[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 6 : Under red 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

 

 

 


 

 

Under red 6

 

"เขียนรายงานเรื่องการปกครองระบบฟาสซิสต์มาส่งคาบหน้า แล้วเราจะมาคุยกันต่อในประเด็นนี้ วันนี้เลิกคลาสได้"

อ.มหาลัยสั่งงานนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์เสร็จไว้ทิ้งท้ายก่อนแยกย้ายกันไป คริสรวบสมุด ปากกาลงในกระเป๋าเป้ ก้มหน้าก้มตาไม่คุยกับใครเหมือนทุกวัน ไม่คิดเสาะหาเพื่อนในสังคมใหม่ นานวันเข้าคนเริ่มทักทายน้อยลงเมินเฉยไปในที่สุด นั่นก็เป็นสิ่งที่ตัวเขาต้องการ ร่างสูงผิวขาวลุกจากเก้าอี้ สะพายเป้พาดบ่าเดินออกไปจากห้องเรียนเป็นคนสุดท้ายตรงไปยังหอสมุดของคณะเพื่อหาข้อมูลทำรายงานให้เสร็จๆไป

 

แกร่กๆ

 

รายงานเขียนลงกระดาษเสร็จสิ้นแล้ว อ้างอิงแหล่งข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย คริสขนหนังสือทั้งหมดเก็บคืนชั้นก่อนหามุมดีๆซุกตัวเงียบๆในระหว่างรอเรียนคาบต่อไปช่วงบ่ายสาม 

"คริส กินข้าวกัน" หญิงสาวชื่อเพ็ญที่ไม่ใช่เพ็ญเพื่อนสนิทเป็นคนเดียวในคณะคอยตามตอแยคริสไม่เลิก ขนาดหลบมาอยู่ห้องสมุดยังไม่วายตามหาจนเจอ เธอชะโงกหัวมาทักทายเขาด้วยใบหน้าออกคมไปทางสาวใต้ผิวสีแทน ยกยิ้มหวานสดใส ร่าเริง สมวัยรุ่นวัยเรียนในสภาพบ้านเมืองวุ่นวายเช่นนี้ให้แก่คนหนุ่มสันโดษ

"..ผมติดนิยาย ยังไม่ค่อยหิว"

คริสทำเนียนหยิบหนังสือนิยายในชั้นวางแถวนั้นขึ้นมาชูให้เพ็ญเห็นเพื่อที่จะไล่เธอกลายๆ

"อ่านคู่กรรมด้วยเหรอ? ขาดตลาดมากเลยนะ" เพ็ญยังชวนคุยไม่เลิก คริสหลุบตามองนิยายในมือ บอกตามตรง ไม่เคยอ่านเลยด้วยซ้ำ

"ก็นิดนึง.."

"น่าสงสารโกโบรินะ แต่ก็เข้าใจอังศุมาลินเหมือนกัน"

"อืม" ขานรับไปทีทั้งที่ไม่รู้เนื้อใน ทำทีเป็นเปิดอ่านอยู่นานจนกระทั่งในที่สุดเพ็ญยอมถอยจากไป น่าจะรู้ตัวว่ารบกวนคริสอยู่

 

 

"ถ้าความเกลียดของคุณมาจากที่ผมเป็นคนญี่ปุ่น คุณเป็นคนไทย เราก็เลยต้องเป็นศัตรูกัน คุณก็ควรจะรู้ว่า...ทั้งตัวคุณเอง...ทั้งตัวผมเอง 'เรา' เลือกไม่ได้"

 

 

 

ประโยคพูดหนึ่งของพระเอกผ่านตาไวๆในนิยายเล่มหนาหน้าปกรูปทหารญี่ปุ่น คริสได้แต่ส่ายหัวแล้วยัดคืนชั้นวาง นั่งจ่อมพื้นพิงชั้นวางหนังสือในมุมมืดไร้คนและจมกับความฝันใต้ฟ้าสีครามกับเมฆลอยเอื่อยตามสายลมจางพัดผ่านตามกาลเวลา..

 

 

.

.

.

 

ปึง!

เวลาเดิม ที่เดิม ห้ามสาย ตามความต้องการพันเอกสิงโต ปราชญา เมื่อคริสปิดประตู รถหลวงสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่โดยเฉพาะทหารขับเคลื่อนออกไปจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทหารชั้นผู้น้อยระดับจ่าขับรถไปอย่างเชี่ยวชาญเส้นทาง ตามองเพียงทางเบื้องหน้า คอแข็งตึงพยายามที่จะไม่เผลอเรอเหลือบตามองเงาสะท้อนบนกระจกรถที่เบาะหลัง 

 

 

ไม่ขายน้อง ไม่ฟ้องนาย 

 

 

"เหี้ย! อ..อ้ะ!!!"

กุกกักๆ

"อ...ออกไป..ออกไปไอ้สารเลว!!"

เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!!!

 

 

รถสั่นสะเทือนอยู่ตลอด โยกไหวจนคนเดินริมถนนจับสังเกต แต่ใครเล่าจะกล้าแหยมในเมื่อรถหรูคันดังกล่าวเป็นของทหาร ขนาดหางตาเห็นเครื่องแบบเดินผ่านไวๆก็พาลก้มหน้ากลัวหัวหดไปหมด

"....." นัยน์ตาคู่คมดำสนิทฉายแววผ่อนคลายมาพร้อมผ่อนลมหายใจโล่งเต็มปอดสวนทางกับเด็กหนุ่มนักศึกษาตัวขาวไล่ติดกระดุมเสื้อทั้งมือสั่น หายใจติดขัดไม่ทั่วท้อง 

"จิ๊! อย่าจับ!" ขัดขืนก็เท่านั้น สิงโต ปราชญา นายทหารยศพันเอกเหมือนคนโง่ไร้สมอง ฟังไม่จับความ บอกห้ามก็ยังจะทำ วาดแขนโอบไหล่กระชับดึงคริสเข้ามาใกล้

 

 

..อีตัว..

 

 

คิดแล้วคดแค้นใจในชะตากรรมตัวเอง อยู่แบบไร้ศักดิ์ศรี การศึกษาดีไม่ได้ช่วยให้คริสดูดี เพียงแค่คิดว่าร่างกายของเขาปนเปื้อนสัมผัสหยาบโลนอันไม่เต็มใจแปะปรายทุกซอกมุม คลื่นไส้..ขัดถูเท่าไหร่ก็ไม่ออกไป 

 

 

อีตัวของพวกสูบเลือดประชาชนน่าแขยง

 

 

คนขับเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางผิดจากเดิมทำให้คนดิ้นพล่านชะงักนิ่งไปด้วยความฉงน

"จะไปไหน?" 

"พาหุรัด ฉันจะพานายไปตัดสูท เดือนหน้ามีงานวันเกิดท่านนายพลณรงค์ ฉันจะให้นายไปด้วย"

'สังคมของทหาร' เมื่อตกเป็นคนของทหารก็ต้องมีเอี่ยวในนั้น ต่อให้คริสไม่อยากร่วมเกลือกกลั้วแค่ไหน

 

 

ไม่มีทางเลือก 

ไม่มี..

 

 

พวกเขาเข้ามาในร้านตัดเสื้อย่านขายผ้าชื่อดัง คริสถูกบังคับดันหลังให้มาห้องลองเสื้อ หยิบสูทตัวแล้วตัวเล่าสวมใส่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกงานเฉิดฉายในสังคมทหารที่สูบเลือดเนื้อประชาชน กัดกร่อนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองจนทำให้พวกเขาเหล่านักศึกษาแกนนำทั้ง 14 ต้องออกมาเรียกร้อง

 

 

หรูหรา ดูดี ชุดสวยหล่อ

​​​​​​ขณะที่รากหญ้าเสื้อปุปะ 

 

 

ครืด!!!

 

ม่านห้องลองเสื้อเปิดออกพร้อมกับร่างสูงผิวขาวเชื้อสายจีนในชุดสูทสีน้ำตาลตัดประณีตด้วยผ้าอย่างดีนุ่มสัมผัสไม่บาดผิว เดินออกมาจากห้อง แอบหงุดหงิดกับเสื้อติดแขนฟิตจนอึดอัด

"แม่ง..." กำลังจะบ่น พลันต้องชะงักปาก 

เจ้าของร้านสาวสวยยิ้มคุยกับนายทหารยศพันเอกไม่หยุดปาก ไม่คิดสนใจคนที่เข้าไปลองเสื้อ ยิ่งพันเอกสิงโตยิ้มมุมปากตอบ เธอยิ่งออกอาการขวยเขิน

 

 

ได้ทหาร ได้ตำรวจ เชิดหน้าชูตา

ค่านิยมสาวๆ

 

 

เสียงหัวเราะคิกคักสนุกสนานเป็นระยะ กระทั่งคริสเดินเข้าไปใกล้ ทั้ง 2 คนจึงหยุดสนทนากัน

 

 

ไม่เข้าใจ..ทั้งที่ขย่มต้นไม้จนใบร่วงระนาวยังมีคนเชื่อในทหาร ?

ติดอาวุธ อ้างชาติ เพื่อประโยชน์

 

 

"เป็นไง" ผู้พันสิงโตถาม

"ติดแขน" คริสตอบ

"ถ้าอย่างนั้นจะแก้ช่วงแขนให้นะคะ" เจ้าของร้านเข้าไปถอดสูทนอกให้ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมดอกไม้อ่อนๆ คริสยืนเกร็งตัวลีบ กางแขนให้เธอจัดการได้ถนัดขึ้น 

 

หมับ..

 

"ไม่เป็นไรคุณสุดา ผมถอดให้น้องเอง"

"ค...ค่ะ" สุดา หญิงสาวเจ้าของร้านเสื้อถอยออกไปเมื่อครั้นสบตานายทหารยศสูง

"กางแขนดีๆ" เสียงทุ้มเย็นชาสั่งพร้อมดันแขนที่แน่นไปด้วยไขมันช่วงต้นแขนก่อนสอดมือผ่านไหล่ดึงสูทนอกออก

ใกล้..ลมหายใจรดต้นคอเหมือนทุกคืน

"นายเป็นคนช่วงบนใหญ่ ไหล่ใหญ่" ช่วงนี้พันเอกสิงโตพูดมากขึ้นจนคริสฉงน แถมริอาจวิจารณ์รูปร่างเขาอีก

"ผู้ชายก็แบบนี้ไหมวะ กูไม่ใช่ผู้หญิงนะ"

"เห็นอยู่" สิงโตยืนกรานคำบอกของคริส เมื่อถอดสูทสำเร็จ เขาจับพลิกหมุนตัวคริสให้หันหน้ามาสบตาตรงๆในห้องลองเสื้อ จะแตะกระดุมต่อ คริสรีบตีมือสีเข้มหยาบกร้านแรง

 

 

เพี้ยะ!!

 

 

"แกะเองได้!" คนหน้าตี๋ขึ้นเสียงดุ ทหารหนุ่มยอมลดมือลงปล่อยให้คริสไล่แกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในออกไปแขวนคืนเผยท่อนบนขาวมีกล้ามพอประปรายส่วนใหญ่มีเนื้อหนังไขมันและรอยจ้ำแดงสดใหม่เสมอ

เคยคิดด้วยกันมันก็ปกติ วันนี้เริ่มไม่แน่ใจ สายตาของนายทหาร..แดง..มันเลื่อมนัก

"อย่าหื่นได้ไหม ไม่ใช่ในบ้าน" ระแวงจนทนไม่ไหว ไม่ชอบกับการโดนจ้องนานๆจนต้องด่าอีกรอบ แทนที่จะสำนึกและเลิกมอง พันเอกสิงโตถามกลับมาหน้าตาเฉย

"แปลว่าอยู่บ้านเท่าไหร่ก็ได้ พูดจาน่ารักเป็นนี่"

"ไม่เว้ย!"

ช่วยด้วยยยยยย คริสกรีดร้องในใจ ทำตาเขียวปั๊ดใส่คนที่ยิ้มออกมา..ครั้งที่ 3

จะอย่างไรก็ตาม คริสควรรีบถอดแล้วรีบใส่ชุดนักศึกษาคืน รู้สึกห่วงสวัสดิภาพตัวเองเหลือเกินตอนนี้ ยังดีที่อีกฝ่ายยังไม่บ้าเล่นพิเรนทร์กลางร้าน ยังดี..ในวันนี้ แต่วันหน้าก็ไม่อาจรู้ได้

 

 

ทหาร ณ ยุคสมัย ริดรอนประชาชนเหมือนปัจจัย 4 

 

ออกจากร้านเสื้อผ้าแต่ไม่ขึ้นรถ จูงลากคริสไปเดินต่อ คริสอยากจะเว้นช่องไฟ หากเป็นไปได้ อยากอยู่คนละโลกกับพันเอกสิงโตเสียด้วยซ้ำ ทว่าเป็นการกระทำอันยากนัก 

มือกร้านพอกับสันดานกระด้างคว้าจับมือขาวป้อมแน่น..ตามแรงขืนตัว แรงทหารมากจนผู้ชายด้วยกันยังต้องศิโรราบ ไม่อาจกระดูกมือหักเสียก่อน ทนเจ็บไม่ไหว ตกภาวะจำยอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

 

หัวใจยังสู้ ไม่คิดยอม 

 

 

ตึก..

 

 

ร่างสูงผิวสีเข้มมองไปยังร้านเพชรขายแหวนราคางาม คริสรีบอาศัยทีเผลอสะบัดมือหลุด เดินนำลิ่ว มือสีเข้มไวกว่าชิงคว้าต้นแขนขาวไว้

"หยุดเพ้อฝัน ซื้อมากูก็ไม่ใส่" ตัดบทให้รู้เรื่อง มือที่จับค่อยๆปล่อย ผู้พันสิงโตเงียบเหมือนปกติ หน้านิ่งเหมือนเดิม ถัดจากร้านแหวนที่เกือบหวิดเข้าไปเป็นร้านขายเครื่องดนตรีสากล 

คริสมอง..เปียโนตัวเล็ก พาลนึกถึงวันที่ได้ออกจากห้องนอนหลังโดนกระทำย่ำยีเป็นอาทิตย์

 

.

.

.

 

ร่างขาวช้ำไปทั้งร่างบิดลูกกลอนทั้งตัวสั่นเทา ขาขาวเปลือยเปล่าเลอะเปื้อนคราบน้ำกามจากคนใจทรามยอมปลดโซ่ปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ คริสรีบคว้าโอกาสวิ่งสุดแรงที่มองเห็นแล้วก็แค่เดินโซเซ 

 

แอ๊ด...

 

 

เปิดประตูห้องนอน..

"....." มองข้าวของที่เลื่อนไปไว้ข้างๆประตูร่างกายพังยับ ใจยับกว่าเมื่อพบว่า..พ่อขังเขาจากข้างนอกด้วยเปียโนมือสองที่พ่อซื้อให้ในวันเกิด การ์ดอวยพรคริสแปะไว้ตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ เก็บเป็นความทรงจำสวยงามตามด้วยคำอวยพรแสนอุ่นใจ

 

'ป๊าให้ ป๊ารักลูกนะคริส สุขสันต์วันเกิด'

 

สู่อาวุธคมกว่ามีด ทิ่มแทง

 

.

.

.

 

ความทรงจำดีๆ เครื่องดนตรีล้ำค่ากลายเป็นสิ่งกักขังให้เจอเรื่องแย่ นึกแล้วน้ำตาไหลจำต้องรีบเช็ดแล้วเดินหนีไปให้ไกลร้านโดยมีทหารหนุ่มเดินตามไม่ห่าง 
 

หมดธุระของวันนี้ รถจอดส่งที่หน้าบ้าน ก้าวลงจากรถพ้นประตูรั้วไม่กี่ก้าว

"เป็นอะไร?" พันเอกสิงโตถาม เด็กหนุ่มตาแดงสีหน้าหม่นหมอง เดินตัวลอยนั่งในห้องรับแขก

"เปล่า.."

ทหารหนุ่มยืนจ้องมองอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ แต่ฝืนทำเฉย กลั้นเอาไว้ใต้เกราะนิ่งเย็น

"คริส..นายควรรักพ่อมากๆ"


 


 

ปัง!!!!!!!


 


 

ไม่ฟังและลุกหนีเข้าห้องนอน ปิดประตูกระแทกเสียงดังลั่นมาถึงชั้นล่าง แว่วเสียงสะอื้นดังระงมตามมาติดๆ ที่มีเพียงทหารยศพันเอกนั่งฟังอยู่บนหัวกระไดชั้นล่าง


 


 

TBC
 


 

++++++++++++++
 

ขอเพิ่ม ขอเติม ขอหน่อยนาจา
 

#ฟิคผู้พัน
 

ไปก่อนนะ บายจ้า
 

​​​​​
 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #32 071727 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 02:22

    แต่ยังไงซะถ้ามีทางไหนที่รู้ว่าจะทำให้ลูกรอด

    ปลอดภัยพ่อแม่ก็ย่อมเลือกทางนั้น

    ต่างคนต่างมีเหตุผล

    แทั้งนี้ทั้งนั้นพี่สิงก็ควรอ่อนโยนกับน้องบ้าง

    #32
    0
  2. #25 fah_nangja (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 09:00
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งตอกย้ำ...ชีวิตไม่เที่ยงเเท้ ไม่เเน่นอน จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเสมอก็เป็นได้ เฮ้อออออ!!!สงสารน้องจัง😢
    #25
    1
  3. #24 ํหลงลืม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 06:46

    ชีวิตโกโบริกับพี่สิงจะเหมือนกันมั่ย

    #24
    1
  4. #23 mimmii_boo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 22:12
    สงสารน้อง
    #23
    1
  5. #22 Exokainini (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 20:35
    จะให้รักยังไง พ่อเลวๆแบบนั้น อ้างว่าห่วงลูก แต่ไม่คิดถึงจิตใจลูก ถ้าเป็นเรา เรายอมให้ลูกตายเพราะอุดมการณ์ และศรัทธาของเขายังจะดีกว่า มันน่าภูมิใจที่ลูกลุกขึ้นสู้เพื่อปชช.คนอื่นมากกว่า ยอมให้ลูกอยู่ใต้ตีนทหาร โกรธจริงๆเลย
    #22
    2