[ฟิคคริสสิง]Missing(Omegaverse)

ตอนที่ 9 : Missing 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    2 ต.ค. 63


 

 

Missing 7

 

สิ่งที่กลัวที่สุดกลับเป็นความจริงที่ใกล้สุด สิงโตหรือที่ทุกคนเรียกสารวัตรปราชญาขบกรามเครียด ลมหายใจติดขัด ทุกครั้ง ทุกครา หากเป็นเรื่องคนอื่นเขามองเป็นงานได้ เว้นกรณีนี้ดันเกิดกับลูก..หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่แทบสลายกองตรงนี้แล้วด้วยซ้ำ กลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก เจ็บระบมไปหมด ไม่เท่ากับหัวใจสูญเสียความหวังไปทีละนิด แสงริบหรี่ไปเรื่อยๆ

"ปราช"เสียงหวานใสดั่งกระดิ่งเรียก ขายาวชะงักฝีก้าวหยุดนิ่ง

"วิวจะมาทำไมไม่โทรบอกกันก่อน จะได้ไปรับ"

"วิวเกรงใจปราช เผื่อคุยงานอยู่ก็ไม่อยากกวน ปราชไม่กลับมาหลายวัน วิวกลัวจะโหมงานหนักจนไม่ได้กินอะไร ก็เลย.." โอเมก้าตัวเล็กชูข้าวกล่องใส่ปิ่นโต 2 ชั้นมา อัลฟ่าหนุ่มยิ้มขึ้นในรอบหลายวัน ขอบคุณชายหนุ่มร่างน้อยในชุดข้าราชการสีกากีอาชีพครูแวะเวียนมาหาถึงกองปราบ

"ขอบใจนะ"

"กินเลยไหมปราช"

"..ไว้ก่อนนะวิว เดี๋ยวผมกลับมากินนะ"

ครูศิลปะนิ่งไปหลุบตามองข้าวกล่องในถุงผ้าวางเก็บลงลิ้นชัก มือสีเข้มคว้ากุญแจรถตามด้วยแจ็คเกตสีดำขึ้นสวมบนร่าง

"คดีน้องเทียนหอมเหรอ?"

"อืม คืบหน้าบ้างแล้ว"

"แล้วต้องไปหาคริสด้วยไหม?"

ครูศิลปะแทบไม่เจอหน้าสามีมาหลายวัน พอได้เจอกันไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำก็จำต้องจากกันไป ตำรวจหนุ่มจ้องมองดวงหน้าหวานหม่นหมอง แววตาส่อเค้าคิดมากแจ่มชัด

"วิว ผมก็ไปมาแบบนี้ทุกคดีนะ" อธิบายให้เข้าใจ 

"มันไม่เหมือนกัน.."

"ผมยอมรับ ไม่เหมือนเพราะเทียนหอมเป็นลูกของผม"

"วิวรู้ คริสก็เป็นสามีปราชด้วย"ตาเล็กช้อนมองเจ้าของปลอกคอ สิงโตเริ่มหน้าตึง รอยยิ้มปลื้มใจข้าวกล่องมลายหายไป

"วิวระแวงผมงั้นเหรอ?"

"วิวพยายามที่จะไม่" คนเป็นครูตอบเสียงสั่นกลัวชัดและพูดต่อ "แต่ไหนแต่ไร วิวสู้คริสไม่ได้เลยตั้งแต่เด็กจนโต.."

เรื่องในอดีต ทำเอาสิงโตลูบหน้าแรง ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"วิว เลิกคิดซะ ไปกันใหญ่ ถ้าผมชอบคริส ผมกัดคอไปแล้ว"เขาเริ่มจะหงุดหงิดกับการที่อีกฝ่ายไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อในการแสดงออกของเขา วิวช้อนขึ้นมองตำรวจกองปราบตรงหน้า คลึงลูบรอยกัด แผลเป็นนูนคมฟันบนคอระหง..พันธะสัญญาเลือกโอเมก้าคู่ชีวิต หลักฐานที่อัลฟ่าตั้งใจตีตราและจะปกป้องโอเมก้าคนนั้น

 

เหมือนโดนขยี้ความตั้งใจ 

 

วิวปากสั่น มองตามหลังตำรวจเดินสวนผ่านหัวเสีย เขาควรจะขอโทษ อีกฝ่ายดันขับรถออกไปจากกองปราบเสียแล้ว

หึงจนได้เรื่องสินะ  วิวก่นด่าตังเองนั่งลงกับเก้าอี้รับรองแขก เปิดดูรูปรวมในเพจ รร.มัธยมสตรีวิทย์ 2 แอดมินเพจอัพรูปถ่ายรวมม.6 แต่ละชั้นปีการศึกษาเอาไว้ ไถย้อนไปจนมาถึงรุ่นของพวกเขา วิวเป็นโอเมก้าตัวเล็กๆนั่งบนแสตนเชียร์อยู่ชั้นล่างสุดแทบจะหลุดเฟรมกล้อง..ต่างจากคนที่อยู่ชั้นบนถัดไปนั่งตรงกลาง กอดคอเขาไว้ โอเมก้าผิวขาวจัดตัวสูงหน้าตาหล่อระคนน่ารักฉีกยิ้มตาหยีสดใสเห็นลักยิ้ม ระบุชื่อตามตำแหน่งไว้ตัวขนาดตัวอักษรเท่ากันเหมือนชื่ออื่น

 

 

'พีรวัส แสงโพธิรัตน์ (คริส) ม.6/5'

 

 

แต่เชื่อเถิด ตัวอักษรนี้ใครต่อใครต่างต้องแวะอ่านซ้ำหลายครั้ง หลายคน คนเด่น คนดัง ขยับนิดเดียวคนก็มอง เพียงแค่ก้าวเข้ามา อัลฟ่า เบต้าล้วนจ้องมอง หมายมั่นอยากครอบครอง

 

คนหนึ่งนามสกุลสูง ร่ำรวย

คนหนึ่งฐานะปานกลาง มีดีแค่วาดรูปเก่ง

เด็กโอเมก้า 2 คน 'เคย' เป็นเพื่อนสนิท

 

.

.

.

 

 

ดินสอขีดขูดจากจุดสู่เส้นต่อเส้น สัมพันธ์กันเป็นมิติ ฝนแสงเงาลงกระดาษปอนด์ใบหนึ่งเก็บเกี่ยวบรรยากาศโรงอาหารยามเย็นเริ่มเบาบางผู้คน เงียบเหงา กระทั่งความเงียบโดนทำลายด้วยฝีเท้าวิ่งเข้ามา พื้นยางรองเท้านักเรียนเสียดสีพื้นดังเอี๊ยด กลิ่นเหงื่อจางมาพร้อมฟีโรโมนหอมดอกพีโอนี่ลอยมาสายลมต้องหน้าโอเมก้าหนุ่มตัวเล็ก

"วิว วาดรูปให้กูหน่อยดิ เอาหล่อๆ"

"ได้คริส กูทำให้"

รับปาก คริสยิ้มร่านั่งฝั่งตรงข้ามและจับกีต้าร์ดีดบรรเลงร้องเพลงด้วยเสียงทุ้มแสนไพเราะ ส่วนวิว..ขยับมือจับดินสอเสก็ตรูปเพื่อน ช่างเป็นอะไรที่แตกต่างชัดเจน ผู้คนเดินผ่านไปมาล้วนจดจำสิ่งสูงส่งต่อให้เป็นโอเมก้าแต่หากเกิดมาในนามสกุลและฐานะดีมากก็ดูเลอค่ากว่าใคร พวกครูก็เอาใจมากด้วยเช่นกัน

 

"คริสดูดีชะมัดเลย"

 

เส้นต่อเส้นท่ามกลางความปลื้มปริ่มผู้คนมากมาย จับจ้องเพียงจุดเดียวเช่นเดียวกับที่คนวาดกำลังใช้ตาจับภาพสังเกตต้นแบบ ในที่สุด...เป็นรูปร่าง

"เฮ้ย มึงดูเพื่อนกู วาดสวยนะ" คริสเอากระดาษไปชูอวดแก๊งเพื่อนอีกกลุ่มนึงเรียกเสียงฮือฮา ทึ่งในความสามารถด้านศิลปะโอเมก้าจางๆคนหนึ่ง

ชีวิตของเขาก็สมชื่อ เป็นเพียงวิวประกอบฉากในชีวิตของคริสเท่านั้น เป็นมาตลอด

แต่อย่างน้อย..

"วิว"

ก็ได้เป็นจุดเด่นของภาพในสายตานักเรียนนายร้อยที่ชื่อ สิงโต ปราชญา เด็ก ม.ปลายยิ้มเอียงอาย กระชับเป้พร้อมหิ้วกระดานวาดรูปนั่งซ้อนมอไซต์กลับบ้านกับอัลฟ่ากลิ่นชาจัสมิน..แฟนหนุ่มของตนไปทุกวัน

 

.

.

.

 

ชีวิตคนจางๆอย่างวิวก็ยังมีความรักสวยงามพอชนะคริสได้บ้าง เขามีแฟนดี รักเดียวใจเดียว ไม่เคยมีเรื่องนอกใจให้ขุ่นหมอง เป็นอัลฟ่ารูปงามที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียว

จนกระทั่งวันหนึ่ง..

ในวันที่ฟ้าครึ้มฝนเช่นวันนี้

 

.

.

.

 

ครืน...ครืน...

 

สุสานหลังโบสถ์สีขาว ดอกไม้วางบนหน้าป้ายหลุมศพพ่อแม่ของคริส เสียงทุ้มค่อนหวานเอ่ยภาวนา วอนขอกับบุพการีผู้จากจรไปไกลแสนอย่างมิอาจหวนกลับ

"พ่อ..แม่..ช่วยคุ้มครองเทียนหอมด้วยนะ"

ใต้ท้องฟ้าขมุกขมัวคำรามก้องน่าสะพรึงสายลมแรงมากเหมือนฝนตั้งเค้าทุกที คริสตัดสินใจกางร่มสีแดงขึ้นเหลียวหลังกลับไปยังรถ 

"พี่สิง?"

 

เปรี้ยง!!!

 

ฟ้าแล่บ ฟ้าร้อง คำรามสนั่นดั่งแผ่นดินสะเทือน เม็ดฝนหล่นจากฟ้าหนักข้อเรื่อยๆ กระแทกตัวของตำรวจยศสารวัตรจนเปียกปอนต่างจากทายาทตระกูลดังยืนหลบฝนใต้เงาคันร่ม นัยน์ตาคมดุดันจ้องเขม็งผู้มาเยี่ยมเยียนคนตายก่อนตวัดไปยังป้ายหิน 2 แผ่นข้างหลังคริส

"พี่สิง มาทำอะไรที่นี่?" ถามไถ่คนที่มาแบบไม่ให้ซุ่มเสียง

 

ตึก..ตึก..

 

"พี่สิง..พี่สิงทำอะไร!!!!!!"

 

โครม!!!!!!!

 

ดอกไม้ช่อใหญ่สำหรับไหว้คนตายถูกทำลายยับเยิน เหยียบขยี้ใต้รองเท้าคอมแบท พังหินสลักนามผู้ไร้วิญญาณพังครืดไปกับตา โอเมก้าผิวขาวพุ่งเข้าขวาง ดันอกอัลฟ่าที่กำลังประทุษร้ายไม่ให้เกียรติคนตาย พลัน..ตำรวจหนุ่มกลับปัดมือขาวป้อมแรงตบเอาร่มสีแดงลอยกระเด็นตกพื้น

"พี่สิงเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!!!!!"

"บ้าเหรอ?" สิงโตถามย้อนเสียงเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าสายฝน ไอเย็นหนาวสั่นกระทบผิวขาวจนซีดเซียว

"ใครกันแน่ที่บ้าจนทำให้เกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้!!!"

ชี้นิ้วไปยังคนตายแล้ว คริสกัดฟันแน่น กลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก เถียงอะไรไม่ออก สิงโตย่างสามขุมมาใกล้โอเมก้าตัวเปียกฝนไม่ต่าง

"ตอบสิ"

"....."

"ตอบ!!!"

ดวงหน้ากลมเบะปาก สะดุ้งโหยง น้ำตาไหลรวมไปกับน้ำฝน ยืนก้มหน้ากำสร้อยแหวนแน่น  แหวน..ที่สิงโตทันสังเกตเห็น

"ถอดออกซะ" เสียงทุ้มสั่งเย็นเยียบ

"ไม่"

"ถอด!!!"

"ไม่!!! คริสไม่ถอด!!!!!"กำแน่นสุดใจ โดนอีกฝ่ายใช้แรงบังคับแงะมือก็ไม่ยอม กดกอดไว้ทั้งน้ำตากลางฝน

 

โครม!!!!

 

ลื่นหกล้มกันไปทั้งคู่ จมกองโคลนสกปรก จนถึงตอนนี้คริสก็ยังสู้ ยื้อ ไม่ยอมทิ้งแหวน

"จะเก็บไว้ทำไม เก็บไปมันก็ไม่มีค่าอะไร เราหย่ากันแล้ว!!! เลิกรักผมสักที!!!!"ตวาดกึกก้อง แข่งกับเสียงฟ้าร้อง กระแทกให้เจ็บใจจนชาไปทั้งตัว ได้แต่แหงนมองสีหน้าเกรี้ยวกราดเจิ่งนองน้ำตา

"ฮึก.."

เรา 2 คนร้องไห้ใส่กันได้อย่างน่าสมเพชต่อหน้าหลุมศพ สะอึกสะอื้นใต้ฟ้าครึ้มฝน เปียกทั้งกายเปียกทั้งใจ บาดลึกกว่าสิ่งใดคือความจริงของกันและกันที่มิอาจแก้ไขใดๆได้

"พี่สิงบังคับคริสไม่ได้..ฮึก..."คริสนอนรับน้ำตาร่วงหยดจากเนตรคมของอัลฟ่าที่คร่อมอยู่ข้างบน ​​​​​​"ถ้ามันง่ายแบบนั้น คริสคง..ฮึก..ไม่เจ็บแบบนี้...ฮือๆ"

 

สัญลักษณ์ชีวิตคู่ที่จบสิ้นไปแล้ว

 

ยังคงกำแน่น แหวนวงเล็กบาดใจทุกวัน อัลฟ่าหนุ่มไม่ปรารถนาในสิ่งนั้นต่างจากอีกคนที่ ขอมีไว้ห้อยคอก็ยังดี ยังจำได้ไหมครั้งหนึ่งเราสองเคยใช้ชีวิตคู่กันบนชะตากรรมแสนตรอมตรม 

 

.

.

.

 

6 ปีก่อน..

 

ตึกๆๆ

 

ฤดูฝนเป็นฤดูที่คริสเกลียดมาก ความชื้นแฉะทำให้รองเท้าผ้าใบสุดแพงต้องเลอะเทอะ โอเมก้าเดาะลิ้นหงุดหงิดกระชับหมวกแก็ปสีดำเร่งฝีเท้าย่ำฟุตบาทข้าม จำใจยอมลุยโคลนแบกกีต้าร์ไปให้ทันนัด ณ ร้านบาร์เบื้องหน้า ตัวเขาในวัย 23 ปีเป็นคนในนามสกุลดังปักอก ทำอาชีพเป็นนักดนตรีมือกีต้าร์ของวง Kerrist ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยด้วยกัน

"ไอ้เหี้ยคริสแม่งสายอีกแล้ว กูไม่ไหวแล้วนะ"

"มึงก็ด่ามันสิ"

"ไม่เอา เกิดแม่งงอนออกจากวงทำไงวะ พ่อกูได้ด่าตาย อุตส่าห์ได้สนิทกับคนในครอบครัวแสงโพธิรัตน์"

เพื่อนในวงดนตรีนินทาผู้มาสายไม่หยุด คริสได้ยินเต็ม 2 หู เขาแสร้งทำเป็นพึ่งมาถึง แสร้งเป็นไม่รู้เรื่องพอๆกับเพื่อนในวงแสร้งยิ้มไม่ถือสาและตบบ่าจอมปลอมบอกว่า "ไม่เป็นไรเพื่อน "

"แหะๆ กูพร้อมแล้ว ขึ้นเลยก็ได้นะ" 

"จัดไป!"

ชีวิตของ คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่คนชื่นชม อวยยกขึ้นหิ้งไปหมดแม้จะรู้ว่าบางครั้งใต้คำพูดจาถูกหู น่าฟัง เกิดจากนามสกุลปักเสื้อบนอกจนวันหนึ่งไม่ใส่ชุดนักเรียนก็ยังฝังแน่นในบัตรประชาชน 

แต่อย่างน้อยก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่คบกับคริสเพราะนามสกุลชื่อ วิว ชอบอยู่เดินตามหลังเขาและคอยวาดรูปให้เสมอจนในที่สุดก็จบมาเป็นครูสอนศิลปะซึ่งตอนนี้ก็มานั่งโต๊ะในเงามืดของร้านบาร์เพียงคนเดียว จางๆกลืนไปกับฝูงคนมากมาย ส่งยิ้มให้กำลังใจเพื่อนคนดังก้าวขึ้นเวที

 

พีโอนี่กลิ่นหอมบนทิวเขาสูง เหนือเดซี่น้อย

 

ยิ้มตาหยีให้เพื่อนสนิท วิวยิ้มตอบและตั้งใจฟัง ให้กำลังใจมาตลอดด้วยการเฝ้ามองในจุดเล็กๆดั่งฉากหลังในบทละครชีวิตของคริส นิ้วป้อมขยับดีดสายกีต้าร์ เกาเป็นจังหวะบรรเลงบทเพลงสำหรับค่ำคืนนี้ เสียงทุ้มค่อนหวานขับร้องผ่านไมค์ตรงหน้า ดวงตากลมโตดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์ที่บทเพลงต้องการสื่อสารออกไป

 

"เก็บความรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจ ชั่วนิรันดร์ .."

 

งดงาม น่าหลงใหลดั่งมนต์สะกด แรงดึงดูดทุกสายตาดั่งจุดเด่นบนภาพวาด ลูกค้าหยุดคุยหันมาดื่มด่ำไปกับนักร้องวง Kerrist มองโอเมก้าไร้ปลอกคอ ชูคอหนาขาวผ่องเปล่งเสียงไพเราะตามเนื้อร้องชื่อเพลงรักคุณเข้าแล้ว ปรับแต่งทำนองดนตรีใหม่ให้ดูเป็นเอกลักษณ์ ทันสมัยมากขึ้นผิดจากต้นฉบับ ยิ่งทำให้คนถึงกับอุทานประหลาดใจไปจนจบเวลาการขึ้นแสดงของวงตามที่ได้รับว่าจ้าง วง Kerrist ลงจากเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือดังก้องและแผ่วลงเมื่อสมาชิกทุกคนหายไปจากเวที เสียงจอแจกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ในความจอแจมีคริส พีรวัส รวมอยู่ด้วยแบกกีต้าร์สวมหมวกแก็ปลากเก้าอี้นั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนอาชีพครูศิลปะดื่มน้ำส้มผิดแผกจากโต๊ะอื่น

"เป็นไงบ้างวะ กูใช้ได้ไหม?" คริสถามคำวิจารณ์จากวิว

"ยอดเลยมึง กูชอบที่มึงเปลี่ยนเป็นทำนองร็อค ดูดุดัน คลั่งรักจนน่ากลัว แต่ก็ดูเพราะแปลกๆดีว่ะต่างจากที่ บอย โกสิยพงษ์ ร้องไว้"  วิวอธิบายไปตามที่คิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาถึงบทเพลงที่เพียงบิดทำนองก็อาจบิดการตีความไปได้ทั้งหมดทั้งสิ้นขึ้นกับสิ่งที่นักร้องอยากสื่อ คริสหัวเราะร่วนชอบใจในความจริงใจของเพื่อนก่อนอธิบายเสริมที่มาที่ไปของเพลง

"มึงรู้ไหม มีเก่ากว่าเวอร์ชั่นบอยอีกนะ" 

"จริงดิ?" ตาเล็กกระพริบปริบๆ

"จริงสิวะ ต้นฉบับเป็นของสุเทพ วงศ์คำแหง" 

วิวพยักหน้า ตั้งใจว่ากลับบ้านไปหาต้นฉบับมาฟังเสียหน่อยแล้ว เพื่อนแนะมาขนาดนี้ก็ใคร่อยากรู้อยากเห็นตามไปด้วย คริสเป็นคนที่โดดเด่น ทำอะไรพูดอะไรก็น่าสนใจ อยากเข้าไปสัมผัส ค้นหาตาม ขนาดมูฟเม้นท์ร่างกายยังน่าสนใจมีเสน่ห์มากถึงขั้นที่คนผ่านไปมายังต้องขอแอบมองเป็นระยะต่างจากเขานั่งตรงนี้อยู่ตั้งนานก็ไม่มีใครคิดจับจ้อง

เตะตาได้เพราะมีคริสอยู่ โอเมก้าเหมือนกันแท้ๆ เหลือเชื่อจริงๆ

"นี่นะ แล้วกูก็.."

 

Rrrrr

Rrrr

 

เบอร์ประหลาดโทรเข้ามา ทันทีที่กดรับสายคนพูดคุยเจื้อยแจ้วกัดปากเครียดฉับพลัน เสียงปลายสายดังก้องออกมาพอให้เพื่อนอีกคนได้ยินตามไปด้วย

"ฮัลโหล?"

'ซี้ด....ซี้ด.....อา....เหงาก็เรียกพี่ได้นะ พี่จะเอาให้ครางจนหายเหงาไปเลย'

วิววางแก้วน้ำส้ม ดื่มต่อไม่ลง ส่วนคริสรีบวางสายทั้งมือสั่น กระแทกมือถือลงกับโต๊ะ นั่งกุมขมับเครียด

"คริส..เจอโรคจิตเหรอ?" 

โดนชมก็โดนชังได้เช่นกัน

"อืม.."

"กลับบ้านดีกว่าไหม กูว่าแบบนี้ไม่ค่อยดีนะ"

"ไม่เอา! ถ้ากูกลับ กูก็แพ้พ่อแม่สิวะ กูอยากเป็นนักร้อง ไม่ใช่นักธุรกิจ" โอเมก้าบ้านรวยโวยวาย ชีวิตสวยหรูบนกองเงินกองทองกลับร้องอยากออกจากกรงทองคำโบยบินไปมีอิสระในชีวิตของตนเองทั้งที่ทางบ้านมีธุรกิจรอให้สานต่อ คริส พีรวัส กลับไม่ต้องการ ความฝันของคริสคือการทำเพลง ออกอัลบั้ม เป็นนักดนตรีแถวหน้าในเมืองไทย ยอมเก็บของออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ เอาตัวเองมาจมกับความลำบากเช่าคอนโดกลางเมืองแถวเมืองทองธานี หาเลี้ยงชีพกับวงดนตรีสมัยมหาลัยเรื่อยมา ขณะเดียวกันก็แต่งเพลงส่งประกวดไปเรื่อยเพื่อหวังจะเข้าตากรรมการ ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงเป็นเรื่องราว

วิวผู้เฝ้ามองจากเบื้องหลังในฐานะจุดเล็กๆในชีวิตคนดัง มองเห็นและรับรู้ตลอดทั้งเรื่องสุขและทุกข์ใจ มือเล็กเรียวบางวางบนบ่ากว้าง ตบให้กำลังใจ บีบปลอบโยน เคียงข้างไม่ห่างในฐานะเพื่อน

ตอนแรกคริสว่าทนไหว ทว่า..ตอนนี้เริ่มหนักใจนับตั้งแต่ได้จดหมายจากโรคจิตสู่การเอาเลือดมาป้ายหน้าห้อง ปาถุงขี้ใส่หน้าห้อง จับมือใครดมก็ไม่ได้ ยามก็ไม่คิดดูแล แจ้งความก็ไม่คืบหน้าใดๆ หาว่ากลั่นแกล้ง เดี๋ยวก็เลิกไปเองทั้งที่เรื่องนี้เป็นการคุกคามกันเห็นได้ชัด เปลี่ยนเบอร์ไปแล้วรอบนึงก็มิอาจหนีโรคจิตได้ 

 

โอเมก้า..กับชีวิตหวาดระแวงสังคม

 

ครูศิลปะใน รร.รัฐแห่งหนึ่งเข้าใจหัวอกดีกรรมเวรของการเกิดมาในชนชั้นฐานล่างพีระมิดย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกกดทับและรังแก หากไม่มีแบ็คดีหรือมีอัลฟ่าคุ้มครองก็ค่อนข้างอยู่ยากในสังคม โลกความเป็นจริงมันโหดร้ายเสมอกับคนที่ต่ำกว่า ต่อให้เรียกร้องแค่ไหนก็มิอาจบรรเทาได้จนต้องจำใจหาวิธีการเอาตัวรอดในสังคมหมู่มากเช่นนี้ต่อไป

"เอาอย่างนี้ดีไหม กูจะลองขอให้ปราชช่วยสืบให้"

แฟนของวิวที่คริสเคยได้ยินแต่ชื่อ คุ้นว่าตอนนี้ทำงานเป็นตำรวจ 

"ก็ดีเหมือนกัน ฝากหน่อยนะ"

ความช่วยเหลือของเพื่อนมาพร้อมกับการได้ทำความรู้จักอัลฟ่าคนหนึ่ง พวกเขานัดเจอกันที่ร้านบิงชูในเช้าวันอาทิตย์

 

กรุ๊งกริ๊ง

 

กลิ่นหอมชาจัสมินสุขุมเยือกเย็นลอยเข้ามานบตั้งแต่กระดิ่งหน้าร้านสั่น เดินตามหลังโอเมก้าร่างเล็กบอบบางกลิ่นหอมดอกเดซี่

"นี่ปราชนะ ทำงานอยู่กองปราบปราม"

คริสกระชับหมวกแก็ปมองอัลฟ่าหนุ่มตัวสูงไล่เลี่ยกันอาจจะสูงกว่าราวๆ 1-2 เซนโดยประมาณ ทำอาชีพตำรวจแต่ไม่ใส่เครื่องแบบ ห้อยตราไว้ที่คอหนาแทน ผิวสีเข้มกร้านแดด ใบหน้าคมหล่อ เรือนผมดำสนิทเหมือนฟ้ารัตติกาล ดวงตานิลเรียวคมกริบท่าทางเคร่งขรึมน่ากลัว ทว่า..เจ้าตัวกลับยิ้มสวยมาก ยิ้มที่ส่งมอบให้กับวิวเพียงคนเดียว

 

ชาจัสมินคลั่งรักดอกเดซี่น่าดู

 

"แก่กว่าพวกเราใช่ไหมวะ?" คริสกระซิบถามเพื่อน วิวพยักหน้าตอบ แสดงว่าที่เรียกชื่อกันตรงๆ ทั้งสองคงคบหาดูใจ สนิทชิดเชื้อมาก

"หวัดดีครับพี่ปราช" คริสยกมือไหว้ อย่างไรก็แก่กว่า นับถือเป็นพี่ ตำรวจยศหมวดยิ้มบางรับไหว้อีกฝ่าย

"ดีครับน้องคริส"

 

นั่นคือการคุยกันครั้งแรก

 

"กล้องวงจรปิดจับไม่ได้เลยเหรอ?"

"ไม่ครับ คริสขอดูแล้ว"

"ปกติชีวิตประจำวันทำอะไรบ้าง?"

"เล่นกีต้าร์แต่งเพลงอยู่ที่ห้อง บางวันก็ออกไปซ้อมดนตรีกับเพื่อน วันไหนมีจ้างไปเล่นดนตรีก็จะยกโขยงวงไปด้วยกันครับ"

เล่ารายละเอียดให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่โดนคุกคาม คนเป็นตำรวจนั่งฟังสลับถามเป็นระยะ ซึ่งเขาก็ยินดีให้ข้อมูลตามที่ตำรวจต้องการ 

"ดีจังเลยครับที่แฟนวิวเป็นตำรวจ ตอนแรกไปแจ้งความไว้แล้วแต่เรื่องไม่คืบหน้าเลย" คริสรู้สึกขอบคุณเพื่อนสนิทอย่างมาก เริ่มเห็นความหวังว่าเรื่องโรคจิตบ้าๆ นี่จะจบลงเสียที จะได้ใช้ชีวิตปกติสุขเหมือนคนอื่น

"ตำรวจบางคนก็เอ้อระเหยเกินไป แต่ไม่ต้องห่วง พี่รับเรื่องแล้ว ถ้ามีอะไรโทรมาเบอร์นี้ได้นะ เบอร์พี่เอง"เบอร์ของอีกฝ่ายส่งมาให้ ก่อนแยกย้ายกันไป วิวขึ้นซ้อนมอไซต์แฟนหนุ่ม ส่วนคริสยืนรอ Grab-taxi หน้าร้าน ระหว่างนั้นนิ้วป้อมกดมือถือเมมเบอร์ผู้หมวดไว้สำหรับติดต่อเหตุฉุกเฉินโดยเฉพาะ

 

 

พี่ปราช

084-xxx-11xx

 

 

TBC

+++++++++++

พาร์ทอดีตจะมีรายละเอียดมากขึ้น มีเพิ่มมีเติมจากสดพอตัวค่ะ 

#คดีเทียนหอม

ไปก่อนนะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Nick (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 14:58

    น้องเทียนหอมเป็นยังไงบ้าง ขอพาสเทียนหอมหน่อยจ้ะ

    #6
    1