[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 25 : Under red 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

 

 

 


 

 

 

Under red 25

 

6 ตุลาคม 2519 เวลา ตี 4:02 น.

คริสหนีออกมาโดยการนั่งรถตุ๊กๆ ใช้เศษเงินติดตัวมาน้อยนิดลงหมดหน้าตักที่ประตูท่าพระจันทร์ อากาศหนาวเย็นบาดผิวขาวสวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มจนขนลุกชัน แต่ไม่เท่ากองกำลังตำรวยรายล้อมเต็มไปหมด โลกภายนอกกับบรรยากาศการชุมนุมช่างเหมือนกับ 3 ปีก่อนราวกกับว่าคริสตื่นขึ้นมาจากวันวานไม่มีผิด ตอกย้ำว่าไทยยังคงย่ำอยู่กับที่ วันนี้ดูเหมือนจะมีผู้ชุมนุมด้วยกัน 2 ฝั่ง ตากลมเบิกโพลงตกตะลึงมั่นใจว่านั่นคือกลุ่มกระทิงแดง เขาจำได้แม่น มีคนรู้จักในนั้น

 

เกิดอะไรขึ้น?

 

กระทิงแดงเคยอยู่ข้างเดียวกันในช่วง 14 ตุลา ตอนนี้กลับย้ายไปอยู่ฝ่ายเดียวกับตำรวจ

"พี่คริส!" ธีร์กวักมือเรียก พาลอบเข้ามาในวิทยาเขตมหาวิทยาลัย อาคารเรียนต่างๆกลายเป็นสถานที่ชุมนุมตั้งรกรากอยู่อาศัยของเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์ การปราศัยเรียกร้องยังดังก้องต่อเนื่องบนเวทีจากแกนนำ ปลุกระดม ชี้แจง ชูกระดาษใบปลิวต่อต้านการกลับมาของทรราช ที่ตรงนั้นเคยเป็นจุดที่คริสยืนหยัด บัดนี้เขากลับอยู่เพียงล่างเวทีและเฝ้ามองเด็กรุ่นใหม่มาสานต่อเจตนารมณ์

"เกิดอะไรขึ้น พวกอาชีวะทำไมไปฝั่งนั้น"

"ไม่ลงรอยกันพี่ อุดมการณ์ไปต่อไม่ได้" ธีร์อธิบายพาเข้าไปมาหลบในห้องโสต

"ขอโทษนะธีร์ กู..ไม่ได้ข่าวอะไรเพิ่มเลย.." ขอโทษเด็กรุ่นน้อง ขอโทษที่วันนี้ไร้ประโยชน์ ขอโทษ..ที่เผลอใจอ่อน

"ช่างเหอะพี่ พี่กลับมาอยู่ข้างเราก็ดีแล้ว"

ธีร์ตบบ่า รอยยิ้มแจ่มใสบนหน้ารุ่นน้องลดหยักมุมปากลงเมื่อสังเกตเห็นรอยตามตัว ลำคอและในเสื้อยืดของอดีตแกนนำ 3 ปีก่อน คริสรีบยกมือปิด หน้าแดง กระดากอาย

"หน้าหนาวแล้ว ผมไปหยิบผ้าห่มให้นะ"

คริสกล่าวขอบคุณ นั่งรอธีร์แถวรูปปั้นปรีดี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทอดสายตามองเด็กๆรุ่นหลังจากเขา ลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออุดมการณ์  ส่วนเขาเป็นแกนนำหัวขบถที่หลุดไปจากชื่อได้อันแลกมาด้วยศักดิ์ศรี ยอมทิ้งสวัสดิการของทหารนายหนึ่งอันเป็นสิทธิ์ชอบธรรมเพื่อความสบายในบั้นปลาย ทหารที่คอยส่งเสียเลี้ยงดู ส่งเขาเข้ามาเรียนที่นี่แม้ตอนหลังโดนจับย้ายไปเรียนที่อื่น 

 

แปะ..

 

น้ำตาร่วงกระทบพื้น คริสละสายตาจากรูปปั้น ยกแขนเช็ดน้ำตาลวกๆ สูดน้ำมูกฟุดฟิด โกรธตัวเองที่ยังมีความรู้สึกเสียใจ คลึงเคล้น จิกเล็บลงบนรอยจูบตรงคอ จิก..จำ...เอาไว้ให้ขึ้นใจว่าได้มาเพราะอะไร เพราะจากการไม่สมยอมถูกไหม นี่คือความจริงที่หากยังอยู่ก็ต้องโดนบังคับร่ำไป เขาผิดเองที่มัวแต่หลงระเริงในกองไฟ เกือบลืมไปว่ามันร้อนจนเผาไหม้ให้กลายเป็นจุล ฉะนั้นบินหนีออกไปดั่งนกกระจอกคืนสู่รังมอซอเสีย 

 

 

ที่ของ คริส พีรวัส อยู่ตรงนี้

 

 

"หืม?" หางตาเห็นเด็กนักศึกษาชายกลุ่มหนึ่งแบกของใส่ลังดูท่าทางเร่งรีบไปทางตึกขวา อาการล่อกแล่กชอบกล ครุ่นสงสัยประกอบจึงสะกดรอยตามไปเงียบๆ เด็กพวกนั้นเลี้ยวเข้าไปในภาควิชานิติศาสตร์ ชะลอฝีเท้าย่องเบาลงจนมาถึงประตู ชะโงกหัวมองผ่านกระจก

"ค่อยๆ ยกนะ"

"กูรู้น่า ระวังอยู่"

แสงไฟในห้องรำไรพอมองเห็นสะท้อนวัตถุเงาวาบสะท้อนแสง

 

 

ปืน!!?

 

 

"พี่คริส"เสียงธีร์ดังจากข้างหลัง ในมือถือผ้าขนหนูไว้ ดวงตาของเด็กหนุ่มรุ่นน้องนิ่งเฉยชา มองผ่านไปยังเด็กนักศึกษาชาย 3 คนข้างในห้องอย่างไม่สะทกสะท้าน

"หมายความว่าไงธีร์" คริสถามเสียงสั่น

"เฮ้ย! พี่ธีร์ หมอนี่ใคร?" รุ่นน้องลกลนจับจ้องไปยังชายเชื้อสายจีนผิวขาวผ่องมีรอยแดงจ้ำไปตามเนื้อตัว

"พี่คริสไง แกนนำของเราใน 14 ตุลาที่ไปนอนกับทหาร" สิ้นคำอธิบาย สายตารังเกียจเพ่งมาจาก 3 คน 

"หมายความว่าไงเรื่องปืน กูเตือนมึงว่าไง การชุมนุมต้องไม่มีอาวุธ แบบนี้มันไม่ใช่!!" คริสตะคอกเสียงกร้าว เกรี้ยวกราดไม่พอใจ แทนที่จะสำนึกฝ่ายรุ่นน้องกลับถอนหายใจยาว

"ก็ไม่ใช่ไงพี่" ธีร์ไหวไหล่ คริสชักสีหน้างุนงง

"ให้ผมพูดเลยนะ ไหนๆก็แล้ว พี่ก็เห็นแล้ว"

พลัน!! ทั้ง 3 คนวิ่งกรูมาจับคริสกดลงพื้น

"เหี้ย!!! พวกมึงจะทำอะไรกู!!!!" 

ชุดกระชากลากไปในห้องภาควิชานิติศาสตร์จับคริสมัดเชือกไว้กับเสา ธีร์มองต่ำลงเหยียดแกนนำ 3 ปีที่แล้ว ยืนร่วมกัน 14 คนบนเวที ประกาศจุดยืนขับไล่ทรราช ในวันนั้นธีร์เป็นเพียงเด็กรุ่นน้องยืนมองจากข้างล่างด้วยสายตาเปี่ยมศรัทธา เชื่อมั่นในตัวทุกคนและพร้อมสนับสนุนช่วยเหลือเพื่ออุดมการณ์เรียกร้องอธิปไตย์ให้ถึงที่สุด

"พวกผมชื่นชมพี่กับเพื่อนมากนะ พวกพี่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกผมมาก เพื่อประเทศชาติ  เพื่อไทยจะไปในทิศทางการเมืองที่ดี" ธีร์เงียบไปอึดใจหนึ่ง หลับตานึกถึงวันวานจากจุดเริ่มสู่จุดสูญเสียในวันมหาวิปโยค ลืมตามอง 3 ปีต่อมาตรงหน้าพร้อมกล่าวเสียงเย็น

"แต่..พวกพี่โลกสวยเกินไป มันเป็นไปไม่ได้หรอกพี่ที่เราจะมีประชาธิปไตยอย่างเสรีจริง การที่ประเทศเราเรื่องเดือดร้อนขนาดนี้ก็เพราะแนวคิดแบบนี้ครอบหัวตั้งหาก"

คริสเบิกตาโพล่ง หน้าซีด 

"ผมไม่ชอบถนอม ผมไล่กับพวกพี่ ผมเห็นด้วย แต่สุดท้ายผมก็เห็นแต่อำนาจจากพวกเก่ากินประโยชน์วนไปมาไม่มีสิ้นสุด มันควรกวาดล้างให้หมดแล้วเปลี่ยนใหม่ อยู่กันไปยาวๆใต้คำสั่งผู้นำใหม่ที่ดีแท้จริง ตลอดไป ไม่ต้องการเสียงจากประชาชนร้องขอเปลี่ยนเลือกตั้งคนนั้นคนนี้ ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงกับการเจอผู้นำขายฝัน พี่ดูสิ ตั้งแต่ 2475 มา ผ่านมากี่คนแล้วที่เราเจอแบบนี้" ธีร์เล่าความในใจ อุดมการณ์แท้จริง สิ่งที่แตกออกไปจาก 3 ปีก่อน การชุมนุมนี้บรรยากาศอาจเหมือนเดิม คริสตระหนักแล้วว่าแก่นลึกลงไปมีบางสิ่งแอบแฝงผิดเพี้ยนไปจากสมัยเขา 

"ไอ้ธีร์ มึงเชื่อคอมมิวนิสต์งั้นเหรอ.." 

"ก็พวกเขาสัญญา! ว่าจะทำให้ชาติดี!!" ธีร์คำรามก้อง

"มึงโดนหลอกแล้ว! มึงคิดเหรอว่านั่นคือคอมมิวนิสต์ที่แท้จริง มันก็แค่เอาหลักการเสมอภาคสวยๆมาอ้างหลอกพวกมึง!!"

"พวกเขาไม่หลอก! พวกเขาสัญญาว่าจะปกครองทุกอย่างด้วยความเสมอภาค พวกเขาจะขจัดชนชั้นออกไปและเกลี่ยให้เท่าทุกคน เราจะอยู่ด้วยกันฉันท์สหาย!! การที่พี่ไล่พวกทรราชออกนอกประเทศไปแต่ยังตกลงปลงใจกับวิธีการปกครองแบบประชาธิปไตยทุกวันนี้มันทำให้เราอยู่ดีขึ้นไหม! ก็ไม่!!! ผมจะไม่ยอมตายแบบ 14 ตุลา พวกมันมีปืน เราก็มีได้เหมือนกัน!!!!!"

คริสเสียใจและผิดหวังมาก ไม่คิดเลยว่าแก่นแท้สิ่งเรียกร้องผิดเพี้ยน การชุมนุมในวันนี้กลายเป็นแอบแฝงหลายสิ่ง

"มึงฟังกูดีๆนะ ตั้งสติ มึงโดนพวกมันหลอกใช้ คอมมิวนิสต์คือหลักอุดมคติที่เป็นไปไม่ได้ในโลกจริง เป็นคำอ้างสวยของพรรคใช้บังหน้าฟาสซิสต์ ไอ้ธีร์ มึงกลับตัวตอนนี้ยังทันนะ การที่มึงลับๆ ล่อๆ แบบนี้แปลว่ามึงก็แอบแกนนำคนอื่นเหมือนกันใช่ไหม"

ธีร์หน้าตึง คริสเดาถูก ไม่ใช่ทุกคนในการร่วมชุมนุมวันนี้เห็นพ้องกับระบบคอมมิวนิสต์ ยังพอมีหวังที่จะเกลี่ยความคิดนี้ออกไปอยู่แล้วดึงกลับมาในจุดที่เหมาะควร 

ทว่า..โอกาสไม่ได้มีบ่อย

"รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว พี่เองก็อย่าหวังจะได้หลุดไปบอกผัวพี่เลย" ปืนสั้นส่งมาใส่มือแกนนำผู้ถูกล่อลวง โดนล้างสมองด้วยคำว่าชาติ มันช่างหอมหวานและหลอกล่อเหล่าคนไร้เดียงสาให้หลงมัวเมา กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว ดวงหน้ากลมแป้นหลับตาลง ครั้งนี้หนีไม่ได้แล้ว ด่าความโง่ของตัวเองที่เอาแต่ไว้ใจคนอื่น ถูกหลอกซ้ำซาก 

สุดท้าย..คริส พีรวัส ก็ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

 

 

"ขอบคุณ วีรชน 14 ตุลา"

 

 

 

ตูมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!

 

 

ระเบิดลงลูกแรกกลางสนามบอลมหาลัย สนั่นหวั่นไหวดั่งฟ้าถล่ม เสียงกรีดร้องดั่งลั่นไปทถกหนแห่ง 

"ไอ้ธีร์!! ทหารบุก!!! ตำรวจเข้าล้อม ม. แล้ว!!!"

"ไปตามพลอาวุธมา!!!!" ธีร์ตื่นตกใจ

 

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

"กรี๊ดดดดดดดดด"

"อ๊ากกกกกกกกกก"

กระสุนระดมยิงเข้ามาแสบแก้วหู ระเบิดตามมารัวเป็นชุดทำลายพื้นที่ในรั้วสถานศึกษาใจกลางเมือง นี่ไม่ใช่ชายแดน ไม่ใช่สนามรบ ไม่ใช่การต่อสู้ข้ามชาติ แต่กลับเป็นการโจมตีหันหาคนไทยด้วยกัน

"ไปๆๆๆๆ" พลอาวุธถือปืนวิ่งออกไป ธีร์กระชับปืนยาววิ่งออกเป็นคนสุดท้าย

 

 

ตูม!!!!

 

 

ระเบิดเกิดแรงสนั่น ตึกนิติศาสตร์สะเทือน คริสหลับตาปี๋

 

ตุบ!!

 

ร่างธีร์ขาดครึ่งท่อนลอยกระเด็นตกอยู่หน้าประตูห้องตรงหน้าคริส

 

 

ใบไม้ปลิดปลิว ดั่งกลอนกล่าว

 

 

อดีตแกนนำผู้ถูกขานเรียกว่าวีรชนตัวสั่น มือเย็น เหงื่อซึม น้ำตาไหลพราก

 

 

พร้อมหรือยังที่จะสละชีพ

ยังอยากตายอยู่ไหม?

 

 

.

.

.

 

ยิงระเบิดเปิดทาง สายลับทะลวงด้านใน ประตูเปิดออกแล้ว รั้วมหาลัยที่เปิดอ้าให้เด็กเข้าศึกษากลับเปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่พกอาวุธวิ่งดาหน้าเข้ามา

"บุกเข้าไป!! ยิงมัน!!! ไอ้เดนนรก ตายซะ!!!!!"

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

พันเอกนรินทรในชุดลายพรางหัวเราะสะใจลั่นไกกราดยิงนักศึกษา เสื้อเรียนสีขาวชโลมเลือด ไล่เรียงจากท้องสนามหลวงจนมาถึงมหาลัย

"เดี๋ยวสนุกกว่านี้ รอเครื่องบินมาก่อน" 

กระสุนปืนยิงซ้ำใส่เด็กเป็นผักปลา ทะลุเข้าศีรษะ เข้าร่างที่ถือเพียงแผ่นป้ายเรียกร้องหักสะบั้นไม่มีชิ้นดี กระทำการฆ่าล้างเหมือนไม่ใช่คน

 

 

ปัง!!!!

 

 

อย่าว่าแต่เขา..

 

 

ปัง!!!!

 

 

พันเอกสิงโตก็ยิงเหมือนกัน กระสุนปืนเจาะกลางหัวเด็กนักศึกษาชายหญิงพากันจูงมือวิ่งหนี นัยน์ตาคมเลื่อนลอยมองภาพเบื้องหน้า วันนี้เขาใส่ชุดลายพราง สวมหมวกเหล็ก ถือปืนเหมือนทุกครั้งที่ออกรบโดยไม่คิดเสียดายชีวิตและต่อให้ตายโดยไม่เหลือซากก็ยินดี

ทว่า..เครื่องแบบในวันนี้ สวมใส่ทั้งหัวใจร้องไห้เหลือเกิน

 

 

ไม่อยากทำเลย

 

 

"ผู้พัน..ผม.." ลูกน้องทหารมือสั่น กัดปากจนเลือดซิบหลังลั่นไกยิงเด็กนักศึกษาผู้หญิง 4 คนกอดกันกลมตรงหน้าสิ้นชีพ 

"ตามคำสั่ง บุกไป" คนเป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเย็นแสร้งไม่รู้สึกอันใดเพื่อลดทอนความรู้สึกผิดในใจลูกน้อง

"ครับ"

ขัดคำสั่งเท่ากับผิดวินัย ทหารไม่อาจปฏิเสธผู้บังคับบัญชา แม้หัวใจสวนทางกับหน้าที่ก็จำต้องกดความรู้สึกหันปากกระบอกปืน

"ฮือออออ ย...อย่า อย่ายิงผม" ยกมือไหว้วอนขอ วินาทีแห่งความตายมาเยือน นั่งคุดคู้บนถนนตัวสั่น มือกำโทรโข่งแน่นจนข้อขาว เหล่าเด็กที่เบื้องบนตัดสินแล้วว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

 

 

ลั่นไกซะ

 

 

ปัง!!! ปัง!!!!ปัง!!!!ปัง!!!!!

กลุ่มเด็กนักศึกษาดับสิ้นชีพทั้งที่ยกมือไหว้ค้างเติ่ง พันเอกสิงโตเป็นคนลั่นกระสุนใส่เองกับมือ

"บุกเข้าไปได้แล้วครับ"

"ยิงให้หมด!!!"

ทหารตำรวจบางส่วนบุกเข้ามหาลัยได้เป็นที่เรียบร้อย ผู้ชุมนุมแตกหือเป็นรังผึ้งวิ่งหนีเอาตัวรอดจ้าละหวั่น 

 

 

อยู่หรือตาย

 

 

"ผู้พันครับ!!"

"จ่าสมมาทำอะไรที่นี่!!" พันเอกสิงโตถลึงตาดุระหว่างเปลี่ยนกระสุนหลังบังเกอร์

"คือ..คุณคริสหนีไป" สิ้นคำรายงาน ทหารยศพันเอกหน้าซีด เหลียวไปมองรั้วมหาลัยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องในเช้าตะวันขึ้นปริ่มขอบฟ้ายามตี 5 ของวันที่ 6 ตุลาคม

"ผมขอโทษ.."

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆ

 

"มันมีอาวุธ!!!" 

"กูว่าแล้วไอ้พวกแดง!!"

เรื่องไม่คาดฝันเกิด เมื่อคราวนี้มีกระสุนปืนยิงสวนกลับออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัย พันเอกนรินทรสบถด่ากราด ตะคอกออกคำสั่งเสียงดัง

"พวกมันเป็นคอมมิวนิสต์!!!ยิงสู้ไป!!!!มันไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่คน มันคือพวกปิศาจ เป็นมารคิดล้มล้างประเทศ!!! ฆ่ามันไม่บาป!!!!ฆ่ามัน!!!!!"

ตำรวจทหารฝั่งพันเอกนรินทรลุยยิงไม่สนอะไรทั้งสิ้น ท่ามกลางกลิ่นคาวคลุ้งเลือดน่าสยดสยองกลับมีตำรวจบางนายหัวเราะขำขันออกมาได้

"กูได้ 45"

"กระจอก กู67"

 

นับแต้มแข่งกันประหนึ่งล่าสัตว์

 

 

เสียงใบพัดดังเหนือน่านฟ้าผ่านหัวไป นรินทรแผดเสียงหัวเราะร่ามองเด็กที่พากันทิ้งตัวลงแม่น้ำว่ายหนี

"หนีไปหาหมอ? หายมโลกก่อนเถอะ!!!"

กระสุนปืนยิงจากฟ้าลงบนร่างเด็กจะข้ามฟากไปศิริราช ยิง..ไม่หยุด..จนแม่น้ำใสกลายเป็นสีเลือดก่อนไปถึงมือเหล่าหมอและพยาบาลวิ่งออกมารอรับริมฝั่ง

"ช่วยด้วย!!!!"

"จับมือ-"

 

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ปืนยิงร่างเด็กนักศึกษาพรุน อีกนิดเดียวเพียงปลายมือจะแตะมือนักศึกษาพยาบาล วิถีกระสุนทำให้เธอล่าถอยจากฝั่ง เลือดกระเซ็นเลอะกาวน์ เธอตาตื่นตะลึงทอดมองแม่น้ำย้อมแดงกระจายวงกว้างกระทบฝั่งโรงพยาบาล

 

 

เรายังเป็นคนไทยเหมือนกันรึเปล่า?

 

 

จ่าช้างวิ่งออกข้างหลังทั้งชุดนักศึกษา เนื้อตัวชุ่มเหงื่อตรงมาหาเจ้านายทั้งหายกระหืดหอบ คำสั่งสายฟ้าแล่บทำให้เขาไม่มีความจำเป็นต้องแฝงตัวในชุมนุมแล้ว

"จ่าช่วยกลับเข้าไปข้างใน"

"หา!!? ผมพึ่งหนีออกมานะครับ!!" ช้างร้องเสียงหลง

"คริสอยู่ในนั้น" คำสั่งของนายทำทหารสอดแนมหน้าไม่ดี ใจหนึ่งก็พึ่งหนีตายมาได้แต่..ตรงหน้าเป็นหัวหน้าและหัวหน้าสั่งมอบภารกิจให้เขา

"ได้ครับ ผู้พัน" ลูกน้องตะเบ๊ะมือวิ่งกลับเข้าไปในรั้วมหาลัยโดยพันเอกสิงโตสั่งลูกน้องอีกชุดคอยกันทหารสอดแนบไปส่ง จ่าช้างโดดลงจากรั้วกลับมาข้างใน

"มานี่!!!!"

"ปล่อย!!ช่วยด้วย!!!! กรี๊ดดดดดด"

นักศึกษาสาวขัดขืนยื้อร่าง แต่มีหรือจะสู้แรงผู้ชายมากมายได้ เสียงกรีดร้องดังระงมไปก้องอาคารในห้องมืด ไม่นานก็ถูกกลบด้วยระเบิดยิงทะลวงควบคู่เข้ามากับปืน ทหารสายลับจำต้องเบือนหน้าหนีและวิ่งจากไปเพื่อตามหาหนึ่งชีวิตตามคำสั่งนาย

 

​​​​​​แกนนำหัวขบถผู้ถูกลบชื่อ

 

 

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #127 Uooota (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 14:41

    ขอให้จบแบบมีความสุขนะไรท์สงสารทั้งสองเลย

    #127
    0
  2. #126 นิรนาม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:54

    จุดจบคงไม่ต่างกัน

    #126
    1
  3. #125 071727 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 14:02
    โอ๊ยมันทรมานมันหน่วงมันร้าวไปหมดเลย มันมือสั่นใจสั่นไปหมดแล้วมือเท้าเย็นไปหมดแล้วเนี่ย ขอให้คริสกับผู้พันปลอดภัยนะ
    #125
    1
  4. #124 Areerat_KS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:22
    หดหู่เหลือเกิน😭
    #124
    1
  5. #123 209090 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:15
    เอาแบบนี่เลยหรอไรท์ อยากให้มีคนมาล้างบางทหารทุกตัวคืนจะได้ไม แบบตัดหัวประจาน ทหารโครตชั่ว
    #123
    2
  6. #122 PHATTHARAWADEE​ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:14
    หดหู่เนอะ ไรต์ได้อัปในรีดอะไรท์มั้นอ่ะตอนนี้
    มันจะจบยังไงกันนะเรื่องนี้ จบแฮปปี้เอนดิ้งช่ายยมั้ย
    #122
    10
    • #122-1 209090(จากตอนที่ 25)
      14 สิงหาคม 2563 / 13:16
      อย่าพึงจบ ต้องการให้พวกทหารตายก่อนค่อยจบได้ไหม
      #122-1
  7. #121 kaname ai' (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:59
    ขนลุกเลยค่ะแงงงงง
    #121
    1