[E-bookฟิคคริสสิง]Under RED[จบ]

ตอนที่ 18 : Under red 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    3 ส.ค. 63

 


 

 

Under red 18

 

 

"ฉันเคยเป็นเด็กรับใช้ของท่านนายพล" 

ความลับในอีกหลายอย่างเก็บงำในตัวทหารหนุ่ม กว่าจะมาเป็นผู้พันเชิดหน้าชูตา กว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์ มีอำนาจเงินทองจนสามารถอุ้มชูครอบครัวชาวจีนจนๆครัวหนึ่งให้อยู่สุขสบาย

เก็บลงกล่องไว้และตั้งใจจะเก็บตลอดไป

ต้องเปิดฝาจนได้..

 

.

.

.

 

 

"พลทหาร!!!" เสียงคำรามกึกก้องจากครูฝึกในกอง พวกเราเหล่านักเรียนทหารรูปร่างสูงใหญ่ อกผายไหล่ผึ่งสมชายตามเกณฑ์ผ่านทั้งความรู้วิชาการและร่างกายสอบเข้ามาร่ำเรียน วิชาชีพอันทรงเกียรติและเชิดหน้าชูตาให้ทางบ้าน มีลูกชายใคร่อยากให้เป็นทหารไม่ก็ตำรวจกันทั้งนั้น ทั้งดูโก้ ดูดีมีระดับ สาวมองแถมยังมาดแมน 

สำหรับปราชญา เรืองโรจน์ เขาเลือกบรรจุเป็นทหารเพราะศรัทธาในวิชาชีพ เป็นฝันวัยเด็กที่เห็นแบกปืนถืออาวุธดูเท่ห์อย่าบอกใครประกอบกับฐานะทางบ้านก็ใช่ว่าจะดีเด่ การได้รับราชการมีสวัสดิการดีๆมีบ้านของทางรัฐให้ก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมกับครัวเรือนเขา ยอมเก็บเสื้อผ้าเดินทางไปฝึกไกลเกือบชายแดน ขึ้นเขาลงห้วย แบกปืนซ้อมรบ ผิดวินัยก็โดนลงโทษหนัก สำหรับทหารวินัยคือสิ่งสำคัญมากๆ การปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาอย่างไม่กังขาคือสิ่งที่พวกเขาต้องมี

 

ขวาต้องขวา ซ้ายต้องซ้าย

ขัดขืน = ลงโทษ

 

ฝุ่นตลบคลุ้ง นักเรียนทหารทุกนายเข้าแถวตอนกลางสนามแดดส่องจ้าแสบร้อนผิวไปหมด เหงื่อชุ่มเสื้อจนเปียกย้อยลงไปถึงในคอมแบทจนใคร่อยากเช็ด ทว่า..ข้อต่อมาของทหารต้องอดทนให้มากกับทุกเรื่อง อดทนให้หนักกว่าคนอื่นไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม

"ช้า!!! ลุกนั่งไป 200 ที!!! ครั้งหน้าต้องเร็วกว่านี้!!!" 

สายเพียงนาทีเดียว ผลที่ได้คือโดนลงโทษทั้งกองพัน ทุกคนเว้นระยะ กอดคอกันปฏิบัติตามคำสั่งไม่คิดหืออือ ฟังดูไม่อะลุ่มอล่วยใดๆแต่ในสงครามการใจอ่อนเท่ากับพ่ายแพ้แล้ว นั่นคือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้เมื่อตัดสินใจเป็นทหาร ร่างกายาอ่อนล้า เหนื่อยหอบก็ต้องเลือกนิ่ง คุมเก็บ ไม่แสดงออกมาให้ใครเห็น นัยน์ตาของทุกคนวันแรกใสๆมากอารมณ์ นานวันไปก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแข็งนิ่ง เก็บงำความรู้สึกและพร้อมสู้สายตา พวกเขาถูกสอนห้ามลมสายตาครูฝึกแม้แต่นิดเดียวแม้จะโดนตะคอกด่าอัดหน้าก็ตาม

"พลทหารมีปัญหาเหรอ!!!"

"ไม่มีครับจ่า!!" ตะเบ็งเสียงสู้กลับไป ตาต้องนิ่ง ต้องสู้ครูฝึกให้ได้ หากไหวติ่งแม้นิดเดียวอย่างเช่นทหารคนถัดไปจากเขาอีก 2 นาย..

"วิดพื้น 100 ที!!! ปฏิบัติ!!!!" 

จะต้องโดนลงโทษอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

ฝึกช่วงเช้าเสร็จสิ้น ครูฝึกปล่อยให้ได้พักผ่อนต่อที่ยังต้องอยู่ในระเบียบวินัยทุกตารางเมตร สบายหน่อยไม่แคล้วเข้าห้องบรรยาย ทหารเองก็มีเรียนวิชาการเช่นกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นทฤษฏีการรบ วิชาคำนวนกับภาษาบ้างซึ่งอาจไม่เน้นมากและก็สอนด้วยทหารเหมือนกัน

"ประกอบปืนให้ไวก็เป็นสิ่งสำคัญ มันคือของที่จะอยู่คู่ใจทหารและตำรวจไปทุกที่"

 

 

แกร๊ก!

 

ปืนสั้นที่แยกส่วนบนโต๊ะจับประกอบคืนเป็นรูปร่างบนโต๊ะหน้าชั้นเรียน นัยน์ตาคมของทหารหนุ่มกายบึกบึนมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยนปักชื่อบนอก 'ร้อยโทณรงค์ ประพันธ์สุข' ครูฝึกสอนอีกคนที่อย่างน้อยก็ดูจะใจดีกว่าคนอื่นหน่อย 

"แต่เหนือกว่าอะไร จงใช้อาวุธเพื่อปกป้องประเทศชาติ" 

ตาคมกวาดมองหานักเรียนทหารที่จะมาทดสอบสิ่งที่เขาสอนก่อนหยุดไปยังเด็กหนุ่มหลังห้องผิวเข้มตัดหัวเกรียนเหมือนคนอื่น

"พลทหาร บอกชื่อ"

"ปราชญา เรืองโรจน์ครับผู้กอง"

"ออกมา ประกอบให้ผมดู"

เขาลุกขึ้นมาหน้าห้องยืนอยู่ข้างครูฝึก ถึงกับสะดุดเล็กน้อยกับกลิ่นหอมสบู่จางๆจากตัวอีกฝ่าย ท่าทางวันนี้ผู้กองณรงค์ไม่ได้ลงสนามเลยจึงได้มีกลิ่นหอมกว่าใคร ต่างจากเขาที่เหม็นอับเหงื่อเหมือนเพื่อนในห้อง ตั้งสมาธิและเริ่มประกอบปืนไปตามที่สอนทีละขั้นตอน..

 

แกร๊ก..แกร๊ก..แกร๊ก..

 

เรียบร้อยไปได้ด้วยดี ผู้กองณรงค์ยิ้มมุมปากพอใจและหยิบปืนที่พึ่งประกอบใหม่นั้นจับแยกส่วนอย่างรวดเร็ว 

"คนต่อไป"

ไล่นักเรียนคนแรกกลับ คนที่สอง สาม สี่ ตามมา เขากลับไปนั่งที่เงียบๆเงยหน้ามองเพื่อนๆทนอยลุกไปหน้าห้อง ช่วงจังหวะนั้น..สบเข้ากับสายตาของครูฝึก

 

 

ดึงดูดต่อกัน

หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งแรก

 

 

นับจากวันนั้น..เขาก็ถูกผู้กองณรงค์เรียกใช้งานบ่อยหลังหมดชั่วโมงฝึก ส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากมาช่วยทำเอกสาร ยกของ ทำความสะอาดห้องหับในห้องทำงาน 

"คุณมีชื่อเล่นไหม?" ผู้กองณรงค์กอดอกถามพลทหารหนุ่มที่กำลังยกลังแฟ้มเอกสารตั้งบนโต๊ะและทยอยใส่แฟ้มจัดลงชั้นตู้เหล็กในห้อง

"กันครับ"

"กันที่แปลว่าปืน? หรือกันที่แปลว่าฉัน?"

"อย่างแรกครับผู้กอง" กันหลุดยิ้มออกมา ก่อนจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายมองอยู่ เขาหน้าร้อนผ่าวหน่อยรีบก้มหน้าหนีทำทีเป็นให้ความสนใจกับงาน

 

 

กึก!

 

 

หลังคอขนลุกชัน ทหารมีสัญชาติญาณที่ไวกว่า ไวจนต้องรู้ว่ามีอะไรมายืนข้างหลังและเกือบที่จะฟาดกลับด้วยศอกด้วยซ้ำ แต่ดีที่ตั้งสติทันว่าคงไม่มีใครไปได้นอกจากเจ้าของห้องทำงาน

"ถ้าผมจะเรียกกันในความหมายที่สอง พอจะได้ไหม"

 

 

'กัน' ที่หมายถึง 'ตัวตนทั้งหมด'

 

 

ลมหายใจแทบหยุดชะงัก เด็กหนุ่มวัย 16 ที่ไม่ประสีประสาตกใต้เงาร่างผู้บังคับบัญชากล่าวขอ ผู้น้อยจะมีสิทธิ์อันใด ยิ่งเป็นทหาร ยิ่งต้องรับคำสั่ง กันหันกลับไปสบตากันตรงๆ ทหารต้องไม่หลบสายตา ต้องไม่แสดงความรู้สึกแต่ ณ เวลานี้ ตรงนี้ ช่วงนี้ ในดวงตาคนต่างวัยต่างยศกลับแสดงออกมาแจ่มแจ้ง

 

 

กึก!!

กึก..กึก!กึก!กึก!กึก!กึก!กึก!

 

 

เอกสารปัดกระจายพื้น ตู้เหล็กสั่นสะเทือนในยามเย็น ทอแสงสีแดงจะลับขอบฟ้าไปยังห้องทำงานล็อคประตูแน่น

"พี่รงค์.."

"กัน.."

พร่ำนามเรียกหากันซ้ำๆไม่มีเบื่อ หัวใจเต้นแรง ความลับของทหาร เรียกหากันในเครื่องแบบแข็งแกร่ง สัญลักษณ์เข้มแข็งเพื่อปกป้องชาติให้ทุกคนกินอยู่สุขสบาย พวกเขาเองก็ยังรู้ตัวดีว่ายังมีหัวใจ มีเลือดเนื้อ มีความเป็นคนแต่จำต้องตัดมันทิ้งให้มากสุดเพื่อหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด

 

สถานะเด็กรับใช้

 

มีครั้งแรกก็มีครั้งต่อไป พลอดรักกันระหว่างเพศเดียวกันที่คนในสังคมไม่ยอมรับแต่พอเป็นทหารแล้วไซร้ ก็ปิดตาข้างนึงและก็เฉยชากันไป มันเป็นเรื่องที่อาจไม่เกิดกับทุกคน แต่เราถือคติ 'ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน' นั่นจึงเป็นเหตุที่ความลับจะคงเก็บไว้ในเครือทหารได้มากสุด

 

​​​​​​

"พี่รักกัน"

 

รัก..คำตอบ..

 

"ผมก็รักพี่รงค์"

 

สัญญาของหัวใจทหาร 2 นาย เปลือยกาย เปลือยใจต่อกัน

 

.

.

.

 

อดีตในกล่องความทรงจำเล่าออกมาให้คริสฟัง เด็กรับใช้ของทหารที่เคยเป็นเด็กรับใช้เช่นกันยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าสบตา ไม่ใช่กลัว..แต่เจ็บหนักหน่วงอกลามขึ้นไปถึงคอ

"แต่ทุกอย่างก็จบหลังฉันถูกส่งไปรบที่ชายแดนเขมร นานมากหลายปี กลับมาอีกทีก็ไม่มีบ้านแล้ว พ่อแม่แก่ตาย ส่วนท่านนายพลก็แต่งงานกับลูกสาวหม่อมเจ้า ผู้หญิงที่ดี กุลสตรี พร้อมทุกอย่างฐานะทางสังคม" พันเอกสิงโตเค้นยิ้มสมเพช มองเข้าไปในดวงตากลมแดงก่ำ น้ำตาร่วงผล็อยทนฟังเรื่องเร้นลับในอดีตของเขาต่อ

"ฉันไม่มีอะไรเลย กลับมาจากการรับใช้ชาติตามคำสั่งของเขา บางทีท่านนายพลก็อาจคิดว่าถ้าฉันตายไป ความลับก็อาจจมกลบฝังดินไปด้วยก็ได้"

 

ตึก..ตึก....

 

สิงโตขยับเท้ามาใกล้ประชิดเด็กนักศึกษาที่ยืนร้องไห้ไร้เสียงสะอื้น

"ไม่มีอะไรให้กลับกรุงเทพ เคยคิดเหมือนกันว่าตายไปกับเพื่อนอาจจะดีกว่า.."

คริสค่อยๆ หันหน้าไปสบมองรอยยิ้มระคนเศร้าบนหน้าทหาร ครั้งหนึ่ง..สิงโตก็มีช่วงเวลารู้สึกเดียวกัน ทว่าคริสมีคนให้กลับ สิงโต..ไม่มี

"เรือนไม้ถูกรื้อทำถนนใหม่หลังพ่อแม่ตาย ฉันก็ไม่มีที่อยู่ คิดเหมือนกันว่าถ้าฆ่าตัวตายไปก็จะได้เจอพ่อแม่ ได้เจอเพื่อนๆ"

 

 

ดีเสียกว้างอ้างว้างคนเดียว

 

 

ไม่มีอะไรที่ต่าง การโดดเดี่ยว ไร้พวกพ้องเนื่องจากทุกคนตายแล้วในหน้าที่ สละชีพไปเฉกเช่นเดียวกันกับ 14 ตุลา เราต่างทำเพื่อ 'ชาติ' และผลตอบรับจากความเสียหาย ประชาชนคนทั่วไปอาจไม่รู้สึกแต่คนที่ยังเหลืออยู่ต้องเจ็บช้ำกับแผลเก่าปะทุได้ทุกครั้งยามนึกถึง

"แต่.." เสียงทุ้มเย็นเกริ่นและเงียบไป คว้ามือขาวอ่อนเปลี้ยทิ้งข้างลำตัว เกลี่ยสัมผัสวนบนนิ้วนางซ้ายขนาดป้อม

"คริสคงเด็กเกินไป ถึงจำไม่ได้"

คนร้องไห้ไม่หยุดมุ่นคิ้วงุนงง ทหารหนุ่มขยับมาระยะประชิดมากขึ้น จับจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำกลมโต...เหมือนเดิมเสมอมา..

 

 

.

.

.

 

ไม่เหลืออะไรสักอย่าง...

ปืนจ่อขมับ อีกนิดเดียว เพียงลั่นไก ชีวิตของเขาก็จะดับลงและตามทุกคนไป..

 

แคร้ง!!

 

ทหารตัวมอซอ ดำสกปรกในชุดลายพรางยศต่ำต้อย ผมเผ้ากระเซิงกระแทกปืนสั้นลงพื้น นั่งลงซุกเข่าอยู่ริมถนน อาศัยร่มเงาศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้ายามเปลี่ยวไร้ผู้คน อยู่ในระหว่างปิดปรับปรุงรอบูรณะซ่อมแซมอยู่ น้ำตาไหลอาบแก้มมอมแมม เกิดเป็นทหารห้ามร้อง ในวันนี้กลับผิดวินัยร้องออกมาได้น่าสมเพชเวทนาตัวเอง

 

ปุ้ง!ปุ้ง!ปุ้ง!

แตร้ง!!แตร้ง!!!

 

เสียงเพลงกับปะทัดดังขึ้น แสงของแดนเยาวราชเรืองรองฉลองตรุษจีน ขณะที่มีทหารหลายคนจำต้องตายในวันที่ทุกคนมีความสุข ชีวิตของพวกเขาเหล่าทหารเป็นแบบนั้น

ทุกคนหัวเราะ เรากรีดร้องเจอกระสุน

ทุกคนกินอิ่มนอนหลับ เรากินข้าวเท่าที่เสบียงมีให้และนอนไม่เคยเต็มอิ่ม

ทุกคนยิ้มได้ทุกวัน เรายิ้มได้ต่อเมื่อชนะสงคราม

 

 

นั่นคือ..ชาติทหาร

 

 

ฝีเท้าวิ่งเตาะแตะมาแถวศาลเจ้าที่ขึ้นโครงบูรณะยังไม่เสร็จ กันประสาทไวตามประสาทหาร กำก้อนหินแถวนั้นไว้แน่นเตรียมปาใส่

"...."

หลังเสาไม่ไกลกลับเป็นเด็กผู้ชายผิวขาวจัดแก้มย้วยชุดเสื้อยืดคอเปื่อยๆ สีแดงซีดกับอีแตะปอนๆ

เด็กจรจัด? กันถอนหายใจ เด็กคนนั้นวิ่งหนีเขาไปแล้ว คงจะกลัวจนฉี่ราด น่าขันชะมัดเป็นทหารปกป้องชาติ ปกป้องผู้คน กลับต้องมีเนื้อตัวไม่ต่างจากโจรบ้า ใครเห็นก็กลัว วิ่งหนี ไม่รู้สึกขอบคุณเลยทั้งที่ตอนนี้เขาก็ยังอยู่ในชุดทหารแท้ๆ คนอาจมองเป็นเพียงหน้าที่ต้องทำ ก็ใช่..มันเป็นหน้าที่พึงปฏิบัติ วินัยต้องเคร่งครัด ทุกคนจ่ายภาษีให้พวกเขาไปเสี่ยงตายก็ต้องทำตามนั้น กันเข้าใจจุดนี้ดี 

 

 

ทหารคือคน แต่กลับขอความเห็นใจในฐานะคนมิได้

 

 

​​​​​

คิ้วเรียวบนหน้าหมองคล้ำมุ่นคิ้ว เสียงเท้าวิ่งเตาะแตะแบบเดิม จังหวะเดิมเปี๊ยบดังอีกครั้ง กันหันไปมองเด็กคนนั้นวิ่งกลับมาใกล้เขามากขึ้น แล้ววางห่อข้าวมันไก่ไว้ตรงหน้า

 

"เจี๊ยะๆๆๆ"

 

พูดยังไม่ชัดเลย ภาษาจีนแปลว่า 'กิน'

ตาคมหลุบมองข้าวมันไก่บนพื้น ส่วนเด็กน้อยก็นั่งยองๆ เฝ้าดูเขา คอยลุ้นให้กิน ความหวังในดวงตากลมโตคู่นั้น..รอคอย

 

 

มีคน 'รอ' เขาอยู่อีกเหรอ?

 

 

​​​​

"ฮึก....."

น่าละอาย

"ฮึก...ฮือ..."

ที่มาหลุดร้องไห้ต่อหน้าเด็กตัวนิดเดียว ทหารตัวสกปรกกินข้าวมันไก่ด้วยมือเปล่า กินทั้งน้ำตาอย่างมูมมาม ตะกละตะกลาม มันเป็นมื้อที่หรูที่สุดนับจากไปสงครามมานานจนแทบลืมวันคืนด้วยซ้ำ 

"ฉิงโต"

เด็กคนนั้นเรียกเขาแบบนั้น ไม่ใช่ชื่อเล่นของเขาเลย

"ไอหยา! อาคริส! อย่าไปซี้ซั้วคุยกับคนแปลกหน้า"

"ม้า ฉิงโตๆ"

"จ้ะๆ จะพาไปดูแล้วๆ" แม่เด็กวิ่งมาอุ้มลูกชายที่เอาแต่ชี้นิ้วเรียกแม่ให้ดูทหารหัวฟูหนีกลับไปในงานเพื่อไปดูสิงโตเชิดตัวจริงใต้แสงเรืองรองแสนรื่นเริงบันเทิงใจ กันขยำห่อข้าวมันไก่หมดเกลี้ยงไว้ในมือ หรี่ตามองแม่ลูกคนจีนที่ดูยากจนแต่ดูอบอุ่นวิ่งตะลอนๆหายไปในฝูงชนถนนเยาวราช ไม่นานหัวใจการแสดงดังในถนนก็เริ่มขึ้น สิงโตหัวฟูสีสันฉูดฉาดเชิดขึ้นเต้นไปตามจังหวะเพลงปีนขึ้นที่สูงท่ามกลางเสียงปะทัดดังสนั่นและเสียงตะโกนลั่นฉลองวันปีใหม่ชาวจีน

 

"เฮ้!!! ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้!!"

 

ปุ้ง!!ปุ้ง!!ปุ้ง!!!

 

.

.

.

 

 

ความทรงจำเริ่มกลับมา..เค้าลางเพียงเล็กน้อย คนตัวดำสกปรกในศาลเจ้าวันนั้น..

 

สิงโต

 

ที่แท้ชื่อนี้คริสเป็นคนตั้งให้เอง คำถามว่าทำไม สาเหตุที่ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างก็เพียงเพราะตอบแทนข้าวมันไก่ห่อเดียวในวันนั้น น้ำใจเล็กๆของเด็ก 2 ขวบไม่ประสีประสาอะไรด้วยซ้ำ จำเลาๆได้ว่าเป็นคนท่าทางน่าสงสาร ช่วยต่อลมหายใจด้วยข้าวมันไก่เต็มไปด้วยปรารถนาดี หัวใจของเด็กบริสุทธิ์ ผ่านมากี่ปีก็ยังบริสุทธิ์ ใจดีเสมอ เสียสละเสมอจึงได้กล้าขึ้นไปเป็นแกนนำหัวขบถ ตัวแทนหัวเรือให้นักศึกษาหลายพันชีวิตหรือมากกว่านั้นในการสู้เพื่อชาติ

'คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์' นามเด็กคนนั้น ทหารคนนี้เฝ้ามองห่างๆ มาตลอด..

ความจริงเล่าไปหมดแล้ว เด็กคงจะช็อคจนพูดอะไรไม่ออก เผลอๆจะรับไม่ได้ด้วยซ้ำเหมือนที่สติแตกหนีไปศาลเจ้ากวนอูและเจ้าพ่อม้า มันช่างน่าเศร้าที่การกระทำของเขาไม่เคยมีค่าในสายตาเด็กคนนี้เลย

"นอนเถอะ เหนื่อย พรุ่งนี้ฉันต้องไปขอโทษท่านนายพลกับคุณหญิงแต่เช้า" ไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากเจ็บปวดใจอีกแล้ว อีกอย่างตามมารยาท การไม่กล่าวอำลาเป็นทางการ หนำซ้ำเทหลานสาวเจ้าของงานวันเกิดมันเป็นเรื่องที่แย่มาก ของขวัญก็ไม่ทันได้ให้อีก เขาถอนหายใจเก็บกล่องเหล้าวิสกี้ราคาแพงผูกโบว์ในตู้กับข้าว

​​​​​​"มึงจะไปอีกเหรอ?" คริสถาม

"อืม"

"...."

พรุ่งนี้ไปหา..คนรักเก่า พันเอกสิงโตถอดสูททิ้งลงตะกร้าขอตัวเข้าไปอาบน้ำก่อน ปล่อยให้เด็กได้อยู่ตามลำพังสมใจ น่าจะเป็นเช่นนั้น คริสเกลียดเขามาก เขารู้สึกก่นด่าตัวเองทุกวันที่ไม่ห้ามใจคิดอะไรตื้นเขิน ทั้งที่ไม่ย่ำยีก็ได้ แค่ล่ามและเฝ้าเฉยๆก็ได้ กลับ..หิวกระหายคนที่เฝ้ามองมาตลอดด้วยความรู้สึกมากขึ้นกว่าจะเอ็นดูในฐานะลูกหลาน หากไม่ทำแบบนั้นความสัมพันธ์อาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ไม่มีอะไรแก้ตัวให้ความชอบธรรมได้นอกจากผิดเองที่ไปข่มขืนเขา ชั่ววูบxบังตา อยากครอบครองดั่งใจหวังจนทำให้ทุกอย่างที่ทำเพื่อครอบครัวชาวจีนนี้สูญสิ้น 

 

 

ดีส่วนดี ชั่วส่วนชั่ว

หักล้างมิได้

 

 

สายน้ำกระทบร่างกำยำผิวสีเข้ม ชะล้างความอ่อนล้าในหัวใจ อาบจนเสร็จสิ้น ทหารหนุ่มออกมาจากห้องน้ำทั้งผ้าขนหนูผูกเอว รู้สึกถึงความแปลก จะว่าสัญชาตญาณก็ได้ เขากับเด็กรับใช้ขึ้นนอนร่วมเตียงเดียวกัน คริสหันหลังให้เหมือนทุกวันและเขาสวมกอดไว้ในอ้อมแขนท่ามกลางห้องนอนเงียบสงัด

แปลกจริง ไม่ขัดขืน? 

พันเอกสิงโตคิดได้คืบเอาศอก ลองขยับเข้าไปใกล้หลังเด็กนักศึกษาดึงกอดแน่นแนบชิดติดอก ซุกหน้าลงซอกคอขาว

คริสสะดุ้งและ..ค่อยๆ นิ่ง ปล่อยให้สิงโตรุกล้ำไปเรื่อยๆ

"....." ครั้งนี้อาจจะได้เหมือนที่หัวหิน..แต่จะจบลงที่สงสารอีกไหม?

 

"ไม่รู้"

 

คริสพร่ำคำว่าไม่รู้ สิงโตก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ใจของเด็กคนนี้เลย ทั้งที่เห็นมาตลอดทุกช่วงการเติบโตแท้ๆ ทหารหายใจแรง เลียปาก กลืนน้ำลายลงคอ ชะงักมือไว้ ไม่อยากคาดหวังอะไรจากคริสอีกแล้ว

 

ไม่มีใครทนผิดหวังได้ตลอด

 

มือขาวป้อมกำหมอนแน่น เหลือบมองคนที่ลุกไปจากห้อง คริสรีบลงจากเตียง วิ่งไล่ตามหน้าตื่น

 

แอ๊ด!

 

เหล้าวิสกี้ของขวัญวันเกิดพลเอกณรงค์หายไป สิงโตยืนนิ่งหน้าตู้กับข้าว..

"เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน?"เสียงทุ้มกดต่ำ ถามเด็กหนุ่มผิวขาวแก้มกลม

"เปล่า"

ตู้กับข้าวปิดแรง คริสสะดุ้งตกใจ แต่ก็ยืนนิ่งมองสิงโตเดินเข้ามาใกล้

"คริส"

"....."

"มีนายคนเดียวที่เห็นว่าฉันเก็บในตู้" พอมีหวังรึเปล่าที่จะพูดแบบนี้ 

 

 

"ไม่อยากให้ฉันไปหาท่านนายพล ก็พูดมาคำเดียว"

 

 

คริสเกลียดความสับสน ความไม่รู้และทหารโดยเฉพาะพันเอกสิงโต คนอะไรนำพาความย้อนแย้งใส่หัวได้ตลอด เขาเผลอเรอมองไปทางโซฟา สิงโตมองตามจึงเห็นขวดเหล้าซ่อนไว้

ลมหายใจอุ่นรดหน้ากันและกัน รอเพียงบอกมาคำเดียว

"สิงโต"

คำเดียวจริงๆ จากปากคริส เอ่ยนามออกมา รสจูบประทับลงอย่างไร้กลิ่นสุรา หอมสะอาดยาสีฟันรสเดียวกัน

"สิงโต"

"สิงโต

 

และอีกคำซ้ำๆ

 

"สิงโต"

 

 

TBC

+++++++++++

ตอนหน้า ฉันจะลงทัณฑ์เทออออ

#ฟิคผู้พัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

168 ความคิดเห็น

  1. #79 fah_nangja (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 00:29
    ลงพร้อมกันเลยไรท์~~ บอกได้เลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ คำเดียว เริดมากกก มันคือเรื่องเเฟนตาซีที่ดีอีกเรื่องนึงเลยเเหละ ชอบมากเลยไรท์คนนี้ เขียนเรื่องอะไรก็สนุกไปหมด😊 ติดตามทุกเรื่องเลยนร้าาา~~😘💓💓💓
    #79
    1
  2. #78 mimmii_boo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 21:09
    รู้ที่มาของการเปลี่ยนชื่อจากกันมาเป็นสิงโตแล้วใจฉันน้วยไปหมด
    #78
    1
  3. #77 209090 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 19:01
    ไม่ดาม่าแล้วน่าแอัด
    #77
    1
  4. #76 3653768 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 17:09
    พร้อมโดนลงทัณฑ์..ชั่งกล่าว
    คริสไม่ได้กล่าว🤣🤣🤣
    #76
    1
  5. #75 071727 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 14:35
    จะไม่มีปัญหาอะไร ยังจะไม่ เศร้าอีกแล้วใช่ไหม เราไม่อยากร้องไห้แล้ว สงสารทั้งสองคน
    #75
    1