[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 2 : Under RED 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62

 

 

 

Under RED 2

 

14 ตุลาคม 2516

เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทหารกับเหล่านักศึกษาผู้เรียกร้องอธิปไตย ขอรัฐธรรมนูญที่มาจากอำนาจประชาชน ปืนดังสนั่น ระเบิดกึกก้องใจกลางบางกอก อลหม่านสับสน หวาดผวา ความตายมาจี้คอไม่ไกลเกินเอื้อม หลายคนรอดด้วยการหนีเข้าไปหลบภัย พึ่งบารมีในรั้ว

ทว่า..ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงสถานที่แห่งนั้น..

ใบไม้ปลิดปลิว ร่วงระนาวจากต้น ทิ้งไว้เพียงกองใบโรยราทั่วผืนดินหลังการไล่ล่าจบสิ้นลง รอเพียงเทศบาลเข้ามาเก็บกวาดไปทิ้ง จากเหตุการณ์วันนั้นในเดือนตุลาคมถูกกล่าวขานว่าเป็น 'วันมหาวิปโยค' วันอันน่าสลดใจของประเทศแลกมาด้วยชีวิตของนักศึกษาและแกนนำทั้ง 13 ที่จำต้องระเห็จระเหหนีเข้าป่า แต่ผลของการประท้วงก็ทำให้ทหารยอมถอยไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น

​​​​​​

คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์ควรอยู่กับทุกคนในวันนั้นในฐานะแกนนำคนที่ 14

 

แต่เด็กหนุ่มนักศึกษาปี 4 คณะรัฐศาสตร์กลับต้องเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ในบ้านพักข้าราชการทหารในราชดำเนินเสียแทน ดวงตากลมโตสะท้อนวิถีชีวิตในบ้านหลังใหญ่ที่รัฐบาลประทานให้บนภาษีประชาชนเบื้องหน้าด้วยแววตาโกรธแค้นเกินจะพรรณนา บ้าน 2 ชั้นตกแต่งสไตล์ยุโรป ทั้งกว้างและใหญ่กว่าบ้านของคริสที่เป็นเพียงตึกแถวเล็กๆ มีชั้นล่างเปิดร้านข้าวมันไก่ในเยาวราช

"แม่กวาง ขนของให้คริสด้วย จากนี้ไปคริสจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะเด็กรับใช้ของฉัน" พันเอกสิงโตออกคำสั่งด้วยสีหน้านิ่งขรึม แม่บ้านอายุราว50กว่าๆ ร่างผอมมัดผมมวยสีดอกเลากุลีกุจอนเข้ามาตามคำสั่งเจ้านายผู้เป็นนายทหารที่ได้รับสิทธิ์อาศัยในบ้านพักข้าราชการหลังนี้

​​​​​​

ลบออกไป แทนที่ใหม่

'เด็กรับใช้' แสลงหูสิ้นดี!


 

สถานะใหม่ ชีวิตใหม่ ล้างอดีตในฐานะแกนนำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นด้วยอำนาจทางการทหารทุกอย่างมาได้ด้วยการยัดเยียดให้ คริสกำหมัดแน่นจนสั่น..สั่นไปทั้งร่าง ขอบตาร้อนผ่าวจ้องแผ่นหลังกว้างใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารประดับยศพันเอกก้าวนำพาเขาเข้าไปในบ้าน

"....."

เสียงฝีเท้าย่ำเพียงหนึ่ง ทหารผิวสีเข้มคมแบบไทยแท้จึงหยุดเดิน หันกลับมามองเด็กรับใช้ของตนยืนตัวแข็งทื่อที่เดิมหน้าประตู

 

หมับ!!!

 

คริสขืนตัวต่อต้าน แต่ไม่อาจสู้แรงกระชากที่ต้นแขนได้ ผู้พันสิงโตลากเขาเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ นอกบ้านว่าหรู ข้างในกลับหรูยิ่งกว่า

 

ประชาชนจนเอา

พวกทหารบ้าอำนาจกลับรวยขึ้น

 

"พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง" ผู้พันสิงโตถาม เด็กนักศึกษาเอาแต่เงียบ เม้มปากแน่น ก้มหน้าลงต่ำมองมือสีเข้มน่าชังบีบจับต้นแขนเขาไม่ยอมปล่อย

 

เฉยได้ไง ถามไถ่เหมือนเป็นเรื่องปกติ

 

มือป้อมกำหมัดแน่น ชีวิตทุกข์ตรมจมเตียงโดยมีทหารยศพันเอกไม่รู้จักมักจี่คร่อมร่างร่วม 2 อาทิตย์ ตัดขาดโลกภายนอก ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน กว่าจะรู้เรื่องทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความสงบดั่งล้างคราบหินสกปรกบนพื้นห้องน้ำ ขัดจนเหี้ยนไม่เหลือสิ่งโสมน

"คริส?"พันเอกสิงโตเรียกซ้ำ มืออีกข้างจะแตะบ่า คริสกลับปัดมือทิ้ง ชักสีหน้าแขยงทั้งแววตาเกลียดชังส่งทอมาไม่คิดปิดบัง

"พวกมึงเฉยได้ไง จิตใจทำด้วยอะไร?"

"...."

นักศึกษาวัยรุ่นอายุน้อยนิดเพียง 22 ปี ตาแดงก่ำ น้ำตาแห่งความโกรธแค้นหลั่งออกมาต่อหน้าคนในเครื่องแบบที่ไร้ความรู้สึกสุดแสน


 

โลหิตเลอะฝ่ามือมิใช่หรือ

ไฉนจึง..เฉย

 

"มึงถามกูเรื่องเรียน ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ไง.." เสียงสั่นที่ไม่ได้มาจากความกลัว

 

คำตอบง่ายๆ

 

"พวกมึงมันก็ดีแต่เอาเปรียบประชาช-!!!!!!!!!!!!!!"

ฝ่ามือสีเข้มหยาบกระด้างกดกระแทกปากอิ่มแน่นก่อนพูดจบประโยค แล้วเหวี่ยงเด็กนักศึกษาร่างสูงค่อนอวบของลงกระแทกผนัง แจกันลายครามตกแตก คมกระเบื้องทิ่มบาดผิวขาวได้เลือดซิบ

 

โครม!!!!!!!

เพล้ง!!!!!!!!


 

ไม่มีใครกล้าช่วย ใครจะกล้ากับทหาร แม่บ้านชื่อกวางหน้าซีด ก้มหน้างุดหลบตาคริส จ้ำอ้าวหนีไปหลังบ้าน

"อ...ไอ้...ร..โรคจิต"


 

โครม!!!!!!!


 

 

*Cut จิ้มลิงค์ : https://wp.me/p3NjxX-yB

 

 

พวกเราโดนข่มขืนทางการเมือง


 

.

.

.

 

คริสลืมตาขึ้นเมื่อตะวันส่องฟ้า เสียงนกร้องบินออกหากินรบกวนให้ตื่นจากนิทรามาพบกับร่างกายขาวแบบไทยเชื้อสายจีนช้ำไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงเอวมีรอยฝ่ามือขึ้นสีจ้ำม่วง นอนเจ็บใจหมดสภาพคาเตียง นึกย้อนถึงเสียงดุดันอันดังก้องทั้งคืนวานชวนคลื่นไส้

 

"พ่อนายขอฉันไว้ สำนึกบุญคุณพ่อบ้างด้วยการทำตัวให้มันดี"
 

"คนแบบนั้นเรียกพ่อได้อยู่เหรอ.." คริสไม่มั่นใจอีกแล้ว พ่อที่ไหนส่งลูกตัวเองให้มาเป็นเครื่องบำเรอทหาร ไม่ว่าจะเพศไหนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิด พอนึกถึง..พ่อ..น้ำตาก็คลอจนต้องรีบเช็ดปาดออกไปก่อนไหลอาบแก้ม ดวงหน้ากลมตาอ่อนเพียตะแคงมองชุดนักศึกษารีดเรียบกริบแขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า ได้กลิ่นหอมอาหารเช้าลอยมาจากชั้นล่าง คาดว่าแม่กวางใกล้จัดเตรียมข้าวเช้าเสร็จแล้ว

 

ก๊อกๆ

 

"คุณคริส อาหารเช้าเสร็จแล้วจ้ะ"

 

ก๊อกๆๆๆ

 

"คุณคริส? "

แม่กวางผู้เป็นแม่บ้านประจำบ้านพักข้าราชการของทหารหลังนี้เคาะประตูปลุก คริสเลือกหลับตาลงไม่ยอมตื่น ต่อให้เคาะถี่เคาะดังแค่ไหนก็ไม่คิดลุก และแล้วเสียงเคาะเงียบไปในที่สุดแม่บ้านคงถอดใจแล้วคนหนุ่มผิวขาวถอนหายใจโล่งอก

 

แอ๊ด..

 

ประตูกลับเปิดออกแทน ไม่ใช่แม่บ้าน กลายเป็น..ทหาร ผู้พันหนุ่มย่างสามขุมเข้ามากระชากผ้าห่มที่เจ้าตัวพยายามยื้อไว้

 

แรงทหาร แรงนักศึกษา

ใครชนะ รู้อยู่

 

"ขี้เกียจตัวเป็นขน" เจ้าของบ้านต่อว่าทั้งเสียงดุ มองเด็กเปลือยเปล่านอนกอดตัวเอง ขุดคู้ปิดของลับทั้งสีหน้ากระดากอายและโมโห

"ลุก ไปอาบน้ำแต่งตัว ให้เวลา 10 นาที ฉันจะไปส่งที่มหาลัย"

"ไม่..กูไม่ไป" สรรพนามหยาบคายแทนตัว สิงโตตวัดตาดุจ้องเขม็ง คริสก็ไม่คิดยอมท้อถอย จ้องกลับคืนไป

"จะเอาอีกใช่ไหม"

"เออ!!! ทำกูเลย!!!! ฆ่ากูเลย!!!! กูอยากตาย!!!!"ตวาดลั่น สาดความเกลียดชังใส่ชายอายุมากกว่าตรงหน้า คริสเกลียดทหารและยิ่งเกลียดเข้าไส้กับทหารที่เข้ามาล่วงเกินเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า


 

14 ตุลาคริสควรอยู่กับพวกพ้อง

ไม่ใช่นอนอ้าขาให้ทหารแบบนี้!!


 

ทหารไม่เคยมีความอ่อนโยน พวกทหารที่มีดีแต่หันซ้ายขวาตามคำสั่ง ใช้ช่องในอาชีพถืออาวุธแล้วจัดการทุกสิ่ง เด็กหนุ่มอดีตแกนนำเกลียดที่ตัวเองมีชีวิตรอดแบบไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้นัก

"ได้"

คริสสะดุ้งหลังสิ้นคำกล่าวของทหารเจ้าของบ้าน ผู้พันสิงโตหยิบปืนจากข้างเอวออกมา

"อื้อ!!!!!!!!!"

ทหารหนุ่มผิวเข้มกดร่างขาวลงเตียง บีบคอแน่นแล้วยัดปืนเข้าปากคนที่ท้าทายขอความตาย นัยน์ตาสีดำขลับจ้องไปยังร่างดิ้นพล่านขาดอากาศทุกขณะบนเตียงยับยู่

 

จะได้ตายจริงสมพรปาก
 

3..

2..

ปลายนิ้วโป้งกดปลดสลัก คริสเบิกตาโพล่ง น้ำตาไหลพราก สบตาสีดำนิ่งไม่ไหวติ่ง ออกแรงกดเขาแน่นจนกล้ามขึ้นแขนเส้นเลือดปูดตามมือสีเข้ม

 

1..

 

"อื้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!!!"

 

กริ๊ก!!!!!!!!!!!!!

 

คริสร้องสุดเสียง สติแตก น้ำตาไหลพรากทะลักเป็นเขื่อน แต่หลังอีกฝ่ายลั่นไกกลับพบว่าปืนสั้นกระบอกนั้นไร้กระสุน ไม่มีแต่แรกแล้ว ผู้พันสิงโตชักปืนเอาออกจากปาก มองเด็กนักศึกษาอดีตแกนนำหัวขบถถลาไปนั่งคุดคู้หัวเตียง ตัวสั่นเป็นลูกนก สำลักน้ำลายกุมคอแน่น

"เด็กปากดี อยากตายแต่ฉี่ราด"

หลุบตาเหยียดต่ำไปยังน้ำสีเหลืองเลอะเทอะซึมหว่างขาขาวกระจายไปทั่วผ้าปู ก่อนเก็บปืนลงข้างเอว"วันนี้ไม่ต้องไปเรียน อยู่ซักผ้าปูให้เรียบร้อยทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ"

ประตูห้องนอนปิดกระแทก ฝีเท้านายทหารยศพันเอกก้าวออกไปไกล คริสปล่อยโฮออกมา กอดกายที่ยังอุ่น ก้อนเนื้อหัวใจเต้นตุบๆ ตอกย้ำความจริงว่าคำพูดของเขาเป็นเพียงลมปากไร้สัจจะอย่างที่อีกฝ่ายดูแคลน น่าละอายใจทวีคูณเมื่อร้องขอความตาย เสี้ยววินาทีลั่นไก หัวใจกลับกรีดร้องอยากมีชีวิต


 

คริส พีรวัส คนทุเรศ


 

ทุกคนในบ้านหลังนี้ต้องตามคำสั่งเจ้าของบ้านผู้เป็นนายทหาร แม่กวางเป็นแม่บ้านก็ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือเด็กหนุ่มที่จำต้องลาหยุดมานั่งซักผ้าปูที่นอนงกๆในสวนหลังบ้าน ตามคำสั่งของสิงโตที่ว่า 'ต้องรับผิดชอบ' คริสสวมเสื้อกล้ามราคาถูกสีขาวแบบที่คนจีนชอบใส่กับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน นั่งยองบนเก้าอี้เตี้ยง่วนขยี้ผ้าปู ผ้าห่ม ปลอกหมอนในกะละมังสีเขียวจนฟองฟอดคราบสีขาวขุ่นบนผ้าปู คริสพะอืดพะอมอยากอาเจียน เขารีบกดกระแทกผ้าปูลงในน้ำเต็มไปด้วยฟองแล้วขยี้สุดแรงจนกระเด็นกระดอนเกาะปลายผมหน้าม้า

"โสโครก" สบถคำรามออกมา แค่นึกว่าสิ่งนั้นเข้าไปในตัวก็ยิ่งเจ็บใจลุกลามไปถึงตากลมวาวโรจน์สีแดงก่ำ

 

พรึ่บ!

 

แดดยามเช้าสายกำลังดี เหมาะแก่การตากผ้าเป็นที่สุด และแล้วผ้าปู ปลอกหมอน ผ้าห่มพาดราวตากพึ่งแดดเอาไว้ ด้วยแสงที่แรงขนาดนี้จนเรียกหยาดเหงื่อบนกายาขาวแบบไทยเชื้อสายจีน เย็นนี้ก็น่าจะแห้งสนิท คริสปาดเหงื่อย้อยบนหน้าผากออกด้วยหลังมือ เทน้ำในกะละมังทิ้งลงสวนแล้วคว่ำตากไว้ ก่อนเดินกลับเข้ามาในบ้านที่ประตูหลัง ทิ้งตัวนั่งพักบนโซฟาในห้องรับแขกเปิดวิทยุฟังทั้งตาลอย

 

[จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 77 รายและบาดเจ็บอีก 857 ราย ไม่รวมที่สูญหาย นับว่าเป็นการปะทะกันที่รุนแรงและน่าโศกเศร้าที่สุดสำหรับเราชาวไทยด้วยกัน รัฐบาลเองก็สลดใจเป็นอย่างยิ่งเด็กรุ่นใหม่กับแนวคิดที่แปลกแยกอันน่าวิตกกังวลเกรงจะเป็นภัยต่อประเทศชาติ สู่ความรุนแรงเกินควบคุมจนต้องใช้กำลังทหารเข้ายุติการชุมนุมดังกล่าวเพื่อเรียกความสงบกลับมา ]

 

วิทยุที่รายงานข่าวอย่างไม่เป็นกลางคนละอย่างกันชัดใส่ร้ายเหมือนนักศึกษาเป็นสิ่งชั่วร้ายกับแนวคิดประหลาดเหมือนผีร้าย หยอกเล่นกับความเชื่อจนกลายเป็นขั้วการเมือง 2 ฝ่ายโรมรันโต้เถียงแนวคิดไม่สิ้นสุด

 

ปรปักษ์ต่อกัน

 

"ฟังมาก จะเครียดโดยไม่รู้ตัว"

ผู้พันสิงโตไม่ไปทำงานเฉยชิบ กล่าวเตือนและวิสาสะปิดวิทยุไม่แยแสคนนั่งฟังข่าว

 

พ่อส่งเขาให้มาอยู่กับสิ่งที่เป็นปรปักษ์

 

ตาคมมองเด็กนักศึกษาผิวขาวในชุดสบายๆ อยู่บ้านมีกลิ่นหอมจางๆของผงซักฟอกติดมือป้อมก่อนจะ..ใช้สายตาเพ่งขาขาว คริสทำทีเป็นหยิบหมอนบนโซฟาปิดขาอ่อนตัวเอง เบือนหน้าหนีไปมองดอกส้มนอกหน้าต่างแทน

ทหารโรคจิต คิดด่าในใจเงียบๆ

"จิ๊" และจำต้องหลุดเดาะลิ้นหงุดหงิดใจ เมื่อคนโรคจิตที่ตนด่าแทรกมานั่ง โอบเอวหนาแบบผู้ชายที่เน้นกิน นอน เรียน ออกกำลังกายไม่เป็นกิจวัตรจึงไร้กล้ามหน้าท้องแน่นเช่นทหาร ค่อนข้างนิ่มมีพุงเล็กน้อยตามตามประสาคนรูปร่างเจ้าเนื้อ สิงโตดึงหมอนออกไป แทนที่ด้วยมือกระด้างสัมผัสด้านจากการจับปืนเข้าลูบไล้ขาขาวไร้ขนหน้าแข้ง บีบเคล้นเนื้อแน่นแต่นิ่มผิดกับทหารที่แน่นกล้ามมัดไปทั้งตัว

"นุ่มนิ่มไปทั้งตัว" เหมือนจะชม แต่คริสฟังแล้วฉุนมากกว่า

"กูไม่ใช่ผู้หญิง"

"แต่ครางได้ไม่แพ้ผู้หญิง"

ช่างเป็นการต่อวาจาที่หยาบโลนไร้การศึกษา คริสไม่ชอบระคนเหยียดกับตรรกะดังกล่าวว่าพวกทหารคิดได้แต่เรื่องแบบนี้รึไงกัน เหมือนคุยกับคนไม่มีความรู้และชั้นต่ำ แต่ประชาชนบางส่วนก็เลือกเทิดทูนเหล่าคนพันธุ์นี้

"อย่ามาใกล้กู"

ขับไสไล่ส่ง ทั้งดิ้นทั้งดันอกทหารที่วิสาสะเข้ามาลวนลามเขาด้วยสัมผัสชวนคลื่นไส้ คริสอนาถใจตัวเองทั้งที่เขาการศึกษาดีกลับต้องมาโดนทหารที่มีดีแค่เรียนจับอาวุธกอดจูบลูบคลำย่ำยี ราวกับทหารหูดับด่ายังไงก็ไม่หยุด คมหนวดสากๆมาหอมแก้ม ไซ้คอ ขูดลากไปตามผิวชวนขนลุกซู่

"ยิ้มสวยๆ พูดเพราะๆ แล้วจะปล่อย"

"กูไม่ใช่เด็กในร้าน! ออกไป!!"

เด็กในร้าน..หลุดปากออกไป ก็ได้แต่ละอายใจตัวเองที่จำต้องตกในสถานะอะไรแบบนั้น อาชีพที่คนในสังคมไม่ยอมรับและไม่มีใครอยากให้เป็น แต่ก็ขอบคุณแม่กวางที่เข้ามาขัดจังหวะพอดี เธอถึงกับหลุดร้องว้ายออกมา ผู้ชายตัวโต 2 คนต่างสถานภาพจำต้องหยุดนัวเนียผละออกจากกัน เป็นโอกาสให้คริสรีบเขยิบไปนั่งห่างๆเอาหมอนทั้งหมดบนโซฟามาวางซ้อนกันปิดขาให้หมด

 

เพศเดียวกันด้วย ใช่ว่าเป็นที่ยอมรับในสังคม

 

"อะไร!" สิงโตคำรามหงุดหงิด

"สายจากผู้กองเพชรค่ะ" แม่บ้านรายงานเสียงสั่น พลัน..ใบหน้าคมเข้มกลับมานิ่งเย็นแล้วลุกไปคุยโทรศัพท์บ้านเรื่องที่คุยกันแม้ไม่ได้ยินปลายสายก็พอจับประเด็นได้

 

"กวาดใบไม้ตรงลิฟท์แดงด้วย"

​​​​​

สิงโตพูดสั่งสุดท้ายก่อนวางสายไป เขาออกไปทั้งเครื่องแบบทหารที่จำต้องหยิบมาสวมใส่อีกครั้ง ต่างคนต่างรู้หมายถึงอะไรคริสปิดปากแน่น มือสั่น สิงโตเหลือบตามองเด็กนักศึกษาที่แอบฟัง

"...."

เขาเลือกเมินใส่แล้วนั่งรถทหารออกไป ทิ้งใบไม้หนึ่งที่ไม่ได้ร่วงระนาวสู่พื้นไว้ในบ้าน เจ้าใบไม้ที่เก็บมาใส่โหลแก้วแล้วปิดฝา คริสสะอื้นร่ำไห้ จิกทึ่งผมสีดำอมน้ำตาลเจ็บใจเหลือเกินกับการสูญเสียอันไม่เป็นธรรม
 

.

.

.

 

โลกหมุนตลอดไม่เคยหยุด มีเรื่องร้ายผ่านมาให้จำเป็นบทเรียน แต่ทุกอย่างก็ยังต้องดำเนินต่อ แม้สุดท้ายอาจเป็นเพียงตำนานเล่าขานที่ไม่เจือความรู้สึกร่วมไปแล้วก็ตามแต่ ทว่า..เรื่องร้ายบางสิ่งสังคมกลับเลือกซุกไว้ใต้พรม ตอนกระทำหน้าหนาพอรู้ผลดันหน้าบางแสร้งเป็นคนดีแล้วกลบเกลื่อนเสียอย่างนั้น ประเทศไทยหลังวันมหาวิปโยคก็เช่นกัน คริสมองออกไปนอกกระจกรถหรูของหลวงประจำตำแหน่งทหารยศพันเอก ชาวบ้านออกมาตั้งร้านขายของมากมายแถวสนามหลวง ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนมีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

 

ควันหลงจางหายทีละนิด

 

รถของทหารจอดในรั้วมหาลัย ทุกอย่างดูสะอาด ไร้ที่ติ พร้อมเปิดให้นักศึกษากลับมาเรียนตามปกติ แต่คนโดนกระทำแล้วไซร้ต่างจากชาวบ้านและทหาร แผลในใจพวกเขาไม่เลือนไปง่ายๆ คริสเองก็เช่นกัน คนขับรถเปิดประตูให้เขาได้ลงจากรถท่ามกลางสายตาเด็กมหาลัยร่วมสถาบันเดียวกัน

"เลิกกี่โมง" พันเอกสิงโตถามทั้งที่นั่งกอดอกอยู่เบาะหลัง

"...บ่าย 3" คริสจำใจตอบ ไม่เช่นนั้นอาจต้องลาหยุดอีกวัน ใบหน้ากลมหันมองไปรอบตัว ทุกคนล้วนส่งสายตาประณามมายัง..แกนนำคนที่ 14 แห่งขบถรัฐธรรมนูญ

"ฉันจะมารับ รอที่เดิมตรงนี้ ขอตรงต่อเวลา"

สิ้นคำสั่ง กระจกรถเลื่อนปิด รถหลวงประจำตำแหน่งทหารขับออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดัง เด็กคณะรัฐศาสตร์ปี 4 เหลียวหลังกลับมายังคณะของตนและก้าวเท้า


 

ถุ้ย!!!


 

เด็กคนหนึ่งถ่มน้ำลายลงพื้น เฉียดรองเท้าหนังไปนิดเดียว คริสชะงักฝีเท้าเงยหน้ามองสายตารังเกียจของนักศึกษาร่วมสถาบันจับจ้องมา บางกลุ่มซุบซิบนินทาแล้วมองมายังเขาด้วยสายตาแบบเดียวกัน

 

"คนทรยศ"

"ขี้ข้าทหาร"

 

ไม่ใช่แบบนั้น มันไม่จริง!ขอแก้ต่างที่ฟังแล้วอาจไม่ขึ้นกู่ร้องในใจ คริสกัดปากทั้งน้ำตาคลอก้มหน้างุดหนีเข้าตึก ทว่า..เจอเข้ากับกลุ่มรุ่นน้องนักศึกษาชาย 3 คน

"..เอ็ม?" คริสเสียงสั่นเครือ

"มีเรื่องอยากคุยด้วย"


 

.

.

.


 

ผัวะ!!!!!!

ร่างขาวบอบช้ำล้มคะมำกลางพื้น คริสกุมแก้มเจ็บแปลบหลังโดนกำปั้นของรุ่นน้องร่วมคณะต่อยเข้าให้เต็มเหนี่ยวหลังตึกอาคารเรียนรวม

"มึงหลอกพี่กูไปตาย..ส่วนมึงเอาตัวรอด"

"พี่ไม่ได้ตั้งใจทิ้งเพ็ญนะเอ็ม"

"ตอแหล!!!!!!"

 

โครม!!!
 

"ไอ้เอ็ม พอ! เดี๋ยวทหารมาพวกเราจะซวยนะ" เพื่อนของเอ็มเข้ามาดึงแขนเตือนสติ

"กลัวทหารเหรอวะ! พวกมึงกลัวจนลืมอุดมการณ์ไปแล้ว หรือป๊อดเหมือนแกนนำที่ทิ้งเพื่อนได้ลงคอ!!!"เอ็มตะคอกถามเพื่อนพลางชี้หน้าด่าคริส

"​​​​มึงยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่" ประโยคกรีดแทงหัวใจยิ่งกว่าอะไรดี "มึงยัง...กล้ากลับมาในที่ๆ พี่ผม เพื่อนผมและน้องผมตายที่นี่.."

เอ็มด่าไป น้ำตาไหลไป ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธแค้น ไม่ต่างอะไรจากคนถูกซ้อม คริสเองก็เสียใจเช่นกัน..ในวันที่เกิดเรื่องเขาดันหายหัวยาวนานไปร่วม 2 อาทิตย์ จนเหตุการณ์สงบขึ้นถึงได้กลับมาเรียนต่อในสภาพไร้มลทิน ไม่มีชื่อในใบประกาศจับแกนนำชุมนุม ทั้งที่ควรเป็น 14 คน แต่กลับขึ้นเพียง 13

"วันนั้นมึงหาย ทุกคนตามหามึงแทบตาย พี่กู..ก..ก็ตามหามึง..วันนี้มึง..มึงกลับมาพร้อมทหาร..ฮึก" เอ็มครวญสะอื้น ร้องไห้ถึงพี่สาวที่เป็นเพื่อนสนิทของแกนนำผู้สาบสูญ

"เอ็ม..พี่-" ถูกพ่อจับส่งให้ทหารข่มขืน ความจริงนั้น ไม่ทันได้ออกจากปาก เอ็มประเคนกำปั้นเข้าอีกรอบที่กลางหน้าขาวกลม คริสล้มลงหลังกระแทกพื้นอีกรอบพร้อมเวลาวิชาในคาบเช้าจบลง เอ็มสะบัดข้อมือถ่มน้ำลายลงพื้นเดินจากไปพร้อมกลุ่มเพื่อน ทิ้งแกนนำผู้สาบสูญไว้ ปล่อยนอนเจ็บอยู่ตรงนั้นไปอย่างโดดเดี่ยว

 

ครืด!!

 

ประตูห้อง slope ในตึกอาคารเรียนรวมช่วงคาบบ่ายเปิดออกโดยนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ปี 4 เนื้อตัวมอมแมม หน้าฟกช้ำ ทุกคนในห้องเรียนถึงกับผงะจับจ้องเด็กโผล่หัวมากลางห้องขณะที่ อ.กำลังเช็กชื่อ

"ขอโทษครับ อ.ไกรสันต์" คริสยกมือไหว้ อ.คณะรัฐศาสตร์กลับไม่คุยตอบ เลือกเมินผ่านไม่สนใจ เด็กนักศึกษาหน้าชา ก้มหน้าลงต่ำกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้วเดินขึ้นบันไดไปหาที่นั่งว่างๆในห้องแทน


 

"อ.ไกรสันต์ ขอโทษนะครับที่มาสาย!"

"พีรวัส วันเพ็ญ ปรีดี พวกเธอนี่น้า!!ไปๆๆรีบไปนั่งที่เลย!!"

"ค้าบบบ / ค่าาาา"


 

อดีตวันวานไม่เหลือแล้ว..ไม่มีอาจารย์และนักศึกษาคนไหนอยากเสวนาด้วย ไม่อยากถึงขนาดที่พอคริสมานั่งก็พากันเก็บของย้ายโต๊ะหนีไปนั่งอีกฝั่งของบันไดกันหมด


 

ไม่อยากเอี่ยวกับคนของทหาร

จงอยู่ไปอย่างไร้มิตรสหาย


 

"พีรวัส"

"มาครับ.."

"กันยา"

เงียบ

"ปรีดี"

เงียบ

"ภานุวัฒน์"

เงียบ

"เอกราช"

เงียบ

"ทิพย์นารี"

เงียบ

"อาคม"

เงียบ เงียบ เงียบและเงียบสงัดไม่มีเสียงขานในอีกหลายรายชื่อเป็นการเช็กชื่อที่อึมครึมที่สุดเท่าที่ทุกคนเคยเจอเปลี่ยนประสงค์หาคนขาดเป็นเพียงขานรับเพื่อหาคนอยู่วิชาที่ลงทะเบียนเรียนสำหรับปี 4 คณะรัฐศาสตร์ในห้อง slope ยอดสรุปวันนี้มาเรียน 15 คนจากที่เคยเต็มหลายร้อยกว่าคน คริสถึงกับขนลุก ในระหว่าง 2 อาทิตย์ที่เขาคลุกกับพันเอกสิงโต ปราชญา โดนบีบบังคับตอบสนองเป็นอีตัวบนเตียงใช้นอนตั้งแต่เป็นเด็กสมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ จนกลายเป็นหนึ่งในแกนนำขบถรัฐธรรมนูญอุดมการณ์แรงเพื่อชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นไปไวดั่งใบไม้ร่วงและกวาดไปไวเช่นกัน ไม่ได้รู้สึกโชคดี คริสยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น อีกมือจับปากกาแน่น เรียนหนังสือทั้งน้ำตา

"ข..ขอโทษ.." สุรเสียงแสนเศร้า รำพันออกมาได้เพียงกระซิบผะแผ่วที่ไม่มีใครสน

 

พาผู้คนมารวมตัว กลับไม่อยู่เคียงข้างร่วมรับผิดชอบ

​​​​​​
 

.

.

.

 

บ่าย 3 โมงตรงเวลา รถประจำตำแหน่งทหารจอดสนิทยังจุดนัดพบ พันเอกสิงโตชำเลืองมองออกไปนอกกระจกกลับไม่พบร่างของเด็กรับใช้ ด้วยความเป็นทหาร วินัยในตัวสูง ผิดเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีก่อเค้าอารมณ์หงุดหงิดในอก

"ผู้พันจะลงเหรอครับ?"ทหารยศน้อยเป็นคนขับรถออกปากเตือน ทหารยศใหญ่กว่ากลับไม่สน เปิดประตูเดินลงไปหายามในป้อมหน้าตึก เพียงแค่เห็นชุดกับยศประดับอกและบ่า ยามแก่เด้งขึ้นมานั่งตัวตรง สายตาสั่นไหวสะท้อนความกลัวออกมาแจ่มชัด

"ฉันอยากได้ที่จอดรถ"

ตาคมเหลือบไปยังที่จอดอธิการบดีว่างอยู่ ไม่สนว่าที่ตรงนั้นมีไว้สำหรับใคร สิ้นคำสั่งเปี่ยมอำนาจทางทหาร ไม้คั่นยอมเปิดให้รถเข้าไปจอดได้ทันที ทหารหนุ่มผิวสีเข้มเรือนผมดำขลับเสยเรียบเดินเข้าไปในคณะรัฐศาสตร์ไม่แคร์สายตานักศึกษาและคณาจารย์ในคณะส่งทอมาทั้งกลัวทั้งขุ่นแค้น ทุกความรู้สึกเหล่านั้นพันเอกสิงโต ปราชญา เรืองโรจน์ เลือกเฉยเมย มุ่งตรงไปยังห้องประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย

 

[ประกาศ นายพีรวัส แสงโพธิรัตน์ มาพบ ผู้ปกครองที่ห้องคณะชั้น 3ด้วยค่ะ]

 

เสียงประชาสัมพันธ์ดังกระหึ่มทั่วมหาวิทยาลัย คริสกัดฟันกรอด อายจนหน้าแดง คว้าสำลีขยำยัดหู หยิบซาวด์อเบ้าท์สวมทับอีกชั้น ตามด้วยผ้าห่มคลุมห่อตัว นั่งคุดคู้จมปุ๊กในห้องสโมสรนักศึกษาปิดไฟมืด ที่แห่งนี้..ห้องเริ่มต้นอุดมการณ์ กิน อยู่ นอน วางแผนตระเตรียม เอกสารพูด ข้อกฏหมาย ทำป้ายประชดเสียดสีเข้าชี้แจ้ง ร่วมจับมือกันออกไปเรียกร้องอธิปไตยและขับไล่เผด็จการบัดนี้แกนนำไม่เหลือใครนอกจากเขา คริสอยากอยู่ที่นี่ดีกว่ากลับไปในบ้านพักทหารอันแสนสุขสบายกินอยู่หรูหรา นี่ต่างหาก..ควรอยู่


 

[ประกาศ นายพีรวัส แสงโพธิรัตน์ มาพบ ผู้ปกครองที่ห้องคณะชั้น 3ด้วยค่ะ ย้ำอีกครั้ง]


 

ปิดกั้นทุกการเรียกขาน ปล่อยตัวเองให้ผล่อยหลับไป สู่ห้วงความฝันในวันวานที่ได้อยู่กับพวกพ้อง สหายร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย

 

ทำเพื่อ 'ชาติ' คำเดียว

 

แต่แล้วคริสจำต้องสะดุ้งตื่นเมื่อซาวด์อเบ้าท์โกนกระชากแย่งไป ดวงตากลมโตงัวเงียมองกลุ่มผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษากับใบหน้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"มาทำไม.." เอ็มถามเสียงกดต่ำ

"พี่-"

"มึงมาทำเหี้ยอะไรที่นี่!!!!!!!!!!!"เอ็มตวาดลั่น มือกำซาวด์อเบ้าท์แน่นจนขึ้นข้อขาว

"มึง..มึงเอาของพี่กูมาฟัง" ของๆพี่สาวเพื่อนสนิทในกลุ่มที่ตายจากไปด้วยเหตุการณ์ 14 ตุลา

"เอ็ม พี่ขอโทษ"

 

ผัวะ!!!!!!!

 

กำปั้นต่อยหน้ารุ่นพี่ผิวขาวหน้าตี๋ คราวนี้ซัดอัดเต็มแรงทีเดียวเลือดกลบปาก

"ผ้าห่มนั่นของน้องรัก ยาในกล่องที่มึงใช้พวกพี่ก้องรวมเงินซื้อ และทุกอย่างในนี้.." เอ็มน้ำตาไหล ตาแดงแค้นไม่ต่างจากทุกคน ข้าวของทุกชิ้นที่คริสริอาจเอามาใช้ แกนนำผู้ถูกลบชื่อรู้สึกผิดทวีคูณ ปากสั่นระริก สบตาเคียดแค้นของเหล่ารุ่นน้อง

"พี่ขอโทษนะเอ็ม ฟังพี่นะ พี่ไม่ได้ตั้งใจทิ้งใคร พ..พี่...โดน..ทหารข่ม..ขืน..พี่ไม่ได้ยอม"

"มึงอย่ามาโกหก!!! กูเห็นเหมือนทุกคนเห็นคาตาว่าทหารมาส่ง!! ชื่อมึงก็ไม่ขึ้นบัญชีดำแล้วจะให้คิดยังไง!!!! มึงขอโทษพวกเขาไปพวกเขาก็ไม่ได้ยิน ทุกคนที่นี่..ตายหมดแล้ว!!!!!!!!!!!"

 

ผัวะ!!!!

 

ไม่มีใครรอดพ้น ไม่ตายก็หนีเข้าป่าโดยไม่รู้ชะตากรรม ในขณะที่แกนนำอย่างคริสกลับมาเรียนหนังสือได้หน้าตาเฉย ใช้ชีวิตไร้มลทิน หลักฐานทุกอย่างหายเข้ากลับเมฆทั้งที่ทุกคนต่างรู้ว่าเขาคือหนึ่งในแกนนำหัวขบถที่ขึ้นไปถือโทรโข่งไม่ต่างจากอีก 13 คนที่เหลือ รู้สึกผิดเหลือเกินกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรี่ยวแรงที่มีทิ้งไป คริสไม่คิดขัดขืนหรืออธิบายอะไรอีกแล้ว ปล่อยให้เอ็มกับเพื่อนรุมซ้อมเขา

 

ผัวะ!! ผัวะ!!! ผัวะ!!! ผัวะ!!!!

พลั่ก!! พลั่ก!!!

 

"เฮ้ย ไอ้เอ็มพอก่อน เดี๋ยวมันตาย" จากที่เพื่อนช่วยกระทืบ เวลานี้เห็นว่ามันเกินไปแล้ว พวกเขาพุ่งเข้าไปยื้อหยุดน้องชายของวันเพ็ญ ทว่า..เอ็มจะไม่ยอม ความแค้นครอบงำสติหมดสิ้น

 

"ตาย!! ตาย!!!!"

พลั่ก!!!! พลั่ก!!!!

 

คริสกลัวตาย รู้ดีแก่ใจ แต่พอมาเจอควันหลงในมหาลัย ทุกชีวิตต้องเผชิญหลังเขาถูกดึงออกไปจากความรับผิดชอบ

 

บางที..นี่อาจลบคำสบประมาทจากทหาร

ได้ตายสมใจ สมควรตามทุกคนไป


 

ผัวะ!!!!!!


 

TBC

++++++++++++

ปรับบทพูด+เพิ่มเติมเยอะพอตัวสำหรับตอนนี้ มีอะไรเม้าท์มอยได้ที่แทค #ฟิคผู้พัน ค่ะ

ไปก่อนนะ บายจ้า


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #9 นมข้นหวานนน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 15:59

    ฮืออออออออออคนเลว!
    #9
    1