[ฟิคคริสสิง]Missing(Omegaverse)

ตอนที่ 6 : Missing 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 ก.ย. 63

 

 


 

 

Missing 4

 

 

'happy birthday to เทียนหอม'

​​​​​เค้กวันเกิดรสช็อกโกแลตวาดลายไอรอนแมน ปักเทียนเลข 5 คลิปฉลองวันเกิดเดือนที่แล้วอัดไว้โดยฝีมือพี่เลี้ยง เริ่มตั้งแต่ยกเค้กจากในครัวออกมาเซอร์ไพรส์ลูกชาย พูดคุยมอบของขวัญกัน ให้สัญญากันและกันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป อ้อมกอดลูกน้องอาจจะเล็กเมื่อเทียบกับพ่อที่ตัวใหญ่กว่า กระนั้นก็เป็นความอบอุ่นและเติมพลังใจให้ คริส พีรวัส อยากมีชีวิตต่อไปในทุกวัน

'อธิษฐานยังเทียนหอม'

ในคลิป คริสถามลูกชาย เทียนหอมจึงหลับตาปี๋ ยกมือไหว้ขณะนั่งบนตักคนเป็นพ่อ

'แล้วฮะ'

'ถ้างั้นเป่าเลย'

เทียนดับลง เสียงปรบมือดังขึ้น ลูกชายกอดโอเมก้าผู้เป็นพ่อแน่นอีกครั้ง

'เทียนหอมรักพ่อไหม'

'รักฮะ'

'น่ารักจังเลย ลูกใครน้า หอมหน่อยๆ '

'คิกๆ พ่อฮะะะะ'

นั่งกองพื้นดูคลิปอัดลงแผ่นซีดีในบ้าน มือขาวป้อมวางทาบจอทีวีฉายภาพลูกชายในวันวาน  เห็นกันทุกวัน คุยกันตลอด ยามนี้ไม่อาจสัมผัส รอยยิ้มบิดเบี้ยวพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม สะอื้นด้วยความคิดถึง ห่วง กลัว ตีหัวไปหมด

"เทียนหอม ลูกไปอยู่ไหน ฮึกๆ"

พร่ำถามที่ไร้คำตอบ มีเพียงหนทางเดียวคือเฝ้ารอการแกะรอยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

 

 

สถานะเทียนหอม

ตั้งเป็น 'คดีลักพาตัว' โดยสมบูรณ์

 

 

"คุณคริสคะ หิ่นขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าคุณคริสอยู่.." พี่เลี้ยงเด็กเปิดไฟห้องนอนของคุณชายน้อยบ้านแสงโพธิรัตน์ ห้องเด็กทาผนังสีฟ้าตกแต่งแนวฮีโร่ เธอสะดุ้งตกใจที่เจอคนเป็นพ่อนั่งดูทีวีในห้องนอนลูก 

"ไม่เป็นไร..กำลังจะออกไปพอดี" คริสเช็ดน้ำตาลวกๆฝืนยิ้มให้พี่เลี้ยงเด็กที่เป็นเบต้า หิ่นมองไปยังทีวีฉายภาพรอยยิ้มเด็กอัลฟ่าไร้เดียงสา ทุกช่วงชีวิตของทายาทแสงโพธิรัตน์มีอัดวิดิโอไว้เสมอ บรรจุลงหลายแผ่นเก็บใส่ตู้เสมือนเป็นบันทึกเรื่องราวการเติบโตของลูกน้อยตั้งแต่เป็นทารกอ้อแอ้ เริ่มคลาน เดินสองขา เข้าโรงเรียนวันแรก ไปเที่ยวนั่นนี่และวันเกิดในทุกปี 

"นี่ก็จะ 2 อาทิตย์..ไม่มีติดต่ออะไรกลับมาเลย.." คริสเอ่ยเสียงสั่น "ถ้าพวกมันอยากได้เงิน ก็เรียกมาเถอะ เท่าไหร่ก็มา อย่าทำเทียนหอมได้ไหม"

คร่ำครวญถึงชีวิตลูก เทียบแล้วไซร้เงินเป็นเพียงกระดาษโง่ๆ ที่ไม่มีค่าหากเทียบชีวิตลูกชาย  

"คุณคริส..ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ ตำรวจกำลังสืบอยู่และก็เป็นคุณสิงโตด้วย เขาเป็นพ่อของน้อง เขาต้องตั้งใจหามากๆแน่ค่ะ"

คริสรู้สึกถึงความอ่อนแอ ตกในสภาพแย่ยิ่งกว่าพิการ ทุกคนบอกว่าเขาเกิดมาพร้อมหมดแต่เวลานี้ดันกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ดั่งก้อนเมฆหลักลอยบนฟ้าที่ได้แต่ปลิวไปตามลม ทำอะไรเพื่อช่วยลูกก็ไม่ได้ วันนั้นเราก็ไปด้วยกันแท้ๆ จับมือแท้ๆ ดันทำหายเสียเอง..

"พักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้อาจจะมีข่าวดีก็ได้"หิ่นปลอบโยนเจ้านาย ประคองพาเดินไปจากห้องเด็กสู่ห้องนอนของผู้ใหญ่ คริสเอนกายลงนอนบนเตียงกว้าง 4 เสาไซซ์คิง ไฟมืดลงโดยพี่เลี้ยงเด็กควบแม่บ้านตามด้วยปิดประตูให้เรียบร้อย ดวงหน้าขาวจัดซูบตอบลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วงเทียนหอมยังอยู่  ร่างสูงโปร่งตะแคงนอนหันข้างเข้าหาที่ว่างเปล่าข้างกาย เคล้นคลึงสร้อยแหวนสวมติดคอแล้วก็พาลน้ำตาเอ่อล้น จนต้องสูดน้ำมูกเสียงดังฟุดฟิด 

 

 

โดดเดี่ยว..

 

 

.

.

.

​​​​​

อีกฟากหนึ่งใต้ฟ้ารัตติกาลเวลาเดียวกัน เป็นเวลาที่คนมีคู่จะกระชับความสัมพันธ์ต่อกันโดยส่วนใหญ่ บรรยากาศราตรีนี้ก็เป็นใจ ฝนตกพรำเบาๆจนรู้สึกถึงไอเย็นลอยผ่านทะลุผนังบ้านไปถึงร่างเล็กที่กำลังอ้าขารองรับแก่นกายสีเข้มร้อนเร่าเข้ามาข้างใน 

"อ้า!!!" วิวรู้สึกถึงการปลดปล่อย เขาทิ้งหัวลงฟุ่บหมอน อ้าปากหอบแรงจนอกแบบางกระเพื่อมขึ้นลงเป็นระลอก สูดเอากลิ่นดอกเดซี่และชาจัสมินหอม ฟีโรโมนโอเมก้า อัลฟ่า ตีกันคลุ้งไปหมดในห้องนอน ตอนนี้เราสองยังเชื่อมกันเมื่อถึงจุดสุดยอดไป อัลฟ่าจะถึงจุดน็อตและการทำให้อัลฟ่าที่เป็นคนที่รักถึงขั้นนั้นช่างวิเศษนักเพราะจะต้องติดกันแบบนี้ไปอีกชั่วโมงนึงโดยประมาณ ใช้เวลาสบตากัน กอดกกใกล้กัน มือเล็กเกลี่ยปอยผมสีดำปรกดวงตาคมกริบ จดจ้องครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถาม

"ปราชดูเครียดนะ"

"งานน่ะ"เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกับคู่แต่งงานสวมไว้ซึ่งสวมแหวนแบบเดียวกัน..โอเมก้าของ สิงโต ปราชญา 

"เหมือนปราชอยากพูดอะไรนะ?" วงแขนเล็กคล้องคอสีเข้ม"เวลาแบบนี้เราหนีหน้ากันไปก็เท่านั้น"

"ตลกน่าวิว" ตำรวจหนุ่มหัวเราะในลำคอกับมุกตลกของคนรัก วิวยิ้มหวานทำทีเอียงคอพิศมองสามี รอคอยให้พูดออกมาดั่งใจอยาก

ชั่งใจพักนึงแล้วพูดออกมา

"ผม..อยากให้วิวดูรูปวาดให้หน่อย"

"รูป?" วิวรับแฟ้มบนหัวเตียงมาเปิดดู ก็ว่าแฟ้มอะไร..ที่แท้ก็เตรียมไว้เพื่อตั้งใจจะถามเขาแต่แรกแล้ว ข้างในเป็นภาพวาดของเด็กอนุบาล ก่อนจะหน้าตึงฉับพลันเมื่อเห็นชื่อใต้รูป..

"มันเกี่ยวกับคดีเหรอปราช"

"ก็อาจจะ บางทีของพวกนี้ก็สามารถวงพื้นที่ให้แคบลงหรือไม่ก็อาจทิ้งรอยอะไรให้ตามหาตัวเจอได้ ถ้าเราไม่รู้จักโจร เรารู้จักพฤติกรรมเหยื่อก็พอเป็นเบาะแส"

"นั่นหมายถึง ปราชต้องรู้จักน้องเขาด้วยใช่ไหม?" วิวถาม

"ใช่"ขานตอบรับโดยไม่มีลังเล

"...เฮ้อ" วิวถอนหายใจและเริ่มหยิบรูปขึ้นมาดู นั่นทำให้สารวัตรปราชญายิ้มได้อีกครั้ง หลุดอาการดีใจจนโอเมก้าผู้เป็นสามีเช่นเขาต้องชี้แจงสาเหตุให้ฟังกันชัดๆ "วิวช่วยเพราะอยากให้ปราชรีบปิดคดีนะ"

"ขอบคุณนะ"

"ขอบคุณไม่พอ จบงานนี้ต้องเลี้ยงชาบูวิวด้วย" คนรักทำเสียงแง่งอนก่อนหลุบตากลับไปดูแฟ้มผลงานภาพวาด กริยาของวิวช่างน่ารัก น่าเอ็นดูและขณะเดียวกันก็พอจะเข้าใจความรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยของอีกฝ่ายเช่นกัน หนุ่มอัลฟ่าจึงหอมหัวเป็นการขอบคุณและรอฟังคำตอบ

"น้อง 5 ขวบเหรอ?"

"อืม"

"ลายเส้นดีมากเมื่อเทียบกับวัย อืม..เส้นหนัก เป็นเด็กมั่นใจในตัวเอง อันนี้มีโจทย์ให้ไหม?" ครูศิลปะถาม เขาส่ายหัวตอบ

"ตามใจฉันงั้นเหรอ?"

"ประมาณนั้น"

วิวครางรับในลำคอแล้วเปิดดูต่อจนครบทุกแผ่น "ลูกสิงชอบใช้สีสดใสกับตัวบ้าน ชอบวาดบ้าน เส้นจะชัดเป็นพิเศษ วิวคิดว่าน้องแฮบปี้กับที่บ้านนะ"

"ไม่มีปัญหาตบตี?"

"วิวคิดว่าไม่ แต่วิวก็ไม่ใช่นักจิตวิทยา วิวอนุมานจากความรู้ด้านศิลปะเอา ส่วนอย่างอื่น..วิวว่าน้องมีปัญหา"

"ปัญหาอะไร?" ใบหน้าคมหล่อเหลามุ่นคิ้วทันที วิวเหลือบตามองคนที่เอาแต่จ้องรูปภาพทั้งแววตาส่อเค้าสั่นไหวเจือกังวล..แต่ไม่คิดทักเลือกเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนกลับมาอธิบายส่วนที่ค้างต่อ

"รูปนี้ต่างจากรูปอื่น สีที่ใช้เป็นโทนทึบ" รูปสีโทนหม่นเฉดเย็น ดำ น้ำเงิน ม่วงระบายทับสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นตึกสูงใหญ่และมีเสาธงชาติอยู่หน้าตึกเด่นเป็นสง่า

"โรงเรียน?"

"อื้ม วิวคิดว่าน้องมีปัญหาที่โรงเรียน" ปลายนิ้วเล็กๆชี้ไปที่ตัวคนนั่งชิงช้าในสวนที่ระบายสีเขียวสดใสกว่าเด่นชัด

"น้องไม่ชอบที่นั่น"

ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณคนรักสำหรับข้อมูลที่ทำให้ 'เข้าใจ' ลูกชายมากขึ้น หมดเวลาน็อตแล้วจึงถอนตัวออกเรียกเสียงครางแผ่วเบาจากปากเล็กจุ๋มจิ๋ม ตาเล็กหวานหยดย้อย ผิวเปล่งปลั่งระเรื่อไปด้วยความสุขที่ได้รับจากเจ้าของปลอกคอ..อัลฟ่าคู่ครอง สารวัตรตำรวจเอื้อมมือปิดไฟและนอนกอดครูศิลปะไว้บนเตียง ใบหน้าเล็กค่อนน่ารักซุกแผงอกสีเข้มแน่นกล้ามมัด

"ราตรีสวัสดิ์นะปราช ฝันดีนะ"

"ราตรีสวัสดิ์วิว ฝันดีเช่นกัน"

เราต่างหลับตาลง บอกฝันดีต่อกัน เห็นหน้ากันเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของวันดั่งใจหวัง กอดกันไว้ ในที่สุด..ลมหายใจสม่ำเสมอรดอก

ตาคู่คมที่ควรปิดกลับลืมขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีไปจวบจนฟ้าสางในวันพรุ่ง

 

.

.

.

 

เช้าวันต่อมาพี่เลี้ยงเด็กเดินขึ้นบันไดไปเคาะประตูห้องนอน เสียงอนุญาตดังขึ้น เธอจึงเปิดประตูเข้าไปถึงกับถอนหายใจ ทั้งแววตาสงสารเห็นใจ ใต้ตาลึกโหล นั่งบนเตียงทั้งชุดนอนผ้าลื่นคลุมตัวสีแดง รับรู้กันอยู่ว่าโอเมก้าหนุ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืนแล้ว ต่อให้กินก็เข้าปากเพียงคำสองคำก็วางช้อนลงไปเสียดื้อๆ 

"มีอะไรเหรอหิ่น วันนี้ไม่มีเข้าออฟนะ"

"หิ่นทราบค่ะ คือ..คุณสิงโตมารอที่หน้าบ้าน"

ชื่อ..ที่ทำเอาคริสตาโต พลุนพลังวิ่งลงบันไดไปชั้นล่าง มือป้อมเกาะหน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นรถเชฟโรเลตจอดอยู่หน้ารั้วบ้าน มีผู้ชายมาด้วยกัน 2 คนคนนึงจำได้ว่าเป็นผู้หมวดชื่อพงษ์ ส่วนอีกคน..คือสารวัตรปราชญา

"พี่สิง..มาจริงๆ" พึมพำทั้งเสียงแผ่วเบาก่อนเร่งฝีเท้าออกไปรับแขก

"โอ้โห.." หมวดพงษ์ว่าตัวเองตาค้างกับขนาดบ้านแล้วยังต้องมาตะลึงกับโอเมก้าในชุดนอนสีแดง ขาวจ้ามาก ผิวพรรณดูใส เนียนละเอียดสมเป็นผู้ลากมากดีมีฐานะเกิดในตระกูลดัง

อัลฟ่า 2 คน

โอเมก้า 1 คน

มีรั้วบ้านคั่นกลาง

"ได้เรื่องเทียนหอมแล้วเหรอครับ?" สิ่งที่ร้อนใจสุดผุดในหัวและเปิดถามอย่างรวดเร็วด้วยแววตาที่เป็นประกายแห่งความหวัง แวววาว สุกสกาวดั่งดาวบนฟ้าในยามค่ำ

"นิดหน่อย" สารวัตรปราชญาหรือสิงโตบอก คริสเริ่มยิ้มขึ้น อย่างน้อยก็มีอะไรคืบหน้า เขาสั่งให้หิ่นเปิดประตูรั้วเชิญตำรวจเข้ามาคุยต่อ แต่แล้วสายตาจ้องค้างของอัลฟ่าคนหนึ่งแผ่กลิ่นฟีโรโมนคลุ้งกระจายจนโอเมก้าสัมผัสได้ถึงความเข้มข้นที่มากกว่าจะเป็นในระดับปกติ

 

 

อยากเซ็กส์

 

 

หมวดพงษ์รีบหลบตาหลังเจอหัวหน้าจ้องดุที่ทำตัวไม่งามใส่เจ้าบ้าน คริสเริ่มรู้ตัวว่าไม่ควรออกมาในสภาพนี้ มือขาวป้อมยกปิดคลึงคอไร้รอยกัดไว้ ในระหว่างที่ประตูอัตโนมัติเปิดออกให้ตำรวจก้าวเข้าไป

 

ตุบ!

 

"ใส่ซะ คราวหน้าออกก็แต่งตัวให้มันดีๆ"

สิงโตถอดเสื้อแจ็คเกตนอกโยนใส่เจ้าบ้าน คริสยืนอึ้งไม่คลายค่อยๆดึง..เสื้อคลุมสีดำหอมกลิ่นชาจัสมินติดตรึงฝังไปถึงใยผ้าพาลเอาหน้าขึ้นสีเสียไม่ได้ คลี่สะบัดแล้วสวมคลุมทับชุดนอนสีแดงติดตะขอรูดซิปปิดถึงคอ 

เผลอไผลสูดดมไปด้วยความคิดถึงแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ยังดี..

 

 

ยังพอเหลือน้ำใจให้แก่กันใช่ไหม?

 

 

คำถามดังก้องหัวทำเอาน้ำตารื้นกับสิ่งเติมสุขในใจ แหงนหน้าขึ้นหมายกล่าวขอบคุณ

"คุยงานกันได้ยัง" สารวัตรหนุ่มสายพันธุ์อัลฟ่าตัดบทเข้าเรื่องงาน คริสจำต้องนำตำรวจ 2 นายไปห้องรับแขกหรูหราเดิมๆที่เคยมานั่งคุยกันก่อนหน้านี้

"ที่รู้ตอนนี้นะครับ เราเช็กประวัติที่มาของรถ  ภาพเสก็ตก็ติดประกาศแล้ว อีกสักพักน่าจะได้เรื่อง" หมวดพงษ์รายงานความคืบหน้าให้ฟัง ภาพเสก็ตคนร้ายลงบนโต๊ะรับแขกพร้อมข้อมูลประวัติของผู้ต้องสงสัยระบุชื่อกับสัญชาติ

"คริสไม่เคยมีปัญหากับคนเกาหลีนะครับ"

"ดีลธุรกิจล่ะ?" คราวนี้คนที่นั่งกอดอกเงียบปล่อยให้ลูกน้องอธิบายนานสองนานเปิดปากถาม คริสมุ่นคิ้ว พยายามครุ่นคิดทบทวนความทรงจำก่อนจะทำตาโตนึกขึ้นได้

"อ๋อ! จริงๆ มีคนนึง แต่ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ"

หมวดพงษ์ชะงักมือที่จดลงสมุด มองพ่อของเด็กที่หายตัวเอาแต่นั่งบีบมือไปมา

"ประมาณปลายปีที่แล้ว ในงานฉลองเปิดงานแบรนด์เสื้อผ้าของตระกูลวัสนันท์ คริสเจอผู้ชายเกาหลีคนนึง"

"ใช่คนนี้ไหม?"

"ไม่ใช่ครับ เขาเป็นเจ้าของร้านผับ rising"

"คุณคริสหมายถึงมหาเศรษฐีชาวเกาหลี คุณยูมินเหรอ?" หมวดพงษ์อุทาน คริสพยักหน้า

"คุยเรื่องอะไร?" สารวัตรปราชญาถามต่อ คริสละสายตาจากผู้หมวดมายังอดีตสามี

"เขา..จีบผม"

 

 

ป๊อก!

 

 

ไส้ดินสอหักคามือหมวดพงษ์ คนเป็นลูกน้องหลุดหน้าเลิ่กลั่กออกมา หากไม่รู้เรื่องจากจ่ายศมาก่อน เขาจะไม่รู้สึกกระอั่กกระอ่วนเสมือนเป็นอากาศอยู่ท่ามกลางบรรยากาศคนเคยค้าม้าเคยขี่เช่นนี้ ถึงจะเลิกรากันไปแต่ใครเล่าจะไปรู้ใจคนกัน มันก็ต้องมีชะงักกันบ้างซึ่งเอาเป็นว่า พงษ์ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่อะไรทั้งนั้นนอกจากเรื่องงาน!

"คุยกันนานแค่ไหน?" อาจนับว่าดีที่สารวัตรปราชญาถามต่อทั้งเสียงเรียบนิ่งเหมือนเดิม

"คริสคุยอยู่ราวๆ เดือนนึง ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะอยากดีลงาน แต่ดูจะไม่ใช่"

"ยูมินสนิทกับเทียนหอมไหม?" 

"กลางๆ ครับพี่สิง เคยเจอกัน 2 ครั้ง เรื่องนานมากแล้วจะเกี่ยวข้องเหรอครับ?" คริสถามทั้งเสียงว้าวุ่นใจกับอดีตสามีที่จี้มาเป็นชุดตามหน้าที่ไม่หยุด 

"ต้องตรวจสอบดูก่อน เพราะคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเช่ารถเป็นคนเกาหลี" คำตอบนั้นทำเอาคนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวกัดเล็บเครียด ไม่คิดว่าเรื่องขี้ปะติ๋วเช่นนี้จะมีผลต่อการลักพาตัวลูก

"ถ้างั้นทางเรารบกวนว่า หากได้ติดต่อกับเขา ก็ช่วยแจ้งกับตำรวจด้วยนะครับ" หมวดพงษ์โดนสายตาคมกริบส่งคำสั่งให้เขารีบสรุปเรื่องโดยเร็ว

ทว่า...

"เอ่อ...แล้วจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าขอเข้าห้องน้ำหน่อย" ดันปวดฉิ่งฉ่องซะนี่สิ..

"ได้ครับ ตรงไปเลี้ยวซ้าย"

หมวดพงษ์วิ่งเร็วจี๋ออกไป ห้องรับแขกหรูหราติดรูปผู้นำตระกูลไล่หลั่นมาแต่ละรุ่นเหลือแต่สารวัตรสิงโต ปราชญา กับหนุ่มไฮโซอย่างคริส พีรวัส ตามลำพัง

 

เงียบ..เสมอมา

 

 

บุรุษอัลฟ่าผิวสีเข้มกร้านแดดจากการออกสนามด้วยอาชีพกับกลิ่นหอมฟีโรโมนที่เคยแนบชิดติดเสื้อแจ็คเกต บรรยากาศเดิมๆที่คุ้นเคยกลับมาเพียงแต่แหวนมิใช่วงเดิมดั่งเก่า 

"รู้เรื่องที่โรงเรียนบ้างไหม?" แปลกที่ครั้งนี้คนทำลายความเงียบเป็นนายตำรวจถึงจะเป็นเรื่องลูกก็ตามแต่

"ก็ตามที่ซิสเตอร์เล่า ทำไมเหรอ?"

"รูปวาดที่ผมเอาไป ให้วิวลองช่วยดู วิวคิดว่าลูกน่าจะมีปัญหาที่โรงเรียน" พอพูดชื่อเจ้าของคู่แหวนบนนิ้วนางซ้ายนายตำรวจ โอเมก้าหนุ่มเจ็บอกแปลบทันที

"เอารูปให้วิวดู..ทำไม.."

"วิวเป็นครูศิลปะ ความเข้าใจของวิวมีประโยชน์ต่อการเข้าถึงลูก"

เจ็บเข้าไปกว่าเดิมคือการที่คนปัจจุบันดูมีประโยชน์มากกว่า ดูน่าจะช่วยเหลือเทียนหอมได้มากกว่าพ่อแท้ๆอย่าง คริส พีรวัส เขากลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก นัยน์ตากลมโตพาลแข็งทื่อ

"ไปโรงเรียนอีกวันไหน?"

"วันไหนก็ได้ คริสเข้าได้เสมอ"

"อ๋อ..อภิสิทธิ์ผู้บริจาครายใหญ่สินะ"

ตากลมส่อแววขุ่นเคืองกับถ้อยคำจิกกัด แล้วมันจะยังไง คนเป็นตำรวจจ้องนิ่งตอบกลับไปไม่คิดเกรงกลัวกันแม้แต่น้อย

"คริสอยากซื้อความสบายให้เทียนหอม มันผิดเหรอ ครูจะได้ดูแลทั่วถึง"

"พูดมาตรงๆ ดีกว่า ตระกูลนายทำเรื่องไว้เยอะมาก มากจนรู้ดีแก่ใจว่าถ้าเขาจะเล่นงานนาย เขาจะเล็งลูก"

พลัน..หน้าขาวกลมซีด มือเย็น ปากอิ่มเม้มแน่น จุกคอพูดไม่ออก กระทั่งหมวดพงษ์กลับมา สารวัตรปราชญาจึงขอตัวกลับโดยไม่วายแบมือขอเสื้อแจ็คเกตกลับคืนไปด้วย 

"....."

"....."

ก็ได้แค่ชั่วครู่ชั่วคราว คริสจำต้องถอดและส่งคืนให้มือแกร่งสีเข้ม มองดูเพียงเสื้อที่เคยได้รับ มาคลุมตัวเพียงไม่กี่ชั่วยามถูกวางพาดบ่ากว้าง หันหลังให้กันแล้วเดินจากไปพร้อมลูกน้อง เจ้าของบ้านซบหน้าลงกับมือ เครียดจนหัวตื้อ ความรู้สึกผิดถาโถม อยู่อย่างเดียวดายในความอู้ฟู่ หรูหราที่แลกมาด้วยการเหยียบย่ำคนมากมายตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ

สาบานจะไม่เป็นเหมือนพ่อแม่

แต่สุดท้าย..

ตัวเองมิอาจหนีไม่พ้น 'แสงโพธิรัตน์' ได้

 

.

.

.

 

"สารวัตร..ได้นอนบ้างไหมครับ.." ตำรวจยศหมวดตัดสินใจเป็นคนขับรถแทนตำรวจนั่งเหม่อมองนอกหน้าต่าง ถามไถ่อีกฝ่ายหลังจากลอบสังเกตมาสักพักกับใต้ตาคล้ำลึกโหลไม่ต่างจากพ่ออีกคนของเทียนหอม

"ผมสัญญาจะไม่บอกครูวิว"

ชู 3 นิ้วให้สาบาน สารวัตรปราชญาปัดมืออีกฝ่ายทิ้ง ชี้นิ้วกำชับให้สนใจถนนมากกว่ามาใส่ใจคนในรถและความเงียบเก่งก็ปกคลุมรถ กลายเป็นว่าหมวดพงษ์พูดอยู่คนเดียว

"ผมเข้าใจนะครับสารวัตร พ่อคนน่ะ"

"หมวดยังโสด ไม่มีลูก" สารวัตรปราชญาแย้งทันควัน

"โด่วววว ขอผมได้คูลบ้างดิ!! ผมอิงจากประสบการณ์พ่อผม ตอนผมเข้าโคม่าที่โดนยิง พ่อผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับนะ ผมถึงเข้าใจไง"

หัวหน้าตำรวจส่ายหัวกับลูกน้องขอมีซีนได้เล่า ได้สอน 

"แต่ยังไง สารวัตรก็ต้องพักบ้างนะครับ" ความห่วงใยส่งทอผ่านน้ำเสียง ใบหน้าคมเข้มหล่อแบบไทยแท้พยักหน้าเนือยๆ 

 

 

Rrrrr

Rrrrr

 

 

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น หมวดวินโทรต่อตรงถึงสารวัตรสังกัดกองปราบ เขากดรับสายฟังคำรายงานของลูกน้องอีกคนที่เป็นอัลฟ่าเช่นกัน

"ว่าไง"

[สารวัตร เราเจอรถคันดังกล่าวแล้ว..แต่..]

คนตาลึกโหลจากอดนอน ตื่นตัวทันควัน เลือดในกายเย็นเชียบ ลุ้นระทุกกับคำรายงานที่เขาภาวนาขอให้เป็นข่าวดี

"แต่อะไร?"

[รถถูกเผาทั้งคันและพบศพในนั้นด้วยครับ]

 

 

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 feliona_p (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 08:16
    ศพใคร แงงง ไม่ใช่เทียนหอมใช่มั้ย
    #3
    1