[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 22 : Under red 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    11 ส.ค. 63


 

 

Under red 22

 

 

ตุบ!

"...." คว้าเพียงอากาศ คริสลืมตาจับจ้องข้างกายไร้ร่างทหารยศพันเอก เขาหยัดกายลุกช้าๆ นิ่วหน้ากับการปวดเมื่อยเอวเจ็บแปลบถึงต้นขา วางมือนวดคลึงบรรเทาอาการไปมา 

ยังเหมือนเดิมพันเอกสิงโตตื่นตั้งแต่ไก่ไม่ขัน พาลให้เด็กรับใช้จำต้องตื่นตามเมื่อได้ยินเสียงเปียโน

 

 

'????????????????????????????'

 

 

เราร่วมรักกันประจำและตื่นทุกเช้ากับบทเพลง Fur elise ครึ่งแรกคลอเสียงก๊อกแก๊กในครัวเพิ่มขึ้นหลังจากนั้นโดยไม่ใช่ฝีมือแม่บ้านเพียงคนเดียว ต่อให้ไม่รู้ว่าอะไรทำให้บรรยากาศในบ้านสงบ ในสายตาแม่บ้านก็วางใจ ไม่ต้องมีเรื่องรุนแรง เสียงร้องครวญสะอื้น ทุรนทุรายกับอีกคนที่ฉุนเฉียวและสุดท้ายก็หนีมานั่งเศร้าคนเดียวกับเหล้า

อาหารเช้าจัดวางบนโต๊ะทำทหารหนุ่มอึ้ง

 

 

ข้าวมันไก่กับน้ำจิ้มวางคู่กัน

 

 

เขาหลุดยิ้มมุมปากลอบมองเด็กตัวเล็กพูดไม่ชัดโตมาเป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ที่กำลังจะจบมหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

"มองอะไรนักหนาวะ.." คริสบ่นทั้งหูแดงก่ำ

"กูอยากกินก็เลยทำกิน อานิสงค์หรอก" คนทำกับข้าวอธิบายก่อนตักข้าวเข้าปาก เมินใส่อีกคนนั่งส่ายหัวทั้งอมยิ้มอย่างเดียว ช้อนส้อมรวบจับในมือเข้มตักน้ำจิ้มหอมเหล้าจีนโรยบนเนื้อไก่ต้มขาวตักกินกับข้าวหุงเม็ดสวยมันวาว

"ข้าวมันไก่อร่อยที่น้ำจิ้ม" สิงโตเปรยขึ้น เน้นคำหลัง 'น้ำจิ้ม' สายตาพราวระยับ คริสรีบก้มหน้าซดน้ำแกงเสียงดังตามวิสัยของพวกคนจีน

 

 

น้ำจิ้ม ชูรสชาติเนื้อนุ่มขาวของเจ้าไก่

ไม่ปลอดภัย!

 

 

คริสรวบช้อนลุกหนี สิงโตลุกพรึ่บ!

 

 

กริ๊ง!!!!!

 

 

ทหารเดาะลิ้นหงุดหงิด ยอมถอยออกไปจากร่างขาวนุ่มยิ่งกว่าไก่บนจาน รับสายคนที่ริโทรเข้าบ้านมาในตอนกำลังจะได้กินเมนูสุดโปรดปรานในอีกไม่กี่อึดใจคาโต๊ะอาหาร

"สวัสดี" ขานรับปลายสาย นำความที่คริสไม่อาจได้ยิน ความนั้นทำให้ดวงหน้าคมเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นฉับพลัน

"เข้าใจแล้วผู้กอง ฉันจะรีบไป"

พันเอกสิงโตวางสายลงออกไปจากบ้าน ข้าวมันไก่กินไม่หมดจาน จำต้องคว้าหมวกทหารสวมหัว เหลียวมองเด็กนักศึกษาที่ไม่มีเรียนในวันนี้

"...."

"...."

เขาไปแล้ว โดยไม่กล่าวอะไร รีบร้อนลุกลนจนไม่ได้ปิดประตูบ้านเสียด้วยซ้ำ แม่บ้านเดินเข้ามาถามไถ่เด็กหนุ่มเชื้อสายจีนตรงหน้าประตูบ้านเปิดอ้าไว้

"ให้ป้าเก็บไว้เหมือนเดิมไหมคะ"

คริสพยักหน้า จานข้าวที่กินไม่หมดเก็บในตู้ ขายาวนุ่งกางเกงสั้นสีแดงตรงไปหาเปียโน จากวันนั้นเพลงที่ยังไม่จบ กระท่อนกระแท่นมาได้ครึ่งทาง 

 

 

เรื่องที่รู้ เรื่องที่ไม่รู้

 

 

คลึงอกข้างซ้าย ก้อนเนื้อข้างในยังคงเต้นอยู่ มีเลือดหมุนเวียนในกาย มีชีวิตและลมหายใจ

 

 

ก๊อก!

 

 

หินปาเข้ากระจกหน้าต่างก่อนนิ้วสัมผัสแป้น คริสเปิดหน้าต่างชะโงกออกไป ก้อนหินห่อกระดาษเขียนข้อความไว้..

"ป้า ผมออกไปซื้อขนมกินหน้าปากซอยนะ"

"เอ๋! ป้าไปให้ได้นะคะ" แม่บ้านเสียงสั่น วันนี้คริสจึงได้รู้เพิ่มอีกข้อที่พาลเอาขนลุก ชี้ชัดว่ามีคำสั่งให้เฝ้าจับตาเขาอยู่อย่างชัดเจน 

"ไม่ต้องหรอก งานป้ายังไม่เสร็จเลย แค่ปากซอยเอง" เขาเอ่ยทั้งเสียงสุภาพอ่อนโยน แม่กวางชั่งใจอยู่นานจนสุดท้ายก็ยอมหลีกทางให้

 

คลื่นลมที่สงบ อะไรก็ง่ายขึ้น

 

 

.

.

.

 

ห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยทหารชั้นผู้ใหญ่พูดคุยเรื่องเคร่งเครียดในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ พันเอกปราชญา เรืองโรจน์ ประสานมือวางบนโต๊ะไม้สักขัดเงางามจับจ้องภาพฉายสไลด์บนจอด้วยสีหน้าเย็นชา เคร่งขรึม ตามนิสัย

"เราได้รายชื่อแกนนำชุดใหม่ของกลุ่มชุมนุม นักศึกษาแล้ว" รายชื่อของผู้นำการชุมนุมร้อนระอุอยู่บนแผ่นสไลด์ในห้องประชุม ไล่เรียงมาครบชื่อ-นามสกุล คณะที่เรียนและชั้นปี

"ไอ้พวกเด็กเวร น่ารำคาญ ยังไม่หย่านมแม่ด้วยซ้ำ ถ้าโตมาเป็นภาระสังคม ตายๆ แม่งไปดีกว่า" พันเอกนรินทรสบถนึกรำคาญใจ

"ผู้พันนรินทร ระวังคำพูดหน่อย" พันเอกสิงโตดุใส่ทหารตัวสูงใหญ่ทัดเทียมกัน ต่างตรงผิวขาวเหลืองและตัดผมสั้นเกรียน นั่งฝั่งตรงข้ามเขา

"ถึงเขาจะเด็ก แต่พวกเขามีความต้องการเพื่อชาติไม่ต่างจากเรา"

"เหอะ!! เห็นต่าง ประหลาดอย่างนั้นน่ะนะ คนที่ควรระวังคือคุณมากกว่านะผู้พันปราชญา" พันเอกนรินทรชักสีหน้าเขม็งเกลียวไม่พอใจ

"ผมได้ข่าวลือ เด็กรับใช้ของคุณเป็นแกนนำเมื่อ 3 ปีที่แล้วนี่ มันจริงไหม?" 

คนในห้องฮือฮากันยกใหญ่ พันเอกสิงโตยังตีหน้านิ่งใส่พันเอกนรินทรคอยยั่วโมโหมาได้ตลอด ด้วยตำแหน่งทางการงานปีนมาจนใกล้กัน หนำซ้ำยังมีแนวคิดไม่ลงรอยเสียเท่าไหร่ในสายทหาร การจำใจต้องมานั่งร่วมโต๊ะกันก็เป็นอะไรที่กระอั่กกระอ่วนนัก ทว่าพวกเขาโตพอที่จะแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวออกอยู่ 

ตอนนี้..ชักไม่แน่ใจว่าแยกออกอยู่ไหม?

"หรือโดนเด็กอ้าขาให้จนสมองไปหมดแล้ว!!"

"พอ!!! หยุด!!!!!" พลเอกณรงค์คำรามเสียงดุดันจากหัวโต๊ะเบรกได้ทันก่อนทหารยศผู้พันวางมวยกัน "นรินทร ขอโทษปราชญาซะ"

"แต่ท่านนายพล ก็เห็นอยู่ มันเป็นทหารไปพูดจาเข้าข้างเด็กนักศึกษา"

"แต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ในครัวของปราชญา คุณเอามาพูดแบบนี้ไม่ให้เกียรติ"

จบเรื่องที่พันเอกนรินทรยกมือไหว้ขอไปที แล้วกลับเข้าเรื่องต่อ เรื่องราวที่ต้องประชุมในวันนี้ส่วนมากเป็นแผนรับมือความเสี่ยง วิธีควบคุมการชุมนุม นั่นคือสิ่งที่พลเอกณรงค์อยากให้เป็น

"ผมอยากให้คุมจนกว่าเด็กทนไม่ไหว ถอดใจไป ประคองจนกว่าท่านนายกจะปรับพรรคให้เข้าร่องเข้ารอย"

 

รักษาความสงบ

 

"ให้แผนท่านนายพลมันได้ผลจริง" พันเอกนรินทรกล่าวเสียงหมิ่นเหม่ทิ้งท้ายเมื่อออกไปจากห้องประชุม แยกย้ายกันไปโดยเก็บงำประเด็นน่าตึงเครียดที่ทำให้ประเทศชาติไม่สงบสุข คนไทยด้วยกันก็จริง หลายประเด็น หลายสิ่งโหมกระแสทวีคูณความรุนแรงไม่ว่าจะฝั่งไหนก็ตาม สิ่งที่พวกเขากลัวสุดคือการปลุกปั่นเพื่อประโยชน์ของใครบางคนที่ต้องการหลอกใช้ความหน้าซื่อตาใสและอุดมการณ์เปี่ยมเจตนาบริสุทธิ์ใจต่อสิ่งที่เชื่อมั่น สิ่งที่คาดหวังไปเป็นตัวเบี้ยในเกมส์การเมือง

ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ ประชาชนหรือแม้แต่กษัตริย์ สามารถหยิบใช้เป็นประเด็นสร้างขัดแย้งได้หมดเพื่อยุยงปลุกปั่นในทั้ง 2 ฝ่าย 

"ผู้พันปราชญา ตามผมไปที่ห้อง"พลเอกณรงค์ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเรียกคุยส่วนตัวในห้องทำงาน ปิดประตูลงกลอน มันใจว่าจะไม่มีใครเข้ามาในห้องทำงานของทหารอดีตความสัมพันธ์ลึกซึ้ง สถานะเจ้านายลูกน้องคือปลายทางที่เลือก

พันเอกสิงโตยืนอยู่หน้าโต๊ะ รอฟังหัวหน้า

"นายไม่ควรพูดแบบนั้น"

"ผมพูดไปตามความจริงที่เห็น ท่านนายพลก็รู้" ยศผู้พันเถียงยศนายพล ถึงความจริงที่ประจักษ์กันอยู่กับตา

"ใช่ ผมรู้ แต่เราเป็นทหาร นั่นคือ 'หน้าที่' เราไม่ใช่ประชาชนที่เลือกได้เสรีในจุดนี้!" คำเตือนจากผู้ใหญ่ พันเอกสิงโตจำต้องก้มหน้าลงกล่าวขอโทษไปพร้อมแจงให้ทราบถึงสิ่งที่เขานึกคิด

"ผมคิดว่าเราควรเข้าใจพวกเด็ก พวกเขาแค่เห็นต่าง"

 

 

ความเห็นต่างจากคนมีอำนาจ 

ผิดหรือ?

 

 

พลเอกณรงค์ถอนหายใจ ทอดสายตามองชายชาติทหาร ทหารคนหนึ่งที่พึงกระทำงานได้ดี สมบูรณ์แบบ แต่โลกความเป็นจริงมันไม่ง่ายแบบนั้น

"ผู้พันนรินทรอยู่สายท่านนายพลสนิท ท่านก็รู้พวกเขาฝั่งไหน ท่านก็ยังให้เขาเข้ามาฟังแผน"

 

 

อย่าว่าแต่ประชาชนแบ่ง 2 ฝั่ง

ตำรวจ ทหาร ก็เช่นกัน

 

 

"มันช่วยไม่ได้ มันเป็นงาน" ในบทบาทการทำงาน ในอำนาจที่กดหัวมาอีกทอด มันไม่ง่ายเลยที่จะยืนขาแข็งปฏิเสธได้ตลอดไป 

"แต่ไม่ต้องห่วง มันจะไม่เกิดอะไรร้ายแรงแบบ 14 ตุลาอีกแล้ว" พลเอกณรงค์ให้คำมั่นสัญญากับลูกน้อง มือวางลงบนไหล่ซ้าย ทว่า..พันเอกสิงโตกลับก้าวถอยหลัง

"...." กำมือแน่น มองแหวนนิ้วนางให้ชัด

"พี่ไม่เข้าใจเลย กันยอมเด็กคนนั้นขนาดนี้ได้ยังไง กันเห็นที่ประชุมไหม เด็กจะทำให้กันเสียการปกครอง"

"ถ้าไม่มีอะไร ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ" ตะเบ๊ะมือลาเจ้านาย ไม่อยู่ฟังคำเตือนของพลเอกณรงค์ที่เขาเองก็รู้แก่ใจว่าหมายถึงอะไร ร่างสูงกำยำผิวสีเข้มออกจากห้องทำงานเดินไปไม่กี่ก้าวก็แอบได้ยินเสียงซุบซิบนินทาในกรมดังพอตัว

"ที่เขาลือกันว่าเด็กรับใช้ของผู้พันสิงโตเป็นแกนนำใน 14 ตุลาเป็นจริงเหรอ?"

"แบบนี้จะเชื่อใจได้ไหมนะว่าไม่หลอกพวกเราไปช่วยเด็ก"

ทหารยศจ่าคนนึงออกมาจากห้องเพื่อเติมน้ำดื่มถึงกับผงะ เจอเข้าจังๆกับคนที่กำลังพูดถึง ทุกคนที่ตามมาถึงกับเงียบกริบ หน้าเสียเป็นแถว ต่อให้รู้ดีแก่ใจว่าโดนวิจารณ์หนักแต่ก็ไม่คิดตอบโต้ อย่างแรกมันคือเรื่องจริงที่คริสเป็นใคร อย่างสอง..เขายังต้องใช้งานลูกน้องอยู่ มีปัญหามากก็ใช่ว่าดี ยิ่งสถานการณ์ปั่นป่วนแบ่งฝ่ายเช่นนี้ รักษาพวกพ้องไว้ให้มากสุดจะดีกว่า

"ผู้กองรวย เตรียมคนสอดแนมเด็กในชุมนุม ปลอมเป็นนักศึกษาเข้าไป"

"ครับผู้พัน!" ทหารยศร้อยตำรวจโทรับคำสั่งออกไป คนเป็นหัวหน้าออกไปไม่ทันพ้นประตูกรม หางตาไวๆเห็นกลุ่มพันเอกนรินทรคุยกับพลเอกสนิทและตำรวจจำนวนหนึ่งหลังกรมทหาร พอเห็นพันเอกสิงโตก็ทำทีเป็นแยกย้ายแต่ไม่วายเข้ามาเนียนทักด้วยท่าทีเป็นมิตร

"ไงผู้พันสิง หวังว่านายกที่มาจากการเลือกตั้งครั้งนี้จะสงบนะ" ตำรวจยศใหญ่ถาม หากเกิดอะไรขึ้นมา อาชีพตำรวจต้องรับหน้าคนก่อนและหวังว่าไม่ต้องถึงมือทหาร นั้นคือคำภาวนาของทุกคนที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแฝงไว้ข้างในหรือไม่

 

 

หลากคน หลากความคิด หลากอำนาจ

จะมีกี่คนหัวใจเพื่อ 'ชาติ' อย่างแท้จริง

 

 

"พระถนอมจะกลับมา ทำเป็นแตกตื่น" จุดบุหรี่สูบ ส่งกลิ่นควันคลุ้ง คนเป็นตำรวจส่งยิ้มให้ทหารจอมหน้านิ่งระดับยศพันเอก 

"พวกเขากลัว" สิงโตตอบเรียบๆ มนุษย์เราต่างมีความกลัว อดีตผ่านไปใช่ว่าจะลืมในเรื่องที่ฝั่งสูญเสียและฝั่งได้ประโยชน์

"แล้วจะรู้ได้ไงว่าอนาคตจะไม่น่ากลัวกว่า"

ตำรวจนายนั้นตั้งคำถามที่ไม่ว่าใครก็ตอบไม่ได้รวมถึงตัวเหล่านักศึกษาที่ร้องประท้วง ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่จะวนเดิมๆที่ว่า 'ไม่รู้ ขอร้องเรียกไว้ก่อน' 'ตอนนี้มันไม่ดี แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย' และ 'ถ้ามีการบริหารที่ดี คนดี คนเก่ง เดี๋ยวก็ทำได้' ฟังดูดีแต่ใต้คำตอบหากถามลึกกว่านั้นจะพบแต่แสงสว่างที่จับต้องไม่ได้ กลวงโหวงขาดความรับผิดชอบภายในเพราะไม่มีแผนอันใดมารองรับความเสียหาย เอาแค่ถามง่ายๆว่า 'แผนขั้นตอนดำเนินการแก้ไขหลังสมใจกับข้อเรียกร้องแล้วจะทำอย่างไรต่อไป?' ฝ่ายตีตัวเริ่มต้นก็ไปไม่ถูกแล้วและก็สาดคำด่าทอกลับมาเหมือนที่ตำรวจเจอแรงกดดันตอนเข้าเฝ้าระวังการชุมนุมที่ผ่านมา

 

 

ไม่มีใครรู้อนาคต ทุกคนล้วนรู้แต่ปัจจุบัน

 

 

"เฮ้อ..คิดไปก็ปวดหัว ทำหน้าที่ของเราดีกว่า ผมก็ต้องขอตัวก่อนนะผู้พัน หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ" ตำรวจนายนั้นขึ้นรถของตำรวจไป สิงโตมองต่ำไปยังก้นบุหรี่ไม่ดับมอดบนพื้น ก่อนกวักมือเรียกจ่าทหารแถวนั้นมาเหยียบดับ

 

.

.

.

 

อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน ใต้ผืนแผ่นดินไทยเหมือนกัน คริสรับถุงกล้วยแขกจากแม่ค้าขนมในตลาดร้านริมฟุตบาทหน้าวิชรพยาบาลในระหว่างสนทนากับเด็กหนุ่มรุ่นน้องหน้ามนแฝงตัวเป็นพ่อค้าหายขนมขาย สวมหมวกฟางปกป้องหน้าเอาไว้

"พี่คริสไม่ได้เรื่องอะไรเลยเหรอครับ?" ธีร์ถาม

"มีเท่านี้แหละ เหมือนจะมีเรื่องตึงๆกัน ทหารน่าจะเตรียมการรับมืออยู่" คริสเว้นเงียบไปครู่หนึ่ง และเตือนอีกฝ่ายในฐานะแกนนำเก่า "ไอ้ธีร์ มึงฟังนะ การชุมนุมต้องสันติ ยืนกรานในอุดมการณ์ ใช้ปากสู้ ถ้าเราใช้กำลังจะเข้าทางนั้นทันที"

ธีร์นิ่งไป อดีตแกนนำ 3 ปีก่อนจึงเขย่าร่างเรียก

"ไอ้ธีร์!"

"ครับพี่?"

"ได้ยินที่กูบอกไหม"

ธีร์พยักหน้า คริสถอนหายใจโล่งอก อ้าปากจะพูดต่อ

 

 

ปรี๊น!!

 

 

คนหิ้วถุงขนมไข่เต่า ขนมเม่า หน้าซีด ค่อยๆ หันไปมองรถทหารชะลอความเร็วจอดข้างทาง หมุนกระจกรถลง

"มาทำอะไรที่นี่"พันเอกสิงโตถาม ธีร์เหงื่อแตก มือไม้สั่น คริสรีบเอาตัวบังเด็กชูถุงกล้วยแขก

"ซื้อขนม"

ทหารจ้องขนมนิ่งก่อนตวัดตามองเด็กรับใช้ของตัวเอง

"จ่า ฉันจะลงตรงนี้"

"ได้ครับผู้พัน"

คริสเหวอตกใจ ประตูรถทหารเปิดตรงที่นั่งเบาะหลัง ทหารหนุ่มยศพันเอกก้าวลงมาเหยียบย่ำฟุตบาทห่างจากธีร์ไปไม่กี่คืบ ธีร์กลืนน้ำลายลงคอ มือบีบด้ามหาบแน่นจนข้อขาว

 

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

 

"ลงมาทำไมวะ กูจะติดรถกลับด้วย"

"ไม่ ฉันอยากเดินกลับกับนาย" วงแขนแกร่งโอบเอวเด็กรับใช้ กระชับดึงเข้ามาแนบชิด

"พูดกูมึง ไม่เพราะเลย"

"อย่า! เฮ้..คนมอง!"

คริสสะดุ้งอาย พันเอกสิงโตกดจูบขมับลงมายันแก้ม ไม่มียางอาย ไม่สนสายตาชาวบ้านอุทานตกใจ ร้องอี๋ มองประหลาด โดยเฉพาะธีร์..ชำเลืองมองอารามตกใจเช่นกัน รุ่นพี่นักศึกษาใช้โอกาสอันน้อยนิดที่อีกฝ่ายนัวเนียหอมแก้มส่งสายตาร่ำลาและไล่ให้รีบหนีไป ธีร์พยักหน้าแบกหาบทำทีเร่ขายของออกไปไกลจนกลืนไปกับฝูงชน

"พอแล้วสิงโต ค..คริสอยากกลับบ้าน" ร้องปรามทั้งหน้าเห่อร้อน แดงก่ำไปถึงหู

"ได้ เรากลับกัน"

1 ทหาร 1 อดีตแกนอดีต ควงคู่เดินไปเส้นทางเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อจนถึงบ้าน ขนมจัดวางบนโต๊ะ นั่งกินด้วยกันพลางฟังวิทยุ คริสหมุนหาช่องคณะเกศทิพย์ ละครวิทยุเรื่องนางครวญที่เขาติดมาก

"ติดอะไรเหมือนผู้หญิง" พันเอกสิงโตรินเหล้าลงแก้ว คริสมองค้อนโดยที่มือยังคงง่วนหมุนหาคลื่นวิทยุอยู่

"จุ้น!" โวยด่าไปทีนึง อีกฝ่ายกระตุกยิ้มมุมปาก ทอดมองด้วยสายตาเอ็นดูชัด คริสรู้สึกร้อนวูบที่แก้ม ร้อนมาและต้องแก้ไขด้วยการหันไปสนใจวิทยุต่อ

"ถ้าชอบแบบนี้ ครั้งหน้าฉันจะซื้อโทรทัศน์มาตั้งที่บ้าน"

"เฮ้ย โทรทัศน์แพงมากนะ ไม่เอาหรอก ไม่มีเงินจ่ายให้" คริสส่ายหัว ไม่ได้อยากได้อะไรขนาดนั้น พันเอกสิงโตกลับไม่สนใจฟัง วางมือลงบนต้นขาขาวบีบคลึงลูบไปมา

"ไม่ต้องจ่าย ฉันให้" เคลื่อนตัวมาใกล้ กลิ่นสุราลอยจากปากหนาได้รูป

"แค่ทำตัวน่ารักกับฉันก็พอ แบบทุกวันนี้"

คริสยกแขนดันอกที่ปลดกระดุมชุดทหารออก ไร้ผล แรงทหารแข็งแรงกว่า บุกรุกมาถึงตัว กดจูบเบาๆบนแขนขาวพาลสยิวไปทั้งกาย ไล่พรมขึ้นมาถึงหัวไหล่ นัยน์ตาคมกริบจ้องกลืนกินร่างขาวแดงระเรื่อแสร้งหน้าหงิกเป็นตูดได้ตลอด 

"สิงโต..อย่า.." ไร้ผลรอบสอง เขาคร่อมครอบครองร่างขาวของบุรุษเพศอาจไม่นุ่มดั่งหญิงสาวแต่ก็นุ่มกว่าร่างกายชายทั่วไป เบียดเสียดจนกายทับทุกอณู ลมหายใจถี่ร้อนรดใบหน้ากันและกัน เล้าโลมจูบดูดดื่ม เสื้อผ้าไล่ถอดทีละชิ้น โยนกองพื้นข้างโซฟา

 

 

'เสียงคร่ำครวญเยือกเย็น เหมือนคำตัดพ้อใกล้หู- ซ่าาาา- ฮึก เจ้าคุณพ่อ ลูกเกลีย -ซ่าา'

 

 

คลื่นวิทยุแทรกซ้อนรวนเร

 

 

'ซ่า---ซ่า--- ร....ซ่า--- เราทราบมาว่ามีคอมมิวนิสต์ปลุกปั่นอยู่เบื้องหลังการชุมนุมในครั้งนี้ การกล่าวอ้างการกลับมาของทรราช เป็นเพียงหาความชอบธรรมเพื่อหลอกเด็กนักศึกษาไปชุมนุ-'

 

 

ปิ๊บ!!!

 

 

TBC

++++++++++++++

#ฟิคผู้พัน

ฟิคนี้พูดถึงช่วงปี พ.ศ. 2516 - 2519 นะยุคนั้นก็ยังมีฟังวิทยุอยู่

ไปก่อนนะ บายจ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #110 071727 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 00:01
    ผู้พันสิงโต คงจะไม่ได้คิด ที่จะกลับไปหาท่านนายพลณรงค์หลอก แต่พอเห็นแหวน ก็คงจะเกิดคิด มากไม่ได้ ที่โดนถูกส่งให้ไปตาย ถึงที่ชายแดน ถูกกำจัดเห็น ได้ชัดเจน คงแค้นมากกว่า คิดว่านะ
    #110
    1
  2. #109 071727 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:58
    จะบอกว่า พ.ศ 2516 เป็นปีเกิดของ แม่ จะเป็นไรไหม ถ้าเราจะติดนิยาย เมื่อก่อนก็ฟังละครวิทยุเหมือนกัน ไม่อยากจะเครียดเลย พ่ออ่าน แล้ว นึกถึงตอนที่มีข่าวเรื่องคอมมิวนิสต์เลย ยอมรับในฝีมือของคุณเลย แต่งเก่งจริงๆ
    #109
    1
  3. #108 นิรนาม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:16

    เรื่องของเด็กรับใช้จะทำให้ผู้พันเดือดร้อน ถ้าใครมาเห็น

    คริสพูดคุยแบบนั้น

    #108
    1
  4. #107 mimmii_boo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 20:53
    ผู้พันจะกินน้องตลอดเวลาเลยนะคะแหม่5555 ส่วนน้องคริสจะทำอะไรก็อย่าทำให้ผู้พันเดือดร้อนนะลูก
    #107
    1
  5. #106 3653768 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 20:10
    กลัวคริสจะทำให้ผู้พันเดือดร้อน
    #106
    1
  6. #105 209090 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 17:57
    อะไร สิงโตยังมีใจให้ นายพลณรงค์

    ยังมีความอะไลอาวอร เวลาที่ มองแหวน ที่นิ้วของ พลณรง
    #105
    1
  7. #104 Nafphon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 17:34

    เกิดเรื่องแล้วๆๆรอตอนต่อไปนะค่ะ😄😄❤

    #104
    1
  8. #103 Areerat_KS (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 16:24
    ผู้พันคริสยังไม่ได้ฟังละครเลยปิดซะล่ะ😁
    #103
    1