[ฟิคคริสสิง]Missing(Omegaverse)

ตอนที่ 1 : Prologue (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    14 ก.ย. 63

 


 

 

Prologue

 

 

‘จากสถิติผู้สูญหายในรอบ 12 ปีของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 2841 คน เป็นชาย 1049 หญิง 1778

และยังคงเกิดขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน – มูลนิธิกระจกเงา พ.ศ.2558’

 

บุคคลสูญหายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนข่าวสารทุกวัน คนใกล้ชิดเหยื่อวิงวอนร้องขอให้ช่วยแจ้งเบาะแส ฝากฝังและรอคอยปาฏิหาริย์ที่มิอาจรู้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ คนห่างไกลหลายคนเลือกแชร์ต่อ หลายคนเลือกผ่านไปไม่แยแสราวกับเป็นเพียงฝนตกจากฟ้ากระหน่ำเพียงชั่วขณะและจางไปราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

 

ครืน…ครืน..

 

กระทั่งวันหนึ่ง..เรื่องไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นในยามเย็นวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 ณ สวนรถไฟใต้ฟ้าขมุกขมัวช่วงต้นฤดูฝน

ไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องไกลตัวเห็นผ่านสื่อ..ใกล้มากเพียงนี้

“เทียนหอม!!” สุรเสียงแทบขาดใจในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อ กรีดร้องนามนั้นซ้ำราวกับคนบ้าแข่งกับฟ้าร้องระงมชวนสะพรึงแต่มิอาจเทียบเท่า ‘ลูกชาย’ หายตัวไป เหลือทิ้งไว้เพียงรองเท้าผ้าใบเด็กสีแดงข้างเดียว

 

 

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!

 

 

ประกายแสงฟ้าผ่าวาบผ่านกระจกหน้าต่าง สน.ตำรวจที่ใกล้สุด ตำรวจยศจ่านั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะรับแจ้งความรับฟังหนุ่มผิวขาวตัวเปียกโชกหัวจรดเท้าวิ่งโร่เข้ามาแจ้งความเด็กหายพร้อมกับหลักฐานเป็นรองเท้าผ้าใบสีแดงของเด็ก 1 ข้าง

“มีธุระอะไรครับ?”

“จ..แจ้งความครับ ลูกผมหายไป” รูปถ่ายเซลฟี่ในมือถือระหว่างพ่อกับลูกชายถือเค้กฉลองวันเกิดครบ 5 ขวบชูให้ดูทั้งมือขาวซีดเปียกฝนแสนสั่นเทา

“ครบ 24 ชั่วโมงยังครับ”

“อ..อะไรนะ?”

“ผมหมายถึง ลูกคุณพ่อหายครบ 24 ชั่วโมงรึยังครับ” ตำรวจไร้กลิ่นฟีโรโมนตามชาติพันธุ์เบต้าทวนคำหน้าไร้อารมณ์ ไม่ทุกร้อนผิดจากผู้เข้าแจ้งความที่นั่งกำรองเท้าผ้าใบเด็กสีแดงแนบอกแน่นกว่าสิ่งใดทั้งน้ำตานองหน้า

“ลูกผมหายทั้งคน..คุณจะมารอครบชั่วโมงเนี่ยนะ?”

“ครับ เราต้องทำตามกระบวนการ”

“กระบวนการพ่อมึงสิ!! ลูกผมทั้งคน!!!” คนเป็นพ่อตวาดกร้าวสุดเสียงทั้งตาแดงก่ำ

“เป็นโอเมก้าอย่าเจ้าอารมณ์มากจะดีกว่าไหมครับ” ทำอะไรไม่ได้..แถมยังโดยหยามชนชั้นล่างถือครองเกิดมาโดยมิอาจเลี่ยงได้ โอเมก้าหนุ่มน้ำตาร่วง กำรองเท้าเด็กสีแดงกลับมาบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าบนที่ดินกว้างขวางหลาย 100 ไร่ เวลานี้ต่อให้ร่ำรวยแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอให้ครบ 24 ชั่วโมงนับจากเวลา 4 โมงเย็นของวันนี้

“ขอโทษค่ะคุณคริส ฮึก..เป็นความผิดของหิ่นเองค่ะ..หิ่นขอโทษ” พี่เลี้ยงผู้เกิดเป็นเบต้าสาวยืนสะอื้นเสียใจ กล่าวโทษตัวเองที่ดูแลเด็กได้ไม่ดีพอจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นทั้งที่อยู่ด้วยกัน 3 คนทั้งวัน วันหยุดควรจะจบเรื่องนี้ด้วยการจูงมือกันออกไปเที่ยวและกลับมานั่งรับประทานมื้อเย็นฝีมือเธอที่บ้านดั่งทุกวัน ทว่า..วันนี้มันไม่เกิดขึ้น ฝันร้ายยิ่งกว่าคือเรื่องจริงปกคลุมบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าว่าไม่มีเทียนหอมกลับมาด้วยกัน

 

 

‘รายงานข่าวด่วนเด็กหายชื่อ ด.ช.ชัชวาลย์ แสงโพธิรัตน์ หรือ ‘น้องเทียนหอม’ เพศอัลฟ่าชาย อายุ 5 ขวบ สูง 112 เซนติเมตร หนัก 18 กิโลกรัม ผิวขาว ผมดำ ใส่เสื้อคอโปโลสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว รองเท้าผ้าใบแดง หายตัวไปจากสวนรถไฟเวลาประมาณ 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2563

หากท่านได้พบเจอสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ นายพีรวัส แสงโพธิรัตน์ โทร 08x-xxx-xx45

หรือที่เบอร์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง’

 

 

ไม่มีการติดต่อจากเทียนหอมมา 3 วันแล้ว เรื่องไกลดั่งฝันกลายเป็นความจริงใกล้ตัว เรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด ก็ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวแสงโพธิรัตน์ ตระกูลไฮโซโด่งดังของไทยที่ใครๆ ก็รู้จักกันในวงการธุรกิจ กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังถึงประเด็น 'ทายาทเพียงหนึ่งหายตัวไป' สื่อต่างๆล้วนให้ความสนใจมากถึงขั้นที่นักข่าวพุ่งไปรุมล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีอย่างสารวัตรกรรชัย ประจำ สน.ห้วยขวาง

ช่องข่าวสารถึงขั้นยอมแทรกแอร์ไทม์ข่าวชุมนุมทางการเมืองเพื่อออกอากาศเรื่องนี้เป็นกิจจะ ทุกอย่างที่ทำได้ดั่งเสกมนตร์ ด้วยชื่อเสียง ด้วยเงิน ด้วยชนชั้นอีลีท แทบไม่ลงทุนอะไรโลกก็ยินดีขับเคลื่อนช่วยเหลือเกื้อกูลกันราวฉันท์มิตรแม้ต่างรู้กันว่าลึกลงไปมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากการเกาะกระแสเรื่องสำคัญนี้ไม่ว่าจะทางบวกหรือทางลบก็ตาม 

"คุณคริสคะ รายการเจาะข่าวเร็ว ล้วงข่าวลึกติดต่อมาขอสัมภาษณ์ค่ะ" หิ่นถือสายโทรศัพท์บ้านเอ่ยรายงานเจ้าบ้าน คริสส่ายหัวตอบ เขารู้ว่ารายการนั้นไม่มีเจตนาคิดช่วยตามหาเทียนหอมจริง อย่างมากจะลากเขาไปสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวของลูกชายโดยทั่วไปแล้วเอาไปปั่นเล่นต่อและตบท้ายสวยๆโดยให้เขาพูดดราม่ากลางรายการว่า 'คืนลูกผมมา' เป็นแน่

พี่เลี้ยงเด็กบอกปฏิเสธรายการตามคำสั่งนายเรียบร้อยก่อนวางสายลง จากนั้นก็เดินไปสมทบเจ้านายที่ห้องรับแขกเปิดรองรับการมาของทีมตำรวจรับผิดชอบคดี เป็นเวลากว่า 3 วันแล้วที่ตำรวจไทยพบว่าการหายตัวไปของเด็กกลับไม่มีการโทรมาเรียกค่าไถ่ ไร้การติดต่อกลับมา นับเป็นสถานการณ์น่ากลัวใจนักสำหรับคดีคนหาย เท่ากับว่ายามนี้ พวกเขาไม่อาจรู้ได้ว่าสถานการณ์ของเด็กเป็นเช่นไร 

“มือถือติด GPS ไหมครับ?”

“ผมเช็คแล้ว..มันถูกปิดไป”

ตำรวจเกาขมับพลางจดรายละเอียดเพิ่มเติมลงในสมุดตามคำรายงานของคนเป็นพ่อเด็กซึ่งเป็นสายพันธุ์โอเมก้า คริสนั่งลูบหน้าอันแสนเหนื่อยล้า ลูกคือชีวิตของเขาได้หายตัวไป เป็น 3 วันที่บ้านนี้เงียบเหงาไร้เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวน้อยที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดีเช่นไร กินอยู่สุขสบายดีไหม

“บ้านหลังนี้อาศัยกันแค่ 3 คนคือคุณคริส พี่เลี้ยงและก็น้องเทียนหอม?”

คริสพยักหน้าตอบตำรวจไป

“มีใครที่น้องเทียนหอมพอจะติดต่อไหมครับนอกจากคุณคริส บางทีเด็กอาจจะไปอยู่กับเขาก็ได้” ดวงหน้าขาวซูบตอบไปประมาณนึงเนื่องจากความเครียดเรื่องลูกโคลงหัวพยายามนึกคิด

 

 

“ถ้าเป็นพ่ออีกคนของน้องล่ะครับ ติดต่อเขาดูยัง?”

 

 

พลัน..โอเมก้าผิวขาวจัดหายใจติดขัดกะทันหัน หิ่นรีบเข้ามาแทรกทันที “หิ่นว่าถามไปเรื่องอื่น-”

“ทำไมครับ พ่อน้องเทียนหอมทำไม?” ตำรวจหรี่ตาจับพิรุธ จี้เข้าประเด็นซ้ำ ไม่คล้อยตามพี่เลี้ยงเด็กโดยง่าย

“เขากับเทียนหอมไม่เคยเจอกัน เขาไม่เกี่ยวหรอกครับ” คริสตอบปัดไป มือป้อมบีบกันไปมาเห็นชัดถึงอาการว้าวุ่นใจไหนจะเม้มปากเป็นแนวเส้นดูลำบากใจจะเอ่ยอีก พวกตำรวจข้องใจอยู่เล็กน้อยแต่เลือกเมินและย้ายไปถามอีกครั้งว่าเริ่มมีการติดต่อเรียกค่าไถ่มาบ้างหรือยัง

ซึ่ง..ก็ยังเงียบหาย

เรื่องความคืบหน้าและการดำเนินการของวันนี้มีเพียงเท่าที่ตำรวจขับรถเดินทางมาบอกถึงบ้าน ในเมื่อไม่ได้อะไรคริสจำต้องส่งแขกกลับไปโดยที่เขายินยอมออกไปส่งด้วยตัวเอง ยอมลงทุนใกล้ชิดสนิทสนมกับคนเหล่านี้เพื่อให้คดีคืบหน้าโดยเร็ว

"เอ่อ..เรื่องที่ผมพูดไปวันนั้น ต้องขอโทษด้วยนะครับ" นายตำรวจยศจ่าโดนหัวหน้าบังคับให้ออกจากโต๊ะรับแจ้งความเพื่อเดินทางมาใช้โอกาสขอโทษที่พูดจาเหยียดชนชั้นอีกฝ่าย ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พอรู้เข้า..ก็ยิ้มประจบสอพลอทันที

 

 

อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า

พีระมิดชนชั้นมันก็ใช่ 

ถึงกระนั้น..เรากลบมันได้ด้วย 'อีลีท'

 

 

“ช่างมันเถอะครับ ผมถือว่าเป็นบทเรียนของคุณแล้วกัน ยังไงผมฝากด้วยนะครับสารวัตร ต้องการค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็บอก หาเทียนหอมให้เจอ” รับคำขอโทษตำรวจยศจ่าแบบขอไปที ก่อนหันไปบอกหัวหน้าทีมให้รู้ว่าพร้อมสนับสนุนเรื่องเงิน พอรู้แบบนี้ท่าทีตำรวจก็ขยันมาอีกนิดนึงไปตามประสาสังคมขับเคลื่อนได้ด้วยเงินเหนือจรรยาบรรณอาชีพ 

"ครับ ถ้ามีอะไรก็ติดต่อเบอร์นี้มาได้นะ"

สารวัตรกรรชัยให้เบอร์ติดต่อทิ้งไว้ก่อนนั่งรถจากไปไกลลับตา พี่เลี้ยงเด็กแยกตัวไปเก็บแก้วน้ำบนโต๊ะรับแขกยกไปล้างในครัว ส่วนเจ้าบ้านเดินตัวปลิวขึ้นห้องนอนลูกชาย มีขนาดใหญ่ หรูหรา ตกแต่งแนวฮีโร่เต็มไปหมดตามใจต้องการ ไม่ว่าลูกชายอยากได้อะไร ในฐานะคนเป็นพ่อก็ยินดีเสิร์ฟให้ไม่เกี่ยงงอน รวมถึงของเล่นไอรอนแมนวางนอนบนเตียงที่พึ่งให้เป็นของขวัญวันเกิดเดือนก่อน

 

.

.

.

 

“Happy birthday to เทียนหอม”

บทเพลงฉลองวันเกิดขับขาน อวยพร จากปากพ่อและพี่เลี้ยงวัย 15 ปีถือเค้กก้อนโตวาดหน้าไอรอนแมนปักเทียนเลข 5 จุดไฟสว่างไสวเพียงเล่มเดียวในบ้านหลังใหญ่โต ยื่นไปที่หน้าเด็กชายเจ้าของวันสำคัญ เทียนหอมยิ้มยิงฟันน้ำนมเรียงสวย ตาวาววับกับงานวันเกิดคลอเสียงกีต้าร์ในมือคริส เทียนเป่าดับลงสนิท ไฟบ้านสว่างตามด้วยเสียงปรบมือให้เด็กน้อยในชุดเท่ตัวเก่งเป็นไอรอนแมนน้อยแบบที่ชอบ

“โห!! ไอรอนแมน!! ขอบคุณฮะพ่อ!! ” ของขวัญกล่องใหญ่ห่อกระดาษสวยใส่หุ่นยนต์ของเล่นส่งมอบให้ลูกชาย คริสยิ้มดีใจระคนปลื้มใจที่เดาใจลูกถูกแถมยังเรียกรอยยิ้มสดใสยิ่งกว่าให้ลูกได้อีก จะมีอะไรล้ำค่าไปกว่านี้ในชีวิตโอเมก้าคนหนึ่งอย่างเขา

“ได้แล้วอย่าลืมตั้งใจเรียนด้วยนะลูก”

“ฮะ” ชู 2 นิ้วให้พ่อ คริสยิ้มตาหยีเห็นลักยิ้มบนแก้มใส 2 ข้าง

“พ่อ”

“ว่าไงลูก? ” จู่ๆ ลูกชายก็จ้องมองบิดาไม่วางตาพร้อมคำถามใสซื่อประสาเด็ก

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหมฮะ? ”

“ใช่ครับ มีพ่อ มีเทียนหอมตลอดไปเลยล่ะ” เป็นสัญญาที่อย่างไรก็ต้องเป็นเช่นนั้น เรากอดกันเหมือนทุกวัน ไออุ่นที่ได้รับต่อกันเดิมๆ ไม่มีเบื่อและสุดแสนคุ้นชิน

 

โอเมก้ากับเด็กอัลฟ่า พ่อหม้ายลูกหนึ่ง

ใครจะรู้ว่าวันหนึ่ง..พลัดพรากจากกันไป

 

 

.

.

.

 

พึ่งขึ้น 5 ขวบเอง 

น้ำตาร่วงผล็อย คิดถึงลูกใจจะขาดตายตรงนี้ คริสยกแขนเสื้อเช็ดหน้าลวกๆ สะอื้นฮักใหญ่กอดของเล่นแน่นก็มิอาจทดแทนร่างกายลูกชายได้ เขาปลดล็อคมือถือไล่มองรายชื่อเบอร์ในสมุดบันทึกเอาไว้

“.....”

ไปถึงเบอร์หนึ่งที่เขาบล็อคเอาไว้ คริสกลั้นใจปลดออกและกดโทรออก

 

 

ตรู๊ด....

ตรู๊ด...

ตรู๊ด...

ตรู๊ด...

 

 

เสียงรอสายดังเป็นจังหวะในทุกวินาทีติดต่อกันนานสองนาน รออย่างคาดหวังจะเปลี่ยนเป็นกดรับ ทว่า..ผลของการโทรออก ปล่อยให้หมดเวลาจนสายตัดสัญญาณไปเอง

คริสทิ้งแขนลงข้างลำตัว จอมือถือดับไป ปากอิ่มเค้นยิ้มเวทนาตัวเอง

“ไร้สาระสิ้นดี..” คว่ำมือถือลง อันที่จริงไม่น่าโง่บล็อคเบอร์ อย่างไรเสียคนๆ นั้นไม่เคยคิดโทรหากันอยู่แล้ว

 

 

TBC

+++++++++++++++++++++++++++++

บลัดกลับมาโอเมก้าเวิรส์แล้วค่ะ

อันนี้แฮชแทค #คดีเทียนหอม หรือจะเรียกศาลาวัดก็ได้ ฮาา

ไปก่อนนะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น