[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 3 : Under red 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,017
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    27 พ.ย. 62

 

Under RED 3

 

 

 

ห้องสโมสรนักศึกษายามราตรี สายลมเย็นละลิ่วผ่านผิวเนื้อเหล่านักศึกษา คณาอาจารย์ มารวมตัวกัน คริส พีรวัส เด็กปี 4 คณะรัฐศาสตร์กวาดตามองเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์ แม้เราจะอายุ สถานะ มหาวิทยาลัยแตกต่าง เป้าหมายเพียงหนึ่งทำให้ 14 ชีวตมายืนหยัดในสถานที่แห่งนี้หลังได้พูดคุยกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงระบบการเมืองการปกครองอันไม่เป็นธรรมมาอย่างยาวนาน 10 ปี  

 

 

ขบถรัฐธรรมนูญ

 

 

“พรุ่งนี้ เราจะออกประกาศจุดยืน ปลุกระดมคน เป็นกระบอกเสียงให้คนไทยเพื่อขอรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเสียงของพวกเรา” นั่นคือสิ่งที่หนึ่งในแกนนำกล่าว คริสพยักหน้าเห็นด้วยไม่ต่างจากทุกคนในห้องสโมสรนักศึกษา

“เราทั้ง 14 คน จะนำความอธิปไตยกลับคืนประเทศ เผด็จการต้องออกไป”

 

 

 

14 คน

 

 

สัญญาด้วยหัวใจรักชาติ น้ำหนึ่งใจเดียว จับมือกันและกัน ฝ่ามือของเขาและเธอ คนแล้วคนเล่าล้วนอบอุ่น เต็มไปด้วยแรงชีวิต เลือดข้นแดงฉานในกายไหลเวียน บ่งบอกถึงหัวใจที่ยังเต้นและพร้อมจะสละทุกวินาทีต่อจากนี้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมกลับคืนสังคม ไทยต้องไปต่อ หาใช่จมกับคำกล่าวอ้างแอบแฝงประโยชน์ของนักการเมืองใครต่อใครหลายคน สิทธิเสรีภาพและการปกครอง เราทุกคนเลือก ไม่ใช่หนึ่งคนเลือก นี่คือนิยาม 'ประชาธิปไตย'

“เราจะสู้ไปด้วยกัน ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน!”

“เฮ้!!!!!!!” เสียงอันดังก้องขยายวงกว้างสู่เวทีกลางแจ้งที่มีเหล่านักศึกษาจำนวนมหาศาลร่วมแสนและรังแต่จะเพิ่มพูน จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ นั่นคือการขับไล่ผู้นำเผด็จการออกไปจากตำแหน่งและคืนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะถูกขีดเขียนจากความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง

 

 

 

.

.

.

 

 

“อาการดีขึ้นมาก กินยาและก็คอยประคบร้อนประคบเย็นก็พอ” เสียงละมุนดังไม่ไกล ปลุกชายหนุ่มผิวขาวลูกครึ่งไทยจีนตื่นจากฝันถึงอดีตมาพบความจริงที่ว่า คริส พีรวัส..แกนนำคนที่ 14 ทำผิดสัญญา คริสกระพริบตาเล็กน้อยกลับลืมตาได้เพียงข้างเดียว ภาพพร่ามัวเริ่มชัดเจนเห็นฝ้าเพดานขาวในห้องนอนบ้านพันเอกสิงโต เพียงขยับนิดเดียวก็ระบมไปทั้งร่างเงาสะท้อนบนกระจกแต่งตัวเผยให้เห็นผ้าพันแผลปิดตาซ้าย หน้าปูดบวมม่วงคล้ำที่ตาขวา มีรอยฟกช้ำตามตัว  ปากแตกบวมเป่ง ร่างกายโดนซ้อมยับเยิน เจ็บไปหมด

“อ้ะ! น้องตื่นแล้วสิง” คนที่คาดว่าเป็นหมอ อยู่ในเครื่องแบบ จึงสรุปได้ทันทีว่าหนุ่มตัวสูงผิวขาวท่าทางสะอาดสะอ้านเป็นหมอทหารแน่นอน  

“ขอบใจเด่น”

“ไม่เป็นไร”  

หมอหนุ่มผิวขาวอมเหลืองส่งยิ้มให้เพื่อนพลางตบบ่าทิ้งท้ายก่อนเก็บกระเป๋าออกไปจากห้อง ประตูห้องนอนปิดสนิทเหลือร่างสูงกำยำผิวสีเข้มในชุดทหารกับนักศึกษาอดีตแกนนำหัวขบถเพียงลำพัง 2 ต่อ 2 คริสยกมือแตะตาข้างซ้ายที่พันผ้าก๊อตไว้

“ยังไม่บอด” ผู้พันสิงโตตอบข้อสงสัยให้  

“อ.....เอ็ม......” ประโยคแรกยามฟื้น ถามหารุ่นน้องกับเพื่อนๆรุ่นน้องที่รุมกระทืบเขาจนสลบ  

“กินน้ำก่อน คอนายแห้งมาก” ไร้คำตอบและเข้าประคองเด็กหนุ่มนักศึกษาให้ลุกขึ้นนั่ง ถือแก้วน้ำจ่อปากบวมช้ำ ทว่า..มือขาวป้อมกลับผลักดันแก้วออกห่างหลังจิบไปนิดเดียว ส่งสายตาครุ่นสงสัยไปหาเจ้าของดวงเนตรสีดำสนิทดั่งถ่าน

“กูอยู่นี่..ได้ไง?”

“ฉันไปเจอนายแล้วก็อุ้มกลับมา” ทหารเจ้าของบ้านตอบคำถามเด็กรับใช้ของตนทั้งเสียงทุ้มนิ่ง พร้อมวางแก้วน้ำบนหัวโต๊ะ คริสใจหล่นวูบ สติอันเลอะเลือนเริ่มปรับจูนทีละนิดพร้อมความทรงจำก่อนหมดสติ มือป้อมอ่อนเปลี้ยฝืนเข้าขยำคอเสื้อคู่สนทนาไว้แน่น เขม็งมองเข้าไปในดวงตาคมกริบ

“นายมียาก่อนอาหารด้วย กินซะ” การเมินพูดถึงเรื่องอื่นโดยที่คริสไม่ทันได้ถาม ไม่สิ รู้อยู่ว่าคริสจะถามอะไร นั่นคือคำตอบที่คริสกลัวจนหน้าซีด

“เอ็ม”  

คนหนึ่งเอ่ยชื่อถึงน้องชายเพื่อนสนิททั้งเสียงสั่น อีกคนหนึ่งกลับเฉยเมย หยิบถุงยามากวาดตาอ่านฉลากยา

“เอ็ม..อยู่..ไหน!”

 

 

 

ไร้สุรเสียงจากทหาร ไม่คิดฟังเสียง

 

 

 

“ฮึก....อ...ไอ้เหี้ย....”  อดีตแกนนำเข้าด่าทอคนที่เอาแต่จ้องซองยาหน้าตายทั้งเสียงแหบพร่า  

 

 

 

อำมหิต

 

 

“อ...ไอ้เหี้ย...ไอ้เหี้ย ฮึก...ฮือ...ไอ้-“ ยายัดโพรงปากนุ่มตามด้วยจูบปิดปากริอาจก่นด่าสาปแช่งมากมาย ตามด้วยน้ำเปล่าป้อนตามไปติดๆไม่ทันให้คริสได้หายใจ รสจูบบดขยี้ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะระบมแค่ไหน มืออีกข้างกดรั้งต้นคอ ล็อคแน่นให้รับจูบอันไม่เต็มใจ จะกี่ครั้งก็ไม่..ไม่เคยเลย..

 

 

น่ารังเกียจ

 

 

จูบมาไม่หยุด คริสร้องไห้ ดิ้นทุรนทุรายดั่งปลาขึ้นฝั่งขาดน้ำ พยายามทุบอกด้วยแรงที่มี หากแต่..ร่างกายในเวลานี้ช่างอ่อนล้า ผู้พันสิงโตไม่หยุดเพียงเท่านี้ กลับขยับขึ้นคร่อมรวบข้อมือขาวกดเตียง ตะโบมจูบไม่หยุด เสียงจ๊วบจ๊าบดังก้องห้องนอนน่าสะอิดสะเอียน แสลงหูคนใต้ร่างดิ้นเร้าทั้งน้ำตาเจิ่งนองใบหน้า

 

 

 

รังเกียจเหลือเกิน

 

 

 

.

.

.

 

ผลจากการถูกรุมซ้อมไม่หายในเร็ววัน คริสใช้ชีวิตใกล้เคียงผู้ป่วยติดเตียงอยู่ราวๆ 4 วันเต็มโดยมีคุณหมอทหารเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นอย่างหมอเด่นหรือชื่อเต็ม นายแพทย์ชัชวาลย์ บุญรักษ์ คอยเทียวมาเทียวไปรักษาตรวจอาการเป็นระยะทั้งที่คริสก็ไม่ใช่ทหาร แต่อภิสิทธิ์นี้ได้มาด้วยการเป็นเด็กรับใช้ทหาร ค่าบริการฟรี ดูแลอย่างดีในฐานะคนของสหายที่เป็นทหารด้วยกัน หลังจากนั้นอาการดีขึ้นเรื่อยๆ พอขยับลุกจากเตียงได้แต่ก็น่าหงุดหงิดที่เดินเหินไปไหนไม่สะดวกเอาเสียเลย ครั้นขอไม้ค้ำ หมอเด่นกลับตีมึน มีทีท่าบ่ายเบี่ยง..เดาได้ไม่ยากว่ามีคนสั่งและคนที่ว่าก็ริอาจอุ้มเขาไปไหนมาไหนในบ้านหลังนี้ประหนึ่งว่างจัด

“ไม่คิดทำงานทำการเลยรึไง” เด็กนักศึกษาอดีตแกนนำหัวขบถจิกกัดนายทหารยศผู้พัน  

“ทหารยศสูงไม่จำเป็นต้องเข้ากรมบ่อย” สิงโตให้คำตอบในระหว่างวางคริสลงกับโซฟาในห้องรับแขก

“กินภาษีประชาชน” จิกไปอีกดอก  

“ปากดีตลอดจริงนะ” ไม่ปล่อยให้คริสได้พ่นวาจาร้ายกาจ ทหารยศสูงฉวยโอกาสประกบปากเด็กนักศึกษาปี 4 อย่างรวดเร็ว บดขยี้กลีบปากของชายอายุน้อยจนแดงช้ำ ดวงหน้าขาวบิดเบี้ยวกับรสจูบจากบุรุษเพศ จากคนที่ไม่รัก จากคนในเครื่องแบบน่าชังและจากคนที่ริดรอนสิทธิทางร่างกายไปอย่างทารุณกรรมทั้งกายใจ จังหวะนั้น..ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำก้าวตรงตีนบันได จึงรีบผลักอีกฝ่ายสุดแรงเกิด เอามือถูปากแรง หน้าเสียเมื่อเห็นหมอเด่นจ้องอยู่

 

 

 

เพศเดียวกัน  

 

 

 

เด็กรับใช้ทหารกัดปากแน่นอย่างกระอั่กกระอ่วนใจ ไม่อยากโดนมองว่าผิดเพศ เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ที่ยอมรับในสังคม ใครมองก็คิดว่าวิปริตด้วยกันทั้งนั้น ขนาดตัวเขาเองยังแขยงที่ต้องมีเพศสัมพันธ์กับพวกนี้ แค่คิดย้อนก็ย้อนก็รู้สึกขมเฝื่อนในลำคอจนอยากอาเจียน

แปลก..หมอเด่นกลับดูเฉยมาก ทำตัวปกติ เเดินตบบ่าเพื่อนสนิทยศพันเอก

“กลับก่อนนะ”

“เดินทางปลอดภัย”

แปลก..จริงด้วย เฉยชนิดที่มองยังไงก็ไม่ใช่การเสแสร้ง แต่แล้วเรื่องน่าฉงนโดนกลบหลังจากแม่กวางเสิร์ฟน้ำสีเขียวข้นคลั่กคั้นสดวางบนโต๊ะรับแขก กลิ่นเหม็นเขียวรุนแรงลอยปะทะจมูก  

“เหี้ยไรวะ?”

“ใบบัวบก กินแก้ช้ำใน” พันเอกสิงโตยื่นแก้วน้ำใบบัวบกให้ คริสหันหน้าหนี เบะปาก ย่นจมูกแรง

“อย่าบอกนะ...เกลียดผัก?”  

ทหารเลิกคิ้วมองด้วยสายตาประมาณว่าจริงเหรอ  

“เปล่า..” ปฏิเสธแต่เสียงห่อยเชียว ทหารอายุมากกว่าจับจ้องคนที่เอาแต่เบือนหน้าหนีน้ำใบบัวบกคั้นสดในแก้ว..แล้วกระตุกยิ้ม

 

 

..รอยยิ้มครั้งแรก..

 

 

รอยยิ้มบนหน้าของบุรุษผู้ยึดในอาชีพที่จำต้องไร้อารมณ์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะทหารดุดันอย่างพันเอกสิงโต ปราชญา ดวงหน้าคมเข้มหล่อแบบไทยแท้ไร้เชื้อสายอื่นเจือปน คริสไม่เคยเห็นชายคนนี้ยิ้มเลยสักครั้งจนวันนี้ แต่..แล้วมันจะทำไม ไม่ใช่เรื่องที่ต้องจดจำ หนำซ้ำยังทวีคูณความน่ารำคาญด้วยการเขยิบเข้ามานั่งเบียดใกล้ๆเพื่อ!! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ!! แผลก็ยังไม่หายดี เรื่องขยับหนีทิ้งไปได้เลย ฝืนเคลื่อนไหวนิดหน่อยก็ระบมไปหมด เจ็บจะตายชักอยู่แล้ว

“ฮึบ!” ตากลมมองแรงใส่แก้วน้ำใบบัวบกในมือสีเข้ม ถือมาจ่อหน้า เขาหดคอหนี ติดที่วงแขนสีเข้มแน่นกล้ามวางพาดบ่าพร้อมยื่นหน้าคมหล่อแบบไทยแท้ผิวกร้านแดดเข้ามาใกล้ในระยะที่จำต้องฝืนทนทุกคืน

“อะไรวะ!!” คริสแว้ดใส่

“น่ารักมาก รู้ตัวไหม” ผู้พันสิงโตกระซิบบอก ตั้งแต่คริสเกิดมาพึ่งเคยถูกผู้ชายชมเชิงรูปร่างหน้าตาเป็นครั้งแรก ถึงกับไปไม่เป็น ไม่ใช่เขิน แต่แหยงในอกจนหลุดทำหน้าเหยเกก่อนเปลี่ยนเป็นแววตาตื่นตระหนกจับจ้องมือว่างอีกข้างของอีกฝ่ายลูบไล้ต้นแขนเปลือยเปล่าจากการใส่เสื้อกล้ามสีขาว หยอกเย้าผิวขาวแบบเชื้อสายจีนไปมา

“เฮ้ย..อะไรมาจงมาจับอะไร” ใช้มือดันอกแน่นกล้ามในเสื้อยืดทหารสีเขียวเข้มให้ถอยไป ผลที่ได้กลับเป็นโดนรุกเร้าหนัก รวมถึงแววตาพราวระยับผิดวิสัย

 

 

สนุก? ตลกเหรอ?  คริสยิ่งไม่ชอบใจไปใหญ่

 

 

“ถึงไม่ชอบ แต่ยังไงก็ต้องดื่ม จะได้หายไวๆ” บีบบังคับกันเห็นๆ คนป่วยร้องอี๋แรง ส่ายหัวรัว แค่คิดว่าต้องกระเดือกน้ำเหม็นเขียวแถมข้นคลั่กเข้าปาก พาลอยากจะอ้วกแตกคาโซฟาแล้ว  

“คริส”

“…..” เจ้าของชื่อเม้มปากแน่น

“จะดื่มดีๆ หรือให้ป้อนแบบยา”  

ทีนี้ล่ะง่าย  ผู้พันสิงโตมองคนแก้วว่างเปล่า น้ำใบบัวบกหมดเกลี้ยงกลืนเข้าท้องคริสเป็นที่เรียบร้อย มือป้อมกดปากแน่นกันคย้อนอาเจียนพลางลอบมองทหารหนุ่มผิวสีเข้มส่งแก้วให้แม่กวางไปล้าง  

ระหว่างนั้น..ก็เกิดสงสัยขึ้นมา บ้านแสงโพธิรัตน์เป็นคนไทยเชื้อสายจีนมาตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาปักหลักที่ไทยและได้แต่งกับอาม่าที่เป็นคนไทย จึงเกิดมาเป็นแจ็คผู้เป็นบิดาของคริส ประกอบอาชีพพ่อค้าขายข้าวมันไก่ในเยาวราชเท่านั้น รู้จักกับทหารได้ยังไง ยิ่งยศสูงระดับพันเอกด้วย?

“อยากเข้าห้องน้ำไหม?”

“ไม่ ยังไม่ปวด” คริสส่ายหัว

“ถ้างั้นกินยาซะก่อน จะได้กินข้าวต่อ”

ในหลายวันมานี้ นายทหารยศพันเอกไม่ก้าวออกจากบ้านไปทำงาน คอยดูแลเขาไม่ห่างทุกอย่าง จัดยาชุดให้กินตามหมอสั่ง ล่าสุดก็ไปสรรหาน้ำใบบัวบกรสชาติแย่เหม็นเขียวมาให้กินอีก ราวกับ..ต้องการญาติดี คิดได้เช่นนั้นหัวสมองในหัวกลมปกคลุมด้วยเรือนผมสีน้ำตาลอมดำผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา

 

 

ถ้าเกิดใช้ทหารให้เกิดประโยชน์...บางทีอาจก่อการชุมนุมระลอกสองไหว

เจตนารมณ์ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยน

 

 

 

“ขอบคุณ” คริสพูดขอบคุณหลังรับยามากินพร้อมแสร้งยิ้มกว้างสดใส ทำเอาผู้พันสิงโตชะงักนิ่ง กับคำขอบคุณที่เป็นแค่คำหนึ่ง สั้นๆ ไม่มีความหมาย คำนั้นเรียกรอยยิ้มหาได้ยากบนหน้าหล่อเหลาคมเข้มอีกครั้ง..ยิ้มครั้งที่สอง

 

 

 

ติดกับ

 

 

 

“!!!!!!!!!!”

มือแกร่งสีเข้มบีบกรามคริสแน่น กดทับรอยช้ำมุมปากเรียกเสียงหวีดร้องเจ็บปวด ตากลมโตคลอเบ้า ตัวสั่นระริกสบเข้ากับใบหน้าดุดันยิ่งกว่าครั้งไหน

“ฉันรู้นะคิดอะไร เด็กน้อย”  เสียงทุ้มจากทหารหนุ่มกดโทนต่ำ พูดจาข่มขู่ต่อ “ต่อให้เป็นเด็กของฉัน แต่ถ้าไม่เชื่อง นายจะได้เจออะไรที่นรกยิ่งกว่าเพื่อนๆของนาย”

“ถุุ้ย!!!!!”  คำขู่ไม่ได้ผล อีกฝ่ายถ่มน้ำลายรดหน้าทหาร กัดฟันแค้น ถลึงตาวาวโรจน์สู้ตอบตาคมกริบที่ถลึงจ้องเขามาอย่างดุดันชวนร้อนๆหนาวๆ แต่แล้วจะทำไม หากสังคมยินยอมน้อมรับตกในอำนาจของความกลัว ไม่คิดลุกขึ้นมาแก้ไขสิ่งผิด โลกนี้คงได้แหลกเหลวฟอนแฟะ ซึ่งคริสจะไม่ยอมให้ประเทศที่เขาเกิดและเติบโตเป็นเช่นนั้น

“ระยำ พวกมึงฆ่าคนบริสุทธิ์ ทหารประสาอะไรหันปืนหาประชาชน!”

ใช้หน้าที่ในทางมิชอบ ถืออาวุธอย่างชอบธรรมเพื่อกันเหตุร้ายรุกรานประเทศ ทว่า..นิยามของทหารตลอด 10 ปีมานี้ กลับเอาปืนจ่อหัวประชาชนที่คิดต่าง ใครก็ตามริอาจต่อต้าน มันผู้นั้นต้องมีอันเป็นไป คนแล้ว คนเล่า คนแล้ว คนเล่า จนกระทั่งแกนนำขบถรัฐธรรมนูญประกาศจุดยืน ปลุกระดมให้ทุกคนกล้าก้าวออกจากความกลัวมาต่อสู้อย่างสันติในการเรียกร้องสิทธพทางประชาธิปไตยอย่างที่ควรพึงมีใน ผู้พันสิงโตเช็ดน้ำลายบนหน้าออก

 

 

“นายยังเด็ก วันนึงโตขึ้นจะเข้าใจและขอบคุณฉันที่ทำให้มีชีวิตมาวันนี้!”  

 

 

ผู้พันสิงโตเช็ดน้ำลายบนหน้าออกและเดินออกไปจากบ้าน ปิดประตูกระแทกเสียงดังสนั่น แม่กวางถึงกับสะดุ้งเฮือกตกใจมองคนเจ็บสลับเจ้าของบ้านไปมา คริสมองแม่บ้านตาละห้อย ส่งสายตาขอความช่วยเหลือ น่าเสียดายที่เธอเชื่อฟังนายดี เกินไป

“ข..ขอโทษด้วยค่ะ นายท่านสั่งไว้ ห้ามช่วยเหลือคุณคริส” ค่อมหัวเดินลกลนออกไปจากหลังบ้าน เสียงสายน้ำดังเป็นระยะบ่งบอกว่าแม่บ้านหนีไปรดน้ำในสวนแทน ทิ้งให้เด็กรับใช้ทหานนอนซมจมโซฟา ขยับเขยื้อนตัวก็ไม่ได้ จวบจนฟ้าเปลี่ยนสีสู่ยามรัตติกาล ยังไร้ซึ่งร่างของเจ้าบ้านกลับมา คริสนอนบิดขาไปมา ตอนนี้อยากเข้าห้องน้ำใจจะขาดรอนๆ  

“อื้อ..” กัดปากกลั้นหายใจ พยายามอย่างยิ่งไม่ให้เยี่ยวรดโซฟา สอดสายตามองหาแม่บ้านก็ไม่อยู่ ของที่พอจะค้ำยันให้เดินเหินก็ไม่มี  

 

 

ไม่ไหว จะราดแล้ว!!

 

 

“คริส”  

เสียงคุ้นหูดังขึ้น ประตูเคาะนานสองนานเปิดออกโดยแม่กวาง ตากลมจับจ้องร่างท้วมผิวขาวเหมือนเขาสวมเสื้อกล้ามขาวกับกางเกงขาก๊วยน้ำเงินและผ้าขนหนูพาดบ่าวิ่งเข้ามาประคองคนที่นอนบนโซฟาพาไปเข้าห้องน้ำได้ทันเวลา  

“ป๊าเอาข้าวมาให้ด้วย” ข้าวมันไก่จัดใส่จานอย่างดี ส่งให้ลูกชาย คริสจ้องนิ่งสลับคนที่ได้ชื่อว่าเป็น พ่อ  หายหัวไปนานมากตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วมาโผล่เอาในวันนี้  

“คริส..”

“……”

“ป๊าคิดถึง” เดินเข้ามาจะกอดลูก ทว่า..ลูกชายกลับโยกหลบ กอดอกแน่น หันหน้าหนี เมินใส่ไม่อยากมองหน้าบิดา คนเป็นพ่อหน้าเจื่อนเห็นได้ชัด จำต้องลดแขนลงทิ้งข้างลำตัว

“มาเพราะมันบอกให้มาสิท่า”

“ไม่เอาลูก อย่าเรียกผู้พันแบบนั้น” พ่อของคริสเอ่ยปราม ชัดเจนเลยว่าทำไมถึงเดินทางมาเยี่ยมเขาได้

“แล้วจะให้เรียกอะไร สามี? ผัว? นี่เหรอถึงจะดี!” คริสกระแทกเสียงทั้งสีหน้าเกรี้ยวกราด มองดูพ่อตัวเองทำหน้ากระอั่กกระอวน เขายิ่งกว่าไหม ถูกขายให้ผู้ชาย นอนกับผู้ชาย เพื่อแลกกับพ้นคดี ไม่ได้ซาบซึ้งเลยสักนิดเดียว  

“ก็..ป..ป๊าทนเห็นลูกเป็นใบไม้ร่วง..ม..ไม่ได้” พ่อเขาพูดเสียงสั่น คริสกัดฟันแน่นน้ำตาไหล  

 

 

วายุพัด ฟ้าพิโรธ  

ใบไม้ร่วงระนาว

ตุลาวิปโยค

 

 

“คริสไม่กิน เอากลับไป” ดันจานข้าวมันไก่ให้ห่างตัว ฝืนใช้มือหยัดขอบโต๊ะลุกขึ้นยืน เดินหนีอีกฝ่ายทั้งขาสั่นระริก เงอะงะ เชื่องช้า ทุกย่างก้าว แผลช้ำที่ท้องระบมเล่นงานจนอย่างทรุดไปนอนกองพื้น แต่ให้ทนนั่งคุยกับพ่อต่อ เขาขอยอมฝืนเดินแผลแหกดีเสียกว่า อะไรก็ตามบนกายไม่เท่าหัวใจที่โดนทรยศความรู้สึก

“คริส ไม่เอาลูก ลูกอย่าฝืนแบบนี้”

“ป๊าอย่ามายุ่ง!!”

แสงไฟหน้ารถส่องสว่างเข้ามาในตัวบ้านพักข้าราชการ การโต้เถียงระหว่าง 2 พ่อลูกจำต้องหยุด แม่บ้านนามว่ากวางรีบวิ่งออกมาเปิดประตูต้อนรับพันเอกสิงโตผู้เป็นเจ้าของบ้าน เดินทางกลับมาพอดี ชายหนุ่มนายทหารยศสูงลงจากรถ จังหวะเดินผิดปกติดูโซเซ พอก้าวขาเข้ามาในบ้าน คริสถึงกับย่นจมูกเหม็นกลิ่นเหล้าหึ่งชัดรวมถึงมีกลิ่นน้ำหอมแปลกๆติดตามตัวอีกฝ่าย

“สวัสดีครับผู้พัน ขอบคุณนะครับที่ช่วยดูแลคริสเป็นอย่างดี” พ่อค้าขายข้าวมันไก่ยิ้มรับอย่างนอบน้อมต่อนายทหารยศพันเอก คริสไม่เคยนึกอายพ่อตัวเองก็วันนี้ ถึงพ่อของเขาจะเป็นคนเชื้อสายจีน เป็นพ่อค้าทำร้านขายข้าวมันไก่เล็กๆในตึกแถว คริสไม่เคยคิดมาก แต่การเลียทหารเป็นเรื่องสุดจะพรรณนา  

“คุณพี่สิงฮะ” ผู้ชายในชุดสีแสบตาเดินลงจากรถ ส่งเสียงจีบปากจีบคอเรียกทหารหนุ่มผิวเข้ม เดินบิดก้นเข้ามาเกาะแขนแน่นกล้ามของนายทหาร

“อ๋อ ใช่..ลืมไป”  แบงค์เงินหลายใบยัดมือกระเทยหน้าสวยเจ้าของรอยยิ้มหวาน พอได้เงินเจ้าตัวก็เขย่งเท้าขึ้นจุ๊บแก้มพันเอกสิงโต คริสรีบหันหนีภาพอุจาดตาของรักร่วมเพศตรงหน้า การโผล่หัวของกระเทยหน้าสวยเป็นที่แน่ชัดเรื่องกลิ่นหอมบนเสื้อสิงโตคือกลิ่นกระเทยขายบริการคนนี้  ส่วนพ่อของคริสเผลอทำหน้าปุเลี่ยน ขณะเดียวกันตาตี่เล็กฉายแววกังวลใจ สิงโตให้ทหารยศจ่าที่เป็นคนขับรถประจำตำแหน่งพากระเทยหนุ่มน้อยไปส่งบ้าน ส่วนตัวเขาเดินผ่านคริสเข้าห้องนอนไปเฉยฉิบ  

“พ่อขอตัวกลับก่อน คริส..เอาใจผู้พันเขาเยอะๆนะจะได้เอ็นดู” จะอ้วก โสโครก คริสไม่คิดเลยพ่อพูดแบบนี้ออกมาได้ ให้เอาอกเอาใจคนที่ร่วมขบวนการทำร้ายเหล่านักศึกษาไม่มีทางสู้ ออกไปกินเหล้าเมามาย แถมไปซื้อประเวณีต่อ นี่หรือคืออาชีพทหาร ช่างน่าขัน ของผิดกฏหมายก็ยังจะเอา

 

 

 

หน้าที่ของทหาร รับใช้ชาติ หรือ ใช้ชาติ กันแน่

 

 

 

แอ๊ด…

 

คริสค่อยๆ เปิดประตูห้องนอน กลิ่นเหล้าหึ่งปะทะหน้าแรงจนเผลอนิ่วคิ้วย่นจมูก ส่งสายตาเหยียดไปยังนายทหารยศพันเอกนอนเป็นตายทั้งชุดทหารบนเตียง รองเท้าก็ไม่ถอด น้ำท่าไม่อาบ โคตรซกมกทำตัวไร้การศึกษาเป็นที่สุดแล้วการที่ต้องมาใช้ชีวิตกับคนแบบนี้ ก็ได้แต่อดสูตัวเอง ร่างกายที่บอบช้ำยังไม่หายดีย่องเบาไปใกล้เตียงไซซ์คิง ค่อยๆหยิบหมอนและผ้าห่มหมายยกเค้าหนีไปนอนบนโซฟา

 

 

หมับ!!

 

 

แต่แล้วกลับโดนผู้พันสิงโตกระชากดึงกดลงเตียง ร่างกายเหม็นกลิ่นเหงื่อไคลตามด้วยคำพูดเอ่ยถามมาพร้อมลมปากเหม็นกลิ่นสุราจนคริสจำต้องเบือนหน้าหนี

“ไปไหน?”ถามเสียงอ้อแอ้ตามประสาคนเมา

“เสือก!”

“เออ ฉันมันขี้เสือกเอง..” ตาคมแดงก่ำจากสุรากับอะไรบางอย่างสั่นไหว คริสถลึงตอบ ใช้แรงที่มีดิ้นให้หลุดจากร่างหนาแน่นกล้ามเบื้องบน ดวงหน้าคมเข้มแดงก่ำจากฤทธิ์น้ำเมาซุกไซ้คอขาวหนา ปรนเปรอดูดเม้มเสียงดังคลอหูคนด้านใต้

“ออกไปจากตัวกู!!!ไอ้วิปริต!!!!” ผลักไสไล่ส่งคนเมา แต่แรงของบุรุษแล้วยิ่งเป็นทหาร ประชาชนธรรมดาอย่างคริสไม่อาจสู้รบปะมือได้ เหมือนหมูในเล้า ดิ้นให้ตายก็ไม่อาจหนีไปจากคอก ได้แต่รอวันโดนเชือดในโรง เสียงรูดซิปดังขึ้น เสียง..ที่น่ากลัวและแจ่มชัดเป็นที่สุด

 

 

“!!!!!!!”

 

 

กระเสือกกระสนเข้าไปในตัวคริสได้ในที่สุด เข้าไป...ให้ลึก แม้แต่ท้องทะเลก็ลึกไม่พอ

 

 

“ปล่อ--!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

ห้องนอนดังก้องไปด้วยเสียงสะท้อนแรงปรารถนาฝ่ายเดียว บุรุษในชุดลายพรางประดับยศถาบรรดาศักดิ์ กลับกระทำต่ำไม่ต่างโจรบ้ากามข้างถนน ส่วนประชาชนอย่างเราก็ได้แต่นอนช้ำใจให้พวกมันย่ำยีจนสาสม

 

 

 

“อา…อา…ดีชะมัด”

 

 

คำรามต่ำพอใจ ยัดเยียดเข้าไปในร่างกายขาวผ่องช้ำไปทั้งตัว แล้วยังจะโดนซ้ำให้ช้ำในจากด้านหลัง คริสนอนน้ำตาไหลพราก กำหมัดทุบอกซ้ำๆ ไม่มีแรงจะเหลือก็ยังทุบ แสดงตัวต่อต้านอันไร้ประโยชน์

 

 

นี่หรือ..ทหาร

 

 

TBC

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #8 imsft. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 15:03
    คือแบบ หายใจเข้า-ออกช้าๆแบบไม่เคยหายใจช้าเท่านี้มาก่อน ต้องพยายามปรับความรู้สึกให้นิ่งสูงมาก รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องค่อยๆละเลียดอ่าน คือมุมมองที่ต่างกันจะเห็นอะไรๆที่ต่างกันอยู่แล้ว แต่การเลือกจะแสดงมาให้แต่ละแบบมันจะเป็นตัวชักจูงความคิดและความเชื่อได้มากเหมือนกัน มันไม่ผิดที่คริสจะต่อต้านแล้วก็รังเกียจรุนแรงขนาดนี้ แต่ละอย่างที่ผู้พันทำมันทารุนไปหมด ย่ำยีศักดิศรีความเป็นมนุษย์น้องจนแทบจะไม่เหลือ ต่อให้ทำดีชดเชยให้ตาย มันก็ลบแผลไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอก ยิ่งเป็นศัตรูทางความคิดกันอยู่แล้วด้วย มันยิ่งลบเข้าไปใหญ่ เรื่องทหารนี่ก็ พูดยากแหะ จะว่ายศสูงไม่ต้องเข้ากรมบ่อยมันก็..นะ ไม่รู้อะ ไม่ได้คลุกคลีวงการนี้ แต่มันเหมือนโครงสร้างองค์กรอื่นๆด้วยล่ะมั้ง ที่การควบคุมสั่งการมาจากข้างบนลงมาเรื่อยๆ จนถึงคนที่รับหน้าที่ในการดำเนินงานนั้นๆที่ต้องเป็นคนเดินไปทำตามคำสั่งอีกที /โคลงหัว/ แต่เอาทหารยศต่ำกว่ามารับใช้ ขับรถไปรับไปส่ง แบบว่าด้วยเรื่องส่วนตัว มันก็แบบ มันก็เห้ไรเนี่ยอยู่นะคะ 555 จะโดนอุ้มปะคะ ท่ดที มือมันลั่น แงแอ .___. เรื่องกินเหล้ากับซื้อกิน ก็ ทหารก็คนอะ ก็ไม่ได้ผิดไรนะ ไม่ได้ซีเรื่องพวกนี้อะ ก็ไม่ได้มีพันธะอะไร แถมไม่ได้ขับรถกลับเองก็อืม ก็โอเค้ แล้วแต่เลย แต่เมากลับมาแถมพึ่งไปซื้อกินมาแล้วมาข่นขืนลูกฉันต่อก็ไม่ได้ปะวะ ใส่ถุงปะถามจริง ก็อปคำด่าน้องทั้งหมดในเรื่องมาด่าเลยละกัน น้องด่าแทนไปหมดแล้ว หงุดหงิด
    #8
    1
  2. #7 071727 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 04:31

    น้องใจเย็นๆต้องมีสติพี่เขารักแหละแต่ปากแข็งนะอ่อนโยนกับน้องหน่อย

    #7
    1
  3. #6 เป็ดน้อยในหอยสังข์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:37
    พี่สิงทำไมทำกัลน้องอย่างนี้ จะร้องไห้ตามล่ะเนี่ย
    #6
    1