[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 27 : Under red 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

 

 

Under red 27

 

"ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย

เป็นประชารัฐ

ผไท ผองไทย ทุกส่วน

อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล

ด้วยไทยล้วนหมาย

รัก สามัคคี

ไทยนี้รักสงบ

แต่ถึงรบ ไม่ขลาด

เอกราชจะไม่ให้ ใครข่มขี่

สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติ พลี

เถลิง ประเทศชาติไทย ทวี มีชัย ชโย.."

 

เพลงชาติดังก้องทั่วแดนขวานทอง เช้าวันใหม่เวลา 8 นาฬิกา คนไทยทุกคนหยุดอยู่กับที่ ยืนตรงเคารพสรรเสริญเพลงหนึ่งเพลงที่รวมไว้ซึ่งแผ่นดินนี้ กระทั่งเพลงนี้สิ้นสุดลง ขยับฝีเท้าก้าวเดินต่อไปทำกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน คริสนั่งลงบนเก้าอี้ทอดมองท้องฟ้าสีครามสดใสนอกหน้าต่าง เหนือหัวเราทุกคนที่กลับมาใช้ชีวิตปกติ

ผ่านมาแล้วนับ 1 ปีที่เรื่องเล่าขานถึง 6 ตุลายังหลอกหลอน เมฆหมอกไม่คลายเสียทีเดียว ประเทศไทยยังคงหาทางปรับตัวไปสู่ประชาธิปไตยอันดียิ่งขึ้น แม้เบื้องหลังก็ยังมีการเล็งอำนาจและอาจมีต่อๆไปในอนาคต

ถนอมยุคใหม่ ไม่รู้จะเป็นใคร อาจเป็นนักธุรกิจพันล้านผันเป็นนายกหรือทหารเหมือนเดิมก็เป็นได้ อนาคตนับวินาทีนี้ไม่อาจรู้และคริส พีรวัส ภาวนา 'อย่ามี' อีกเลย ดั่งคำกลอนตุลาโหด ใบไม้หลุดร่วงระนาว 14 ตุลามาถึง 6 ตุลาใน 3 ปีต่อมา จากรุ่นของคริสสู่ธีร์ รัฐยังคงเปลี่ยนหัวไปมาไม่สิ้นสุดที่แลกมาด้วยการนองเลือดไปทุกครั้ง

 

 

'สุดท้ายเราทำเพื่อชาติอย่างถูกต้องหรือไม่ ?

ความถูกต้องอันเที่ยงแท้คือสิ่งใด?'

 

 

คริสจดข้อความลงบันทึกเล่มเล็กก่อนเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทข้างใน เขา..ไม่ใช่นักศึกษาอีกแล้ว..ไม่ใช่เด็กเลือดร้อนคลั่งการเมืองที่แบ่งฝักฝ่ายแล้วกดด่าคนเห็นต่าง กระทั่งชีวิตได้เห็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของคนอีกฝั่งจึงเข้าใจว่าเราเองก็มีเลือดสีแดง ร่างกายอบอุ่น ตายไปก็เหลือเพียงโครงกระดูกเผาสู่เถ้าธุลี ไม่มีสิ่งใดต่าง 
 

 

 

สุดท้ายเราก็คือคนไทย 
 

เป็น 'มนุษย์' เหมือนกัน 

 

 

"จ๊ะเอ๋!" เด็กผู้หญิงฝาแฝดวิ่งมาเล่นกับเขา แลบลิ้นทักทายหน้ารั้ว คริสหัวเราะร่วน อุ้มทั้ง 2 คนขึ้นพร้อมกันก่อนส่งยิ้มให้เพื่อนสาวตั้งท้อง 3 เดือน เธอยืนประคองท้องกลมส่งยิ้มอบอุ่นมาให้

'เพ็ญ' ชื่อเดียวกันกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่คนละคนกัน..

"บ้านใหม่สวยดี" คริสมองไปรอบบ้านสีขาวทาผนังสีฟ้าอ่อนข้างใน เขาเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนสาวแต่งงานไปกับสามีเป็นบรรณารักษ์ ณ หอสมุดแห่งชาติ ส่วนเพ็ญก็ผันตัวไปเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก 3 คนอย่างที่เห็น

"ขอบคุณจ้ะ แบบนี้คริสก็สอนเปียโนน้องๆ ได้สบายขึ้นด้วย"

คริสมองเปียโนสีดำของเพื่อนตั้งอยู่ชั้นล่างริมหน้าต่างติดสวน...หวนนึกถึงเปียโนเครื่องใหญ่ซื้อมาตั้งวางในบ้านพักข้าราชการ..ดวงหน้ากลมพยักหน้าตอบทั้งยิ้มบาง

"คริส"

"ว่า?"

"จะไม่กลับไปทำงานด้านรัฐศาสตร์เหรอ?"

"ไว้ก่อนแล้วกัน คริสอยากเล่นดนตรีมากกว่า" บอกเพื่อนที่ท้องก่อนแต่งลูกจึงโตไว โชคดีที่ต่างคนต่างรักกันจริง เพ็ญได้สามีที่ดีพร้อมทั้งการงานและความรับผิดชอบ เธออายุใกล้เคียงเขาแต่สามารถใช้ชีวิตวัยรุ่นปกติอย่างที่ควรเป็น เรียนหนังสือ เที่ยวกับเพื่อน กลับบ้านช่องปลอดภัย มีรักกับใครสักคนและร่วมสร้างครอบครัวด้วยกัน ชีวิตที่แตกต่างกับ คริส พีรวัส เป็นอย่างมาก 

 

 

อยู่ที่เลือกเดิน

ไม่มีบังคับใครและไม่ควรถูกใครบังคับ

 

 

อาชีพที่คริสทำในเวลานี้คือการจับงานดนตรี้ รับเป็นครูสอนเปียโนตามบ้านและช่วยพ่อขายข้าวมันไก่ หลังสงบศึกกลางเมืองก็ย้ายกลับมาอยู่เยาวราชดั่งเดิม ไม่สามารถอยู่บ้านพักข้าราชการทหารต่อได้เนื่องจากได้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว ในเมื่อพันเอกสิงโตไม่อยู่ก็ตกเป็นทหารคนอื่นแทน ส่วนเรื่องของคริสได้ถูกตัดขาดไปจากวงทหารโดยสมบูรณ์..

"มาทบทวนเพลงไตรรงค์ธงไทยให้ฟังหน่อยครับ จะได้ขึ้นเพลงใหม่กัน"

"ค่าาา"

ใช้ชีวิตอย่างที่ประชาชนคนหนึ่งควรเป็น รายได้จากการเป็นครูสอนเปียโนคิดเป็นรายชั่วโมง หากเทียบกับทำงานสายตรงที่จบมาก็น้อยกว่านัก ทว่า..คริสกลับรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย ถ่ายทอดดนตรีให้คนอื่น ก็ปล่อยให้เสียงเพลงกล่อมหัวใจตนเองด้วยเช่นกัน คริสสอนบ้านเพ็ญเสร็จก็เดินทางออกไปสอนลูกชายบ้านข้าราชการครูอีกคนหนึ่งย่านถนนประดิพัทธ์ ต่อรถเมล์แล้วตรงมาลงป้ายเดินต่อไปอีก 2 ซอยข้างหน้าก็จะถึง

"ว้าว!ทหารเท่จัง!" เด็กเตะบอลแถวนั้นชี้นิ้วไปฝั่งตรงข้ามถนน จ้องนักเรียนทหารตาเป็นประกาย คริสเหม่อมองตามร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเครื่องแบบเดิน ความฝันผู้ชายส่วนใหญ่ หารู้ไม่ว่าทหารเป็นอาชีพแบกรับความรับผิดชอบสาหัสมาก

 

 

หากโลกนี้ลั่นไกปกป้องชาติอย่างเดียวได้ง่ายก็คงดี..

 

 

.

.

.

 

 

"เอาตรงนี้ครับ" คริสชี้นิ้วสั่งช่างวางโต๊ะไม้สักในห้องรับแขก ขัดเงาสวยงามชิดกำแพงห้องนั่งเล่นตามด้วยโทรทัศน์จอ 14 นิ้วซื้อมาตั้งวางไว้หลังเขาเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ขยับเสาอากาศไปมาหาสัญญาณที่ทำให้ภาพชัดเจนอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ชัดเสียที ช่อง 9 ที่พ่อติดหนักฉายละครเรื่องคู่กรรม หยิบเอานิยายดังไปทำซ้ำโดยใช้ดาราชุดใหม่ ถ่ายทอดความรักระหว่างทหารญี่ปุ่นกับสาวไทยในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

"ฮึก..ฮึก.." พ่อน้ำตาแตกตลอด คริสชำเลืองมองคนแก่ชาวจีนผมหงอกมากขึ้นด้วยสีหน้าอาดูร พ่อของเขานี่..เส้นตื้นจริง..ละครฉายไปเรื่องๆไม่ถึงครึ่งตอนดี คริสกลับลุกจากเก้าอี้ไม้ คว้าสูทสีน้ำตาลสวมทับเชิ้ตขาวข้างใน

"คริสไปธุระก่อนนะ เดี๋ยวมา" ชำเลืองมองนาฬิกาบนฝาผนังได้เวลาอันสมควร จึงขับรถออกจากบ้าน เขาโตพอที่พ่อจะไม่ถามไถ่แล้วว่าไปไหน กลับกี่โมง มือป้อมหมุนเปิดวิทยุฟังข่าวการเมืองรายงานสรุปเหตุการณ์ย้อนหลังถึงโศกนาฏกรรมเดือนตุลา

 

'นี่ก็นับเป็นเวลา 1 ปีแล้วนับตั้งแต่การจับกุมทหารร่วมฝั่งพลเอกสนิทต้องโทษจำคุกร่วมกับแกนนำนักศึกษา กระทั่งได้มีประกาศนิรโทษกรรมเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจจนมีประชาชนบางส่วนออกมาเรียกร้อง อยู่เต็มเรือนจำ ณ ขณะนี้'

 

 

เวลานั้นทุกอย่างล้วนสับสน อลหม่าน ยากจะแยกว่าใครเป็นใคร ขนาดศพผู้เสียชีวิตบางคนยังมิอาจระบุรูปพรรณสัณฐานและมิอาจแยกออกว่าอยู่ฝ่ายใด สุดท้ายก็เป็นเพียงศพของคนไทยทั้งหมดทิ้งชีวิตลงไปในความขัดแย้งของคนไทยด้วยกัน

 

เอี๊ยด..

 

เขาชะลอความเร็วผ่านหน้าเรือนจำ ตากลมเหลือบตามองการชุมนุมไม่พอใจหน้าประตจนตำรวจต้องมาตั้งรั้วขวางกั้น

"พวกเด็กๆ ผิดอะไร นิรโทษกรรมฆาตกร แต่กับเด็กไม่ทำ!!" ป้าคนนึงแหกปากทั้งน้ำตา กอดรูปขาวดำลูกชายในชุดครุย คริสมองไปยังกลุ่มก้อนนั้นกลืนน้ำลายลงคอระหว่างหาที่จอดได้และก้าวลงจากรถ

"คุณพีรวัส เชิญครับ"

จำต้องหันหน้าหนี ตามพัศดีนำทางไป 

 

.

.

.

 

อาทิตย์ยามเที่ยงด้านนอกร้อนนัก ไอร้อนนี้ไม่สัมผัสมานานแรมปีและเห็นเพียงแสงรอดผ่านช่องหน้าต่างลูกกรง สิ่งที่เจิดจ้ากว่าหลังบานประตูหลังเรือนจำคงเป็นรถยุค '80 สีเงินมือสองจอดริมถนนและคนขับที่เจิดจ้ากว่าอะไร

"เปลี่ยนแผน ออกข้างหลังดีกว่า" คริสอธิบาย เอื้อมไปประตูรถข้างตัวออก

"​​นายไม่ควรมา" 

"....."

ไม่ควรมา หมายถึงเรื่องไหน? ครูสอนเปียโนตัวเล็กๆคิดคำถามในใจทั้งหนึบอก สบเข้าไปในดวงตาคมเย็นชาเกินคณา

อดีต..ทหารที่โดนปลดออกไปแล้ว เข้าร่วมขบวนการสังหารโหด จะด้วยอยากหรือไม่อยากก็กระทำไป มีผู้เสียชีวิตเป็น 100 หรืออาจมากกว่านั้น สูญเสียเลือดเนื้อ คาวคลุ้งคลั่ก ชโลมแผ่นดินด้วยเลือดของคนชาติเดียวกัน อดีตทหารเลือกเดินผ่าน เมินรถมือสองไม่หรูหราวิสาสะมารอรับโดยไม่คิดบอกกันก่อน 

ขืนบอก..ก็คงไม่เจอกันดั่งจดหมาย ส่งไปก็มีแต่ถูกตีกลับทุกฉบับ..ไม่มีการแกะ ไม่มีการรับ ไปรษณีย์ก็จนใจจนต้องบอกว่าให้คริสเลิกที่จะเขียนเสียเถิด มือป้อมกำหมัดแน่น กลืนน้ำลายทั้งที่เจ็บคอร้าวลึกไปทั้งกาย ตะเบ็งเรียกขานนามกึกก้อง

 

"สิงโต!"

 

เรียก...นามของอดีตทหารผู้ผันกลายเป็นนักโทษ เจ้าของนามยังคงเดินต่อไปไม่ยอมหยุด คริสดื้อดึงขึ้นรถขับไล่จี้อีกฝ่ายเลียบข้างทางเท้า

"จะไปไหน ไม่มีที่ไปหรอก บ้านพักข้าราชการโอนไปเป็นของคนอื่นแล้ว" คริสบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ อดีตทหารกลับไม่ยอมหยุดเท้าสักนิด จึงจำใจชะลอความเร็วแล้วจอดทิ้งไว้ ลงจากรถวิ่งไปขวางทางอีกฝ่าย ประจัญหน้ากันตรงๆ

"สิงโต.."

"...."

 

 

ไม่มองกันเลย..ไม่แม้แต่เสี้ยวนึงที่จะสะท้อนเด็กรับใช้ในดวงตา

 

 

"สิงโต กลับกับคริสนะ"

คนผิวเข้มผมเผ้ายาวกระเซิงยุ่งเหยิงเสมือนเชิดสิงโตจีนนิ่งไป ยังคง..เบือนหน้าหนีดวงหน้าขาวเอาแต่จ้องฝ่ายเดียว พร่ำวอนขอด้วยสรรพนามแทนตัวที่จำได้ว่าอดีตทหารคนนี้ชอบ

 

โครกกกกกกก

 

"...."

"...."

ท้องร้องดังสนั่น คริสหลุบตามองต้นเสียงจากท้องอดีตทหาร..

 

.

.

.

 

"คริสมาพอดีเลย มารู้จั-" คนเป็นพ่อหุบยิ้มตกใจหน้าซีด ลูกชายไม่ได้กลับมาคนเดียว มีอีกคนติดรถลงมาด้วยที่ร้าน จำได้ดีไม่ลืมเลือน

"ผ..ผู้พัน"

"ฉันไม่ได้เป็นทหารแล้ว"

"ขอโทษครับ" พ่อของคริสยังนอบน้อม ถ่อมตนเสมอ ผงกหัวงกๆ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนไปมา ในร้านมีเด็กสาวถักเปียหน้าหมวยนั่งยิ้มหวานอยู่ คนเป็นพ่อเลิ่กลั่กมองสลับอดีตทหารกับเด็กสาวที่น่าจะอายุน้อยกว่าคริสราวๆ 1-2 ปีได้ 

"ป๊า คริสทำเอง ป๊าไปพักเถอะ" คริสกุลีกุจอนอาสาทำงานแทน ให้พ่อได้เข้าไปพักผ่อน เขาเดินผ่านผู้หญิงยืนเหนียมอายราวกับเธอเป็นธาตุอากาศ สาวน้อยถักเปียคู่มุ่ยหน้าแก้มป่องหิ้วปิ่นโตใส่หมั่นโถวกระทืบเท้าออกไปจากร้านไม่ฟังคำรั้งเจ้าของร้านข้าวมันไก่แม้แต่นิดเดียว 

 

ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!

 

ร้านข้าวมันไก่ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่คนทยอยออกจากร้าน จะหนาแน่นอีกทีราวๆช่วงเย็น เสียงสับไก่ดังก้อง จัดใส่จานคู่น้ำจิ้มถ้วยเล็กวางบนโต๊ะให้ทหารผู้เป็น 1 ในรายชื่อได้รับนิรโทษกรรม สิงโตจ้องข้าวมันไก่นิ่ง ส่วนลูกชายเจ้าของร้านนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใจจดใจจ่อ รอ..

คำแรกตักเข้าปาก คำต่อไปตามมา เรียกรอยยิ้มระบายบนหน้าหนุ่มไทยเชื้อสายจีน 

"ไม่พอ เติมได้นะ" เปิดทางให้คนพึ่งออกจากคุกขอเพิ่มได้ไม่อั้น นัยน์ตากลมมองคนที่เอาก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่พูดไม่จาตอบ ทว่าการเปิดใจตามมาที่นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว คริสรินน้ำชาใส่แก้วพลาสติกตักน้ำแข็งหลอดเต็ม ดื่มให้ชื่นใจ คล่องคอ บริการดูแลอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำครั้นเป็นเด็กรับใช้อาศัยในบ้านหลังเดียวกัน
 

 


 

'การชุมนุมประท้วงนิรโทษกรรมอย่างไม่เป็นธรรมยังไม่สลาย เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ ? นั่นคือคำถามที่สังคมต้องการ'

 

 

"ป๊า!!!!!"

"ไอหยา!!!! ป๊าขอโทษๆ"

คริสขึ้นเสียงต่อว่าบิดาเผอเรอไปหมุนเปิดวิทยุไปเจอช่องข่าวออกอากาศประเด็นร้อนระอุสองพ่อลูกคนจีนหันไปมอง..คนนั่งกินข้าว..วางช้อน ดื่มน้ำชาหมดแก้ว ควักเงินติดตัวอันน้อยนิดในถุงพลาสติกมัดหนังยาง คริสพุ่งมาจับข้อมือสีเข้ม บีบแน่น แววตาทอประกายขอร้อง 

"....."
 

".…."
 

ทว่า..สิงโตดึงแขนออก สลัดจนหลุดแล้ววางเงินบนโต๊ะ หอบถุงย่ามเก่าๆขึ้นสะพายบ่าเดินออกไปจากร้านข้าวมันไก่ 

"คริส! อย่าไปยุ่งกับเขาเลย" คนเป็นพ่อรีบพุ่งไปคว้าต้นแขนลูกชาย

"ป๊าจงใจ"

"ก..ก็ป๊าไม่อยากให้คริสติดร่างแห.."

"ป๊าจะทำให้คริสอยู่กับความรู้สึกละอายใจในความเห็นแก่ตัวของป๊าอีกแค่ไหน!!!" เขาตวาดขึ้นเสียงดังใส่บุพการี ทำเอาคนร่างท้วมหน้าเสีย

"ป๊าไม่อยากเสียลูก..ผู้พันคุ้มครองลูกไม่ได้แล้ว ตอนนี้เป็นเป้าในสังคมด้วยซ้ำ มันอันตราย"

 

 

ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

 

 

"คริส!!!!! กลับมานี่!!!!!!"

ลูกชายสลัดแขนออกจากพ่อ วิ่งออกไปตามหาอดีตทหาร ดูทรงไม่น่าไกลจากเยาวราชมากนักในตอนนี้และเป็นดั่งคาด เขาเห็นหลังสิงโตไวในฝูงชนเดินเลี้ยวเข้าซอย คริสวิ่งไป วิ่งไม่คิดชีวิตแทรกผ่านคนมากมายเพื่อคว้ามือซ้ายกร้านแข็งเพียงหนึ่งเดียว

 

 

หมับ!!

 

 

"กลับไปหาพ่อนาย" 

"ไม่เอา" 

"คริส!!" สิงโตตะคอกดังลั่น คนรอบกายหันมองทั้งอารามตกใจและตกใจมากสุดคือตัวอดีตแกนนำผู้ถูกลบชื่อไปจากวีรชน 14 ตุลา


 


 

"ไสหัวกลับไป..เลิกตามฉันได้แล้ว.."

 

 

ขับไสไล่ส่ง เย็นชาสุดแสน คริสยืนเคว้งเบะปาก สะอื้นร้องไห้ น้ำตาไหลรินยามนี้ก็ยังไร้ประโยชน์ วันวานหลายต่อหลายครั้งเอาแต่ปัดป้องปฏิเสธมือคู่นั้นด้วยอุดมการณ์ วันนี้อยากคว้าไว้ก็ไม่อาจทำได้ 
 

 

 

เป็นฝ่ายโดนปฏิเสธเสียเอง
 

 

 

สิงโตหันหลัง ก้าวเดินฝ่าฝูงชนสวนผ่านร่าง กลบเสียงสะอื้นไล่หลัง เหลือเพียงเสียงฟุดฟิดจากตัวเขาเอง ตาคมแดงก่ำรีบกลอกตามองฟ้าก่อนไหลออกมาอาบแก้มมอมแมม


 

 

TBC

 

++++++++++++++

เมื่อผู้พันงอน(?) 

#ฟิคผู้พัน 

ไปก่อนนะ บายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #140 Uooota (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 18:04

    หน่วงมากสงสารพี่สิงน้ำตาไหลเลย ขอให้จบแบบมีความสุขนะค่ะไรท์สงสารเหลือเกิน

    #140
    1
  2. #139 540854 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 11:49

    อิป๊านี่แหละตัวแสบ พอเขาหมดผลประโยชน์ละก็นะ หืม

    #139
    1
  3. #138 Nafphon (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 06:16

    คริสสสสสง้อพี่สิงให้ได้น่า ...อ่านไปร้องไปสงสารพี่สิง แต่ก่อนพี่สิงทำเพื่อคริสมาตลอดๆๆๆคริสทำเพื่อพี่สิงบ้าง ขอให้จบแบบมีความสุขน้า😥😥😥❤

    #138
    1
  4. #137 071727 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 01:51
    ผู้พัน ไม่มีแล้วเหลือแต่พี่สิงโต น้องคริสง้อพี่สิงโตให้ได้นะ อย่าให้พี่เขาต้องเจ็บปวดอีก เพื่อตัวน้องคริสเองเพื่อพี่สิงโต เพื่อทั้งสองคน สู้ๆ
    #137
    1
  5. #136 Areerat_KS (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:41
    หลุดพ้นจากตำแหน่งค้ำคอ
    จากนี้เรื่องหัวใจคงดีขึ้น
    #136
    1
  6. #135 3653768 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:29
    ทำไมผู้พันชั้ลถึงต้องเจ็บปวดนัก
    #135
    1
  7. #134 mimmii_boo (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:23
    คุณพี่ยังอยู่😍 ส่วนน้องคริสง้อๆพี่เขาหน่อยเดี๋ยวเขาก็คงใจอ่อนเนอะ สู้ๆ
    #134
    1