” ฉันพูดพร้อมกับดันอีริคออกไปแต่ผลลัพธ์ที่ได้คืออีริคไม่ขยับไปไหน ตัวใหญ่ชะมัดเลย!!

 

            “พี่ว่าเธอทำธุระเสร็จแล้วล่ะ น้ำก็อาบแล้วนี่” คราวนี้อีริคก็เปลี่ยนจากคนถูกผลักมาเป็นคนผลักบ้าง เขาผลักฉันออกจากห้องน้ำแบบไม่สนใจเลยว่าฉันจะล้มหน้ากระแทกพื้นรึเปล่า ขอมอบรางวัลพี่ชายยอดเยี่ยมแห่งปีให้เลย!

 

            “เสร็จแล้วพี่ออกไปซื้อของมาทำกับข้าวซะนะ” ฉันตะโกนบอกอีริค

 

            “เรื่องอะไรล่ะ” เขาตะโกนออกมาจากห้องน้ำ

 

            “ได้ไงล่ะ ฉันเพิ่งมาอยู่นะแล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าฉันจะไปซื้อของได้ตรงไหน” ฉันตะโกนกลับไป

 

            “อ๋อหรออออ เมื่อวานก็ยังเดินจากสนามบินกลับมานี่ถูกเลยนี่” เขาตะโกนกลับมา

 

            “เมื่อวานโชคดีเจอพี่คอร์เนอร์หรอกน่า พี่เขาเลยมาส่ง” ฉันเริ่มจะไม่มีเสียงแล้วล่ะ

 

            “งั้นก็ออกไปกินข้างนอก ระหว่างรอพี่ก็ช่วยเงียบๆด้วยนะครับ ^^” อีริคเปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกตินิดนึง ให้เดานะว่าเขาก็คงจะหมดเสียงแล้วเหมือนกัน แต่ไอ้รอยยิ้มแบบนั้นน่ะมันอะไรกันฟระ!

 

 

 

แมคโดนอล

 

            “พี่พาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย” ฉันกวาดตามองรอบๆร้านที่เรียกว่าแมคโดนอล พร้อมกับรู้สึกอยากอาเจียน ดูไอ้อ้วนพุงย้อยที่นั่งอยู่ตรงมุมร้านนั่นสิ สวาปามแฮมเบอร์เกอร์อันโตถึงสามอันเข้าไปในคราวเดียว! นั่นปากหรือสายสูบส้วมยะ!?

 

            “แหมคุณนาย พี่พามานี่เพราะว่ามันคุ้มนะครับ ไม่แพงแถมอิ่มด้วย” พูดจบอีริคก็หันไปสั่งชีทเบอร์เกอร์

 

            “แต่คอเรสเตอรอลมันสูงนะ” ฉันบอกอีริค

 

            “นี่อย่าหัวสูงมากได้มั้ย พี่เป็นคนจ่ายนะแล้วก็ควรจะสำนึกไว้ด้วยว่าเธอไม่มีเงินสักดอลล่าห์!!” แล้วอีริคก็หันไปสั่งชีทเบอร์เกอร์เพิ่มอีกอัน ให้เดาว่ามันน่าจะเป็นของฉัน ส่วนฉันน่ะหรอ? จะเถียงให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะถ้าอยากอยู่รอดก็ต้องหุบปาก กะอีแค่ชีทเบอร์เกอร์อันเดียวมันจะอะไรนักหนาเดี๋ยวเดินกลับอพาทเมนท์มันก็เบิร์นหมดแล้ว(มั้งนะ)

 

          “พรุ่งนี้เตรียมเอกสารให้พร้อมนะ” อีริคพูดขึ้นหลังจากที่เรามานั่งที่โต๊ะนี้นานพอสมควร นานพอขนาดที่ว่าอีริคสั่งชีทเบอร์เกอร์เพิ่มมาอีกอันในขณะที่ฉันได้แต่นั่งมองมันด้วยความรู้สึกกลืนไม่ลง!

 

            “เอกสารอะไร” ฉันพูดพร้อมกับหยิบชีทแผ่นใหญ่ออกจากเบอร์เกอร์

 

            “เอกสารสมัครเข้ามหาลัยไง”

 

            “อือๆ” ฉันตอบแบบส่งๆ ช่างมันเถอะเอาไว้จัดการทีหลัง แต่ตอนนี้ฉันขอจัดการกับไอ้แผ่นชีทนี่ก่อนแล้วกัน เอาออกยากเหลือเกิน!!

 

            “แล้วจะเขี่ยออกทำไม” ฉันเงยหน้าขึ้นมองอีริค ส่วนเขาก็มองมาที่เบอร์เกอร์ของฉัน

 

            “ไม่ชอบ” อันที่จริงฉันอยากจะบอกเหลือเกินนะว่าฉันรังเกียจ ขยะแขยงมัน หรืออะไรทำนองนี้ แต่ฉันไม่อยากทะเลาะกับอีริคอีกเพราะงั้นฉันจึงพูดออกไปด้วยคำที่สุภาพที่สุด

 

            “กินๆเข้าไปเห๊อะ มันจะอ้วนขึ้นซักกี่ขีดกัน”

 

            “มันไม่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักนะ มันขึ้นอยู่กับความอยาก” พูดจบฉันก็กัดเบอร์เกอร์เข้าไปคำนึง อืม...อร่อย!!

 

            “แล้วเธออยากกินอะไรล่ะ” อีริคถาม

 

            “ขนมปังกระเทียมกับตับบด” ฉันกัดเบอร์เกอร์อีกคำ อา....อร่อยกว่าคำเมื่อกี๊อีก

 

            “เธอพูดว่าอยากกินขนมปังกับตับบดทั้งๆที่เธอดูมีความสุขเวลากินเบอร์เกอร์เนี่ยนะ” พูดจอีริคก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เคยเห็นตั้งแต่ฉันเกิดมาเลยแหล่ะ!

 

            “หน้าฉันมันฟ้องงั้นหรอ” ฉันถามพร้อมกับดูดเป๊ปซี่ในแก้วไปอีกอึกใหญ่ๆ อา...ซาบซ่านดีจัง ><

 

            “เธอไม่รู้หรอว่าเวลาเธอรู้สึกอะไรมันจะแสดงออกทางใบหน้าเธอก่อนเป็นอันดับแรก” อีริคยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วล่ะทีนี้ ฉันแอบเห็นสาวๆที่นั่งโต๊ะข้างๆเรามองอีริคยิ้มด้วยนะ น่าหมั่นไส้อีริคชะมัด!

 

            “แล้วพี่รู้มั้ยถ้าพี่ยิ้มแบบนี้บ่อยๆ แล้วลบนิสัยแย่ๆของตัวเองทิ้งซะป่านนี้พี่ก็มีแฟนไปแล้วล่ะ” ฉันหัวเราะหึหึในลำคอ

 

            “ไอ้นิสัยแย่ๆพี่เอาไว้ใช้กับผู้หญิงแสบๆแบบเธอแค่คนเดียว” แล้วอีริคก็หัวเราะ พี่ชายฉันมันดีได้แค่แป๊ปเดียวจริงๆด้วย ฉันขอยอมแพ้เลย - -

 

            เออลืม...แล้วฉันจะใช้ชีวิตต่อยังไงล่ะ ในเมื่ออีตาแว่นเทเลอร์ก็อยู่ในอพาทเมนท์เดียวกับฉันด้วยเนี่ย!!

 

 

 

Talk ::

ทำไมไรท์รู้สึกว่านายเทเลอร์มันมีบทเยอะกว่าพระเอกฟระเนี่ยยยยยยย -*-

ตอนนี้ก็เหมือนกับตอนที่ผ่านๆมาแหล่ะ คือดำเนินเรื่องช้ามากกกกกกกก(กx100)

เรื่องนี้ไรท์ไม่เน้นเท่าไหร่นะ เพราะประเด็นหลักมันไม่มี มีแต่การใช้ชีวิตไปวันๆแบบวุ่นๆ 55555555

ติดตามต่อด้วยเน้อ ขอโทษนะคะถ้าหายไปอีก แต่อย่าเลิกติดตามเน้อ เค้าขอร้องงงงงงงงง

รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ :D

17/4/13

 

           

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #33 Cheshire♥. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 11:33
    ชอบหน้าบทความ ชอบเนื้อเรื่อง รู้สึกสนุก
    รู้สึกเพลิน หลงรักเรื่องนี้แล้วล่ะ > <
    #33
    0
  2. #26 ❥ . S i n (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 22:04
    อยากมีพี่ชายบ้างไรบ้าง
    นีออนอิจฉา ไม่ยอมนะ #อ่าว
    #26
    0
  3. #21 ปากกาและหยดหมึก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 14:07
    อ่านเรื่องยัยขี้บ่นนี่ไปก็เพลินดีอะ  ไม่มีอะไรมากเลยแต่มันก็ทำให้อยากรู้นะว่ายัยบ๋องนี้จะไปทำอะไรต่อ
    #21
    0
  4. #17 dinn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 09:39
    "โดนพี่ชายบังเกิดเกล้าลักพาตัวมาจากลอนดอน โดยมีพ่อเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด" ^ ^ 5555
    "โลกมันกลมจังโว้ย" ^ ^
    บทนี้ก็โอเคครับ 
    #17
    0